โฆษกป้ายแดง สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ย้ำชุมนุมเป็นสิทธิ แต่อย่าเอา ปชช.เป็นเครื่องมือ

10 กันยายน 2569 เวลา 10:51 น.

โฆษก รบ.ป้ายแดงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ก่อนเริ่มทำงาน ย้ำ ชุมนุมเป็นสิทธิ พร้อมรับฟังความเห็นต่าง แต่ขออย่าใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ

เมื่อเวลา 09.09 น.วันที่ 10 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตาศาลยาย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนปฎิบัติหน้าที่ โดยนายเอกภพ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ถือว่าเป็นการมาทำงานที่สำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ ยินดีที่ได้รู้จักและขอฝากเนื้อฝากตัวกับสื่อมวลชนและประชาชนด้วย ซึ่งการทำงานของเราจะเหมือนที่นายกฯเคยพูดไว้ว่า สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน ไม่มีเวลาได้หยุด และได้เตรียมแนวทางการทำงานไว้ล่วงหน้าแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมานัดเคลื่อนไหวทวงคืนประเทศไทย และวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. จะมีการเคลื่อนไหวของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และภาคประชาชนในเรื่องฮั้ว สว. นายเอกภพ กล่าวว่า การชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมหากการชุมนุมนั้นเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ สิ่งที่ตนและทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตั้งใจรับฟัง ความอัดอั้นตันใจความไม่สบายใจและความไม่เข้าใจต่างๆ สามารถส่งข้อมูลมาพูดคุยได้ อยากให้เราขับเคลื่อนเรื่องอะไรหรือนำเรื่องอะไรไปบอกใคร อันนี้เป็นหน้าที่ของเราที่ยินดีจะทำ ในส่วนของการเคลื่อนไหวที่มีประเด็นทางการเมือง ที่มีความต้องการผลทางการเมืองบางอย่าง อยากให้ประชาชนดูให้รอบด้าน เพราะการดำเนินการที่หวังผลทางการเมืองอาจจะใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ การออกมาเคลื่อนไหวแล้วมีผลประโยชน์มีคะแนนกับกลุ่มการเมืองนั้น ต้องดูว่ากิจกรรมแต่ละอย่างประชาชนได้ผลหรือประโยชน์อย่างไร

“ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวทางการเมือง ประชาชน ถูกนำมาเป็นเครื่องมือ หรือประชาชนเสียสละออกมาเคลื่อนไหว มีการเสียชีวิตและบาดเจ็บถูกดำเนินคดี หรือบางคนยังอยู่ในเรือนจำ ตรงนี้ผมคิดว่าคนที่อยู่ในแวดวงการเมือง ต้องตระหนักให้เยอะว่าประชาชนเสียสละมามากพอแล้ว หากคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองสามารถพูดคุยกันในระบบ ในสภา ในช่องทางที่มีจุดหมาย มีระเบียบรองรับ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดกับประเทศชาติ ที่กำลังเผชิญกับภัยที่ใหญ่กว่า คือภัยที่เกิดจากความไม่แน่นอนในโลกใบนี้ ทั้งเรื่องสงคราม การค้า ภัยพิบัติ จึงอยากชวนทุกคนให้ช่วยกัน ขับเคลื่อนประเทศไทยให้ได้อย่างต่อเนื่อง”นายเอกภพ กล่าว

Leave a comment