เมอร์ค ผงาดคว้ารางวัล “R&D 100 Award” เชิดชูนวัตกรรมดีเด่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดาร์มสตัดท์, เยอรมนี–14 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

– Sanger Arrayed Lentiviral CRISPR Libraries คว้ารางวัลในหมวดเครื่องมือวิเคราะห์/ทดสอบ

เมอร์ค (Merck) ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คว้ารางวัลR&D 100 Award อันทรงเกียรติมาครอง จากนวัตกรรม Sanger Arrayed Lentiviral CRISPR Libraries โดยนิตยสาร R&D Magazine ได้ประกาศรางวัลดังกล่าวในพิธีมอบรางวัล Annual R&D 100 Awards Dinner ครั้งที่ 54 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่กรุงวอชิงตันดีซี

 Merck CRISPR Award / Merck has received a prestigious R&D 100 Award for its Sanger Arrayed Lentiviral CRISPR Libraries--the first of its kind CRISPR libraries (PRNewsFoto/Merck)

รูปภาพ– http://photos.prnewswire.com/prnh/20161110/437980 

 อูดิท บาทรา สมาชิกคณะกรรมการบริหารของเมอร์ค และซีอีโอประจำธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ความก้าวหน้าในการตัดต่อยีนด้วยเครื่องมืออย่าง CRISPR กำลังช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถค้นพบและคิดค้นการรักษารูปแบบใหม่ๆ เพื่อรับมือกับอาการที่รักษาได้ยากที่สุด เราจะเดินหน้าสานความร่วมมือกับชุมชนวิทยาศาสตร์ทั่วโลก เพื่อให้สามารถเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆได้เร็วขึ้น พร้อมช่วยให้คนทั่วโลกเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างรวดเร็ว

การที่นวัตกรรมระดับเวิลด์คลาสของเมอร์คได้รับการยกย่องนั้น แสดงให้เห็นถึงพันธสัญญาของเมอร์คในการมอบพลังให้กับบรรดานักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย ด้วยโซลูชั่นที่จำเป็นในการพัฒนาเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ทั้งนี้ R&D 100 Award ได้รับการขนานนามว่าเป็น รางวัลออสการ์แห่งวงการนวัตกรรมโดยให้การยกย่องผลงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าโดดเด่นที่สุด 100 อันดับในปีนั้นๆ

Sanger Arrayed Lentiviral CRISPR Libraries ของเมอร์ค คว้ารางวัลในสาขาเครื่องมือวิเคราะห์/ทดสอบ ในฐานะที่เป็น arrayed lentiviral CRISPR libraries ของยีนมนุษย์และหนูรุ่นแรก ที่ใช้สำหรับการน็อกเอาต์และคัดกรองฟังก์ชั่นของยีน เปิดโอกาสให้สามารถค้นพบยีนที่มีความเกี่ยวข้องกับการดื้อยา โรคภัยไข้เจ็บในมนุษย์ และกระบวนการทางชีววิทยาทั้งหลาย โดยนักวิจัยสามารถนำไปใช้ในการคัดกรองจีโนมได้ทั้งหมด หรือเจาะจงเลือกยีนและ pathway เพื่อคัดกรอง โดยใช้โคลนที่เกี่ยวข้อง

เมอร์คได้รับรางวัล R&D 100 Award เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน โดยเมื่อปี 2558 ระบบกรองน้ำ AFS และนวัตกรรม Simplicon RNA Reprogramming Technology ของทางบริษัท ได้รับการยกย่องในสาขาเครื่องมือสำหรับการประมวล/สร้างต้นแบบ และเครื่องมือวิเคราะห์/ทดสอบ ตามลำดับ ทั้งนี้ รางวัล R&D 100 Awards ให้การยกย่องผลงานวิจัยทั้งในแวดวงอุตสาหกรรม วิชาการ และการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาคลิกที่ www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้ 

เกี่ยวกับเมอร์ค 

เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำในด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และเพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล พนักงานราว50,000 คนของบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยปรับปรุงและยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ยาชีวภาพเพื่อรักษาโรคมะเร็งหรือโรคปลอกประสาทอักเสบ ระบบที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิต ไปจนถึง liquid crystal ที่ใช้กับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ LCDทั้งนี้ ในปี 2558 เมอร์คสามารถทำยอดขายได้ 1.285 หมื่นล้านยูโร ใน 66ประเทศ 

เมอร์คก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2211 จึงเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ครอบครัวผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทเมอร์คในดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี ครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี โซโรโน่, มิลลิพอร์ซิกม่า และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล

ผู้บริหารซิมเมอร์ ไบโอเมท คว้ารางวัล IAIR CEO/MD of the Year สำหรับความเป็นเลิศในการเป็นผู้นำ การสร้างแรงบันดาลใจ และนวัตกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–14 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ซิมเมอร์ ไบโอเมท โฮลดิงส์ อิงค์ (NYSE and SIX: ZBH) ผู้นำระดับโลกด้านการดูแลสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อ ประกาศว่า นายหลี่ หย่งหมิง รองประธานของซิมเมอร์ ไบโอเมท ประเทศจีนและฮ่องกง ได้รับรางวัลInternational Alternative Investment Review (IAIR) CEO/MD of the Year Award ในสาขาโซลูชั่นการดูแลสุขภาพ สำหรับความเป็นเลิศในการเป็นผู้นำ การสร้างแรงบันดาลใจ และนวัตกรรม IAIR เป็นหนึ่งในนิตยสารที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ซึ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจและความยั่งยืนของโลก นอกจากนี้ยังเป็นผู้มอบรางวัลซีอีโอแห่งปีแก่ผู้นำธุรกิจที่มีผลงานเป็นเลิศและสะท้อนความสำเร็จในด้านนวัตกรรม การเติบโตขององค์กร และการอุทิศตนต่อธุรกิจและบุคลากร

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161107/8521607233LOGO

นายหลี่มีจิตวิญญาณของความเป็นผู้ประกอบการ มีการกำหนดทิศทางขององค์กรที่ชัดเจน และเป็นผู้มีอิทธิพลต่อการผนึกรวมธุรกิจต่าง ๆ ของซิมเมอร์ ไบโอเมทในจีนและฮ่องกงให้มั่นคงเป็นหนึ่ง อีกทั้งยังวางตำแหน่งบริษัทให้เป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อ นายหลี่ไม่เพียงแต่นำการควบรวมธุรกิจของซิมเมอร์และไบโอเมทได้อย่างประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่ยังสร้างการเติบโตในระดับเลขสองหลัก ตลอดจนธำรงไว้ซึ่งความมุ่งมั่นขององค์กรและการพัฒนาทีมขายที่ทำผลงานดี

ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับรางวัล IAIR CEO/MD of the Year Award อันทรงเกียรติ จากบรรดาผู้นำธุรกิจและบริษัทชั้นยอดที่เข้าชิงรางวัล” นายหลี่กล่าว “ผมขออุทิศรางวัลนี้ให้แก่ทีมงานของผมในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรและกระบวนการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจที่มีความเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้นและมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อที่จะยกระดับผลการดำเนินงานในจีนและฮ่องกง”

จำนวนประชากรสูงอายุที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศจีนนั้นกำลังผลักดันให้โซลูชั่นเพื่อการรักษาและฟื้นฟูความคล่องตัวเป็นที่ต้องการและมีความจำเป็นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคุณหย่งหมิงประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของซิมเมอร์ ไบโอเมท เพื่อคว้าโอกาสเติบโตในตลาดสำคัญนี้ พร้อมทั้งผลักดันภารกิจองค์กรของเราให้ก้าวหน้า เพื่อชวยให้ผู้ที่มีความผิดปกติด้านกระดูกและกล้ามเนื้อมีชีวิตที่ดีขึ้น” ซาง อี้ ประธานซิมเมอร์ ไบโอเมท ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว

เกี่ยวกับ IAIR AWARDS®

IAIR AWARDS® เป็นหนึ่งในระบบการประเมินชั้นนำของโลก และจัดพิธีมอบรางวัลสำหรับความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและความเป็นผู้นำ (Excellence in Innovation & Leadership) ในสาขาต่าง ๆ คณะกรรมการผู้ตัดสินรางวัลประกอบด้วยคณะกรรมาธิการด้านวิทยาศาสตร์จาก IAIR®และ IAIREVIEW.org พร้อมด้วยทีมนักข่าวด้านกฎหมาย เศรษฐกิจ และการเงินจากกว่า 120 ประเทศทั่วโลก

