“Deer Jet” คว้ารางวัลผู้ให้บริการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวชั้นนำของโลก 2 ปีซ้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง และ เซี่ยงไฮ้–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์   

บริษัทเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวรายแรกจากเอเชียที่คว้ารางวัลจากเวทีWorld Travel Awards ติดต่อกัน 2 ปี

Deer Jet คว้ารางวัลผู้ให้บริการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวชั้นนำของโลก หรือ World’s Leading Private Jet Charter เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยWorld Travel Awards (WTA) ได้มอบรางวัลสูงสุดในธุรกิจการบินให้แก่Deer Jet สำหรับการให้บริการระดับเวิลด์คลาส การดำเนินงานที่เป็นเลิศ และการวางแผนที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ หลังจากเฟ้นหาผู้ที่เป็นเลิศในอุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยวทั่วโลกมาตลอด 1 ปี

World Travel Awards ซึ่งเฉลิมฉลองครบรอบ 23 ปีในปีนี้ ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในฐานะรางวัลสูงสุดในแวดวงการเดินทางท่องเที่ยว รางวัลนี้จะมอบให้แก่องค์กรที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นเลิศในอุตสาหกรรม

ตั้งแต่ต้นปีมานี้ Deer Jet ได้รับรางวัลและประกาศนียบัตรมากมายที่ยกย่องความเป็นเลิศของบริษัททั้งในด้านความปลอดภัยและการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงรางวัล National Business Aviation Association (NBAA) Corporate Safety Awards จากการบินที่ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลยตลอดระยะเวลา 21 ปีที่ผ่านมา

ปัจจุบัน Deer Jet ดำเนินงานและบริหารจัดการฝูงบินจำนวน 90 ลำ ที่เดินทางไปยังสนามบิน 820 แห่ง ใน 180 ประเทศและเขตแดนทั่วโลกDeer Jet เป็นผู้ให้บริการเครื่องบินเจ็ตเชิงธุรกิจรายใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเป็นผู้ให้บริการเครื่องบิน BBJ 787 “Dream Jet” ลำเดียวของโลก นอกจากนี้ Deer Jet ยังเป็นเจ้าของเครือข่าย FBO ในสถานที่ท่องเที่ยวและศูนย์กลางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในจีน และเป็นผู้ให้บริการสัญชาติจีนรายเดียวที่มีห่วงโซ่ FBO แบบครบวงจร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Air Elite Network ที่มีชื่อเสียงระดับโลก

Frank Fang รองประธาน Deer Jet กล่าวว่า เราภูมิใจที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบริษัทเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวชั้นนำของโลกอีกครั้งหนึ่ง ในปีนี้เราได้เฉลิมฉลองความสำเร็จมากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์สุดหรูระดับวีไอพีให้แก่ลูกค้า และหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศของเราก็คือ การให้บริการเครื่องบิน BBJ 787 “Dream Jet” ลำแรกของโลก นอกจากนี้ เรายังจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงในแวดวงศิลปะ ความหรูหรา และการออกแบบ เพื่อสร้าง ศิลปะแห่งการบินซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ที่เรามีต่ออนาคตของธุรกิจการบิน

Deer Jet มุ่งมั่นในการขยายธุรกิจสู่สากลผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์และการเป็นพันธมิตรกับธุรกิจชั้นนำในอุตสาหกรรมการบิน โดยบริษัทได้ก่อตั้ง Hong Kong Jet ทั้งยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน Asia Jet และHawker Pacific นอกจากนั้นยังอาศัยกลุ่มบริษัทในเครือในการสร้างความร่วมมือที่ทรงคุณค่าและส่งมอบบริการที่ดีเยี่ยมให้แก่ลูกค้าด้วย

 

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20161205/0861613081

“Afini” เปิดตัวเดสทิเนชั่นคลับสุดหรูแห่งแรกในเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–7 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          รังสรรค์ประสบการณ์การท่องเที่ยวอันหรูหราแก่สมาชิกผู้มีวิสัยทัศน์

