DMCC ลงนามข้อตกลงกับ 3 องค์กรใหญ่ของจีน ในงาน Dubai Week in China

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–31 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– DMCC ประกาศความร่วมมือกับ Shanghai Gold Exchange, Agricultural Bank of China และ Mega Capital & Yunnan State Farms Province

DMCC ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการค้า วิสาหกิจ และสินค้าโภคภัณฑ์ของรัฐบาลดูไบ รวมถึงเป็นเขตการค้าเสรีอันดับ 1 ของโลก ได้ปิดฉากการจัดงาน Dubai Week in China ณ นครเซี่ยงไฮ้ ลงอย่างสวยงามด้วยการลงนามในข้อตกลงด้านการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญ 3 ฉบับ และความสำเร็จของการประชุม “Made for Trade. Together” ใน Shanghai Forum

DMCC-Logo Logo / DMCC Logo (PRNewsFoto/DMCC)

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20161029/434047LOGO )

DMCC-SGE-DGCX-Agreement-with-UAE-Minister-and-Consul-General / DMCC, DGCX and Shanghai Gold Exchange sign trade agreement at Dubai Week in China witnessed by His Excellency Abdulla Al Saleh, Under Secretary of the UAE Ministry of Economy for Foreign Trade and Industry Affairs (PRNewsFoto/DMCC)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20161029/434042 )

Gautam-Sashittal-CEO-DMCC / DMCC CEO Gautam Sashittal Welcome Address at Dubai Week in China (PRNewsFoto/DMCC)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20161029/434043 )

DMCC-Celebrates-World-No-1-FZ-status-in-Shanghai / DMCC celebrates world's leading Free Zone Status at Dubai Week in China (PRNewsFoto/DMCC)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20161029/434044 )

Making-Business-Happen-Together-in-Dubai-Panel-Debate / Mega Capital, Hikvision, China State Construction Engineering Corporation and PowerChina on why DMCC and Dubai is such a pro-business place for China's leading businesses (PRNewsFoto/DMCC)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20161029/434045 )

DMCC-and-China-sign-major-trade-agreements / Dubai's DMCC sign major trade agreements in Shanghai, China (PRNewsFoto/DMCC)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20161029/434046 )

งานนี้ได้รับเกียรติจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ตลอดจนผู้นำธุรกิจและสถาบันการเงิน รวมกว่า 130 รายเข้าร่วมงาน อาทิ ฯพณฯ อับดุลลา อัล ซาเลห์ ปลัดกระทรวงเศรษฐกิจเพื่อการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมของยูเออี , ฯพณฯ อิบราฮิม อัล มานซูรี กงสุลใหญ่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประจำนครเซี่ยงไฮ้, นายเจียว จินปู้ ประธาน Shanghai Gold Exchange, นายกอตัม ซาชิตตาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DMCC, นายแมทธิว แปง กรรมการผู้จัดการ Mega Capital และนายจงหัว ฉือ ผู้จัดการทั่วไป Yunnan State Farms Group เป็นต้น

นายกอตัม ซาชิตตาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DMCC กล่าวว่า

การลงนามความร่วมมือที่งาน Dubai Week in China ในนครเซี่ยงไฮ้ วันนี้ ถือเป็นประจักษ์พยานแห่งสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างจีนและดูไบ ซึ่งบทบาทด้านการค้าของดูไบที่พัฒนาขึ้นนั้นช่วยให้โลกของเราแคบลง ประเทศจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของดูไบ การกระชับความสัมพันธ์ร่วมกับ Shanghai Gold Exchange, Agricultural Bank of China, Mega Capital และ Yunnan State Farms Group จึงจะยิ่งเป็นการสนับสนุนบทบาทด้านการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ของ DMCC ตามแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันตกถึงตะวันออกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จากการเชื่อมต่อโดยตรงผ่านโครงการ Belt and Road Initiative ของจีน”

ทั้งนี้ ระหว่างการจัดงาน Dubai Week in China ทาง DMCC ได้ลงนามความร่วมมือด้านสินค้าโภคภัณฑ์ 3 ฉบับ ดังนี้:

·  Dubai Gold and Commodities Exchange (DGCX) ประกาศเปิดให้บริการซื้อขายสัญญาทองคำล่วงหน้าสกุลเงินหยวนนอกประเทศจีนเป็นรายแรก หลังจากที่ได้รับใบอนุญาตจาก Shanghai Gold Exchange (SGE) ในการจดทะเบียนซื้อขายสัญญาทองคำล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้(Shanghai Gold Futures) ในดูไบ โดยใช้ราคาทองคำเซี่ยงไฮ้เป็นราคาอ้างอิง (Shanghai Gold Benchmark Price)

·  Dubai Gold and Commodities Exchange (DGCX) ประกาศว่า Agricultural Bank of China (ABC) เป็นผู้ดำเนินการซื้อขายสัญญาทองคำล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Gold Futures) ในตลาดดูไบเป็นรายแรก

·  DMCC ลงนามข้อตกลงกับ Mega Capital Halal (MCH) บริษัทโฮลดิ้งในฮ่องกง เพื่อนำเข้ากาแฟรายปีจาก Yunnan State Farms Groupมายังดูไบเพื่อจัดจำหน่ายไปทั่วโลก โดย MCH จะส่งออกเมล็ดกาแฟอาราบิก้าจาก Yunnan State Farms Group ไปยังดูไบ ขณะที่ DMCCจะพัฒนา Coffee Centre ขึ้น โดยอิงตาม DMCC Tea Centre ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงและช่วยผลักดันให้ยูเออีก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออก(re-exporter) ชารายใหญ่ที่สุดในโลกมาแล้ว

นอกจากนี้ DMCC ยังได้เปิดตัวรายงาน The Future of Trade’ ลำดับล่าสุด ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแนวทางที่การค้ากำลังเปลี่ยนแปลงโลก โดยมุ่งเน้นไปที่ศักยภาพของดิจิทัลที่จะส่งผลต่อการค้าเป็นสำคัญ พร้อมอ้างถึงข้อมูลที่ว่าธุรกิจมากถึง 350ล้านรายอาจจะเริ่มส่งออกสินค้าได้เป็นครั้งแรก หากธุรกิจเหล่านั้นนำกลยุทธ์ดิจิทัลแบบครบวงจรมาปรับใช้

ขณะเดียวกัน DMCC ยังได้รับความสนใจในแง่ของการเป็นเขตการค้าเสรี การันตีด้วยรางวัลเขตการค้าเสรีโลกแห่งปีโดยนิตยสารFinancial Times fDi เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันในปี 2559 ขณะที่การหารือของคณะกรรมการที่ปรึกษาธุรกิจของ DMCC ในหัวข้อ ‘Making Business Happen in Dubai. Together’ ก็ดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างมากเช่นกัน

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมอภิปรายเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวมาจากบริษัทชั้นนำในเขตการค้าเสรี DMCC อาทิ ซู เจียนเชา รองประธานและประธานฝ่ายวิศวกรรมบริษัท China State Construction Engineering Corporation, อู๋ ชิง ผู้จัดการฝ่ายบริหารของ PowerChina, โรเบิร์ต หวัง ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ Hikvision และ ทิโมธี ฉง กรรมการบริษัท Mega Capital ซึ่งได้ร่วมแบ่งปันมุมมองที่ว่าเหตุใด DMCC จึงเป็นศูนย์กลางสนับสนุนธุรกิจ ไปจนถึงวิธีการที่โครงสร้างพื้นฐานระดับโลก การเชื่อมต่อ และการเข้าถึงพันธมิตรของดูไบสามารถรังสรรค์สภาพแวดล้อมเฉพาะตัวให้กับบริษัทสัญชาติจีนได้ขับเคลื่อนการเติบโตในตะวันออกกลาง แอฟริกา และภูมิภาคอื่น ๆ ตลอดจนหารือเกี่ยวกับโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมหานครดูไบและมหานครเซี่ยงไฮ้ด้วย

DMCC. Made for Trade

http://www.dmcc.ae

ที่มา: DMCC

Randstad เสนอซื้อกิจการของ Monster Worldwide เสร็จสมบูรณ์แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดีเมน, เนเธอร์แลนด์ และเวสตัน, แมสซาชูเซตส์—31 ต.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Randstad North America, Inc. บริษัทในเครือของ Randstad Holding nv (AMS: RAND) ประกาศในวันนี้ว่า Merlin Global Acquisition, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งในเครือ ได้บรรลุข้อเสนอซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ Monster Worldwide, Inc. (NYSE: MWW) (“Monster”) ในราคา 3.40 ดอลลาร์ต่อหุ้นเป็นเงินสด โดยไม่คิดดอกเบี้ยและไม่นับภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ข้อเสนอ)

เมื่อข้อเสนอเสร็จสมบูรณ์ และการควบรวมกิจการแล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 หุ้นสามัญของ Monster จะยุติการซื้อขายก่อนเปิดตลาด ณ วันที่เงื่อนไขในการเข้าซื้อสำเร็จลง โดยจะไม่มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กอีกหลังจากนั้น

Monster ผู้นำระดับโลกด้านการเชื่อมโยงตำแหน่งงานเข้ากับผู้หางาน จะยังคงดำเนินธุรกิจแยกในฐานะองค์กรอิสระภายใต้ชื่อ Monster

การควบรวมกันในครั้งนี้จะทำให้เราสามารถเร่งกลยุทธ์ดิจิทัลและยกระดับศักยภาพของเราในการให้บริการลูกค้าและผู้หางาน ด้วยบริการในรูปแบบ ‘Tech and Touch’ อันเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย” Jacques van den Broek ซีอีโอของ Randstad กล่าว “Monster เป็นเจ้าของโซลูชั่นในรูปแบบดิจิทัล โซเชียล และโมบายที่ใช้งานง่าย ขณะที่ Randstad เองก็มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก วันนี้เราจึงมีศักยภาพในการคิดค้นรูปแบบการบริการที่ครอบคลุมและมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รองรับวงการทรัพยากรมนุษย์ในตลาดงานระดับโลก ซึ่งกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Randstad จะเปิดโอกาสให้ Monster เติบโตขึ้นเป็นผู้นำอุตสาหกรรมที่ยากจะต่อกร พร้อมสร้างแพลตฟอร์มระดับโลกที่มีความซับซ้อนที่สุด ทั้งในแง่ของข้อมูลบุคลากร บริการ และเครื่องมือสำหรับการเชื่อมโยงงานเข้ากับผู้หางาน” Tim Yates ซีอีโอของ Monster Worldwide กล่าว เรารู้สึกตื่นเต้นกับการเริ่มต้นการเดินทางบทใหม่ของ Monster และเร่งการพลิกโฉมธุรกิจของเราต่อไป

การเสนอซื้อครั้งนี้มอบผลประโยชน์มากมายในเชิงกลยุทธ์และการเงิน ได้แก่:

– เติมเต็มวิสัยทัศน์เพื่อกำหนดทิศทางการพลิกโฉมธุรกิจ: Randstad และ Monster มีวิสัยทัศน์เดียวกันสำหรับตลาดงานระดับโลก ได้แก่ การเร่งพลิกโฉมธุรกิจตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การรวมกิจการครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเร่งศักยภาพของเราในการต่อยอดขีดความสามารถใหม่ๆ และมีนวัตกรรม ซึ่งเสริมสร้างคุณประโยชน์ให้กับทั้งผู้หางานและผู้จ้างงาน ด้วยการเชื่อมต่ออุปสงค์และอุปทานแรงงานให้ใกล้กันยิ่งขึ้น

– คิดค้นรูปแบบการบริการที่ครอบคลุมและก้าวล้ำเทคโนโลยีที่สุด รองรับวงการทรัพยากรมนุษย์
: Randstad ยังคงเดินหน้ายกระดับโมเดลธุรกิจ ท่ามกลางบรรยากาศการทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยแต่ละปีมีการลงประกาศหางานให้กับผู้หางานกว่า 2 ล้านคนทั่วโลก ผ่านเครือข่ายของบริษัทที่มีมากกว่า4,500 สาขา ด้วยบริการที่ตรงตามเงื่อนไขลูกค้า นอกจากนี้ Monster ยังเป็นเจ้าของสื่อ เทคโนโลยี และแพลตฟอร์มสรรหาบุคลากร ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อผู้คนและตำแหน่งงานในกว่า 40 ประเทศ เพื่อยกระดับการให้บริการกับทั้งลูกค้าและผู้หางาน ผ่านเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพและการมีส่วนร่วม ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้คนพบงานที่ใช่มากขึ้น

– ดึงดูดใจในแง่การเงิน: การดำเนินการนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้นของ Randstad ได้ทันที

ข้อเสนอดังกล่าวครบกำหนดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2559 ณ เวลา 24.00 น. ตามเวลานิวยอร์ก โดยบริษัท Broadridge Corporate Issuer Solutions, Inc. ซึ่งเป็นผู้รับฝากในข้อเสนอนี้ ระบุว่า ณ เวลาครบกำหนดของข้อเสนอดังกล่าว หุ้นสามัญประมาณ 45,973,527 หุ้นของ Monster ได้ถูกเสนอซื้ออย่างถูกต้อง แต่ไม่ได้ถูกเพิกถอนอย่างถูกต้องตามข้อเสนอ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 51.5% ของหุ้นสามัญส่วนที่เหลือของ Monster (รวมหุ้นจำกัดสิทธิ์และออปชั่น) นอกจากนี้ หุ้นที่เข้าข่ายตามประกาศการส่งมอบที่ได้รับการรับประกัน (Notice of Guaranteed Delivery) ได้รับการส่งมอบแล้ว ตามหุ้นสามัญของ Monster ทั้งสิ้น 3,708,393 หุ้น ซึ่งยังไม่ได้มีการเสนอซื้ออย่างถูกต้อง คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 4.15% ของหุ้นสามัญส่วนที่เหลือของ Monster (รวมหุ้นจำกัดสิทธิ์และออปชั่น) สำหรับหุ้นทั้งหมดที่มีการเสนอซื้ออย่างถูกต้อง แต่ไม่ได้ถูกเพิกถอนอย่างถูกต้องตามระยะเวลาข้อเสนอ ได้ผ่านการอนุมัติเพื่อชำระแล้ว โดยจะมีการชำระค่าหุ้นเหล่านี้ทันทีตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขของข้อเสนอดังกล่าว

