15 กันยายน 2569 เวลา 14:08 น.

พลพีร์ สั่งปกครองส่งคนเฝ้าเคลื่อนย้าย 4 ร่างสุสานยิวแปดริ้วไปชลบุรี หวั่น สับเปลี่ยนศพ พร้อมรีเช็กใบอนุญาตสุสานทั่วประเทศใน 3 วัน ลั่น พบผิดฟันไม่เลี้ยง เดินหน้าล้างบางนอมินีต่างชาติ จ่อถก ศุภจี ขยายผลนิติบุคคลต้องสงสัยกว่า 1 หมื่นแห่ง
เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเพิกถอนสุสานยิว ใน จ.ฉะเชิงเทรา ว่า เมื่อเวลา 05.00 น. ทางบริษัทการชาบัดได้นำทีมเคลื่อนย้ายร่างทั้ง 4 และได้เคลื่อนย้ายไปยังสุสาน จ.ชลบุรี โดยได้มีการแจ้งทาง จ.ฉะเชิงเทรา แล้ว และจะให้มีการแจ้งไปยัง จ.ชลบุรีด้วย ส่วนตนได้เน้นย้ำไปที่กรมการปกครองในพื้นที่ให้ไปสังเกตการณ์ เนื่องจากกังวลว่าจะมีการเปลี่ยนหรือโยกย้ายจริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีภรรยาของผู้เสียชีวิต ที่อยากนำร่างไปประกอบพิธี ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าร่างถูกฝังอยู่แล้วจะนำไปประกอบพิธีอะไร จึงได้มอบหมายให้ท้องที่ของทั้ง 2 จังหวัดเข้าไปดูแล
นายพลพีร์ ยังกล่าวถึงสุสานทั่วประเทศว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย.69 ได้มีการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจของกระทรวงมหาดไทยในการจัดระเบียบสังคม โดยได้ให้กรมการปกครองทำตัวเลขสุสานสถานที่ประกอบฌาปนกิจทั่วประเทศให้เสร็จภายใน 3 วัน และรายงานมา เมื่อได้รายชื่อมาทั้งหมดจะนำไปตรวจสอบใบอนุญาตว่าถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องจะใช้แนวทางฉะเชิงเทราโมเดล ในการดูแลเพิกถอนดำเนินคดีต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสอบย้อนหลังชาบัดที่ จ.ฉะเชิงเทรา ตนตั้งข้อสงสัยตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งตนเชื่อว่าขาดพยานหลักฐานในการยื่นขอสุสานตั้งแต่ตอนนั้น โดยวิธีการที่ตนเช็คใช้แอพพลิเคชั่น Google Earth ถนนและแหล่งน้ำแสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีแหล่งน้ำอยู่ตรงนั้นมาก่อนแล้ว แต่ในเอกสารของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และข้าราชการบางส่วนที่เซ็นอนุมัติทางผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้งคณะกรรมการสอบ โดยกำหนดระยะเวลา 15 วัน หากสอบไม่แล้วเสร็จจะขยายเวลาก็มาว่ากันอีกที แต่ส่วนตัวเห็นแล้วว่าผิดหากมีข้าราชการหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินคดีต่อไป
นายพลพีร์ กล่าวว่า ในช่วงบ่ายจะเป็นการหารือกับนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นการหารือกันนอกรอบเกี่ยวกับนอมินี สัญชาติ วีซ่าต่างๆ และทุกภารกิจที่เราดำเนินการมาตลอดระยะเวลา 30-40 วัน ซึ่งยังไม่ครบลูป เพราะหากกระทรวงมหาดไทยไปจับ ก็ต้องส่งเรื่องให้ตำรวจ หากทางตำรวจไม่ได้ดำเนินการต่อ ก็จะต้องมีการรายงานเพื่อให้ทางมหาดไทยขยายผลต่อไป
โดยจะมีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เกี่ยวกับบริษัทอิสราเอล ที่พบว่ามีเครือข่ายหลาย 10 บริษัท จึงอยากได้ความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ดำเนินการอยู่แล้วแต่อยากให้การส่งข้อมูลสามารถทำให้เร็วกว่านี้ นอกเหนือจากระบบราชการจะมีวิธีอื่นอีกหรือไม่ ขณะที่การหารือกับนางศุภจี กรมการปกครองจะหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทต่างๆ และส่งข้อมูลให้กัน เพราะขณะนี้มีนอมินีที่ถือครองที่ดินในประเทศไทยโดยเฉพาะบริษัทนิติบุคคล ประมาณ 2,000 แห่ง และมีบริษัทที่น่าสงสัยกว่าอีกหมื่นแห่ง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท โดยจะรวบรวมข้อมูลและปรึกษาการวันนี้ ก่อนจะนำเรียนนายกรัฐมนตรี หลังกลับจากประเทศเวียดนาม
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการเนรเทศชาวต่างชาติอิสราเอลและฝรั่งเศส มีการยื่นอุทธรณ์หรือความคืบหน้าอย่างไร นายพลพีร์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นการยื่นอุทธรณ์ แต่ขณะนี้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ควบคุมตัวไว้อยู่ หากภายใน 7 วันไม่มีการยื่นเรื่องก็จะมีการส่งตัวออกนอกประเทศ ส่วนกฎหมายเรื่องการเนรเทศขอดูพยานหลักฐานและเหตุผลในการเนรเทศก่อน แต่การกระทำความผิดอื่นของชาวต่างชาติ เราจะดำเนินการเพิกถอนวีซ่ามากกว่า เช่น การไปจับกลุ่มที่ผับ 577 ห้วยขวาง ซึ่งพบชาวต่างชาติ 5 รายที่ดำเนินเนินการถอดวีซ่า