สภาสิงคโปร์เตรียมถก “เงินเดือนรัฐมนตรี” ท่ามกลางการจับตาค่าตอบแทนสูงสุดในโลก

สภาสิงคโปร์เตรียมถก "เงินเดือนรัฐมนตรี" ท่ามกลางการจับตาค่าตอบแทนสูงสุดในโลก

7 ก.ย. 2569 15:17 น.

สภาสิงคโปร์เตรียมถก “เงินเดือนรัฐมนตรี” ท่ามกลางการจับตาค่าตอบแทนสูงสุดในโลก

รัฐมนตรีระดับสูงของสิงคโปร์เตรียมชี้แจงต่อรัฐสภาในวันที่ 8 ก.ย. เกี่ยวกับข้อเสนอของคณะกรรมการทบทวนเงินเดือนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประเด็นนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนในสิงคโปร์ ซึ่งจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้นำทางการเมืองสูงที่สุดในโลก เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถและลดแรงจูงใจในการทุจริต โดยรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งครั้งแรก จะได้รับรายได้ปีละ 1.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 28.5 ล้านบาท ส่วนนายกรัฐมนตรี รับรายได้ปีละ 2.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 57.1 ล้านบาท  

รัฐสภาสิงคโปร์เตรียมพิจารณาข้อเสนอเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างและระดับเงินเดือนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงรัฐมนตรี ในการประชุมสภาสัปดาห์นี้ โดยนายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง และชาน ชุน สิง รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการสาธารณะ จะชี้แจงจุดยืนของรัฐบาลต่อข้อเสนอของคณะกรรมการทบทวนเงินเดือนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันที่ 8 กันยายน ก่อนที่สมาชิกรัฐสภาจะอภิปรายในวันที่ 10 กันยายน

ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศที่จ่ายค่าตอบแทนให้ผู้นำทางการเมืองในระดับสูงที่สุดในโลก ปัจจุบันรัฐมนตรีระดับเริ่มต้นได้รับเงินเดือนตามเกณฑ์ประมาณ 1.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี หรือราว 28.5 ล้านบาท ซึ่งรวมโบนัสแล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้รับประมาณ 2.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี หรือราว 57.1 ล้านบาท

เงินเดือนดังกล่าวไม่ได้มีการปรับมาตั้งแต่ปี 2012 หลังรัฐบาลในขณะนั้นยอมรับข้อเสนอของคณะกรรมการทบทวนให้ลดค่าตอบแทนของรัฐมนตรีระดับเริ่มต้นลงมากกว่าหนึ่งในสาม หรือประมาณ 36% เพื่อบรรเทาความไม่พอใจของประชาชนต่อระดับเงินเดือนที่สูงมาก

การทบทวนครั้งล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป โดยรายได้มัธยฐานของชาวสิงคโปร์อยู่ที่ 5,775 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือน (ราว 149,875 บาท) ในปี 2025 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเป็น 2% ในเดือนกรกฎาคม และธนาคารกลางสิงคโปร์คาดว่าแรงกดดันด้านราคาจะยังอยู่ในระดับสูงจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2027

รัฐบาลสิงคโปร์เคยทบทวนโครงสร้างเงินเดือนอีกครั้งในปี 2017-2018 แต่ตัดสินใจไม่รับข้อเสนอให้ปรับขึ้น โดยให้เหตุผลว่าโครงสร้างค่าตอบแทนเดิมยังมีความเหมาะสม และเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้นยังมีความไม่แน่นอน

เดิมการทบทวนครั้งต่อไปมีกำหนดในปี 2023 แต่ถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากรัฐบาลต้องรับมือกับความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและยูเครน ตลอดจนความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ต่อมาในเดือนพฤษภาคม รัฐบาลระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ได้เพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจของสิงคโปร์มีความคลุมเครือมากขึ้น

คณะกรรมการทบทวนชุดปัจจุบันมี แกน เซียว คี ประธานบริษัท Singapore LNG Corporation และสมาชิกสำรองของสภาที่ปรึกษาประธานาธิบดี เป็นประธาน โดยได้รับมอบหมายให้พิจารณาว่าระดับเงินเดือนในปัจจุบันยังเหมาะสมหรือไม่ และเสนอการปรับปรุงกรอบค่าตอบแทน หากจำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

ระบบค่าตอบแทนของสิงคโปร์ใช้รายได้ของชาวสิงคโปร์ที่มีรายได้สูงสุด 1,000 คน เป็นหนึ่งในเกณฑ์มาตรฐาน โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่าคุณสมบัติและความสามารถของบุคคลกลุ่มนี้สะท้อนระดับบุคลากรที่ประเทศต้องการสำหรับการบริหารประเทศที่มีประสิทธิภาพ

กลุ่มรายได้สูงสุดดังกล่าวประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง เช่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ตลอดจนผู้ที่ทำงานในภาคบริการทางการเงิน และผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น ทนายความ แพทย์ และนักบัญชี

อย่างไรก็ตาม เงินเดือนรัฐมนตรีไม่ได้เทียบเท่ากับรายได้ของกลุ่มผู้มีรายได้สูงสุดโดยตรง แต่มีการ หักส่วนลด 40% จากค่ามัธยฐานของรายได้กลุ่มดังกล่าว เพื่อสะท้อนหลักการและจิตวิญญาณของการทำงานรับใช้สาธารณะ

ค่าตอบแทนของรัฐมนตรีประกอบด้วยเงินเดือนประจำและส่วนที่เป็นค่าตอบแทนผันแปร โดยเงินเดือนประจำรวมเงินเดือนรายเดือนและโบนัสเดือนที่ 13 ส่วนค่าตอบแทนผันแปรประกอบด้วยโบนัสตามผลงาน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนด โบนัสประจำปีที่เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจของประเทศ และ “โบนัสแห่งชาติ”

โบนัสแห่งชาติจะกำหนดไว้ที่ระดับเทียบเท่าเงินเดือน 3 เดือน หากรัฐบาลบรรลุเป้าหมายด้านเศรษฐกิจและสังคม 4 ตัวชี้วัด ได้แก่ การเติบโตของรายได้มัธยฐานที่แท้จริง การเติบโตของรายได้ของประชาชนกลุ่มล่างสุด 20% อัตราการว่างงาน และการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ที่แท้จริง

รัฐบาลสิงคโปร์ให้เหตุผลมาโดยตลอดว่า การจ่ายค่าตอบแทนในระดับสูงมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถจากภาคเอกชนเข้าสู่การเมือง และลดแรงจูงใจในการทุจริต โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คดีทุจริตของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในสิงคโปร์เกิดขึ้นไม่บ่อย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในหมู่ประชาชน เนื่องจากช่องว่างระหว่างรายได้ของผู้นำทางการเมืองกับรายได้ของประชาชนทั่วไปมีขนาดค่อนข้างมาก ข้อมูลจาก PoliticalSalaries.com ระบุว่า สิงคโปร์มีผู้นำทางการเมืองที่ได้รับค่าตอบแทนสูงที่สุดในโลก โดยผู้บริหารประเทศระดับสูงของฮ่องกงอยู่ในอันดับสอง ตามด้วยประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้รับค่าตอบแทนประมาณ 230,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้รับ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี.

ที่มา The Straits Times / Reuters

Leave a comment