เงื่อนไขขั้นต่ำตามข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งระบุว่าจะต้องมีการเสนอซื้อหุ้นมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่เหลือทั้งหมด (รวมหุ้นจำกัดสิทธิ์ หุ้นที่ออกให้กับผู้ถือตราสารสิทธิที่จะซื้อหรือขายหุ้น และหุ้นที่ออกให้กับผู้ถือหุ้นกู้แปลงสภาพไม่ด้อยสิทธิ ดอกเบี้ย 3.50% ของ Monster ที่ครบกำหนดในปี 2562 ซึ่ง Monster ได้รับหนังสือใช้สิทธิสมบูรณ์ตามเวลาที่กำหนด) อย่างถูกต้องนั้น ขณะนี้เสร็จสิ้นตามเงื่อนไขแล้ว โดย Randstad มีความประสงค์ที่จะบรรลุข้อตกลงซื้อกิจการของ Monsterทันทีในรูปแบบการควบรวมกิจการ ภายใต้ Section 251(h) ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรทั่วไป ประจำรัฐเดลาแวร์ (General Corporation Law of the State of Delaware) เมื่อควบรวมกิจการแล้ว หุ้นสามัญแต่ละหุ้นของ Monster ที่ไม่ได้ถูกเสนอซื้อในข้อตกลงดังกล่าว (นอกเหนือจากหุ้นที่ Monster, Randstad หรือบริษัทในเครือทั้งทางตรงหรือทางอ้อมเป็นผู้ถือ และนอกเหนือจากหุ้นในมือผู้ถือหุ้นของ Monster ซึ่งได้มีการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อขอให้บริษัทซื้อหุ้นคืน ตามSection 262 ในกฎหมายว่าด้วยองค์กรทั่วไป ประจำรัฐเดลาแวร์) จะถูกแปลงเป็นสิทธิในการรับเงินสดเป็นมูลค่า 3.40 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยไม่คิดดอกเบี้ยและไม่นับภาษีหัก ณ ที่จ่าย ทั้งนี้เมื่อการควบรวมเป็นอันสมบูรณ์ Monster จะกลายเป็นบริษัทในเครือของ Randstad

เกี่ยวกับ Randstad

Randstad มีความเชี่ยวชาญในโซลูชั่นด้านการทำงานอย่างยืดหยุ่นและการให้บริการด้านทรัพยากรมนุษย์ บริการของบริษัทมีตั้งแต่พนักงานชั่วคราวไปจนถึงพนักงานประจำให้กับผู้ให้บริการอินเฮาส์ มืออาชีพ การสรรหาและการคัดเลือก การช่วยหาพนักงานภายหลังถูกเลิกจ้าง และโซลูชั่นทรัพยากรมนุษย์ Randstad Group เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านทรัพยากรมนุษย์ชั้นนำระดับโลก และเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ 3 อันดับแรกในอาร์เจนตินา เบลเยียมและลักเซมเบิร์ก แคนาดา ชิลี ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ อินเดีย เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส สเปน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ในออสเตรเลียและญี่ปุ่น ในปี 2558 Randstad มีพนักงานประมาณ 29,750 ราย และสำนักงานสาขา 4,473 แห่งใน 39 ประเทศทั่วโลก Randstad มีรายได้ 1.92หมื่นล้านยูโรในปี 2558 บริษัทก่อตั้งในปี 2503 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองดีเมน ประเทศเนเธอร์แลนด์ Randstad Holding nv จดทะเบียนและทำการซื้อขายออปชั่นหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เนเธอร์แลนด์ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.randstad.com

เกี่ยวกับ Monster Worldwide

Monster Worldwide, Inc. (NYSE: MWW) เป็นผู้นำระดับโลกที่ช่วยเชื่อมต่อผู้คนเข้ากับตำแหน่งงานไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก Monster ได้ทุ่มเทเวลามากว่า 20 ปี ในการช่วยให้ผู้คนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของตนด้วยงานที่ดีกว่า ขณะที่ผู้จ้างงานก็ได้บุคลากรมากความสามารถด้วย ปัจจุบัน บริษัทให้บริการในกว่า 40 ประเทศ ด้วยบริการที่ครอบคลุมและตรงตามความต้องการที่สุด ทั้งในเรื่องของการหางาน บริหารจัดการเส้นทางอาชีพ การสรรหาบุคคล และการบริหารจัดการบุคลากรมากความสามารถ Monster ยังคงสานต่อการริเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อพลิกโฉมแวดวงการสรรหาบุคลากร ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ถือกำเนิดขึ้นจากโซลูชั่นดิจิทัล โซเชียล และโมบายอัจฉริยะ รวมถึงเว็บไซต์หลักของเราอย่าง Monster.com(R) เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆอีกมากมาย สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.monster.com/about

ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคต

ข้อความในเอกสารเผยแพร่ฉบับนี้ประกอบด้วยข้อความที่มีลักณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคต ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในอดีต โดยข้อความคาดการณ์สามารถระบุได้จากคำต่างๆ เช่น “คาดว่า” “คาดการณ์” “เชื่อ” “ตั้งใจ” “ประเมิน” “วางแผน” “จะ” “แนวโน้ม” และการแสดงความเห็นที่คล้ายกัน ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตตั้งอยู่บนพื้นฐานการวางแผน ประมาณการ สมมติฐาน และการคาดการณ์ในปัจจุบันของฝ่ายบริหาร และมีผลเฉพาะในวันที่จัดทำและรวมไปถึง แต่ไม่ได้จำกัดเพียง ข้อความคาดการณ์เกี่ยวกับการวางแผนในเรื่องความเสร็จสมบูรณ์ของการเสนอซื้อและรวมกิจการ ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตเกี่ยวกับการนำส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอซื้อและการรวมกิจการ ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตเกี่ยวกับการเสร็จสิ้นการเสนอซื้อและการรวมกิจการตามที่คาดการณ์ไว้ และข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตเกี่ยวกับความสามารถของ Merger Sub ในการเดินเรื่องข้อเสนอซื้อและการรวมกิจการให้เสร็จสิ้น เมื่อพิจารณาเงื่อนไขการปิดธุรกรรมต่างๆ Randstad และ Monster ไม่มีภาระผูกพันในการแก้ไขข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตให้สอดคล้องกับข้อมูลใหม่หรือเหตุการณ์ในอนาคต ยกเว้นว่ากฎหมายได้กำหนดไว้ ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนซึ่งยากที่จะคาดเดาและอยู่นอกเหนือการควบคุมของทั้งสองบริษัท ซึ่งประกอบด้วย (a) การเกิดเหตุการณ์ การเปลี่ยนแปลง หรือสถานการณ์ใดๆ ที่อาจจะทำให้ข้อเสนอในการควบรวมกิจการต้องยกเลิก (b) การไม่สามารถทำธุรกรรมให้แล้วเสร็จได้อันเนื่องจากไม่สามารถทำตามเงื่อนไขของการทำธุรกรรมได้ (c) ความเสี่ยงที่ข้อเสนอในการทำธุรกรรมอาจจะทำให้แผนและการดำเนินงานในปัจจุบันสะดุด (d) ความยุ่งยากหรือค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึงเกี่ยวกับการควบรวม Monster เข้ากับ Randstad (e) ความเสี่ยงที่การซื้อกิจการอาจจะไม่เป็นไปตามแผน และ (f) ความยากลำบากในการรักษาพนักงานภายหลังการปิดธุรกรรม ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงอาจจะแตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตอันเนื่องมาจากผลกระทบจากหลายปัจจัย ซึ่งได้มีการอธิบายอย่างละเอียดในรายงานต่อสาธารณะที่แต่ละบริษัทยื่นต่อ SEC หรือตลาดหลักทรัพย์เนเธอร์แลนด์