IAIR AWARDS® มีความเป็นอิสระและไม่รับเงินสนับสนุนจากหน่วยงานใด ๆ

IAIR AWARDS® ให้ความสำคัญกับความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและความเป็นผู้นำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาต่อไปนี้ เศรษฐกิจสีเขียว การลงทุนทางเลือก โอกาสทางธุรกิจ องค์กรที่มีความเป็นเลิศ ฟอเร็กซ์ กองทุน ETF และสินค้าโภคภัณฑ์ กฎหมาย การบริหารจัดการสินทรัพย์ สำนักงานครอบครัวและการบริหารความมั่งคั่ง การกุศล หุ้นนอกตลาด อสังหาริมทรัพย์และที่ดิน การวางแผนสืบทอดตำแหน่งและธุรกิจครอบครัว

สำหรับผู้ชนะรางวัลที่ผ่านมานั้นรวมถึงบริษัทชั้นนำระดับโลก ได้แก่Morgan Stanley, Bank of China, Rockefeller, BNP Paribas, IBM, HDFC Ergo, Freshfields, UBS, Novartis, BlackRock, Rothschild, Deutsche Bank, Aviva, Vodafone, Russel Investments, ReMark, BASF, Daimler, Royal Dutch Shell, Christian Dior, Cartier, Fedex, ABB, 3i Group, APAX Partners, Bridgepoint Capital, Allen & Overy, Willkie Farr & Gallagher, DLA Piper, CMS เป็นต้น

IAIR AWARDS® มีการจัดงานเวียนไปตามศูนย์กลางการเงินทรงอิทธิพลของโลก เช่น ฮ่องกง ดูไบ ลอนดอน สิงคโปร์ มิลาน และนิวยอร์ก

เกี่ยวกับ Zimmer Biomet

ซิมเมอร์ ไบโอเมท ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2470 และมีสำนักงานใหญ่ในเมืองวอร์ซอ รัฐอินเดียนา เราเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการดูแลสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อ เราออกแบบ ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์บูรณสภาพกระดูกและกล้ามเนื้อ, ผลิตภัณฑ์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา ชีวภัณฑ์ กระดูกแขนและขา และภาวะบาดเจ็บ, เทคโนโลยีแบบ office-based, ผลิตภัณฑ์ด้านกระดูกสันหลัง ขากรรไกร-ใบหน้า และทรวงอก รวมถึงรากฟันเทียม และผลิตภัณฑ์สำหรับการผ่าตัด

เราทำงานร่วมกับนักวิชาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพทั่วโลกเพื่อผลักดันความก้าวหน้าทางนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของเราช่วยเยียวยารักษาผู้ป่วยหลายล้านรายที่ทุกข์ทรมานจากโรคหรืออาการบาดเจ็บที่กระดูก ข้อต่อ หรือเนื้อเยื่ออ่อน ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

เราดำเนินธุรกิจในกว่า 25 ประเทศ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 100ประเทศทั่วโลก รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.zimmerbiomet.com หรือwww.twitter.com/zimmerbiomet

ข้อมูลติดต่อ:

ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก:
Jason Lee
+65 90084780
Jason.lee@zimmerbiomet.com

 

สารคดีชุดใหม่ “Remember the Nostaliga” เตรียมถ่ายทอดความงดงามแห่งเจียงวาน เขตอู้หยวน ของจีนสู่สายตาผู้ชม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เจียงวาน, จีน–14 พ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ทีมงานถ่ายทำของสถานีโทรทัศน์ China Central Television (CCTV) เริ่มเปิดกล้องถ่ายทำสารคดีระดับชาติชุดพิเศษ “Remember the Nostaligia”หรือ “ระลึกถึงความหลังซีซั่น 3 โดยเดินทางไปยังเขตอู้หยวนประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมา

 

https://photos.prnewswire.com/prnvar/20161111/438209

เมืองเจียงวาน ในมณฑลเจียงซีนั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองโบราณที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดแห่งหนึ่ง สืบเนื่องจากประวัติศาสตร์อันยาวนาน และที่นี่ยังอุดมไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณีพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยสารคดีชุดนี้ไม่เพียงแต่จะนำเสนอในด้านของทิวทัศน์ทางธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังจะนำเสนอในด้านของพิธีกรรม การละเล่นพื้นบ้าน รวมถึงงานฉลองทางวัฒนธรรมต่างๆของท้องถิ่นอีกด้วย

สารคดีชุดนี้จะเน้นไปที่การนำเสนอเรื่องราวประเพณีพื้นเมืองต่างๆ ของเมืองเจียงวาน เช่น การแสดงเพื่อเฉลิมฉลองฤดูเก็บเกี่ยวที่มีความงดงาม การแต่งกายด้วยชุดแสดงงิ้วปักกิ่งของเด็กๆ รวมถึงขบวนเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ และขบวนพาเหรดตามถนนและตามตรอกซอกซอยในเมืองโบราณแห่งนี้ พร้อมด้วยเสียงดนตรีที่มีท่วงทำนองร่าเริงสนุกสนาน

ส่วนพิธีบูชาบรรพบุรุษซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของที่นี่ก็จะถูกนำเสนอผ่านสารคดีชุดนี้ด้วย โดยผู้ชมจะเห็นชาวบ้านเมืองเจียงวานจุดธูป ทำความเคารพ นำของไปเซ่นไหว้ และตีกลองในโบสถ์ของวัดเพื่ออัญเชิญเทพเจ้าและแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยพิธีการดังกล่าวสิ้นสุดลงด้วยการแบ่งปันเนื้อสัตว์ให้แก่ทุกๆบ้าน หรือร่วมกันรับประทานอาหารเพื่อแบ่งปันความสุขแก่กันและกัน

ทั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ที่สารคดีชุด Remember the Nostalgia ถ่ายทอดเรื่องราวของเขตอู้หยวน โดยก่อนหน้านี้หมู่บ้านหวางโข่วในเขตอู้หยวน เคยปรากฏในสารคดีชุดที่ 2 ซึ่งเป็นตอนที่มียอดผู้ชมเฉลี่ยถึง 6 ล้านคน สารคดีดังกล่าวออกอากาศในปี 2558 โดยมีจุดประสงค์เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวทางประเพณี วัฒนธรรม และทิวทัศน์ของหมู่บ้านพื้นเมืองของจีน ตลอดจนด้านอารยธรรมการเกษตรในประเทศจีนอีกด้วย

จ้าน ปิน ผู้จัดการฝ่ายตราสินค้าของ Jiangxi Wuyuan Tourism Co., Ltd.กล่าวว่า ด้วยสารคดีชุด “Remember the Nostalgia” ที่มาถ่ายทำที่เมืองเจียงวานครั้งนี้ จะทำให้วัฒนธรรมประเพณี พื้นเมือง และวิถีชีวิตของชาวบ้านในเขตอู้หยวนถูกถ่ายทอดสู่สายตาผู้ชม

เกี่ยวกับอู้หยวน

เขตอู้หยวน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลเจียงซี มีชื่อเสียงจากภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนและเป็นพื้นที่ชนบทที่งดงามที่สุดในจีน นอกจากนี้ยังมีสถาปัตยกรรมแบบฮุยโจวโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุด โดยสถาปัตยกรรมดังกล่าวมีเอกลักษณ์โดดเด่นคือ บ้านเรือนที่มีกำแพงสีขาวและตกแต่งด้วยกระเบื้องสีเขียว

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอู้หยวน โปรดเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์:www.wuyuan.cc

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161111/0861612035

Ascensia Diabetes Care ผุดแคมเปญสนับสนุน “วันเบาหวานโลก” ผ่านโซเชียลมีเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บาเซิล, สวิตเซอร์แลนด์–14 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Ascensia Diabetes Care ร่วมสนับสนุนวันเบาหวานโลกปีนี้ ด้วยการจัดแคมเปญระดับโลกผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อตอกย้ำบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนในการจัดการกับโรคเบาหวาน แคมเปญนี้มีเป้าหมายที่จะเข้าถึงผู้คนทั่วโลกผ่านทางโซเชียลมีเดีย และผลักดันให้สาธารณชนร่วมแสดงพลังสนับสนุนวันเบาหวานโลก ด้วยการใช้สมาร์ทโฟนสร้างกระแสความตื่นตัวต่อโรคเบาหวาน โดย Ascensia Diabetes Care ต้องการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและการเชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้ความเข้าใจและจัดการกับโรคได้ดียิ่งขึ้น

ภายใต้แคมเปญนี้ ทาง Ascensia ได้นำภาพถ่ายของพนักงาน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนทั่วไปจากทั่วโลก ที่นำจอสมาร์ทโฟนมาเรียงต่อกันเป็นคำว่า “DIABETES” (โรคเบาหวาน) มาแชร์ในโลกโซเชียล เพื่อให้คนเข้ามากดไลค์ แชร์ หรือรีแอคต่อโปสการ์ดดิจิทัลเหล่านี้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการสนับสนุนวันเบาหวานโลก

การใช้สมาร์ทโฟนช่วยในการรับมือกับโรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวนมากต่างหันมาใช้สมาร์ทโฟนช่วยในการจัดการและติดตามสุขภาพของตนเอง ผลการสำรวจกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวน 909 คนในประเทศต่างๆในยุโรป พบว่า 71% ของผู้ตอบแบบสำรวจมีสมาร์ทโฟนในครอบครอง และ 42% ในจำนวนนี้ใช้สมาร์ทโฟนช่วยในการดูแลสุขภาพหรือค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับยา ขณะที่ 52% ของผู้ที่ใช้แอปดูแลสุขภาพบนสมาร์ทโฟน บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าแอปเหล่านี้ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต[1] ทั้งนี้ เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนที่ก้าวหน้าได้ทำให้ผู้ป่วยสามารถเก็บข้อมูล แบ่งปันข้อมูล รวมถึงค้นหาข้อมูลด้านสุขภาพได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้สามารถรับมือกับโรคเบาหวานได้ด้วยแอปต่างๆ ซึ่งกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิต

ไมเคิล คลอส ซีอีโอของ Ascensia Diabetes Care กล่าวว่า เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมทำกิจกรรมวันเบาหวานโลกในฐานะบริษัทเดี่ยว เราภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ทั่วโลกตระหนักถึงอันตรายของโรคเบาหวาน และในฐานะที่เราเป็นบริษัทที่โฟกัสด้านโรคเบาหวานโดยเฉพาะ เราจึงมีความกระตือรือร้นที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับธีมของวันเบาหวานโลกปีนี้คือ “Eyes on Diabetes” ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อให้ได้รับการวิจัยฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง โดยการใช้แอปจัดการโรคเบาหวานบนสมาร์ทโฟนจะเป็นประโยชน์ต่อการตรวจวินิจฉัยและการจัดการโรคเบาหวานในระยะยาว

คุณไมเคิลกล่าวเสริมว่า โรคเบาหวานเป็นโรคที่จัดการได้ยาก และมีความท้าทายหลายประการทั้งสำหรับผู้ป่วยและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทั่วโลก เราเชื่อว่าเครื่องมือดิจิทัลและสมาร์ทโฟนมีศักยภาพพอที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถติดตามอาการได้อย่างสม่ำเสมอและแม่นยำ พร้อมให้ข้อมูลที่สามารถนำมาปฏิบัติเพื่อจัดการกับโรคเบาหวานได้ด้วย

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมและให้การสนับสนุนวันเบาหวานโลกผ่านการกดไลค์และแชร์โปสการ์ดดิจิทัลได้ทางทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม

เกี่ยวกับ Ascensia Diabetes Care

Ascensia Diabetes Care เป็นบริษัทระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านการจัดการโรคเบาหวาน โดยอุทิศตนเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถอยู่ร่วมกับโรคเบาหวานได้ ภารกิจของเราคือการมอบโซลูชั่นที่ทันสมัยเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถจัดการกับโรคเบาหวาน ทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้นและดีขึ้นกว่าเดิม เราได้ใช้นวัตกรรมและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคเบาหวานในการพัฒนาโซลูชั่นและเครืองมือคุณภาพสูง เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านบวกในชีวิตประจำวันของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

บริษัทของเราเป็นผู้คิดค้นระบบวัดระดับน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด CONTOUR(TM) ที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงกับฟังก์ชั่นที่ใช้งานง่าย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถจัดการกับโรคเบาหวานได้ ขณะเดียวกัน เรายังคงเดินหน้าทำการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ รวมถึงโซลูชั่นใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรายังเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในแวดวงโรคเบาหวาน โดยเราได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและพันธมิตรรายอื่นๆ ในการรับประกันว่าผลิตภัณฑ์ของเราได้มาตรฐานสูงสุดทั้งในด้านความแม่นยำ ความเที่ยงตรง และความน่าเชื่อถือ ทั้งยังรับประกันว่าเราประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

Ascensia Diabete Care ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 จากการขายกิจการของ Bayer Diabetes Care ให้แก่ Panasonic Healthcare Holdings Co., Ltd ผลิตภัณฑ์ของเราวางจำหน่ายในกว่า 125 ประเทศทั่วโลก และหากเสร็จสิ้นการทำธุรกรรมในทุกประเทศ เราจะมีพนักงานรวม 1,700 คน และดำเนินงานในกว่า 38 ประเทศ

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ascensia.com

CONTOUR(TM) เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Ascensia Diabetes Care Holdings AG

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Joseph Delahunty

FTI Consulting

อีเมล: joseph.delahunty@fticonsulting.com

โทร. +44(0)20-3727-1000

อ้างอิง

[1] Multichannel Consumer Health Marketing 2015. Cybercitizen Health(R) Europe 2014, Bayer EU9

ที่มา: Ascensia Diabetes Care

“เจสัน วินยาร์ด” คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 8 ในการแข่งขันตัดไม้รายการใหญ่ของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ชตุทท์การ์ท, เยอรมนี–14 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

STIHL TIMBERSPORTS(R) 2016 World Championship จัดการแข่งขันสุดมันที่ชตุทท์การ์ท 

ปิดฉากเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการแข่งขันเลื่อยไม้สุดมัน “STIHL TIMBERSPORTS(R) 2016 World Championship” โดยแชมป์ปีนี้ตกเป็นของ เจสัน วินยาร์ด วัย 42 ปีจากประเทศนิวซีแลนด์ ที่ฟาดฟันเอาชนะคู่ต่อสู้จนสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 8 มาได้สำเร็จ ส่วนตำแหน่งรองชนะเลิศตกเป็นของ แมทธิว โคการ์ จากสหรัฐอเมริกา และอันดับสามเป็นของ มาร์ติน โคมาเร็ก จากสาธารณรัฐเช็ก ส่วนในการแข่งขันประเภททีมนั้น ทัพนักกีฬาจากออสเตรเลียคว้าชัยไปด้วยการสร้างสถิติโลกถึง 2 รายการ ทั้งนี้ การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ณ สนามพอร์ชอารีน่าในชตุทท์การ์ท โดยสามารถขายบัตรได้หมดทุกที่นั่งและมีผู้เข้าชมกว่า11,000 คน

 Timbersport-1 / Already the day before the team race was on: Team Australia took a mere 46.45 seconds to demolish four big logs with the axe and saw, thus establishing a new world record. Hence, they became the new Team World Champions in the end. (PRNewsFoto/STIHL TIMBERSPORTS Series)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161113/438596 )

Timbersport-2 / The Canadian Stirling Hart at the Standing Block Chop: in this discipline he set a new national record; with respect to another axe discipline, the Springboard, he succeeded in establishing a new world record. (PRNewsFoto/STIHL TIMBERSPORTS Series)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161113/438597 )

Timbersport-3 / A new national record was set by the Italian Paolo Vicenzi at the Underhand Chop: it took him only 25.13 seconds to cut a log into half with an axe. (PRNewsFoto/STIHL TIMBERSPORTS Series)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161113/438598 )

Timbersport-4 / Jason Wynyard is the new World Champion of the STIHL TIMBERSPORTS(R) Series. In Stuttgart the New Zealander won his eighth title (PRNewsFoto/STIHL TIMBERSPORTS Series)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161113/438599 ) 

นิวซีแลนด์ซิวแชมป์ประเภทเดี่ยว 

การแข่งขันเลื่อยไม้สุดเร้าใจครั้งนี้มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจาก14 ประเทศ และมีการทำสถิติโลกใหม่ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถต้านทานเจสัน วินยาร์ด นักกีฬาสุดแกร่งจากนิวซีแลนด์ ที่คว้าตำแหน่งแชมป์มาครองได้เป็นสมัยที่ 8 โดยในช่วงแรกวินยาร์ดถูกแมทธิว โคการ์ จากสหรัฐไล่บี้มาติดๆ แค่โคการ์กลับพลาดท่าโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนักในการแข่งใช้ขวานสองประเภท ทำให้ตกไปเป็นที่ 2 ตามมาด้วยมาร์ติน โคมาเร็ก จากสาธารณรัฐเช็ก ที่คว้าอันดับ 3 ไปครองจากการโชว์ฟอร์มอย่างสม่ำเสมอ โดยมีคะแนนตามอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่งให้เขาเป็นผู้เข้าแข่งขันจากยุโรปที่ทำผลงานได้ดีที่สุด ทั้งนี้ วินยาร์ด ผู้คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 8 กล่าวว่า “หนทางสู่ชัยชนะนั้นยาวไกล ผมต้องฝึกฝนอย่างหนักกว่าจะมายืนในจุดนี้ได้ ความทุ่มเทของผมได้ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าในวันนี้ ผมจึงรู้สึกดีใจมากๆ” สำหรับ สเตอร์ลิง ฮาร์ต จากแคนาดา การแข่งขันรายการนี้มีแต่จุดพลิกผัน โดยเขาได้สร้าง 4 สถิติใหม่สำหรับแคนาดา พร้อมทำสถิติโลกใหม่ในการแข่งขันประเภทสปริงบอร์ด แต่ในการแข่งขันเลื่อยไฟฟ้า Hot Saw เขากลับทำพลาดไปอย่างน่าเสียดาย ส่งผลให้จบที่อันดับ 4 เท่านั้น 

