Thuraya เขย่าวงการสื่อสารผ่านดาวเทียม เปิดตัวโทรศัพท์ 2 ซิม สัญญาณ Dual Mode รุ่นแรกของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–15 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Thuraya เปิดตัวโทรศัพท์ XT-PRO DUAL ย่อโลกมาไว้ในมือคุณ

Thuraya Telecommunications ผู้ให้บริการการสื่อสารไร้สายผ่านดาวเทียม (MSS) ประกาศความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีโทรศัพท์ดาวเทียมขึ้นไปอีกขั้น ด้วยโทรศัพท์ดาวเทียมรุ่นแรกของโลกที่สามารถรองรับ 2 ซิม และระบบเครือข่ายสัญญาณแบบ dual mode

รับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7976651-thuraya-xt-pro-launch-dual-mode-sim-phone/

Thuraya XT-PRO DUAL ช่วยลดอุปสรรคระหว่างการสื่อสารผ่านดาวเทียมและการสื่อสารภาคพื้นดิน ทำให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั้งในและนอกภาคพื้นดินจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยซิมเฉพาะสำหรับใช้กับระบบดาวเทียม และอีกซิมหนึ่งสำหรับใช้กับเครือข่าย GSM โดยอุปกรณ์ใหม่ล่าสุดจาก Thuraya ซึ่งพลิกโฉมวงการโทรศัพท์ดาวเทียมรุ่นนี้ ได้เพิ่มความสามารถในการใช้งานและเพิ่มทางเลือกแก่ผู้บริโภค โดยผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้ทั้งซิม Thuraya ซิมเครือข่าย GSM หรือเลือกเชื่อมต่อด้วยซิมใด ๆ ก็ได้ตามที่ต้องการ

ความอเนกประสงค์ของ Thuraya XT-PRO DUAL นี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเพิ่มความสามารถในการแสดงผลแบบ Always On ที่ทำให้ผู้ใช้เลือกรับสายได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะสามารถเชื่อมต่อกับทั้งเครือข่ายดาวเทียมและเครือข่ายภาคพื้นดินได้เสมอ โดยที่สามารถติดต่อกันผ่านหมายเลข GSM แม้จะโทรผ่านดาวเทียมก็ยังได้

Bilal Hamoui ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Thuraya กล่าวว่า “XT-PRO DUAL นำเสนอความก้าวหน้าของการควบรวมเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่ นี่คือโทรศัพท์ดาวเทียมที่ดีที่สุดในโลก โดยสามารถใส่ได้ 2 ซิม และรองรับการใช้งานได้ 2 โหมด ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้ในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อีกทั้งยังเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการสื่อสารผ่านดาวเทียมขึ้นไปอีกขั้น ด้วยแรงขับเคลื่อนจากอุปสงค์ในตลาด

Thuraya เป็นเครือข่ายที่เหนือกว่าด้วยสัญญาณที่คมชัดและไม่ถูกคลื่นสัญญาณอื่นรบกวน โดยให้บริการสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ 2 ใน 3 ของโลก ผ่านเครือข่ายดาวเทียมและระบบโรมมิ่งของ GSM ซึ่งมีการทำข้อตกลงกับพันธมิตรแล้ว 389 ฉบับ

Thuraya กำลังเพิ่มช่องทางการสื่อสารใหม่ ๆ แก่ผู้บริโภค รวมถึงกำลังขยายความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Hamoui เพิ่มเติมว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (MNOs) ทั่วโลกจะสามารถเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าด้วยบริการใหม่ที่เล็งเห็นถึงประโยชน์ของการเชื่อมต่อกับโลกได้อย่างรวดเร็วทันใจ แม้จะอยู่ในระหว่างเดินทาง

ทั้งนี้ Thuraya XT-PRO DUAL พัฒนาขึ้นมาสำหรับผู้ใช้ที่เดินทางเข้าและออกเขตสัญญาณภาคพื้นดินเป็นประจำ อาทิ ผู้ปฏิบัติภารกิจของรัฐบาล บริษัทสำรวจและกลั่นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่อยู่บนชายฝั่งและนอกชายฝั่ง ซึ่งโทรศัพท์ดาวเทียมที่ล้ำสมัยที่สุดในโลกรุ่นนี้ยังตอบโจทย์องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึงบุคคลสำคัญระดับ VIP และผู้บริโภคทั่วไปด้วย

เครือข่ายดาวเทียมของ Thuraya มีสัญญาณครอบคลุมกว้างขวาง นำเสนอการสื่อสารที่คมชัด ไม่ติดขัด และไว้วางใจได้ในกว่า 160 ประเทศทั่วทวีปยุโรป แอฟริกา เอเชีย และออสเตรเลีย ส่วนในโหมด GSM นั้นThuraya XT-PRO DUAL รองรับความถี่ 2G/3G ครอบคลุมทั่วโลก

Thuraya XT-PRO DUAL ไม่ได้หยุดพัฒนาคุณสมบัติความยืดหยุ่นไว้เพียงเท่านี้ เพราะยังมีฟีเจอร์นำทางสุดล้ำโดยใช้ GPS, BeiDou, Glonassและ Galileo ผู้ใช้ Thuraya XT-PRO DUAL ยังสามารถแชร์พิกัดปัจจุบัน กำหนดการนำทางจาก waypoints (ตำแหน่งที่ผู้ใช้บันทึกในเครื่อง) ไปยังพิกัดที่กำหนดโดยการใช้แม่เหล็กไฟฟ้า และใช้การบันทึกตำแหน่ง (position logging) ได้ด้วย

สำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมนั้น อุปกรณ์รุ่นนี้นำเสนอความสามารถด้านการติดตามตำแหน่งที่ล้ำสมัยด้วยออพชั่นแตกต่างกัน 3 รูปแบบ โดยอิงตามช่วงเวลาที่กำหนด ระยะเวลาในการเดินทาง และการตรวจจับความเคลื่อนไหวนอกเขตรั้ว (geofence) ที่กำหนด สำหรับการปักเขตรั้วนั้นไม่มีความยุ่งยากแต่อย่างใด เพียงแค่ใช้พิกัดที่ผู้ใช้เลือก 3 ถึง 7 ตำแหน่งเท่านั้น Thuraya XT-PRO DUAL มาพร้อมการควบคุมทีสมบูรณ์แบบและมีความปลอดภัย ด้วยฟังก์ชั่นการติดตามตำแหน่งที่เปิดใช้งานได้โดยผู้ใช้เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่พึงประสงค์จากภายนอกเข้ามาเปิดหรือควบคุมฟังก์ชั่น

ด้านแบตเตอรีของ Thuraya XT-PRO DUAL นั้นอยู่ได้นานถึง 11 ชั่วโมงในกรณีใช้คุยโทรศัพท์ และนานถึง 100 ชั่วโมงหากเครื่องอยู่ในโหมดสแตนด์บาย อีกทั้งยังมีปุ่ม SOS ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งเมื่อกดปุ่มแล้ว ประสิทธิภาพและความเสถียรของเครื่องจะเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีความทนทานสูง สามารถป้องกันการกระแทก กันน้ำกันฝุ่น พร้อมหน้าจอแสดงผลที่ทำจากกระจก Gorilla glass ช่วยป้องกันแสงสะท้อน  

เทคโนโลยีอุปกรณ์ดาวเทียมดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก” Hamoui กล่าว ผู้ใช้งานไม่เคยได้รับความยืดหยุ่น ความสะดวกสบาย และความคุ้มค่าเท่านี้มาก่อน

