23 กันยายน 2569 เวลา 14:36 น.

23 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า อัยการสั่งยุติคดีประชาชน 38 คน ร่วมชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน ปี 2563 หลังเข้าข่ายนิรโทษกรรม
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2569 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ได้มีหนังสือสั่งยุติคดี จากการชุมนุม #เชียงใหม่จะไม่ทน ที่ข่วงประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2563 ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหารวมทั้งหมดถึง 38 คน โดยเหลือข้อหาหลักตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หลังในตอนแรกมีการออกหมายเรียกนัดหมายไปสั่งฟ้องคดี แต่เมื่อเห็นว่าเข้าข่ายนิรโทษกรรม ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ อัยการจึงได้มีคำสั่งยุติต่อมา
คดีนี้มี บัญชา บุญพยุง เป็นผู้กล่าวหาผู้ชุมนุมดังกล่าวถึง 38 คน ไว้ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ประกอบไปด้วยทั้งนักศึกษา นักวิชาการ นักกิจกรรม ผู้เรียกร้องความเสมอภาคทางเพศ และกลุ่มคนเสื้อแดง ในข้อกล่าวหา “ยุยงปลุกปั่นฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ นับเป็นคดีที่มีผู้ถูกกล่าวหามากที่สุดคดีหนึ่งในการชุมนุมช่วงปี 2563-64
ทั้งหมดทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2564 ต่อมาวันที่ 23 ก.ย. 2564 พนักงานสอบสวนได้นัดแกนนำนักศึกษา 5 คน ส่งสำนวนคดีให้พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีความเห็นควรฟ้องคดี ต่อมาทั้ง 5 คน ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมไว้ ส่วนผู้ชุมนุมคนอื่น ๆ ไม่มีนัดส่งตัวต่อพนักงานอัยการแต่อย่างใด แต่ทางตำรวจได้ส่งสำนวนให้อัยการโดยไม่มีตัวผู้ต้องหา
จากนั้นวันที่ 2 ต.ค. 2566 เจ้าหน้าที่อัยการจังหวัดเชียงใหม่ได้แจ้งต่อทนายความ ว่าอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 38 คน ในข้อหาตามมาตรา 116 แต่ยังมีคำสั่งให้ฟ้องข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพียงข้อหาเดียว จึงส่งเรื่องต่อให้แก่พนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อไป เนื่องจากข้อหานี้เพียงข้อหาเดียวอยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวง ไม่ใช่ศาลจังหวัด
ในช่วงที่ผ่าน พนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ได้เตรียมนัดหมายเพื่อสั่งฟ้องคดี โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ยังได้ออกหมายเรียกถึงผู้ต้องหาทุกคน นัดหมายให้ไปสั่งฟ้องคดีต่อศาลแขวงเชียงใหม่ ในวันที่ 25 ก.ย. 2569
แต่เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2569 เว็บไซต์พระราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในการนิรโทษกรรมสำหรับการชุมนุมหรือแสดงออกทางเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 ถึงวันที่ 16 ก.ค. 2568 ทำให้ทางทนายความทำหนังสือถึงพนักงานอัยการให้ยุติคดี เนื่องจากคดีนี้เข้าเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว
กระทั่งเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2569 กิตติชัย จิวะอุดมทรัพย์ อัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ ได้มีหนังสือถึงผู้กำกับการ สภ.เมืองเชียงใหม่ แจ้งคำสั่งยุติการดำเนินคดีนี้ โดยระบุว่าเมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำความผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น จึงมีคำสั่งยุติการดำเนินคดีนี้ ทำให้สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามมาตรา 39 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และให้แจ้งแก่ผู้ร้องทุกข์และผู้ต้องหาทราบ
จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน คดีนี้นับเป็นคดีแรกที่มีการยุติคดีในชั้นอัยการ เนื่องจากเข้าข่ายนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง หลังจากก่อนหน้านี้มีการสั่งยุติคดีในชั้นศาลบ้างแล้ว แต่คดีก็ใช้เวลากว่า 5 ปีครึ่ง หากนับจากวันเริ่มมีการแจ้งข้อกล่าวหา กว่าจะสิ้นสุดลง
ในส่วน บัญชา บุญพยุง ผู้แจ้งความกล่าวหาในคดีนี้ พบว่าประกอบอาชีพเป็นทนายความ เคยเคลื่อนไหวในนามหัวหน้ากลุ่ม “คนรักแผ่นดินเกิด” แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใดจึงทราบรายละเอียดข้อมูลของผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนถึง 38 คน และมีพยานหลักฐานใดใช้กล่าวหาบ้าง
อีกทั้งในส่วนของผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ ทราบว่าช่วงที่ผ่านมามีประชาชน 3 ราย ได้เสียชีวิตไปแล้ว อาทิ “ป้าดาวเรือง” สิริเรือง แก้วสมทรัพย์ ประชาชนเสื้อแดงที่เสียชีวิตจากโรคประจำตัวในวัย 74 ปี
อ่านบนเว็บไซต์ https://tlhr2014.com/archives/86789
อ่านสรุปสถานการณ์ 1 เดือนหลังมี พ.ร.บ.สังคมสันติสุขฯ https://tlhr2014.com/archives/86778