Kuang-Chi เปิดกองทุน GCI รอบสอง มุ่งลงทุนสูงสุด 250 ล้านดอลลาร์ในบริษัทสตาร์ทอัพทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซินเจิ้น, จีน–31 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

หลังจากที่กองทุน GCI รอบแรกประสบความสำเร็จอย่างงดงาม กองทุน GCI รอบสองจึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อต้อนรับพันธมิตรด้านการลงทุนที่ผ่านการคัดเลือก

Kuang-Chi Group เปิดตัวกองทุน Global Community of Innovation (GCI) รอบสอง เพื่อนำเม็ดเงินลงทุนสูงสุด 250 ล้านดอลลาร์ ไปลงทุนในบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น วิทยาการหุ่นยนต์ IoT ระบบโทรคมนาคม และระบบสุขภาพดิจิทัล โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพทั่วโลก นับเป็นการต่อยอดจากกองทุนรอบแรกวงเงิน 50 ล้านดอลลาร์

การลงทุนผ่านทางกองทุน GCI รอบแรก ส่งผลให้ Kuang-Chi ได้เข้าไปถือหุ้นในบริษัทต่างๆ ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยีล้ำยุค หนึ่งในนั้นคือบริษัท Agent Video Intelligence (Agent Vi) ผู้นำด้านการวิเคราะห์ภาพวิดีโอจากอิสราเอล

นายอิตซิค คัตตัน ซีอีโอของ Agent Vi กล่าวว่า หลังจากที่ Kuang-Chi ได้กลายเป็นนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน Agent Vi ความร่วมมือระหว่างเราก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยนอกเหนือจากการริเริ่มโครงการความร่วมมือต่างๆแล้ว เรายังเตรียมเปิดศูนย์นวัตกรรมในช่วงต้นปี 2560 ที่เมืองเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ซึ่งจะมุ่งเน้นในเรื่องของการคิดค้นและใช้เทคโนโลยีระบบเมืองอัจฉริยะ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาในอิสราเอลด้วยเงินลงทุนของเราเองและจาก Kuang-Chi”

นอกจาก Agent Vi แล้ว กองทุน GCI ยังได้ลงทุนในบริษัทนวัตกรรมระดับโลกอีกหลายแห่ง อาทิ eyeSight ผู้นำเทคโนโลยีการควบคุมด้วยท่าทาง, Beyond Verbal ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีวิเคราะห์อารมณ์, Zwipe ผู้ให้บริการระบบพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลไบโอเมตริก และ SkyX ผู้พัฒนาอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ขณะเดียวกัน Kuang-Chi ยังก่อตั้งบริษัทร่วมทุนอีกหลายแห่งเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของบริษัท โดยล่าสุดเพิ่งตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Zwipe ในเซินเจิ้น

ดร. หลิว รั่วเผิง ประธานของ Kuang-Chi กล่าวว่า เงินก้อนแรกจำนวน 50 ล้านดอลลาร์จากกองทุน GCI มูลค่ารวม 300 ล้านดอลลาร์ ได้ถูกนำไปลงทุนจนประสบความสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย เราจึงตัดสินใจขยายการลงทุนและเปิดโอกาสให้พันธมิตรได้เข้ามาร่วมลงทุนกับเราเป็นครั้งแรก

Kuang-Chi ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติจีนแห่งแรกที่เปิดกองทุนที่มุ่งลงทุนในอิสราเอล มีประสบการณ์ในการใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเสาะแสวงหาบริษัทสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีใหม่ๆที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยดร.หลิว ระบุว่า บริษัทต่างๆภายใต้กองทุน GCI จะได้เข้าถึงศักยภาพด้านเทคโนโลยี การขาย และการกระจายสินค้าของ Kuang-Chiตลอดจนเครือข่ายพันธมิตรมากมายที่ร่วมงานกับเราทั้งในประเทศจีนและประเทศอื่นๆ การลงทุนของเรามาพร้อมกับโอกาสในการขยายธุรกิจในตลาดจีน และโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้นำในหลากหลายอุตสาหกรรม

นายโดเรียน บารัค กรรมการฝ่ายการลงทุนของ Kuang-Chi ระบุว่า “บริษัทสัญชาติจีนกำลังก้าวเข้ามามีบทบาทในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ของอิสราเอล นำโดยบริษัทชั้นแนวหน้าอย่าง Alibaba, Baidu, Kuang-Chi และ Tencent ร่วมด้วยผู้นำตลาดจากฝั่งตะวันตกอย่างIntel, Google, Apple รวมถึงนักลงทุนเชิงกลยุทธ์รายอื่นๆ ในขณะเดียวกัน บริษัทสตาร์ทอัพในอิสราเอลก็ต้องการนำผลิตภัณฑ์และความสามารถของตนไปโลดแล่นในตลาดจีนด้วยเช่นกัน”  

นายบารัคกล่าวเสริมว่า “ผมรู้สึกยินดีที่ Kuang-Chi ได้เข้ามาลงทุนในอิสราเอล และหวังว่ากองทุน GCI จะขยายขอบข่ายการลงทุนและเปิดรับพันธมิตรด้านการลงทุนเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทที่ต้องการขยายธุรกิจไปยังทวีปเอเชีย ล้วนได้รับประโยชน์จากความแข็งแกร่งทางด้านเทคโนโลยี ฐานลูกค้าในวงกว้าง และสถานะอันมั่นคงในตลาดของ Kuang-Chi

เกี่ยวกับ Kuang-Chi Group

 

Kuang-Chi เป็นบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงที่ทุ่มเทให้กับการพัฒนานวัตกรรมพลิกโลก บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เซินเจิ้น ประเทศจีน กลุ่มธุรกิจในเครือ Kuang-Chi ประกอบไปด้วยบริษัทเอกชน บริษัทมหาชน สถาบันวิจัย อีกทั้งยังเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีอันล้ำสมัยในภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ การสื่อสาร อภิวัสดุ และเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับธุรกิจต่างๆ อาทิ อุตสาหกรรมอวกาศ เครื่องจักรกลอัจฉริยะ IOT และระบบเมืองอัจฉริยะ สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Kuang-Chiได้ที่ http://www.kuang-chi.com/en

 

ติดต่อ: Kuang-Chi, Maggie Shek, +86-186-0201-9560, qiuju.shi@kuang-chi.com

Telepizza บุกตลาดซาอุดิอาระเบีย เปิด 3 สาขาแรกในกรุงริยาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาดริด–28 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

การลงนามในข้อตกลงมาสเตอร์แฟรนไชส์กับบริษัท อัล บายัน โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Al Bayan Holding Group) กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ของซาอุดิอาระเบีย ส่งผลให้

เทเลพิซซ่า (Telepizza) สามารถเดินหน้าเปิดสาขาเพิ่มขึ้นตามกลยุทธ์การขยายธุรกิจในซาอุดิอาระเบีย โดยบริษัทตั้งเป้าว่าจะเปิดให้ได้ 100 สาขา ใน 10 ปีข้างหน้า

