ค้นพบ “แมวป่า” สายพันธุ์ใหม่ของโลกในรอบ 100 ปี ในโบลิเวีย เหลือรอดในศูนย์พักพิงเพียงตัวเดียว

ค้นพบ "แมวป่า" สายพันธุ์ใหม่ของโลกในรอบ 100 ปี ในโบลิเวีย เหลือรอดในศูนย์พักพิงเพียงตัวเดียว

18 ก.ย. 2569 14:23 น.

ค้นพบ “แมวป่า” สายพันธุ์ใหม่ของโลกในรอบ 100 ปี ในโบลิเวีย เหลือรอดในศูนย์พักพิงเพียงตัวเดียว

นักวิทยาศาสตร์ยืนยันการค้นพบแมวป่าสายพันธุ์ใหม่ของโลก ในรอบกว่า 103 ปี ในโบลิเวีย หลังการวิเคราะห์พันธุกรรมพบว่าแตกต่างจากแมวป่าชนิดอื่นอย่างชัดเจน โดยตั้งชื่อว่า Leopardus tilcayo หรือ “แมวทิลคาโย” ขณะที่ปัจจุบันพบตัวอย่างที่มีชีวิตและยืนยันสายพันธุ์แล้วเพียง 1 ตัว

นักวิทยาศาสตร์ยืนยันการค้นพบแมวป่าสายพันธุ์ใหม่ในป่าภูมิภาคยูงกัส ทางตะวันออกของเทือกเขาแอนดีสในโบลิเวีย โดยตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Leopardus tilcayo ถือเป็นการค้นพบสัตว์ในวงศ์แมว ชนิดใหม่ที่ไม่เคยได้รับการบรรยายทางวิทยาศาสตร์มาก่อนในรอบกว่า 103 ปี 

โดยแมวชนิดนี้ ซึ่งเป็นแมวป่าสายพันธุ์ใหม่ชนิดแรกที่ถูกค้นพบนับตั้งแต่มีการค้นพบแมวปัมปัสแห่งอุรุกวัย ในปี 1923 มีขนาดใกล้เคียงกับแมวบ้าน มีลายจุดคล้ายเสือดาว และรูปร่างโดยรวมคล้ายแมวป่าขนาดเล็กชนิดอื่นในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ จึงทำให้ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์แยกความแตกต่างได้ยาก และเข้าใจว่าเป็นแมวป่าชนิดที่มีอยู่แล้ว

จุดเริ่มต้นของการค้นพบเกิดขึ้นในปี 2016 เมื่อนักชีววิทยาชาวโบลิเวีย เปาลา โนกาเลส-อัสการ์รุนซ์ ได้รับแจ้งจากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า Senda Verde ว่ามีแมวป่าตัวหนึ่งที่มีลักษณะผิดแปลกไปจากที่พบทั่วไป

แมวตัวดังกล่าวมีชื่อเล่นว่า “ทิกริโน” (Tigrino) ปัจจุบันมีอายุประมาณ 10 ปี โดยชาวบ้านพบมันเมื่อยังเป็นลูกแมวอยู่บนถนนใกล้ป่า และนำกลับไปเลี้ยงเพราะเข้าใจว่าเป็นแมวบ้าน แต่เมื่อเลี้ยงไปประมาณ 1 ปี เจ้าของพบว่ามันมีพฤติกรรมแบบสัตว์ป่า จึงนำไปฝากไว้ที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า

โนกาเลส-อัสการ์รุนซ์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโครงการวิจัยแมวป่าโบลิเวีย สนใจลักษณะของมันเป็นพิเศษ เนื่องจากมีใบหน้าขนาดเล็ก หูสั้นและกลม หนวดยาว และมีลวดลายเป็นจุดคล้ายเสือดาว เธอถ่ายภาพแมวดังกล่าวไว้จำนวนมาก แต่ในเวลานั้นยังเชื่อว่ามันน่าจะเป็นสมาชิกของชนิด Leopardus tigrinus ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “ไทกรินา” หรือ “แมวลายจุดขนาดเล็ก”

ต่อมาในปี 2019 ระหว่างที่โนกาเลส-อัสการ์รุนซ์กำลังจัดทำคู่มือเกี่ยวกับแมวป่าของโบลิเวีย เธอสังเกตว่าแมวตัวดังกล่าวมีลักษณะไม่ตรงกับภาพอ้างอิงของ L. tigrinus จากประเทศบราซิล โดยเฉพาะลายวงแหวนหรือจุดบนลำตัวที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าแมวตัวนี้อาจเป็นสัตว์คนละชนิด

นักวิจัยจึงร่วมมือกับนักพันธุศาสตร์จากหลายประเทศ ศึกษาดีเอ็นเอจากทั้งสัตว์ที่มีชีวิตและตัวอย่างที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของแมวป่ากลุ่มนี้

ผลการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Current Biology พบว่า Leopardus tilcayo มีความแตกต่างทางพันธุกรรมอย่างชัดเจนจากแมวไทกรินาชนิดอื่น และแยกสายวิวัฒนาการออกจากกลุ่มดังกล่าวเมื่อประมาณ 1.4 ล้านปีก่อน นักวิจัยยังเสนอว่าเดิมทีแมวไทกรินาซึ่งเชื่อว่ามีอยู่เพียง 3 ชนิด อาจประกอบด้วย 5 ชนิด รวมถึงแมวทิลคาโยที่เพิ่งค้นพบในโบลิเวีย

