จาก’ผู้ไม่ได้สมัคร’สู่บทลงโทษตัดสิทธิ 10 ปี อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกบรรทัดฐานจากคำพิพากษาคดี ฮั้ว สว.

25 กันยายน 2569 เวลา 09:39 น.

วันที่ 24 กันยายน 2569 วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊ก “วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง” ระบุว่า จาก “ผู้ไม่ได้สมัคร” สู่บทลงโทษตัดสิทธิ 10 ปี: เจาะลึกบรรทัดฐานโดยตรงจากคำพิพากษาคดี “ฮั้ว สว.”

คดีเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ลงวันที่ 21 กันยายน 2569 (คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 3/2569 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 72/2569) ถือเป็นหนึ่งในคำพิพากษาปักหมุดครั้งสำคัญของกระบวนการยุติธรรมทางการเมืองไทย

คดีนี้นอกจากจะตัดสินเรื่องพฤติการณ์ทุจริตในการเลือก สว. แล้ว ยังวางหลักการตีความกฎหมายที่ปิดประตูการหลงผิดได้อย่างเฉียบขาด

1. สรุปข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติ: เกิดอะไรขึ้นที่เมืองทองธานี?

จากการไต่สวนของศาลฎีกา ข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุติปรากฏว่า:

•  ไทม์ไลน์การเลือก สว. 2567: มีพระราชกฤษฎีกาประกาศให้มีการเลือก สว. เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 โดยกำหนดวันเลือกระดับอำเภอ (9 มิ.ย. 67), ระดับจังหวัด (16 มิ.ย. 67) และระดับประเทศ (26 มิ.ย. 67)

• จุดเริ่มต้นการร้องเรียน: นายสมเกียรติฯ ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศได้ยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 มีพิรุธ มีคะแนนซ้ำกันเป็นจำนวนมาก และก่อนวันเลือกมีบุคคลไม่ทราบชื่อและชื่อสกุลโทรศัพท์แจ้งให้นายสมเกียรติฯ เข้าร่วมประชุมที่โรงแรมปทุมธานีเพลส

• เหตุการณ์วันนัดพบ: เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 19:00 น. (เพียง 2 วันก่อนการเลือกระดับประเทศ) นายสัจจพงษ์ ภูมิภักดิ์ (ผู้คัดค้านที่ 2) ซึ่งไม่ได้เป็นผู้สมัคร สว. ได้ร่วมรับประทานอาหารกับกลุ่มผู้มีสิทธิเลือก สว. ระดับประเทศ ได้แก่ นายสมเกียรติฯ, นายภูมิพัฒน์, นายดิเรก และนางรัชนี ที่ร้านนิตยาไก่ย่าง สาขาเมืองทองธานี

•  ข้อเสนอและพฤติการณ์: นายสัจจพงษ์ได้เสนอจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิเลือก สว. คนละ 200,000 บาท และเสนอเงินล้านให้นายสมเกียรติฯ เพื่อจูงใจให้รวบรวมกลุ่มผู้มีสิทธิเลือก สว. มาร่วมลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครตามที่กำหนด

• วันที่ 25 มิถุนายน 2567 ก่อนวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ นายสมเกียรติฯ กับบุคคลอีกหลายคนเข้าพักและร่วมประชุมที่โรงแรมปทุมธานีเพลสตามคำชักชวนของนายสัจจพงษ์

• นายสัจจพงษ์แจ้งให้นายสมเกียรติฯ นายภูมิพัฒน์ นายดิเรก นางรัชนี และนายธานินทร์ หาผู้มีสิทธิเลือก สว. ระดับประเทศ เพื่อให้เลือกบุคคลตามที่กำหนด โดยสัญญาว่าจะให้ประโยชน์ตอบแทน

2. ข้อกฎหมาย: ไม่ได้สมัคร สว. แล้ว กกต. มีอำนาจร้องตัดสิทธิได้หรือไม่?

ประเด็นข้อกฎหมายที่น่าสนใจที่สุดในคดีนี้ เกิดจากการที่ นายสัจจพงษ์ ต่อสู้ว่าตนเองไม่ใช่ผู้สมัคร สว. และไม่มีส่วนได้เสียโดยตรง จึงไม่อาจถูก กกต. ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองได้

การตีความของศาลฎีกา:

ศาลฎีกาพิจารณา พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 วรรคหนึ่ง ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า:

“…ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ‘ผู้สมัครหรือผู้ใด’ กระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือก หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม…”

ศาลจึงวางหลักว่า คำว่า “ผู้ใด” ตามบทบัญญัตินี้ ครอบคลุมถึง บุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นผู้สมัครรับเลือกเป็น สว. ด้วย เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า นายสัจจพงษ์กระทำการทุจริตจูงใจผู้มีสิทธิเลือก สว. กกต. ย่อมมีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 ประกอบ พ.ร.ป. สว. มาตรา 62 ได้

 เทียบเคียงบรรทัดฐานคดีก่อนหน้า:

อนึ่ง คดีนี้ไม่ใช่คดีแรกที่ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคนที่ไม่ได้สมัครเป็น สว. ก่อนหน้านี้ ในคดีฉะเชิงเทรา ศาลฎีกาได้เพิกถอนสิทธินายกำพลซึ่งไม่ได้สมัครเป็น สว. แต่วางแผนจัดหาผู้สมัครนอมินี สนับสนุนเงินค่าสมัคร (คนละ 4,500 บาท) และสั่งการลงคะแนน (“ยิงเบอร์”) มาแล้ว (คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 19/2568 แดงที่ ลต สว 66/2569 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2569) เพียงแต่นายกำพลไม่ได้สู้คดีในประเด็นนี้โดยตรง

3. การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน: ทำไมผลลัพธ์ของสองผู้คัดค้านจึงแตกต่างกัน?

