หมอวรงค์ ชำแหละงบเยียวยาภัยพิบัติ ซัดรัฐบาลผลาญงบฯ ทำประกันแพงสุดในโลก

9 กันยายน 2569 เวลา 13:52 น.

“หมอวรงค์”ชำแหละงบเยียวยาภัยพิบัต สับ“นายกฯ”อ้างปีละ 4 หมื่นล้าน แต่จริงเฉลี่ย 9.8 พันล้าน ซัด รัฐบาลทำประกันภัยพิบัติ 1.55 หมื่นล้าน เบี้ยสูง 20% แพงสุดในโลก หวั่นมีคนหวังคอมมิชชั่น

วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 11.07 น. ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายมาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย โดย ขอตัดงบประมาณ 10% เน้นสื่อสารไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อมระบุว่า ความรู้สึกของประชาชนไม่ได้ต้องการการเยียวยา แต่ต้องการไม่ให้เกิดภัยพิบัติ ดังนั้นภารกิจสำคัญของ ปภ.คือการป้องกันภัยพิบัติ สิ่งสำคัญที่ตนอยากสื่อสารคือ ข้อมูลความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติ ฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายราชการต้องการทำ เพราะข้อมูลที่ผ่านมาไม่ถูกต้อง อาทิเช่น ที่นายกรัฐมนตรีเคยระบุว่า เราเสียค่าเยียวยาปีละ 4 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อมาดูเอกสารจริง ตัวเลขดังกล่าวเป็นการรวมทั้งหมด 4 ปี เมื่อเฉลี่ยออกมาเหลือเพียงปีละ 9,877 ล้านบาท แต่การที่นายกรัฐมนตรีออกมาตรการทำประกันภัยพิบัติ วงเงิน 15,500 ล้านบาท ตนมองว่าไม่สมเหตุสมผล และไม่แฟร์กับประชาชน เพราะเป็นการอ้างอิงจากตัวเลขของปี 2569 ปีเดียว

นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตามหลักวิชาการในเรื่องสัดส่วนเบี้ยประกันต่อทุนประกัน วงเงิน 15,500 ล้านบาท สัดส่วนทุนประกันอยู่ที่ 75,000 ล้านบาท คิดเป็น 20% เท่ากับว่า ภัยพิบัติใหญ่ของประเทศเฉลี่ยจะเกิด 5 ปีต่อ 1 ครั้ง ต้องถามว่ามันเป็นไปได้หรือไม่ นอกจากนี้ ค่าเฉลี่ยของทั่วโลก การทำประกันภัยพิบัติในแต่ละประเทศ รวมถึงธนาคารโลก มีค่าเฉลี่ยสัดส่วนทุนประกันอยู่ที่ 4-8% แต่รัฐบาลชุดนี้ปล่อยงบออกไป 20% ถือว่าแพงที่สุดในโลก ประเด็นคือ ไม่ควรนำภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในแต่ละปีมาคิดคำนวณ

นพ.วรงค์ เสนอว่า รัฐบาลควรทำตามมาตรฐานของหลายประเทศทั่วโลก โดยยกตัวอย่างว่า หากวงเงินประกัน 15,500 ล้านบาทเก็บเข้ากองทุน 5 พันล้านบาท ก็ทำประกันกับบริษัทประกัน จะกี่บริษัทก็ได้ หากเกิดความเสียหายในวงเงิน 1 หมื่นกว่าล้าน ก็ใช้เงินกองทุนดูแลได้ หลังจากนั้นค่อยให้บริษัทประกันต่างประเทศเข้ามาดูแล ดังนั้น หากยังเดินหน้าในรูปแบบเดิม ก็เท่ากับเอาภาษีประชาชนไปเสียเปรียบ และประชาชนจะมองว่า มีคนบางกลุ่มต้องการคอมมิชชั่นจากการทำประกัน

Leave a comment