15 กันยายน 2569 เวลา 12:00 น.

ผู้หญิงยังครองแชมป์ “อายุยืน” กว่าผู้ชาย แต่ทำไมช่วงบั้นปลายชีวิตกลับมีโอกาสต้องอยู่กับความเจ็บป่วยนานกว่า? On the way with Chom ชวน “นพ.อรรถสิทธิ์ ศักดิ์สุธาพร” มาถอดรหัส 3 แต้มต่อของร่างกายผู้หญิง ตั้งแต่โครโมโซม, ไมโทคอนเดรีย ไปจนถึงเอสโตรเจน ฮอร์โมนสำคัญที่เป็นเกราะป้องกันของผู้หญิง ทั้งเรื่องหัวใจ กระดูก สมอง และพลังงานของเซลล์ พร้อมเคลียร์เรื่องที่หลายคนสงสัยเทคฮอร์โมนเสี่ยงมะเร็งจริงไหม? ทำไมผู้หญิงเสี่ยงอัลไซเมอร์มากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า! และถ้าอยากดูแลเซลล์ โครโมโซม ฮอร์โมนให้ดี ต้องกินอยู่อย่างไร? ถ้าอยากอายุยืนแบบสุขภาพดีไปด้วยต้องเริ่มดูแลตัวเองอย่างไร มาหาคำตอบพร้อมกัน!

ความเชื่อที่ว่าผู้หญิงมีอายุยืนยาวกว่าผู้ชายจริงไหม ?
นพ.อรรถสิทธิ์: อายุยืนยาวกว่าผู้ชายจริง ๆ ครับ จากสถิติในทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงทุกวันนี้ ผู้หญิงก็ยังครองแชมป์อายุยืนยาวกว่าผู้ชาย มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือผู้หญิงอายุยืนยาวกว่า แต่ข้อเสียที่ติดมาด้วยคือ ผู้หญิงมีคุณภาพชีวิตในช่วงบั้นปลายที่ไม่ดียาวนานกว่าผู้ชาย ความแก่คือความป่วยอย่างหนึ่ง เดี๋ยวนี้เขาจะพูดกันเรื่อง Lifespan กับ Healthspan เทียบจริง ๆ แล้วผู้ชายมี Healthspan ใกล้เคียงกับ Lifespan มากกว่า ส่วนผู้หญิงจะมี Healthspan กับ Lifespan ห่างกันมากกว่า
สถิติอายุขัยเฉลี่ยและสาเหตุของช่องว่างระหว่าง Healthspan กับ Lifespan ?
นพ.อรรถสิทธิ์: ถ้าดูข้อมูลทั่วโลกจะห่างกันประมาณ 5 ปี แต่ของไทยห่างกันเยอะกว่านั้น ประมาณ 7 ปีกว่า ๆ ถามว่าทำไมผู้หญิงถึงอายุยืนกว่าผู้ชาย มีปัจจัยเรื่อง Lifestyle พฤติกรรมต่าง ๆ ผู้ชายจะกิน ดื่ม มากกว่า ดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือพฤติกรรมใช้ชีวิตเสี่ยงต่าง ๆ เกิดอุบัติเหตุมากกว่า ผาดโผนกว่า แต่ถ้าตัดปัจจัยเหล่านี้ออกไป ยังไงตัวผู้หญิงก็จะมีข้อได้เปรียบมากกว่าอยู่ดี มี 3 ข้อหลักที่เป็นข้อได้เปรียบ วันนี้ถ้าฟังจบ คุณผู้หญิงจะได้วิธีปิดช่องว่างตรงนี้ว่าจะปิดช่องว่างยังไงให้ไม่แก่ Healthspan ขึ้นไปใกล้เคียงกับ Lifespan มากที่สุด ก็คือช่วงเวลาในปีท้าย ๆ ของชีวิต จะได้อยู่อย่างมีคุณภาพ คุณภาพชีวิตที่ดี และอายุยืนยาวครับ
แต้มต่อที่ 1 ความได้เปรียบทางพันธุกรรมและโครโมโซม XX ?
