สหรัฐฯ เสนอจัดตั้งช่องทาง “การเจรจา AI” กับจีน ปูทางประชุมสุดยอดทรัมป์–สี จิ้นผิง

สหรัฐฯ เสนอจัดตั้งช่องทาง "การเจรจา AI" กับจีน ปูทางประชุมสุดยอดทรัมป์–สี จิ้นผิง

21 ก.ย. 2569 10:51 น.

สหรัฐฯ เสนอจัดตั้งช่องทาง “การเจรจา AI” กับจีน ปูทางประชุมสุดยอดทรัมป์–สี จิ้นผิง

สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อเสนอเบื้องต้นในการสร้างกลไกสื่อสารด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมเตรียมจัดตั้งกลไกแจ้งเตือนภัยความมั่นคงร่วมกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายเร่งเคลียร์ประเด็นการค้าและเทคโนโลยี เพื่อปูทางสู่การพบกันระดับผู้นำระหว่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” และ “สี จิ้นผิง” ที่ทำเนียบขาวในสัปดาห์นี้

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ และจีนหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งช่องทางสื่อสารด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI  โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่ทำเนียบขาวในวันที่ 24 ก.ย. นี้

การหารือมีขึ้นในช่วงที่ทั้งสองมหาอำนาจกำลังเผชิญความกังวลเพิ่มขึ้นว่าระบบ AI ที่มีความสามารถสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อมนุษยชาติ รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ แม้สหรัฐฯ และจีนกำลังแข่งขันกันเพื่อความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยหลังการหารือกับคณะผู้แทนจีนที่นำโดย เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีนว่า การเจรจาด้านการค้าและ AI เป็นไปอย่างประสบความสำเร็จ

เบสเซนต์ระบุว่า สหรัฐฯ เสนอให้ทั้งสองประเทศจัดตั้งกลไกแจ้งเตือนระหว่างกัน สำหรับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งอาจยกระดับเป็นประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมเสนอให้จัดตั้งช่องทางการหารือที่เรียกว่า “การเจรจาด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ และจีน”  โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะพบหารือกันอีกครั้ง

เบสเซนต์กล่าวว่า ทั้งสองประเทศจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ร่วมกันเกี่ยวกับเป้าหมายและภัยคุกคาม พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเพิ่มความโปร่งใสระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีศักยภาพด้าน AI สูงที่สุดของโลก

การหารือจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของธนาคารเจพีมอร์แกน เชส ในนครนิวยอร์ก ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง โดยมีเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย แหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดระบุว่า เบสเซนต์และเหอ ลี่เฟิง ยังได้หารือกันเป็นการส่วนตัวด้วย

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า การหารือเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ลงลึกในรายละเอียด และสร้างสรรค์ โดยทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นเศรษฐกิจและการค้าที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงการดำเนินการตามความเห็นพ้องจากการหารือครั้งก่อน และการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ AI แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

กรีเออร์ระบุว่า การทำงานร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และจีนเป็นสิ่งจำเป็น ขณะที่ทั้งสองฝ่ายพยายามลดความตึงเครียดด้านการค้า เทคโนโลยี และประเด็นยุทธศาสตร์อื่น ๆ โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือความเป็นไปได้ในการขยายระยะเวลาข้อตกลงพักรบทางการค้า และการกำหนดกรอบกำกับดูแลการพัฒนา AI

สำหรับข้อเสนอในการลดภาษีศุลกากรระหว่างกันสำหรับสินค้าบางประเภท กรีเออร์กล่าวว่า ทีมเจรจาของทั้งสองฝ่ายยังคงหารือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิจารณารายการสินค้าที่ไม่อ่อนไหวต่อประเด็นยุทธศาสตร์ หรือ “สินค้าที่ไม่ละเอียดอ่อน” ซึ่งอาจได้รับการพิจารณาแยกออกจากมาตรการทางการค้าในอนาคต สินค้าที่อาจอยู่ในข่ายดังกล่าว ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภคจากจีน ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ อาจครอบคลุมสินค้าเกี่ยวกับพลังงาน สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์

นอกเหนือจากการหารือเรื่องสินค้าที่มีความอ่อนไหวน้อยกว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังต้องการให้มีการจัดส่งแม่เหล็กแร่หายากและแร่ธาตุสำคัญอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่มีความจำเป็นต่อภาคการผลิตของสหรัฐฯ

แหล่งข่าวระบุว่า การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาจดำเนินต่อไปจนถึงวันจันทร์ โดยประเด็นที่ต้องติดตามยังรวมถึงการปฏิบัติตามข้อตกลงก่อนหน้านี้ ซึ่งจีนให้คำมั่นว่าจะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ อีกประเด็นที่อาจถูกหยิบยกขึ้นหารือคือแรงกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเข้าสู่เดือนที่ 7 โดยจีนเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอิหร่าน เป็นผู้ซื้อผลผลิตน้ำมันจำนวนมาก และให้การสนับสนุนทางการทูตแก่รัฐบาลเตหะราน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า ความคาดหวังต่อการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับสี จิ้นผิงยังอยู่ในระดับต่ำ

นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่า ทรัมป์อาจเชิญสี จิ้นผิงเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ หรือ G20 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนธันวาคม ที่รีสอร์ตโดรัลของทรัมป์ในเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา

ด้านจอร์จ เฉิน หุ้นส่วนและประธานฝ่ายดิจิทัลของบริษัท The Asia Group กล่าวว่า การที่สหรัฐฯ และจีนเห็นพ้องที่จะเดินหน้าการเจรจาต่อไป ถือเป็นพัฒนาการที่มีความสำคัญ พร้อมระบุว่า ผลลัพธ์เบื้องต้นเกี่ยวกับกลไกแจ้งเตือนความเสี่ยงด้าน AI อาจเป็นแนวทางที่ประเทศอื่น ๆ นำไปใช้ต่อได้

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงคัดค้านข้อเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI โดยให้เหตุผลว่าการชะลอความก้าวหน้าดังกล่าวอาจเปิดโอกาสให้จีนไล่ตามบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ได้ทัน

การหารือครั้งนี้จึงสะท้อนความพยายามของทั้งสองประเทศในการสร้างช่องทางสื่อสารเกี่ยวกับความเสี่ยงจาก AI ควบคู่ไปกับการเจรจาเพื่อลดความตึงเครียดด้านการค้า และเตรียมความพร้อมสำหรับการพบกันของผู้นำสหรัฐฯ และจีนในสัปดาห์นี้.

ที่มา AFP / Reuters

Leave a comment