       Thuraya XT-PRO DUAL / Thuraya XT-PRO DUAL (PRNewsFoto/Thuraya)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161108/437110 )

ติดต่อ: Rim Farouk Sadek +971 (0)4 448 8863 /rim.sadek@thuraya.com

ที่มา: Thuraya Telecommunications Company

Ashok Leyland คว้ารางวัล Deming Prize ประจำปี 2559 จากความสำเร็จในการจัดการคุณภาพโดยรวมของโรงงานผลิตรถเมืองปันท์นาการ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เจนไน, อินเดีย–15 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ขึ้นแท่นผู้ผลิตรถยนต์พาณิชย์นอกประเทศญี่ปุ่นรายแรกที่คว้ารางวัล Deming Prize อันทรงเกียรติ

          Ashok Leyland ในเครือ Hinduja Group ได้รับรางวัล Deming Prize อันทรงเกียรติ ประจำปี 2559 สำหรับความสำเร็จในการจัดการคุณภาพโดยรวมของโรงงานผลิตในเมืองปันท์นาการ์ Deming Prize เป็นรางวัลคุณภาพระดับโลกที่เก่าแก่ที่สุดและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางที่สุดรางวัลหนึ่ง รางวัลนี้จะมอบให้แก่บริษัทที่ดำเนินธุรกิจโดยใช้แนวทางการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management: TQM)ซึ่งโรงงานของ Ashok Leyland ในเมืองปันท์นาการ์แห่งนี้ถือเป็นโรงงานผลิตรถบรรทุกและรถบัสแห่งแรกในโลก และยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์พาณิชย์นอกประเทศญี่ปุ่นเพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัล Deming Prize

          รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:

          http://www.multivu.com/players/uk/7980351-ashok-leyland-deming-prize

          คุณวิโนท เค. ดาซารี กรรมการผู้จัดการของ Ashok Leyland กล่าวระหว่างการรับรางวัล Deming Prize ในประเทศญี่ปุ่นว่า “นี่เป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของพวกเราชาว Ashok Leyland ที่ได้รับรางวัลอันเป็นที่ปรารถนานี้ การเป็นโรงงานผลิตรถบรรทุกและรถบัสแห่งแรกในโลกและเป็นผู้ผลิตยานยนต์พาณิชย์รายแรกนอกประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับรางวัลนี้ นับเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งของบริษัทในการก้าวสู่การเป็นที่หนึ่งในอุตสาหกรรม โรงงานที่ปันท์นาการ์ของเราเป็นโรงงานครบวงจรอย่างเต็มรูปแบบ พรั่งพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีและกระบวนการล่าสุด ทั้งยังมีศักยภาพในการผลิตทั้งรถบรรทุกและรถบัสที่พร้อมสำหรับอนาคต คุณภาพที่คงเส้นคงวา ตลอดจนเทคโนโลยี นวัตกรรม และกระบวนการที่มีประสิทธิภาพนี้ เป็นเสาหลักที่ทำให้เราได้รับการยอมรับในระดับสากลและได้รับความพึงพอใจจากลูกค้า ทั้งยังช่วยสืบสานปณิธานของเราที่ว่าคุณชนะ เราชนะ‘ (‘Aapki Jeet, Hamari Jeet’.)”

          คุณอาร์. ศิวาเนสัน รองประธานอาวุโส ฝ่ายคุณภาพ การจัดซื้อ และห่วงโซ่อุปทานของ Ashok Leyland กล่าวว่า “ที่ Ashok Leyland เราให้ความสนใจเป็นอย่างมากกับกระบวนการที่มีคุณภาพและวิธีการซึ่งมุ่งเน้นไปที่ลูกค้า ผ่านการบริหารงานบุคคลที่มีประสิทธิภาพ การตั้งโรงงานที่ปันท์นาการ์ด้วยกลยุทธ์การลงทุนขนาดใหญ่ในด้านเทคโนโลยีและคุณภาพ ตลอดจนแรงงานหนุ่มสาวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับความฝันของเราที่ต้องการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานพาหนะเชิงพาณิชย์ระดับโลก โรงงานน้องใหม่ล่าสุดของ Ashok Leylandแห่งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ของเราที่ได้รับรางวัล Deming Prize อันทรงเกียรติประจำปี 2559 สำหรับความเป็นเลิศในการบริหารคุณภาพโดยรวม โรงงานที่ปันท์นาการ์ได้กำหนดมาตรฐานที่เราต้องยึดตามและมุ่งมั่นสานต่อ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สูงขึ้นและพิชิตพรมแดนแห่งใหม่”

          สื่อมวลชนติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

          Sunil Gate

          หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร

          sunil.gate@ashokleyland.com

          +91 98230 93000

          +91 44 2220 6102

 Ashok-Leyland / (L-R) - Mr. Harihar P - Senior Vice President, Manufacturing and Project Planning, Ashok Leyland Limited, Mr. R. Sivanesan - Senior Vice President, Quality, Sourcing and Supply Chain, Ashok Leyland Limited, Mr. Alok K. Gupta - Vice President, Pantnagar Plant, Ashok Leyland Limited, Mr. Vinod K. Dasari - Chief Executive Officer and Managing Director, Ashok Leyland Limited and Mr. Anuj Kathuria, President, Global Trucks, Ashok Leyland Limited at the 2016 award ceremony for the Deming Prize in Japan. Ashok Leyland Pantnagar has become the first truck and bus plant in the world and also the only CV manufacturer outside of Japan to win this prize. (PRNewsFoto/Ashok Leyland)

          รูปภาพ-http://photos.prnewswire.com/prnh/20161111/438202

logo

          วิดีโอ – http://www.multivu.com/players/uk/7980351-ashok-leyland-deming-prize

          ที่มา: Ashok Leyland

ฮาร์เบอร์ ซิตี้ ร่วมต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส กับกิจกรรม “Christmas Together”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–15 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ฮาร์เบอร์ ซิตี้ เป็นศูนย์การค้าแห่งแรกในเอเชียและเป็นศูนย์การค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในฮ่องกง การจัดแสดงไฟคริสต์มาสบริเวณพื้นที่ด้านนอกของศูนย์การค้าฯ ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ผู้ไปเยือนฮ่องกงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ทั้งยังได้กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสสำหรับนักท่องเที่ยวและชาวฮ่องกงจำนวนมาก

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20161114/8521607345-a

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20161114/8521607345-b

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20161114/8521607345-c

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20140721/8521404095LOGO

          เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของฮาร์เบอร์ ซิตี้ ทางศูนย์การค้าฯ จึงได้เนรมิตพื้นที่ประดับไฟคริสต์มาสภายนอกอาคาร พร้อมจัดกิจกรรมในโลกออนไลน์ภายใต้ธีม “Christmas Together” เพื่อเชิญชวนให้ทุกท่านพาครอบครัวและเพื่อนฝูงมาร่วมเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลอันแสนพิเศษนี้ ที่ฮาร์เบอร์ ซิตี้!

          มาร่วมฉลองคริสต์มาสที่ฮาร์เบอร์ ซิตี้ พร้อมสนุกไปกับเหล่าตุ๊กตาหิมะ

          ในปีนี้ ฮาร์เบอร์ ซิตี้ ขอเชิญคุณมาร่วมงาน “Christmas Party of Snowie” เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสกับคนที่คุณรักที่ Ocean Terminal Forecourt ณ ฮาร์เบอร์ ซิตี้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10พฤศจิกายน 2559 – 2 มกราคม 2560 โดย “Snowie” เป็นตุ๊กตาหิมะที่ประกอบด้วยหิมะกลมๆ 2 ก้อนต่อกัน ออกแบบเป็นรูปทรงและสีสันต่างๆรวม32 แบบ ตุ๊กตาหิมะตัวน้อยใหญ่ในดีไซน์ที่แตกต่างกันกว่า 150 ตัวจะเป็นส่วนหนึ่งของงานปาร์ตี้ฉลองคริสต์มาส ตุ๊กตาหิมะแต่ละตัวจะมี “รหัสลับ” ตั้งแต่ 0-31 ซ่อนอยู่ คุณสามารถค้นหาตุ๊กตาหิมะตามที่กำหนด และถ่ายรูปเพื่อสร้าง “รหัสตุ๊กตาหิมะ” ของคุณเอง นอกจากนี้ ณ กลางลานหน้าศูนย์การค้าฯ ยังมีการจัดวางต้นคริสต์มาสความสูงถึง 12 เมตร ซึ่งทำมาจากตุ๊กตาหิมะหลากหลายขนาด ตลอดจนม้าหมุนขนาดใหญ่ และต้นคริสต์มาสประดับไฟที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อสร้างสรรค์บรรยากาศอันแสนอบอุ่นสุขใจ ท่ามกลางฝูงนกพิราบเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส ที่คอยส่งคำอธิษฐานจากทั่วโลกให้กับเหล่าตุ๊กตาหิมะ ณ ฮาร์เบอร์ ซิตี้ คุณสามารถดูข้อความเหล่านี้ได้บน “หมอนรองคอ” ของตุ๊กตาหิมะแต่ละตัว ทั้งหมดนี้รอต้อนรับผู้มาเยือนทุกท่าน เราขอเชิญชวนมาร่วมสร้าง “รหัสตุ๊กตาหิมะ” ในแบบฉบับของตนให้กับคนที่คุณรัก!

          คุณสามารถร่วมปาร์ตี้กับเหล่าตุ๊กตาหิมะได้ตั้งแต่บริเวณลานหน้าศูนย์การค้าฯ ไปจนถึงบันไดทางเข้าหลักของ Ocean Terminal ตุ๊กตาหิมะหลายคู่นั่งอย่างมีความสุขบนชิงช้าที่แขวนเหนือเพดานทางเดินบันไดและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศคริสต์มาสบริเวณอ่าววิคตอเรีย และฮาร์เบอร์ ซิตี้ ทั้งสองฝั่งของราวบันไดประดับด้วยโคมไฟรูปทรงต่างๆ และกระจกแห่งความสนุกสนานที่จะช่วยสร้างบรรยากาศครึกครื้นและชวนฝัน

          รายละเอียดของงาน “Christmas Together” ณ ฮาร์เบอร์ ซิตี้

          วันที่: 11 พฤศจิกายน 2559 – 2 มกราคม 2560

          เวลา: 10:00-22:00 น.

          สถานที่: Ocean Terminal Forecourt ณ ฮาร์เบอร์ ซิตี้

          “ย้อนความทรงจำคริสต์มาส” ที่ฮาร์เบอร์ ซิตี้

          สถานที่ประดับตกแต่งไฟคริสต์มาสบริเวณด้านนอกของฮาร์เบอร์ ซิตี้นั้น ถือเป็นแหล่ง “เช็คอิน” อันดับต้นบนโซเชียลมีเดียต่างๆในแต่ละปีOcean Terminal ณ ฮาร์เบอร์ ซิตี้ มีประวัติยาวนานถึง 50 ปี และในปีนี้ยังมีความพิเศษอยู่ที่การจัดงาน “ระดมทุน” เพื่อรวบรวมภาพถ่ายในอดีตทางออนไลน์ เราหวังว่าพลังแห่งอินเทอร์เน็ตจะช่วยให้เราสามารถรวบรวมภาพถ่ายฉลองเทศกาลคริสต์มาสที่ฮาร์เบอร์ ซิตี้ ในปีก่อนๆได้ เพื่อให้อัลบัมรวมภาพครึ่งทศวรรษแห่งฮาร์เบอร์ ซิตี้ เสร็จสมบูรณ์ คุณสามารถอัพโหลดภาพเข้าสู่อัลบัมออนไลน์ของเราโดยติดแฮชแท็ก#Throwbackxmas @Harbourcity ได้ที่ http://xmas.harbourcity.com.hk/ ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคม 2559 ภาพที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ภาพที่ดีที่สุดในรอบ 50 ปี” จะถูกนำไปใช้ในอัลบัมคริสต์มาส ลิมิเต็ด อิดิชั่น ของฮาร์เบอร์ ซิตี้ เพื่อระดมทุนให้กับมูลนิธิHong Kong Blood Cancer Foundation ต่อไป

          ดาวน์โหลดรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dropbox.com/sh/yq892w1av96trcc/AAAszeNuQ6O_y5qI496X4cMva?dl=0

          ฮอทไลน์: (852) 2118 8666

          เว็บไซต์: www.harbourcity.com.hk

          เฟซบุ๊ก (ภาษาอังกฤษ): @hkharbourcity #hcxmas #harbourcity #throwbackxmas

          ทวิตเตอร์: @hkharbourcity #harbourcity #throwbackxmas

          อินสตาแกรม:  @harbourcity #hcxmas #harbourcity #throwbackxmas

Booking.com ประกาศเริ่มใช้งานระบบ Content API ใหม่ สำหรับ Channel Manager ของที่พักและผู้จัดทำเนื้อหาที่พัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อัมสเตอร์ดัม–15 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

          เทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยให้บรรดาผู้จัดทำเนื้อหาที่พักสามารถสร้างและดูแลที่พักทั้งหมด โดยผ่านช่องทางการเชื่อมต่อโดยตรงกับBooking.com ที่จะช่วยท่านประหยัดเวลา

          Booking.com ผู้นำระดับโลกด้านเชื่อมโยงผู้เดินทางกับตัวเลือกที่พักจำนวนมาก ได้ประกาศเริ่มใช้งานระบบ Content API ใหม่ สำหรับChannel Manager ของที่พัก รวมถึงผู้จัดทำเนื้อหาที่พัก และบริษัทจัดการที่พัก ระบบใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการมีอิสระที่จะส่งข้อมูลจำเป็นสำหรับการสร้างและดูแลที่พักหลายๆ แห่งที่เปิดให้จองบน Booking.comเช่น ภาพถ่ายที่พัก ข้อมูล และนโยบาย ผ่านช่องทางการเชื่อมต่อโดยตรงที่จะช่วยประหยัดเวลาในการอัปโหลดเนื้อหาจากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง

          “เรามักมองหานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นสำหรับพันธมิตรของเราอยู่เสมอนายแรมโค แวน เซนเต็น ผู้อำนวยการฝ่ายบริการคู่ค้าทั่วโลกของ Booking.com กล่าว

          อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่เว็บไซต์ Booking.com:https://news.booking.com/th-th

          สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ

          วีโร่ พับลิครีเลชั่นส์

          ภัทร์นีธิ์  จีริผาบ อีเมล pattanee@veropr.com

          เจนนิษา รักปทุม อีเมล jennesa@veropr.com

          เกี่ยวกับ Booking.com

          Booking.com เป็นผู้นำระดับโลกด้านการจองโรงแรมและที่พักออนไลน์ รับประกันราคาดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นที่พักขนาดเล็กไปจนถึงรีสอร์ทหรู 5 ดาว ลูกค้าใช้งาน Booking.com ได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และแท็บเลต โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการจองBooking.com ให้บริการใน 43 ภาษา มีตัวเลือกที่พักมากกว่า 1 ล้านแห่ง ซึ่งรวมถึงสถานตากอากาศ 520,000 แห่ง ครอบคลุม 96,000 จุดหมายทั่วโลก ด้วยประสบการณ์กว่า 19 ปีและทีมงานมากกว่า 13,000 คนในสำนักงาน 184 แห่งทั่วโลก Booking.com มีบริการลูกค้าสัมพันธ์ของตัวเองซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน และพร้อมช่วยเหลือลูกค้าในภาษาท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

