22 กันยายน 2569 เวลา 06:01 น.

นายกฯอนุทินการันตีครม.ชุดนี้ ไม่มีใครหากินผิดกฎหมาย ไม่ยุ่งเกี่ยว “ธุรกิจสีเทา-ธุรกิจเถื่อน”หลังลุยปราบอย่างจริงจัง ลั่นไม่ประนีประนอมคนทำผิดก.ม. ด้านรมว.ยุติธรรม เตรียมออกหมายเรียกครั้งสุดท้าย“สส.ภูเก็ต”พรรคปชน. ชี้แจงปมนอมินีภูเก็ต ชี้หากไม่มาดีเอสไอเตรียมออกหมายจับ จ่อส่งสำนวนสั่งฟ้อง“ภาวุธ-ฟิมล์”ผู้ต้องสงสัยคดีฟอร์เร็กซ์ต่ออัยการ ภายในสัปดาห์นี้
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ที่โรงแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างเป็นประธานการประชุมหารือเพื่อมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนด้านการต่างประเทศ ทิศทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น และการบูรณาการทํางานร่วมกันของทีมประเทศไทย ยืนยันรัฐบาลชุดนี้จริงจังกับการปราบปรามสแกมเมอร์ โดย 3 เดือนของรัฐบาลก่อนหน้า รวม 7 เดือนของรัฐบาลชุดนี้ ยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ ไปกว่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลดำเนินการอย่างจริงจังในการปราบปรามสแกมเมอร์ รวมทั้งการป้องกันธุรกรรมการเงินผิดกฎหมาย ยืนยันได้ว่าขณะนี้การทำธุรกรรมผิดปกติหรือผิดกฎหมายนั้นเป็นสิ่งที่ยากมากจริง ๆ ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่ง ที่มีความน่าเชื่อถือในเรื่องของการปราบปรามสแกมเมอร์ เห็นได้จาก สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือนานาชาติ ทั้ง Fitch Ratings , เอส แอนด์ พี , moody’s ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยให้อยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ ถือว่าประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานในการจัดการกับเรื่องดังกล่าวนี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เรื่องยาเสพติด รัฐบาลก็ดำเนินการปราบปรามอย่างเต็มที่ เหลือเพียงอย่างเดียวคือการเข้าไปปราบปรามโรงงานเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้ได้เริ่มพูดคุย กรณีที่มีโรงงานที่ผลิตยาเสพติดแล้วเข้ามาขายในประเทศไทย อีกทั้งยังมีความเสี่ยงสูงในการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ของฝ่ายไทย ซึ่งได้พูดคุยเรื่องนี้กับประเทศเพื่อนบ้านด้านฝั่งตะวันตกของเราอย่างชัดเจนว่าคงจะปล่อยไปเป็นเช่นนั้น ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้แสดงให้นานาชาติได้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของประเทศไทยในการปราบปราม อาชญากรรม สิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ
“สามารถพูดได้เลยว่ารัฐบาลของตนเองไม่มีใครหากินกับเรื่องพวกนี้เด็ดขาด ไม่มีคณะรัฐมนตรีคนไหนที่ไป มีความสัมพันธ์ กับธุรกิจเทา ธุรกิจเถื่อน ย้ําว่าไม่มีอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะประนีประนอมกับผู้กระทำผิดกฎหมาย”นายกรัฐมนตรี ย้ำ
ด้านพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะสรุปฟ้องคดีฟอร์เร็กซ์ต่ออัยการคดีพิเศษ ว่า ภายในสัปดาห์นี้กรมสอบสวนคดีพิเศษจะส่งฟ้องคดีดังกล่าวต่ออัยการ ซึ่งผู้ต้องสงสัยที่ถูกฟ้องมีทั้งนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ อดีตศิลปินชื่อดัง ซึ่งเท่าที่ตนทราบสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว ต้องดูเวลาว่าตัวผู้ต้องสงสัย จะมาหรือไม่ และมาอย่างไร
รมว. ยุติธรรมยังกล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ในฐานะพยานการถือครองอสังหาริมทรัพย์ และการใช้คนไทยเป็นนอมินีให้กับชาวต่างชาติ หลังเลื่อนให้ปากคำต่อดีเอสไอหลายครั้งว่าในวันที่ 28 ก.ย.นี้ จะมีการออกหมายเรียกอีกครั้ง และเป็นความประสงค์ของนายสมชาติด้วยคาดว่านายสมชาติจะมาแต่ถ้าไม่มา ซึ่งทางดีเอสไอส่งไป 3 รอบแล้วต้องดำเนินการตามระเบียบของดีเอสไอ และการเรียกในวันที่ 28 ก.ย. ถือเป็นครั้งที่ 3ที่ออกเอกสารเรียกไป เพราะการออกครั้งแรกหมายเรียกไปไม่ถึงผู้รับ
เมื่อถามย้ำว่า หากวันที่ 28 ก.ย. นายสมชาติไม่มาจะดำเนินการอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตามระเบียบดีเอสไอต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจทุ่งสองห้อง เป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)กรมสอบสวนคดีพิเศษมาตรา 24 ซึ่งหากไม่มาพบ จะมีโทษ ส่วนคดีหลักต้องดำเนินการต่อไปเลย
เมื่อถามว่า หากไม่มาจะออกหมายจับได้เลยหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ต้องให้พนักงานสอบสวนดูในรายละเอียด หากไม่มาต้องดำเนินการไปตามนั้น ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หมายถึงออกหมายจับใช่หรือไม่ พล.ต.ท. กล่าวว่า “ครับผม”