อนุทิน นำ ครม.-เหล่าทัพ ฟังข้อเสนอ วปอ.68 ชู 3 หลักคิด ‘เปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ-ปฏิรูประบบราชการ-พัฒนาคน’

7 กันยายน 2569 เวลา 11:58 น.

นายกฯนำทัพ ครม.-เหล่าทัพ ฟังข้อเสนอ วปอ.68 ’Resilient Thailand‘ ชู 3 หลักคิด ‘เปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ – ปฏิรูประบบราชการ – พัฒนาคน’ ยัน วปอ. ไม่มีการเมืองแทรกแซง ขอใช้เครือข่ายช่วยรัฐบาล ย้ำ ความมั่นคงปท.สำคัญเตรียมพร้อมรับมือ ไม่ใช่ล้มแล้วลุกให้เร็ว แต่ปท.ต้องแข็งแรงพอ ก่อนมอบเสื้อแจ็คเก็ตรุ่น วปอ.68

วันที่ 7 กันยายน 2569 เวลา​ 08.30 น.​ที่​วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร​ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในกิจกรรม NDC’68 Symposium ภายใต้แนวคิด “Resilient Thailand” ของหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 โดยมี​พล.ท.อดุลย์​ บุญธรรม​เจริญ​ รมว.กลาโหม​ นายเอกนัฏ​ พร้อม​พันธุ์​ รมว.พลังงาน​ พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ​ปลัดกระทรวงกลาโหม​ พล.อ.อุกฤษฏ์​ บุญ​ตา​นนท์​ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.)​ พล.อ.พนา​ แคล้ว​ปลอด​ทุกข์​ ผู้บัญชาการทหาร ทหารบก(ผบ.ทบ.)​พล.ต.อ.กิตติ​์รัฐ​ พันธุ์​เพ็ชร์​ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)พล.อ.สิทธา มหาสันทนะ ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พร้อมด้วย พล.ท.อรรคเดช ประทีปอุษานนท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ให้การต้อนรับ

โดยทันทีที่นายกฯเดินทางมาถึงได้รับมอบหนังสือ​จากหุ่นยนต์​กู้ภัย “โอลิเวอร์” ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการงานวิจัย​ ถ่ายรูปร่วมกัน​กับนักเรียนวปอ.รุ่นที่​ 68 และการรับฟังข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ​ อาทิ​ การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ​ ที่ต้องชัดเจนและเหมาะสมกับศักยภาพ​ พร้อมกับพัฒนาทักษะของบุคลากรไปพร้อมกัน​

โดยนายกฯ กล่าวว่า ตนยินดีและดีใจมากที่ได้กลับมาวปอ.ในอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะเกือบไม่ได้มาเพราะกำหนดการช่วงนี้เดินทางมาก​ วปอ.รุ่นที่ 68 ถือว่าเป็นเพราะรุ่นแรกที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดตนเป็นผู้ลงนาม และเป็นวปอ.ชุดแรกที่นำคนออกไปแล้วกลับเข้ามา ไม่ให้มีเรื่องของการเมือง​ หรือเรื่องของอารมณ์ใดๆที่จะมาทำให้เกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของวปอ. ถูกกระทบ พอๆเป็นเรื่องของความมั่นคง​ คือเรื่องที่คณะกรรมการกองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม ได้คัดกรองมาเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องใดๆก็ตาม ที่นอกเหนือจากนี้ คนนอกไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะเราต้องให้เกียรติกับผู้ที่ทำการกลั่นกรองมา​ สิ่งที่เราได้จากการศึกษาที่นี้ นอกจากความรู้ในห้องเรียนหรือการที่ได้เห็นประเทศไทยจากหลายมุม ได้รู้จักและเข้าใจคนจากหลายภาคส่วน หรือแม้กระทั่งว่าการที่เรามีเพื่อนในวัยที่เรากำลังจะ เติบโตมาแล้วมากมายทำให้รู้สึกว่าความสัมพันธ์ของการมีเพื่อน ในอายุขนาดนี้ มีความหมาย