ออสเตรเลียคว้าแชมป์ประเภททีม 

ในการแข่งขันประเภททีม ทัพนักกีฬาจากออสเตรเลียทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการผ่าไม้ 4 ต้นออกเป็นท่อนๆ ด้วยเวลาเพียง 46.45วินาที ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายสถิติโลกเท่านั้น แต่ยังทำให้นักกีฬาทีมนี้สามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ไปครองอีกด้วย ซึ่งแบรด ดีโลซา หัวหน้าทีมได้กล่าวอย่างยินดีว่า “เราทุกคนแสดงฝีมืออย่างสุดความสามารถ และการสร้างสถิติใหม่ก็ถือว่าสุดยอดที่สุด ผมดีใจจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลย สำหรับเป้าหมายในปีหน้าก็ชัดเจนแล้วว่า เราจะต้องคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ให้ได้” สำหรับอันดับ 2 ประเภททีมตกเป็นของแคนาดาที่พ่ายไปอย่างขาดลอย ส่วนอันดับ 3 เป็นของทีมสหรัฐ ซึ่งเอาชนะทีมนิวซีแลนด์และสาธารณรัฐเช็กมาได้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี ทีมสาธารณรัฐเช็กยังคงเป็นทีมจากยุโรปที่ดีที่สุดในการแข่งขัน World Championship 2016  

สื่อติดต่อ: 

Jasmin Oun 

STIHL TIMBERSPORTS(R) SERIES 

Press international 

โทร. +49 (0) 71 51 / 26 – 4521 

มือถือ: +49 (0) 151 / 54409636 

อีเมล: jasmin.oun@stihl.de  

เว็บไซต์: http://www.stihl-timbersports.com   

ที่มา: STIHL TIMBERSPORTS Series

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สานต่อพระปณิธานจัดโครงการ“เพท-ซีที สแกน”เพื่อผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ขยายโอกาสให้ผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 200 ราย ได้เข้าถึงการประเมินระยะของโรคด้วยเทคโนโลยีระดับสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดโครงการเพท-ซีที สแกนเพื่อผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิดทีเซลล์และบีเซลล์ (โครงการต่อเนื่อง ปีที่ 2) โครงการบำเพ็ญพระกุศลเพื่อสืบสานการดำเนินงานตามพระปณิธานอันแน่วแน่ในศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีที่ทรงห่วงใยปัญหาสุขภาพด้านโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองของปวงชนชาวไทย ด้วยพระกรุณาธิคุณที่ให้โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นที่พึ่งให้กับประชาชนชาวไทยในด้านการวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็ง เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคร้าย สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยได้มาตรฐานระดับสากล ตลอดจนสนับสนุนพัฒนาบุคลากรและงานด้านการค้นคว้าวิจัยเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์สำหรับการพัฒนาแนวทางการรักษาเพื่อให้มีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

แพทย์หญิงพรรณี ประดิษฐ์สุขถาวร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุรศาสตร์โลหิตวิทยา และหัวหน้าโครงการบำเพ็ญพระกุศลในโครงการ เพท-ซีทีสแกน เพื่อผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เผยว่าโครงการ เพท-ซีที สแกนเพื่อผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดทีเซลล์และบีเซลล์ (โครงการต่อเนื่องปีที่ 2) นี้ ดำเนินการต่อเนื่องมาจากโครงการบำเพ็ญพระกุศลในศาสตราจารย์ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้โรงพยาบาลจุฬาภรณ์จัดโครงการบำเพ็ญพระกุศลในโอกาสวันคล้ายวันประสูติภายใต้ชื่อโครงการเพท-ซีที สแกน เพื่อผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดทีเซลล์ เมื่อปี พ.ศ.2558 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มนี้ ให้ได้มีโอกาสเข้ารับการตรวจด้วยเทคโนโลยีระดับสูงที่ทันสมัย เพื่อให้การประเมินระยะของโรคมีความถูกต้องและชัดเจนมากขึ้นสำหรับการวินิจฉัยระยะเริ่มต้นและการตรวจติดตามผลการรักษา โดยในปี พ.ศ.2559 นี้ ด้วยพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยจึงทรงพระกรุณาให้มีการดำเนินงานโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และยังได้ขยายโอกาสให้กับผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองรายใหม่ทั้งชนิดทีเซลล์และชนิดบีเซลล์ได้เข้าถึงการตรวจวินิจฉัยด้วยเพท-ซีที สแกน โดยผู้ที่เข้าโครงการจะได้รับการตรวจด้วยเครื่องเพท-ซีทีสแกนตามขั้นตอนการรักษาตลอดโครงการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยแต่ละราย โดยหวังให้ผู้ป่วยมีอัตราการตอบสนองต่อการรักษาที่ดีโรคสงบเป็นระยะเวลานาน รวมถึงผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยที่สุด อีกทั้งยังเป็นการรวบรวมข้อมูลของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแนวทางการรักษาต่อไปในอนาคต

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง คือ เนื้องอกของระบบน้ำเหลืองในร่างกายโดยในร่างกายของคนเรามีต่อมน้ำเหลืองอยู่ทั่วร่างกายประมาณ600 – 700 ต่อม ซึ่งมีขนาดเล็กมากไม่สามารถคลำพบได้ในภาวะปกติ ทั้งนี้หากมีความผิดปกติที่ทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นอาจสามารถคลำพบได้ในบางจุดที่อยู่ตื้นใกล้ผิวหนัง เช่น บริเวณข้างลำคอ รักแร้ และขาหนีบ โดยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง จัดเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยของคนไทยและทั่วโลก ซึ่งหากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงทีจะมีโอกาสหายขาดได้ และมีอัตราการรอดชีวิตอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงประมาณร้อยละ 50 ในส่วนของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดทีเซลล์ซึ่งเป็นชนิดที่มีการดำเนินโรคที่รุนแรงรวดเร็วและไม่มียาที่ออกฤทธิ์จำเพาะดังเช่นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์ แม้ว่าจะพบได้น้อยกว่าชนิดบีเซลล์ แต่ก็พบในแถบเอเชียมากกว่ายุโรปและอเมริกา จึงมีความจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลในประชากรชาวไทยรวมทั้งในเอเชีย 

โดยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองหากตรวจพบโรคได้เร็วรวมถึงมีการวินิจฉัยที่ดีก็จะช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้น ซึ่งเพท-ซีทีสแกนเป็นการตรวจวินิจฉัยระยะของโรคด้วยเทคโนโลยีทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่ทันสมัย เพทสแกนจะให้ข้อมูลความผิดปกติในระดับเมตาบอลิซึม ในขณะที่เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือ ซีทีสแกน จะแสดงโครงสร้างทางกายวิภาค ทำให้สามารถบอกตำแหน่งของรอยโรคควบคู่กับระดับการแบ่งตัวของเซลล์เพิ่มความชัดเจนและความแม่นยำว่าก้อนต่อมน้ำเหลืองใดในร่างกายของผู้ป่วยมีการแบ่งของเซลล์รวดเร็วซึ่งบ่งบอกว่าน่าจะเป็นเซลล์ผิดปกติ เช่น เซลล์มะเร็ง และสามารถนำมาใช้ประเมินการตอบสนองหลังจบการรักษาได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ การตรวจด้วยเครื่องเพท-ซีทีสแกนแต่ละครั้งมีราคาสูงประมาณ40,000 บาท ซึ่งอาจจำเป็นต้องตรวจทั้งหมด 2-3 ครั้ง คือ ก่อนรักษา ระหว่างรักษา และหลังรักษาซึ่งผู้ป่วยที่เข้าโครงการนี้จะไม่เสียค่าใช้จ่ายในการทำเพท-ซีทีสแกน

สำหรับผู้ป่วยที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เพท-ซีทีสแกนเพื่อผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิดทีเซลล์และบีเซลล์ (โครงการต่อเนื่อง ปีที่ 2) จะต้องเป็นประชาชนชาวไทย ที่มีอายุ 18 – 70ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดทีเซลล์หรือบีเซลล์ นอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin lymphoma) เป็นครั้งแรก และยังไม่เคยได้รับการรักษาใดๆ มาก่อน โดยรับเข้าร่วมโครงการชนิดละ 100 ราย ติดต่อเข้าร่วมโครงการได้ที่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หลักสี่ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 02-576-6847 และ 6859 ในวันและเวลาราชการ หรือwww.cccthai.org

ขอขอบพระคุณที่พิจารณาข่าวนี้

สำหรับสื่อมวลชน หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

หน่วยงานประชาสัมพันธ์และการตลาด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หลักสี่

