22 กันยายน 2569 เวลา 13:39 น.

วันนี้ 22 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก ทีมสุดซอย ทุบทุนเทา Factcheck โพสต์ภาพพร้อมข้อความชี้แจงการตรึงราคาน้ำมันดีเซล สกัดวิกฤตตะวันออกกลาง หากไร้มาตรการฯ อาจทะลุ 54 บาท ด้วยข้อความทั้งหมดว่า “”เอกนัฏ” ตรึงดีเซลอยู่หมัด สกัดวิกฤตตะวันออกกลาง ดันราคาดีเซลต่ำเกือบที่สุดในอาเซียน (รองแค่บรูไน) หากไร้มาตรการฯ อาจทะลุ 54 บาท!
จากการที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคประชาธิปัตย์ ปมข้อเสนอให้เอาเงิน “ไทยช่วยไทย” ไปโปะดีเซล ทำเหมือนว่ารัฐบาล ปล่อยลอยตัว ทีมสุดซอยจึงขอโต้กลับด้วยผลงานของ “รมว.ขิง” นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน และหัวหน้าทีมสุดซอย ที่เดินหน้ายื้อราคาสุดฤทธิ์ท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลางนับตั้งแต่รับตำแหน่ง สกัดไม่ให้ดีเซลพุ่งกระฉูดทะลุ 50 กว่าบาทเหมือนที่หลายคนกังวล

ซึ่งกระทรวงพลังงาน ภายใต้การนำของนายเอกนัฏ เน้นย้ำมาตลอดว่า “ราคาน้ำมันดีเซลไม่ใช่เรื่องไกลตัว” แต่มันคือเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทุนการเกษตร การขนส่ง โรงงาน การกระจายสินค้า ไปจนถึงราคาของบนชั้นวางและค่าครองชีพของทุกครัวเรือน รัฐบาลจึงต้องบริหารราคาอย่างต่อเนื่อง ไม่ยอมปล่อยให้ความผันผวนจากตลาดโลกกระแทกใส่ประชาชนแบบเต็มๆ ในคราวเดียว
จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก ทางกระทรวงพลังงานได้งัดมาตรการเชิงรุกเข้ามารับมืออย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 เพื่อไม่ให้ต้นทุนพุ่งกระฉูดกระทบค่าครองชีพประชาชนและภาคเศรษฐกิจ ซึ่งมาตรการลดราคา ณ โรงกลั่น เป็นมาตรการที่ใช้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และลดราคาต่อเนื่องมา 7 ครั้งแล้ว
มาตรการลดราคา ณ โรงกลั่น: ดำเนินการเป็นระลอก ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน (ลด 5 บาท และ 3 บาทต่อลิตร) ต่อเนื่องถึงช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม (ลด 2.40 บาท) และล่าสุดขยายผลลด 4 บาทต่อลิตร สำหรับดีเซล B0, B7 และ B20 ยาวจนถึง 31 ตุลาคม 2569
กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง: ใช้เงินกองทุนฯ เข้ามาชดเชยส่วนต่างเพื่อพยุงราคาหน้าปั๊มให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
โดยข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 ระบุว่า ดีเซลได้รับส่วนลด ณ โรงกลั่น 4 บาทต่อลิตร และเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันอีก 8.62 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร
เปรียบเทียบสถานการณ์ราคา:
ราคาปัจจุบัน: 40.69 บาทต่อลิตร
หากไม่มีส่วนลดโรงกลั่น: ราคาขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 44.97 บาทต่อลิตร
หากปล่อยลอยตัว (ไร้โรงกลั่นและกองทุนฯ): ราคาอาจพุ่งสูงถึง 54.19 บาทต่อลิตร
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน พบว่าราคาดีเซลไทยในปัจจุบันยังคงมีความสามารถในการแข่งขันสูง โดยต่ำกว่ามาเลเซีย (ประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน) ที่ราคา 42.96 บาทต่อลิตร และอินโดนีเซียที่ 44.73 บาทต่อลิตร ขณะที่ใกล้เคียงกับเวียดนามที่ 40.75 บาทต่อลิตร
งานนี้ขอฝากถึงผู้ที่วิจารณ์ ก่อนจะบอกว่า “น้ำมันแพง” คงต้องยอมรับความจริงก่อนว่าประเทศไทยไม่ใช่ผู้ส่งออกน้ำมัน แต่ด้วยความทุ่มเทของนายเอกนัฏ รมว.สุดซอยคนนี้ ที่ใช้มาตรการรับแรงกระแทกไว้ ทำให้คนไทยรอดพ้นจากน้ำมันลิตรละ 50 กว่าบาทมาได้ จนคนไทยได้ใช้น้ำมันดีเซล “ถูกเกือบที่สุดในอาเซียน!” ถูกกว่ามาเลเซีย และเป็นรองแค่บรูไนประเทศเดียว!
#ทีมสุดซอย #ทุบทุนเทา #FactCheck#เอกนัฏพร้อมพันธุ์ #ขิงเอกนัฏ #ราคาน้ำมัน #ดีเซล #วิกฤตพลังงาน #ข่าวพลังงาน #กระทรวงพลังงาน”

หลังจากที่โพสต์ของ เพจเฟซบุ๊ก ทีมสุดซอย ทุบทุนเทา Factcheck เผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
“ประเทศไทย โชคดีที่ ได้คุณขิง และท่านนายกฯ ให้ความสำคัญและทำภายใต้กฏหมายที่มีปัจจุบัน ขอบคุณที่ลดภาระพลังงานให้กับคนไทย”
“พวกที่ไม่เข้าใจ เห็นตัวเลข คงเข้าใจขึ้นนะ”
“ลูก.ก หวาย”
“การางแผนผลงานมันเลยออกมาดี เก่งมากตบมือให้ทีมงานสุดซอย”
“ถือว่าทำผลงานให้ทีถูกกว่าท้องตลาดหลายประเทศขอชื่นชม”
“สุดซอยของแท้”
“เข้าใจว่าทำดีที่สุดแล้วครับ สู้ๆ”



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ทีมสุดซอย ทุบทุนเทา Factcheck