นายกฯ​ กล่าวว่า​ “Resilient Thailand” ภายใต้แนวคิดนี้​ ตนดีใจว่าโจทย์ที่ตั้งตรงกับโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลกำลังทำงานอยู่ คือในวันที่โลกจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยอยู่รอด และสามารถก้าวหน้าต่อไปได้ด้วยความมั่นคง แข็งแกร่ง​ คำว่า​ Resilient ไม่มีสปีชของผู้นำ​ ซึ่งได้วางกรอบไว้ “Resilient” ก็คือไม่ใช่แค่ล้มแล้วลุก​ แต่เมื่อลุกแล้วจะต้องวิ่ง วิ่งไปข้างหน้าด้วยความแข็งแกร่งกว่าเดิม ตนอยากให้ใส่วงเล็บ.”Moving Forward” หลังจากที่มีปัญหามีการล้ม หยุดนิ่ง อะไรก็ตามที่ทำให้เกิดการชะงักงัน ของความก้าวหน้าต่างๆ ซึ่งเกิดได้ตลอดเวลา แต่เมื่อเราผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปแล้ว เราต้องเอาอุปสรรคเหล่านั้นเปลี่ยนมาเป็นเชื้อเพลิง ทำให้เราขับเคลื่อน ไปด้วยความรวดเร็ว ที่สูงขึ้น และด้วยประสบการณ์ที่แข็งแกร่งด้วยความรอบรู้ที่เราได้ผ่านมา ภาษานักบินกองทัพอากาศเขาสอนขับเครื่องบิน​ไม่ใช่มองไปข้างหน้า​เฉยๆ​ มองซ้ายมองขวา​ มองความสวยงามของท้องฟ้าเท่านั้น​ แต่คุณต้องมองทางพื้นดิน​ ข้างหน้า​ ข้างบน​ ว่ามันมีเมฆอยู่หรือไม่และต้องมองข้างล่างว่าทำอย่างไรให้เห็นเมฆที่ทำให้เครื่องบิน ลดประสิทธิภาพ ทำให้เกิดอันตราย เพราะฉะนั้นคำว่า​ Resilient รวมหลายๆอย่างเอาไว้เมื่อเรามีปัญหาแล้วจะต้องเดินหน้าด้วยการปรับตัวบทเรียนต่างๆถอดบทเรียน และนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้า ด้วยความรอบรู้ และเป็นสิ่งที่จะทำให้เรา รู้จักคำว่า​ “รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง” Resilient ของนักศึกษาวปอ. 68 จะมีความหมายมากที่จะทำให้การขับเคลื่อนประเทศไทย ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของพวกท่าน​ ขับเคลื่อนไปด้วยความมั่นคงแข็งแกร่ง รอบรู้และด้วยประสบการณ์และบทเรียนที่เราได้ประสบมา​

นายก​ฯ กล่าวย้ำว่า​ ประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ​ เพราะโลกไม่ได้กำลังเปลี่ยนแปลงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง​ แต่เปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์​ นี่คืออีกหนึ่งคำ ที่ทุกอาเจนด้าที่มีการพูดคุย ในวงนานาชาติ จะมีคำนี้ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา Geopolitics กติกาการค้าเอไอพลังงานโครงสร้างประชากร ทำให้สามารถสรุปได้ว่าในบริบทของนโยบายรัฐบาล และการรับทราบรับรู้ได้ของนักศึกษาวปอ.รุ่น 68 มีทิศทางที่ตรงกัน สำหรับตนความมั่นคงในโลก วันนี้ไม่ใช่แค่การป้องกันภัยจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศที่จะมาคุกคามประเทศเรา ความมั่นคงสำหรับประเทศไทยคือการสร้างประเทศที่แข็งแกร่งมีความพร้อมจากภายใน ไม่พึ่งพาปัจจัยภายนอก ปัจจัยจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับเรา และเราต้องพร้อมที่จะรับการรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงและทุกอิทธิพลจากภายนอก ที่ไม่ใช่ล้มแล้วลุกให้เร็วหรือรอให้เกิดขึ้นก่อนแล้วมาแก้ปัญหา แต่ก็ต้องทำให้ประเทศแข็งแรงพอ​ ที่จะเปลี่ยนแปลงมีการเตรียมตัวอย่างเนิ่นๆ และทั่วโลกได้เปลี่ยนไปแล้วเราก็สามารถเปลี่ยนความท้าทายทั้งหลาย ให้เป็นโอกาสของประเทศไทยได้

นายกญ กล่าวด้วยว่า หากถามถึงการสร้างความเปลี่ยนแปลงภายในของรัฐบาลอย่างไรนั้น เรามองอยู่ 3 อย่าง คือเปลี่ยนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ ปฏิรูประบบราชการ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน​ ซึ่งเราเห็นตรงกัน โดยการเปลี่ยนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยราย 10 ปีที่ผ่านมา เติบโตจากการผลิต การส่งออก การท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเครื่องยนต์เหล่านี้ ปัจจุบันก็ยังมีความสำคัญ แต่ก็ต้องหาคนไกลที่ทำให้เกิดความแข็งแรงขึ้น แต่ครึ่งเดือนนี้พาเราไปถึงโลกอนาคตไม่ได้ ต้องส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตดิจิทัล เอไอ เซมิคอนดักเตอร์​ หากดูในอนาคตพลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ​ อาหารและการแพทย์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประธานนักศึกษา วปอ.รุ่น 68 ได้มอบของที่ระลึกให้กับนายกฯซึ่งเป็นเสื้อแจ็คเก็ตรุ่น วปอ.68 โดยที่แถบด้านขวาได้ติดแถบสัญลักษณ์ วปอ.61 ซึ่งเป็นรุ่นของนายกรัฐมนตรี พร้อมกับตราสัญลักษณ์หมู่นกหัวขวานที่แขนเสื้อด้านซ้าย ซึ่งเป็นหมู่ของนายอนุทิน สังกัดอยู่ในสมัยเรียน วปอ.61

วปอ.68อนุทิน ชาญวีรกูล

Leave a comment