3 กันยายน 2569 เวลา 11:19 น.

Dolce&Gabbana ถ่ายทอดตัวตนของแฟชั่นเฮาส์ผ่านแคมเปญโฆษณาประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026 สำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ผ่านมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ของช่างภาพแฟชั่นระดับตำนาน Steven Meisel ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

บุคลิกภาพถูกหล่อหลอมขึ้นจากอัตลักษณ์ และเมื่อบุคลิกที่แตกต่างมาบรรจบกัน อัตลักษณ์ก็ยิ่งโดดเด่นชัดเจนยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแก่นแท้ของ Dolce&Gabbana แคมเปญนี้สำรวจเคมีของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ทั้งแรงปรารถนาและอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เมื่อบุคลิกที่แตกต่างกันได้มาพบปะ ผสมผสาน และหลอมรวมเข้าด้วยกัน

การศึกษาภาษากายของ Meisel ถูกถ่ายทอดผ่านคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026 ของแบรนด์ สำหรับสุภาพสตรี พลังแห่งบุคลิกภาพถูกเสริมให้ชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านรหัสอันเป็นเอกลักษณ์ของ Dolce&Gabbana ไม่ว่าจะเป็นภาษาของการแต่งกายที่หยั่งรากจากซิซิลี สีดำ ลูกไม้ การตัดเย็บ ความเย้ายวน และความศรัทธา ทั้งหมดถูกขับเคลื่อนให้มีชีวิตชีวาด้วยความจริงใจและแรงปรารถนา

สำหรับสุภาพบุรุษ อัตลักษณ์ดังกล่าวถ่ายทอดผ่านภาพลักษณ์ความเป็นชายร่วมสมัยในแบบเฉพาะตัวของ Meisel โดยที่ DNA ของ Dolce&Gabbana ถูกนำมาตีความให้เข้ากับยุคปัจจุบันผ่านความพิถีพิถันในการตัดเย็บ เสื้อถัก เดนิม และความเย้ายวนแบบเมดิเตอร์เรเนียน ขณะเดียวกันยังคงยึดโยงกับท่าทางและทัศนคติของชีวิตร่วมสมัยไว้ หนึ่งในบุคคลสำคัญของแคมเปญคือ ซาน (San) แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ Dolce&Gabbana จากวง ATEEZ ประเทศเกาหลีใต้


แคมเปญทั้งสองมีความเป็นอิสระจากกัน และยังคงเติมเต็มซึ่งกันและกัน เนื่องจากพลังทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากความแตกต่างที่สอดคล้อง และแรงดึงดูด โดยผ่านบทสนทนาที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอระหว่างความเป็นหญิงและความเป็นชาย ซึ่งหล่อเลี้ยงจินตนาการทางแฟชั่นของเฮาส์มาอย่างยาวนาน

บุคลิกภาพและมุมมองคือหัวใจสำคัญทั้งในประวัติศาสตร์ของ Dolce&Gabbana และความสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ระหว่างแบรนด์กับ Steven Meisel ตั้งแต่ ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี1989 ภาพถ่ายของ Meisel มีบทบาทสำคัญในการวางภาพลักษณ์ของแบรนด์ ถ่ายทอดความเย้ายวนพร้อมความหรูหรา และคาแรกเตอร์ของ Dolce&Gabbana ให้คงอยู่เหนือกาลเวลา


ผลลัพธ์ในฤดูกาลนี้ คือแคมเปญสองชุดที่เน้นย้ำความโดดเด่นของคอลเลกชันซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแคมเปญให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ตอกย้ำว่าอัตลักษณ์คือหลักสำคัญที่กำกับทั้งฤดูกาลและตัวตนของ Dolce&Gabbana เอง ในฐานะแฟชั่นเฮาส์ที่ยืนหยัดอย่างเป็นอิสระมาตั้งแต่จุดเริ่มต้น แบรนด์ยังคงยึดมั่นในตนเอง ด้วยการพัฒนา ขยายขอบเขต และทดลองตีความรหัสทางแฟชั่น ทัศนคติ และบุคลิกต่างๆ ที่ทำให้อัตลักษณ์ของ Dolce&Gabbana โดดเด่นและเป็นที่จดจำ