
22 ก.ย. 2569 11:47 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
จีนสั่งปลด 2 นายทหารพ้นพรรคคอมมิวนิสต์-กองทัพ เซ่นปมทำผิดกฎหมาย-ฝ่าฝืนวินัยร้ายแรง
จีนประกาศขับ “จาง โหยวเสีย” และ “หลิว เจิ้นหลี่” อดีตนายทหารระดับสูง ออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนและปลดออกจากกองทัพ หลังผลการสอบสวนพบการฝ่าฝืนวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง ทั้งการรับสินบน ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ และจัดตั้งกลุ่มก๊วนภายในพรรค ขณะที่ประเด็นการกล่าวหาว่าไม่ซื่อสัตย์ต่อพรรคได้รับความสนใจ เนื่องจากนายจางเคยเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลางและบุคคลใกล้ชิดประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
จีนประกาศขับนายทหารระดับสูง 2 นาย ได้แก่ จาง โหยวเสีย และ หลิว เจิ้นหลี่ ออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือ CPC และปลดออกจากกองทัพ หลังถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง รวมถึงการทุจริตและไม่ซื่อสัตย์ต่อพรรค
สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า การตัดสินใจดังกล่าวได้รับการอนุมัติในการประชุมกรมการเมือง คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (21 ก.ย.) หลังที่ประชุมพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการทหารกลาง หรือ CMC เกี่ยวกับการดำเนินการต่อคดีของนายทหารทั้งสอง
จาง โหยวเสีย เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกกรมการเมือง คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานสูงสุดในการบัญชาการกองทัพจีน และเป็นบุคคลที่ถูกมองว่าใกล้ชิดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ขณะที่หลิว เจิ้นหลี่ เคยเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการทหารกลาง และหัวหน้ากรมเสนาธิการร่วมของคณะกรรมาธิการทหารกลาง
การสอบสวนจางและหลิวเริ่มขึ้นหลังได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและคณะกรรมาธิการทหารกลาง โดยคณะกรรมการตรวจสอบวินัยของคณะกรรมาธิการทหารกลางเป็นผู้ดำเนินการ ผลการสอบสวนระบุว่า นายทหารทั้งสองละทิ้งเจตนารมณ์และภารกิจดั้งเดิม ห่างเหินจากพรรค ละทิ้งหลักการของพรรค และก้าวข้ามข้อห้ามสำคัญด้านวินัย นอกจากนี้ ยังถูกกล่าวหาว่าจัดตั้งกลุ่มก๊วนและกลุ่มอิทธิพลภายในพรรค รวมถึงไม่ซื่อสัตย์และไม่จริงใจต่อพรรค
เอกสารทางการที่สำนักข่าวซินหัวอ้างถึงระบุว่า จางและหลิวฝ่าฝืนระเบียบวินัยและกฎเกณฑ์ทางการเมืองอย่างร้ายแรง จัดตั้งกลุ่มและฝักฝ่าย ตลอดจนมีพฤติกรรมทุจริตและใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ผลสอบสวนยังพบว่า ทั้งสองรับของขวัญและเงินอย่างผิดกฎหมาย และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือบุคคลอื่นในเรื่องการเลื่อนตำแหน่งและประเด็นต่าง ๆ เพื่อแลกกับเงินจำนวนมหาศาล
นอกจากนี้ ยังถูกกล่าวหาว่าละเลยความรับผิดชอบในการบังคับใช้หลักการกำกับดูแลตนเองของพรรคอย่างเข้มงวด และละเลยการอบรม ตลอดจนการกำกับดูแลสมาชิกในครอบครัวและเจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายใต้การดูแล
สำนักข่าวซินหัวระบุว่า การกระทำของนายทหารทั้งสองมีความผิดทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เกี่ยวพันกัน โดยการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนจากการทุจริตเกิดขึ้นควบคู่กับการละเลยหน้าที่และการใช้อำนาจในทางมิชอบ อีกทั้งมูลค่าความเสียหายและเงินที่เกี่ยวข้องอยู่ในระดับสูงมาก และลักษณะความผิดมีความร้ายแรงอย่างยิ่ง
ตามระเบียบของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จางและหลิวถูกขับออกจากพรรค และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อสงสัยว่ากระทำความผิดทางอาญาถูกส่งต่อให้หน่วยงานอัยการทหารพิจารณาและดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากนี้ สถานะการเป็นผู้แทนการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 20 ของนายทหารทั้งสองถูกยุติลงด้วย โดยการขับออกจากพรรคอย่างเป็นทางการจะต้องได้รับการรับรองจากคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการประชุมเต็มคณะครั้งต่อไป
สำนักข่าวซินหัวระบุว่า คดีของจางและหลิวสะท้อนจุดยืนที่ชัดเจนของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและคณะกรรมาธิการทหารกลาง ในการเดินหน้าปราบปรามการทุจริตอย่างต่อเนื่องจนถึงที่สุด โดยยืนยันว่า การต่อต้านการทุจริตไม่มีพื้นที่ต้องห้าม ครอบคลุมทุกระดับ และใช้หลักไม่ยอมผ่อนปรนต่อผู้กระทำผิด
ทางการจีนยังระบุด้วยว่า ไม่มีสถานที่ใดในกองทัพที่บุคคลทุจริตจะสามารถหลบซ่อนได้ พร้อมยกให้การดำเนินคดีดังกล่าวเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของการปราบปรามการทุจริตในพรรคและกองทัพจีน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การสอบสวนจาง โหยวเสีย และหลิว เจิ้นหลี่ ได้รับการประกาศเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนที่นายทหารทั้งสองจะถูกปลดออกจากคณะกรรมาธิการทหารกลางของรัฐในช่วงปลายเดือนสิงหาคม
นับตั้งแต่สี จิ้นผิงขึ้นสู่อำนาจในปี 2012 เขาได้ดำเนินการปราบปรามการทุจริตและการละเมิดวินัยในวงกว้าง โดยมีเจ้าหน้าที่ในระบบราชการจีนหลายล้านคนถูกสอบสวนในระดับต่าง ๆ และมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจำนวนมากทั้งในพรรค รัฐบาล และกองทัพถูกดำเนินการทางวินัยและปลดออกจากตำแหน่ง
กองทัพจีนเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยการสอบสวนและการขับเจ้าหน้าที่ระดับสูงออกจากพรรคหลายครั้ง ส่งผลให้โครงสร้างสมาชิกคณะกรรมาธิการทหารกลางเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
เดนนิส ไวลเดอร์ อดีตนักวิเคราะห์จีนของสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือ CIA และนักวิจัยอาวุโสจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ระบุว่า แม้ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน หรือ PLA จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน คือข้อกล่าวหาเรื่องความไม่ซื่อสัตย์ต่อพรรค ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งกลุ่มก๊วนและกลุ่มฝักฝ่าย
ไวลเดอร์กล่าวว่า ข้อกล่าวหาเรื่องความไม่ซื่อสัตย์ดังกล่าวคล้ายคลึงกับบรรยากาศทางการเมืองในยุคของเหมา เจ๋อตง และหากข้อกล่าวหาได้รับการพิสูจน์ อาจสะท้อนว่าผู้นำจีนมองสถานการณ์ดังกล่าวว่าเป็นความท้าทายที่ร้ายแรงต่ออำนาจและตำแหน่งทางการเมืองของสี จิ้นผิง
ด้านโจเซฟ โทริเจียน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองจีนจากมหาวิทยาลัยอเมริกัน กล่าวว่า จาง โหยวเสีย เคยถูกนำเสนอผ่านกลไกโฆษณาชวนเชื่อของพรรคและกองทัพในช่วงทศวรรษ 1980 ในฐานะตัวแทนของคนจีนรุ่นใหม่ที่ยังคงซื่อสัตย์ต่อการปฏิวัติ แต่ปัจจุบันกลับเผชิญข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและวัตถุนิยม ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ร่วมรุ่นเดียวกันจำนวนมากต้องสิ้นสุดเส้นทางอำนาจ
จาง โหยวเสีย เคยเป็นสมาชิกกรมการเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และเป็นหนึ่งในนายทหารระดับสูงเพียงไม่กี่คนที่มีประสบการณ์ผ่านการสู้รบ
การประกาศขับจางและหลิวออกจากพรรคเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีกำหนดเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และไม่กี่สัปดาห์ก่อนการประชุมสำคัญของพรรคในเดือนตุลาคม ซึ่งจะมุ่งเน้นประเด็นการกำกับดูแลภายในพรรคและวินัยของสมาชิก.
ที่มา China Daily / Reuters