จุดเด่นสำคัญของคำพิพากษาคดีนี้ คือการแสดงให้เห็นถึง มาตรฐานการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน (Burden of Proof) ของศาลฎีกาอย่างรัดกุมและเป็นรูปธรรม โดยศาลมิได้ตัดสินจากเพียงความน่าสงสัย รูปโปรไฟล์ในแอปพลิเคชันไลน์ หรือข้อสันนิษฐานทางการเมือง หากแต่พิจารณาจากความเชื่อมโยงและความมั่นคงของพยานหลักฐานเป็นรายบุคคล

ในส่วนของ นายสัจจพงษ์ (ผู้คัดค้านที่ 2): ศาลเห็นว่า
พยานหลักฐานของผู้ร้องมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ เนื่องจากพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเบิกความสอดคล้องกันถึงพฤติการณ์การนัดพบ การจัดหาผู้มีสิทธิเลือก สว. และการเสนอทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจในการลงคะแนน เมื่อพยานหลักฐานสอดรับกันอย่างแน่นหนา ศาลจึงฟังว่านายสัจจพงษ์กระทำการทุจริตในการเลือก สว. และมีคำพิพากษาให้ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา

ในทางกลับกัน สำหรับ นายธนาวุฒิ แสงอรุณ (ผู้คัดค้านที่ 1): แม้จะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กำกับดูแลการจ่ายเงิน แต่เมื่อพิเคราะห์ในชั้นไต่สวนพบว่า พยานปากสำคัญของ กกต. ได้เบิกความต่อศาลขัดแย้งกับบันทึกถ้อยคำที่เคยให้ไว้ในชั้นสอบสวนของ กกต. อย่างมีสาระสำคัญ ประกอบกับทาง กกต. ไม่ได้นำสืบพิสูจน์ยืนยันตัวตนทางเทคโนโลยีเพื่อยืนยันว่าบัญชี LINE ดังกล่าวเป็นของนายธนาวุฒิจริง พยานหลักฐานจึงยังไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่านายธนาวุฒิมีส่วนร่วมในการทุจริต ศาลจึงพิพากษา ยกคำร้อง

อนึ่ง มีรายงานข่าวว่า นายสัจจพงษ์ เป็นอดีตนายกเทศมนตรีตำบลโนนสะอาด เคยเปิดตัวขออาสาเป็นว่าที่ผู้สมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 8 จ.อุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ก่อนที่ต่อมาจะเป็นนายสุภีรภัทร (บุตรชาย) ที่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งและได้รับเลือกตั้งเป็น สส. ในพื้นที่ดังกล่าว

ส่วนนายธนาวุฒิเป็นอดีตผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในระดับอำเภอ (อ.ยางสีสุราช) และเป็นผู้มีสิทธิเลือก ส.ว. ระดับจังหวัดมหาสารคาม

4. บทเรียนสำคัญทางการเมืองและกฎหมายไทย (Key Takeaways)

คำพิพากษาคดี ลต สว 72/2569 ได้ส่งสัญญาณเตือนและวางบทเรียนสำคัญไว้ 2 ด้านหลัก:

1)  ปิดช่องว่างกลุ่ม “หัวคะแนน/คนกลาง” (Brokers & Organizers): กฎหมายไม่ได้คุ้มครองผู้ที่อ้างว่า “ผมไม่ได้สมัคร สว. จึงตัดสิทธิผมไม่ได้” เพราะในการทุจริตจริง ผู้บงการหรือตัวกลางมักเลี่ยงไม่ลงสมัครเอง

2)  มาตรฐานพยานหลักฐานต้องเชื่อได้: เพียงแค่ความน่าสงสัย รูปโปรไฟล์ไลน์ หรือความน่าจะเป็น ยังไม่เพียงพอในการลงโทษบุคคล หากพนักงานสอบสวนหรือ กกต. ไม่สามารถพิสูจน์ความเชื่อมโยงของหลักฐานให้เชื่อได้ ศาลย่อมต้องยกคำร้อง

สรุป

คดีนี้จึงเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการพิจารณาคดีเกี่ยวกับกระบวนการ “ฮั้ว สว.” ในอนาคต ว่าการตรวจสอบความสุจริตของการเลือกไม่ได้หยุดอยู่แค่คำถามที่ว่า “ใครเป็นผู้สมัคร?” แต่ต้องตั้งคำถามลึกไปถึงว่า “ใครก็ตามที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ได้กระทำการทุจริตและมีหลักฐานพยานเชื่อมโยงถึงตัวได้เพียงใด”

Leave a comment