รศ.ดร.สุขุม มองม็อบสนธิ ยังเห็นแต่แกนนำ ไม่เห็นมวลชนปักหลัก ตั้งคำถาม? ชุมนุมแล้วจะพาประเทศไปทางไหน

13 กันยายน 2569 เวลา 11:02 น.

13 กันยายน 2569 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผ่านรายการ “ริงไซต์การเมือง” โดยประเมินว่า แม้แต่นายสนธิเองก็น่าจะยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถจุดกระแสมวลชนได้สำเร็จหรือไม่ แต่เมื่อประกาศการเคลื่อนไหวออกไปแล้ว ก็จำเป็นต้องเดินหน้าต่อ

รศ.ดร.สุขุม กล่าวว่า ภาพการรวมตัวที่ผ่านมาเห็นบุคคลที่เป็นแกนนำและบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้าร่วมจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่เห็นฐานมวลชนขนาดใหญ่ที่พร้อมปักหลักชุมนุมระยะยาว

ผู้เข้าร่วมส่วนหนึ่งอาจเดินทางมาร่วมกิจกรรมเป็นครั้งคราว ก่อนแยกย้ายกลับบ้าน หากไม่สามารถรักษาจำนวนผู้ชุมนุมไว้ได้ มวลชนก็มีโอกาสร่อยหรอลงตามเวลา

“ที่เห็นขณะนี้เป็นกลุ่มผู้นำ แต่ยังไม่เห็นกลุ่มผู้ตามที่จะอยู่ชุมนุมได้นาน หากมาแล้วกลับ จำนวนก็ร่อยหรอลงแน่นอน” รศ.ดร.สุขุม กล่าว

สำหรับเหตุผลที่นายสนธิยังต้องออกมาเคลื่อนไหว รศ.ดร.สุขุม มองว่า นี่เป็นเส้นทางทางการเมืองของนายสนธิเช่นกัน เพราะจำเป็นต้องแสดงให้สังคมเห็นว่ายังคงมีพลัง สามารถจัดกิจกรรมและนำผู้คนออกมาเคลื่อนไหวได้จริง ไม่ได้มีบทบาทเพียงจัดรายการโทรทัศน์หรือแสดงความคิดเห็นอยู่บนเฟซบุ๊กเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่เห็นพลังมวลชนขนาดใหญ่ แต่รัฐบาลก็ไม่ควรประมาท เพราะการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายครั้งเริ่มต้นจากคนจำนวนน้อย ก่อนขยายตัวเมื่อเกิดเงื่อนไขหรือประเด็นที่กระทบความรู้สึกของประชาชน

รศ.ดร.สุขุม กล่าวว่า จุดอ่อนสำคัญของการชุมนุมครั้งนี้ คือยังไม่มีเป้าหมายปลายทางที่ชัดเจน นายสนธิระบุว่ายังไม่ได้ออกมาขับไล่รัฐบาล แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เสนอว่า หากรัฐบาลพ้นจากอำนาจแล้ว จะให้ใครหรือกลไกใดเข้ามาทำหน้าที่แทน

การชุมนุมทางการเมืองจำเป็นต้องบอกประชาชนให้ได้ว่า เข้าร่วมแล้วจะนำประเทศไปสู่อะไร แต่การเคลื่อนไหวรอบนี้ยังไม่มีคำตอบดังกล่าว

“เมื่อเป้าหมายยังไม่ชัด คนก็ต้องถามว่าจะออกมาชุมนุมเพื่ออะไร จะไล่รัฐบาลไปสู่จุดไหน และใครจะเข้ามาแทน หากตอบไม่ได้ก็ยากที่จะระดมคนออกมาบนท้องถนน” รศ.ดร.สุขุม กล่าว

ส่วนแนวทางที่อาจนำไปสู่การรัฐประหารนั้น รศ.ดร.สุขุมเห็นว่า ประชาชนปัจจุบันไม่น่าจะยอมรับเหมือนในอดีต เพราะมีบทเรียนแล้วว่าการยึดอำนาจไม่ได้ทำให้ประเทศดีกว่าการเลือกตั้ง และยังทำให้ประชาชนต้องอยู่กับรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเป็นเวลายาวนาน

ดังนั้น การเคลื่อนไหวของนายสนธิรอบนี้จึงเผชิญโจทย์หนักกว่าครั้งก่อน ทั้งเรื่องจำนวนมวลชน ความพร้อมในการปักหลัก และโดยเฉพาะคำถามสำคัญที่สุดว่า จุดหมายปลายทางของการชุมนุมคืออะไร

Leave a comment