          Afini มีความยินดีที่จะได้แนะนำนิยามใหม่แห่งการท่องเที่ยวหรูหราเหนือระดับ ด้วยการเปิดตัวเดสทิเนชั่นคลับสุดหรูเพียงหนึ่งเดียวของเอเชีย ซึ่งต่อยอดจากความสำเร็จของธุรกิจรูปแบบเดียวกันนี้ในอเมริกาAfini คือคลับที่ให้บริการแก่สมาชิกที่เป็นนักเดินทางกระเป๋าหนักในเอเชียด้วยเอกสิทธิ์ต่างๆ อาทิ การมีสิทธิเข้าพักในที่พักส่วนตัวมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ตามรีสอร์ทชั้นนำหลายแห่ง การเป็นพันธมิตรกับโรงแรมแบรนด์ดังในเมืองใหญ่ๆ สิทธิพิเศษในการเข้าร่วมงานรอบปฐมทัศน์ต่างๆ ตลอดจนสิทธิประโยชนอื่นๆที่ตรงกับความชอบและความต้องการของสมาชิก ทั้งยังไม่จำกัดช่วงเวลาการใช้ Afini สร้างสรรรค์และส่งมอบคุณค่าอันเป็นเลิศผ่านทางการให้บริการที่เหนือระดับ โดยสมาชิกจะได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาด้านไลฟ์สไตล์ ซึ่งมีความทุ่มเทและได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยจัดสรรทุกองค์ประกอบในการเดินทางของคุณ พร้อมทั้งยังมีผู้ช่วยในแต่ละสถานที่ให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกรายละเอียดการเดินทางนั้นเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ โดยทั้งหมดนี้จะช่วยให้สมาชิกเดินทางได้อย่างไร้กังวล พร้อมสร้างประสบการณ์สุดประทับใจไปกับครอบครัวและมิตรสหาย ในราคาสุดพิเศษ

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20161202/8521607903-a

          คำบรรยายภาพ: Afini Phuket Residence

 

         http://photos.prnasia.com/prnvar/20161202/8521607903LOGO-b

          ผู้ที่สนใจเป็นสมาชิกของ Afini เพียงจ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้า และต่ออายุประจำปี พร้อมรับส่วนลดทุกคืน โดยไม่จำกัดจำนวนวันเดินทาง ทั้งนี้ เพื่อฉลองการเปิดตัวดังกล่าว Afini มอบส่วนลดแรกเข้าจำนวนจำกัดแก่สมาชิกแรกเริ่มด้วย

          ที่พักสุดหรูหราในราคาที่จับต้องได้

          ที่พักอันแสนวิเศษในเครือ Afini ล้วนตั้งอยู่ตามชายหาด ภูเขา และเมืองสำคัญต่างๆ ซึ่งเหมาะสำหรับการมาพักผ่อนพร้อมครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ด้วยห้องนอนจำนวนหลายห้อง และพื้นที่อันกว้างขวาง พร้อมการตกแต่งที่สวยงาม ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกแสนหรูหรา อาทิ สระว่ายน้ำส่วนตัว แพ็คเกจที่รวบรวมสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ ที่ได้รับออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อมอบประสบการณ์อันล้ำค่าให้แก่สมาชิก ไปจนถึงสิทธิพิเศษในการเข้าใช้รีสอร์ทหรือคลับใกล้เคียงด้วย ในกรณีที่สมาชิกต้องการพักผ่อนในสถานที่เล็กๆ อันเงียบสงบ ตั้งอยู่ห่างไกลผู้คนAfini ก็มีโรงแรมพันธมิตรมากมายไว้ให้เลือกสรร โดยในฐานะที่ Afini เป็นผู้ควบคุมดูแลและจัดการที่พักต่างๆ แต่เพียงผู้เดียว สมาชิกของ Afini จึงสามารถจองที่พักเหล่านี้ในราคาต่ำกว่าราคาตลาด 15% – 45% โดยเฉลี่ย

          ความเป็นผู้นำอันแข็งแกร่งและการสนับสนุนด้านการเงิน

          Afini ยึดมั่นในความเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่มีใครเทียบได้ ควบคู่ไปกับการสานต่อแนวคิดธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมในรูปแบบเดสทิเนชั่นคลับสุดหรู ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วในอเมริกา สำหรับทีมบริหารชุดก่อตั้ง ได้แก่

          ซีอีโอ จอห์น บลังโก มีความหลงใหลและเข้าใจในธุรกิจโรงแรมหรูอย่างถ่องแท้ จากการคร่ำหวอดในวงการนี้ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา โดยประสบการณ์การทำงานส่วนใหญ่ของเขามาจากการร่วมงานกับโรงแรม Ritz-Carlton ซึ่งบทบาทล่าสุดคือการดูแลผลการดำเนินงานของโรงแรมหรู 7 แห่งในภูมิภาคอินโดจีน 

          ซีโอโอ มาร์ติน พูเชอร์ สั่งสมประสบการณ์กว่า 20 ปีในการบริหารทีมงานที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ด้วยผลการดำเนินงานอันแข็งแกร่งและการสร้างมูลค่าได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับบทบาทล่าสุดของเขาคือการเป็นผู้ก่อตั้งและซีโอโอของ Inspiratoโดยพูเชอร์รับหน้าที่ดูแลการปฏิบัติการและเทคโนโลยีให้กับเดสทิเนชั่นคลับสุดหรูขนาดใหญ่ที่สุดและเติบโตรวดเร็วที่สุดในโลกแห่งนี้