– เทเลพิซซ่าตั้งเป้าเป็นผู้นำธุรกิจส่งพิซซ่าในซาอุดิอาระเบีย ซึ่ง Euromonitor ได้ประมาณการว่ามีมูลค่าการตลาดอยู่ที่ 1.3 พันล้านยูโรในปี 2559 และคาดว่าจะเติบโต 6% ตลอด 5 ปีข้างหน้า

เทเลพิซซ่า ประกาศเปิดร้าน 3 สาขาแรกในประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยตั้งอยู่ที่กรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศ

Telepizza logo / Telepizza logo

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150317/735407-a)

โดยทั้ง 3 สาขาดังกล่าวถือเป็นสาขาแรกๆ จากทั้งหมด 100 สาขาที่เทเลพิซซ่าตั้งเป้าจะเปิดในซาอุดิอาระเบียในช่วง 10 ปีข้างหน้า และถือเป็น 3 ใน 5 สาขาที่จะเปิดให้บริการในกรุงริยาดภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยหลังจากนี้ บริษัทมีแผนจะขยายสาขาไปยังเมืองเจดดาห์ ทางภาคตะวันตกของประเทศ รวมถึงเมืองอื่นๆทางภาคตะวันออกของประเทศด้วยเช่นกัน

การขยายธุรกิจไปยังซาอุดิอาระเบียเป็นผลพวงมาจากการทำข้อตกลงมาสเตอร์แฟรนไชส์ร่วมกับหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์อย่าง เอมท์ยาซ แคทเทอริง คอมพานี (Emtyaz Catering Company) ซึ่งเป็นเป็นบริษัทในเครือ อัล บายัน โฮลดิ้ง กรุ๊ป และเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่สำคัญในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งมีการถือครองหุ้นในบริษัทหลายแห่งในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงอุตสาหกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในต่างแดนของเทเลพิซซ่า โฟกัสไปที่การขยายกิจการในประเทศที่มีสาขาอยู่แล้ว รวมถึงการเสาะหาโอกาสใหม่ๆในการดำเนินธุรกิจและเจาะตลาดใหม่ๆ ทั้งผ่านการเข้าซื้อกิจการของบริษัทท้องถิ่นหรือการทำข้อตกลงมาสเตอร์แฟรนไชส์

ปัจจุบัน บริษัทเทเลพิซซ่าดำเนินกิจการใน 15 ประเทศ และมียอดขายนอกประเทศสเปนเกิน 30% ของยอดขายทั้งหมด

เกี่ยวกับเทเลพิซซ่า

เทเลพิซซ่าดำเนินงานภายใต้แบรนด์ของตัวเองใน 15 ประเทศทั่วยุโรป ละตินอเมริกา และภูมิภาคอื่นๆ โดยส่วนใหญ่เป็นการดำเนินงานผ่านการทำข้อตกลงมาสเตอร์แฟรนไชส์ ทั้งนี้ ณ เดือนกันยายน 2559 บริษัทมีร้านเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,325 สาขา (454 สาขาเป็นร้านของบริษัท และอีก 871 สาขาเป็นร้านแฟรนไชส์และมาสเตอร์แฟรนไชส์) และได้ใช้โมเดลธุรกิจแนวดิ่งในโรงงานผลิตแป้งพิซซ่าทั้ง 7 แห่ง

ในปี 2558 บริษัทมียอดขาย 491.8 ล้านยูโร และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ 57.7 ล้านยูโร

http://www.telepizza.com

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:   

Ketchum

+34-91-788-32-00

Monica Escusa

Ana Moreno

prensa.telepizza@ketchum.es

ที่มา: Telepizza

เครื่องประดับและนาฬิกาจาก “THOMAS SABO” ของขวัญแทนใจในช่วงเทศกาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอฟ อัน แดร์ เพกนีตซ์, เยอรมนี–28 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

สำหรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ เครื่องประดับที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของผู้ให้ คือของขวัญที่งดงามที่สุดที่จะสร้างความสุขให้กับบุคคลอันเป็นที่รักTHOMAS SABO จึงภาคภูมิใจนำเสนอแหวน สร้อยข้อมือ และสร้อยคอประดับเพชรเจียระไนคอลเลคชั่น Glam & Soul Diamonds และ Triangle Diamonds ที่แทนคำขอบคุณและความรู้สึกดีๆ เครื่องประดับเหล่านี้ใช้สัญลักษณ์แห่งความรักสุดคลาสสิก ผสานเข้ากับรูปทรงสามเหลี่ยมสไตล์โมเดิร์น ประดับด้วยเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายชวนหลงใหลและสะท้อนความหรูหราที่แท้จริง

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161026/432719 ) 

นอกจากนั้นยังมีคอลเลคชั่นนาฬิกาที่เหมาะจะมอบเป็นของขวัญแทนใจในโอกาสพิเศษเช่นนี้ โดยนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรี Glam Spirit ที่มาพร้อมหน้าปัดสีม่วงแดงและสายสีโรสโกลด์ คือตัวแทนของความรักอันสดใส ในขณะที่นาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษ Rebel Spirit และ Rebel Spirit Chronos ก็โดดเด่นด้วยนวัตกรรมและสายสเตนเลสสตีล Milanaise ลายทางสีสันสวยงามสะดุดตา 

ขณะเดียวกัน เครื่องประดับคอลเลคชั่น Charm Club ก็จะมาร่ายมนต์ในช่วงเทศกาลที่กำลังจะมาถึง ด้วยชาร์มที่สะท้อนถึงความสนุกสนานและฤดูหนาว อาทิ ชาร์มนางฟ้าตัวน้อย ชาร์มเกล็ดหิมะอันประณีต และชาร์มหัวใจดวงน้อยสุดน่ารัก เพื่อให้ทุกคนนำไปสร้างสรรค์สร้อยคอและสร้อยข้อมือตามแบบฉบับของตัวเอง 

ดาวน์โหลดภาพความละเอียดสูงได้ที่

http://images.thomassabo.com/www/2/2016/09/THOMAS-SABO_Press-Release_Christmas_AW161.zip 

เกี่ยวกับ THOMAS SABO 

THOMAS SABO เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเครื่องประดับ นาฬิกา และผลิตภัณฑ์เพื่อความงามชั้นนำระดับโลก โดยออกแบบและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ.1984 โดยโธมัส ซาโบ ที่เมืองลอฟ อัน แดร์ เพกนีตซ์ ทางตอนใต้ของเยอรมนี THOMAS SABO มีร้านค้าเป็นของตนเองราว 300 สาขา ใน 5 ทวีปทั่วโลก และมีพนักงานทั้งหมดราว 1,860 คน โดยที่สำนักงานใหญ่มีพนักงานประมาณ 490 คน นอกจากนี้ THOMAS SABOยังมีพันธมิตรทางการค้าประมาณ 2,800 รายทั่วโลก ซึ่งรวมถึงสายการบินและเรือสำราญชั้นนำอีกด้วย 

