14 กันยายน 2569 เวลา 11:03 น.

14 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มพันธุ์ใหม่ ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดประชุมเพื่อลงมติคดีฮั้ว สว.ในวันนี้ ว่า เรื่องนี้ล่วงเลยมา 2 ปีกว่าแล้ว และประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมากว่าผลการวินิจฉัยจะเป็นอย่างไร ซึ่งวันนี้ กกต.ได้ยืนยันว่าจะมีการส่งผลการวินิจฉัยโดยการแถลงข่าว ซึ่งถือเป็นนาทีประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องที่ กกต.ตัดสินใจไปแล้วไม่สามารถกลับคืนมาได้ ประชาชนคนไทยทุกคนต่างจับจ้องเพื่อที่จะรู้ผลการตัดสินใจของ กกต.ซึ่งมีนักวิชาการหลายคนยืนยันตรงกันว่า ถ้าการฮั้ว สว.ดำเนินไปได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่มีความผิดเลย ก็เท่ากับการยึดอำนาจเชิงโครงสร้างที่ทำให้ประชาธิปไตยของไทยบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง และเราจะได้ฝ่ายนิติบัญญัติมาโดยไม่สุจริตก็ได้
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ดังนั้น สิ่งที่ กกต.จะวินิจฉัยในวันนี้อาจไม่ใช่เพียงการทำหน้าที่เป็นอัยการตรวจสอบสำนวนฟ้อง หรือไม่ฟ้อง หรือสั่งฟ้องบางส่วนเท่านั้น ซึ่ง กกต.ทั้ง 7 คน มีถึง 4 คน ที่มาจากการเลือกของ สว.คณะนี้ โดย สว.ชุดนี้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาจากคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 เรื่องการได้มาซึ่ง สว.ไม่ปกติหาก กกต.เสียงข้างมากเห็นควรไม่สั่งฟ้อง สว.หรือผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 229 คน ประชาชนย่อมตั้งข้อสงสัยว่ามีลักษณะของการต่างตอบแทนหรือไม่ เพราะ กกต.เสียงข้างมากมาจากการเลือกของ สว.ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา
น.ส.นันทนา กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้การเมืองไทยเดินไปอย่างมีเสถียรภาพ และเกิดความศรัทธาเชื่อมั่น คือ กกต.ไม่ต้องตัดสินใจเองว่าจะฟ้องใครหรือไม่ฟ้องใคร แต่ให้ส่งศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย นำสำนวนของคณะอนุฯ ชุดที่ 26 ที่แจ้งข้อกล่าวหา 229 คน ส่งให้ศาลพิสูจน์จนสิ้นสงสัยว่าทั้งหมดนี้มีพฤติกรรมผิดหรือถูก ปกติหรือไม่ปกติอย่างไร ประชาชนจะได้สบายใจว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งจะทำให้ กกต. ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถูกต้อง สุจริต และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
“ส่วนศาลฎีกาจะตัดสินอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของศาลในการพิสูจน์ให้สิ้นสงสัย หากพิสูจน์แล้วไม่มีใครผิด ทุกคนก็จะเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่หากพบว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องทำผิด ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลฎีกาจะเป็นผู้พิพากษาและเป็นสิ่งที่ประชาชนยอมรับได้” น.ส.นันทนา กล่าว
เมื่อถามว่า กรณีที่มีรายงานว่า กกต.จะไม่เปิดเผยมติของกรรมการรายบุคคล และไม่เปิดเผยรายชื่อของผู้ที่ถูกกล่าวหานั้น น.ส.นันทนา กล่าวว่า การวินิจฉัยเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมา องค์กรอิสระต้องมีความโปร่งใสชัดเจน ดังนั้น หากวันนี้ กกต.ลงมติออกมาเป็นเช่นไร เหตุใดจึงไม่แจ้งให้ประชาชนทราบ การปกปิดยิ่งทำให้คนสงสัยและเกิดข้อกังขามากมาย ทางที่ดีที่สุดคือต้องเปิดเผยอย่างโปร่งใส และเปิดเผยคำวินิจฉัยส่วนบุคคลออกมาอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนพิจารณาว่าสิ่งที่ กกต.ทั้ง 7 คน วินิจฉัยนั้น สอดคล้องกับบทกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอย่างไร พร้อมมองว่า กกต.ควรเปิดเผยผลการวินิจฉัยอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อถามถึงการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนที่ออกมาเรียกร้องการทำงานของ กกต.จะส่งผลต่อการตัดสินใจในวันนี้หรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า การที่มวลชนออกมาแสดงความคิดเห็นถือเป็นเสรีภาพในการแสดงออก ตราบใดที่ชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ การชุมนุมจึงเป็นการสะท้อนเสียงให้ประชาชนทั่วไปรับทราบ และสะท้อนไปยัง กกต.ให้รับรู้ว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งที่มีความคิดเห็นอย่างไร นอกเหนือไปจากการสื่อสารในโลกออนไลน์ ซึ่ง กกต. ต้องเปิดรับฟังเสียงของทุกคน และนำมาชั่งน้ำหนักกับข้อกฎหมาย ตลอดจนหลักฐานข้อเท็จจริง