รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ค้านแนวคิวทรัมป์ หนุนให้แบนส่งออกดีเซล

รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ค้านแนวคิวทรัมป์ หนุนให้แบนส่งออกดีเซล

24 ก.ย. 2569 13:10 น.

รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ค้านแนวคิวทรัมป์ หนุนให้แบนส่งออกดีเซล

คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ระบุการห้ามส่งออกดีเซลเป็นมาตรการที่ใช้ไม่ได้ผล และอาจทำให้ราคาน้ำมันเบนซินกับเชื้อเพลิงเครื่องบินสูงขึ้น หลังโดนัลด์ ทรัมป์สนับสนุนแนวคิดนี้ 

คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ กล่าวว่า การห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ จะไม่สามารถแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นได้ และอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินและเชื้อเพลิงเครื่องบินปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งท่าทีดังกล่าวสวนทางกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้ออกมาสนับสนุนแนวคิดห้ามส่งออกดีเซล

ไรต์กล่าวระหว่างร่วมงานที่จัดโดยนิตยสาร The Economist ในนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 23 กันยายนว่า การแบนส่งออกดีเซลเป็นมาตรการที่ใช้ไม่ได้ผลอย่างแน่นอน โดยหากโรงกลั่นน้ำมันสหรัฐฯ ไม่สามารถส่งออกดีเซลที่ผลิตได้ ก็อาจประสบปัญหาพื้นที่จัดเก็บไม่เพียงพอ และต้องลดกำลังการกลั่นลง

เขาอธิบายว่า การลดกำลังการกลั่นไม่ได้กระทบเฉพาะปริมาณดีเซล แต่ยังอาจทำให้การผลิตน้ำมันเบนซินและเชื้อเพลิงเครื่องบินลดลงตามไปด้วย ซึ่งจะยิ่งสร้างแรงกดดันให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ราคาดีเซลในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุด โดยข้อมูลของสมาคมยานยนต์อเมริกัน หรือ AAA ระบุว่า ราคาดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 6.52 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน เมื่อวันที่ 23 กันยายน เพิ่มขึ้น 76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นได้รับผลกระทบจากภาวะตึงตัวของตลาดพลังงาน ท่ามกลางสงครามในอิหร่านและยูเครน ซึ่งส่งผลต่อการส่งออกน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันจากผู้ผลิตรายสำคัญ

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 22 กันยายนว่า เขาสนับสนุนแนวคิดห้ามส่งออกดีเซล โดยระบุว่าสหรัฐฯ ผลิตดีเซลได้เป็นจำนวนมาก และไม่ควรส่งน้ำมันดีเซลออกไปในช่วงที่ราคาภายในประเทศสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่ได้ตัดสินใจใช้มาตรการดังกล่าว โดยสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาว่าการห้ามส่งออกทั้งหมดหรือบางส่วนจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ โดยต้องคำนึงถึงกำลังการกลั่นโดยรวมของประเทศ

ด้านกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า ฝ่ายบริหารของทรัมป์ยังคงพิจารณาทางเลือกทั้งหมดเพื่อลดราคาพลังงาน และกำลังทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมโรงกลั่นเพื่อเพิ่มปริมาณดีเซลในประเทศผ่านแนวทางสมัครใจและความร่วมมือ แทนการใช้มาตรการที่อาจทำให้กำลังการกลั่นลดลง

ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันและโรงกลั่นในสหรัฐฯ ก็ออกมาคัดค้านการห้ามส่งออกดีเซล โดยระบุว่าการจำกัดการส่งออกอาจทำให้โรงกลั่นลดการผลิต และส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินและเชื้อเพลิงเครื่องบินสูงขึ้น

จดหมายที่ลงนามโดยกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรม 36 แห่ง รวมถึง American Petroleum Institute และ US Chamber of Commerce ระบุว่า โรงกลั่นของสหรัฐฯ กำลังเดินเครื่องในระดับสูงและผลิตดีเซลได้มากกว่าปริมาณที่ประเทศใช้

ล่าสุด ทำเนียบขาวยังออกมาปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมประกาศห้ามส่งออกดีเซลเป็นเวลา 90 วัน โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์ต้องการให้ราคาน้ำมันที่สถานีบริการลดลง และกำลังพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ที่มีอยู่

นักวิเคราะห์ด้านพลังงานหลายรายก็เตือนในทิศทางเดียวกันว่า หากสหรัฐฯ จำกัดการส่งออก โรงกลั่นบางแห่งอาจลดกำลังการผลิตลง ซึ่งอาจทำให้ปริมาณน้ำมันเบนซินและผลิตภัณฑ์น้ำมันอื่น ๆ ในตลาดลดลงตามไปด้วย.

ที่มา : channelnewsasia

Leave a comment