
16 ก.ย. 2569 15:12 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
อาคาร 7 ชั้นในกาซาถล่ม ดับอย่างน้อย 12 คน รวมเด็ก 5 คน กว่า 100 ติดใต้ซาก
เกิดเหตุอาคารที่พักอาศัย 7 ชั้นในเมืองกาซาซิตี้ ถล่มลงมาในช่วงกลางคืน หลังได้รับความเสียหายจากการโจมตีก่อนหน้านี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน รวมเด็ก 5 คน และบาดเจ็บอีก 14 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยคาดว่ายังมีผู้คนเกือบ 100 คนติดอยู่ใต้ซากอาคาร
เจ้าหน้าที่ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของฉนวนกาซาเร่งค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากซากอาคารที่พักอาศัยในพื้นที่ทางตะวันตกของเมืองกาซาซิตี้ หลังอาคาร 7 ชั้นพังถล่มลงมาในช่วงกลางคืน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน รวมเด็ก 5 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 14 คน ขณะที่คาดว่ายังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารเกือบ 100 คน
ภาพที่ได้รับการตรวจสอบโดยสำนักข่าวอัลจาซีราเผยให้เห็นทีมกู้ภัยพยายามช่วยเด็กและผู้รอดชีวิตออกจากซากคอนกรีต โดยมีชาวบ้านร่วมใช้มือเปล่าขุดค้นเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ด้านใน ท่ามกลางเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเด็กที่ยังดังออกมาจากใต้ซากอาคาร
อีกภาพหนึ่งเผยให้เห็นเด็กหญิงคนหนึ่งถูกช่วยออกมาได้ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่ผู้รอดชีวิตหลายคน รวมถึงเด็กเล็ก ถูกนำตัวออกจากซากอาคารในสภาพหายใจหอบ ก่อนถูกส่งขึ้นรถพยาบาล
ราเอ็ด อัล-ดาห์ชาน ผู้อำนวยการหน่วยป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนในเมืองกาซาซิตี้ ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุมีครอบครัวอาศัยอยู่ในอาคารดังกล่าวอย่างน้อย 10 ครอบครัว และเจ้าหน้าที่ยังคงได้ยินเสียงคนร้องจากใต้ซาก จึงยังมีความหวังว่าจะพบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติม
ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า อาคารแห่งนี้เคยถูกโจมตีทางอากาศของอิสราเอลมาก่อน ทำให้โครงสร้างแตกร้าวและอยู่ในสภาพไม่มั่นคง ก่อนจะพังถล่มลงมาในที่สุด
อเลสซานโดร มราคิก หัวหน้าสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP ประจำกาซา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหน่วยงานของสหประชาชาติบางแห่ง รวมถึงหน่วยงานบรรเทาทุกข์ของอียิปต์ เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ แต่การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากขาดเครื่องจักรและอุปกรณ์หนักที่จำเป็น ทำให้เจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งต้องใช้มือเปล่าขุดซากเพื่อค้นหาผู้ที่ติดอยู่
มราคิกเตือนว่า ยังมีอาคารอีกประมาณ 400 แห่งที่เสี่ยงพังถล่ม โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ขณะที่หน่วยกู้ภัยท้องถิ่นระบุว่า มีอาคารที่ได้รับความเสียหายราว 2,000 แห่งทั่วฉนวนกาซาที่ยังคงมีครอบครัวอาศัยอยู่
เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์และองค์การสหประชาชาติกล่าวโทษข้อจำกัดของอิสราเอลในการนำเครื่องจักรกลหนักเข้าสู่ฉนวนกาซา ว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การกู้ภัยทำได้อย่างจำกัด ขณะที่อิสราเอลระบุว่า มาตรการควบคุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ถูกนำไปใช้โดยกลุ่มติดอาวุธ
องค์การสหประชาชาติประเมินว่า สงครามในกาซาซึ่งเริ่มขึ้นหลังการโจมตีของกลุ่มฮามาสต่ออิสราเอลในเดือนตุลาคม 2566 ก่อให้เกิดซากอาคารและเศษวัสดุประมาณ 61 ล้านตัน และอาจต้องใช้เวลานานถึง 7 ปีในการเก็บกวาด
ดาห์ชานเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากอาคารที่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะพังถล่ม โดยระบุว่า ครอบครัวจำนวนมากถูกบังคับให้เข้าไปอาศัยในอาคารที่เสียหาย เพราะมีทางเลือกด้านที่พักพิงจำกัด หลายครอบครัวเลือกอาศัยอยู่ในอาคารที่ถูกทำลายบางส่วนเพื่อหลบลมและฝน รวมถึงเนื่องจากเต็นท์สำหรับผู้ไร้ที่อยู่อาศัยมีไม่เพียงพอ
แม้การหยุดยิงที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในเดือนตุลาคม 2568 จะยุติการสู้รบขนาดใหญ่ในฉนวนกาซา แต่ยังไม่สามารถยุติการโจมตีของอิสราเอลได้ และความพยายามที่จะนำไปสู่สันติภาพถาวรยังมีความคืบหน้าอย่างจำกัด
กลุ่มฮามาสกล่าวหาอิสราเอลว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและบ่อนทำลายความพยายามดำเนินแผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อยุติความขัดแย้งในกาซา ซึ่งรวมถึงการถอนกำลังอิสราเอลออกจากฉนวนกาซาและการปลดอาวุธกลุ่มฮามาส ขณะที่อิสราเอลกล่าวหาว่ากลุ่มฮามาสเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในฉนวนกาซาระบุว่า นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผล มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,300 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน ขณะที่กองทัพอิสราเอลระบุว่า ทหารอิสราเอลเสียชีวิต 4 นาย ทั้งนี้ กลุ่มฮามาสไม่ได้เปิดเผยข้อมูลจำนวนผู้เสียชีวิตที่เป็นนักรบของกลุ่มอย่างสม่ำเสมอ..
ที่มา Al Jazeera / Reuters