
17 ก.ย. 2569 12:43 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
เนทันยาฮูขู่ผ่าน กม.ถอนสัญชาติ ผกก.สารคดี “NAZA” ตีแผ่ปฏิบัติการอิสราเอลในฉนวนกาซา
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศผลักดันกฎหมายถอนสัญชาติผู้ที่ทำให้ทหารอิสราเอลเสื่อมเสียชื่อเสียง ท่ามกลางกระแสต่อต้านผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี “NAZA” ที่คว้ารางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์เวนิส ซึ่งเปิดโปงว่ากองทัพอิสราเอลกำหนดจำนวนพลเรือนที่คาดว่าจะเสียชีวิตไว้ในกระบวนการโจมตีฉนวนกาซา ขณะที่ผู้กำกับและครอบครัวเผชิญคำข่มขู่จากกลุ่มขวาจัด
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ประกาศว่า จะผลักดันกฎหมายฉบับใหม่เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลถอนสัญชาติผู้ที่ทำให้ทหารอิสราเอลเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยถือเป็นการยกระดับการข่มขู่ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “NAZA” ซึ่งนำเสนอข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการสังหารพลเรือนในฉนวนกาซาโดยกองทัพอิสราเอล
สารคดีเรื่องนี้กำกับโดยยูวัล อับราฮัม และราเชล ซอร์ สองผู้สื่อข่าวชาวอิสราเอล โดยกล่าวหาว่า การเสียชีวิตของพลเรือนจำนวนมากถูกนำมารวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจเลือกเป้าหมายโจมตีของกองทัพอิสราเอลในกาซาเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูและกองทัพอิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
ภาพยนตร์ความยาว 80 นาทีเรื่องนี้ได้รับรางวัล Special Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา และได้รับเสียงปรบมือนาน 25 นาที ซึ่งถือเป็นสถิติของเทศกาล ภาพยนตร์ใช้ชื่อ “NAZA” ตามศัพท์ย่อทางทหารของอิสราเอลที่ใช้ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นจากการโจมตีทางอากาศ โดยเฉพาะพลเรือนที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มความสูญเสียข้างเคียง
เนื้อหาของสารคดีอ้างอิงบทสัมภาษณ์โดยไม่เปิดเผยตัวตนของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองและทหาร รวมถึงข้อมูลการสืบสวนที่เผยแพร่โดยสื่ออิสราเอลและปาเลสไตน์อย่าง +972 Magazine, Local Call และ The Guardian ระหว่างปี 2566–2568
เนทันยาฮูกล่าวผ่านวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า รัฐบาลจะผลักดันกฎหมาย 2 ฉบับ เพื่อรับมือกับสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความเสียหายอย่างมหาศาล” ต่อทหารอิสราเอล กฎหมายฉบับแรกมีเป้าหมายถอนสัญชาติของผู้ที่ทำให้ทหารอิสราเอลเสื่อมเสียชื่อเสียง ส่วนฉบับที่สองจะเพิ่มบทลงโทษทางการเงินในคดีหมิ่นประมาท โดยเพิ่มค่าเสียหายตามกฎหมายเป็น 20 เท่า
ตามรายงานของสื่ออิสราเอล ร่างกฎหมายฉบับแรกซึ่งจะเสนอผ่านกระทรวงยุติธรรม อาจเพิ่มวงเงินเรียกร้องค่าเสียหายในคดีหมิ่นประมาทเป็น 1 ล้านเชเกล โดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ความเสียหาย ขณะที่ร่างกฎหมายฉบับที่สองซึ่งจะเสนอผ่านกระทรวงมหาดไทย จะกำหนดให้สามารถถอนสัญชาติผู้ที่ทำให้ทหารอิสราเอลและรัฐอิสราเอลเสื่อมเสียชื่อเสียงในต่างประเทศ
เนทันยาฮูยกเหตุการณ์ 3 กรณีเป็นเหตุผลในการเสนอกฎหมาย ได้แก่ สารคดี NAZA ที่เขากล่าวหาว่านำเสนอเจ้าหน้าที่และทหารอิสราเอลในฐานะอาชญากรสงคราม รวมถึงคำกล่าวของยาอีร์ โกลัน อดีตนายพลฝ่ายซ้ายซึ่งผันตัวเป็นนักการเมืองในปี 2568 ว่า “ประเทศที่มีสติย่อมไม่ฆ่าเด็กเป็นงานอดิเรก” และกรณีการรั่วไหลของวิดีโอในปี 2567 ที่แสดงให้เห็นทหารทำร้ายผู้ถูกควบคุมตัวชาวปาเลสไตน์ในกาซา