สื่อมวลชนติดต่อ

Felizia Kindermann

หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศและองค์กร

โทร. +49(0)9123-9715-0

อีเมล: press@thomassabo.com  

เว็บไซต์: http://www.thomassabo.com 

ที่มา: THOMAS SABO GmbH & Co.KG

ไฮเซนส์ เปิดแบรนด์ธุรกิจ B2B ตอกย้ำศักยภาพในการทำธุรกิจหลากหลายรูปแบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ชิงเต่า, จีน–28 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

นายหลิว หงซิน ประธานบริษัท ไฮเซนส์ กรุ๊ป (Hisense Group) เปิดตัวแบรนด์และอัตลักษณ์ของธุรกิจ B2B ในเครือไฮเซนส์ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ เมืองชิงเต่า ประเทศจีน โดยในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2559 บริษัท B2B ในเครือมีรายได้จากการขายคิดเป็น 27% ของรายได้ทั้งหมดของไฮเซนส์ กรุ๊ป และทำกำไรสูงถึง 38% ของทั้งหมด นอกจากนี้ ไฮเซนส์ กรุ๊ป ยังสามารถรักษาสมดุลระหว่างธุรกิจดั้งเดิมแบบ B2C กับธุรกิจใหม่แบบ B2B จึงทำรายได้จากการขายได้ถึง 7.85 หมื่นล้านหยวน ณ สิ้นเดือนกันยายน หรือเพิ่มขึ้น 6.53% และทำกำไรได้ถึง 5.36 พันล้านหยวน หรือพุ่งขึ้น 53.31%

รูปภาพ: http://photos.prnasia.com/prnvar/20161027/0861611224

ไฮเซนส์เป็นบริษัทสัญชาติจีนรายแรกในรอบ 56 ปีที่เป็นผู้สนับสนุนของ UEFA โดยรับบทเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอล UEFA EURO 2016 และด้วยเหตุนี้ ไฮเซนส์จึงได้ปรากฏสู่สายตาชาวโลกในฐานะแบรนด์โทรทัศน์อันดับ 1 ของจีน โดยธุรกิจทีวีของไฮเซนส์ครองส่วนแบ่งสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในตลาดจีนมายาวนานถึง 13 ปีติดต่อกัน นอกจากนั้นยังเป็นแบรนด์ทีวีที่มียอดขายสูงสุดในแอฟริกาใต้และออสเตรเลียในปีนี้ สำหรับธุรกิจ B2C ของไฮเซนส์นั้นครอบคลุมถึงโทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอาหาศ และอีกมากมาย

อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของไฮเซนส์ในธุรกิจ B2B ยังไม่เป็นที่รับรู้มากนักหากเทียบกับธุรกิจ B2C โดยธุรกิจการสื่อสารเชิงแสง (Optical Communication) ของไฮเซนส์ครองอันดับ 1 ในจีน และเครื่องรับสัญญาณเชิงแสง (Optical Receiver) ของไฮเซนส์ก็อยู่ในอันดับต้นๆของโลกมาเป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน นอกจากนี้ ระบบขนส่งอัจฉริยะของไฮเซนส์ก็ครองส่วนแบ่งเป็นอันดับ 1 ในตลาดจีน 7 ปีติดต่อกัน ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงปี 2555-2558 ไฮเซนส์ยังชนะการประมูลโครงการสร้างระบบขนส่งอัจฉริยะมากถึง 42% จากทั้งหมดในประเทศ โดยแต่ละโครงการมีมูลค่ากว่า 100 ล้านหยวน นอกจากนี้ ไฮเซนส์ยังพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการผ่าตัดและระบบจอแสดงผลการผ่าตัดอัจฉริยะ ขณะที่ระบบนำทางเพื่อช่วยในการผ่าตัดก็ก้าวสู่ความล้ำสมัยในระดับสากลภายในเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น และหากพูดถึงส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์แล้ว ไฮเซนส์ใช้เวลา 14 ปีในการพัฒนาตนเองจนก้าวขึ้นเป็นอันดับ 2 ในประเทศจีน โดยได้รับอานิสงส์จากเทคโนโลยี VRF ชั้นนำระดับโลกของไฮเซนส์เอง

อนึ่ง ธุรกิจ B2B ที่เฟื่องฟูนั้น แสดงให้เห็นว่าไฮเซนส์ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ทว่ายังเป็นบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงอีกด้วย

สำหรับอนาคตนั้น ไฮเซนส์จะใช้เทคโนโลยีของตนเองในการเชื่อมโยงทุกชุมชนด้วยผลิตภัณฑ์ด้านการสื่อสารและผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮม รวมถึงให้บริการหลังการขายครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่

ธุรกิจ B2B ของไฮเซนส์จะเดินหน้ารุกเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจโทรทัศน์ ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศที่มีอยู่เดิมทั่วโลก

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161027/0861611224

Swissquote นำเสนอโซลูชั่นการเงินใหม่ล่าสุด สร้างโอกาสการลงทุนจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แกลนด์ และ ซูริก, สวิตเซอร์แลนด์–28 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

สร้างโอกาสการลงทุนในตลาดการเงินโดยอิงผลการเลือกตั้ง

นำเสนอผลโพลล์แบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์ ด้วยโซลูชั่นที่พัฒนาร่วมกับ Ecole polytechnique federale de Lausanne

คว้าประโยชน์สูงสุดจากการเลือกตั้ง ด้วยการลงทุนในตระกร้าเงินตราต่างประเทศที่มีความสัมพันธ์กับผลการเลือกตั้ง 

Swissquote Bank AG ธนาคารออนไลน์ชั้นนำของสวิตเซอร์แลนด์ นำเสนอโอกาสในการลงทุนครั้งใหม่ โดยอิงจากผลการเลือกตั้งสหรัฐที่มีต่อตลาดการเงิน 

รับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/uk/7963551-swissquote-fintech-us-presidential-election/ 

นักลงทุนที่ต้องการตักตวงประโยชน์สูงสุดจากการเลือกตั้งสหรัฐ จะได้รับความสะดวกในการลงทุนด้วยเครื่องมือวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ใหม่ ซึ่งSwissquote ได้พัฒนาร่วมกับ Ecole polytechnique federale de Lausanne (EPFL) โดยจะมีการเปิดเผยผลโพลล์ต่อสาธารณะผ่านเว็บไซต์ http://www.swissquote.com/us-election ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ 

อัตราแลกเปลี่ยนและสกุลเงินต่างๆ เป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความอ่อนไหวมากที่สุดต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และบ่อยครั้งก็มีการเคลื่อนไหวทันทีเพียงแค่ผู้สมัครชิงตำแหน่งพูดอะไรบางอย่างออกมา สำหรับตะกร้าเงินตราต่างประเทศฮิลลารีและโดนัลด์นั้น ประกอบไปด้วยสกุลเงินต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กับผลโพลล์ ได้แก่ นิวเปโซเม็กซิโก ดอลลาร์แคนาดา หยวนของจีน และเยนญี่ปุ่น 

มาร์ก เบอร์คี ซีอีโอของ Swissquote กล่าวว่า การทำโพลล์ผ่านทางเว็บในแบบเรียลไทม์จะกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญในการตัดสินใจลงทุน ไม่ว่าจะเป็นผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีหรือการลงทุนอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากความคิดของสาธารณชนที่เปลี่ยนแปลงไป การเผยแพร่มาตรวัดนี้ต่อสาธารณะแสดงให้เห็นว่า Swissquote ยังคงเป็นผู้นำในการผนวกรวมกลยุทธ์การลงทุนแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีการเงินที่ทันสมัย” 

Swissquote ธนาคารออนไลน์ชั้นนำของสวิตเซอร์แลนด์ 

Swissquote คือผู้ให้บริการทางการเงินออนไลน์ชั้นนำ ที่นำเสนอโซลูชั่นและเครื่องมือวิเคราะห์อันทันสมัย เพื่อรองรับอุปสงค์และความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า แพลตฟอร์มนี้มอบบริการซื้อขายออนไลน์ที่หลากหลาย ตลอดจนนำเสนอโซลูชั่นต่างๆ ทั้ง eForex, ePrivate Banking, eMortgageและบัญชีเงินฝากที่ยืดหยุ่น Swissquote ให้บริการในราคาประหยัดสำหรับลูกค้ารายย่อย ทั้งยังนำเสนอบริการพิเศษสำหรับผู้จัดการสินทรัพย์และลูกค้าสถาบันด้วย Swissquote Bank Ltd ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง Swiss Federal Financial Market Supervisory Authority (FINMA) และเป็นสมาชิกของ Swiss Bankers Association ทั้งนี้ Swissquote Group Holding Ltd ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของธนาคาร ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange (สัญลักษณ์หุ้น: SQN) 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Nadja Keller

ผู้จัดการฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์ของ Swissquote

อีเมล: mediarelations@swissquote.ch

Swissquote / Swissquote Logo (PRNewsFoto/Swissquote)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161025/432182 )

วิดีโอ: http://www.multivu.com/players/uk/7963551-swissquote-fintech-us-presidential-election/

ที่มา: Swissquote

หมู่บ้านซื่อเฉิงขยายเส้นทางชมธรรมชาติ ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสใบเมเปิลเปลี่ยนสีอย่างเต็มตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อู้หยวน, จีน–31 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์อันแสนประทับใจยิ่งกว่าเดิมในปีนี้ ทาง Jiangxi Wuyuan Tourism Co., Ltd. จึงได้ปรับปรุงเส้นทางเดินชมธรรมชาติรอบหมู่บ้านซื่อเฉิง ซึ่งเป็นจุดชมใบเมเปิลเปลี่ยนสีที่งดงามที่สุดจุดหนึ่งในอำเภออู้หยวน ประเทศจีน โดยช่วงพีคที่สุดของฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะมาถึงในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161028/0861611247

คำบรรยายภาพ: หมู่บ้านซื่อเฉิง (เมืองแห่งหิน) จุดชมใบเมเปิลเปลี่ยนสีที่งดงามที่สุดจุดหนึ่งในอำเภออู้หยวน ประเทศจีน กำลังจะเข้าสู่ช่วงพีคที่สุดของฤดูใบไม้ร่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือนธันวาคม

การขยายเส้นทางชมธรรมชาติจะช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถชมและถ่ายรูปได้มากขึ้น นอกจากนั้นยังมีการสร้างหอชมวิวใหม่หลายจุดและมีการซ่อมแซมของเดิม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมใบเมเปิลเปลี่ยนสีทั่วภูเขาและหุบเขาในหมู่บ้านซื่อเฉิง ซึ่งมีให้ชมในระยะเวลาจำกัดเพียง 1 เดือนเท่านั้น

ซื่อเฉิง มีความหมายว่า “เมืองแห่งหิน” โดยตั้งชื่อตามกำแพงหินตรงทางเข้าหมู่บ้าน สถานที่แห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมฮุยโจวอันเก่าแก่ หมอกปกคลุมดูลึกลับ และต้นเมเปิลสูงตระหง่านหลายร้อยต้น นอกจากนี้ บ้านสีขาวปูกระเบื้องหลังคาสีดำที่กระจายตัวอยู่ตามเนินเขา ยังก่อให้เกิดทัศนีภาพที่สวยงามแปลกตา เป็นการผสานวิถีชีวิตอันเรียบง่ายและธรรมชาติอันแสนสงบได้อย่างลงตัว

            สถานที่แนะนำที่เหมาะสำหรับการชมใบเมเปิลเปลี่ยนสีมากที่สุดคือ ถนนเก่าแก่ยาว 10 กิโลเมตรทางฝั่งตะวันออกของหมู่บ้านซื่อเฉิง โดยนักท่องเที่ยวจะได้ชมใบเมเปิลสีสันสดใสทั้งสองฝั่งถนน ซึ่งตัดกับถนนหินสีเทาฟ้าอย่างสวยงาม

            ผิน ซาน ผู้จัดการแบรนด์ของ Jiangxi Wuyuan Tourism Co., Ltd. กล่าวว่า “ในประเทศจีน ชวงเจียงหรือแม่คะนิ้งแรก เป็นสัญลักษณ์ของอากาศที่หนาวเย็นลงในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ใบเมเปิลในหมู่บ้านซื่อเฉิงจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อใกล้สิ้นเดือนตุลาคมของทุกปี และทิวทัศน์อันงดงามนี้มีให้ชมแค่ปีละ 1 เดือนเท่านั้น”

เกี่ยวกับอู้หยวน

          อำเภออู้หยวน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลเจียงซี มีชื่อเสียงจากภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน และมีสถาปัตยกรรมแบบฮุยโจวโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุด อู้หยวนเป็นเขตชนบทที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน ในทุกๆปีจึงมีช่างภาพจากทั่วโลกมาบันทึกภาพธรรมชาติอันงดงาม พร้อมทั้งสัมผัสประเพณีการทำนาแบบดั้งเดิมและวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วย

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในอำเภออู้หยวนได้ที่ WeChat อย่างเป็นทางการของ Wuyuan Tourism (ourwuyuan) หรือรับชมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ www.wuyuan.cc

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161028/0861611247

งานแสดงสินค้านานาชาติเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 มณฑลกวางตุ้ง ต้อนรับผู้ประกอบการและผู้ซื้อ 25,000 รายจากทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ตงกวน, จีน–28 ต.ค.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          -น้ำมันมะกอกจากอิตาลี ผลไม้จากไทย อาหารทะเลจากบรูไน งานหัตถกรรมจากอินเดีย

          เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ผู้ประกอบการกว่า 1,000 รายจาก 52 ประเทศและดินแดนร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์ยอดนิยมในงานแสดงสินค้านานาชาติเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 มณฑลกวางตุ้ง (Guangdong 21st Century Maritime Silk Road International Expo) ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองตงกวน มณฑลกวางตุ้ง เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจและขยายความร่วมมือระหว่างกัน

          ในฐานะที่เป็นเวทีสำคัญตามแผนริเริ่มโครงการเส้นทางสายไหม (Belt and Road Initiative หรือ B&R) ซึ่งมีการเปิดตัวไปเมื่อปี 2557 งานแสดงสินค้านานาชาติเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 มณฑลกวางตุ้ง มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือที่ครอบคลุมรอบด้านระหว่างจีน โดยเฉพาะมณฑลกวางตุ้ง กับบรรดาประเทศและดินแดนอื่น ๆ ที่อยู่ตามแนวเส้นทางสายไหมทางทะเล

