โฆษกรัฐบาล จี้ ปชน. แจงปม สส.ภูเก็ต เอี่ยวคดีนอมินี เหตุเจ้าตัวเบี้ยวนัด 3 ครั้ง หวั่นกระทบคดียักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน

18 กันยายน 2569 เวลา 13:10 น.

18 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมาตราการปราบทุนเทาของรัฐบาล ว่า จากที่ประชุมกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ในช่วงที่ผ่านมามีการทำงานระหว่างแต่ละกระทรวง และหน่วยงานต่างๆ เพื่อจับเกี่ยวกับเรื่องการทำธุรกรรมผิดกฎหมาย และการจดทะเบียนบริษัทที่ผิดกฎหมาย โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มีการออกประกาศว่าถ้าบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งมีต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นด้วย หรือแม้แต่เป็นคนไทยจะมีการตรวจสอบประวัติว่าคนไทยที่มาร่วมถือหุ้นนั้นเป็นผู้ที่อยู่ในบัญชีของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยหรือไม่ และจะมีการตรวจสอบว่ามีการเดินบัญชีที่เหมาะกับบริบทของบริษัทนั้นๆ หรือไม่ และมีการออกประกาศว่าถ้ามีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นจะมีการตรวจสอบทุกครั้ง รวมถึงมีการตรวจสอบการไขว้หุ้นระหว่างบริษัทด้วย ซึ่งจะทำให้บริษัทที่มาจดทะเบียนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นนอมินีลดลงอย่างชัดเจน และหากเจอบริษัทที่สงสัยว่าเป็นนอมินี ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งสิ้น 2,000 กว่าบริษัทจะส่งให้กระทรวงมหาดไทย และทางกระทรวงมหาดไทยจะรับลูกต่อ ด้วยการไปดูว่าบริษัทนี้ถือครองทรัพย์สินอย่างไร อย่างเช่นที่ดินมีมูลค่าถึง 85,000 ล้านบาทใน 2,000 บริษัทนี้ ซึ่งตรงนี้กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการเพื่อเข้าสู่ การบังคับขายที่ดินที่ถือครองโดยนอมินี และนอกจากนี้ จะมีนอมินีหรือคนที่สวมสิทธิ์ใช้บัตรประชาชนคนไทย

ตรงนี้กระทรวงมหาดไทยก็มีมาตรการ และมีการตรวจสอบขยายผล ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่อยุธยา มาถึงแฟลตดินแดง และไชยปราการ ล่าสุดไปจับกุมที่สุราษฎร์ธานี ตรงนี้จะมีการขยายผลต่อไป ถือเป็นการทำลายแก๊งที่มีความเกี่ยวข้องกับนอมินีทุนเทา นอกจากนี้ ในช่วงการทำงานของรัฐบาลนี้มีการยึดทรัพย์เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และเครือข่ายที่ทำผิดทางด้านธุรกรรมผิดกฎหมาย ถึงประมาณ 20,000 ล้านบาทจากเครือข่าย เบน สมิธ และยิม เลียก ตรงนี้ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการไป

นายเอกภพ กล่าวต่อว่า ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และพูดคุยในที่ประชุม เป็นสิ่งที่นายกฯให้นโยบายคือ ไม่ว่าเรื่องใดก็ตามที่เป็นเรื่องทุจริต และผิดกฎหมายถ้าสืบค้นไปถึงตรงไหนให้ดำเนินการเต็มที่ไม่มีการขอ ไม่มีการยกเว้น ไม่มีการเจรจา ดังนั้น วันนี้จึงอยากขอให้ทุกภาคส่วนรวมถึงพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีคนเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการนอมินี การฟอกเงิน หรือเรื่องผิดกฎหมายอื่นๆ ขอให้นำบุคคลเหล่านี้ที่อยู่ในกระบวนการสืบสวนให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยที่ไม่ปิดบังหรือปกปิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้หมายถึงกรณี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน (ปชน.) ที่มีเรื่องอยู่ และยังไม่มีการดำเนินการใดๆ แม้จะมีการออกหมายเรียกไป 3 ครั้งแล้วใช่หรือไม่ นายเอกภพ กล่าวว่า จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของทุกพรรคการเมืองที่จะรับผิดชอบคนของตัวเอง ซึ่งกรณี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน จากข้อมูลที่เราทราบ ทางกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีหมายเรียกให้มาชี้แจงแล้ว 3 ครั้ง แต่ยังมีการผัดผ่อนตรงนี้ถือว่าเป็นสิทธิที่จะสามารถผัดผ่อนได้ แต่ถ้าพรรคการเมือง รวมถึงคนที่มีตำแหน่งเป็น สส.ด้วย ควรที่จะออกมาให้ความชัดเจนต่อสังคมด้วย และออกมาชี้แจงกับหน่วยงานสืบสวน เพื่อให้เขาขยายผลต่อได้ไม่เช่นนั้นแล้วเวลาที่ล่วงเลยไปบางครั้งอาจเกิดการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ซึ่งอาจส่งผลเสียหายต่อการสืบสวนได้เช่นเดียวกัน

Leave a comment