ทำได้จริงหรือ? ทรัมป์ลั่นให้คนละ 5,000 ดอลลาร์ ถ้ารีพับลิกันชนะเลือกตั้ง

ทำได้จริงหรือ? ทรัมป์ลั่นให้คนละ 5,000 ดอลลาร์ ถ้ารีพับลิกันชนะเลือกตั้ง

11 ก.ย. 2569 06:07 น.

ทำได้จริงหรือ? ทรัมป์ลั่นให้คนละ 5,000 ดอลลาร์ ถ้ารีพับลิกันชนะเลือกตั้ง

โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแจกเงินให้ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันทุกคน คนละ 5,000 ดอลลาร์ถ้าพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งกลางเทอม แต่แผนการนี้จะเข้าข่ายการซื้อเสียงตามกฎหมายสหรัฐฯ หรือไม่ และหากทำได้จริง ทรัมป์จะไปหาเงินจากไหนมาแจก?

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสนอจะมอบเงินจำนวน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 165,000 บาท) ให้แก่ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันทุกคน หากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่ชัดเจนว่าแผนดังกล่าวจะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หรือเขาจะนำงบประมาณมาจากไหน

ถ้อยแถลงของเขาเรียกเสียงปรบมืออย่างกึกก้องจากบรรดาผู้สนับสนุนในการประชุมพรรคเมื่อคืนวันพุธ แม้ว่าฝ่ายเดโมแครตจะออกมาประณามว่าเป็นเพียง “คำสัญญาที่ว่างเปล่า” ก็ตาม

ทรัมป์ยังกล่าวต่อที่ประชุมพรรครีพับลิกันอีกว่า เงินดังกล่าวจะต้องนำไปใช้จ่ายภายในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการกำกับดูแลเงื่อนไขนี้อย่างไร

ด้าน เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เสนอนัยว่า เงินดังกล่าวอาจมาจากรายได้การจัดเก็บภาษีศุลกากร และเช็คเงินสดนี้จะไม่ถูกส่งไปยังชาวอเมริกันที่มีฐานะร่ำรวย

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขึ้นเวทีหาเสียงที่เทกซัส
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขึ้นเวทีหาเสียงที่เทกซัส

คำสัญญาแจกเงินถูกกฎหมายหรือไม่?

ภายใต้กฎหมายรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ การมอบเงินโดยมีเจตนาเพื่อจูงใจหรือส่งผลต่อการลงคะแนนเสียงของบุคคลถือเป็นเรื่อง “ผิดกฎหมาย” อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนระบุว่า ข้อเสนอที่ทรัมป์กล่าวในรัฐเทกซัสเมื่อวันพุธ หากมองในมุมคล้ายกับสัญญาในการลดภาษี ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ตามกฎหมาย

ดร. โจน มาโฮนีย์ อาจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า เธอคิดว่าข้อเสนอนี้น่าจะถูกกฎหมาย แม้เธอจะกล่าวว่านักการเมือง “มักจะไม่เสนออย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้” ก็ตาม

“ในมุมหนึ่ง มันฟังดูเหมือนการติดสินบน ‘เลือกรีพับลิกันสิ แล้วคุณจะได้เงิน’ ซึ่งนั่นผิดกฎหมายอย่างแน่นอน” ดร.มาโฮนีย์ “แต่อีกมุมหนึ่ง เงินนี้มอบให้แก่ทุกคนโดยไม่เกี่ยงว่าพวกเขาจะลงคะแนนให้ใคร ดังนั้นในแง่นี้มันจึงไม่ใช่การติดสินบน”

“ฉันคิดว่ามันน่าจะถูกกฎหมาย มันเป็นคำมั่นสัญญาในการหาเสียงประเภทเดียวกับการพูดว่า ‘ถ้าพรรคของฉันชนะ เราจะลดภาษี’ ซึ่งทุกพรรคก็ทำกันเป็นประจำ… และนั่นก็เป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายอย่างสมบูรณ์”

แต่ ลอเรล แรปป์ ผู้อำนวยการแผนกสหรัฐฯ และอเมริกาเหนือ จากสถาบัน “แชทแทมเฮาส์” บอกกับบีบีซีว่า ข้อเสนอของทรัมป์ดูเหมือนจะเป็น “ข้อตกลงเชิงแลกเปลี่ยนที่มีลักษณะเฉพาะและแตกต่างอย่างมาก” จากสัญญาหาเสียงทั่วไปที่ผู้สมัครมักใช้ในช่วงเลือกตั้ง

เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ
เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ถ้าทำได้จริงต้องใช้งบประมาณเท่าใด?

นอกจากประเด็นทางกฎหมายที่ยังคลุมเครือแล้ว หลายฝ่ายยังตั้งคำถามว่าการแจกเงินดังกล่าว “มีความเป็นไปได้ทางการเงินหรือไม่” ในสภาวะที่หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ กำลังเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสงครามในอิหร่าน

ปัจจุบัน สหรัฐฯ มีประชากรวัยผู้ใหญ่เกือบ 270 ล้านคน ซึ่งหมายความว่าการจ่ายเงินคนละ 5,000 ดอลลาร์ จะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงถึงราว 1.3 ล้านล้านดอลลาร์

สภาคองเกรสเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการใช้จ่ายงบประมาณในสหรัฐฯ แต่ประธานาธิบดีไม่ได้ระบุว่าเขาวางแผนจะขออนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติอย่างไร และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกล่าวว่า เป็นไปได้ยากที่เขาจะอนุมัติเงินจำนวนมหาศาลเช่นนี้ผ่านคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี

เอริกา ยอร์ก นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบัน Tax Foundation ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า เธอจะ “ประหลาดใจอย่างยิ่ง” หากสภาคองเกรสอนุมัติข้อเสนอดังกล่าว

“นี่จะเป็นหนึ่งในวิธีที่แย่ที่สุดในการใช้งบประมาณ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์” เธอกล่าว พร้อมเสริมว่า “เรากำลังอยู่ในเส้นทางที่ไม่ยั่งยืนอย่างยิ่ง โดยมีการขาดดุลงบประมาณที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้น”

ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ (และทั่วโลก) แพงขึ้นเพราะสงครามของสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ (และทั่วโลก) แพงขึ้นเพราะสงครามของสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ใช้เงินจากรายได้จากภาษีได้หรือไม่?

เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) หลังการปราศรัยของทรัมป์ว่า การจ่ายเงินดังกล่าวอาจใช้เงินทุนที่ประธานาธิบดีจัดหามาได้จากการเก็บภาษีศุลกากร

อย่างไรก็ตาม รายได้ดังกล่าวจนถึงปัจจุบันยังคงต่ำกว่าจำนวนเงินที่ต้องใช้สำหรับข้อเสนอแจกเช็ค 5,000 ดอลลาร์ของทรัมป์อยู่อย่างมาก

ข้อมูลจากศูนย์นโยบายสองพรรค (Bipartisan Policy Center) ระบุว่า สหรัฐฯ มีรายได้จากภาษีศุลกากรและภาษีสรรพสามิตประมาณ 4.75 แสนล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นปี 2568 แต่ต้องคืนเงินไปมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ หลังจากเมื่อช่วงต้นปีนี้ ศาลสูงสุดมีคำตัดสินยกเลิกภาษีที่ทรัมป์ใช้กฎหมายพิเศษเรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากประเทศคู่ค้า

เมื่อถูกถามว่าการจ่ายเงินนี้จะดำเนินการอย่างไร ฝ่ายทำเนียบขาวได้กล่าวในแถลงการณ์ถึงบีบีซีว่า “พวกที่มองโลกในแง่ร้ายและพวกคัดค้านมักจะกังขาในตัวประธานาธิบดีทรัมป์เสมอมา … ด้วยการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากประชาชนชาวอเมริกัน ประธานาธิบดีทรัมป์จะยังคงส่งมอบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงต่อไป”

ทำไมทรัมป์จึงใช้แผนแจกเงิน?

โรเบิร์ต โมแรน อดีตนักยุทธศาสตร์และนักทำโพลของพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า การเสนอแจกเงินของทรัมป์เป็นการหาเสียงเลือกตั้งที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือนอย่างชัดเจน “มันเป็นคำสัญญาที่ไม่ปกติธรรมดาอย่างมาก และผมก็ไม่แน่ใจว่าเงินนั้นจะมาจากไหน — แต่นี่คือช่วงฤดูกาลหาเสียง”

ส่วน ลอเรล แรปป์ กล่าวว่า ทรัมป์กำลังดำเนินแผนการระยะสั้น เพื่อพยายามรักษาอำนาจควบคุมสภาคองเกรสเอาไว้ ขณะที่กำลังเข้าสู่ช่วงสองปีสุดท้ายของวาระการดำรงตำแหน่ง

“เงินคือสิ่งที่เขานำมาใช้ในตอนนี้ เพราะผลสำรวจความคิดเห็นไม่ค่อยดีทั้งสำหรับพรรครีพับลิกันและสำหรับตัวเขาเอง” ลอเรล แรปป์ กล่าว

ทั้งนี้ คะแนนความนิยมของทรัมป์ลดลงมาอยู่ต่ำกว่า 30% เนื่องจากประชาชนไม่พอใจราคาสินค้าและปัญหาเงินเฟ้อที่สูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อ ขณะที่พรรครีพับลิกันกำลังประสบปัญหาคะแนนนิยมตามหลังพรรคเดโมแครตในภาพรวม

อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก
อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก

เคยมีการเสนอแจกเงินแบบนี้มาก่อนหรือไม่?

โดนัลด์ ทรัมป์ เคยเสนอแจกเงินจำนวน 2,000 ดอลลาร์มาแล้ว โดยอ้างว่าจะใช้เงินทุนจากรายได้ภาษีศุลกากร แต่การจ่ายเงินดังกล่าวก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

ด้านอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน เคยถูกกล่าวหาว่าซื้อเสียงเช่นกัน เมื่อเขาให้สัญญาว่าจะแจกเช็คกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงโควิดจำนวน 2,000 ดอลลาร์แก่ชาวอเมริกัน หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งวุฒิสภาในรัฐจอร์เจียเมื่อเดือนมกราคม 2564

ประเด็นถกเถียงลักษณะเดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2567 เมื่ออีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีผู้สนับสนุนทรัมป์ จัดแคมเปญสุ่มแจกเงินวันละ 1 ล้านดอลลาร์แก่ผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งใน 7 รัฐสมรภูมิ (Swing States) ที่ร่วมลงนามในคำร้องของกลุ่ม America PAC ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มัสก์จัดตั้งขึ้น

แคมเปญของมัสก์ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นการซื้อเสียงเช่นกัน โดยอัยการได้ยื่นฟ้องเพื่อระงับโครงการ แต่ศาลรัฐเพนซิลเวเนียได้มีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินโครงการแจกเงินต่อไปได้จนถึงช่วงวันเลือกตั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

Leave a comment