กาฬสินธุ์เต้น จี้กำจัดหมอคางดำ

14 กันยายน 2569 เวลา 06:01 น.

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ สั่งปูพรมสำรวจแหล่งปลาหมอคางดำ 5 จุด เร่งจำกัดวงการแพร่ระบาด หวั่นกระทบระบบนิเวศและอาชีพเกษตรกร ด้านประมงจังหวัด กาฬสินธุ์เผย ยอดจับพุ่ง12ตัน ผอ.กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด’มั่นใจยังอยู่ในภาวะควบคุมได้ ยืนยันนำไปบริโภคได้ทุกเมนู ปลาไม่มีพิษ แต่ห่วงผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามค้องป้องกันความเสียหายด่วน

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569  นายสุวรรธณ์  เข็มธนเพ็ชร  ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจ ติดตาม และเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ในพื้นที่เขื่อนลำปาว ณ ลานเจ้าปู่เชียงโสม บริเวณเชิงสะพานเทพสุดา ฝั่งอำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อสำรวจและประเมินสถานการณ์การแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในพื้นที่เขื่อนลำปาว รวมทั้งหารือและกำหนดแนวทางในการควบคุม กำจัด และจำกัดวงการแพร่ระบาดให้อยู่ในพื้นที่โดยเร็ว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศของแหล่งน้ำจืด ทรัพยากรสัตว์น้ำพื้นถิ่น ตลอดจนการประกอบอาชีพของเกษตรกร โดยเฉพาะผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม ผู้เลี้ยงปลากระชัง และชาวประมงพื้นบ้านในจังหวัดกาฬสินธุ์

การปฏิบัติงาน ได้จัดทีมปฏิบัติการเฉพาะกิจ จำนวน 2 ทีม ลงพื้นที่สำรวจรวม 5 จุด โดยดำเนินการประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ตรวจสอบและสุ่มสำรวจด้วยเครื่องมือประมง พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลและเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำที่พบในแต่ละพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการประเมินสถานการณ์และกำหนดมาตรการดำเนินงานที่เหมาะสม จุดที่1 บริเวณสันเขื่อนและประตูระบายน้ำเขื่อนลำปาว รวมถึงบริเวณหาดดอกเกตุ , จุดที่ 2 บริเวณสะพานไหลหลอด บ้านดงบัง ตำบลดงสมบูรณ์ อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ และ บ้านโคกสะอาด อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี,จุดที่3 บริเวณแพร้านอาหารใกล้สะพานเทพสุดา ตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์, จุดที่4 บริเวณบ้านท่าเรือภูสิงห์ ตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ และ จุดที่ 5 บริเวณบ้านนาอวน ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี

โดยทุกจุดได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ ตรวจสอบ สุ่มสำรวจด้วยเครื่องมือประมง บันทึกข้อมูล และเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำ ก่อนนำข้อมูลกลับมาสรุปผล โดยระหว่างการเฝ้าระวังสถานการณ์ พบปลาหมอคางดำเพิ่มเติม จำนวน 4ตัว ในจำนวนนี้มี 3ตัว พบบริเวณบ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกับอำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี โดยชาวประมงพื้นบ้านจับได้ จำนวน 2 ตัวด้วยแห อีก 1 ตัวติดลอบ และพบอีก 1 ตัว ที่บริเวณบ้านท่าเรือภูสิงห์ ตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ ก่อนนำส่งเจ้าหน้าที่กรมประมงเพื่อตรวจพิสูจน์

ผลการตรวจสอบ ยืนยันว่า ปลาทั้ง 4 ตัวเป็นปลาหมอคางดำ ทำให้การพบครั้งนี้ นับเป็นการพบปลาหมอคางดำ ครั้งที่ 4 ในพื้นที่เขื่อนลำปาว หลังจากพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และพบเพิ่มเติมในวันที่ 5 และ 9 กันยายน 2569 โดยจุดที่พบยังอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน บริเวณตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี และพื้นที่ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์และกรมประมงจึงเร่งติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการควบคุม กำจัด และจำกัดวงการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาหมอคางดำแพร่กระจายเป็นวงกว้าง และลดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทรัพยากรสัตว์น้ำพื้นถิ่นและการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอความร่วมมือชาวประมง เกษตรกร และประชาชน หากพบปลาที่มีลักษณะต้องสงสัย หรือพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ขอให้รีบแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ หรือสำนักงานประมงอำเภอในพื้นที่ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เก็บตัวอย่าง และดำเนินการตามแนวทางของกรมประมงต่อไป