54 ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

โทร. 02-576-6833 หรือ 02-576-6834

Banco Bradesco ประกาศผลประกอบการ 3 ไตรมาสแรกประจำปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซาเปาโล–11 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Bradesco (BM&FBovespa: BBDC3; BBDC4, NYSE: BBD) ได้รายงานผลประกอบการรายการหลักๆ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 โดยเน้นที่การผนวกรวมกับข้อมูลของ HSBC Bank Brasil S.A. และธุรกิจในเครือ (HSBC Brasil) นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา

          1. รายได้สุทธิที่มีการปรับ (Adjusted Net Income) (1) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 อยู่ที่ 1.2736 หมื่นล้านเรียลบราซิล (ลดลง 4.3% จากช่วงเดียวกันของปี 2558 ซึ่งมีรายได้สุทธิที่มีการปรับอยู่ที่ 1.3311 หมื่นล้านเรียลบราซิล) คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 3.13 เรียลบราซิล และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (2) ที่ 17.6% (2)

          2. เมื่อแยกตามแหล่งที่มาของรายได้แล้ว รายได้สุทธิที่มีการปรับนั้นแยกได้เป็น 8.690 พันล้านเรียลบราซิลจากกิจกรรมทางการเงิน คิดเป็นสัดส่วน 68.2% จากทั้งหมด และอีก 4.046 พันล้านเรียลบราซิลจากธุรกิจประกันภัย แผนเงินบำนาญ และตราสารหนี้สำหรับการระดมทุน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 31.8% จากทั้งหมด

          3. ณ เดือนกันยายน 2559 ทาง Bradesco มีขนาดมูลค่ากิจการในตลาดอยู่ที่ 1.60472 แสนล้านเรียลบราซิล (3) เพิ่มขึ้น 41.6% จากเดือนกันยายน 2558

          4. มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด ณ เดือนกันยายน 2559 อยู่ที่ 1.270 ล้านล้านเรียลบราซิล (ในจำนวนนี้มาจากการควบรวมกิจการกับ HSBC Brasil เป็นมูลค่า 1.612 แสนล้านเรียลบราซิล) เพิ่มขึ้น 20.9% จากเดือนกันยายน 2558 โดยมีอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์เฉลี่ยที่ 1.5%

          5. ณ เดือนกันยายน 2559 โครงสร้างเงินให้สินเชื่อ (Expanded Loan Portfolio) (4) มีมูลค่าแตะ 5.21771 แสนล้านเรียลบราซิล (7.98 หมื่นล้านเรียลบราซิลจากการควบรวมกับ HSBC Brasil) เพิ่มขึ้น 10.0% จากระดัยเดือนกันยายน 2558 ขณะที่ธุรกิจลูกค้ารายย่อยมูลค่า 1.71067 แสนล้านเรียลบราซิล (เพิ่มขึ้น 17.8% จากเดือนกันยายน 2558) และธุรกิจลูกค้าองค์กรมูลค่า 3.50704 แสนล้านเรียลบราซิล (เพิ่มขึ้น 6.5% จากเดือนกันยายน 2558)

          6. มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการอยู่ที่ 1.866 ล้านล้านเรียลบราซิล (2.076 แสนล้านเรียลบราซิลจากการควบรวมกับ HSBC Brasil) เพิ่มขึ้น 28.4% จากเดือนกันยายน 2558

          7. อัตราส่วนของผู้ถือหุ้น (Shareholders’ Equity) มีมูลค่า 9.8550 หมื่นล้านเรียลบราซิล ณ เดือนกันยายน 2559 ซึ่งเพิ่มขึ้น 14.3% จากเดือนกันยายน 2558 โดยมีอัตราส่วนตามหลักเกณฑ์ Basel III เมื่อคำนวณตามเงื่อนไข Prudential Conglomerate อยู่ที่ 15.3% (5) ในเดือนกันยายน 2559 ซึ่งในจำนวนนี้เป็น Tier I Capital ทั้งสิ้น 11.9% (5)

          8. ธนาคารได้มอบผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 5.184 พันล้านเรียลบราซิล ในรูปแบบของผลประโยชน์ในส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งคำนวณมาจากผลกำไรที่ได้รับในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 โดยแยกเป็น 1.867 พันล้านเรียลบราซิลในรูปแบบของผลตอบแทนรายเดือนและสื่อกลาง ขณะที่อีก 3.317 พันล้านเรียลบราซิลในรูปแบบของรายการพิเศษ ซึ่งจะครบกำหนดชำระในวันที่ 8 มีนาคม 2560

          9. ส่วนที่ก่อดอกเบี้ยจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) อยู่ที่ 4.6316 หมื่นล้านเรียลบราซิล (2.423 พันล้านเรียลบราซิลจากการควบรวมกิจการกับ HSBC Brasil) เพิ่มขึ้น 14.7% จากช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558

          10. อัตราส่วนการค้างชำระ (Delinquency Ratio) ระยะเวลา 90 วันอยู่ที่ 5.4% ในเดือนกันยายน 2559 (เมื่อเทียบกับ 3.8% ในเดือนกันยายน 2558) หากไม่คำนวณรวมการควบรวมกิจการกับ HSBC Brasil แล้ว อัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 5.2%

          11. อัตราส่วนประสิทธิภาพ (ER) ในการดำเนินงาน (6) ณ เดือนกันยายน 2559 อยู่ที่ 38.2% (เมื่อเทียบกับ 37.9% ในเดือนกันยายน 2558) ขณะที่อัตราส่วน “หลังปรับตามปัจจัยเสี่ยง” อยู่ที่ 49.9% (เมื่อเทียบกับ 46.6% ในเดือนกันยายน 2558) หากไม่คำนวณรวมผลกระทบการควบรวมกิจการกับ HSBC Brasil แล้ว อัตราส่วนเหล่านี้อยู่ที่ 37.6% และ 48.8% ตามลำดับ

          12. ค่าเบี้ยประกันภัย การจ่ายเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และรายได้จากพันธบัตรเพื่อการออมเงิน มียอดรวมทั้งสิ้น  5.0172 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (711 ล้านเรียลบราซิล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบรวม HSBC Brasil) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 ซึ่งเพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 เงินทุนสำรองทางเทคนิคอยู่ที่ 2.13608 แสนล้านเรียล เพิ่มขึ้น 26.7% เมื่อเทียบกับยอดดุลในเดือนกันยายน 2558

          13. การลงทุนในโครงการสาธารณูปโภค เทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคมแตะที่ 4.514 พันล้านเรียลบราซิลในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 เพิ่มขึ้น 11.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

          14. ภาษีและเงินจ่ายสมทบหรือตามข้อกำหนด ซึ่งรวมถึงสวัสดิการสังคม แตะที่ 2.3363 หมื่นล้านเรียลบราซิลในช่วง 9 เดือนแรก โดยแยกเป็น 8.876 พันล้านดอลลาร์เกี่ยวข้องกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายและการเรียกเก็บจากบุคคลที่สาม และ 1.4487 หมื่นล้านเรียลบราซิล (1.449 พันล้านเรียลบราซิลที่เกี่ยวข้องกับการควบรวม HSBC Brasil) ซึ่งคำนวณจากกิจกรรมต่างๆที่พัฒนาโดย Bradesco Organization เทียบเท่ากับ 113.7% ของรายได้สุทธิภายหลังการปรับปรุง[1]

          15. Bradesco มีเครือข่ายการให้บริการลูกค้าที่กว้างขวางในบราซิล โดยมีสาขา 5,337 แห่ง และจุดบริการลูกค้า (PA) 3,902 จุด ลูกค้าของ Bradesco สามารถใช้บริการจากตู้เอทีเอ็มจำนวน 1,049 ตู้ที่อยู่ภายในบริเวณสถานที่ทำการของบริษัท (PAE) จุดบริการลูกค้า Expresso ของ Bradesco 39,885 จุด เอทีเอ็มของ Bradesco 34,230 ตู้ และ เครือข่ายเอทีเอ็มของ Banco24Horas 19,584 ตู้

          16. เงินเดือน บวกเงินเพิ่มและผลประโยชน์ทั้งหมดอยู่ที่ 1.1084 หมื่นล้านเรียลบราซิลในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 มีการให้สวัสดิการสังคมแก่พนักงานขององค์กร Bradesco ทั้ง 109,922 คน รวมทั้งผู้ที่อยู่ภายใต้การอุปการะแตะที่ 2.649 พันล้านเรียลบราซิล ในขณะที่การลงทุนด้านการศึกษา การฝึกอบรม และโครงการพัฒนา อยู่ที่ 117.049 ล้านเรียลบราซิล

          17. ในเดือนกันยายน 2559 Bradesco ได้รับการคัดเลือกให้รวมอยู่ในดัชนี  Dow Jones Sustainability Index (DJSI) ในผลิตภัณฑ์ตลาดเกิดใหม่ที่ยั่งยืนของดาวโจนส์

          18. ในเดือนตุลาคม 2559 Bradesco Seguros S.A. (“Bradesco Seguros”) และ Swiss Re Corporate Solutions Ltd. (“Swiss Re Corso”) ได้ลงนามในข้อตกลงทางธุรกิจซึ่ง (i) Swiss Re Corporate Solutions Brasil Seguros S/A (“Swiss Re Corporate Solutions Brasil”) จะเข้าซื้อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอุบัติเหตุและการขนส่ง (“ประกันความเสี่ยงขนาดใหญ่”) ของ Bradesco Seguro ซึ่งจะทำให้บริษัทเป็นบริษัทเพียงรายเดียวที่สามารถเข้าถึงลูกค้าของ Bradesco เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำตลาดจากประกันความเสี่ยงขนาดใหญ่ และ (ii) Bradesco Seguros จะเข้าถือหุ้น 40% ใน Swiss Re Corporate Solutions Brasil ในขณะที่อีก 60% จะยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของ Swiss Re Corso การทำธุรกรรมดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลและตามเงื่อนไขอื่นๆในสัญญาที่ปกติจะนำมาใช้ในการทำธุรกรรมประเภทนี้

          19. เมื่อเดือนตุลาคม 2559 การแยกบริษัท HSBC Brasil ในบางส่วนได้รับการอนุมัติในที่ประชุมสามัญนัดพิเศษ ผ่านทางการซื้อทรัพย์สินบางส่วนของบริษัทโดยบริษัทที่อยู่ในเครือขององค์กร ซึ่งช่วยให้สามารถเดินหน้ารวมการดำเนินงานและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันได้ ส่งผลให้มีการแทนที่แบรนด์ HSBC ในเครือข่ายการให้บริการของบริษัท ซึ่งปัจจุบันคือแบรนด์ Bradesco ดังนั้น Bradesco จึงเริมดำเนินงานด้วยแพลตฟอร์มที่รวมเป็นหนึ่ง (สาขา เอทีเอ็ม และระบบ) เพื่อให้ลูกค้าทั้งหมดเข้าใช้งานได้ นับจากนี้ไป ได้มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่รวมเข้าไว้ด้วยกันของ Bradesco แก่ลูกค้าของ HSBC Brasil เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ แพลตฟอร์มเทคโนโลยีสมัยใหม่ และผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายมากกว่า

          20. ในเดือนพฤศจิกายน 2559 Bacen ได้รับอนุญาตให้ระดมทุนผ่านการออกตั๋วเงินเป็นจำนวน 5.0 พันล้านเรียลบราซิล เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการออกทุน Tier 1 ที่อิงหลักทรัพย์ตามที่ระบุไว้ใน CMN Resolution No. 4,192/13

          21. รางวัลและการยอมรับที่สำคัญๆในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้:

          – ติดหนึ่งใน “150 Melhores Empresas para Trabalhar no Brasil” (“บริษัท 150 แห่งที่น่าทำงานมากที่สุดในบราซิล) เป็นครั้งที่ 17 ซึ่งรางวัลดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยนิตยสาร ?poca และสถาบัน Great Place to Work Institute

          – Bradesco คว้ารางวัล “Latinoamerica Verde” สาขา “การเงินยั่งยืน” จากผลงาน “Financial Inclusion and Sustainable Development in the Amazon” (Latin American Development Bank – CAF) เป็นครั้งแรก

          – คว้ารางวัลชนะเลิศ “Market Capitalization” ท่ามกลางธนาคารหลายแห่งในบราซิล (Economatica)

          – การยอมรับในด้านธุรกิจที่มีผลกำไรและมอบเงินปันผลที่ดีที่สุด ให้แก่ผู้ถือหุ้นในละตินอเมริกาและสหรัฐ (เลือกผลตอบแทนเป็นหุ้น) ในภาคธนาคาร และขึ้นแท่นผู้นำหากพิจารณาตามเงินปันผล

          Bradesco Organization มุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เรากำหนดแนวทางธุรกิจและกลยุทธ์ด้วยมุมมองการรวบรวมแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนที่ดีที่สุดขององค์กร พร้อมพิจารณาบริบทและศักยภาพของแต่ละภูมิภาค ซึ่งนำไปสู่การสร้างคุณค่าที่แบ่งปันร่วมกันในระยะยาว เพื่อตอกย้ำจุดยืนดังกล่าว เราได้ให้ความสำคัญกับการยึดมั่นในโครงการที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกเช่น Global Compact, The Equator Principles, CDP, Principles for Responsible Investment (PRI), GHG Protocol Program และ Empresas pelo Clima (EPC – Business for the Climate Platform) โครงสร้างการบริหารงานของเราประกอบไปด้วยคณะกรรมการเพื่อความยั่งยืน (Sustainability committee) ที่มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่คณะผู้บริหารในการสร้างแนวทางและการดำเนินงานในองค์กรในงานประเภทนี้ และยังมีคณะกรรมการที่มาจากหลายแผนกที่ทำหน้าที่ในการประสานงานเรื่องการนำแผนยุทธศาสตร์มาบังคับใช้ ความยอดเยี่ยมในการบริหารธุรกิจสามารถวัดได้จากดัชนีชี้วัดความยั่งยืน เช่น ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) หรือ “ตลาดเกิดใหม่” ประจำตลาดหุ้นนิวยอร์ก, ดัชนีความยั่งยืนของบริษัท (ISE), และดัชนี Carbon Efficient Index (ICO2) ทั้งของ BM และ FBOVESPA

          Fundacao Bradesco ได้เปิดโรงเรียนกว่า 40 แห่งทั่วบราซิล พร้อมโครงการทางด้านสังคมและการศึกษาที่ครอบคลุมตั้งแต่เมื่อ 60 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2559 ทางบริษัทได้ทุ่มงบประมาณกว่า 593.360 ล้านเรียลบราซิล เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับนักเรียน 101,566 คนที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนของทางธนาคารในระดับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ตั้งแต่ระดับอนุบาล ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษา และการศึกษาวิชาชีพชั้นสูง) การศึกษาสำหรับเยาวชน การศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ และอาชีวศึกษา โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างอาชีพและรายได้ นอกเหนือจากการเรียนฟรีในระบบการศึกษาที่มีคุณภาพแล้ว นักเรียนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานกว่า 43,000 คน ยังจะได้รับเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน อาหารกลางวัน รวมถึงสิทธิด้านสุขภาพและทันตกรรมอีกด้วย สำหรับระบบการเรียนการสอนทางไกล (EaD) นั้น มีนักเรียนประมาณ 550,000 คนได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ผ่านช่องทางอีเลิร์นนิ่ง “Escola Virtual” (โรงเรียนเสมือนจริง) โดยนักเรียนเหล่านี้จะเลือกเรียนอย่างน้อยหนึ่งในหลายหลักสูตรที่เสนอไว้ในตารางเรียน นอกจากนี้ยังมีนักเรียนอีก 21,490 คน ที่จะได้ประโยชน์จากโครงการความร่วมมือกับ ศูนย์พัฒนาการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ (CDIs) ที่มีชื่อว่า Educa+A??o Program และจากหลักสูตรเทคโนโลยี (Educar e Aprender – การศึกษาและการเรียนรู้)

          ข้อมูลเกี่ยวกับงบการเงินสามารถดูได้ที่เว็บนักลงทุนสัมพันธ์บนของ Bradesco ที่ bradesco.com.br/ir

          (1) เหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ ตามที่อธิบายไว้ในหน้า 8 ของรายงานวิเคราะห์เศรษฐกิจและการเงินฉบับนี้; (2) ความสามารถในการทำกำไรเฉลี่ยต่อปีในไตรมาสแรกของปี 2559 ถูกคำนวณบนพื้นฐานเชิงเส้น (อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 อยู่ที่ 18% ตามเกณฑ์คำนวณก่อนหน้านี้) และยังไม่รวมผลกระทบจากการปรับมูลค่าของหลักทรัพย์เผื่อขายในส่วนของผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามราคาตลาด (3) จำนวนหุ้น (ไม่รวมหุ้นทุนซื้อคืน) คูณราคาปิดตลาดของหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิในวันทำการซื้อขายสุดท้ายของช่วงดังกล่าว; (4) รวมถึงเงินค้ำประกัน, เลตเตอร์ออฟเครดิต เงินสำรองล่วงหน้าให้ลูกหนี้บัตรเครดิต, สัญญาผูกมัดร่วมในการโอนสินเชื่อ (กองทุนที่มีลูกหนี้ค้ำประกันและลูกหนี้ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน), สัญญาผูกมัดร่วมในการโอนสินเชื่อในพื้นที่ชนบทและการดำเนินงานที่ความเสี่ยงด้านเครดิต ได้แก่ สินทรัพย์เชิงพาณิชย์ ประกอบด้วย หุ้นกู้และสัญญาใช้เงิน; (5) ในเดือนกันยายน 2559 ธนาคารได้พิจารณานำตราสารหนี้ด้อยสิทธิซึ่งได้รับอนุญาตจากธนาคารกลาง เพิ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Tier I Capital ในเดือนพฤศจิกายน 2559 และ (6) ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

Asia Plantation Capital เปิดเวทีประชุมสามัญประจำปีที่กรุงเทพฯ เผยธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอดปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–11 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Asia Plantation Capital ผู้บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกเจ้าของรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย ได้จัดการประชุมสามัญประจำปีที่ประเทศไทย เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2559 ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161104/8521607201-a

คำบรรยายภาพ – การประชุมประจำปี 2559 ของ Asia Plantation Capitalที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย

Asia Plantation Capital มีความยินดีที่จะประกาศว่า แม้ว่าเศรษฐกิจโลกได้ชะลอตัวลง แต่บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น 6% ในประเทศไทย และเพิ่มขึ้น4.5% ในสิงคโปร์ ในปีงบการเงิน 2558

คุณแบร์รี่ รอว์ลินสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ APC Group ได้เปิดเวทีการประชุมสามัญประจำปีท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานราว 300 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้ถือหุ้นและเจ้าของพื้นที่เพาะปลูกในไทย โดยได้บอกเล่าถึงการเติบโตอย่างทวีคูณตลอดปี 2559 แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ นอกจากนี้ คุณรอว์ลินสันยังได้กล่าวถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อภาคการเกษตร รวมถึงความทุ่มเทของบริษัทในการจัดการกับปัญหาที่เกี่ยวข้อง พร้อมบรรเทาผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้น

Asia Plantation Capital ยังคงยึดมั่นในหลักการดำเนินงานเพื่อ “ความยั่งยืนแบบองค์รวม” โดยตลอดปี 2559 บริษัทได้ริเริ่มโครงการมากมายที่ไม่ได้เป็นเพียงโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เพื่อสร้างความเท่าเทียมกันทั้งในแง่ของการดูแล การตอบแทน และการสนับสนุนพนักงานทุกคน ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายบริหารระดับกลาง ไปจนถึงคนงานตามพื้นที่เพาะปลูกและครอบครัว

คุณจินดา ต้นคำใบ ได้กล่าวถึงรายละเอียดของโครงการในอดีต รวมถึงโครงการที่ดำเนินการตลอดปีที่แล้ว ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อชุมชนหลายๆแห่ง โดยโครงการทั้งหลายของ Asia Plantation Capital มุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ เช่น โรงเรียนและศาสนสถาน ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนที่อาศัยและทำงานอยู่รอบๆพื้นที่ที่บริษัทดำเนินงาน

นอกจากนี้ บริษัทยังได้มอบทุนการศึกษาให้กับนิสิตชั้นปีที่ 4 จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 3 คน โดยเป็นค่าเล่าเรียน150,000 บาทตลอดระยะเวลา 4 ปี

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161104/8521607201-b

คำบรรยายภาพ  – Asia Plantation Capital มอบทุนการศึกษาแก่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สำหรับแผนการขยายธุรกิจของบริษัท และแผนเพิ่มจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่จำเป็นในการตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์ต่างๆนั้น คุณพนิตตา มาตรวังแสง จากฝ่ายธุรการทั่วไป ได้อัพเดทข้อมูลให้กับเหล่าผู้ร่วมงาน ในเรื่องของขั้นตอนต่างๆและการสอบทานก่อนซื้อที่ดิน นอกจากนี้ คุณภูมิ มาตรวังแสง ผู้รับหน้าที่สถาปนิก ยังได้อธิบายเพิ่มเติมถึงรายละเอียดทางเทคนิค ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบที่ดิน แผนผังที่ดิน ระบบประปา ไปจนถึงระบบบริหารจัดการต้นไม้

คุณนาเดียห์ อับดุลลาห์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ได้กล่าวถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่ได้บรรลุในปีนี้ ในนามของ Asia Plantation Capital Berhad (APCB) ซึ่งเป็นบริษัทสาขามาเลเซียของ APC Group โดยเน้นย้ำถึงการร่วมทุนทางธุรกิจ เช่นเดียวกับความคืบหน้าในด้านการวิจัยและพัฒนา

นอกจากนี้ โรงกลั่นน้ำมันกฤษณาที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบริษัท ยังได้เปิดสายการผลิตใหม่ รวมถึงได้ขยายเรือนเพาะชำต้นไม้และห้องปฏิบัติการที่เต็มไปด้วยเครื่องมืออันทันสมัย ซึ่งจะช่วยให้การควบคุมคุณภาพและการผลิตน้ำมันกฤษณาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ APCB คือ การที่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการรับรองอย่างไม่มีเงื่อนไขจากหน่วยงาน Suruhanjaya Syarikat Malaysia (SSM) ของประเทศมาเลเซีย ซึ่งเทียบเท่ากับหน่วยงาน MAS ของสิงคโปร์ และ FCA ของสหราชอาณาจักร

คุณโรบิน จิวเวอร์ ผู้อำนวยการด้านการเกษตร พร้อมด้วยคุณบุญช่วย จอมคำสี ผู้เชี่ยวชาญด้านการป่าไม้ ยังได้มาร่วมบอกเล่าถึงสถานการณ์ปัจจุบันของพื้นที่เพาะปลูกของ Asia Plantation Capital ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่มีมากเกินควร รวมถึงมาตรการจัดการกับสภาพอากาศที่แปรปรวน โดยพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดของบริษัทได้ใช้มาตรวัดน้ำฝนและเครื่องมือวัดระดับความชื้น เพื่อให้มั่นใจว่าต้นกฤษณาจะได้รับปริมาณน้ำที่พอเหมาะ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการใช้น้ำในการเพาะปลูกแล้ว ยังช่วยประหยัดไฟฟ้าที่ใช้ปั๊มน้ำด้วย

นอกจากนี้ รศ.ดร.ผกามาศ เจษฎ์พัฒนานนท์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาพิเศษฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ Asia Plantation Capital ได้นำเสนองานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับประโยชน์ทางการแพทย์ของของน้ำมันกฤษณา ทั้งในด้านการชะลอวัยและการรักษาโรคมะเร็งประเภทต่างๆ

นอกเหนือจากต้นกฤษณาแล้ว Asia Plantation Capital ยังได้ลงทุนกับต้นไผ่ ซึ่งเป็นพืชมหัศจรรย์อีกชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย บริษัทยึดมั่นในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย ยั่งยืน และมีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ จึงให้การสนับสนุน Boo-Tex(TM) ในการพัฒนาผ้าเส้นใยไผ่สุดหรูสำหรับวงการแฟชั่นและเสื้อผ้ากีฬา โดยในโอกาสนี้ คุณโรเจอร์ ฮาร์กรีฟส์ ประธานของ Asia Plantation Capital Thailand ก็ได้การแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบถึงการพัฒนาในภาคส่วนนี้ และได้บรรยายถึงภาพรวมของธุรกิจต้นไผ่ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมยังได้รับฟังการบรรยายจากคุณโคลติล อองตวน ผู้จัดการฝ่ายค้าปลีกและแบรนด์ของ Fragrance Du Bois แบรนด์น้ำหอมสุดหรูน้องใหม่จากฝรั่งเศสที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการสร้างเครือข่ายพันธมิตรใหม่ๆ อีกทั้งยังเดินหน้าวางจำหน่ายน้ำหอมทั้งในปารีส ฮ่องกง มิลาน มาร์เบลลา รวมถึงเปิดร้านแฟลกชิปสโตร์ในเจนีวาด้วย

Fragrance Du Bois ยังได้แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยได้มีการเปิดตัว “Lite Attars” น้ำหอมปราศจากแอลกอฮอล์ และ “Nature’s Treasures” น้ำหอมผสมด้วยมือที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันกฤษณา ซึ่งคัดสรรเฉพาะส่วนผสมชั้นเลิศจากธรรมชาติเท่านั้น

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161104/8521607201-c

คำบรรยายภาพ – ป๊อปอัพสโตร์สุดหรูของ Fragrance Du Bois ระหว่างการประชุมประจำปี

นอกจากนี้ Asia Plantation Capital ยังเตรียมเซ็นสัญญารับซื้อผลิตภัณฑ์จาก Fragrance Du Bois และบริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ความงามแห่งหนึ่ง เพื่อเพิ่มอุปสงค์น้ำมันกฤษณาที่ผลิตโดย Asia Plantation Capital และรักษาตลาดปลายทางสำหรับผลิตภัณฑ์กฤษณาของ Asia Plantation Capital

ในการประชุมครั้งนี้ Asia Plantation Capital ยังเปิดเผยด้วยว่า “สุดยอดโรงกลั่น” ของบริษัทจะเปิดดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2563

ในระหว่างการกล่าวปิดการประชุม คุณแบร์รี่ รอว์ลินสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ APC Group กล่าวว่า “ปี 2559 นับเป็นปีที่ดีมากสำหรับชาว Asia Plantation Capital ทุกคน เราได้เก็บเกี่ยวผลตอบแทนที่มาจากน้ำพักน้ำแรงและการทำงานอันแสนยาวนาน ถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ แต่เราก็ยังสามารถรักษาไว้ซึ่งประสิทธิภาพ การเติบโต และความต่อเนื่องทั่วทั้งภูมิภาค”

คุณรอว์ลินสันกล่าวสรุปว่า “ในฐานะตัวแทนของบริษัท ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น หุ้นส่วน และสมาชิกทุกคนสำหรับการมีส่วนร่วมและแรงสนับสนุน ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับบริษัทเรา และในฐานะหุ้นส่วนของเรา คุณสามารถวางใจได้เลยว่า ผลประโยชน์ของคุณคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา และเป็นหลักสำหรับทุกการตัดสินใจของเรา”

 

เกี่ยวกับ   Asia Plantation Capital

Asia Plantation Capital Berhad ในมาเลเซีย กำลังทุ่มลงทุนอย่างมหาศาลในภาคการเพาะปลูกของมาเลเซีย โดยได้มีการพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกและโรงงานผลิตไม้กฤษณาแห่งใหม่ รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ บริษัทได้ย้ายสำนักงานใหญ่มาที่ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในมาเลเซีย หลังจากที่เมื่อปีที่แล้วได้เปิดโรงงานแปรรูปไม้กฤษณาและโรงกลั่นน้ำมันกฤษณาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เมืองยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย

Asia Plantation Capital Group เป็นผู้ดำเนินธุรกิจและบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างยั่งยืนที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย บริษัทมีโครงการต่างๆใน 4 ทวีป และมีพนักงานกว่า 2,000 คนทั่วโลก สำหรับคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ของเราซึ่งเป็นผู้นำในวงการนั้น ประกอบด้วยนักวิชาการระดับแนวหน้าจากนานาประเทศ (จีน ไทย มาเลเซีย อินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ที่ร่วมกันพัฒนา รวมทั้งจดสิทธิบัตรระบบและเทคโนโลยีชั้นนำของอุตสาหกรรม

ด้วยการให้ความสำคัญกับโครงการเพาะปลูกเชิงพาณิชย์และธุรกิจแบบบูรณาการแนวดิ่ง ซึ่งมีประโยชน์ทั้งในด้านชุมชน สิ่งแวดล้อม และการค้า Asia Plantation Capital จึงก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จและไม่หยุดนิ่งตามหลักการสร้างความสมดุล 3 ด้าน

 

อเมริกัน แคปิตอล เอ็นเนอร์จี แอนด์ อินฟราสตรักเจอร์ ประกาศถอนการลงทุนด้านพลังงานทั้งหมด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอนนาโปลิส, แมรีแลนด์–11 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

อเมริกัน แคปิตอล เอ็นเนอร์จี แอนด์ อินฟราสตรักเจอร์ (American Capital Energy & Infrastructure: ACEI) ประกาศว่า ทางบริษัทได้ถอนการลงทุนด้านพลังงานทั้งหมดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าการขายสินทรัพย์ในครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนรายปี 18.1% และรวม 1.32 เท่าของเงินลงทุน หลังจากชำระหนี้ที่กำลังจะครบกำหนดในระยะเวลาอันใกล้นี้แล้ว สำหรับการขายสินทรัพย์ครั้งนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 16 เดือน และจะสร้างผลตอบแทนรวม 108.6 ล้านดอลลาร์

ACEI ได้ถอนการลงทุนใน Azura Power Holdings Ltd., BMR Energy LLC, Taiba Ndiaye Wind Project และ PT Arkora Hydro โดยได้ขายสินทรัพย์ใน Azura ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Azura-Edo IPP สถานีไฟฟ้าขนาด 1,500 เมกะวัตต์ ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในรัฐเอโดของไนจีเรีย ให้แก่ Actis บริษัทที่ลงทุนในตลาดที่กำลังเติบโตทั่วโลก นอกจากนี้Lekela Power ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Actis ยังได้รับสิทธิในการร่วมพัฒนาต่อจาก ACEI รวมถึงได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการลงทุนใน Taiba Ndiaye Wind Project ขนาด 158 เมกะวัตต์ ในประเทศเซเนกัล ขณะเดียวกัน ACEI ยังขายสินทรัพย์ที่ลงทุนใน BMR ผู้ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 36 เมกะวัตต์ในประเทศจาเมกา ให้แก่บริษัทในเครือ Virgin Group สุดท้ายนี้ สินทรัพย์ใน PT Arkora Hydro ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและผู้ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาด 84 เมกะวัตต์ จำนวน 10 โครงการทั่วอินโดนีเซีย ยังถูกขายให้กับบรรดานักลงทุนรายอื่นๆ

พอล ฮานราฮาน ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง ACEI เปิดเผยว่า “การขายสินทรัพย์ใน 4 โครงการที่เราลงทุนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานั้น การันตีว่าตลาดเกิดใหม่ยังคงมีศักยภาพสูง แม้เราจะต้องถอนตัวจากการลงทุนเร็วกว่าที่วางแผนไว้มาก ทว่าผลตอบแทนที่ได้กลับมีมหาศาล การสนับสนุนประเทศที่ต้องการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นเป้าหมายหลักของACEI มาโดยตลอด และเราต้องการแสดงให้เห็นว่าการลงทุนดังกล่าวไม่เพียงทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยและสร้างผลกำไรอย่างงามด้วย ผมเชื่อว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความคิดนี้ถูกต้อง และผมก็ภูมิใจมากกับความสำเร็จของบริษัท”

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ประกอบด้วยข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคต ซึ่งเป็นการคาดการณ์ผลการดำเนินงานของอเมริกัน แคปิตอล เอ็นเนอร์จี แอนด์ อินฟราสตรักเจอร์ และบริษัทในเครือ อันมีปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนหลายประการ ซึ่งรวมถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระยะเวลาในการปิดการทำธุรกรรม การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย การทำธุรกรรม การเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก หรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่างๆในอุตสาหกรรมที่อเมริกัน แคปิตอล เอ็นเนอร์จี แอนด์ อินฟราสตรักเจอร์ ได้เข้าไปลงทุน

ติดต่อ: โทร. +1 (443) 214-7070

พอล ฮานราฮาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ริชาร์ด ซานโตรอสกี กรรมการผู้จัดการ

โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ ประกาศแต่งตั้ง คุณโทมัส ชมิท เกลเซอร์ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

https://drive.google.com/file/d/0B0LBihCi_mdSRTFBSXBSVDNWeTA/view?usp=sharing

โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ ประกาศแต่งตั้ง คุณโทมัส ชมิท เกลเซอร์(Thomas Schmitt-Glaeser) ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปคนใหม่ ด้วยประสบการณ์ด้านการโรงแรมมากกว่า 10 ปีของคุณโทมัสในเครือโรงแรมชั้นนำอย่างเครือเคมปินสกีทั้งที่เบอร์ลินและมิวนิค (Kempinski Hotel Adlon, Berlin and Kempinski Hotel Vier Jahreszeiten in Munich) ทางโรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ จึงมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้แนะนำคุณโทมัส ชมิท เกลเซอร์ ผู้ซึ่งมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความรู้ความสามารถ ทั้งยังเชี่ยวชาญในการพัฒนาธุรกิจสู่ความเป็นเลิศด้านการบริการที่เหนือระดับ

ก่อนหน้านี้ คุณโทมัสเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่มของโรงแรมพลาซ่าแอทธินี (Plaza Athenee Bangkok) หลังจากนั้นได้รับมอบหมายให้ดูแลด้านการบริหารในฐานะผู้จัดการทั่วไปที่โรงแรม China World Summit Wing ของแชงกรีล่าซึ่งเป็นโรงแรมที่มีความสูงที่สุดในเมืองปักกิ่ง รวมไปถึงโรงแรมแชงกรีล่าในเมืองสำคัญต่างๆ ของเอเชียแปซิฟิก

“โรงแรมสุโขทัย เป็นโรงแรมที่สื่อถึงวัฒนธรรมไทยได้อย่างลึกซึ้งและชัดเจน เป็นโรงแรมในกรุงเทพฯที่ผมชื่นชอบมาโดยตลอด ถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้มาดูแลในฐานะผู้จัดการทั่วไปคุณโทมัส กล่าว 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร

โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ

โทร. 02 344 8888 ต่อ 8603 หรือ 8671

อีเมล: marcom@sukhothai.com