ถกเครียดทูตอิสราเอล สีหศักดิ์กร้าว ต้องเคารพกฎหมายไทย

9 กันยายน 2569 เวลา 06:00 น.

ถกเครียดทูตอิสราเอล สีหศักดิ์กร้าว ต้องเคารพกฎหมายไทย ฉะเชิงเทรารื้อ‘สุสานยิว’ ภูเก็ตฮือต้านงานปีใหม่

สีหศักดิ์” เรียกทูตอิสราเอล ถกปมชาวยิว ละเมิดกฎหมายไทย ย้ำบังคับใช้กฎหมายเข้ม จี้ทูตฯ ยกระดับคุมพฤติกรรมพลเมืองที่เข้ามาในไทย ด้านพลพีร์ สั่งล้อมคอกตรวจสุสาน-ฌาปนกิจทั่วประเทศ 1,200 แห่ง มีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ขณะที่ ผวจ.ฉะเชิงเทรา สั่งรื้อถอนสุสานชาวยิว ภายใน 7 วัน

เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ กล่าวภายหลังเชิญนางอะโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ (Alona Fisher-Kamm) เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เข้าพบ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาวอิสราเอลในประเทศไทย ว่าประเด็นที่พูดกันคือเรื่องความกังวลของคนไทยต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับชาวอิสราเอลที่เข้ามาท่องเที่ยวหรือทำงาน ประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยมีชาวอิสราเอลที่เข้ามาประกอบธุรกิจและอยู่ระยะยาวในไทย กระทำการละเมิดกฎหมายไทย จนเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทุกคนได้รับทราบแล้ว

นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ได้ชี้แจงกับทูตอิสราเอลให้ทราบว่าชาวอิสราเอลที่เข้ามาในไทย มีพฤติกรรมบางอย่างที่กระทบกับความรู้สึก วัฒนธรรม ประเพณี และความเป็นอยู่ของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรวมตัวกันของชาวอิสราเอลเป็นชุมชนใน จ.พังงาและภูเก็ตเป็นเรื่องที่เรานิ่งนอนใจไม่ได้ และต้องการให้เขาเคารพกฎระเบียบ วัฒนธรรม ประเพณีของไทยให้มากขึ้น สำหรับกรณีที่เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ฝ่ายไทยจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อชาวอิสราเอล เพราะไม่ว่าจะเป็นคนประเทศไหนก็ตาม หากกระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย เราต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งเห็นได้จากการเนรเทศชาวอิสราเอล 1 ราย และชาวฝรั่งเศส 1 ราย

“ประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่การต้อนรับนั้นไม่ได้หมายความว่านักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นชาติไหนก็ตามจะสามารถทำอะไรในประเทศไทยก็ได้ แต่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา ต้องเข้าใจวัฒนธรรม ประเพณีของประเทศไทย เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ ก็ต้องเคารพกฎหมาย ประเพณี และค่านิยมของประเทศนั้นๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วกระทบกับความรู้สึกของคนไทย แต่ไม่ได้เหมารวมว่าเป็นการกระทำของชาวอิสราเอลทั้งหมด” นายสีหศักดิ์ กล่าว

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า เอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ได้รับทราบปัญหาและยืนยันว่าเขาไม่ได้นิ่งนอนใจ รวมถึงมีการลงพื้นที่และชี้แจงแต่ตนมองว่าการดำเนินการต่างๆ ของอิสราเอลต้องยกระดับให้เข้มข้นมากขึ้น และต้องร่วมมือกับไทย เพราะหากไม่ทำอะไรในการแก้ไขปัญหาจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ เพราะไทยและอิสราเอลมีความร่วมมือกันหลายด้าน ทั้งการเกษตร และแรงงานที่มีคนไทยไปทำงานในอิสราเอลกว่า 60,000 คน ดังนั้นเราต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ระบุว่าฝ่ายอิสราเอลได้จัดทำเอกสารให้ข้อมูลแก่ชาวอิสราเอลที่จะเดินทางมาในประเทศไทยได้รับข้อมูลถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในประเทศไทย ซึ่งเอกสารเหล่านี้ถูกเผยแพร่แจกจ่ายแก่ชาวอิสราเอลผ่านสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล สถานกงสุลที่เมืองหลวง บริษัททัวร์ รวมถึงสายการบินของอิสราเอลด้วย