นพ.อรรถสิทธิ์: ข้อที่ 1 เลยนะครับ เป็นความได้เปรียบที่แค่คุณเกิดมาเป็นผู้หญิง คุณมีโครโมโซม XX คุณได้เปรียบกว่าผู้ชายแล้ว ผู้หญิงโครโมโซมเพศจะเป็น XX ผู้ชายจะเป็น XY ความได้เปรียบตรงนี้คือ เหมือนผู้หญิงมี Spare Part อะไหล่สำรอง สมมุติว่ามีความเสียหายของยีน หรือ DNAต่าง ๆ ที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งของ X ผู้หญิงยังมี X อีกตัวหนึ่งที่มาคอยสนับสนุน เหมือนเป็นอะไหล่ แต่พอผู้ชายเป็น XY พอ X ตัวนี้เสียไป จะแสดงออกถึงความเจ็บป่วยทันที ก็เลยเป็นข้อได้เปรียบแค่เกิดมาเป็นผู้หญิงได้เปรียบแล้ว
แนวทางการปกป้องและรักษาความเสถียรของ DNA Genomic Stability ?
นพ.อรรถสิทธิ์: Basic มาก ๆ Lifestyle วิถีชีวิตเรา ทุกคนตอนนี้คงได้ยินถึงเรื่องของเวชศาสตร์ วิถีชีวิต ที่พูดถึง 6 เสาหลักในการดูแลตัวเอง การใช้ชีวิตให้ดี กินให้ดี นอนให้ดี ออกกำลังกาย เหล่านี้จะเป็นตัวปกป้อง DNA ของเรา ให้มีความ Genomic Stabilly ซึ่งข้อนี้เป็นหนึ่งใน Hallmarks of Aging ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 14 ข้อ Hallmarks of Aging เป็นสาเหตุให้แก่ เสื่อม ชรา ข้อเรื่องของยีนมีอยู่ในนี้ด้วย
Lifestyle เป็นตัวทำให้ยีนเสื่อมมีตัวช่วยอะไรในเรื่องของโครโมโซม ?
นพ.อรรถสิทธิ์: นอกจากการดูแล Lifestyle ที่ดีแล้ว สารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุพื้นฐานที่ควรจะได้ ก็มีส่วนช่วยในระบบส่งเสริมให้ DNA มีความเสถียรมากขึ้น ซึ่งเวลาที่ DNA เสียหาย จะมีกลไก DNA Damage Response ตอบสนอง โดยมี Enzyme ที่ทำงานตรงนี้ ซึ่งตัวที่ช่วยทำงานร่วมกับEnzyme เด่น ๆ ที่มีงานวิจัยในคนเยอะคือ NMN และจะยิ่งดีถ้าทำงานร่วมกับ Resveratrol 2 ตัวนี้จะเด่นในเรื่อง DNA Damage Response ครับ
แต้มต่อที่ 2 บทบาทของ Hormones เพศหญิง Estrogen Shield ต่อระบบร่างกายและภูมิคุ้มกัน ?
นพ.อรรถสิทธิ์: แต้มต่อที่ 2 เป็นเรื่องของ Hormones เพศหญิง เป็นแต้มต่อที่สำคัญมาก ๆ ของผู้หญิง อย่างที่คุณชมพูดตอนต้นว่า ทำไมผู้หญิงแก่ง่าย เสียชีวิตช้า คือ Estrogen มีมาให้เราประมาณค่อนชีวิต ผมมองว่า Estrogen เป็นสูตรโกงของผู้หญิง มีสิ่งที่เรียกว่า Estrogen Shield คือ Estrogen จะปกป้องร่างกายแทบทุกระบบ แต่พอเวลาถึงอายุประมาณสักอายุ 50 ปี ค่อนชีวิตแล้ว เขาเหมือนปิดระบบลงเลย ทำให้ความเสื่อมช่วงนั้นมาเยอะมาก Estrogen เป็นเหมือน Antioxidant ของผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงมีอนุมูลอิสระน้อยกว่า อนุมูลอิสระทำให้ร่างกายผู้หญิงเสื่อมช้ากว่า Estrogen เหมือนอนุมูลอิสระของผู้หญิงร่างกายเลยเสื่อมช้ากว่า แล้วถ้าย้อนไปยุคโบราณที่ยังไม่มียาปฏิชีวนะ Estrogen ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้หญิงแข็งแรงกว่า ผู้หญิงจะติดเชื้อโรคต่าง ๆ ยากกว่า ถึงติดก็ไม่ค่อยเสียชีวิต เพราะภูมิคุ้มกันแข็งแรงครับ
ความแตกต่างเรื่องโรคมะเร็ง โรคแพ้ภูมิตัวเอง และการสะสมไขมันระหว่างเพศ ?