          ซีเอฟโอ เบน รูล เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและอสังหาริมทรัพย์ ด้วยประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมธนาคารเพื่อการลงทุนและธุรกิจโรงแรมหรูในรูปแบบเดสทิเนชั่นคลับ โดยในฐานะที่เป็นสมาชิกหลักของทีมงานชุดก่อตั้ง เขาจะนำประสบการณ์กว่า 12 ปีจากการร่วมงานกับExclusive Resorts และ Inspirato มาปรับใช้ในการบริหารงานด้านการเงิน กลยุทธ์ และอสังหาริมทรัพย์ที่ Afini

          ทั้งนี้ Afini เสร็จสิ้นการระดมทุนรอบแรก และได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจเชิงลึกที่เหนือกว่า รวมถึงมีเครือข่ายความสัมพันธ์อันกว้างขวางในอุตสาหกรรมบริการ อสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว และการลงทุน เปิดทางให้ Afini ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ครอบคลุมเพื่อรองรับการเติบโตในภูมิภาคเอเชีย

          เกี่ยวกับ Afini

          Afini คือเดสทิเนชั่นคลับสุดหรู ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ Afini มุ่งมั่นสรรสร้างแนวทางที่ดีกว่าในการให้บริการด้านการท่องเที่ยว ชื่อ Afini มาจากคำว่า “affinity” ซึ่งมีความหมายว่าความสัมพันธ์ และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรังสรรค์ประสบการณ์อันแสนวิเศษให้กับสมาชิกทุกท่านเพื่อแบ่งปันความสุข เสริมสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวและมิตรสหาย รวมถึงเก็บเกี่ยวความทรงจำอันน่าประทับใจ ด้วยการนำเสนอที่พักสุดหรูและโรงแรมพันธมิตรแบรนด์ดังทั่วโลก Afini ทำให้ทุกวันเป็นวันหยุดสำหรับสมาชิก โดยมั่นใจได้ว่าจะไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง นอกจากนี้ Afini ยังมีที่ปรึกษาด้านไลฟ์สไตล์และผู้ช่วยส่วนตัว ณ จุดหมายปลายทางที่เข้าพัก ซึ่งจะรับประกันการเดินทางที่มีการวางแผนอย่างพิถีพิถันและดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์แบบ พรั่งพร้อมด้วยที่พักสุดหรู บริการอันไร้ที่ติ และสิ่งอำนวยความสะดวกระดับห้าดาว บริการระดับแนวหน้าในราคาสุดพิเศษนี้เองที่จะส่งให้ Afini ก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการชั้นนำในอุตสาหกรรมโรงแรมสำหรับนักเดินทางชาวเอเชียผู้ทันสมัยและมีมุมมองกว้างไกล www.afini.com

          สื่อมวลชนติดต่อ:

          Petrie PR

          Linda Petrie (ฮ่องกง)

          อีเมล: linda@petriepr.com

          โทร:  +852-2521-9608

          Tania Joslin (สิงคโปร์)

          อีเมล: tania@petriepr.com

          โทร: +65-6908-0698

          Risti Brophy (อินโดนีเซีย)

          อีเมล: risti@petriepr.com

          โทร: +62-878-8222-3730

AAOIFI ร่วมกับสภาทองคำโลก เปิดตัวมาตรฐานชะรีอะห์สำหรับการลงทุนในทองคำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

องค์กรการบัญชีและการตรวจสอบสำหรับสถาบันการเงินอิสลาม หรือ The Accounting and Auditing Organization for Islamic Financial Institutions (AAOIFI) ร่วมกับสภาทองคำโลก (World Gold Council) ได้ออกมาตรฐาน ‘Shari’ah Standard No. 57 on Gold and its Trading Controls (“มาตรฐาน”) เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์อ้างอิงสำหรับการซื้อขายทองคำในรูปแบบและประเภทต่างๆ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์การเงินที่เกี่ยวข้องกับทองคำในสถาบันต่างๆ ให้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม

มาตรฐานที่มีขึ้นเป็นครั้งแรกนี้จะกำหนดกฎข้อบังคับเฉพาะสำหรับการใช้ทองคำในฐานะเครื่องมือการลงทุนในอุตสาหกรรมการเงินอิสลาม ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีองค์กรใดออกกฎข้อบังคับดังกล่าว มาตรฐานใหม่จะแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในทองคำเป็นเรื่องที่ทำได้หากปฏิบัติตามหลักชะรีอะห์ ซึ่งรวมถึงการถือครองทองคำและการคำนวณซะกาตอย่างถูกต้อง

Dr. Hamed Hasan Merah เลขาธิการของ AAOIFI กล่าวว่า “มาตรฐานชะรีอะห์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดนี้ เกิดจากความทุ่มเทพยายามอย่างหนักของ AAOIFI Shari’ah Board ในฐานะที่เป็นองค์กรชะรีอะห์ชั้นนำที่มีอิทธิพลที่สุดในอุตสาหกรรมการเงินอิสลามทั่วโลก โดยมาตรฐานใหม่นี้จะเข้ามาเสริมมาตรฐานที่ AAOIFI มีอยู่ในปัจจุบัน และครอบคลุมกลไกต่างๆ ในการปฏิบัติตามหลักชะรีอะห์ เพื่อการจัดการและลงทุนในทองคำในยุคปัจจุบัน โดยจะวางรากฐานให้กับการสร้างและการจัดโครงสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆให้สอดคล้องกับกฎข้อบังคับและคำสอนตามหลักชะรีอะห์ นอกเหนือไปจากการบริหารสภาพคล่องสำหรับสถาบันการเงินอิสลาม ผมหวังว่า ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะนำมาซึ่งความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการเงินอิสลาม”

มาตรฐานดังกล่าวจะช่วยให้มีสินทรัพย์สำหรับการลงทุนประเภทใหม่ๆเกิดขึ้น ช่วยให้ธนาคารอิสลามและสถาบันการเงินอื่นๆขยายฐานลูกค้าของตนเอง ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการพัฒนาและออกผลิตภัณฑ์เพื่อการออม ป้องกันความเสี่ยง และกระจายการลงทุนที่หลากหลาย

Aram Shishmanian ซีอีโอของสภาทองคำโลก กล่าวว่า “นี่ถือเป็นการปฏิวัติวงการสำหรับนักลงทุนอิสลามและอุตสาหกรรมทองคำโดยรวม เราดีใจที่ในที่สุดก็มีแนวปฏิบัติตามหลักชะรีอะห์สำหรับการลงทุนในทองคำ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นสินทรัพย์เพื่อรักษาระดับความมั่งคั่ง โดยต่อไปนี้นักลงทุนอิสลามจะสามารถลงทุนในทองคำเพื่อปกป้องความมั่งคั่งของตนเองและกระจายความเสี่ยงของตลาด”

การอภิปรายเกี่ยวกับมาตรฐาน (หมายเลข 57) ได้ข้อสรุปในการประชุมAAOIFI Shari’ah Board ระหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งได้มีการอนุมัติมาตรฐานดังกล่าว โดยมาตรฐานนี้ได้รับการพัฒนาตามขั้นตอนที่เข้มงวดของ AAOIFI และต้องผ่านช่วงเวลาปรึกษาหารือ ซึ่งรวมถึงการทำประชาพิจารณ์ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายสำคัญทุกราย เพื่อรับประกันว่ามาตรฐานขั้นสุดท้ายจะเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ได้จริงในอุตสาหกรรม

มาตรฐานใหม่นี้มีการเผยแพร่ทั้งในภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าถึงมาตรฐานต่างๆของ AAOIFI ในรูปแบบดิจิทัล (ผ่านทางเว็บไซต์ของ AAOIFI และแอปมือถือ) หรือผ่านทางhttp://www.shariahgold.com

ติดตามสภาทองคำโลกได้ที่ Twitter at @goldcouncil  และกดไลค์บน Facebook

ติดตาม AAOIFI บน Twitter ได้ที่ @ AAOIFI_ORG 

ผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีการลงทุนในทองคำตามหลักการเงินอิสลาม สามารถอ่านได้จากรายงานการวิจัยของเรา:http://www.shariahgold.com

สำหรับบรรณาธิการ:

เกี่ยวกับ AAOIFI:

AAOIFI ก่อตั้งขึ้นในปี 2534 และมีสำนักงานใหญ่ในบาห์เรน AAOIFI เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรชั้นนำระดับโลกที่มีความรับผิดชอบหลักในการพัฒนาและออกมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมการเงินทั่วโลก โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาชิก ซึ่งประกอบไปด้วยธนาคารกลางและหน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน บริษัทบัญชีและตรวจสอบ และบริษัทกฎหมายในกว่า 45 ประเทศ ปัจจุบันสถาบันการเงินอิสลามชั้นนำในทั่วโลกได้ปฏิบัติตามมาตรฐานของ AAOIFI อันนำมาซึ่งความสอดคล้องกลมกลืนของแนวปฏิบัติด้านการเงินอิสลามระหว่างประเทศ

เกี่ยวกับสภาทองคำโลก

สภาทองคำโลก เป็นองค์กรพัฒนาตลาดสำหรับอุตสาหกรรมทองคำ วัตถุประสงค์ของเราคือการกระตุ้นและรักษาอุปสงค์ในทองคำให้มีความยั่งยืน ตลอดจนเป็นผู้นำอุตสาหกรรมและผู้มีอำนาจระดับโลกในตลาดทองคำ

เราพัฒนาโซลูชัน บริการ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับทองคำ โดยอาศัยความรู้ความเข้าใจตลาดในเชิงลึก เราทำงานร่วมกับพันธมิตรที่หลากหลายเพื่อนำเอาแนวความคิดของเราไปปฏิบัติ ผลลัพธ์ที่ได้คือ เราได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างสำหรับอุปสงค์ทองคำในทั่วทุกส่วนตลาดที่สำคัญ เราจัดหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดทองคำระหว่างประเทศ ช่วยให้ผู้คนเข้าใจเกี่ยวกับคุณภาพในการรักษาระดับความมั่งคั่งของทองคำ และบทบาทของทองคำที่สอดคล้องกับความต้องการทางสังคมและสภาพแวดล้อม

สมาชิกของสภาทองคำโลกประกอบไปด้วยบริษัทเหมืองทองคำชั้นนำระดับโลกที่มีวิสัยทัศน์และมองการณ์ไกล

ที่มา: สภาทองคำโลก

DDB Worldwide คว้ารางวัล “Network of the Year” สมัยที่ 4 ติดต่อกัน จากงาน Eurobest Festival of Creativity

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์  

DDB Worldwide ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Omnicom Group (NYSE: OMC) คว้ารางวัลเครือข่ายแห่งปี หรือ “Network of the Year” ในงาน2016 Eurobest Festival of Creativity ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนับเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันที่ DDB สามารถคว้ารางวัลดังกล่าวมาครอง 

รวมแล้ว DDB คว้ารางวัลได้ทั้งสิ้น 57 รางวัลในงานนี้ ประกอบด้วยรางวัลกรังด์ปรีซ์ 4 รางวัล เหรียญทอง 15 รางวัล เหรียญเงิน 14 รางวัล และเหรียญทองแดง 24 รางวัล จาก 18 สาขา ได้แก่ ประสิทธิผลเชิงสร้างสรรค์ การออกแบบ งานฝีมือดิจิทัล สื่อทางตรง สื่อบันเทิง ภาพยนตร์ การสร้างภาพยนตร์ แคมเปญเพื่อสังคม บริการสุขภาพ การบูรณาการ อินเทอร์แอคทีฟ สื่อมวลชน อุปกรณ์มือถือ การประชาสัมพันธ์ สื่อสิ่งพิมพ์ งานพิมพ์และสื่อกลางแจ้ง สื่อวิทยุ รวมถึงโปรโมชั่นและการส่งเสริมการขาย 

รางวัลกรังด์ปรีซ์สาขาแคมเปญเพื่อสังคมตกเป็นของ DDB Group Berlin ที่ทำแคมเปญรณรงค์เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมให้กับองค์กร Pink Ribbon ในผลงานชื่อ “Check it Before It’s Removed” ซึ่งได้รับเหรียญทองอีก 11 เหรียญด้วย ขณะเดียวกัน รางวัลกรังด์ปรีซ์สาขาประสิทธิผลเชิงสร้างสรรค์ตกเป็นของ adam&eveDDB จากผลงาน “Monty” ที่สร้างสรรค์ให้กับ John Lewis ส่วนรางวัลกรังด์ปรีซ์สาขาการบูรณาการตกเป็นของผลงาน “Man on the Moon” ที่สร้างสรรค์ให้กับ John Lewisเช่นกัน นอกจากนี้ adam&eveDDB ยังได้รับรางวัลกรังด์ปรีซ์สาขาสื่อบันเทิงจากผลงาน “Becoming Beckham” ที่สร้างสรรค์ให้กับ H&M ด้วย 

นอกเหนือจากรางวัลเหรียญทอง 11 รางวัลที่กล่าวถึงข้างต้น ยังมีรางวัลเหรียญทองสาขาสื่อสิ่งพิมพ์ที่ตกเป็นของ DDB Brussel จากผลงาน “Simplified Stories” ที่ทำให้แก่ Alzheimer Liga รวมถึงรางวัลเหรียญทองสาขาการออกแบบที่ตกเป็นของ DDB Group Berlin จากผลงาน “Words of Welcome” ที่ทำให้แก่ Verein Fur Berliner Stadtmissionตลอดจนรางวัลเหรียญทองสาขาสื่อบันเทิงที่ตกเป็นของadam&eveDDB จากผลงาน “Becoming Beckham” และ “Road Trip” ที่รังสรรค์ให้แก่ H&M 

Pietro Tramontin ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ DDB EMEA กล่าวว่า “รางวัลนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญของเรา หลังจากที่เราได้รับรางวัล “African Cristal Network of the Year” เมื่อไม่นานมานี้ และการที่เราได้รับรางวัลครอบคลุมในหลายสาขาก็ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เราสามารถส่งมอบความคิดสร้างสรรค์ ประสิทธิภาพ และข้อเสนอที่หลากหลายได้อย่างต่อเนื่อง”  

สำหรับบริษัทในเครือที่ได้รับรางวัลประกอบด้วย DDB Amsterdam, DDB Dusseldorf, DDB  Paris, DDB Stockholm และ DDB Remedy UK 

นอกจากนี้ DDB Group Berlin และ adam&eveDDB ยังได้รับการจัดให้เป็นเอเจนซี่แห่งปี หรือ “Agency of the Year” ในอันดับที่ 2 และ 3ตามลำดับ 

Eurobest เป็นงานมอบรางวัลชั้นนำที่ยกย่องความคิดสร้างสรรค์ของสื่อในยุโรป และจัดโดยผู้จัดงาน Cannes Lions สำหรับการคว้ารางวัล “Network of the Year” ในปีนี้ นับเป็นปีที่ 7 จากทั้งหมด 8 ปีที่DDB ได้ตำแหน่งนี้ไปครอง โดยก่อนหน้านี้ DDB ได้รับรางวัลดังกล่าวในปี 2009, 2010, 2011, 2013, 2014 และ 2015 

เกี่ยวกับ DDB

DDB Worldwide (www.ddb.com) เป็นหนึ่งในเครือข่ายการตลาดและการโฆษณาที่ใหญ่ที่สุดและทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก โดยในงาน2016 Cannes International Festival of Creativity บริษัทสามารถกวาดรางวัลไปได้ถึง 101 รางวัล นอกจากนั้นยังได้รับรางวัล 2016 African Cristal Network of the Year รวมถึง 2016 Eurobest Network of the Year มากถึง 7 ครั้งจาก 8 ปี อีกทั้งยังได้รับรางวัล Agency of the Yearหลายต่อหลายครั้งจากนิตยสารด้านสื่อโฆษณาและงานประกาศรางวัลต่างๆ นอกจากนั้นยังติดอันดับ Top 3 Global Networks ซึ่งจัดโดย The Gunn Report ถึง 12 ครั้ง ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา สำหรับลูกค้าของ DDBประกอบด้วยบริษัทชั้นนำมากมาย อาทิ Volkswagen, McDonald’s, Unilever, Mars, Johnson & Johnson, Exxon Mobil เป็นต้น 

DDB ก่อตั้งขึ้นในปี 1949 โดยเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Omnicom Group (NYSE) และมีสำนักงานมากกว่า 200 แห่ง ในกว่า 90 ประเทศ โดยสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นิวยอร์ก 

เกี่ยวกับ OMNICOM 

Omnicom Group Inc. (NYSE: OMC) เป็นบริษัทสื่อสารองค์กรและการตลาดชั้นนำระดับโลก Omnicom มีเครือข่ายแบรนด์และบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางหลายแห่ง ซึ่งให้บริการด้านการโฆษณา การวางแผนและการซื้อสื่อเชิงกลยุทธ์ การตลาดดิจิทัลและอินเทอร์แอคทีฟ การตลาดทางตรงและการส่งเสริมการขาย การประชาสัมพันธ์ และบริการด้านการสื่อสารเฉพาะทางอื่นๆ แก่ลูกค้ากว่า 5,000 รายในกว่า 100ประเทศ 

ติดต่อ:

Sara Cosgrove +44 (0) 207 258 4230 sara.cosgrove@ddb-europe.com

Applus IDIADA ผนึกกำลัง TASS International ร่วมออกแบบและบริหารจัดการศูนย์ทดสอบยุคใหม่สำหรับยานยนต์ไร้คนขับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เฮลมอนด์, เนเธอร์แลนด์–6 ธ.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Applus IDIADA และ TASS International ประกาศว่า ทั้งสองบริษัทได้บรรลุข้อตกลงระดับโลกในการร่วมกันออกแบบและบริหารจัดการสถานที่ทดสอบยุคใหม่สำหรับยานยนต์ไร้คนขับ (connected and automated vehicles) ซึ่งผลจากการประสานความร่วมมือในด้านวิทยาการครั้งนี้ จะทำให้สององค์กรมีศักยภาพเพิ่มขึ้นในการจัดหาโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบสำหรับศูนย์ทดสอบรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

 IDIAD-logo Logo / Applus+ IDIADA logo (PRNewsFoto/Applus+ IDIADA)

(Logo: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161202/445093LOGO )

การพัฒนายานยนต์ไร้คนขับจำเป็นต้องมีการออกแบบและวางหลักเกณฑ์การทดสอบทางเทคโนโลยีในรูปแบบใหม่ เช่นเดียวกับที่ต้องสร้างเครื่องมือใหม่ๆขึ้นมารองรับ ซึ่งสิ่งสำคัญสำหรับนวัตกรรมเหล่านี้จะรวมไปถึงการสร้างสถานที่ทดสอบเฉพาะทางภายในระบบปิดที่จะใช้สำหรับพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ และตรวจสอบระบบก่อนที่จะนำออกสู่ท้องถนน จากการที่สองฝ่ายนำความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาเติมเต็มให้แก่กันในครั้งนี้ จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศล้วนได้รับประโยชน์

Applus IDIADA จะร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ในด้านการทดสอบและการพัฒนายานยนต์ไร้คนขับ ตลอดจนการออกแบบและการบริหารจัดการสถานที่ทดสอบรถด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 20 ปี

ขณะที่ TASS International ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านระบบความปลอดภัยของรถยนต์มาอย่างยาวนาน จะเป็นผู้จัดหาชุดอุปกรณ์แบบบูรณาการ ซึ่งครอบคลุมระเบียบวิธีในการพ้ฒนายานยนต์ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจำลองการขับขี่ไปจนถึงการทดสอบฮาร์ดแวร์

หนึ่งในโครงการความร่วมมือของสองบริษัทในระยะแรกนั้น จะมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันภายในศูนย์ทดสอบ American Center for Mobility ในเขตนิคมอุตสาหกรรม Willow Run ณ เมือง Ypsilanti มลรัฐมิชิแกนของสหรัฐฯ โดยศูนย์ดังกล่าวสร้างขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ในการทดสอบ การศึกษา และการพัฒนายานยนต์แห่งอนาคตโดยไม่แสวงหาผลกำไร และมีการออกแบบขึ้นเพื่อรองรับการทดสอบในด้านความปลอดภัย และการพัฒนาระบบมาตรฐานต่างๆสำหรับรถยนต์ไร้คนขับ

Carles Grasas ซีอีโอ Applus IDIADA กล่าวว่า นี่ถือเป็นความคืบหน้าในแผนกลยุทธ์ของเราที่จะก้าวขึ้นเป็นพันธมิตรชั้นนำระดับโลกเพื่อให้การสนับสนุนลูกค้า ท่ามกลางความท้าทายในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆที่กำลังเกิดขึ้น

Jan van den Oetelaar ซีอีโอของ TASS International กล่าวว่า เราเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังกันระหว่างสองบริษัทจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และรัฐบาลของหลายประเทศ ในการเร่งผลักดันการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติและมีการสื่อสารระหว่างยานยนต์ ไปจนถึงการออกใบรับรองต่างๆ

John Maddox ประธานและซีอีโอของ American Center for Mobilityระบุว่า “American Center for Mobility เชื่อว่าจะต้องมีการประสานงานระหว่างการทดสอบทางกายภาพและการจำลองสภาพแวดล้อมในการขับขี่รถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งการที่สองบริษัทชั้นนำจับมือกันในครั้งนี้ จะนำไปสู่การประสานงานกันดังกล่าว

Applus IDIADA

Applus+ IDIADA เป็นบริษัทวิศวกรรมชั้นนำที่มีประสบการณ์ในการดำเนินงานมากกว่า 25 ปี โดยให้บริการด้านวิศวกรรม การออกแบบ การทดสอบ และการขอใบรับรองเกี่ยวกับยานยนต์แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก IDIADA มีวิศวกรมากกว่า 2,100 คนจาก 28 ประเทศ ซึ่งล้วนมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนารถยนต์ บริษัทมีสำนักงานตั้งอยู่ใกล้เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน นอกจากนี้ยังมีบริษัทย่อยและสำนักงานสาขากระจายอยู่ใน 25 ประเทศทั่วโลก

TASS International

TASS International มีประสบการณ์ในการดำเนินงานมากว่า 10 ปี โดยให้บริการจัดหาอุปกรณ์การจำลองและการพัฒนารถยนต์ให้มีความปลอดภัยและมีความอัจฉริยะมากขึ้น TASS International เป็นผู้ประกอบการโรงงานที่สร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนา ทดสอบ และตรวจสอบระบบการขนส่งอัจฉริยะ ตลอดจนเทคโนโลยีการขับขี่แบบ cooperative driving ในเนเธอร์แลนด์ โดย MADYMO PreScan และ Delft-Tyre เป็นแบรนด์ซอฟต์แวร์ที่บรรดา OEMS และซัพพลายเออร์ต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมทั่วโลกผ่านทางสำนักงานท้องถิ่นในหลายประเทศ

รูปภาพและวิดีโอhttps://ftp.idiada.com/download.php?f42e02e7b7267edd59f15478b8add9ae0df0065eecc525de958a8066097dfeb3

ติดต่อ:

Susana Sanjuán – ssanjuan@kreab.com, โทร. +34 917027170, มือถือ +34677946805

Francisco Calderón – fcalderon@kreab.com, โทร. +34 917027170,มือถือ +34 654642160

ที่มา: Applus+ IDIADA และ Tass International

Telepizza เตรียมบุกตลาดอิหร่านปีหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาดริด–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

– ถือเป็นร้านอาหารบริการด่วนจากยุโรปรายแรกที่เข้าไปทำธุรกิจในอิหร่าน

– ตั้งเป้าเปิด 200 สาขาภายใน 10 ปีข้างหน้า

– พร้อมรุกเข้าสู่ตลาดสำคัญอื่นๆ ได้แก่ สหราชอาณาจักร มอลตา และซาอุดิอาระเบีย

– ปัจจุบันมีร้าน 1,342 สาขาใน 4 ทวีป รองรับลูกค้ากว่า 60 ล้านคน และมียอดขายรวม 506 ล้านยูโร 

