อนุทินสุดปลื้ม ถก3ยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ชวนมาลงทุนในไทย

24 กันยายน 2569 เวลา 06:10 น.

อนุทินสุดปลื้ม ถก3ยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ชวนมาลงทุนในไทย

นายกฯร่วมประชุมเปิดการอภิปรายทั่วไป UNGA81 พร้อมผู้นำ-ผู้แทนจากทั่วโลก แลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายและขับเคลื่อนความร่วมมือระดับโลก ขอใช้เวทีประชุมนี้ทำให้ไทยอยู่บนจอเรดาร์ของโลก เคียงข้างกับผู้นำประเทศต่างๆ โดยนายกฯพบหารือ3 สถาบันการเงิน-กองทุนชั้นนำอเมริกา มองหาพาร์ทเนอร์ ร่วมส่งเสริมเทคโนโลยีอนาคต-ความยั่งยืน ยันไทยพร้อมรับการลงทุน “ศุภจี”ย้ำรัฐบาลไทย รักษาสมดุล ระหว่าง สหรัฐ-จีน บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่เลือกข้าง ทำให้ไทยสามารถทำงานร่วมกันได้กับทั้ง2ประเทศ

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เวลา 09.00น.ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เข้าร่วมการเปิดการอภิปรายทั่วไป (General Debate) ของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly: UNGA81)โดยหัวข้อหลักของการประชุมฯ คือ“Restoring Trust, Managing Transformation: A United Nations That Delivers for All”หรือ“การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและการบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลง เพื่อให้สหประชาชาติสามารถตอบสนองแก่ทุกฝ่าย”ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่ผู้นำและผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์และความท้าทายของโลก ตลอดจนแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ

เริ่มถกเปิดอภิปรายทั่วไปUNGA81

ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 มี ดร. Khalilur Rahman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบังกลาเทศ ดำรงตำแหน่ง ประธานสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 81โดยมีผู้นำและบุคคลสำคัญจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมอาทินายอันโตนิอู กุแตเรช เลขาธิการสหประชาชาติ นายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายตาริก เราะห์มาน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏาน นายนีคอล พาชีเนียน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอาร์เมเนีย นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และสมเด็จพระราชินีมักซิมาแห่งเนเธอร์แลนด์

การเข้าร่วมประชุม UNGA 81ของนายกรัฐมนตรี ปีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากตรงกับวาระครบรอบ 80 ปี ที่ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ประเทศไทยในฐานะประเทศระดับกลาง จะมีบทบาทกับเวทีนานาชาติในการผลักดันวาระสำคัญของโลก

หนูขอใช้เวทีดันไทยอยู่จอเรดาร์โลก

ต่อมา เวลา11.20 น.ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าร่วมการเปิดอภิปรายทั่วไปของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 81 ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ระยะเวลา3วันที่อยู่นครนิวยอร์ก จะได้มีโอกาสพบกับผู้นำประเทศต่างๆรวมถึงภาคเอกชน สภาธุรกิจ และนักลงทุนต่างๆเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในประเทศไทยมากขึ้น แม้ต่างประเทศรู้จักประเทศไทยอยู่แล้ว แต่การมาสร้างความเชื่อมั่นก็จะเน้นประเด็นความเป็นหุ้นส่วน และการเป็นประเทศที่มีความพร้อมในทุกๆด้านทั้งการเป็นส่วนกระจายสินค้าและแหล่งผลิตสินค้าต่าง ๆ ที่พร้อมรับการลงทุน

สำหรับการกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ในวันที่ 24 กันยายนนี้ นายกฯระบุว่าจะนำเสนอ อนาคตของประเทศไทย การเป็นศูนย์กลางการค้าการเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนและปรับตัวพร้อมรับกติกาโลกใหม่รวมไปถึงการเปลี่ยนผ่านพลังงานซึ่งไทยมีความพร้อม ตลอดจนมีความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีสมาชิก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในสายตานานาชาติ ช่วยส่งเสริมประเทศไทย ในการร่วมมือกับนานาประเทศในสถานที่ไทยไม่ด้อยไปกว่าประเทศอื่น

นายกฯหารือ3สถาบันชั้นนำสหรัฐฯ

เวลา 13.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง ณ ชั้น 29 อาคาร Bank of America Tower นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย หารือกับผู้บริหารระดับสูง 3 สถาบันหารเงินและกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา Bank of America Microsoft PIMCO นักลงทุน สถาบันการลงทุน สหรัฐอเมริกาตอบรับการเป็นหุ้นส่วนระยะยาวในประเทศไทย มากกว่าเพียงนำเงินมาลงทุน โดยจะเน้นเทคโนโลยีแห่งอนาคต และความยั่งยืน

ในการหารือกับภาคเอกชนทั้ง 3 ราย นายกฯเน้นย้ำแนวทางของรัฐบาลในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ยินดีที่ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหารสถาบันการเงินและกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ส่วนตัวเห็นว่า สถาบันการเงินระดับโลกมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับนักลงทุนและแหล่งเงินทุนระหว่างประเทศ รวมถึงช่วยสะท้อนมุมมองของภาคธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมการลงทุนของไทย

ทั้ง3สถาบันหนุนไทยพัฒนา

ทั้งนี้ประธานกรรมการธุรกิจต่างประเทศ(Bank of America President of International) ชื่นชมนโยบายรัฐบาลไทยที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาโลกในอนาคต ทั้งการส่งเสริม AI เทคโนโลยีดิจิทัล และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด รวมทั้งจะเดินทางเยือนไทย เพี่อเข้าร่วมการประชุมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก ที่ประเทศไทยในเดือนหน้านี้ด้วย

ขณะที่การพูดคุยกับผู้บริหารบริษัท Microsoft ทั้งสองฝ่าย ได้แลกเปลี่ยนแนวทางต่อยอดความร่วมมือด้านดิจิทัลปัญญาประดิษฐ์(AI) โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาทักษะบุคลากร และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของภูมิภาค

นายกรัฐมนตรียังขอบคุณ Microsoftที่มีส่วนสนับสนุนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของไทย ซึ่งจะยกระดับมาตรฐาน กฎระเบียบ ผลิตภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจไทยเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกและแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนการหารือกับ ผู้บริหารPIMCOได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลก แนวโน้มการเคลื่อนย้ายเงินทุน ตลอดจนปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนสถาบันระดับโลกใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน

ไทยพร้อมเปิดรับการลงทุน

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงข้อมูลและมุมมองจากนักลงทุนระดับโลกจะเป็นประโยชน์ต่อไทยในการติดตามทิศทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินระหว่างประเทศ รวมถึงการพัฒนานโยบายและสภาพแวดล้อมด้านการลงทุนให้สามารถแข่งขันและตอบโจทย์นักลงทุนในระยะยาว

ทั้งนี้ ในการหารือพูดคุยของนายกรัฐมนตรี กับ 3 สถาบันการเงินชั้นนำของสหรัฐฯได้ส่งสัญญาณถึงความพร้อมของไทยในการเปิดรับเงินทุนและความร่วมมือจากนักลงทุนระหว่างประเทศ สร้างโอกาสให้เงินทุนคุณภาพเข้ามามีส่วนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เพราะประเทศไทยไม่ได้ต้องการแค่เพียงเงินทุนที่นำเข้ามา แต่ต้องการพาร์ทเนอร์ ที่จะร่วมกันสร้าง เศรษฐกิจแห่งอนาคตและความยั่งยืน

เผยนักลงทุนสนใจลงทุนไทย

ด้าน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังร่วมกับนายกรัฐมนตรีหารือกับผู้จัดการกองทุน สถาบันการเงิน และกองทุนชั้นนำของโลก ในงาน Bank of America Roadshowที่นครนิวยอร์กประเทศสหรัฐอเมริกาว่านักลงทุนให้ความสนใจประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลประกอบการและอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของไทยได้รับการปรับเพิ่มขึ้น(Upgrade)รวมถึงผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ก็ปรับตัวดีขึ้น

ย้ำไม่เลือกข้างรักษาสมดุล

ทั้งนี้ นักลงทุนสนใจสอบถามนโยบายความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย สหรัฐอเมริกา และจีนโดยฝ่ายไทย ชี้แจงว่า ทั้งสองประเทศเป็นพันธมิตรที่สำคัญ ไทยวางตัวอยู่อย่างสมดุลบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่เลือกข้าง ทำให้ไทยสามารถทำงานร่วมกับทั้งสองประเทศมหาอำนาจได้

นอกจากนี้ นายกฯได้นำเสนอเรื่องการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition), นโยบายเทคโนโลยีดิจิทัล,ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และจุดแข็งต่าง ๆ ของประเทศไทย ยืนยันว่า ไทยให้ความสำคัญกับวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด และการกู้เงินยังคงอยู่ภายใต้เพดานที่กำหนด ทำให้นักลงทุนพอใจ

จ่อเข้าลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์

ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า นักลงทุนให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของดาต้าเซ็นเตอร์เซ็นเตอร์จึงได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนและการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ระยะยาว มากกว่าการรับการลงทุนแบบครั้งเดียว (One-time investment)

ขณะที่ Data Center ในสหรัฐฯเริ่มติดข้อจำกัดด้านการเมืองและกระแสสะท้อนกลับทางสังคม ทำให้นักลงทุนต้องมองหาการขยายฐานออกนอกประเทศ และ ประเทศไทยมีความได้เปรียบสูงเพราะเป็นศูนย์กลางของอาเซียน (Heart of ASEAN) ทั้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเคเบิล หากตั้ง Data Center ในไทย จะสามารถครอบคลุมและเข้าถึงตลาดอาเซียนทั้ง 750 ล้านคน ไม่ใช่แค่ตลาดภายในประเทศ 70 ล้านคน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทรัพยากรมีจำกัด นายกรัฐมนตรีจึงมอบนโยบายในการจัดวางโครงสร้าง กฎระเบียบและข้อกำหนดต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถ “เลือก” นักลงทุนได้ โดยคัดเลือกเฉพาะ Data Center ที่สร้างประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุดแก่ประเทศ ไม่ใช่เพียงเข้ามาใช้ทรัพยากรเท่านั้น

Leave a comment