BDI ปักหมุดอนาคต ‘มนุษย์–AI’ ชู 3 มิติ ‘ปั้นคน–เชื่อมข้อมูล–เสริมธรรมาภิบาล’ หนุนไทยทรานส์ฟอร์มสู่ Data-Driven Nation

8 กันยายน 2569 เวลา 06:00 น.

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เดินหน้ายกระดับศักยภาพด้านดิจิทัลของประเทศ จัดงานสัมมนา “BDI Seminar 2026 : Human-AI Synergy ค้นหาสมดุลของมนุษย์และ AI” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมองเชิงนโยบาย และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ พร้อมชู 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การยกระดับทุนมนุษย์ การเสริมวิสัยทัศน์ด้าน AI และการสร้างธรรมาภิบาล AI เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทุกภาคส่วนสามารถประยุกต์ใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสม และรับผิดชอบ พร้อมเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Data-Driven Nation อย่างยั่งยืน

ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการ BDI กล่าวเปิดงานในหัวข้อ “Resilient Thailand: Data Stories” ว่า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI กำลังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดแรงงานทั่วโลก ประเทศไทยจึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมทั้ง Data Capability และ Human Capability เพื่อสร้าง ‘Thailand Resilience’ ให้ประเทศรับมือกับความท้าทายได้อย่างยืดหยุ่น โดย BDI ได้เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง D2 (Data Integration and Intelligence Platform) เพื่อทลายไซโลข้อมูลภาครัฐ ด้วยกลไกการเชื่อมโยงแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) โดยไม่ดึงฐานข้อมูลมาเก็บไว้ส่วนกลาง เพื่อลดความซ้ำซ้อน พร้อมขับเคลื่อนร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. …. ซึ่ง ครม. มีมติเห็นชอบหลักการแล้วและอยู่ระหว่างรอประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นกลไกทางกฎหมายในการอำนวยความสะดวกและกำหนดกรอบการทำงานร่วมกันของภาครัฐ

“เพื่อขับเคลื่อน Ecosystem นี้อย่างเป็นรูปธรรม BDI ได้ประเดิมแผนเร่งด่วนด้วยการนำร่องเชื่อมโยง 118 ชุดข้อมูลด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติธรรมชาติจาก 52 หน่วยงานภาครัฐ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนหลังระเบียบฯ ประกาศใช้ ก่อนจะขยายผลสู่ชุดข้อมูลมูลค่าสูง (High Value Data) ในประเด็นสำคัญอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองทางสังคม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลของ BDI เข้าไปสนับสนุนภาครัฐในการวิเคราะห์และเปลี่ยนข้อมูลให้ใช้ซ้ำได้ เพื่อให้คน ข้อมูล และ AI สามารถผสานพลังทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”

Mr.Oleksiy Sluchynsky, Senior Economist, World Bank Group กล่าวว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยสนับสนุนงานบริหารอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการทำงานของภาครัฐ โดยมีกรณีศึกษาจากหลายประเทศ อาทิ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ และเนเธอร์แลนด์ ที่สะท้อนแนวทางการนำข้อมูลและ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การจัดสรรทรัพยากร และการให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการยกระดับ ระบบคุ้มครองทางสังคม ซึ่งประสบการณ์จากกรณีศึกษาเหล่านี้สามารถเป็นบทเรียนสำหรับประเทศไทยในการต่อยอดการใช้ข้อมูลและ AI เพื่อพัฒนานโยบายและโครงการภาครัฐให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน การนำ AI มาใช้ในบริการสาธารณะจำเป็นต้องคำนึงถึงความเสี่ยงและความปลอดภัย รวมถึงคุณภาพของข้อมูล ระบบ และกรอบธรรมาภิบาลที่เหมาะสม เพื่อให้ AI สามารถสร้างประสิทธิภาพ นวัตกรรม และประโยชน์ต่อประชาชนได้ในระยะยาว

ดร.ยุทธศาสตร์ นิธิไพจิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มดิจิทัล บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การนำ AI มาใช้ในภาครัฐไม่ใช่เพียงเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ต้องมาพร้อมกับการวางกรอบกำกับดูแลตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้การใช้ AI มีความปลอดภัย มีความรับผิดชอบ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ดังนั้น AI Governance และ Data Governance ต้องพัฒนาไปควบคู่กัน ตั้งแต่การกำหนด Use Case การประเมินความเสี่ยง การเตรียมความพร้อมของข้อมูล ไปจนถึงการติดตามและตรวจสอบการทำงานของระบบ ขณะเดียวกัน ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการจัดลำดับความเสี่ยง การบูรณาการระบบและการทำงานร่วมกัน เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร โดยมีหลักสำคัญคือ Data First และ AI Governance From Day 1 เพื่อให้การพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI สามารถขยายผลได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเจาะลึกประเด็นสำคัญครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการเตรียมความพร้อมด้าน Sovereign AI ของประเทศไทย, Roadmap การยกระดับทักษะแรงงานในยุค AI, การสำรวจกรอบกฎหมาย จริยธรรม และความรับผิดชอบในการใช้ AI, เทรนด์และการสาธิตการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย AI , ตลอดจนการถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากบุคลากร BDI ในการนำ AI มาพลิกโฉมการทำงานในหลากหลายสายงานองค์กร เช่น ทรัพยากรบุคคล กฎหมาย งานเลขาฯ และนโยบายและแผน ปิดท้ายด้วย Workshop การประยุกต์ใช้ AI Agent เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและค้นหา Insight เชิงลึก เป็นต้น

Leave a comment