          Booking.com B.V. ก่อตั้งในปีค.ศ. 1996 เป็นเจ้าของและดำเนินการ Booking.com(TM) อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งของ The Priceline Group (NASDAQ: PCLN) ติดตามเราได้ที่ Twitter, Google+ และ Pinterest  กดถูกใจเพจของเราบน Facebook หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่http://www.booking.com

Asia Plantation Capital Berhad ได้รับเอกสารรับรองอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลมาเลเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–15 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Asia Plantation Capital Berhad มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นบริษัทแห่งแรกในมาเลเซียและแห่งแรกในเอเชีย ที่ได้รับเอกสารรับรองการดำเนินงานด้านการปลูกต้นกฤษณาจากรัฐบาลมาเลเซีย

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161114/8521607402-a

คำบรรยายภาพ: เอกสารรับรองจาก Suruhanjaya Syarikat Malaysia (SSM)

หลังจากที่ผ่านการรับรองในเบื้องต้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในที่สุดหน่วยงาน Suruhanjaya Syarikat Malaysia (SSM) ก็ได้มอบเอกสารรับรองอย่างเป็นทางการให้แก่บริษัท สำหรับการดำเนินงานด้านการปลูกต้นกฤษณาทั้งในมาเลเซียและต่างประเทศ ส่งผลให้ Asia Plantation Capital ก้าวขึ้นเป็นบริษัทบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคเอเชีย

SSM เป็นองค์กรที่ชอบด้วยกฎหมายของมาเลเซียซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลบริษัทและธุรกิจต่างๆ อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานชั้นนำของประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับบรรษัทภิบาล ตลอดจนดูแลด้านการจดทะเบียนธุรกิจและกวดขันการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ในฐานะองค์กรบังคับใช้กฎหมาย SSM จึงมีแนวปฏิบัติที่เข้มงวด ซึ่งโครงการเพาะปลูกของ Asia Plantation Capital ในเมืองบาตูปาฮัท รัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย ก็ได้ดำเนินการถูกต้องตามข้อกำหนดของทางองค์กรทุกประการ

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161114/8521607402-b

คำบรรยายภาพ: โรงงานและโรงกลั่นน้ำมันกฤษณาของ Asia Plantation Capital Berhad ในเมืองยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย

สตีฟ วัตส์ ซีอีโอของ Asia Plantation Capital Berhad กล่าวว่า “เรารู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นบริษัทแห่งแรกของเอเชียที่ได้รับเอกสารรับรองการดำเนินงานด้านการปลูกต้นกฤษณา ดังที่เราเชื่อว่าอุตสาหกรรมไม้กฤษณาต้องมีการวางกรอบข้อบังคับที่ครอบคลุม Asia Plantation Capital Group จึงเดินหน้าสนับสนุนการวางข้อกำหนดในอุตสาหกรรมไม้กฤษณาในเอเชียมาโดยตลอด ทีมงานของบริษัทต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้มั่นใจว่า โมเดลธุรกิจของเรามีความโปร่งใส ถูกต้องตามหลักจริยธรรม รวมถึงได้มาตรฐานของ SSM และที่ปรึกษาอิสระของเราในทุกขั้นตอน และนี่คือก้าวสำคัญสำหรับบริษัท เราเชื่อว่าทุกบริษัทที่ลงทุนในพื้นที่เพาะปลูกในเอเชีย ต้องดำเนินงานภายใต้กรอบข้อบังคับเช่นเดียวกัน โดยนอกจากจะก่อให้เกิดบรรษัทภิบาลที่ดีแล้ว ยังช่วยคุ้มครองนักลงทุนด้วย ซึ่งผมคิดว่าทุกบริษัทต้องมีทั้งสองอย่างควบคู่กัน”

อุตสาหกรรมการปลูกไม้กฤษณาในเอเชียมีอัตราการเติบโตเป็นเท่าทวีคูณ และ Asia Plantation Capital ซึ่งใช้โมเดลธุรกิจแบบบูรณาการแนวดิ่ง “Soil to Oil” ก็ได้ก้าวขึ้นเป็นบริษัทรายใหญ่ที่สุดของภูมิภาคในปัจจุบัน โดยบริษัทมีพื้นที่เพาะปลูกต้นกฤษณาเป็นของตัวเอง นอกจากนั้นยังบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกให้กับลูกค้าทั้งจากภาคสถาบันและภาคเอกชน อีกทั้งยังมีโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้กฤษณาครบวงจร ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีการปลูกเชื้อและการกลั่นของบริษัทยังได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม และทำให้บริษัทก้าวสู่แถวหน้าของวงการ

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161114/8521607402-c

คำบรรยายภาพ:  ต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรียที่กำลังถูกปลูกเชื้อ ในพื้นที่เพาะปลูกของ Asia Plantation Capital

ล่าสุดได้มีการค้นพบว่าน้ำมันกฤษณามีคุณสมบัติในการชะลอวัย ซึ่งคาดว่าจะทำให้น้ำมันกฤษณาเป็นที่ต้องการมากขึ้นในอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว นอกจากนี้ Asia Plantation Capital ยังทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพของน้ำมันกฤษณาในการรักษาโรคมะเร็งประเภทต่างๆ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ของบริษัท ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของอุตสาหกรรม

ปัจจุบัน ตลาดไม้กฤษณา น้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์ และชิ้นไม้สับ มีมูลค่าประมาณ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีทั่วโลก ยังไม่นับรวมอุตสาหกรรมน้ำหอมที่มีมูลค่าถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เนื่องจากความต้องการน้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่การปลูกต้นกฤษณาเพื่อการพาณิชย์ต้องใช้เวลามากถึง 7-15 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีบริษัทมากมายเสนอตัวเข้ามาลงทุนและบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกต้นกฤษณา

อย่างไรก็ดี ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมีความจำเป็นอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมนี้ และ Asia Plantation Capital ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม จากความสามารถในการคิดค้นและตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง หลังจากที่ได้มีการวิจัยอย่างยาวนาน Asia Plantation Capital ได้พิสูจน์ว่ามีเพียงน้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์จากธรรมชาติเท่านั้น จึงจะมีสารที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคมะเร็งและช่วยชะลอวัย ข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้น้ำมันกฤษณา “ของแท้” ยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้น ขณะที่การปลูกต้นกฤษณาด้วยวิธีที่ยั่งยืนก็ได้รับความสนใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน

อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ4.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี(ข้อมูลจากปี 2557) โดยข้อมูลบนเว็บไซต์ statista.com ระบุว่า เฉพาะอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีมูลค่าสูงถึง 1.21 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2559 นี่จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ Asia Plantation Capital ร่วมมือกับห้องปฏิบัติการพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชื่อดังหลายแห่งในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ใช้น้ำมันกฤษณาเป็นส่วนประกอบ เพื่อรุกตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