นพ.อรรถสิทธิ์: ถ้าไม่แยกมะเร็งแบ่งเพศ ผู้ชายเป็นมะเร็งมากกว่า ซึ่งมะเร็ง จริง ๆ แล้วมีปัจจัยหลายอย่าง แต่ภูมิคุ้มกันเป็นส่วนหนึ่งในนั้น ผมจะบอกว่า ทำให้ผู้ชายเป็นมะเร็งมากกว่าและเวลาผู้ชายเป็นมะเร็งก็มักจะเสียชีวิตมากกว่าผู้หญิงด้วย อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งของผู้ชายสูงกว่าตายเร็วกว่า เพราะระบบภูมิคุ้มกันผู้ชายสู้มะเร็งไม่ได้ แต่ระบบภูมิคุ้มกันของผู้หญิงแข็งแรงกว่า แต่เหรียญมี 2 ด้านเสมอ เพราะฉะนั้นผู้หญิงเป็นมะเร็งน้อยกว่า ต่อสู้กับมะเร็งได้ดีกว่า เพราะภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง มาพร้อมข้อเสียคือ ผู้หญิงเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองมากกว่าผู้ชาย เพราะภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ในหมวดหมู่ต่อมา Estrogen ช่วยแบบนี้เวลาผู้หญิงอ้วน มักลงสะโพก ลงขา เป็นฤทธิ์ของ Estrogen ที่ปกป้องคุณอยู่ ส่วนผู้ชายจะลงพุง ผู้หญิงจะลงขา เพราะ Estrogen เป็นตัวช่วย ไขมันที่ส่งผลเสียต่อร่างกายมากที่สุดคือไขมันที่พุง หรือไขมันในช่องท้อง ส่วนหนึ่งจะอยู่ใต้ผิวหนัง อีกส่วนหนึ่งอยู่ลึกภายในช่องท้องอยู่กับลำไส้และตับ ซึ่งไขมันในช่องท้องไปพอกตับมากขึ้น ผู้ชายมีไขมันพอกตับมากกว่า Estrogen จะช่วยลดไขมันในช่องท้องน้อยลงแล้วกระจายไปที่สะโพกแทน นอกจากนี้ไขมันในช่องท้องยังกวนการทำงานของอินซูลิน ทำให้ดื้อต่ออินซูลินและเป็นเบาหวาน แต่ Estrogen ช่วยการทำงานของอินซูลิน ผู้หญิงเลยเป็นเบาหวานยากกว่าและช้ากว่าผู้ชาย
ความเชื่อมโยงของภาวะดื้ออินซูลิน ภาวะ PCOS และผลกระทบต่อหลอดเลือดและไขมัน ?
นพ.อรรถสิทธิ์: เกี่ยวเนื่องกันไปหมด เพราะพอใช้ชีวิตไม่ดี Hormones ก็รวนอยู่แล้ว คนทั่วไปอาจจะคิดว่า Estrogen คือ Hormones ของเพศหญิง Hormones หลักของผู้หญิงมี Estrogen กับ Progesterone ซึ่งต้องสมดุลกัน แต่ข้อได้เปรียบหลัก ๆ ของผู้หญิงเด่นที่ Estroge
ผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน Perimenopause ที่บ่งชี้ว่าจำเป็นต้องเสริม Hormones Testosterone ?
นพ.อรรถสิทธิ์: การใช้ Hormones ในเพศหญิงนะครับ จะต้องใช้ Estrogen Progesterone ก่อนแน่นอน แต่ Testosterone ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่เราดู แต่การให้ Hormones ในผู้หญิง อยู่ดี ๆ เราจะไม่ให้ Testosterone นะ ถามว่าการให้ Testosterone ในผู้หญิงช่วยเรื่องอะไร หลัก ๆ ช่วยเรื่องของกระดูก กล้ามเนื้อ แล้วก็ช่วยเรื่องของอารมณ์ทางเพศ
สัญญาณเตือน Hormones ร่วง ภาวะ Estrogen Dominance และการเปลี่ยนแปลงรอบเดือน ?