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การพูดคุยกันเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา และให้ฝ่ายอิสราเอลรับทราบเข้าใจปัญหา ได้ขอให้เอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ อย่านิ่งนอนใจและต้องอธิบายให้พลเมืองของเขาเข้าใจถึงความรู้สึกของคนไทย เพราะการท่องเที่ยวไทย แม้เป็นสิ่งที่ไทยให้ความสำคัญ ไม่ใช่เรื่องรายได้อย่างเดียว แต่ต้องเคารพในศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของไทย

ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีสุสานชาวยิว ในพื้นที่จ.ฉะเชิงเทรา ภายหลัง ผวจ.ฉะเชิงเทรา มีคำสั่งให้นำร่างผู้ที่ถูกฝังออกจากสุสานดังกล่าว ในช่วงที่สุสานไม่ได้รับอนุญาต ว่ามีการฝังร่าง 4 ร่าง ซึ่งชัดเจนว่า 3 ร่าง ฝังช่วงที่ไม่มีใบอนุญาต ต้องย้ายร่างออก ขณะนี้กำลังพิสูจน์อีก 1 ร่าง ว่าฝังอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยพื้นที่แปลงนั้น ไม่สามารถใช้เป็นสุสานได้อีก เพราะองค์ประกอบเรื่องระยะห่างจากถนน และแหล่งน้ำ ผิดองค์ประกอบสุสานอย่างชัดเจน

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ส่วนสุสานชาวยิวที่ถนนเจริญกรุง กทม.ตรวจสอบแล้วพบว่ามีร่างชาวยิวฝังอยู่ทั้งหมด 49 ร่าง เชื่อมกับอีกสุสานที่มีกำแพงกั้น ได้ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบว่าการเชื่อมกันสามารถทำได้หรือไม่ เพราะหนึ่งแปลงอาจมีใบอนุญาตแต่อีกหนึ่งแปลงอาจไม่มี นอกจากนี้ได้สั่งให้ตรวจสอบสุสานทั่วประเทศ จากรายงานเบื้องต้นทราบว่าสุสานโบสถ์ฌาปนกิจทั่วประเทศมี 1,200 แห่ง ซึ่งไม่ใช่ของชาวยิวทั้งหมด เป็นของทุกศาสนาไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ศาสนาใดศาสนาหนึ่ง กำลังขอรายละเอียดว่าแต่ละที่มีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ หมดอายุแล้วหรือไม่ แล้วใครเป็นคนขออนุญาต และในวันที่ 10 กันยายนนี้ ก็จะลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทราด้วยตัวเองเพื่อติดตามความคืบหน้า

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ข้อสงสัยของหลายคนว่าทำไมชาวต่างชาติสามารถจดทะเบียนสุสานได้นั้น บริษัท กาน ชาบาด ผู้ก่อตั้งมี 3 คนเป็นชาวอิสราเอลที่มีสัญชาติไทยทั้งหมด และเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ และอีกหลายๆแปลงรวมถึงชาบาด จ.ภูเก็ตตอนนี้ได้ตรวจสอบเครือข่ายชาวอิสราเอล ที่คาดว่าจะเป็นนอมินี หรือทำผิดกฎหมาย โดยสถานที่ซึ่งเราสงสัยคือ จ.ฉะเชิงเทรา รวมถึงแปลงที่กำลังสร้างชาบาด ถนนสุขุมวิท ตรงไหนผิดกฎหมายก็จะดำเนินการทีเดียว

