22 กันยายน 2569 เวลา 12:16 น.

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ให้โอนย้ายมาดำรงตำแหน่ง “อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ” (DSI) คนใหม่ การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาบริหารหน่วยงานเดิมที่คุ้นเคยในฐานะ “ลูกหม้อ” คนสำคัญ ดังนั้น แนวหน้าออนไลน์ ในวันนี้จะพาย้อนเส้นทางการเติบโตและเส้นทางสายงานสอบสวน พร้อมกับผลงานการจับกุมและสืบสวนคดีระดับชาติ
ประวัติ
ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล สำเร็จการศึกษาในสาขากฎหมายและการสอบสวนโดยตรงโดยสำเร็จการศึกษา ปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต (รป.บ.) จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต (น.ม.) จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง
เส้นทางรับราชการจากตำรวจสู่เบอร์หนึ่ง DSI
ร.ต.อ. ปิยะ เริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากการเป็นข้าราชการตำรวจ ก่อนขยับขยายเข้าสู่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยในปี 2552-2553 ได้ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 8 และขยับขึ้นเป็น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ด้วยผลงานการรับผิดชอบคดีสำคัญระดับประเทศ จากนั้นได้เติบโตตามสายงานขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ในปี 2558
ต่อมาในปี 2565 ได้เลื่อนขึ้นเป็นรองอธิบดี DSI กำกับดูแลคดีด้านทรัพยากรธรรมชาติและคดีแชร์ลูกโซ่ ก่อนจะถูกโยกย้ายไปเป็นรองเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในปี 2567 และย้ายกลับมาเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติในช่วงปลายปี 2568 จนกระทั่งล่าสุดได้รับความไว้วางใจให้กลับมาผงาดในตำแหน่งอธิบดี DSI

ผลงานปราบปรามคดีสำคัญ
สำหรับผลงานคดีสำคัญที่สร้างชื่อ ได้แก่ การเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีความมั่นคงและการชุมนุมทางการเมืองในปี 2553 นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการทวงคืนผืนป่า ทั้งคดีบุกรุกอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต คดีรุกป่าสงวนฯ จ.พังงา รวมถึงการร่วมขยายผลและอายัดทรัพย์สินในคดีแชร์ลูกโซ่ระดับประเทศอย่าง Forex-3D
ประเด็นร้อน คดีฮั้วสว.
แม้จะมีผลงานโดดเด่น แต่ที่ผ่านมา ร.ต.อ. ปิยะ ก็เคยตกเป็นพื้นที่ข่าวในประเด็นทางการเมืองเช่นกัน โดยเฉพาะการทำหน้าที่ประธาน 1 ใน 7 รายชื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 ซึ่งมีมติสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหากลุ่มใหญ่ในคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภาคประชาชนและกลุ่ม iLaw นอกจากนี้ ยังเคยถูกร้องเรียนต่อ กกต. เรื่องความเป็นกลางในการทำหน้าที่ จากกรณีปรากฏภาพยืนรอต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ส่งผลให้การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอธิบดี DSI ในครั้งนี้ เป็นที่จับตามองจากสังคมถึงทิศทางการทำงานและการจัดการคดีสำคัญในอนาคต