17 กันยายน 2569 เวลา 16:24 น.

จากข่าวใหญ่ของสหรัฐฯ กรณี มีการยื่นจดมายลงนามจากประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศและประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยเรื่องจีน ส่งถึงรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ โดยเปิดเผย 28 รายชื่อ ที่อาจเกี่ยวเนื่องกับเครือข่ายศูนย์หลอกลวงออนไลน์ การฟอกเงิน และการค้ามนุษย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อพิจารณา ว่าเข้าเกณฑ์คว่ำบาตรตาม Global Magnitsky Act หรือไม่ ซึ่งหนึ่งในรายชื่อดังกล่าวปรากฏชื่อของ นาย วรภัค ธันยาวงษ์ สถานการณ์นี้ทำให้ อดีต รมช.คลัง และ อดีตนายแบงก์ชื่อดัง ต้องกลับมาเป็นที่พูดถึงกันอีกครั้ง
เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์และความเป็นมาอย่างชัดเจนมากขึ้นวันนี้ แนวหน้าออนไลน์ พาทุกคนมาส่องประวัติของ วรภัค ธันยาวงษ์ ผู้เป็นที่รู้จักในวงการเศรษฐกิจไทยว่าเป็นมาอย่างไร
ประวัติและการศึกษา
วรภัค ธันยาวงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2507 (ปัจจุบันมีอายุ 62 ปี) เป็นบุตรนายอธิคม กับนางอร่าม ทองน้ำตะโก ด้านครอบครัวสมรสกับนางกนกพร ธันยาวงษ์ มีบุตร-ธิดา 4 คน
- จบปริญญาตรี ด้านวิทยาการจัดการและระบบคอมพิวเตอร์ จาก Oklahoma State University สหรัฐอเมริกา
- จบปริญญาโท ด้านการเงิน (MBA in Finance) จาก University of Missouri สหรัฐอเมริกา
เส้นทางสายการเงิน
ช่วงเวลา 30 ปีในแวดวงการเงิน นายวรภัค ผ่านการทำงานบริหารระดับสูงหลายแห่ง ทั้งสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนี้
- กรรมการผู้จัดการใหญ่ Bank of America (สาขาประเทศไทย)
- กรรมการผู้จัดการ Deutsche Bank (สาขาประเทศไทย)
- กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธนาคารและบล. J.P. Morgan (ประเทศไทย)
- รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)
- กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ระหว่างปี พ.ศ. 2555 – 2559
จุดเปลี่ยนสู่การเมือง
จากสามารถที่หลากหลายและพิสูจน์ตนเองมาหลายทศวรรษ ควบรวมไปถึงความสามารถบริหารที่โดดเด่นจึงได้รับการดึงตัวเข้าสู่งานภาครัฐ โดยเคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา นายพิชัย ชุณหวชิร อดีต รมว.คลัง ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รมช.คลัง ในรัฐบาลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อเดือนกันยายนปี 2568 โดยการเป็น “โควตาผู้เชี่ยวชาญคนนอก” ที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ
ไม่นานนักเพียงแค่เวลาสั้นๆในการดำรงตำแหน่ง เส้นทางการเมืองก็ต้องหยุดลง เมื่อเกิดกระแสข่าวจาก Whale Hunting สื่อสืบสวนต่างประเทศ ที่พาดพิงถึงชื่อของ นาย วรภัค ถึงการเชื่อมโยงถึงศูนย์แก๊งสแกมเมอร์ โดยเฉพาะกรณีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายธุรกิจในกัมพูชาและ “เบน สมิธ”
ทำให้นายวรภัค ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง รมช.คลัง เพื่อไม่ให้ประเด็นข้อกล่าวหาดังกล่าว กลายเป็นเงื่อนไขกระทบต่อประสิทธิภาพการบริหารงานของรัฐบาล พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตนเอง
จากกรณีการยื่นหนังสือร้องตรวจสอบของ รมต.คลังสหรัฐฯ ล่าสุด นายวรภัค ออกมาชี้แจงทันที โดยย้ำข้อเท็จจริงว่า หนังสือของสมาชิกสภาคองเกรสนั้นเป็นเพียง “คำขอให้หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจสอบข้อมูล” เท่านั้น ไม่ใช่ผลการสอบสวน ไม่ใช่คำวินิจฉัยความผิด และตนยังไม่ได้ถูกทางการสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรแต่อย่างใด พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาโดยยืนยันว่า ตนเองไม่มีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเหล่านั้นแต่อย่างใด และพร้อมนำเอกสารหลักฐานทั้งหมดไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ทั้งในชั้นศาลไทยและต่อหน่วยงานของสหรัฐฯ ต่อไป
ทั้งนี้ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า นายวรภัค ธันยาวงษ์ จะก้าวข้ามผ่านคลื่นมรสุมลูกนี้ไปได้อย่างไร