15 กันยายน 2569 เวลา 12:45 น.

กาฬสินธุ์ลุยปราบ! ยอดพบปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาวพุ่ง 16 ตัว เร่งเดินหน้ามาตรการ ‘เจอ แจ้ง จับ จบ’ ตัดวงจร ขณะที่กลุ่มเลี้ยงกุ้งเข้มกรองน้ำสกัดลุกลาม
วันที่ 15 กันยายน 2569 ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาพบปลาหมอคางดำที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยตลอดช่วงบ่ายวานนี้ ที่ห้องประชุมสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จังหวัดกาฬสินธุ์ มีการประชุมคณะกรรมการประมง จังหวัดกาฬสินธุ์ ครั้งที่ 1/2569 โดย นายสุวรรธน์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้ นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุม
โดยมี นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์, นายวิระ จิตสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดกาฬสินธุ์, นางสายฝน เสียงหวาน เจ้าพนักงานประมงอาวุโส หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง พร้อมคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้นอกจากจะมีการแจ้งคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประมงจังหวัด และแจ้งระเบียบกรมประมงเรื่องการขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่จับสัตว์น้ำแล้ว ประเด็นสำคัญคือกรณีพบปลาหมอคางดำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากกาฬสินธุ์เป็นจังหวัดแรกในภาคอีสานที่ตรวจพบปลาหมอคางดำ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์มีความเป็นห่วงและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ด้าน นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ประมงได้ร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวประมงพื้นบ้านรอบเขื่อนลำปาวเข้าตรวจสอบ 11 จุด พบปลาหมอคางดำจำนวน 13 ตัว โดยพบเพียงจุดละ 1–3 ตัวเท่านั้น จึงยังไม่เข้าข่ายชุกชุมหรือประกาศเขตภัยพิบัติ คาดว่ามีอายุไม่น้อยกว่า 3–6 เดือน เป็นปลาประจำถิ่นอาศัยในน้ำนิ่ง ชอบอยู่เป็นฝูงบริเวณที่มีอินทรียสาร และยังไม่มีรายงานพบบริเวณใต้เขื่อนลำปาวซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งก้ามกราม
อย่างไรก็ตาม ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา มีรายงานเข้ามาในกลุ่มไลน์ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ระบุว่า ชาวประมงพื้นบ้าน บ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ได้หว่านแหพบปลาหมอคางดำเพิ่มอีก 3 ตัว รวมพบจุดนี้ 9 ตัว ส่งผลให้ยอดรวมปลาหมอคางดำที่พบรอบเขื่อนลำปาวขณะนี้อยู่ที่ 16 ตัว
ด้าน นายวีระชาติ ภูโปร่ง ประธานสมาพันธุ์ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบัวบาน ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ถึงแม้จะยังไม่พบปลาหมอคางดำหลุดลอดลงมาในบ่อเลี้ยงกุ้ง แต่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทุกรายได้ตระหนักถึงปัญหา จึงกำชับให้คุมเข้มเป็นพิเศษเรื่องการใช้อุปกรณ์กรองน้ำขณะสูบน้ำจากคลองชลประทานเข้าบ่อกุ้ง ซึ่งทุกคนเอาใจใส่เป็นอย่างดี จึงไม่ค่อยวิตกกังวลแต่จะไม่ประมาทโดยเด็ดขาด
ขณะที่ นางสายฝน เสียงหวาน เจ้าพนักงานประมงอาวุโส หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า กรมประมงได้ใช้วางมาตรการ ‘เจอ แจ้ง จับ จบ’ เพื่อเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาก่อนเกิดการแพร่ระบาดดังนี้ เจอ & แจ้ง : เมื่อพบเจอปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ ให้รีบ แจ้งเบาะแสผ่านระบบคิวอาร์โค้ด หรือโทร. 043-811034
และ จับ & จบ : เจ้าหน้าที่จะออกตรวจจับเพื่อกำจัดด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมปัญหาจะได้จบ โดยนำปลามาทำประโยชน์ เช่น แปรรูปเป็นอาหาร (สาคูไส้ปลา, ไส้อั่วปลา, ข้าวเกรียบปลา, น้ำยาขนมจีน), ทำปลาป่น, ทำน้ำหมักบำรุงพืช และอาหารสัตว์
สำหรับมาตรการ ‘เจอ แจ้ง จับ จบ’ ถือเป็นการล้อมคอกเขื่อนลำปาวเพื่อตัดวงจรชีวิตปลาหมอคางดำให้จบลงที่เหนือเขื่อนอย่างได้ผล หากนำมาใช้ป้องกันอย่างจริงจังก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดและลุกลามไปยังพื้นที่ใต้เขื่อนซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งก้ามกราม หรือขยายพันธุ์ไปยังลุ่มน้ำชี แม่น้ำมูล และแม่น้ำโขงในอนาคต ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างเคร่งครัดเพื่อสยบปลาหมอคางดำไม่ให้ขยายพันธุ์ต่อไป