Asia Plantation Capital และบริษัทในเครือ ไม่ได้เป็นเพียงผู้เดียวที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดที่กำลังเติบโตนี้ และนี่เป็นเหตุผลที่เราจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่าจะมีการวางข้อกำหนดอย่างแน่นหนาและมีการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมว่าด้วยเรื่องของความโปร่งใสและความยั่งยืนที่เราให้ความสำคัญ และนี่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่เราได้รับการรับรองจากหน่วยงาน SSM ของมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลบริษัทต่างๆในประเทศ

ซีที ชู ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ Asia Plantation Capital ในมาเลเซีย กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ Asia Plantation Capital ผ่านการรับรองตามมาตรฐานอันเข้มงวดของ SSM โดยทางหน่วยงานมีท่าทีตอบรับที่เป็นบวกต่อการยื่นเรื่องของ Asia Plantation Capital นับเป็นตัวอย่างที่ดีของโครงการเพาะปลูกที่ทางรัฐบาลมาเลเซียยินดีให้การสนับสนุน เราเชื่อว่าทุกบริษัทที่ทำธุรกิจนี้ควรถูกคุมเข้ม มิใช่เพียงเพื่อปกป้องนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจว่าน้ำมันกฤษณาที่เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานต้องมาจากแหล่งที่มีความยั่งยืนเท่านั้น ในปี 2543 CITES* ได้ห้ามมิให้มีการตัดไม้กฤษณาในป่า และต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรียยังถือเป็นไม้ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากยังคงมีกลุ่มบุคคลและบริษัทหลายแห่งที่ลักลอบตัดไม้อย่างผิดกฎหมายละไร้ศีลธรรม ขณะที่ Asia Plantation Capital ตั้งตนอยู่ในความถูกต้อง โดยไม่เพียงแค่ยื่นเรื่องเพื่อขอเอกสารรับรองเท่านั้น แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นด้วยว่าบริษัทมีระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่เพียบพร้อมสมกับที่ได้รับการรับรอง”

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

ซาอาฮิรา มูฮัมหมัด
ผู้บริหารอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด
อีเมล: zaahira@asiaplantationcapital.com
โทร: +6012-203-5344

ซาแมนธา ธาม

ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด
อีเมล: samantha.tham@asiaplantationcapital.com
มือถือ: +65-9144-0933

*อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์

เกี่ยวกับ Asia Plantation Capital  Berhad

Asia Plantation Capital Berhad เป็นบริษัทในเครือของ Asia Plantation Capital Group ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกที่เติบโตรวดเร็วที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก บริษัทเป็นผู้กรุยทางด้านการเพาะต้นอ่อน ส่งเสริมการทำป่าไม้ บุกเบิกวิธีการปลูกเชื้อ พัฒนาเทคนิคการเก็บเกี่ยว วิธีการกลั่น และแปรรูปผลิตภัณฑ์ ไปพร้อมกับการมอบผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญแก่ชุมชนท้องถิ่น

เกี่ยวกับ   Suruhanjaya Syarikat Malaysia 

Suruhanjaya Syarikat Malaysia (SSM) หรือ Companies Commission of Malaysia ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2545 จากการรวมตัวกันของRegistrar of Companies (ROC) และ Registrar of Businesses (ROB)โดยทำหน้าที่จดทะเบียนบริษัทและธุรกิจต่างๆ พร้อมรายงานข้อมูลของบริษัทและธุรกิจแก่สาธารณชนในมาเลเซีย SSM มีอำนาจในการบังคับจดทะเบียนธุรกิจและกวดขันการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และยังมีหน้าที่ตรวจสอบกิจกรรมและการเคลื่อนไหวทั้งหมดในภาคบริษัทและภาคธุรกิจของมาเลเซีย

 

Clarivate Analytics เปิดตัว “EndNote X8” ยกระดับการทำวิจัยไปอีกขั้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฟิลาเดลเฟีย–14 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุดจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือทั่วโลก สนับสนุนการเปิดกว้างทางวิทยาศาสตร์ และช่วยหาวารสารที่จะตีพิมพ์ผลงานให้ 

Clarivate Analytics หรือในอดีตคือธุรกิจ Intellectual Property & Science ในเครือ Thomson Reuters ได้ประกาศเปิดตัว EndNote(TM) X8 ซอฟต์แวร์ทำซ้ำ (Iteration) ชั้นนำเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด เปิดทางให้นักวิจัย บรรณารักษ์ และนักเรียนนักศึกษา สามารถค้นหา จัดการ รวมถึงสร้างบรรณานุกรม รายการคัดลอกคำพูด และรายการอ้างอิง ช่วยให้การทำวิจัยก้าวหน้าไปอีกขั้น

 Clarivate Analytics Logo / Clarivate Analytics (PRNewsFoto/Clarivate Analytics)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160929/413983LOGO 

นิยามของความร่วมมือด้านการวิจัยเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงในยุคดิจิทัล ในช่วงปี 2541 ถึง 2554 รายงานการวิจัยที่มีผู้เขียน 50 คนขึ้นไปนั้น มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า จากประมาณปีละ 500 ฉบับ เป็นปีละมากกว่า 1,000 ฉบับ ด้วยเหตุนี้ ซอฟต์แวร์ EndNote เวอร์ชั่นล่าสุดจึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้นักวิจัยทำงานได้อย่างคล่องตัวและสามารถผลิตผลงานได้จากทุกที่ EndNote X8 มาพร้อมฟีเจอร์แชร์คลังข้อมูลวิจัย EndNote ได้ครบทุกรายการที่อยู่ในคลัง อันได้แก่ เอกสารอ้างอิง ไฟล์ PDF และบรรณนิทัศน์ โดยแชร์กับผู้อื่นได้สูงสุดถึง 100 คน นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถร่วมกันเพิ่มข้อมูลที่แชร์ ตลอดจนร่วมกันทำบรรณนิทัศน์และรายการอ้างอิงได้แบบเรียลไทม์ บนพื้นที่คลาวด์ที่ไม่จำกัดและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในขณะที่ฟีดแสดงกิจกรรมแบบบิลท์อินยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถระบุตัวสมาชิกใหม่ และติดตามความเปลี่ยนแปลงล่าสุดที่เกิดจากผู้ร่วมใช้คลังข้อมูล 

จอร์จ โควาล หัวหน้าฝ่ายโซลูชั่นนักวิจัยของ Clarivate Analyticsกล่าวว่า เป้าหมายของเราคือการตอบสนองความต้องการของตลาด โดยเฉพาะผู้ใช้ขั้นสุดท้าย ซึ่ง X8 ก็สามารถทำได้เป็นอย่างดี โดยช่วยให้งานวิจัยมีความก้าวหน้าและมีการร่วมมือกันมากขึ้น 

ปัจจุบัน การตีพิมพ์ผลงานมีการแข่งขันสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ความล่าช้าในการตีพิมพ์อันเกิดจากการจัดการรายการอ้างอิงที่ผิดพลาดจะไม่เกิดขึ้น หากมีรายการอ้างอิงที่ถูกต้องให้เลือกในคลิกเดียว EndNoteช่วยให้ผู้ใช้ก้าวทันโลกของการวิจัยและการตีพิมพ์ผลงานเชิงวิชาการที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ด้วยการมอบความสามารถในการค้นหา จัดการ และแชร์รายการอ้างอิง รวมถึงบรรณานุกรมที่จัดรูปแบบอัตโนมัติ ช่วยร่นระยะเวลาในการรวบรวมข้อมูลและการเขียนต้นฉบับ การยื่นขอสิทธิบัตร และการขอทุนวิจัย นอกจากนี้ EndNote ยังมีฟีเจอร์จับคู่ต้นฉบับ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธตีพิมพ์ผลงาน  ด้วยการค้นหาวารสารที่งานวิจัยของผู้ใช้มีโอกาสสูงที่จะได้รับการตีพิมพ์ โดยอิงจากการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของรายการคัดลอกคำพูดที่มีอยู่หลายสิบล้านรายการในWeb of Science(TM) ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นข้อมูลที่ได้รับการทำดัชนีอย่างพิถีพิถัน จากวารสารหลายพันฉบับของสำนักพิมพ์ระดับโลกหลายร้อยแห่ง 

