ศาลฎีกาศรีลังกาเพิกถอนอภัยโทษ “พระสงฆ์ชาตินิยม” สั่งกลับเข้าเรือนจำ

ศาลฎีกาศรีลังกาเพิกถอนอภัยโทษ "พระสงฆ์ชาตินิยม" สั่งกลับเข้าเรือนจำ

10 ก.ย. 2569 15:27 น.

ศาลฎีกาศรีลังกาเพิกถอนอภัยโทษ “พระสงฆ์ชาตินิยม” สั่งกลับเข้าเรือนจำ

ศาลฎีกาศรีลังกามีคำพิพากษาเพิกถอนการอภัยโทษของประธานาธิบดี ที่เคยให้แก่ “กาลาโกดาอัตเต ญาณสาระ” พระภิกษุชาตินิยมสุดโต่ง ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 6 ปีจากพฤติกรรมข่มขู่คุกคามภรรยาของนักเขียนการ์ตูนการเมืองที่สูญหาย พร้อมสั่งให้กลับไปรับโทษจำคุกส่วนที่เหลือ โดยศาลชี้ว่าการอภัยโทษดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจโดยพลการและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลฎีกาศรีลังกามีคำพิพากษาวันนี้ (10 ก.ย.) ให้เพิกถอนการอภัยโทษของอดีตประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา ที่มอบให้แก่พระภิกษุ กาลาโกดาอัตเต ญาณสาระ หรือพระญาณสาระ ผู้นำระดับสูงของกลุ่มพุทธพละเสนา หรือ BBS ซึ่งเป็นกลุ่มชาตินิยมชาวพุทธ พร้อมมีคำสั่งให้พระญาณสาระกลับเข้าเรือนจำเพื่อรับโทษจำคุก 6 ปีในส่วนที่เหลือ

คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา 3 คน ซึ่งมีผู้พิพากษาจานัก เด ซิลวา เป็นประธาน วินิจฉัยว่า การอภัยโทษที่อดีตประธานาธิบดีสิริเสนามอบให้พระญาณสาระเมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 เป็นการตัดสินใจที่ “เป็นไปโดยพลการและไม่ชอบด้วยกฎหมาย” พร้อมให้มีผลยกเลิกการอภัยโทษดังกล่าว และคืนโทษจำคุกเดิมของพระญาณสาระ

คดีนี้เกิดจากคำร้องด้านสิทธิขั้นพื้นฐานที่ยื่นโดยศูนย์ทางเลือกนโยบาย หรือ CPA และนางแซนดียา เอกนาลิโกดา ภรรยาของนายปราจีธ เอกนาลิโกดา นักเขียนการ์ตูนการเมืองและนักข่าวที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2553 และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัว

พระญาณสาระถูกศาลตัดสินจำคุก 6 ปี จากพฤติกรรมที่เข้าข่ายดูหมิ่นศาลและข่มขู่ระหว่างการพิจารณาคดีที่ศาลแขวงโฮมากามา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสืบสวนการหายตัวไปของนายปราจีธ เอกนาลิโกดา โดยพระญาณสาระเดินทางไปปรากฏตัวต่อศาลเพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทางทหารที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวนักเขียนการ์ตูนรายนี้

ปราจีธ เอกนาลิโกดา เป็นที่รู้จักจากผลงานการ์ตูนการเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์อดีตประธานาธิบดีมหินทา ราชปักษา ระหว่างการโต้เถียงอย่างรุนแรงภายในศาล พระญาณสาระกล่าวหาปราจีธและภรรยาว่าสนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรงชาวทมิฬ และทำลายชื่อเสียงของกองทัพ

ในเดือนสิงหาคม 2561 ศาลอุทธรณ์ศรีลังกาพิพากษาจำคุกพระญาณสาระรวม 19 ปี โดยให้รับโทษพร้อมกันเหลือ 6 ปี จากพฤติกรรมดูหมิ่นศาลระหว่างการพิจารณาคดีที่ศาลแขวงโฮมากามา ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2561 ศาลฎีกายืนตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ และยืนยันความผิดของพระญาณสาระในข้อหาดูหมิ่นศาล จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในศาลแขวงโฮมากามาเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2559

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 พระญาณสาระได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเวลิกาดา หลังอดีตประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา ใช้อำนาจพระราชทานอภัยโทษให้ แม้พระญาณสาระจะรับโทษจำคุกมาไม่ถึง 1 ปี การตัดสินใจดังกล่าวสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน ซึ่งเห็นว่าเป็นการบั่นทอนหลักนิติธรรม

คำพิพากษาครั้งล่าสุดถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของพระญาณสาระ วัย 51 ปี ซึ่งเป็นพระสงฆ์ชาตินิยมชาวพุทธที่มีบทบาททางการเมืองและสังคมอย่างมาก โดยฝ่ายวิจารณ์กล่าวหาว่าเขามีส่วนทำให้กระแสต่อต้านชาวมุสลิมและความตึงเครียดทางศาสนาในศรีลังกาทวีความรุนแรงขึ้น

แม้ได้รับการปล่อยตัว พระญาณสาระยังคงมีอิทธิพลทางการเมือง โดยในปี 2563 ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษาในขณะนั้น แต่งตั้งให้เขาเป็นประธานคณะกรรมการศึกษาการปฏิรูปกฎหมาย

ต่อมา พระญาณสาระยังต้องรับโทษจำคุกอีก 9 เดือนในคดีแยกต่างหาก จากถ้อยคำที่ถูกมองว่าเป็นการดูหมิ่นศาสนาอิสลามและปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังทางศาสนาในศรีลังกา ซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ นอกจากนี้ พระญาณสาระยังถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระวีราธู พระสงฆ์ชาตินิยมสุดโต่งจากเมียนมา ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีส่วนปลุกกระแสความขัดแย้งทางศาสนาในประเทศ

พระวีราธูเดินทางเยือนศรีลังกาตามคำเชิญของพระญาณสาระ หลังเกิดเหตุจลาจลต่อต้านชาวมุสลิมในปี 2557 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน พระสงฆ์ทั้งสองรูปมักนำเสนอตนเองว่าเป็นผู้ปกป้องพระพุทธศาสนาจากสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “ลัทธิสุดโต่งของอิสลาม” อย่างไรก็ตาม พระญาณสาระปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุจลาจลดังกล่าว

ในการพิจารณาคดีล่าสุด กลุ่ม CPA และนางแซนดียา เอกนาลิโกดา เป็นฝ่ายยื่นคำร้องคัดค้านการอภัยโทษของอดีตประธานาธิบดีสิริเสนา โดยให้เหตุผลว่าการใช้อำนาจดังกล่าวไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย

คำพิพากษาครั้งนี้ทำให้พระญาณสาระต้องกลับเข้าสู่เรือนจำเพื่อรับโทษที่เหลือจากโทษจำคุก 6 ปี และถือเป็นคำตัดสินสำคัญที่ย้ำถึงหลักการใช้อำนาจอภัยโทษของประธานาธิบดีภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักนิติธรรม.

ที่มา AFP / Daily Mirror – Sri Lanka

Leave a comment