
22 ก.ย. 2569 12:42 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
กลุ่ม G7 ประณามกบฏฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบีย พร้อมจี้อิหร่านหยุดส่งอาวุธ
รัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 เรียกร้องกลุ่มฮูตีในเยเมน ยุติการโจมตีซาอุดีอาระเบียและเรือพาณิชย์ พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านหยุดส่งอาวุธและให้การสนับสนุนกลุ่มฮูตี หลังสถานการณ์สู้รบตามแนวชายฝั่งทะเลแดงทวีความรุนแรงและสร้างความกังวลต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่อังกฤษประกาศสนับสนุนด้านการป้องกันทางอากาศแก่ซาอุฯ
กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 ได้แก่ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ร่วม ประณามการโจมตีของกลุ่มฮูตีในเยเมนต่อซาอุดีอาระเบีย พร้อมเรียกร้องให้กลุ่มฮูตีหยุดปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดโดยทันที
รัฐมนตรีต่างประเทศ G7 ระบุว่า กลุ่มฮูตีต้องยุติภัยคุกคามและการโจมตีเรือพาณิชย์ รวมทั้งกลับเข้าสู่กระบวนการทางการเมืองด้วยความจริงใจ โดย G7 ยังเรียกร้องให้อิหร่านยุติการจัดหาอาวุธและการสนับสนุนกลุ่มฮูตี พร้อมกล่าวหาว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ผ่านมา G7 ระบุด้วยว่า การสู้รบที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างกลุ่มฮูตีกับกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านพลังงานทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก
อย่างไรก็ตาม อิหร่านเคยปฏิเสธว่าไม่ได้จัดหาอาวุธให้กลุ่มฮูตี และยืนยันว่าให้การสนับสนุนกลุ่มดังกล่าวในทางการเมืองเท่านั้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่กลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดฉากปฏิบัติการรุกอย่างรวดเร็วในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และเข้ายึดพื้นที่ตามแนวชายฝั่งทะเลแดงของเยเมน รวมถึงเมืองโมคา ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อเส้นทางการค้าระหว่างประเทศและราคาพลังงาน
สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือสำคัญอย่างช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย ขณะที่อิหร่านและกลุ่มพันธมิตรมีอิทธิพลต่อเส้นทางเดินเรือสำคัญในภูมิภาคอีกแห่ง คือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ รวมถึงซาอุดีอาระเบีย
สำนักข่าวซาบา ซึ่งมีความสัมพันธ์กับกลุ่มฮูตี รายงานว่า การโจมตีทางอากาศของซาอุดีอาระเบียต่อเมืองโมคา เมืองท่ายุทธศาสตร์ริมทะเลแดงของเยเมน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน และบาดเจ็บอีก 8 คน โดยผู้เสียชีวิตมีทั้งเด็ก 2 คนและผู้หญิง 1 คน
การโจมตีเกิดขึ้นหลังกลุ่มฮูตีโจมตีกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (19 ก.ย.) ซึ่งถือเป็นการโจมตีกรุงริยาดครั้งแรกในรอบหลายปี และเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งสำคัญ
องค์การสหประชาชาติประเมินว่า มีชาวเยเมนมากกว่า 120,000 คน ต้องพลัดถิ่นจากการสู้รบที่ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็วตามแนวชายฝั่งทะเลแดงในช่วงที่ผ่านมา สงครามเยเมนเริ่มขึ้นในปี 2014 หลังกลุ่มฮูตีเข้ายึดกรุงซานา ก่อนที่การสู้รบส่วนใหญ่จะหยุดชะงักลงตั้งแต่ปี 2022 แต่กลับมาปะทุอีกครั้งในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำพันธมิตรทางทหารที่สนับสนุนรัฐบาลเยเมนมาตั้งแต่ปี 2015 การแทรกแซงดังกล่าวทำให้สงครามรุนแรงขึ้นและนำไปสู่วิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของโลก
ด้านอังกฤษตกลงให้การสนับสนุนทางทหารแก่ซาอุดีอาระเบีย โดยจะให้ความช่วยเหลือด้านการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศในลักษณะเชิงป้องกันแก่เครื่องบินรบของซาอุฯ นายกรัฐมนตรีแอนดี เบอร์แนม ระบุว่า การสนับสนุนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังซาอุดีอาระเบียร้องขอความช่วยเหลือทางทหาร โดยอังกฤษจะใช้เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง Voyager จำนวน 1 ลำ ซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศอังกฤษอะโครตีรีในไซปรัส
ฝรั่งเศสก็ประกาศพร้อมช่วยปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบียที่ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มฮูตี โดยแหล่งข่าวทางการทูตระบุว่า การดำเนินการของฝรั่งเศสจะเป็นไปในลักษณะ “ป้องกันอย่างเคร่งครัด” และไม่ได้หมายความว่าฝรั่งเศสจะเข้าร่วมการสู้รบกับกลุ่มฮูตี
ก่อนหน้านี้ กลุ่มฮูตีโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทน้ำมันซาอุดีอาระเบีย อารัมโก ในเมืองยันบู ริมทะเลแดง ขณะที่ซาอุดีอาระเบียระบุว่า ท่อส่งน้ำมันอีสต์-เวสต์ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการส่งออกน้ำมันดิบ ต้องหยุดดำเนินการหลังเกิดการโจมตีด้วยโดรนจากอิรัก
ขณะที่มีรายงานว่ามกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย ได้ขอให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สนับสนุนการดำเนินการต่อกลุ่มฮูตี สำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์รายงานว่า มกุฎราชกุมารซาอุฯ โทรศัพท์หาทรัมป์เมื่อวันอาทิตย์เพื่อขอให้สหรัฐฯ ช่วยรับมือกับการรุกคืบของกลุ่มฮูตีอีกครั้ง หลังเว็บไซต์ Axios รายงานก่อนหน้านี้ว่า ทรัมป์ปฏิเสธคำขอในลักษณะเดียวกันเมื่อสัปดาห์ก่อน
ขณะที่แหล่งข่าวจากสำนักงานของรอชาด อัล-อะลีมี ผู้นำองค์กรปกครองของเยเมน เปิดเผยว่า อัล-อะลีมีได้หารือทางโทรศัพท์กับทรัมป์เมื่อวันอาทิตย์ เพื่อขอการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ต่อกลุ่มฮูตี อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนทางทหาร โดยการพูดคุยมีเป้าหมายเพื่อแสดงความสนับสนุนต่อรัฐบาลเยเมนที่กำลังเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก โดยทรัมป์เคยกล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า กลุ่มฮูตีตกลงว่าจะไม่โจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ.