IE เอ็กซ์โป กวางโจว 2016: การเข้าสู่ตลาดอย่างแข็งแกร่งในด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อมของประเทศจีนตอนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News    http://www.thaibusinessnews.com/

 

เซี่ยงไฮ้–(บิสิเนส ไวร์)–20 ตุลาคม 2016

IE เอ็กซ์โป กวางโจว 2016 ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมโดย Guangdong Association of Environmental Protection Industry (GAEPI), Messe München GmbH, และ Messe Müenchen Zhongmao Co., Ltd., จะจัดขึ้นวันที่ 24-26 พฤศจิกายน 2016 ที่ China Import & Export Fair Complex ซึ่งได้ครอบคลุมหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ 6 ประเภทสำหรับน้ำ อากาศ ขยะ ดิน อุปกรณ์สังเกตการณ์ และบริการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ในปีนี้ อีเว้นท์คาดว่าจะสามารถรวบรวมผู้แสดงงานได้ประมาณ 300 รายและมีผู้เข้างาน 20,000 คน ซึ่งมากเกือบเป็นสองเท่าจากปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ศาลาของเกาหลีขนาด 200 ตารางเมตร จะแสดงเป็นอันดับแรกให้เห็นถึงเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ล่าสุดของเกาหลี องค์กรรายใหญ่ที่ตกลงในการเข้าร่วมงานแล้วคือ Optex, Brentwood Industries, Emerson และ Kubota รายชื่อผู้แสดงงานรวมถึงแผนที่ของสถานที่จัดนั้น สามารถรับชมได้ที่ http://gz.ie-expo.com/exhibitors/hall

นอกจากนี้ยังมีการประชุมและกิจกรรมสำหรับสร้างเน็ตเวิร์คทางธุรกิจมากมาย ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงานที่ทั้งผู้แสดงงานและผู้เข้าร่วมงานไม่ควรพลาด

ฟอรั่มเกี่ยวกับนวัตกรรม IE เอ็กซ์โป (กวางโจว) 2016: การป้องกันด้านสิ่งแวดล้อม การร่วมมือกันและการพัฒนา Pan-Pearl River Delta 2016

ฟอรั่มนี้ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงข้อตกลง Pan-Pearl River Delta Environmental Agreement ที่เซ็นโดย 9 มณฑลของประเทศจีนในภูมิภาค รวมถึงฮ่องกงและมาเก๊า (ข้อตกลง 9+2) มุ่งหวังเพื่อเพิ่มความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยฟอรั่ม 2 วันนี้จะครอบคลุมประเด็นของการอนุรักษ์ธรรมชาติ การปกป้องเรื่องน้ำ การควบคุมมลพิษทางอากาศ การสังเกตการณ์ การศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติ และเทคโนโลยีทางด้านสิ่งแวดล้อม

การประชุมแลกเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีและการจับคู่ทางธุรกิจ: การควบคุมมลพิษ VOCs และการสังเกตการณืสำหรับอุตสาหกรรมหลักในมณฑลกวางโจว กาารควบคุมมลพิษและการฟื้นฟูโลหะหนักในดินสีแดง

การประชุมในการจับคู่ทางธุรกิจมุ่งหวังที่จะเร่งในการใช้เทคโนโลยี VOCs และโลหะหนัก โปรโมทการร่วมมือกันในการควบคุมด้านมลพิษ และอัพเกรดความสามารถในการควบคุม VOCs และมลพิษโลหะหนัก ขอเชิญองค์กรที่มีความเกี่ยวข้องกับ VOCs และการควบคุมโลหะหนักร่วมงาน

WasteMET เอเชีย 2016

WasteMET เอเชีย 2016 จะจัดขึ้นพร้อมๆ กันและจัดที่เดียวกันกับ IE เอ็กซ์โป กวางโจว 2016 และจัดขึ้นโดยองค์กรเกี่ยวกับการจัดการขยะ 9 แห่งจาก Asia Pacific Waste and Environment Alliance จากจีน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และเกาหลี ซึ่งจะมีโปรแกรมในการจับคู่ทางธุรกิจเพื่อให้ธุรกิจสามารถติดต่อกันได้ที่มีแนวโน้มเป็นพาร์ทเนอร์และซัพไพลเออร์ในอนาคต

สามารถลงทะเบียนออนไลน์งาน IE เอ็กซ์โป กวางโจว 2016 ได้แล้ววันนี้ที่ http://guangzhou.ie-expo.cn/visitors/register.html

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://guangzhou.ie-expo.com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161020005653/en/

สตาร์บัคส์ประกาศว่า Starbucks Reserve Roastery จะมาที่โตเกียวในปี 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News    http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว—(บิสิเนส ไวร์)–19 ตุลาคม 2016

  • สถาปนิกชื่อดังและดีไซเนอร์ของโตเกียวโอลิมปิก 2020 Kengo Kuma นำทีมออกแบบเพื่อประสบการณ์ทางกาแฟและร้านค้าที่ดีเยี่ยม
  • สถานที่ตั้งใหม่ในเขต Nakameguro ของโตเกียวจะเป็น Roastery แห่งที่ 4 ของสตาร์บัคส์ทั่วโลก

บริษัทสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (NASDAQ: SBUX) วันนี้ประกาศว่าจะเปิด Starbucks Reserve Roastery ในประเทศญี่ปุ่นในปี 2018 ตั้งในเขต Nakameguro ที่เป็นย่านหรูที่รู้จักกันดีว่าเป็นย่านบูทีคสุดเอ็กซคลูซีฟ และอาร์ตแกลอรี่ โดย Roastery จะเป็นร้านที่มีความเป็นเอกลักษณ์และให้ประสบการณ์ที่ไม่มีใครเหมือน โดยผู้นำในการออกแบบคือ Kengo Kuma สถาปนิกชื่อดังของโลกและผู้ก่อตั้ง Kuma Lab ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ที่ตั้งแห่งใหม่นี้จะให้ประสบการณ์แปลกใหม่ทางกาแฟและร้านค้าแก่่ลูกค้าไม่เหมือนใคร

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51442020&lang=en

Starbucks Reserve Roastery & Tasting Room ที่ซีแอตเทิล (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

Starbucks Reserve Roastery & Tasting Room - Seattle, WA (Photo: Business Wire)

Starbucks Reserve Roastery & Tasting Room - Seattle, WA (Photo: Business Wire)

Starbucks Reserve Roastery & Tasting Room - Seattle, WA (Photo: Business Wire)

สตาร์บัคส์ก่อตั้ง Roastery แห่งแรกในซีแอตเทิลปี 2014 ซึ่งเป็นร้านที่ประสบความสำเร็จในประวัตศาสตร์ของบริษัท และนับตั้งแต่นั้นมา บริษัทได้เปิดที่สถานที่ใหม่ๆ ที่เซี่ยงไฮ้ในปี 2017 และนิวยอร์กปี 2018 โตเกียวจะเป็นแห่งที่ 4

“นับตั้งแต่เราเปิดตลาดในญี่ปุ่นเป็นแห่งแรกนอกอเมริกาเหนือในปี 1996 ทางประเทศญี่ปุ่นได้เริ่มเป็นชุมชนในด้านกาแฟที่สำคัญและตื่นตัวสำหรับสตาร์บัคส์ เราภูมิใจที่จะนำประสบการณ์ที่แตกต่าง ที่มีนวัตกรรม และประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของเรา ที่ทำให้การประดิษฐ์การทำกาแฟมีความสำคัญและสำเร็จเป็นประวัติการณ์” Howard Schultz ประธานและ CEO ของสตาร์บัคส์กล่าว “เรารู้สึกเป็นเกียรติที่จะร่วมงานกับ Kengo Kuma ในการสร้างประสบการณ์ที่จะทำให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่นของเรามีประสบการณ์ใกล้ชิดขึ้นกับพาร์ทเนอร์ (พนักงาน) กาแฟของเราอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”

งานของ Kengo Kuma ได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่ามีการออกแบบที่ล้ำสมัยและมีทฤษฎีทางนวัตกรรมในด้านสถาปัตยกรรมและสังคม งานของเขาได้ผสมผสานเอาศิลปะและธรรมชาติไว้ด้วยกัน โดยใช้วัตถุดิบธรรมชาติเพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ที่มีการออกแบบที่อบอุ่นและผ่อนคลาย ร้าน Roastery ใหม่ในโตเกียวจะรวมเอาการออกแบบแบบญี่ปุ่นที่มีความสดชื่น ทันสมัย และมีศิลปะ ไว้ด้วยกัน สตาร์บัคส์เป็นที่รู้จักกันดีในการใช้พื้นที่อย่างมีศิลปะที่จะช่วยสนับสนุนศิลปะการทำกาแฟ ที่แห่งนี้เป็นการร่วมงานกับ Mr. Kuma เป็นครั้งที่สอง ผู้ที่ได้รางวัลการออกแบบร้านสตาร์บัคส์ใน Fukuoka ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นร้านหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในประเทศและทั่วโลก

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่เป็นผู้นำการดีไซน์สำหรับร้าน Reserve Roastery ของสตาร์บัคส์ในโตเกียว ที่ที่เพื่อน ครอบครัว และชุมชนคนรักกาแฟจะได้สัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ในร้าน” Kuma กล่าว “ผมตั้งตารอคอยที่จะได้สร้างและสานต่อความสัมพันธ์ที่มีมานานกับสตาร์บัคส์เพื่อสร้างสถานที่ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและผู้คนในชุมชนที่หรูหรานี้ เพื่อเป็นสถานที่ที่จะเป็นไอคอนแห่งหนึ่งของโตเกียว”

พื้นที่ 13,000 ตารางนิ้ว (1,200 ตารางเมตร) จะให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ทุกผัสสะ ที่ทำให้พวกเขามีความสุข ความพอใจ และความเข้าใจในศิลปะของการคั่วกาแฟและกลั่นกาแฟที่มีความเป็นเอกลักษณ์จากทั่วโลก ที่ Roastery ลูกค้าสามารถเห็นตั้งแต่เมล็ดกาแฟที่ยังเป็นสีเขียวอยู่ส่งมาที่ร้าน โดยได้รับการติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟของสตาร์บัคส์และนักคั่วกาแฟมืออาชีพ และสามารถเลือกเครื่องดื่มที่ทำจากมือทีละแก้วๆ ที่หลากหลาย Roastery แห่งนี้จะมีการเสิร์ฟอาหารและขนมปังที่ทำสดๆ ในร้านโดย Princi สัญชาติฝรั่งเศส

การเปิดร้าน Roastery จะแสดงให้เห็นถึงการเติบโตก้าวสำคัญของสตาร์บัคส์ในประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ในสัปดาห์หนึ่งๆ สตาร์บัคส์มีลูกค้ากว่า 20 ล้านคนเข้าใช้บริการในร้านที่มีกว่า 6,200 แห่งใน 16 ตลาดในภูมิภาค จีนและเอเชียแปซิฟิคจะเป็นแถวหน้าในการให้ประสบการณ์ด้านกาแฟและนวัตกรรมสตาร์บัคส์ของโลก

เกี่ยวกับสตาร์บัคส์

นับตั้งแต่ปี 1971 บริษัทสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ได้มุ่งมั่นอย่างมีจริยธรรมในการเสาะหาและคั่วกาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูง วันนี้บริษัทที่มีร้านทั่วโลกได้เป็นผู้นำของโลกในด้านการคั่วกาแฟและจำหน่ายกาแฟแบบพิเศษ ด้วยพันธสัญญาที่มุ่งมั่นเป็นเลิศและหลักการของพวกเรา เราได้สร้างประสบการณ์สตาร์บัคส์ที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับลูกค้าทุกคนในทุกๆ ถ้วยกาแฟ สามารถแบ่งปันประสบการณ์ได้ที่ร้านค้าของเรา หรือออนไลน์ได้ที่ www.starbucks.com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51442020&lang=en

สตาร์บัคส์เลื่อนตำแหน่ง Belinda Wong เป็น CEO ของสตาร์บัคส์ประเทศจีน มุ่งมีร้าน 5,000 ร้านในจีนแผ่นดินใหญ่ภายในปี 2011

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News    http://www.thaibusinessnews.com/

 

เซี่ยงไฮ้–(บิสิเนส ไวร์)–19 ตุลาคม 2016

บริษัทสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (NASDAQ: SBUX) วันนี้ประกาศเลื่อนตำแหน่ง Belinda Wong เป็น CEO ของสตาร์บัคส์ประเทศจีน Wong ได้เป็นผู้ที่ทำให้สตาร์บัคส์ในประเทสจีนโตขึ้นอย่างเป็นประวัติการณ์ จาก 400 ร้านในปี 2011 เป็น 2,300 ร้านในปัจจุบัน โดยเป็นผู้นำในการเน้นย้ำในคุณค่าของพันธกิจของสตาร์บัคส์และขับเคลื่อนนวัตกรรมที่มีคุณค่าและความหมายสำหรับพาร์ทเนอร์ของสตาร์บัคส์ (พนักงาน) และลูกค้าในประเทศจีน ในตำแหน่งนี้ Wong จะดูแลรับผิดชอบในการวางแผนสตาร์บัคส์เพื่อเพิ่มขนาด 2 เท่าเป็น 5,000 ร้านในประเทศจีนภายในปี 2012 เธอจะทำงานภายใต้ John Culver ประธานกลุ่ม Starbucks Global Retail

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/news/home/20161019005502/en/

Belinda Wong เป็น CEO ของสตาร์บัคส์ประเทศจีน (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

Belinda Wong, chief executive officer, Starbucks China (Photo: Business Wire)

Belinda Wong, chief executive officer, Starbucks China (Photo: Business Wire)

(Photo: Business Wire)

(Photo: Business Wire)logo

“กว่า 5 ปีที่แล้ว วัสัยทัศน์ของ Belinda รวมถึงประสบการณ์และการผลักดันของเธอในเรื่องนวัตกรรมได้ยกระดับให้สตาร์บัคส์อยู่ในใจของคนจีน และสามารถสร้างรากฐานสำคัญให้กับการเติบโตของสตาร์บัคส์ในประเทศจีน” John Culver ประธานกลุ่ม Starbucks Global Retail กล่าว “Belinda ทำให้วิสัยทัศน์ของเราเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาและคุณค่าของบริษัท และการเลื่อนตำแหน่งของเธอจะช่วยขับเคลื่อนความพยายามของสตาร์บัคส์มากขึ้นในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพาร์ทเนอร์และลูกค้าในตลาดจีนในระยะยาว”

“ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการแต่งตั้งให้นำธุรกิจสตาร์บัคส์ในประเทศจีนในเวลาสำคัญเช่นนี้” Wong กล่าว “สตาร์บัคส์ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาและฉันก็ตั้งตารอที่จะทำให้วิสัยทัศน์และคุณค่าของบริษัทของเราเป็นรุปร่างมากขึ้นผ่านการเติบโตและนวัตกรรมสำหรับพาร์ทเนอร์และลูกค้าชาวจีนของเรา”

Wong ทำงานกับสตาร์บัคส์ในเดือนมกราคม 2000 และได้มีตำแหน่งผู้นำหลายตำแหน่งในสตาร์บัคส์ประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ในตำแหน่งใหม่ของเธอนี้ Wong จะเน้นย้ำในเรื่องการวางกลยุทธ์ระยะยาวในการเติบโตโดยรวม และเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมสำหรับสตาร์บัคส์ประเทศจีน เธอจะรับผิดชอบในส่วนหลักๆ สำคัญ รวมถึงโอกาสด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซในตลาดและเปิด Starbucks Reserve™ Roastery เป็นแห่งแรกในเซี่ยงไฮ้ในปี 2017

ในฐานะที่เป็นประธานของสตาร์บัคส์ประเทศจีน Wong ได้นำมาซึ่งวิวัฒนาการของ Starbucks Experience ในจีนด้วยการเปิดแฟลกชิพสตอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ 4 แห่ง ซึ่งนำเอาความรักในด้านกาแฟและศิลปะในการทำกาแฟได้มาให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์เหล่านี้ กว่า 5 ปีที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ได้มีกิจกรรมริเริ่มเพื่อยกระดับประสบการณ์ของพาร์ทเนอร์สตาร์บัคส์มากมาย ซึ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อพื้นฐานของบริษัทในการให้ความสำคัญในการลงทุนอนาคตของพาร์ทเนอร์เพื่อสนับสนุนการเติบโตรวมถึงความทะเยอทะยานในการเป็นมืออาชีพของพวกเขา กิจกรรมริเริ่มที่เกี่ยวกับพาร์ทเนอร์รวมถึงการให้ที่พักกับบาริสตาที่ทำงานประจำรวมถึงหัวหน้างานที่ทำเป็นกะ รวมถึงเทรนนิ่งที่มีอย่างต่อเนื่อง และโอกาสในการพัฒนาผ่านโปรแกรม Starbucks China University และ Partner Family Forums ของบริษัทที่มีจัดเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและคุณค่าของสตาร์บัคส์ให้กับพ่อแม่ของพาร์ทเนอร์สตาร์บัคส์เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับบริษัท

ในเดือนกันยายน 2016 Wong เป็น 1 ใน 50 ของผู้ที่ได้รับ Magnolia Award โดย Shanghai Municipal Government เพื่อเป็นการชื่นชมในการอุทิศตนของเธอที่โดดเด่นและได้ช่วยเหลือในเรื่องการพัฒนาในเซี่ยงไฮ็ Wong เป็น 1 ใน 50 คนที่ปูอนาคตของความสัมพันธ์ของสหรัฐอเมริกาและจีนโดย Foreign Policy และเป็น 1 ใน 100 นักธุรกิจหญิงจีนจัดอันดับโดยนิตยสาร Forbes China ในปี 2015 และนับตั้งแต่ปี 2012 Wong ได้ติดอันดับ 1 ใน 25 นักธุรกิจหญิงที่มีอิทธิพล การแจกรางวัลประจำปีอย่างมีเกียรติจากนิตยสาร Fortune China

Leo Tsoi ซึ่งเป็นรองประธานของสตาร์บัคส์ประเทศจีน ในด้านการพัฒนาและออกแบบร้าน ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็น COO ของสตาร์บัคส์ประเทศจีน Tsoi ในฐานะที่เป็น COO จะเริ่มขยายและพัฒนาโครงสร้างร้าน ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานในตลาด ใช้ระบบปฏิบัติการหลักๆ และพัฒนาธุรกิจอาหารเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในประเทศจีน ในฐานะที่เป็น VP ในด้านการพัฒนาและออกแบบร้าน เขาและทีมได้เพิ่มร้านสตาร์บัคส์ใหม่ 550 ร้าน รวมถึงแฟลกชิพสตอร์ ร้านกาแฟไฮโปรไฟล์ และ Starbucks Reserve™ บาร์ 75 แห่งและบาร์ Pour Over มากกว่า 380 แห่งสำหรับลูกค้าสตาร์บัคส์

นับตั้งแต่ร่วมงานกับบริษัทในปี 2012 Tsoi ได้เป็นผู้นำในหลากหลายภาคส่วนสำคัญทางธุรกิจ เป็น CMO และ VP จีนตอนเหนือ เพื่อเน้นย้ำตำแหน่งผู้นำของกาแฟสตาร์บัคส์ในตลาด

หน้าที่ของ Wong และ Tsoi นั้นเริ่มต้นขึ้นในทันที

เกี่ยวกับสตาร์บัคส์

นับตั้งแต่ปี 1971 บริษัทสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ได้มุ่งมั่นอย่างมีจริยธรรมในการเสาะหาและคั่วกาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูง วันนี้บริษัทที่มีร้านทั่วโลกได้เป็นผู้นำของโลกในด้านการคั่วกาแฟและจำหน่ายกาแฟแบบพิเศษ ด้วยพันธสัญญาที่มุ่งมั่นเป็นเลิศและหลักการของพวกเรา เราได้สร้างประสบการณ์สตาร์บัคส์ที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับลูกค้าทุกคนในทุกๆ ถ้วยกาแฟ สามารถแบ่งปันประสบการณ์ได้ที่ร้านค้าของเรา หรือออนไลน์ได้ที่ www.starbucks.com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161019005502/en/

“Wyndham Rewards” มอบสิทธิพิเศษสะท้านวงการ ให้สมาชิกแลกที่พักฟรีในโรงแรม คอนโด และบ้าน 25,000 แห่งทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

พาร์ซิปปานี, นิวเจอร์ซี่ย์–27 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ลอยัลตี้โปรแกรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของ Wyndham ได้เพิ่มทางเลือกในการแลกคะแนนสะสมเพิ่มอีก 17,000 ทางเลือก จ่อครอบคลุมอสังหาฯ ส่วนใหญ่ในเครือ Wyndham Worldwide ที่มีมากกว่า 120,000 แห่งทั่วโลกภายในปลายปี 2561

Wyndham เข้าใจดีว่าลูกค้าต้องการความแปลกใหม่ในการท่องเที่ยวแต่ละครั้ง Windham Rewards จึงประกาศขยายโปรแกรมสิทธิพิเศษให้ครอบคลุมอสังหาฯ ในเครือ Wyndham Worldwide ซึ่งเป็นเครือบริษัทที่พักรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเริ่มจากการเพิ่มคอนโดและบ้านกว่า 17,000 แห่งเข้าสู่โปรแกรมในทันที จากเดิมที่มีโรงแรมเกือบ 8,000 แห่งอยู่แล้ว

รับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

https://www.multivu.com/players/English/7961951-wyndham-rewards-loyalty-program-expansion

ความเคลื่อนไหวของ Wyndham ถือเป็นครั้งแรกของวงการที่มีการขยายสิทธิพิเศษอย่างอลังการทั้งในด้านจำนวนและขอบข่ายความครอบคลุมทั่วโลกWyndham Worldwide มีอสังหาฯ ในเครือมากกว่า 120,000 แห่งใน 100 ประเทศ ทั้งโรงแรม ที่พักแบบ vacation ownership และที่พักปล่อยเช่าในวันหยุด จึงสามารถมอบสิทธิพิเศษที่ผู้ประกอบการรายอื่นไม่สามารถให้ได้ นั่นคือ โอกาสในการสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวตามใจปรารถนาโดยไม่ต้องห่วงเรื่องสถานที่หรือชนิดของที่พัก และบัดนี้ ลูกค้าของ Wyndham Rewards สามารถดื่มด่ำกับประสบการณ์วันหยุดสุดพิเศษที่แท้จริงจากการพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว ทั้งในกระท่อมใกล้เมืองบอร์โด-ตูลูสในฝรั่งเศส ที่พักบริเวณเชิงเขาในพาร์คซิตี้ รัฐยูทาห์ ไปจนถึงบ้านในฝันในปาล์มสปริงส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

โนอาห์ บรอดสกี หัวหน้าฝ่ายลอยัลตี้โปรแกรมของ Wyndham Rewards กล่าวว่า แขกประจำของโรงแรมได้รับสิทธิพิเศษมานาน ถึงเวลาแล้วที่จะมอบสิทธิพิเศษให้แก่แขกของที่พักแบบ vacation ownership และที่พักปล่อยเช่าในวันหยุดบ้าง เรากำลังท้าทายวงการในขอบเขตที่ไม่เคยมีมาก่อน Wyndham Worldwideแตกต่างจากบริษัทที่พักอื่นๆทั่วโลก และความเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าได้เข้าถึงที่พักแบบ vacation ownership และที่พักปล่อยเช่าในวันหยุด นอกเหนือจากโรงแรมที่เราให้บริการอยู่ก่อนแล้ว”

จากวันนี้เป็นต้นไป สมาชิกของ Wyndham Rewards สามารถใช้คะแนนสะสมแลกที่พักฟรีในโรงแรม คอนโด และบ้านพัก 25,000 แห่งทั่วโลก ที่www.WyndhamRewards.com/Redeem โดยคะแนน 15,000 คะแนนสามารถแลกที่พักได้ 1 คืนในโรงแรมตามรายชื่อของ Wyndham Rewards หรือใช้ 15,000คะแนนแลกที่พัก 1 เตียงต่อคืน ในที่พักแห่งใหม่ 17,000 แห่งที่เพิ่มเข้ามา

คุณบรอดสกีกล่าวเสริมว่า “ความเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ของ Wyndham Rewards เราตระหนักดีว่ายิ่งแขกเข้าพักนานก็จะยิ่งใช้จ่ายมากขึ้น และด้วยตัวเลือกการแลกคะแนนสะสมที่มากกว่าโรงแรมคู่แข่ง 5 แห่งรวมกัน เราจึงสามารถเปิดประสบการณ์ใหม่ๆให้แก่สมาชิก ด้วยการมอบสิทธิพิเศษให้สามารถท่องเที่ยวไปได้ทุกที่ตามใจปรารถนา ซึ่งถือเป็นการใช้ Wyndham Rewards ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมกับมอบสิทธิประโยชน์อันเหนือชั้นให้แก่สมาชิก เจ้าของที่พัก และพันธมิตรได้แบบไม่มีใครเทียบเท่า

ในช่วง 2 ปีข้างหน้า บริษัทจะเดินหน้าเพิ่มอสังหาฯ ในเครือ Wyndham Worldwide เข้าสู่โปรแกรม Wyndham Rewards พร้อมเพิ่มสิทธิพิเศษให้สมาชิกสามารถรับคะแนนสะสมจากการเข้าพักในคอนโดและบ้านได้อีกด้วย โดยจะเริ่มนำร่องด้วยบ้านและคอนโด 17,000 แห่งในช่วงฤดูร้อนปี 2560 ก่อนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และโปรแกรมการสะสมคะแนนนี้จะครอบคลุมโรงแรม ที่พักแบบ vacation ownership และที่พักปล่อยเช่าในวันหยุดส่วนใหญ่ในเครือ Wyndham Worldwideภายในปี 2561 

เกี่ยวกับ Wyndham Worldwide

Wyndham Worldwide (NYSE: WYN) คือธุรกิจโรงแรมรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งนำเสนอสถานที่พักผ่อนอันน่าเชื่อถือให้แก่นักเดินทางในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พักแบบ vacation ownership รวมถึงสถานที่พักผ่อนที่มีรูปแบบไม่เหมือนใคร อาทิ การแลกเปลี่ยนที่พักระหว่างการท่องเที่ยว (vacation exchange) โรงแรมฮอลิเดย์ปาร์ค และบริการบ้านเช่า Wyndham Worldwide ซึ่งมีอสังหาฯ ในเครือมากกว่า 120,000 แห่ง ใน 100 ประเทศ ใน 6 ทวีปทั่วโลก ร่วมด้วยพันธมิตรกว่า 38,000 แห่ง ยินดีที่จะช่วยให้ทุกคนได้ท่องเที่ยวตามใจปรารถนา พร้อมยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วย Wyndham Rewards(R)ลอยัลตี้โปรแกรมสะเทือนวงการของโรงแรมในเครือ Wyndham Worldwide ที่ให้สมาชิกรับและแลกคะแนนได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.wyndhamworldwide.com

 

http://photos.prnewswire.com/prnvar/20151008/275530LOGO

 

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท ประกาศเลื่อนงาน Maestro Day ที่เซ็นทรัลเวิลด์‏

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท ประกาศเลื่อนงาน Maestro Day ที่เซ็นทรัลเวิลด์

แต่ยังคงมอบสิทธิพิเศษมากมาย ตลอดเดือน พ.ย.นี้

บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ที่มากด้วยประสบการณ์ด้านการพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ เจ้าของโครงการ Maestro Residences (มาเอสโตร เรสซิเด้นซ์) ประกาศเลื่อนงาน Maestro Day ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2559 ณ ลานแสดงสินค้าชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

อย่างไรก็ดี เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท ยังคงมอบสิทธิพิเศษมากมายให้กับผู้ที่สนใจโครงการในเครือ Maestro Residences ทั้ง 6 ทำเล ได้แก่ ร่วมฤดี, รัชดา-พระราม 9, สุขุมวิท 39, สยาม-ราชเทวี, สาทร-เย็นอากาศ และราชเทวี จึงขอเชิญชวนท่านที่สนใจ เข้าเยี่ยมชมห้องตัวอย่างได้ที่สำนักงานขายของแต่ละโครงการ พร้อมมอบส่วนลดเงินสดสูงสุด 200,000 บาท*, ฟรี! iPhone 7 ความจุ 32G จำนวน 1 เครื่อง, ฟรี! แพคเกจ เฟอร์นิเจอร์ และอีกมากมายตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ ลงทะเบียนรับสิทธิได้ที่ http://mde.co.th/th/event/Maestroday

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-116-1111 หรือ www.mde.co.th

แคมเบียม เน็ตเวิร์ค ผนึกกำลัง Disaster Tech Lab สนับสนุนเครือข่ายบรอดแบนด์ไร้สายแก่ค่ายผู้ลี้ภัยบนเกาะเลสบอส ประเทศกรีซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โรลลิง มีโดวส์, อิลลินอยส์–26 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
ศักยภาพรองรับการใช้งานระดับสูง อุปกรณ์เชื่อมต่อทางไกล ตลอดจนโครงการฝึกอบรมการใช้งาน ล้วนสร้างความมั่นใจว่า ค่ายผู้ลี้ภัยจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่วางใจได้ในระยะยาว

แคมเบียม เน็ตเวิร์ค (Cambium Networks(TM)) ผู้ให้บริการโซลูชั่นเครือข่ายไร้สายชั้นนำระดับโลก ประกาศขยายการดำเนินงานครั้งสำคัญร่วมกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Disaster Tech Lab (DTL) ในการเชื่อมต่อการสื่อสารในค่ายผู้ลี้ภัย 18 แห่งทั่วประเทศกรีซ โดยแคมเบียม เน็ตเวิร์ค และ DTL จัดหาอุปกรณ์เครือข่ายและการฝึกอบรมที่จำเป็นให้กับค่ายผู้ลี้ภัย เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสาร รวมทั้งเข้าถึงข้อมูลและบริการต่าง ๆ ซึ่งนับได้ว่าองค์กรทั้งสองแห่งกำลังมอบปัจจัยอันประมาณค่าไม่ได้ให้กับผู้ตกทุกข์ได้ยากที่ต้องการติดต่อครอบครัวและบุคคลอันเป็นที่รัก ทั้งนี้ จากงานศึกษาวิจัยของสหประชาชาติ พบว่า ผู้ลี้ภัยจำนวนมากมองการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีพเช่นเดียวกับอาหาร น้ำ และที่อยู่อาศัย

Cambium Networks logo / Cambium Networks Logo (PRNewsFoto/Cambium Networks)

Cambium Networks Logo (PRNewsFoto/Cambium Networks)
โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20140613/117974

แคมเบียมทำงานร่วมกับ DTL อย่างใกล้ชิดเพื่อจัดตั้งและให้บริการเครือข่ายไร้สาย รวมถึงทรัพยากรด้านการสื่อสารสำหรับผู้ที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัวเนื่องด้วยภัยพิบัติและโศกนาฏกรรมทั่วโลก นอกจากนี้ยังให้บริการด้านการเชื่อมต่อแก่องค์กรช่วยเหลือและหน่วยงานรัฐบาลในท้องถิ่น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยอีกด้วย

นอกเหนือจากอุปกรณ์เครือข่าย ทีมวิศวกรของแคมเบียม เน็ตเวิร์ค และ DTL ยังให้การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) แก่ผู้อพยพที่มีประสบการณ์ด้านการสื่อสารมาก่อน ซึ่งรวมถึงการให้ความรู้ด้านการตั้งค่าและการบำรุงรักษาเครือข่ายไร้สายและ WiFi ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมจะกลายมาเป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมอาสาสมัครภาคสนามของ DTL ในการดูแลโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายประจำค่ายผู้ลี้ภัยที่ตนอยู่ และมอบบริการที่จำเป็นให้แก่ผู้อพยพคนอื่น ๆ ในค่ายที่กระจายอยู่ทั่วเกาะเลสบอส

“Disaster Tech Lab ให้ความช่วยเหลือประชาชนในประเทศกรีซมาตั้งแต่เกิดวิกฤติเมื่อเกือบ 1 ปีที่ผ่านมาเอเวิร์ต บอปป์ ผู้ก่อตั้ง Disaster Tech Lab กล่าวการสื่อสารไร้สายจากแคมเบียม เน็ตเวิร์ค ทำให้ DTL สามารถสร้างเครือข่ายความเร็วสูงที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ระบบจัดการเครือข่าย cnMaestro(TM) ทำให้เราสามารถติดตามการทำงานของเครือข่ายได้จากสำนักงานทุกแห่งของเรา ซึ่งรวมถึงในไอร์แลนด์และแคนาดา นอกจากนี้ยังทำให้สมาชิกในทีมอาสามัครบนเกาะเลสบอสทำความเข้าใจกับรูปแบบเครือข่าย การติดตั้ง และการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นการเลือกติดตั้งอุปกรณ์จากแคมเบียมยังช่วยให้ทีมงานประจำค่ายผู้ลี้ภัยทำงานร่วมกับเราได้อย่างใกล้ชิด ทั้งยังตอบสนองความต้องการและตอบคำถามของเราได้อย่างทันท่วงที

โครงการนี้จะช่วยให้ผู้ที่พักอาศัยในค่ายผู้ลี้ภัยสามารถเชื่อมต่อบรอดแบนด์ตามที่ต้องการได้” อาตุล บาตนาการ์ ประธานและซีอีโอของแคมเบียม เน็ตเวิร์ค กล่าว “พวกเขาสามารถขยายการเชื่อมต่อทั้งข้อมูล เสียง และวิดีโอ เพื่อที่จะไม่ขาดการติดต่อกับสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์ด้วย”

นอกจากการฝึกอบรมและจัดหาอุปกรณ์สำหรับการติดตั้งเครือข่ายที่ได้ดำเนินการก่อนหน้านี้แล้ว แคมเบียม เน็ตเวิร์ค ยังช่วยขยายเครือข่ายไร้สายออกไปถึง 10เท่าด้วยโซลูชั่น WiFi ระดับองค์กร ได้แก่ cnPilot(TM) E500 สำหรับใช้ภายนอกอาคาร และ cnPilot E400 สำหรับภายในอาคาร รวมถึงประสบความสำเร็จในการเชื่อมต่อความเร็วสูงระหว่างเกาะเลสบอสและมหาวิทยาลัยอีเจียน โดยใช้ PTP 650 ระยะไกลเพื่อขยายเครือข่ายให้สามารถใช้งานได้

เอเวิร์ต บอปป์ ผู้ก่อตั้ง Disaster Tech Lab และ สกอตต์ อิมฮอฟฟ์ รองประธานฝ่ายการบริหารผลิตภัณฑ์ของ แคมเบียม เน็ตเวิร์ค จะหารือถึงการติดตั้งโซลูชั่นต่าง ๆ เหล่านี้ ในการถ่ายทอดสดการสัมมนาออนไลน์ในวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2559 เวลา 09.00 น. (CT) ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Disaster Tech Lab

Disaster Tech Labs ใช้ WiFi เพื่อช่วยให้ชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ภัยพิบัติทั่วโลกสามารถกลับมาเชื่อมต่อกันได้อีกครั้ง ทั้งยังสนับสนุนการทำงานของเอ็นจีโอและหน่วยกู้ภัยอื่น ๆ ผ่านการจัดหาบริการทางการสื่อสารแบบ IP-based ทั้งนี้ Disaster Tech Lab มีอาสาสมัครที่มีทักษะและประสบการณ์จำนวนมาก ซึ่งสามารถออกไปให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยพิบัติทั่วโลก Disaster Tech Lab เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่พึ่งพาอาสาสมัครและเงินบริจาคในการดำเนินงาน

เกี่ยวกับ แคมเบียม เน็ตเวิร์ค

แคมเบียม เน็ตเวิร์ค คือผู้ให้บริการโซลูชั่นไร้สายชั้นนำระดับโลกที่เชื่อมโยงผู้คน สถานที่ และสิ่งต่างๆเข้าด้วยกัน บริษัทนำเสนอแพลตฟอร์มบรอดแบนด์และแนโรว์แบนด์ไร้สายที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และเชื่อถือได้ ช่วยให้ผู้ให้บริการทุกประเภท ตั้งแต่ภาคอุตสาหกรรม บริษัท หน่วยงานภาครัฐ ไปจนถึงธุรกิจบริการ สามารถสร้างเครือข่ายการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ ในราคาที่เอื้อมถึง ปัจจุบัน บริษัทได้ติดตั้งช่องทางการสื่อสารวิทยุกว่า 5 ล้านจุดให้กับหลายพันเครือข่ายในกว่า 150 ประเทศ ทั้งนี้ บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ชิคาโก นอกจากนั้นยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนาหลายแห่งทั้งในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และอินเดีย บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการผ่านทางตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.cambiumnetworks.com และwww.connectingtheunconnected.org

ติดต่อ

Golin ตัวแทนของ Cambium Networks

Cyrus Hedayati

โทร. +1 415 318 4377

อีเมล: chedayati@golin.com

Open Innovations Forum กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ สถานที่ใหม่ใหญ่กว่าเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มอสโก–26 ต.ค.–พีอาร์นิวสไวร์/อินโฟเควสท์

          วันที่ 26-28 ตุลาคมนี้ งาน Open Innovations Forum ครั้งที่ 5 การประชุมแลกเปลี่ยนด้านนวัตกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดในรัสเซียจะจัดขึ้น ณ Skolkovo technopark โดยปีนี้นับเป็นปีแรกที่ใช้ศูนย์เทคโนโลยีซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปเป็นสถานที่จัดงาน

 Open-Innovations-logo Logo / Open Innovations logo (PRNewsFoto/Open Innovations Forum 2016)

Open Innovations logo (PRNewsFoto/Open Innovations Forum 2016)

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161025/432201LOGO )

 

Skolkovo Technopark, Open Innovations Forum 2016 official venue (PRNewsFoto/Open Innovations Forum 2016)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161025/432202 )

          ในช่วงเวลา 3 วันนี้ Skolkovo technopark จะเป็นสถานที่สำหรับแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ในแวดวงผู้ประกอบการเทคโนโลยีและการพัฒนานวัตกรรม โดยจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 12,000 คนจากกว่า 100 ประเทศ

          ในปีนี้จะมีการจัดกิจกรรมแยกย่อยกว่า 90 รายการ ได้แก่ การอภิปรายแบบกลุ่ม การแสดงผลงาน การบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ การทำเวิร์คชอป การนำเสนองานต่อลูกค้า รวมไปถึงการประชันสุดยอดโปรแกรมเมอร์และนักพัฒนาด้านไอที (Hackathons) โดยนำเสนอในรูปแบบเชิงโต้ตอบที่ล้ำสมัย ทั้งนี้ เรแนท บาทีโรฟ ประธาน Skolkovo technopark กล่าวว่า “งานในปีนี้จะมุ่งเน้นความสำคัญไปที่กลุ่มผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและผู้ที่ปรารถนาจะเป็นผู้ประกอบการ เราจะพูดคุยกันเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อการเจริญเติบโต ตั้งแต่การอภิปรายเกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรมไฮเทคและแนวโน้มเทคโนโลยีล่าสุดที่สร้างตลาดใหม่ ๆ ไปจนถึงการพูดคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อความร่วมมือซึ่งจะนำไปสู่การขยายตัวของธุรกิจ”

          ทั้งนี้ จะมีผู้เข้าชมงานจากประเทศชั้นนำมากมาย โดยอิสราเอลซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรในการประชุมได้มอบหมายให้ โอเฟอร์ อาคูนิส รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอวกาศ เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุมและถ่ายทอดประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจนวัตกรรมของอิสราเอลในวันแรกของการจัดงาน รวมถึงวิทยากรชั้นนำชาวอิสราเอลที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง ยอสซี วาร์ดี เจ้าพ่อแห่งวงการไฮเทคของอิลสราเอล, ยอสซี มาเทียส กรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยและพัฒนาของ Google ในประเทศอิสราเอล และผู้แต่งหนังสือ Trends, Insights for Search, Google Suggest และ ซีฟ ซาเลฟสกี ผู้ประดิษฐ์ Kinect และเลนส์อเนกประสงค์ที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับตาของมนุษย์

          นอกจากนี้ยังมีบรรดาผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก อาทิ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง นักพัฒนา เจ้าของกิจการ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เข้าร่วมงานด้วย ไม่ว่าจะเป็น พอล ไมซีเนอร์ (สหรัฐอเมริกา) รองประธาน Amazon.com Inc, เลียร์ด คาแกน (สหรัฐอเมริกา) กรรมการผู้จัดการ Cagan McAfee Capital Partners,มาร์วิน เหลียว (สหรัฐอเมริกา) ผู้ทรงคุณวุฒิจาก Yahoo! และหุ้นส่วนผู้จัดการของธุรกิจเกิดใหม่กว่า 500 ราย, เจสสิกา เจ. เฟเดอเรอร์ (เยอรมนี) หัวหน้าฝ่ายพัฒนาดิจิตอลของ Bayer AG, อลาสแดร์ เลนน็อกซ์ (สหราชอาณาจักร) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ FITCH, บาส แลนส์ดอร์ป (เนเธอร์แลนด์) ผู้อำนวยการโครงการMars One, ดร.พลาเมน เนเดลท์เซฟ (สหรัฐอเมริกา) สถาปนิกและวิศวกรชื่อดังของ Cisco IT, ดอม ซากอลส์ (สหรัฐอเมริกา) นักพัฒนาจาก Twitter และ โรเบิร์ต เอพสไตน์ (สหรัฐอเมริกา) นักจิตวิทยาชั้นนำจากสถาบันเพื่อการวิจัยและเทคโนโลยีเชิงพฤติกรรมแห่งอเมริกา

          ที่มา: Open Innovations Forum 2016

จอห์นสัน คอนโทรลส์ เปิดตัวระบบจัดการอาคารอัตโนมัติ “Metasys 8.0” รองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์มือถือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มุมไบอินเดีย–25 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

นับเป็นระบบแรกๆของโลกที่สามารถใช้งานผ่านอุปกรณ์มือถือทุกประเภท

จอห์นสัน คอนโทรลส์ (Johnson Controls) เปิดตัว Metasys(R) 8.0 ที่มาพร้อมระบบควบคุมรูปแบบใหม่ ความสามารถในการตั้งโปรแกรม รวมถึงฟีเจอร์ด้านไอทีเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงาน และยกระดับความปลอดภัย นับเป็นระบบจัดการอาคารอัตโนมัติระบบแรกๆในอุตสาหกรรมที่สามารถใช้งานผ่านอุปกรณ์มือถือทุกประเภท

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20161005/8521606336

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20150623/8521504142LOGO

ความก้าวหน้าล่าสุดนี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เร่งแก้ปัญหาต่างๆ ลดระยะเวลาการทำงาน ลดความเสี่ยง รวมทั้งช่วยให้การวางระบบง่ายขึ้น โดยฟีเจอร์สำคัญๆที่ได้รับการปรับปรุงประกอบด้วย

  • ภาพกราฟฟิกที่ปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานผ่านอุปกรณ์มือถือหลากหลายประเภท
  • ระบบแจ้งเตือนโดยเรียงลำดับตามความสำคัญของงานต่างๆ
  • ระบบการจัดตารางข้อมูลและการติดตามแนวโน้ม
  • ฟีเจอร์การรายงานรูปแบบใหม่ ทำให้การเข้าถึงแนวโน้ม การแจ้งเตือน การตรวจสอบ และการจัดตารางข้อมูลเป็นไปอย่างง่ายดายขึ้น
  • การอนุญาตเข้าถึง เปิดทางให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงระบบและดูเฉพาะข้อมูลที่ต้องการได้
  • ความปลอดภัยทางไอที โดยมีการจัดการรหัสผ่านอย่างรัดกุม รวมถึงรายงานบัญชีผู้ใช้ที่ไม่มีการเคลื่อนไหว

เดอร์ริก โค ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่ายระบบควบคุมของ Building Efficiency Asia ในเครือจอห์นสัน คอนโทรลส์ กล่าวว่า “การปรับปรุงระบบในครั้งนี้เป็นผลมาจากกการวิจัยเชิงสังเกตนานกว่า 1,000 ชั่วโมง ร่วมกับเจ้าของและผู้ดูแลอาคาร ตั้งแต่นี้ไป ผู้บริหารอาคารสามารถระบุและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิมด้วยอินเตอร์เฟสที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งมีการแสดงข้อมูลตามรูปแบบการทำงาน นอกจากนี้ ระบบจะแสดงปัญหาทั้งหมดให้เห็นในจอเดียว ทั้งสัญญาณแจ้งเตือน การล้างระบบและการออกจากระบบ รวมถึงข้อมูลของอุปกรณ์สำคัญ โดยเรียงตามลำดับเวลา”

Metasys 8.0 ต่อยอดศักยภาพของ Metasys ในการช่วยให้เจ้าของอาคารได้รับความคุ้มค่าสูงสุดจากการลงทุน ด้วยระบบที่มีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ โดยระบบจะช่วยรักษาและยกระดับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีของอาคาร ขณะเดียวกันยังสามารถปรับให้เข้ากับอาคารได้ทุกขนาดและทุกรูปแบบ ทั้งยังช่วยผสานการทำงานของระบบเครื่องจักรและระบบไฟฟ้าอันหลากหลาย และพร้อมทำหน้าที่แทนระบบควบคุมเดิมๆที่ล้าสมัย

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.johnsoncontrols.com/buildings/specialty-pages/metasys-release หรือดูรายละเอียดเกี่ยวกับ Metasys 8.0 ได้ที่www.johnsoncontrols.com/metasystour

เกี่ยวกับจอห์นสัน คอนโทรลส์

จอห์นสัน คอนโทรลส์ เป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีหลากหลาย โดยให้บริการลูกค้าในกว่า 150 ประเทศ พนักงาน 117,000 คนของบริษัทได้สร้างสรรค์อาคารอัจฉริยะ โซลูชั่นประหยัดพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการ และระบบขนส่งยุคใหม่ที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น เพื่อรองรับชุมชนและเมืองแห่งอนาคต ความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนของเราสืบย้อนไปตั้งแต่เมื่อครั้งก่อตั้งบริษัทในปี 2428 ด้วยการประดิษฐ์อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิห้องระบบไฟฟ้าเครื่องแรก เรามุ่งมั่นที่จะมอบผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นและสร้างความสำเร็จให้แก่ลูกค้าของเรา โดยใช้กลยุทธ์การขยายธุรกิจเกี่ยวกับอาคารและพลังงาน รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.johnsoncontrols.com หรือติดตามเราทางทวิตเตอร์ได้ที่ @johnsoncontrols

เกี่ยวกับธุรกิจ Building Efficiency ของจอห์นสัน คอนโทรลส์

ธุรกิจ Building Efficiency ของจอห์นสัน คอนโทรลส์ มีโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์ HVACR ชั้นยอด ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และประสิทธิภาพให้กับอาคาร Building Efficiency ดำเนินงานในกว่า 150 ประเทศผ่านทางเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการอันหลากหลายที่จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของอาคาร ผู้บริหารอาคาร วิศวกร และที่ปรึกษา ตลอดอายุการใช้งานของอาคาร Building Efficiency ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดด้วยแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจ ได้แก่ YORK(R), Sabroe(R) และ Metasys(R) รวมถึงศักยภาพในการวางระบบอาคารอัจฉริยะและโซลูชั่นการจัดหาเงินลงทุนด้านพลังงาน รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.johnsoncontrols.com หรือติดตามเราทางทวิตเตอร์ได้ที่ @JCI_Benews

Lexinta แต่งตั้ง Julian Gretzinger ดำรงตำแหน่งรองกรรมการบริหารฝ่ายตลาดทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซุก, สวิตเซอร์แลนด์–25 ต.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Lexinta มีความยินดีที่จะประกาศแต่งตั้ง Julian Gretzinger เป็นรองกรรมการบริหารฝ่ายตลาดทุน โดยจะเริ่มบทบาทใหม่ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559

 Lexinta Logo / Lexinta is a privately owned independent global asset management firm. Our operations encompass asset management, private wealth management, hedge funds, financial research, corporate and financial advisory services. The Lexinta asset management team provides investment advisory services to both individual and institutional clients. For further information visit www.lexintagroup.com (PRNewsFoto/LEXINTA AG)

Lexinta is a privately owned independent global asset management firm. Our operations encompass asset management, private wealth management, hedge funds, financial research, corporate and financial advisory services. The Lexinta asset management team provides investment advisory services to both individual and institutional clients. For further information visit http://www.lexintagroup.com(PRNewsFoto/LEXINTA AG)

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20160909/405942LOGO)

Julian Gretzinger มีประสบการณ์ 10 ปีในวงการวาณิชธนกิจ เขาเคยทำงานกับ Credit Suisse, Cantonal Bank of Zurich และล่าสุดคือ UBS โดยเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำธุรกรรมในตลาดทุนที่มีประสบการณ์โชกโชน

เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก University of Basel และระดับปริญญาโทสาขาการเงินและการธนาคารจาก University of St. Gallen อีกทั้งยังสำเร็จการศึกษาหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศจาก University of Zurich นอกจากนั้นเขายังพูดได้ถึง 3 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมันซึ่งเป็นภาษาแม่

Bismark Badilla ประธาน Lexinta Group กล่าวว่า “ภูมิหลังของ Julian ทำให้เขามีความเหมาะสมอย่างยิ่งกับตำแหน่งผู้สนับสนุน Lexinta ให้ก้าวหน้าและมีความแข็งแกร่งมากขึ้นในแวดวงตลาดทุน ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าของเรา”

บทบาทที่เขาต้องทำทันทีที่ร่วมงานกับ Lexinta คือ การสร้างโอกาสในตลาดทุนให้แก่ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของ Lexinta

เกี่ยวกับ Lexinta 

Lexinta คือบริษัทบริหารสินทรัพย์ระดับโลกที่มีเอกชนเป็นเจ้าของ Lexinta เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Lexinta AG ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในเมืองซุก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้เลขทะเบียนพาณิชย์ CH-170.3.035.396-3 โดยบริษัทได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการบริหารสินทรัพย์และเป็นตัวกลางทางการเงินภายใต้กฎหมายของสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งนี้ Lexinta AG เป็นสมาชิกของ PolyReg (http://www.polyreg.ch) และ PolyAsset (http://www.polyasset.ch) ซึ่งเป็นองค์กร Self-Regulatory Organisation (SRO) ที่ได้รับการรับรองจาก FINMA 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lexinta ได้ที่ http://www.lexinta.com

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ

Nadia Hunziker

Lexinta AG Zurich Branch

โทร. +41-41-544-83-89

อีเมล: pr@lexinta.com

ที่มา: Lexinta AG

Bond No. 9 เปิดตัวน้ำหอม 3 กลิ่นใหม่ล่าสุด “Dubai III” เติมเต็มมนต์เสน่ห์แบบฉบับมหานครดูไบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–25 ต.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เมื่อปีที่แล้ว Bond No. 9 ได้เปิดตัวน้ำหอมแสนเย้ายวนใจในคอลเลคชั่น Dubai อันได้แก่ Indigo, Emerald และ Ruby ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ตามมาด้วย Citrine, Amethyst และ Amber ซึ่งทั้งหมดล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากมหานครสุดยิ่งใหญ่แห่งคาบสมุทรอาหรับอย่างดูไบ และผสมผสานความเก่าแก่กับความทันสมัยอย่างลงตัว นั่นคือ กลิ่นแบบตะวันออกที่มีมานานหลายศตวรรษ (ยางไม้ มัสค์ เครื่องเทศเมืองร้อน) และกลิ่นหอมแบบร่วมสมัย (สาหร่ายทะเล ราสเบอร์รี่ พลัม)

 

รับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.multivu.com/players/English/7955351-bond-no-9-dubai-trio-fragrance

บัดนี้ เราขอเปิดตัว Dubai III น้ำหอม 3 กลิ่นใหม่ล่าสุดที่จะมาเติมเต็มคอลเลคชั่น Bond No. 9 Dubai ให้สมบูรณ์แบบ อันได้แก่

Dubai Black Sapphire มอบกลิ่นหอมดึงดูดใจสมชายชาตรี แต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนหวานแบบสตรี โดยกลิ่นแรกคือกลิ่นดอกส้มผสานกับหญ้าฝรั่นและขี้ผึ้งสดชื่น ตามมาด้วยกลิ่นกุหลาบตุรกีอันแสนเย้ายวน พร้อมกลิ่นยางนาหอม ยางไม้ซีดาร์ และพริกไทย ปิดท้ายด้วยกลิ่นน้ำมันกฤษณาและกำยานสยาม กลิ่นไม้จันทน์อันผ่อนคลาย กลิ่นน้ำมันหอมโทลูคล้ายอบเชย และกลิ่นหอมดินจากหญ้าแฝก

Dubai Jade ผสานกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดเข้ากับกลิ่นหอมอ่อนๆจากเครื่องหอม เริ่มด้วยกลิ่นของใบจากต้นไวโอเลต กลิ่นหอมซ่อนเปรี้ยวของราสเบอร์รี่ และกลิ่นยี่หร่าร้อนแรง ซึ่งปูทางไปสู่กลิ่นดอกไม้ที่เป็นแกนหลักอย่างกุหลาบ ลิลลี่ และมะลิ ตัดกับกลิ่นหอมอันสดชื่นและบริสุทธิ์ของไม้ซีดาร์ ปิดท้ายด้วยกลิ่นหอมหวานที่ผสานกันระหว่างอำพันจากยางไม้และชะมดต้น กลิ่นมัสค์กระตุ้นความรู้สึก กลิ่นน้ำมันกฤษณา และกลิ่นคล้ายหนังสัตว์จากน้ำมันต้นเบิร์ชซึ่งหอมติดทนนาน

Dubai Garnet กลิ่นอายสุดโรแมนติกจากดอกไม้นานาพรรณ เริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างกระฉับกระเฉงด้วยกลิ่นหอมสดชื่นจากมะกรูด กลิ่นแบล็คเบอร์รี่หอมหวาน กลิ่นคล้ายชะเอมจากกระวาน พร้อมเติมพลังด้วยกลิ่นสาหร่ายทะเลและพริกไทยสีชมพู ตามมาด้วยกลิ่นหลักของกุหลาบ ผสานกลิ่นดอกแมกโนเลีย มะลิ และลาเวนเดอร์ รวมถึงกลิ่นหอมสุดหวานฉ่ำจากพลัม และกลิ่นยี่หร่าร้อนแรง ตบท้ายด้วยกลิ่นสุดคลาสสิกที่ผสานกันระหว่างมัสค์ อำพัน ยางไม้หอมเมอร์ และหญ้าแฝก ที่หอมติดทนนาน พร้อมกลิ่นหญ้ามอสและกลิ่นครีมอ่อนๆของน้ำหอมแนว Chypre

น้ำหอมเหล่านี้บรรจุอยู่ในขวด Bond No. 9 ประดับด้วยลวดลายดาวอาหรับบนพื้นหลังสีทอง พร้อมลายประตูโค้งด้านหน้าบริเวณกลางขวด และระบุชื่อน้ำหอมแต่ละกลิ่นที่ล้วนตั้งชื่อตามอัญมณีล้ำค่า

ราคาขายปลีก: ขนาด 100 ml ราคา 550 ดอลลาร์

นอกจากนี้ Bond No. 9 Dubai ขอนำเสนอน้ำหอม 2 เซ็ตพิเศษ ได้แก่

The Bond No. 9 Dubai Perfume Fountain (42 ออนซ์) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแจกันโบราณ บรรจุ Dubai Ruby น้ำหอมที่ผสานกลิ่นกุหลาบ แมกโนเลีย ไม้จันทน์ และชะมด และ Dubai Indigo น้ำหอมที่ผสานกลิ่นกุหลาบ พิมเสน และไม้จันทน์

ราคาขายปลีก: 4,500 ดอลลาร์

The Bond No. 9 Dubai Treasure Chest มาพร้อมกล่องกำมะหยี่สามชั้นสีมิดไนท์บลูสุดหรูหรา ภายในกล่องบรรจุน้ำหอม eaux de parfum คอลเลคชั่นDubai ทั้ง 9 รุ่น

ราคาขายปลีก: 4,500 ดอลลาร์

พร้อมวางจำหน่ายในนิวยอร์กและทั่วโลกวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559