ชื่อ “tilcayo” มาจากคำที่ชาวท้องถิ่นใช้เรียกแมวชนิดนี้ โดยเมื่อโนกาเลส-อัสการ์รุนซ์สอบถามถึงที่มาของชื่อ ชาวบ้านระบุว่าเป็นชื่อที่สืบทอดกันมาจากคนรุ่นก่อน แม้ยังไม่พบความหมายเฉพาะในภาษาสเปนหรือภาษาเกชัวที่ใช้ในโบลิเวีย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับ L. tilcayo ยังมีอยู่น้อยมาก ปัจจุบันมีเพียง “ทิกริโน” ซึ่งอาศัยอยู่ในศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า เป็นสมาชิกของสายพันธุ์ที่ได้รับการยืนยันว่ามีชีวิตอยู่เพียงตัวเดียว ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าน่าจะมีแมวชนิดนี้อยู่ในธรรมชาติอีก แต่ยังไม่ทราบจำนวนประชากรที่แท้จริง รวมถึงยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับอาหาร การสืบพันธุ์ หรือพฤติกรรมในธรรมชาติ

นักวิจัยระบุว่า แมวป่ากลุ่มไทกรินาเป็นสัตว์ที่ศึกษายาก เนื่องจากมีรูปร่างและลวดลายคล้ายคลึงกันอย่างมาก อีกทั้งมีตัวอย่างในพิพิธภัณฑ์จำนวนน้อย ทำให้แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังเคยจำแนกชนิดผิดพลาด

เอ็ดดูอาร์โด ไอซิริก นักพันธุศาสตร์ด้านการอนุรักษ์จากมหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งรีโอกรันดีดูซูลของบราซิล กล่าวว่า แมวกลุ่มนี้เคยเป็นปัญหาสำคัญด้านอนุกรมวิธาน เพราะลักษณะภายนอกคล้ายกันมาก ขณะที่การตรวจพันธุกรรมกำลังเผยให้เห็นความแตกต่างที่ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า

การศึกษาครั้งใหม่นี้วิเคราะห์จีโนมทั้งหมดของแมว 38 ตัวจากสกุล Leopardus และพบว่าไม่เพียง L. tilcayo จะแตกต่างจากแมวไทกรินาชนิดอื่น แต่ยังมีความแตกต่างทางวิวัฒนาการมากพอที่จะได้รับการยอมรับเป็นสายพันธุ์ใหม่

นักวิทยาศาสตร์ยังพบหลักฐานที่อาจบ่งชี้ว่าแมวไทกรินาในเปรูอาจมีชนิดย่อยใหม่ คือ Leopardus tigrinus antisuyo ขณะที่นักวิจัยบางคนเสนอว่าแมวมาร์เกย์ (margay) ซึ่งก่อนหน้านี้เชื่อว่าเป็นสายพันธุ์เดียวที่กระจายตั้งแต่เม็กซิโกถึงอาร์เจนตินา อาจประกอบด้วยมากกว่าหนึ่งสายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยระบุว่าจำเป็นต้องศึกษาพันธุกรรมเพิ่มเติมเพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานดังกล่าว

การค้นพบครั้งนี้อาจส่งผลโดยตรงต่อการอนุรักษ์ เพราะการประเมินสถานะของสัตว์แต่ละชนิดจำเป็นต้องทราบก่อนว่ามีประชากรอยู่ที่ใดและมีจำนวนเท่าใด หากแมวที่เคยถูกมองว่าเป็นสายพันธุ์เดียวแท้จริงแล้วประกอบด้วยหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ก็อาจมีประชากรน้อยกว่าที่เคยประเมินไว้ และจำเป็นต้องได้รับการประเมินสถานะการอนุรักษ์แยกจากกัน

แมวป่ากลุ่มไทกรินาถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากการตัดไม้ทำลายป่า การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย และการลักลอบล่า ขณะที่ L. tilcayo ยังไม่เคยถูกรวมอยู่ในการประเมินสถานะการอนุรักษ์ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเพิ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่

แคโรไลน์ ซาร์ทอร์ จากหน่วยวิจัยเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ระบุว่า การค้นพบนี้มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ เพราะเป็นเรื่องยากที่จะปกป้องสัตว์ชนิดหนึ่ง หากยังไม่รู้แน่ชัดว่าสัตว์นั้นคือชนิดใดและอาศัยอยู่ที่ไหน

ในปัจจุบันมีแมวที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการในวงศ์ Felidae 41 ชนิด แต่การค้นพบ L. tilcayo และหลักฐานที่ชี้ว่าแมวไทกรินาอาจมีหลายชนิด ทำให้จำนวนที่อาจได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 44 ชนิด หากการจำแนกใหม่ได้รับการยืนยันทั้งหมด

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเทคนิคการวิเคราะห์จีโนมที่มีความแม่นยำมากขึ้นอาจนำไปสู่การค้นพบแมวป่าขนาดเล็กชนิดอื่นในแอฟริกาและเอเชีย รวมถึงช่วยให้การประเมินประชากรและการวางแผนอนุรักษ์มีความแม่นยำมากขึ้น

โนกาเลส-อัสการ์รุนซ์กล่าวว่า การค้นพบนี้สะท้อนให้เห็นว่าโลกธรรมชาติยังมีสิ่งที่มนุษย์ไม่รู้จักอีกมาก แม้แต่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใกล้เคียงกับแมวบ้าน ซึ่งดูเหมือนเป็นสัตว์ที่น่าจะได้รับการศึกษามาอย่างละเอียดแล้ว ก็ยังสามารถซ่อนสายพันธุ์ใหม่จากสายตาของนักวิทยาศาสตร์ได้

เธอกล่าวว่า การค้นพบ Leopardus tilcayo จึงไม่เพียงเพิ่มแมวอีกหนึ่งชนิดให้กับโลก แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่า การสำรวจและศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพยังมีอีกมาก และสิ่งที่ค้นพบใหม่เหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการปกป้องควบคู่กันไป.

ที่มา National Geographic / BBC

Leave a comment