การประกาศของเนทันยาฮูเกิดขึ้นหลังผู้กำกับทั้งสองเผชิญกระแสต่อต้านจากรัฐบาลและกลุ่มฝ่ายขวาจัดในอิสราเอล โดยมิกี โซฮาร์ รัฐมนตรีวัฒนธรรมอิสราเอล เรียกร้องให้ถอนสัญชาติของผู้กำกับทั้งสอง และกล่าวหาว่าพวกเขาทรยศต่อรัฐ พร้อมขอบคุณเนทันยาฮูที่ประกาศเตรียมแก้ไขกฎหมาย โดยระบุว่าถึงเวลายุติสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความอัปยศ”
ด้านอิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล เรียกผู้กำกับทั้งสองว่า “ความอัปยศ” ขณะที่เนทันยาฮูประณามภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ยอมรับไม่ได้” และกล่าวหาว่าเป็นการนำเสนอทหารอิสราเอลในฐานะอาชญากรสงคราม
ในช่วงค่ำวันพุธ (16 ก.ย.) นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาหลายสิบคนรวมตัวกันบริเวณหน้าบ้านพ่อแม่ของราเชล ซอร์ หนึ่งในผู้กำกับสารคดี โดยมีนักเคลื่อนไหวและทีมงานหาเสียงที่เชื่อมโยงกับพรรคขวาจัดโอตซ์มา เยฮูดิต ของรัฐมนตรีเบน-กวีร์เข้าร่วมด้วย ตำรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจชายแดนถูกส่งไปดูแลพื้นที่
ผู้ประท้วงรายหนึ่งเรียกร้องให้ใช้ “โทษประหารชีวิตกับผู้ทรยศ” และเรียกร้องให้รื้อถอนบ้านของครอบครัวผู้กำกับ ขณะเดียวกัน มีข้อความในกลุ่มนักเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนไปชุมนุมบริเวณบ้านของผู้กำกับ โดยบางข้อความมีเนื้อหาเรียกร้องให้ใช้ความรุนแรงอย่างชัดเจน
ก่อนหน้านี้ เยฮูดา ชเลซิงเกอร์ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ Channel 14 ซึ่งมีแนวคิดฝ่ายขวา เรียกร้องให้ติดตามหรือไล่ล่าผู้กำกับทั้งสองไปทุกที่ และขัดขวางไม่ให้พวกเขากลับเข้าอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ชาวยิวในอิสราเอลและต่างประเทศแสดงให้เห็นว่าเสียงปรบมือ 25 นาทีในเทศกาลภาพยนตร์เวนิส ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นเสียงปรบมือที่ต่อต้านชาวยิว จะต้องมี “ราคาที่ต้องจ่ายอย่างหนัก”
ด้านอับราฮัมกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Channel 13 ของอิสราเอลว่า เขารู้สึกหวาดกลัวว่าอาจไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ “แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องยาก อิสราเอลคือบ้านของผม เป็นสถานที่เดียวที่ผมต้องการใช้ชีวิต และเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อผม ดังนั้น แน่นอนว่าผมกลัวว่าจะไม่สามารถกลับไปได้”
ขณะที่กลุ่มผู้สร้างภาพยนตร์และองค์กรสิทธิมนุษยชนออกแถลงการณ์สนับสนุนผู้กำกับทั้งสอง โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนในอิสราเอล 43 แห่ง เรียกร้องให้ทางการยุติการปลุกปั่นและคำข่มขู่ รวมถึงไม่ดำเนินคดีกับผู้กำกับหรือแหล่งข่าวของพวกเขา
นอกจากนี้ ผู้สร้างภาพยนตร์ชาวอิสราเอลมากกว่า 1,500 คน ลงชื่อในคำร้องสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกและการสร้างสรรค์ พร้อมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับอับราฮัมและซอร์ โดยเตือนว่าเส้นแบ่งระหว่างถ้อยคำปลุกปั่นกับความรุนแรงทางกายภาพหรือคำข่มขู่เอาชีวิตกำลังแคบลงอย่างรวดเร็ว โดยกลุ่มผู้ลงชื่อเรียกร้องให้ภาพยนตร์ NAZA ได้รับการเผยแพร่ในอิสราเอล เพื่อให้ผู้ชมสามารถรับชมและตัดสินเนื้อหาด้วยตนเอง
อับราฮัมและซอร์เคยได้รับรางวัลออสการ์จากสารคดีเรื่อง “No Other Land” ในปี 2567 ซึ่งร่วมกำกับกับบาเซล อัดรา และฮัมดาน บัลลาล โดยนำเสนอการต่อต้านของชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของอิสราเอล
องค์กรสิทธิมนุษยชนยังเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตในกาซา โดยเฉพาะพลเรือน และเรียกร้องให้เปิดทางให้ผู้สื่อข่าวเข้าถึงพื้นที่ได้โดยไม่มีอุปสรรค หลังอิสราเอลจำกัดการเข้าถึงของผู้สื่อข่าวต่างชาติมาเป็นส่วนใหญ่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566.