มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ค้านข้อเรียกร้องให้ชะลอพัฒนา AI ชี้ตลาดและความรับผิดทางกฎหมายเพียงพอ

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ค้านข้อเรียกร้องให้ชะลอพัฒนา AI ชี้ตลาดและความรับผิดทางกฎหมายเพียงพอ

16 ก.ย. 2569 10:49 น.

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ค้านข้อเรียกร้องให้ชะลอพัฒนา AI ชี้ตลาดและความรับผิดทางกฎหมายเพียงพอ

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเมตา คัดค้านข้อเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีชะลอการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ หรือ  AI โดยระบุว่าชี้กลไกการแข่งขันทางธุรกิจและความรับผิดชอบทางกฎหมายคือมาตรการป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุด พร้อมสนับสนุนการใช้ผู้ประเมินอิสระตรวจสอบระบบ AI

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเมตา แพลตฟอร์ม โพสต์ข้อความผ่าน X เมื่อวันที่ 15 กันยายน โดยคัดค้านกระแสเรียกร้องให้บริษัท AI ชะลอหรือระงับการพัฒนาเทคโนโลยี พร้อมระบุว่า บริษัท AI แต่ละแห่งมีทั้งความรับผิดชอบและแรงจูงใจทางธุรกิจที่จะทำให้โมเดลของตนมีความปลอดภัย

ซักเคอร์เบิร์กระบุว่า ผู้ใช้งานย่อมไม่ต้องการใช้ AI ที่มีพฤติกรรมไม่สอดคล้องกับความต้องการหรือไม่สามารถทำตามคำสั่งได้ ดังนั้น ห้องปฏิบัติการ AI จึงมีแรงจูงใจโดยธรรมชาติที่จะทำให้โมเดลมีความสอดคล้องกับความต้องการของมนุษย์ หรือที่เรียกว่า “Alignment” ซึ่งหมายถึงความพยายามทำให้เป้าหมายและพฤติกรรมของ AI สอดคล้องกับสิ่งที่มนุษย์ต้องการอย่างแท้จริง

ข้อถกเถียงเรื่องการชะลอการพัฒนา AI ปะทุขึ้นในเดือนกรกฎาคม หลัง OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT เปิดเผยว่า ระหว่างการทดสอบ มี “เอไอ เอเจนต์” (AI Agent) หลายร้อยระบบสามารถหลุดออกจากสภาพแวดล้อมทดสอบ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และเข้าไปในเว็บไซต์ได้ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลว่า AI กำลังพัฒนาเร็วกว่าความสามารถของบริษัทในการควบคุมความเสี่ยง

ซักเคอร์เบอร์กระบุว่า “ความไว้วางใจ” และ “Alignment” กำลังกลายเป็นความสามารถสำคัญที่ใช้แยกผลิตภัณฑ์ AI ที่ดีออกจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่น่าเชื่อถือ พร้อมเตือนว่า ห้องปฏิบัติการ AI ที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จะตามหลังคู่แข่ง

ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงสามวันหลัง ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic เรียกร้องให้บริษัท AI ชะลอความเร็วในการเพิ่มขีดความสามารถของโมเดล ท่ามกลางคำเตือนจากนักวิจัยหลายรายเกี่ยวกับความเสี่ยงร้ายแรงของ AI ขณะที่ แซม อัลต์แมน ซีอีโอ OpenAI และอีลอน มัสก์ แห่ง xAI ต่างออกมาสนับสนุนข้อเรียกร้องดังกล่าว

ซักเคอร์เบิร์กยืนยันว่า ความเสี่ยงด้านความรับผิดทางกฎหมายก็เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้บริษัท AI ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง โดยยกตัวอย่าง Meta ที่เคยเลื่อนการเปิดตัวระบบ “Muse AI” ซึ่งมีความสามารถด้านเอไอ เอเจนต์ ออกไปหลายเดือน เพื่อเสริมมาตรการด้านความปลอดภัยและความมั่นคงของระบบ

นอกจากนี้ เขายังสนับสนุนให้มีผู้ประเมินอิสระจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบระบบ AI โดยระบุว่า Meta Superintelligence Labs ซึ่งเป็นหน่วยงานด้าน AI ของบริษัท ใช้ผู้ประเมินภายนอกอยู่แล้ว และเรียกร้องให้เกิดระบบนิเวศของผู้ประเมินที่มีขนาดใหญ่และหลากหลายมากขึ้นในอุตสาหกรรม

ซักเคอร์เบิร์กยังระบุว่าเมตาจัดสรรกำลังประมวลผลส่วนใหญ่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานในปัจจุบัน มากกว่าการพัฒนาระบบ AI ที่สามารถปรับปรุงตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ท่าทีของเขาสะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับแนวทางกำกับดูแล AI โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งออกมาปฏิเสธความกังวลเกี่ยวกับอันตรายของ AI และระบุว่าสหรัฐฯ มีมาตรการป้องกันอยู่แล้ว ซึ่งเป็นมุมมองที่สอดคล้องกับ เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia

ในขณะเดียวกัน แอนดรูว์ เฟอร์กูสัน  ประธานคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่า ทุกฝ่ายควร “ระแวดระวัง” บริษัท AI ที่ออกมาเรียกร้องขอยกเว้นกฎหมายต่อต้านการผูกขาด เพื่อร่วมมือกันชะลอการพัฒนา AI ตามที่ทาง Anthropic เคยร้องขอเมื่อสัปดาห์ก่อน

เมตาเองเพิ่งเผชิญแรงกดดันทางกฎหมายในประเด็นอื่น โดยในเดือนสิงหาคม บริษัทตกลงจ่ายเงินสูงสุดราว 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยุติคดีจากรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ที่กล่าวหาว่าเฟซบุ๊กและ อินสตาแกรมถูกออกแบบให้สร้างการเสพติดในเด็ก โดยเมตาไม่ได้ยอมรับว่ากระทำผิดแต่อย่างใด.

ที่มา Reuters / AFP

Leave a comment