วันเดียวกัน ที่เขื่อนลำปาว ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ชุดประชาสัมพันธ์ ติดตามเฝ้าระวังปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ประมงอำเภอหนองกุงศรี ได้นำภาพเปรียบเทียบ ระหว่างปลาหมอคางดำกับปลานิล ทำการประชาสัมพันธ์แนะนำวิธีการสังเกตปลาหมอคางดำให้กับชาวประมงพื้นบ้าน ตามแผนปฏิบัติการรณรงค์ โดย จังหวัดกาฬสินธุ์ และ ผู้แทนกรมประมง เจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เปิดปฏิบัติการประชาสัมพันธ์และเฝ้าระวังปลาหมอคางดำไปเมื่อวานนี้ (12 ก.ย.) มี นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ผลการรณรงค์ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านและประชาชนมั่นใจขึ้นและมีรายงานในช่วงเช้าวันนี้ สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ แจ้งว่า ชาวประมงพื้นบ้าน ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ จับปลาหมอคางดำได้อีก 2 ตัว ทำให้ยอดพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวเพิ่มเป็น 12 ตัวแล้ว

นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การพบปลาหมอคางดำ ได้รับแจ้งจากประมงพื้นบ้าน ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี ว่าสามารถจับปลาหมอคางดำได้อีก 2 ตัว เป็นชาวประมงรายเดิม คือ นายยุติธรรม ที่เป็นคนจับปลาหมอคางดำได้เป็นคนแรก ทำยอดที่พบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวรวม 12ตัว ข้อสังเกตปลาหมอคางดำยังคงอยู่ในพื้นที่บริเวณเดิมคือ ตลิ่งริมน้ำ ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี ที่ยังสามารถจำกัดพื้นที่และต้องขอความร่วมมือจากชาวประมงให้ช่วยกันจับมาให้มากที่สุด อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ติดตามเฝ้าระวังและทำการประชาสัมพันธ์ที่จะมีการประเมินผลทุกวัน

ด้าน นางสาวศิราณี  งอยจันทร์ศรี ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กล่าวว่า จากรายงานพื้นที่เขื่อนลำปาว ปัจจุบันสถานการณ์ยังอยู่ในภาวะที่สามารถควบคุมได้ สำหรับเกณฑ์การประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จะดำเนินการได้ต่อเมื่อพบอัตราความชุกชุมของปลาตั้งแต่ 10 ตัวต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตรขึ้นไป โดยเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ประเมินเป็นประจำทุกเดือน ทั้งนี้ สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว ทั้งนี้ลักษณะทางกายภาพของอ่างเก็บน้ำที่มีความลึก ส่งผลให้การควบคุมและกำจัดกระทำได้ง่ายกว่าบริเวณแหล่งน้ำกร่อยหรือป่าชายเลนที่สัตว์น้ำสามารถซ่อนตัวได้ จากผลการสำรวจพบว่า ปลาหมอคางดำมักกระจายตัวอยู่บริเวณแหล่งแปรรูปสัตว์น้ำ เนื่องจากมีปริมาณสารอินทรีย์สูงซึ่งเป็นแหล่งอาหารชั้นดี สำหรับมาตรการกำจัดนั้น เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติการในช่วงเช้ามืด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ปลาลอยตัวขึ้นมาฮุบอากาศเพื่อเร่งกำจัดและสกัดกั้นไม่ให้หลุดรอดเข้าสู่บ่อเลี้ยงกุ้งของเกษตรกร พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นสามารถแจ้งสำนักงานประมงในพื้นที่ได้ทันที

นางสาวศิราณี กล่าวอีกว่า กรมประมงขอยืนยันว่า ปลาหมอคางดำเป็นเพียงสัตว์น้ำต่างถิ่นที่ไม่มีพิษ และมีคุณค่าทางโภชนาการด้านโปรตีนสูงเทียบเท่าปลานิล ประชาชนสามารถนำมาประกอบอาหารและแปรรูปได้ตามปกติ อาทิ การทำปลาร้า หรือประกอบอาหารประเภทแกง ทั้งนี้ ในส่วนของการบริหารจัดการงบประมาณ แม้จะอยู่ในช่วงปลายปีงบประมาณ แต่กรมประมงได้เตรียมแผนรองรับสำหรับงบรอบใหม่ที่จะจัดสรรเข้ามาในเดือนตุลาคมนี้ พร้อมทั้งได้บรรจุแผนการจัดการปัญหาดังกล่าวไว้ในงบประมาณระยะยาวปี 2570 แล้ว โดยระหว่างนี้เจ้าหน้าที่จะยังคงปฏิบัติงานเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการเร่งกำจัด กรมประมงยังมุ่งเน้นการให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่เพื่อป้องกันผลกระทบล่วงหน้า โดยได้กำชับให้ประมงจังหวัดเร่งลงพื้นที่แนะนำเกษตรกรให้ใช้ระบบกรองน้ำก่อนนำเข้าบ่อเลี้ยง เพื่อป้องกันลูกปลาหลุดรอด เนื่องจากในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าปลาหมอคางดำได้แพร่กระจายออกจากบริเวณเขื่อนแล้วหรือไม่

Leave a comment