          มีรายงานว่าในปีนี้งานมหกรรมดังกล่าวดึงดูดผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากขึ้น ขณะที่ข้อมูลจากคณะกรรมการจัดงานระบุว่ามีผู้ประกอบการกว่า 1,000 รายจาก 52 ประเทศและดินแดนลงทะเบียนเข้าร่วมจัดแสดงในงานนี้ โดยจำนวนนี้มี 39 ประเทศและดินแดนที่มีซุ้มจัดแสดงประจำชาติ (หรือดินแดน) แยกอิสระเป็นของตนเอง รวมถึงไทย สิงคโปร์ และมาเลเซียด้วย 

          นอกเหนือไปจากสินค้าพื้นเมืองตามเส้นทางสายไหมทางทะเล อันได้แก่ ชา ผ้าไหม และเซรามิคแล้ว งานดังกล่าวยังรวบรวมสินค้าที่โดดเด่นของแต่ละประเทศมาจัดแสดงด้วย อาทิ เพชร ทอง และเครื่องประดับจากแอฟริกาใต้ ไวน์ และน้ำมันมะกอก จากประเทศอิตาลี กาแฟขาวและโกโก้ จากมาเลเซีย น้ำมันปลาทะเลน้ำลึกและหอยเป๋าฮื้อ จากออสเตรเลีย รวมถึงเหล้ารัมและน้ำผึ้งจากประเทศมอริเชียส เป็นต้น

          โกข่าน บุคมัส นักธุรกิจจากประเทศตุรกี กล่าวว่า “ผมมาร่วมงานเป็นครั้งที่สามแล้ว และได้ค้าขายกับหุ้นส่วนธุรกิจระยะยาว อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่ดีในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตุรกีกับชาวจีน ดังนั้นในเดือนต.ค.ของทุกปีไม่ว่าผมจะยุ่งแค่ไหนก็ต้องเจียดเวลามาร่วมงานนี้ให้ได้”

          อนึ่ง งานในปีนี้มีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเครื่องจักรซึ่งเป็นเวทีสำหรับการจับคู่โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ๆ ตามแผน B&R ที่มอบโอกาสด้านความร่วมมือในการผลิตระหว่างจีนและประเทศต่าง ๆ ตามแผน B&R

          สำหรับในปีนี้มีผู้ซื้อเข้าร่วมงานราว 25,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 20% โดยคณะกรรมการจัดงานคาดว่ามูลค่าการซื้อขายจะพุ่งทะลุ 2 แสนล้านหยวน

          ที่มา: คณะกรรมการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 มณฑลกวางตุ้ง

เดนิส เคลเลอร์ พิธีกรชื่อดัง และนักผจญภัย เลียม เบตส์ เตรียมพาคุณไปสัมผัสกับแก่นแท้ของเส้นทางสายไหมอันเก่าแก่ ในรายการ EXPEDITION X: SILK ROAD RISING

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–31 ต.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ออกอากาศครั้งแรกต.ค.นี้ ทางช่อง Discovery Channel –

เป็นเวลาหลายพันปีแล้วที่เส้นทางสายไหมได้กลายเป็นสะพานเชื่อมเศรษฐกิจระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตก เป็นจุดหลอมรวมอาณาจักรทั้งหลาย และแลกเปลี่ยนแนวคิดใหม่ๆ ซึ่งบางครั้งก็ด้วยความรุนแรง คำถามก็คือ เส้นทางการค้าอันเก่าแก่นี้เกี่ยวข้องกับยุคศตวรรษที่ 21 อย่างไร แล้วเราจะยังสามารถค้นพบต้นกำเนิดที่จุดประกายเรื่องราวทางประวัติศาตร์เกี่ยวกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่และการค้าที่เต็มไปด้วยภัยเสี่ยงตลอดแนวเส้นทางเปื้อนฝุ่นนี้ได้หรือไม่ ติดตามเดนิส เคลเลอร์ และนักผจญภัยอย่าง เลียม เบตส์ ใน EXPEDITION X: SILK ROAD RISING ซีรีส์ใหม่ล่าสุดจากช่อง Discovery Channel โดยผู้ดำเนินรายการทั้งสองเดินทางจากจีนไปยังตุรกีตลอดเส้นทางสายไหมอันเก่าแก่ พร้อมรับชมการทำงานของคนรุ่นใหม่ ทั้งนักสำรวจ นักธุรกิจ และผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม ที่ล้วนทำให้เส้นทางในตำนานนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทั้งนี้ EXPEDITION X: SILK ROAD RISING เตรียมออนแอร์วันแรก 29 ตุลาคมนี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของผังรายการ HOUR CHINA ของทางช่อง ซึ่งนำเสนอแง่มุมความน่าอัศจรรย์ของประเทศจีน

เดนิส เคลเลอร์ เป็นทั้งวีเจชื่อดังทางช่อง MTV พิธีกรรายการช่อง TLC และยังเป็นนักสำรวจตัวยงด้วย เธอผู้นี้มีคำถามในใจที่ยังไม่ได้รับคำตอบมากมาย จากการที่ตัวเธอนั้นมีเชื้อสายเยอรมัน-จีน และมีภูมิหลังทางวัฒนธรรมที่แตกต่าง ท่ามกลางโลกยุคปัจจุบันที่เชื่อมต่อถึงกันทั่วโลก ขณะที่เลียม เบตส์ เป็นนักผจญภัยซึ่งแสวงหาหนทางที่จะไขปริศนาของอาณาจักรกลาง (Middle Kingdom) ตลอดจนอิทธิพลที่อาณาจักรแห่งนี้มีต่อทั้งโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสนทนาแลกเปลี่ยนระหว่างอารยธรรมจีนกับตะวันตกในยุคต่างๆ ซึ่งบางครั้งก็มีการใช้กำลัง รายการนี้นำเสนอการหลอมรวมทางวัฒนธรรมของอารยธรรมชาติต่างๆ ขณะที่ผู้ดำเนินรายการตบเท้าออกสำรวจด้วยตนเอง เพื่อค้นหาสิ่งที่หล่อหลอมให้เส้นทางสายไหมเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้

เดนิส และ เลียม พร้อมกลุ่มนักผจญภัยชาวจีนรุ่นใหม่ไฟแรง เดินทางสำรวจอารยธรรมทั้งที่ซีอาน หนิงเซีย เตอร์ปัน ตันหวง คาซัคสถาน และอิสตันบูล บนเส้นทางที่ยาวถึง 13,000 กม. พวกเขาต่างสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์ของถ้ำโม่เกา ซึ่งยูเนสโกได้ยกให้เป็นมรดกโลก สำรวจความทันสมัยล้ำยุคของเมืองหยินชวนในจีน และกรุงอัสตานา เมืองหลวงของคาซัคสถาน เรียนรู้การทำงานของระบบรางรถไฟอันทันสมัย ซึ่งจะทำให้การเดินทางบนเส้นทางสายไหมนี้แล่นฉิวเหมือนสายลม ร่วมขบวนรถโฟร์วีลไปกับทีมนักผจญภัย ค้นพบว่าคลองคาเรซในจีนที่มีอายุเก่าแก่ถึง 2000 ปีนั้นยังมีการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างไร และเรียนรู้ไปด้วยกันว่า นครอิสตันบูลสามารถรักษาการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกกับตะวันตกให้ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร

รายการ SMART CHINA ผลิตโดย Discovery Channel ด้วยความร่วมมือกับ China Intercontinental Communication Center (CICC)