“เรื่องสัญชาติไม่ได้วิตกอะไรเพราะเป็นชาวต่างชาติที่มีสัญชาติไทยที่กฎหมายไทยควบคุมอยู่แล้วไม่ว่าจะยึดทรัพย์หรือดำเนินคดี แต่หากเลวร้ายมากเราก็สามารถถอนสัญชาติและเนรเทศได้แต่ขอทำทีละขั้นตอน ทำเรื่องโครงข่ายให้สมบูรณ์ก่อนแล้วค่อยดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยวันที่ 15 กันยายนนี้ จะหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงวิธีการเชื่อมโยงหลังบ้านเรื่องนอมินีทุนเทาต่างๆแล้วรายงานนายกฯต่อไป” นายพลพีร์ กล่าวและว่า กรณีกลุ่มการเมือง นำเรื่องชาวยิว มาเคลื่อนไหวทวงคืนประเทศ นั้น เนื้อหาเป็นเรื่องการเมือง อยากบอกประชาชนว่าไม่ต้องกังวลใจเพราะเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยและนายกฯจริงจังมากและพิสูจน์อยู่แล้วทุกภารกิจที่ออกไป เราไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ชาติใดชาติหนึ่ง เราทำหมดเลย

อีกด้านหนึ่ง อบต.เสม็ด จ.ฉะเชิงเทรา ได้ติดป้ายประกาศกำหนดพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ บริเวณสุสานชาวยิว ในพื้นที่หมู่ 2 ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โฉนดเลขที่ 37828 เพื่อแจ้งผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งมีบริษัท กานชาบาด จำกัด เป็นผู้ครอบครอง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง และคูคลอง ทราบถึงการกำหนดพื้นที่ดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ โดยระบุว่าการดำเนินกิจการเกี่ยวกับสุสานและฌาปนสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการกระทำในลักษณะเดียวกัน ให้ถือเป็นแหล่งก่อเหตุรำคาญในพื้นที่

ขณะเดียวกัน ประกาศได้ห้ามการฝังศพหรือจัดการซากศพด้วยวิธีที่ก่อให้เกิดกลิ่น เถ้า หรือมลพิษออกสู่บรรยากาศในปริมาณที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง รวมถึงห้ามจัดการสิ่งปฏิกูลหรือของเสียจากกิจการสุสานและฌาปนสถานอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ นอกจากนี้ยังให้อำนาจเจ้าพนักงานท้องถิ่นควบคุม กำกับดูแล และสั่งการให้ผู้ครอบครองหรือผู้ดำเนินกิจการปรับปรุง แก้ไข หรือระงับเหตุรำคาญตามประกาศ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จะมีโทษตามกฎหมาย

ต่อมานายเอกราช กฤตยพงษ์ นายอำเภอบางคล้า พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้อง ประชุมร่วมกัน ก่อนจะออกคำสั่งลงนามโดยนางฉัตรประอร นิยม ผวจ.ฉะเชิงเทรา ชี้แจงทุกฝ่ายรับทราบ ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และเคลื่อนย้ายสถานที่ฝังศพภายใน 7 วัน โดยบริษัทผู้ถูกคำสั่งมีสิทธิอุทธรณ์ภายใน 15 วันตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม กรอบเวลา 7 วันที่ระบุในคำสั่งรื้อถอน เจ้าพนักงานยังไม่สามารถเข้าไปบังคับรื้อถอนได้ทันที โดยต้องรอให้บริษัท มารับทราบและลงนามรับหนังสือคำสั่ง ก่อน รวมทั้งยังมีสิทธิอุทธรณ์ภายใน 15 วัน

ทั้งนี้ นายอำเภอบางคล้าได้มอบหมายให้ อบต.เสม็ดใต้ เร่งติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณถนนด้านหน้าสุสาน เพื่อเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีที่อาจมีการนำศพเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือละเมิดคำสั่งของเจ้าพนักงานหรือไม่

