9 กันยายน 2569 เวลา 13:21 น.

‘คปท.’ บุกสภาฯ จี้ ‘โสภณ’ ชง ’ประธานศาลฎีกา‘ ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ สอบปม ’ป.ป.ช.‘ ชี้มูล ’ศักดิ์สยาม‘ ตรงข้าม ’คำวินิจฉัยศาลรธน.’ ซัดตั้งคกก. ตรวจสอบพิเศษ ‘เตะถ่วงคดี – อุ้มช่วยเหลือ’ เชื่อเพิ่มน้ำหนักฮึ่มปลุกประชาชนลงถนน
วันที่ 9 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 10.20 น. ที่รัฐสภา นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) พร้อมคณะเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ผ่านพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา โดยนายพิชิต กล่าวว่า ตนขอเรียกร้องให้ประธานรัฐสภา ส่งคำร้องของคปท. ที่ยื่นให้ผู้นำฝ่ายค้านและสว. ร่วมกันลงชื่อ เพื่อส่งผลคำวินิจฉัยของป.ป.ช. กรณีนายศักดิ์ สยามชิดชอบ ซึ่งตรงข้ามกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เคยปรากฏแบบนี้มาก่อน ทั้งนี้การใช้สิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภาร่วมกันในการลงชื่อเป็นเจตจำนงของรัฐธรรมนูญที่ให้สมาชิกรัฐสภาเข้ามาตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. ซึ่งสส.และสว. ได้ลงชื่อเรียบร้อยแล้ว และได้ยื่นต่อประธานรัฐสภา ซึ่งหน้าที่ของประธานรัฐสภาคือการตรวจสอบว่าลงชื่อครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ ก่อนที่จะส่งไปยังประธานศาลฎีกา ในการตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบ แต่ประธานรัฐสภา กลับไปตั้งกรรมการชุดพิเศษเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง การกระทำแบบนี้เท่ากับประธานรัฐสภา ทำตัวเป็นผู้พิพากษาเสียเองโดย คปท. เห็นว่า การตั้งกรรมการของประธานรัฐสภาเท่ากับเป็นการถ่วงเวลา เป็นการทำลายเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญที่ให้รัฐสภา ตรวจสอบองค์กรอิสระ
นายพิชิต กล่าวต่อว่า วันนี้คปท. จึงขอเรียกร้องไปยังประธานรัฐสภา ให้รีบส่งคำร้องของสมาชิกรัฐสภาที่ลงชื่อให้ประธานศาลฎีกา ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระโดยเร่งด่วน และไม่ควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวน โดยย้ำว่าเจตจำนงของสส. และสว. ควรจะมีอำนาจในการยื่นตรงไม่ควรมีกรรมการอำนาจพิเศษ ซึ่งคืออำนาจพิเศษที่ประธานรัฐสภากำลังถ่วงเวลา และเรากลัวว่ากรรมการพิเศษที่เป็นคนนอก จะตัดตอน บิดเบือนข้อเท็จจริงบางอย่าง ทำให้ข้อเท็จจริงเลือนหายก่อนไปสู่ประธานศาลฎีกา

ด้านพล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ตนจะแจ้งให้ประธานรัฐสภารับทราบ ซึ่งขณะนี้ประธานรัฐสภาได้พิจารณาคำร้องดังกล่าวและแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในการ ช่วยพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อประกอบดุลพินิจของประธานรัฐสภา ดังนั้นอาจจะช้า แต่ขอยืนยันว่าช้าและถูกต้องถูกระเบียบดีกว่าเร็วแล้วอาจจะไม่ถูกต้องหรืออาจเกิดความเสียหายอาจเกิดความ
นายพิชิต กล่าวถึงกรณีของนายศักดิ์สยามว่า หลังจากที่ได้ฟังความคืบหน้าจากพลตำรวจตรี วิชัย เรื่องนี้แทบไม่มีความคืบหน้า เพราะสิ่งที่เรามายื่นในวันนี้เพื่อไม่อยากให้ประธานรัฐสภาตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพราะมองว่าเป็นการเตะถ่วงเวลา ส่วนที่มีการอธิบายว่าเพื่อเป็นการพิจารณาที่รอบคอบ ซึ่งข้อเท็จจริงตนมองว่าเรื่องนี้มันมีความรอบคอบอยู่แล้วตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
“ผมไม่ไว้วางใจกับคณะกรรมการชุดดังกล่าว รวมถึงประธานรัฐสภา เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทย และมีความใกล้ชิดกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ดังนั้นสังคมจึงตั้งคำถามว่าเป็นการฟอกผิดหรือการถ่วงเวลาเพื่อพวกตัวเองหรือไม่ รวมถึงเป็นการหมกเม็ด หรือช่วยเหลือนายศักดิ์สยามหรือไม่” นายพิชิต กล่าว

เมื่อถามถึงการตั้งกรอบระยะเวลาในการดำเนินการเรื่องนี้นั้น นายพิชิต กล่าวว่า เราจะเริ่มปฏิบัติการพร้อมกับการเคลื่อนไหวใหญ่ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่จะเข้าร่วมในการเคลื่อนไหวเอาประเทศไทยคืนมา และเป็นการรวมพลังในทุกประเด็นและเราจะร่วมเปิดโปงข้อเท็จจริงในหลายประเด็น
เมื่อถามว่าเรื่องของนายศักดิ์สยาม จะมีน้ำหนักจนสามารถปลุกมวลชนออกมาเคลื่อนไหวได้หรือไม่ นายพิชิต กล่าวว่า จะเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ไปพ่วงกับอีกหลายประเด็น ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับพรรคภูมิใจไทย ทั้งโกงสอบท้องถิ่น ฮั้ว สว. ซึ่งหากเรื่องของนายศักดิ์สยาม อธิบายไม่ชัดเจนจะกลายเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับมวลชนได้ตั้งคำถามและขยับออกมาร่วมกับเราได้มากเพิ่มเติม