นพ.อรรถสิทธิ์: ทุกวันนี้ในผู้หญิงไทย วัยทองจะมากันตอนช่วงอายุ 51 – 52 ปี ในช่วงนี้เวลาที่ Hormones ร่วง โดยมากแล้ว Estrogen จะไปร่วงช่วงนั้น แต่ Progesterone จะเป็นตัวที่ร่วงก่อน จะเกิดภาวะที่เรียกว่า Estrogen Dominance คือ Estrogen เด่นกว่าProgesterone ภาวะนี้เราจะเจอก่อนในช่วงอายุ 40 กว่าขึ้นไป ก็มีอารมณ์ขึ้นลง, มีความเหวี่ยงของอารมณ์, ซึมเศร้าก็ได้ เรื่องของ ท้องอืด, ตัวบวม, น้ำหนักขึ้น เป็น Estrogen Dominance มีเรื่องของเจ็บเต้านม, คัดหน้าอก, เจ็บตึงเต้านม เป็นลักษณะของ Estrogen ที่เด่น อย่าลืมว่าEstrogen เป็นตัวกระตุ้น Progesterone เป็นตัวเบรก แล้วตัวเบรกเราไม่มี เรื่องของมดลูกจะมีความเสี่ยงในการมีเนื้องอกในมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว เวลามีประจำเดือนก็จะมีปวดท้องประจำเดือนเยอะ เลือดประจำเดือนออกเยอะ บางทีออกมาเป็นก้อน ๆ
วิธีการตรวจวัดระดับ Hormones ให้แม่นยำ ?
นพ.อรรถสิทธิ์: ต้องเจาะเลือดตรวจ ผู้ชายถ้าเจาะเลือดตรวจ Hormones ตรวจวันไหนก็ได้ แต่ผู้หญิงจะมีความละเอียดอ่อน มีความซับซ้อนของ Hormones ในช่วงครึ่งเดือนแรกผู้หญิงEstrogen จะเด่นกว่า เสร็จปุ๊บช่วงครึ่งเดือนหลัง Progesterone จะเด่นกว่า เราต้องหาจุดตัดที่ Estrogen Progesterone สมดุลกัน เวลาจะตรวจ วันที่แม่นที่สุดคือ 7 วันก่อนจะมีประจำเดือน บางทีเขาจะพูด Day 21 แต่ว่ารอบเดือนของผู้หญิงแต่ละคนไม่เท่ากัน ถ้าเกิดจะเอาเป๊ะ ๆ หมอจะถามประจำเดือนแล้ว จดประจำเดือนมาให้ดู หมอจะแพลนแล้วว่า คาดว่าเดือนต่อไปน่าจะมาเมื่อไหร่ เราจะเจาะ 7 วันก่อนจะมี แต่ถ้าคนที่ รอบเดือนไม่รู้เลย มาบ้างไม่มาบ้าง จะให้ตรวจตกไข่ เราจะตรวจจากปัสสาวะ อย่าไปเลือก Test ตรวจที่เป็นขึ้น 2 เส้น ดูยากมาก หมอจะบอกว่าให้เลือกเป็นประเภท ถ้าไข่ตกเป็นหน้ายิ้ม จะมีเป็นสัญลักษณ์หน้ายิ้ม ไข่ตกอีก 7 วันตรวจได้เลย จะแม่นที่สุด
แต้มต่อที่ 3 ทฤษฎี Mitochondria และการถ่ายทอดทางแม่ The Mother’s Curse ?
นพ.อรรถสิทธิ์: แต้มต่อที่ 3 เป็นสมมุติฐานของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง เป็นเรื่องของMitochondria ของผู้หญิง สมมุติฐานนี้เขาจะเรียกว่าเป็น The Mother’s Curse คำสาปของคุณแม่ที่มีต่อลูกชาย ใน Cell เราแต่ละ Cell ข้างในก็จะมี Nucleus อยู่ เปรียบเหมือนศูนย์บัญชาการ ที่สั่งงาน Cell แล้วใน Cell เราก็จะมีอวัยวะหนึ่งที่ชื่อว่า Mitochondria ซึ่ง Mitochondriaเปรียบเหมือนเป็นโรงไฟฟ้าของ Cell ที่ผลิตพลังงานให้กับ Cell ถ้าเราดูเด็ก ๆ วิ่งไปวิ่งมาตลอด เพราะว่าโรงไฟฟ้าเขายังดี แบตเตอรี่ดี สดใหม่ พอเวลาอายุเยอะ ๆ โรงไฟฟ้าเขาเริ่มเสื่อม ซึ่งMitochondria ก็เป็นหนึ่งใน Hallmarks of Aging เช่นกัน เวลาที่โรงไฟฟ้าเสื่อมแล้ว พลังงานต่าง ๆ ก็จะน้อยลง คำสาปของคุณแม่มายังไง มาจากว่า ใน Nucleus ของคนเรา จะมี DNA อยู่ โดยที่มาจากคุณพ่อครึ่งหนึ่ง มาจากคุณแม่ครึ่งหนึ่ง ซึ่งเหมาะสม Make sense แต่ในMitochondria จะมี Mitochondria อยู่ชุดหนึ่ง ซึ่ง Mitochondria มี DNA จากคุณแม่เท่านั้น ไม่มี DNA จากคุณพ่อ DNA ของ Mitochondria จะส่งต่อเป็นของคุณแม่เท่านั้น ของคุณพ่อเราจะเอาออก
การดูแลสุขภาพด้วย 6 เสาหลัก Lifestyle Medicine และการสร้าง Social Connection ?