ที่ จ.ภูเก็ต วันเดียวกัน นายสยามพงษ์ คงราช ผู้ใหญ่บ้าน ต.กมลา พร้อมด้วยผู้แทนกลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต ยื่นหนังสือถึง ผวจ.ภูเก็ต คัดค้านการจัดงานปีใหม่ชาวยิวและพิธีชำระล้างบาป ที่ชาบาดป่าตองและโรงแรมในพื้นที่ ในวันที่ 11 กันยายนนี้ โดยมีนายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต รักษาราชการปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นตัวแทน ผวจ.ภูเก็ต รับหนังสือ ซึ่งนายสยามพงษ์ระบุว่า ชาวบ้านมีความกังวลเรื่องของความปลอดภัย และหวั่นเกรงว่าภูเก็ต จะตกเป็นเป้าความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยอ้างกระแสข่าวว่ามีผู้เข้าร่วมงานราว 2,000 คน พร้อมยืนยันการเคลื่อนไหวไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางศาสนา และไม่มีฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลัง อยากให้หน่วยงานภาครัฐตรวจสอบการจัดกิจกรรม การเข้ามาของคนที่จะร่วมงาน ว่าเป็นกลุ่มไหนบ้าง และที่อ้างว่าเคยจัดกิจกรรมมาแล้ว แต่เนื่องจากสถานการณ์ไม่เหมือนเดิม จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ เข้าใจดีว่าภูเก็ตต้องการเรื่องการท่องเที่ยว แต่อย่าเน้นปริมาณโดยไม่สนใจคุณภาพ

ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทย ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกรณีที่ รมว.มหาดไทย มีคำสั่งเนรเทศนายเควินดิมิโน (MR.KEVIN DIMINO) สัญชาติฝรั่งเศส ออกนอกราชอาณาจักร ว่านายเควิน มีพฤติกรรมเข้าไปคุกคาม ตามคำขอร้องของเยาวชนและครูโรงเรียนสอนภาษาในพื้นที่ ใช้กำลังทำร้ายร่างกายบุคคลสัญชาติภูฏาน จนได้รับบาดเจ็บบริเวณขา และนำมีดพกติดตัวมาข่มขู่ด้วย มีพฤติกรรมดูถูก เยาะเย้ย และใช้ถ้อยคำหยาบคาย บริเวณสถานที่ของเอกชนในพื้นที่ ใช้กำลังทำร้ายร่างกายและเอาน้ำป้ายใส่หน้านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมทั้งใช้ถ้อยคำไม่สุภาพต่อครอบครัวของบุคคลดังกล่าว

นอกจากนี้ได้โพสต์ข้อความเชิญชวนให้บุคคลที่ต่อต้านหรือไม่ชอบชาวต่างชาติประเทศหนึ่ง ให้มาใช้พื้นที่สวนสัตว์ของตนเอง และความคิดเห็นดูถูกในเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ศาสนา ต่อให้มีเสรีภาพว่าอะไรก็ตามก็เป็นประเทศของคนอื่น มีแบบแผน เชื้อชาติ ศาสนา และการเมือง ถูกพนักงานต้อนรับของโรงแรมเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวลงจากเครื่องบินโดยสารภายในประเทศเนื่องจากข่มขู่ผู้โดยสารในเครื่องบินด้วยกัน จึงเห็นได้ว่าพฤติกรรมดังกล่าว เป็นการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี ความผาสุกของประชาชน อีกทั้งยังสร้างความแตกแยกในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา อาจทำให้เสื่อมเสียความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังนั้นเพื่อรักษาไว้ซึ่งรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และเพื่อสร้างความสงบสุขและความปลอดภัยในสังคม และคนต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย จึงมีเหตุจำเป็นที่ต้องสั่งเนรเทศนายเควิน ออกนอกราชอาณาจักร

กระทรวงมหาดไทย ขอเรียนยืนยันว่าการออกคำสั่งเนรเทศมีมาตรฐานเดียวโดยพิจารณาจากพฤติการณ์ความผิดเป็นหลัก มิได้เจาะจงหรือเลือกปฏิบัติจากสัญชาติ ขอให้ประชาชน สื่อมวลชน ตลอดจนองค์การระหว่างประเทศ เชื่อมั่นว่ากระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลไทย จะบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวกับชาวต่างชาติทุกสัญชาติอย่างเท่าเทียมด้วยความเป็นธรรม

Leave a comment