เจสสิกา เทอร์เนอร์ ผู้บริหารสากลแผนกลูกค้าภาครัฐและสถาบันการศึกษาของ Clarivate Analytics กล่าวว่า “EndNote ในฐานะแหล่งข้อมูลจัดการรายการอ้างอิงชั้นนำของอุตสาหกรรม ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในแวดวงการวิจัยยุคปัจจุบันที่มีความต้องการยิบย่อย และมีแนวโน้มที่เปลี่ยนไปในเรื่องของความร่วมมือแบบพหุวิทยาการในระดับสากล เรามีผู้ใช้ถึง 4 ล้านรายจากบริษัทและสถาบันการศึกษากว่า100,000 แห่งทั่วโลก เราจึงตระหนักดีถึงความสำคัญของ EndNote ในกระบวนการทำวิจัย และยังคงทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการนำเสนอโซลูชั่นจัดการรายการอ้างอิงที่ดีที่สุดเพื่ออนาคต 

EndNote X8 สามารถรันบนระบบปฏิบัติการ Mac และ Windowsทั้งยังสามารถซิงค์ข้อมูลได้อย่างราบรื่นบน EndNote ผ่านทางออนไลน์ และแอปพลิเคชัน EndNote บน iPad 

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Endnote หรือต้องการทดลองใช้งานฟรี 30 วัน กรุณาดูรายละเอียดได้ที่endnote.com/downloads/30-day-trial 

ดูรายละเอียดเกี่ยวปัจจัยที่ส่งผลให้ความร่วมมือทำวิจัยเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงปัจจัยที่สามารถสร้างโอกาสในการร่วมมือทำวิจัยทั่วโลกได้จากรายงาน  Growing Together: Research Collaboration and Technologyในหมวด State of Innovation 

เกี่ยวกับ Clarivate Analytics 

Clarivate(TM) Analytics ช่วยเร่งกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและข้อมูลวิเคราะห์ที่ไว้วางใจได้ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถค้นหา คุ้มครอง และทำการตลาดแนวคิดใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วขึ้น Clarivate Analytics ซึ่งในอดีตคือ Intellectual Property & Science ในเครือ Thomson Reuters ได้ให้การสนับสนุนลูกค้ามานานกว่า 60 ปี ปัจจุบันเราเป็นบริษัทอิสระที่มีพนักงานมากกว่า4,000 คน และดำเนินงานในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยยังคงไว้ซึ่งความเป็นมืออาชีพ ความมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย และความรวดเร็วฉับไวเช่นเดิม สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Clarivate.com

LCG ประกาศตัวเป็นผู้สนับสนุน “สแตน วาวรินกา” โปรเทนนิสมือวางอันดับ 3 ของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–14 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ลอนดอน แคปปิตอล กรุ๊ป (London Capital Group: LCG) บริษัทโบรกเกอร์ออนไลน์ชั้นนำ ประกาศความร่วมมือระดับโลกเป็นเวลา 4 ปีกับ “สแตน วาวรินกา” นักเทนนิสมือวางอันดับ 3 ของโลกชาวสวิตเซอร์แลนด์

 London-Capital-Group Logo / London Capital Group Logo (PRNewsFoto/London Capital Group)

(โลโก้:http://photos.prnewswire.com/prnh/20160929/413493LOGO )

Stan Wawrinka / LCG Proud sponsors od Stan Wawrinka (PRNewsFoto/London Capital Group)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161110/437995 ) 

ข้อตกลงเป็นสปอนเซอร์ให้กับวาวรินกาเริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้ โดยวาวรินกาจะเริ่มโปรโมทแบรนด์ LCG ในการแข่งขัน Barclays ATP World Tour Finals ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนาม O2 ในกรุงลอนดอน ระหว่างวันที่ 13-20พฤศจิกายนนี้

วาวรินกาชนะการแข่งขัน Grand Slam มาแล้ว 3 ครั้ง และยังคว้าเหรียญทองมาให้สวิตเซอร์แลนด์ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่ง รวมทั้งเป็นแชมป์ Davis Cup ในปี 2014 ด้วย

สแตน วาวรินกา กล่าวว่า ผมดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับบริษัทที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลกอย่าง LCG ซึ่งมอบความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยมให้กับผม และผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ทำงานร่วมกับ LCG พร้อมกับเริ่มบทบาทใหม่ในอาชีพของผม

ชาร์ลส์ เฮนรี ซาเบท ซีอีโอของลอนดอน แคปปิตอล กรุ๊ป กล่าวว่าเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ สแตน วาวรินกา มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของเรา เขาเป็นนักกีฬามากความสามารถและเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนทุ่มเทและทำงานหนักเพื่อความสำเร็จในอาชีพ

เขาเสริมว่า ลอนดอน แคปปิตอล กรุ๊ป และวาวรินกา ต่างมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะมุ่งสู่ความเป็นเลิศในสายอาชีพและรักษาความสำเร็จนั้นไว้ ความมุ่งมั่นที่ไม่สั่นคลอนต่อกีฬาทำให้เขาเป็นพันธมิตรในอุดมคติของเรา เขาทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เราจึงมองว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นมากกว่าการสร้างแบรนด์”

การเล่นเทนนิสกับการลงทุนต่างต้องอาศัยทักษะหลายๆอย่างที่คล้ายคลึงกันเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ นักลงทุนจะต้องมีความมุ่งมั่นและมีวินัย ในขณะเดียวกันก็ต้องกล้าได้กล้าเสีย เช่นเดียวกันกับสแตน เขาก็ต้องมีวินัยและความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งขัน และยังต้องปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ระหว่างการแข่งขันด้วย เขาเป็นต้นแบบตัวจริงของกีฬาเทนนิส เราก็เป็นต้นแบบตัวจริงในการเทรดออนไลน์เช่นกัน

ลอนดอน แคปปิตอล กรุ๊ป โลดแล่นอยู่ในวงการมานานกว่า 20 ปี โดยให้บริการในตลาดกว่า 5,000 แห่ง รวมทั้งตลาดปริวรรตเงินตรา ตลาดหลักทรัพย์ ดัชนี ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ และออปชั่น LCG ให้บริการแฟลตฟอร์มซื้อขาย 2 แฟลตฟอร์ม ได้แก่ LCG Trader และ MT4นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นเจ้าของรางวัลมากมายทั้งในด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการให้บริการ ทั้งนี้ LCG มีสำนักงานใหญ่อยู่ในลอนดอน บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน โดยได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Conduct Authority (FCA)

เกี่ยวกับ LCG http://www.lcg.com

LCG โลดแล่นอยู่ในวงการเทรดออนไลน์มานานถึง 2 ทศวรรษ คุณจึงมั่นใจได้ว่ากำลังทำการซื้อขายกับบริษัทที่มีประสบการณ์และได้รับการยอมรับในระดับโลก LCG จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน โดยได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Conduct Authority (FCA) นอกจากนั้นยังดำเนินงานภายใต้มาตรฐานและหลักปฏิบัติที่เข้มงวด

บริษัท ลอนดอน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (LCGH)เป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศอังกฤษและเวลส์ ภายใต้หมายเลขทะเบียน 05497744 ขณะที่ ลอนดอน แคปปิตอล กรุ๊ป (LCG) เป็นบริษัทในเครือของ LCGH ที่ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของFinancial Conduct Authority (FCA) ภายใต้หมายเลขทะเบียน 182110นอกจากนี้ LCG ยังเป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ภายใต้เลขจดทะเบียน  3218125 โดยที่อยู่ในการจดทะเบียนของ LCGH และ LCGคือ 1 Knightsbridge, London, SW1X 7LX

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ สามารถติดต่อฝ่ายการตลาดได้ที่อีเมล marketing@lcg.com

ที่มา: London Capital Group, lcg.com

“Doosan Skoda Power” ผู้ผลิตกังหันไอน้ำสัญชาติเช็ก เดินหน้าขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

พิลเซิน, สาธารณรัฐเช็ก–14 พ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Doosan Skoda Power ผู้ผลิตกังหันไอน้ำรายใหญ่จากสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ในเกาหลี ได้เดินหน้าขยายธุรกิจในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีมานี้

 Doosan-Skoda-Power / Doosan Skoda Power: Every turbine is unique (PRNewsFoto/Doosan Skoda Power)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161110/437913 ) 

เป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้วที่ Doosan Skoda Power ได้คว้าสัญญาจัดหาชุดกังหันกำลังการผลิต 198 เมกะวัตต์ ให้แก่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม Grati บนเกาะชวาของอินโดนีเซีย 

Martin Baxa หัวหน้าฝ่ายขายภาคพื้นเอเชีย ผู้ดูแลโครงการ New Build ของ Doosan Skoda Power กำลังพยายามคว้าสัญญาใหม่ๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเขามีหน้าที่ดูแลการพัฒนาธุรกิจทั้งระบบ ตั้งแต่การแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ไปจนถึงการเซ็นสัญญา  

สถานะของ Doosan Skoda Power ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างไร 

Doosan Group มีสถานะที่แข็งแกร่งในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เห็นได้ชัดจากความสำเร็จในการติดตั้งกังหันขนาด 700 เมกะวัตต์ ในเมืองซิเรบอน ประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงการติดตั้งกังหันขนาด 700 เมกะวัตต์ ที่บริษัท Gheco-One ในประเทศไทย การเป็นส่วนหนึ่งของเครือDoosan Group ในฐานะผู้ผลิตกังหันไอน้ำ ทำให้ Doosan Skoda Powerมีช่องทางในการขยายธุรกิจในภูมิภาคนี้ โดยอาศัยชื่อเสียงอันดีของเครือบริษัท 

เรามีความมั่นใจในสินค้าของเรา เราเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไม่กี่รายที่มีเทคโนโลยีเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง นอกจากนี้ เรายังได้รวมทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ผลิตและพัฒนากังหันไว้ในที่เดียว จึงสามารถตอบสนองต่อการพัฒนาในทุกโครงการและต่อความต้องการของตลาดใหม่ๆได้อย่างยืดหยุ่น 

Doosan Skoda Power มีแผนรุกตลาดใดในอนาคตอันใกล้นี้ 

ตลาดส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีศักยภาพและมีแนวโน้มที่จะเติบโตในอนาคต จากมุมมองของเรา อินโดนีเซียถือเป็นตลาดที่เราให้ความสำคัญอันดับแรก เนื่องจากเราได้เซ็นสัญญาจัดหาระบบกังหันให้แก่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม Grati ของอินโดนีเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ระหว่างภาครัฐและเอกชน บริษัทมองเห็นโอกาสในภาคส่วนใดมากกว่ากัน  

เรามองเห็นโอกาสในทั้งสองภาคส่วน โดยอินโดนีเซียและไทยมีทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่จากภาครัฐและนักลงทุนภาคเอกชน ขณะเดียวกัน ฟิลิปปินส์ก็มีผู้ผลิตพลังงานภาคเอกชนหลายรายเช่นกัน 

ข้อได้เปรียบเหนือคู่แข่งของ Doosan Skoda Power คืออะไร 

ข้อได้เปรียบของเราคือการผสานความแข็งแกร่งของ Doosan และSkoda เข้าด้วยกัน ตลาดมองว่าเราเป็นบริษัทสัญชาติเอเชียเพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของ Doosan Group ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ให้บริการโรงผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ เราจึงใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงตรงนี้ด้วยการสนับสนุนความมุ่งมั่นของ Doosan Group ในธุรกิจโรงไฟฟ้า และทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตกังหันไอน้ำโดยใช้เทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเราเอง 

เมื่อพูดถึงกังหันไอน้ำแล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงคุ้นเคยกับแบรนด์Skoda และผู้ที่รู้จักแบรนด์นี้ก็ยังให้การตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอนาคตอันสดใสของเรา 

สามารถอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ Martin Baxa ได้ที่

http://devdoosanskodapowerv2.doosan.com/en/media/blog/every-turbine-is-unique.do 

ติดต่อ: Margit Petrickova, Doosan Skoda Power, +420-378-185 000, doosanskodapower@doosan.com 

ที่มา: Doosan Skoda Power

Stellwagen ประกาศขายกิจการให้ Acasta Enterprises Inc. ด้วยมูลค่า 270 ล้านดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดับลิน–14 พ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Acasta Enterprises Inc. เตรียมลงทุนวงเงิน 100 ล้านดอลลาร์ในStellwagen Capital

Stellwagen Group และ Acasta Enterprises Inc. ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในโทรอนโต ประเทศแคนาดา ประกาศว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในขั้นสุดท้ายร่วมกัน โดย Acasta ได้เข้าซื้อกิจการของ Stellwagenด้วยวงเงินราว 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พ่วงด้วยรายได้ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของ Stellwagen ตลอดช่วง 3-5 ปีข้างหน้า พร้อมกันนี้ Acastaยังเตรียมลงทุนอีก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในบริษัท Senior Loan Company ของ Stellwagen Capital หรือลงทุนเชิงกลยุทธ์อื่นๆ ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลและผ่านความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นของ Acasta

ทีมผู้นำระดับโลกของ Stellwagen ดำเนินงานตามโมเดลธุรกิจที่ทำกำไรได้สูง บริษัทมีจุดเด่นในด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีทางการเงินที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม ซึ่งสามารถพลิกโฉมหน้าวงการธุรกิจสินเชื่อและลิสซิ่งสำหรับอุตสาหกรรมการบินให้มีความทันสมัยขึ้น หลังจากที่หยุดนิ่งอยู่กับที่มานานหลายสิบปี โดยวาณิชธนกิจสำหรับธุรกิจการบินของStellwagen มีอัตราการเติบโตที่มีนัยสำคัญตลอด 3 ปีที่ผ่านมา และจะได้ประโยชน์จากความสัมพันธ์และความเชี่ยวชาญของ Acasta ในการขับเคลื่อนธุรกิจต่างๆที่มีอยู่เดิม รวมถึงในธุรกิจด้านเทคโนโลยีและการบริหารสินทรัพย์ใหม่ๆ

