ไผ่ จตุภัทร์ วืดอีก! ศาลยกคำร้องประกันตัวครั้งที่ 11 คดี ม.112 ระบุไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

22 กันยายน 2569 เวลา 19:18 น.

22 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า ศาลอาญายกคำร้องประกันตัวครั้งที่ 11! ‘ไผ่’ จตุภัทร์ คดี ม.112 เหตุชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ระบุไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม แม้เพิ่งมีคำสั่งให้ยุติคดีข้อหาอื่นที่ได้รับนิรโทษกรรม

วันที่ 22 ก.ย. 2569 ทนายความยื่นประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องขังในคดี “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19 – 20 ก.ย. 2563 การยื่นประกันตัวครั้งนี้เป็นการยื่นครั้งที่ 11 ในวันนี้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องประกันตัว โดยระบุว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

การยื่นประกันตัวครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งที่ 11 ตั้งแต่ศาลฎีกาอนุญาตให้ประกันตัวในคดีมาตรา 112 เหตุชุมนุมปราศรัยที่ภูเขียว และศาลอุทธรณ์ภาค 4 อนุญาตให้ประกันตัวในคดีมาตรา 116 เหตุชุมนุม #จัดม็อบไล่แม่งเลย ซึ่งปัจจุบันจตุภัทร์ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพพร้อมกับติดกำไล EM ตามคำสั่งประกันตัวของศาลฎีกา เนื่องจากเหลือเพียงคดีนี้ที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว และเป็นคดีที่เขาตัดสินใจยื่นถอนประกันเองระหว่างถูกขังในคดีหลัก และปัจจุบันคดี 19 กันยาฯ ก็อยู่ระหว่างการสืบพยานและยังไม่มีคำพิพากษาแต่อย่างใด

ในคำร้องขอประกันตัว ระบุว่าจำเลยยินยอมให้ศาลกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) และกำหนดเวลาให้อยู่ภายในเคหสถาน หรือให้ศาลกำหนดเงื่อนไขใด ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนี ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี โดยสาระสำคัญมีดังนี้

ในคดีนี้ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2569 ศาลได้มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีข้อหามาตรา 116, 215, 358, 385, พ.ร.บ.โบราณสถานฯ, พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.จราจร, พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ ที่ได้รับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ คงไว้เฉพาะความผิดตามมาตรา 112 ทำให้โทษความหนักเบาคดีจึงลดลง

อีกทั้งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกา คดี ม.112 ชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียว และสภ.ภูเขียว โดยเห็นว่าไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยาน พร้อมให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM)

จำเลยเป็นเพียงบุคคลธรรมดา มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ประกอบอาชีพสุจริต ไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพลทางการเมืองหรืออิทธิพลใด ๆ ที่จะไปข่มขู่พยานบุคคลหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้ ยิ่งไปกว่านั้น พยานหลักฐานในคดีนี้ทั้งหมดเป็นพยานเอกสารและพยานวัตถุที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมและอยู่ในความครอบครองของพนักงานอัยการโจทก์โดยเสร็จสิ้นแล้ว การปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยย่อมไม่ก่ออุปสรรคหรือความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล

ต่อมา เวลา 17.21 น. ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์แล้ว ศาลนี้และศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง”

ทั้งนี้ในวันที่ 29 ก.ย. 2569 จตุภัทร์มีนัดฟังคำพิพากษาใน 2 ศาล ได้แก่ นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาของศาลจังหวัดภูเขียว คดีของ “ไผ่” จตุภัทร์ และ “ครูใหญ่” อรรถพล (เบิกตัวผ่านจอภาพ) ในคดีมาตรา 112 จากเหตุชุมนุมปราศรัยประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในการชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว ซึ่งจะทำให้คดีสิ้นสุดลงทันทีหลังฟังคำพิพากษา (เดิมศาลนัดวันที่ 23 ก.ย. ต่อมาศาลเลื่อนนัดเป็นอ่านคำพิพากษาวันที่ 29 ก.ย. 2569)

ส่วนอีกที่คือคดีของศาลจังหวัดขอนแก่น นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 คดีของจตุภัทร์ ในข้อหามาตรา 116 จากเหตุชุมนุม #หมายที่ไหนม็อบที่นั่น ปี 2563 ซึ่งคดีนี้เข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรม และทนายความได้ยื่นคำร้องขอให้จำหน่ายคดีแล้ว อยู่ระหว่างรอคำสั่งศาล

สำหรับในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ย. 2569) ที่ศาลอาญา “ไผ่” จตุภัทร์ จะถูกเบิกตัวมาศาลเพื่อร่วมสืบพยานจำเลยในคดี #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร พร้อมกับอานนท์ นำภา ที่ถูกคุมขังอยู่เช่นกัน

อ่านบนเว็บไซต์: https://tlhr2014.com/archives/86785

Leave a comment