ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีหนัก หลังอียูเปิดทางให้แคนาดาเป็น “สมาชิกสมทบ” ชี้เป็นเรื่อง “น่าขัน”

ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีหนัก หลังอียูเปิดทางให้แคนาดาเป็น "สมาชิกสมทบ" ชี้เป็นเรื่อง "น่าขัน"

17 ก.ย. 2569 15:09 น.

ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีหนัก หลังอียูเปิดทางให้แคนาดาเป็น “สมาชิกสมทบ” ชี้เป็นเรื่อง “น่าขัน”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ วิจารณ์ข้อเสนอของสหภาพยุโรป ที่เปิดทางให้แคนาดาเป็น “สมาชิกสมทบ” ชาติแรกของกลุ่มว่า “น่าหัวเราะ” พร้อมขู่ว่าจะขึ้นภาษีสินค้าจากยุโรปในอัตราสูง หรืออาจระงับการค้าบางส่วน หากเห็นว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เป็นมิตรต่อสหรัฐฯ ขณะที่อียูและแคนาดาเดินหน้ากระชับความร่วมมือด้านการค้า เทคโนโลยี พลังงาน และกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ว่าจะดำเนินมาตรการทางการค้าต่อสหภาพยุโรป หลังนางเออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เสนอให้แคนาดาเป็น “สมาชิกสมทบ” ชาติแรกของอียู โดยทรัมป์เรียกข้อเสนอดังกล่าวว่า “น่าหัวเราะ” และเตือนว่าอาจถือเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐฯ 

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางไปยังรัฐนอร์ทแคโรไลนา เมื่อวันที่ 16 กันยายนว่า หากอียู ดำเนินการดังกล่าวและเขามองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นมิตร สหรัฐฯ อาจเรียกเก็บภาษีศุลกากรในระดับสูงมาก หรือยุติการค้ากับยุโรปในสินค้าหลายประเภท พร้อมระบุว่า หากความตั้งใจของอียูเป็นไปในทางที่ดี ก็ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นความตั้งใจที่ไม่ดี สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีจากยุโรปในอัตราที่สูงมาก 

ข้อเสนอของอียูมีขึ้นระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ประจำปีว่าด้วยสถานะของสหภาพยุโรป ของฟอน แดร์ ไลเอิน ที่รัฐสภายุโรปในเมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส โดยมีมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาเข้าร่วมรับฟังด้วย

ฟอน แดร์ ไลเอิน กล่าวว่า เธอต้องการเปิดทางให้แคนาดาเป็นสมาชิกสมทบรายแรกของอียู และเสนอให้ทั้งสองฝ่ายยกระดับความสัมพันธ์จากความร่วมมือทางการค้าไปสู่ “พันธมิตรเพื่ออนาคต” โดยครอบคลุมความร่วมมือด้านการผลิตขั้นสูง เทคโนโลยี อุตสาหกรรมกลาโหม พลังงาน แร่ธาตุสำคัญ แบตเตอรี่ ปัญญาประดิษฐ์ ความมั่นคงทางไซเบอร์ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รวมถึงความร่วมมือในภูมิภาคอาร์กติก 

ปัจจุบันอียูซึ่งมีสมาชิก 27 ประเทศ ยังไม่เคยมีสถานะ “สมาชิกสมทบ” อย่างเป็นทางการ ขณะที่อียูมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและข้อตกลงในระดับใกล้ชิดกับประเทศนอกกลุ่ม เช่น นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ แต่รายละเอียดว่าสถานะสมาชิกสมทบของแคนาดาจะมีขอบเขตเพียงใด รวมถึงความสัมพันธ์กับตลาดเดียวของอียูยังต้องมีการกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติม 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดากับสหรัฐฯ ตึงเครียดขึ้น หลังรัฐบาลทรัมป์ใช้มาตรการภาษีต่อสินค้าจากแคนาดา และทรัมป์เคยกล่าวถึงแนวคิดให้แคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ หลายครั้ง ขณะที่นายกรัฐมนตรีคาร์นีย์กล่าวก่อนหน้านี้ว่า แคนาดาต้องการสร้าง “พันธมิตรที่มีลักษณะเฉพาะ” กับอียูเพื่อกระจายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและลดการพึ่งพาสหรัฐฯ 

รัฐบาลแคนาดาได้แสดงท่าทีสนับสนุนการกระชับความสัมพันธ์กับยุโรป โดยมองว่าการสร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิดขึ้นจะช่วยเสริมสร้างอธิปไตยของแคนาดา ขณะที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างแคนาดากับอียูมีข้อตกลงการค้าเสรีอียู-แคนาดา หรือ CETA อยู่แล้ว

นอกจากด้านเศรษฐกิจ แคนาดายังเดินหน้ากระจายความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยรัฐบาลคาร์นีย์ประกาศอย่างเป็นทางการว่า แคนาดายื่นขอเข้าร่วม Joint Expeditionary Force หรือ JEF ซึ่งเป็นความร่วมมือด้านการทหารที่มีสหราชอาณาจักรเป็นแกนนำ และประกอบด้วยสมาชิกนาโตในยุโรป 10 ประเทศ เพื่อเสริมขีดความสามารถในการตอบสนองต่อวิกฤตอย่างรวดเร็ว 

ขณะที่เบนจามิน ฮัดดาด รัฐมนตรีฝรั่งเศสฝ่ายกิจการยุโรป ปฏิเสธว่าฝ่ายสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจยับยั้งการตัดสินใจด้านภูมิรัฐศาสตร์ของอียู โดยกล่าวว่า ทิศทางทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ของยุโรปเป็นเรื่องที่ยุโรปสามารถตัดสินใจได้เอง และอียูมีสิทธิที่จะกระชับความสัมพันธ์กับแคนาดา

ด้านคาร์นีย์มีกำหนดกล่าวต่อรัฐสภายุโรปในวันที่ 17 กันยายน ท่ามกลางการจับตาว่าแคนาดาจะเดินหน้าความสัมพันธ์กับอียูในรูปแบบใดต่อไป ขณะที่รายละเอียดของสถานะ “สมาชิกสมทบ” ยังไม่มีข้อสรุปและคาดว่าจะต้องมีการหารือเพิ่มเติมระหว่างแคนาดากับอียูในการประชุมสุดยอดที่จะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม.

ที่มา Guardian / Reuters

Leave a comment