ไมเคิล นีล ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาของ Acasta ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของ JP Morgan กล่าวว่า ธุรกิจไฟแนนซ์และการบริหารสินทรัพย์ในแวดวงการบิน เป็นอุตสาหกรรมที่น่าดึงดูดใจมาก ด้วยผลตอบแทนที่แข็งแกร่งและมีความผันผวนน้อยกว่าธุรกิจสายการบินโดยรวมเป็นอย่างมาก ธุรกิจที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ทำให้เรามีความมั่นใจในทีมงานของ Stellwagen ว่าจะสามารถดึงศักยภาพที่มีอยู่ออกมาและนำพาบริษัทไปสู่หนทางแห่งความสำเร็จทั้งนี้ คุณนีลเคยกำกับดูแลหน่วยธุรกิจไฟแนนซ์และเครื่องบินพาณิชย์ที่มีมูลค่า 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ของGE Capital Aviation Services ในสมัยที่เขาดำรงตำแหน่งซีอีโอของ GE Capital

ดักลาส เบรนแนน ซีอีโอของ Stellwagen Group กล่าวว่า ทีมผู้บริหารของ Acasta ประกอบด้วยกลุ่มบุคคลที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในแวดวงการบินและการเงิน โดยการนำของ แอนโธนี เมลแมน และคณะกรรมการบริหารของ Acasta จะช่วยให้โมเดลธุรกิจของเราไปได้สวย ด้วยการลงทุนถาวรในกลุ่มบริษัทของเรา พร้อมกับบรรลุเป้าหมายในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่มีความมั่นคงและยืดหยุ่นสำหรับอุตสาหกรรมการบิน ขณะเดียวกันก็มอบผลตอบแทนที่ดีกว่าแก่บรรดาผู้ถือหุ้นและนักลงทุนในธุรกิจการบิน

โฮเวิร์ด มิลลาร์ ซีอีโอของ Stellwagen Capital ได้แสดงความเห็นว่า ผมรู้สึกยินดีที่มีหุ้นส่วนด้านเงินทุนที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เราวางแผนว่าจะมีสินทรัพย์มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ ภายใต้การบริหารงานภายใน 3 ปี และเราเชื่อมั่นว่า Acasta เป็นหุ้นส่วนที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายเหล่านี้Stellwagen กำลังเปิดตัวเครื่องมือการลงทุนสำหรับธุรกิจการบิน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ บริษัทสินเชื่อแบบมีหลักประกันสำหรับธุรกิจการบิน ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายตัวของอุปสงค์ในตลาด สืบเนื่องจากการถดถอยของธนาคารเพื่อธุรกิจการบินหลายแห่ง

เกี่ยวกับ Stellwagen

Stellwagen Group ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในดับลิน เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านเทคโนโลยี การเงิน และการบริหารสินทรัพย์ชั้นเลิศแก่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลก

เกี่ยวกับ Acasta Enterprises Inc.

Acasta เป็นบริษัทประเภท special purpose acquisition corporation (SPAC) ซึ่งระดมทุนได้ 402.5 ล้านดอลลาร์จากการขายหุ้นIPO เมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 ทั้งนี้ จากการเข้าซื้อกิจการของStellwagen ตลอดจนการดำเนินงานอื่นๆ ตามที่มีการประกาศโดย Acastaลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 นั้น จะส่งผลให้ Acasta จะมีฐานะเป็นผู้จัดการกองทุนไพรเวทอิควิตี้ และจะดำเนินการจัดตั้งกองทุนไพรเวทอิควิตี้เพื่อระดมเงินทุนต่อไป

http://www.acastaenterprises.com

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Pauline McAlester

บริษัท Murray Consultants

โทร.  +353-1-4980300 / +353-87-2558300

อีเมล: pmcalester@murrayconsultants.ie

ที่มา: Stellwagen

รายการ “Stars of Science” เปิดโหวตออนไลน์ ร่วมส่งกำลังใจให้นักนวัตกรรมขวัญใจของคุณคว้าชัยในซีซั่นที่ 8

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โดฮา, กาตาร์–14 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            Stars of Science รายการเฟ้นหานักนวัตกรรมแถวหน้าของโลกอาหรับ ที่สร้างสรรค์โดยมูลนิธิกาตาร์ (Qatar Foundation) และออกอากาศทางช่อง MBC4 เปิดให้ผู้ชมโหวตออนไลน์จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน

            ในที่สุด รายการ Stars of Science ซีซั่นที่ 8 ก็ดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย โดยเหลือนักนวัตกรรมเพียง 4 คน และทางรายการได้เปิดโอกาสให้แฟนๆลงคะแนนโหวตออนไลน์เพื่อเลือกนักนวัตกรรมที่ดีที่สุดในโลกอาหรับ โดยสามารถโหวตได้ที่ http://www.starsofscience.com และจะปิดโหวตในวันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน เวลา 18.00 น.ตามเวลา KSAหรือ 22.00 น.ตามเวลาไทย แม้ว่าผู้เข้ารอบสุดท้ายต่างได้ใจแฟนๆทุกคน แต่มีเพียงหนึ่งเดียวที่จะกลับบ้านไปพร้อมตำแหน่งผู้ชนะ

            รับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7979051-stars-of-science-season-8-winner-vote/

สำหรับวิธีการโหวตนั้น ให้เข้าไปที่เว็บไซต์http://www.starsofscience.com และคลิกที่ไอคอน “Vote Now” จากนั้นเลือกนักนวัตกรรมที่คุณชื่นชอบเพียง 1 คนจากทั้งหมด 4 คน และโหวตผ่านเฟซบุ๊กหรืออีเมล

ผู้เข้ารอบสุดท้ายทั้ง 4 คนกำลังจะได้กลับบ้านพร้อมเงินรางวัลมูลค่ารวม 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเป็นเงินทุนสำหรับต่อยอดนวัตกรรมของตนเพื่อปล่อยออกสู่ตลาดต่อไป สำหรับผู้ชมนั้น การโหวตออนไลน์อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ทุกคะแนนมีค่ามากสำหรับนักนวัตกรรมที่ทุ่มเทเวลาหลายเดือนในการพัฒนานวัตกรรมของตนเพื่อแข่งขันในรายการนี้

รายการ Stars of Science ซีซั่นที่ 8 จะออกอากาศตอนสุดท้ายในวันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 22.30 น.ตามเวลา KSA หรือ 02.30 น.ตามเวลาไทย ทางช่อง MBC4 โดยคะแนนโหวตทางออนไลน์จะถูกนำไปรวมกับคะแนนโหวตจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง สำหรับผู้คว้ารางวัลชนะเลิศจะได้รับรางวัลเงินสด 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนที่เหลือจะได้รับรางวัลมูลค่า 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ, 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ

Stars of Science เป็นรายการยอดนิยมที่มีผู้ชมกว่า 4 ล้านคน และมียอดวิวกว่า 8.5 ล้านครั้งบนยูทูบ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม เฉพาะซีซั่นนี้

ร่วมโหวตให้นักนวัตกรรมที่คุณชื่นชอบได้ที่http://www.starsofscience.com ภายในวันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน เวลา 18.00 น.ตามเวลา KSA หรือ 22.00 น.ตามเวลาไทย หลังจากนั้นร่วมชมตอนสุดท้ายของรายการได้ในวันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 22.30 น.ตามเวลา KSA หรือ 02.30 น.ตามเวลาไทย ทางช่อง MBC4

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์ – http://www.starsofscience.com

เฟซบุ๊ก – https://www.facebook.com/StarsofScienceTV

ทวิตเตอร์ – https://twitter.com/starsofscience

ยูทูบ – http://www.youtube.com/user/Starsofsciencetv

อินสตาแกรม – starsofsciencetv

 Stars-of-Science / Four innovators have reached the finals of Stars of Science season 8! You can now begin to vote for your favorite innovator on www.starsofscience.com (PRNewsFoto/Stars of Science)

http://photos.prnewswire.com/prnh/20161111/438273

            ที่มา: Stars of Science