กมธ.ที่ดินฯ ลงพื้นที่ป่าชุมชนโค้งตาบาง เพชรบุรีดันรายได้จากป่าถึงมือชาวบ้าน

23 กันยายน 2569 เวลา 15:06 น.

“กมธ.ที่ดินฯ” ลงพื้นที่ป่าชุมชนโค้งตาบาง เพชรบุรีดันรายได้จากป่าถึงมือชาวบ้าน “กุลวลี”ย้ำ คนดูแลป่า ต้องได้ประโยชน์จากป่า เร่งลดขั้นตอนยุ่งยากให้ชาวบ้านมีรายได้จากการรักษาป่า

น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี  พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ( กมธ.) การที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร นำคณะกมธ.การที่ดินฯ ลงพื้นที่จ.เพชรบุรี ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี จากนั้นเดินทางไปเทศบาล ตำบลท่าไม้รวก และป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง อำเภอท่ายาง เพื่อดูการทำงานจริงของชาวบ้านที่ช่วยกันดูแลป่าและมีรายได้จาก “คาร์บอนเครดิต” ซึ่งก็คือ ต้นไม้ที่ช่วยดูดก๊าซที่ทำให้โลกร้อนเก็บไว้ในลำต้น เมื่อวัดได้ว่าป่าดูดเก็บไว้เท่าไร ก็นำปริมาณนั้นไปขายให้บริษัทที่ต้องการชดเชยก๊าซที่ตนปล่อยออกมา ป่าที่ชาวบ้านรักษาไว้จึงกลายเป็นรายได้กลับคืนสู่ชุมชน

น.ส.กุลวลี กล่าวว่า  ในการประชุม  กมธ.ที่รัฐสภาที่ผ่านมา หน่วยงานยกป่าชุมชนบ้านโค้งตาบางเป็นตัวอย่างที่ทำได้จริง แต่ก็มีข้อกังวลว่า ค่าใช้จ่ายในการวัดและตรวจรับรองค่อนข้างสูง ชุมชนที่ป่าผืนเล็กหรือไม่มีทุนจึงเข้าถึงได้ยาก อีกทั้งคณะกรรมการป่าชุมชนยังติดปัญหาเรื่องสถานะทางกฎหมายในการทำสัญญาและรับเงิน  กมธ.จึงลงพื้นที่เพื่อดูของจริงและฟังจากคนที่ลงมือทำในพื้นที่ โดยได้รับฟังการบรรยายการดูแลป่าของชุมชน ชมการสาธิตการวัดต้นไม้และเก็บข้อมูลเพื่อคำนวณปริมาณคาร์บอน และเดินชมสภาพป่าจริง พร้อมพูดคุยกับชาวบ้านถึงการใช้ประโยชน์จากป่า ปัญหาไฟป่า และความต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ

น.ส.กุลวลี ย้ำว่าป่าจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อคนที่ดูแลป่าได้ประโยชน์จากป่า ชาวบ้านโค้งตาบางดูแลป่ามาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ความตั้งใจนั้นกลายเป็นรายได้ เราจึงอยากให้ป่าชุมชนทั่วประเทศทำได้แบบนี้ โดยไม่ต้องรอให้มีบริษัทใหญ่มาช่วย อย่างไรก็ตาม ทาง กมธ.การที่ดินฯ จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ครั้งนี้ไปผลักดันต่อไปใน 3 เรื่อง คือ
1. ให้รายได้จากคาร์บอนถึงมือชาวบ้านอย่างเป็นธรรมและตรวจสอบได้ ว่าขายได้เท่าไร และเงินไปอยู่ที่ใด 
2.ให้ค่าใช้จ่ายในการวัดและตรวจรับรองต้องไม่เป็นภาระจนชุมชนเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะป่าชุมชนผืนเล็ก
3.ให้ความรู้เรื่องคาร์บอนเครดิตไปถึงป่าชุมชนทั่วประเทศ โดยจะขอให้กรมป่าไม้เสนอขอทุนจาก กองทุนสิ่งแวดล้อมมาดำเนินการ

“สิ่งที่ได้ไม่ได้มีแค่เงิน ป่าที่สมบูรณ์ให้น้ำ ให้อากาศดี ช่วยลดโลกร้อน และลดไฟป่าที่สร้างหมอกควัน ให้พี่น้องประชาชน เมื่อชาวบ้านมีรายได้จากการรักษาป่า ป่าก็จะอยู่กับเราไปถึงลูกหลาน คณะกรรมาธิการจะติดตามเรื่องนี้ให้เกิดผลจริง” น.ส.กุลวลี กล่าว

Leave a comment