นพ.อรรถสิทธิ์: อย่าคิดว่ามีแต้มต่อแล้ว จะใช้ชีวิตยังไงก็ได้ สุดท้ายต้องกลับมาดูแล Lifestyle ให้ดี ผมบอกไปแล้วว่า เราดูแล 3 อย่าง ดูแล Lifestyle ดูแลสารอาหาร และดูแล Hormones ในLifestyle มี 6 เสาหลักของ Lifestyle Medicine ที่ทุกวันนี้คือมีข้อมูลเยอะมาก ๆ ช่วยในเรื่องของ Healthspan แน่นอน เราคิดว่าข้อไหนสำคัญที่สุด ถ้าเลือกได้ข้อเดียว มี กิน, นอน, ออกกำลัง, สารพิษ, สารเสพติดต่าง ๆ เหล้า บุหรี่ อยู่ในนี้หมด การจัดการความเครียด แล้วก็เรื่องของ Social Connection คือความสัมพันธ์กับคนรอบตัว เพราะโดยมากก็คิดทั้ง 6 ข้อ ถ้าเกิดคนที่ยังไม่เริ่มดูแลสุขภาพ จะเริ่มสักข้อหนึ่ง ทำอะไรดี ประมาณนี้ ถ้าในส่วนตัวหมอเลือกของเรื่องของ Social Connection ให้เป็นข้อแรก มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ถ้าเราดูงานวิจัยนี้ คืองานวิจัยที่ยาวนานที่สุดบนโลกใบนี้ของฮาร์วาร์ด 75 ปี ที่เขาพบว่าความสุขในชีวิตของคนเรา ขึ้นอยู่กับคุณภาพของความสัมพันธ์รอบตัว ถ้าเกิดมีความสัมพันธ์ที่ดี ชีวิตก็จะแฮปปี้ มีความสุข เราจะอยู่ยาวไปทำไม ถ้าชีวิตไม่มีความสุข เวลาความสัมพันธ์รอบตัวไม่ดี ก็เกิดความเครียดด้วย มีอีกอย่างหนึ่งที่เขาพูดถึง เคยได้ยินกฎของค่าเฉลี่ยไหม 5 คนรอบตัวเรา สมมุติว่าจะมีรายได้เท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับ 5 คนรอบตัวที่เราสนิทด้วยมากที่สุด เรื่องสุขภาพก็เช่นกัน ถ้าเพื่อนเรายังเที่ยวผับบาร์ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า คิดว่าเราจะเลิกบุหรี่ได้ไหม เวลาที่ยังไปเจอเพื่อนเหล่านี้อยู่ ต้องไปเที่ยวกลางคืน แล้วจะนอนดีได้ยังไง ส่วนตัวหมอข้อสำคัญสุด แต่ถ้าเกิดคนไข้มาที่คลินิก มาปรึกษา เราคงไปยุ่งกับ Social Connection เขาไม่ได้ สิ่งที่หมอจะให้เขาทำก่อนอันดับแรก คือ นอน หมอมองว่า คือจัดการได้ด้วยตัวเองง่ายสุด เพราะว่าถ้านอนไม่ดี อย่าหวังจะให้เขาคุมอาหาร ทุกอย่างสร้างตอนนอน พอนอนไม่ดี ก็จะมี Sugar Craving อยากหวาน อยากอาหาร Calorie สูง จะให้ไปคุมอาหาร คุมยาก นอนยังไม่ดีเลย อยู่ดี ๆ จะเอาแรงที่ไหนไปออกกำลังกาย ขอเรื่องแรกเรื่องเดียวก่อน เรื่องนอน กลับมานอนดีให้ได้ แล้วอื่น ๆ จะตามมาครับ