Telepizza บริษัทส่งพิซซ่าที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐและมีสาขามากที่สุดในโลก เตรียมบุกตลาดอิหร่านในเดือนมีนาคม 2560 ผ่านการทำข้อตกลงมาสเตอร์แฟรนไชส์ร่วมกับหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์อย่าง Momenin Investment Group นอกจากนั้นยังตั้งเป้าเปิด 200 สาขาภายในระยะเวลา 10 ปี (หรือ 20 สาขาต่อปี) โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 100 ล้านยูโรตลอด 10 ปี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท MIG

 Telepizza logo / Telepizza logo

(โลโก้:http://photos.prnewswire.com/prnh/20150317/735407-a )

Telepizza / Chairman of Momenin Investment Group (MIG)and Giorgio Minardi Telepizza (PRNewsFoto/Telepizza)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161202/444999 ) 

Telepizza สาขาแรกในอิหร่านจะตั้งอยู่ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศ และจะมีการเปิดสาขาเพิ่มเติมอีก 7 สาขาก่อนสิ้นปี 

Pablo Juantegui ประธานและซีอีโอของ Telepizza กล่าวว่า “การรุกเข้าสู่ตลาดอิหร่านถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ตามแผนการขยายสาขาไปทั่วโลก อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงโอกาสอันดีเยี่ยมในการประกอบธุรกิจ เรายินดีที่ได้แบ่งปันแก่นแท้ของแบรนด์สู่ลูกค้าในอิหร่าน นั่นคือ การส่งพิซซ่ารสชาติโดนๆให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยทุกที่ทุกเวลา” 

Giorgio Minardi ประธานสากลของ Telepizza กล่าวว่า “เรารู้สึกพอใจที่ได้พบเจอกับพันธมิตรอย่าง Momenin Investment Group ที่จะมาร่วมลงทุนในตลาดอิหร่านที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เราจะเป็นร้านอาหารบริการด่วนรายแรกจากยุโรปที่เข้ามาทำธุรกิจที่นี่ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าที่ขาดหายไป” 

Hadi Momenin ตัวแทนจาก Momenin Investment Group กล่าวว่า “Telepizza เป็นแบรนด์ระดับโลกที่เราภาคภูมิใจนำเสนอในอิหร่าน คอนเซ็ปต์ของแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร ประกอบกับสินค้าที่มีคุณภาพดีเยี่ยม ตลอดจนเทคโนโลยีการจัดส่งและการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ จะทำให้เราสามารถตอบสนองสิ่งที่ชาวอิหร่านกำลังมองหา นั่นคือ พิซซ่าแฮนด์เมดสดใหม่คุณภาพเยี่ยม รวมถึงบริการส่งพิซซ่าที่ทันสมัยและเปี่ยมด้วยไมตรีจิต เพื่อให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยทุกที่ทุกเวลา” 

เปิดให้บริการในสหราชอาณาจักร มอลตา และซาอุดิอาระเบีย

นอกเหนือจากการเปิดให้บริการในอิหร่านแล้ว บริษัทยังได้เปิดให้บริการในประเทศอื่นๆ ตามแผนการขยายสาขาทั่วโลกตลอดปี 2559 

ในสหราชอาณาจักร Telepizza ได้ประกาศเตรียมเปิด 80 สาขาภายใน 10 ปีข้างหน้า โดยมีบริษัท Karali Ventures Limited เป็นพันธมิตร นอกจากนั้นยังได้พัฒนาแผนธุรกิจว่าด้วยการเปิดสาขาใหม่ๆอีก 300 สาขาภายใน 10 ปี ผ่านการร่วมมือกับผู้ร่วมธุรกิจแฟรนไชส์ 20 ราย 

นอกจากนี้ Telepizza จะเปิดร้านพิซซ่า 1 สาขาที่ประเทศมอลตา ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 และจะเปิดเพิ่มอีก 3 สาขาภายใน 3 ปี ผ่านการเป็นพันธมิตรกับ Joseph P. Attard 

สำหรับซาอุดิอาระเบีย Telepizza ได้เปิดสาขาไปแล้วถึง 3 สาขาในกรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศ และตั้งเป้าว่าจะเปิดให้ครบ 100 สาขาภายใน 10 ปี โดยมีบริษัท Emtyaz Catering Company ในเครือ Al Bayan Holding Group เป็นพันธมิตร 

ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ 

Telepizza ขยายสาขาไปยังต่างประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง นับตั้งแต่เริ่มขยายสาขาไปยังประเทศชิลีเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2535 ปัจจุบันTelepizza มีทั้งสิ้น 1,342 สาขา (456 สาขาเป็นร้านของบริษัทเอง และอีก 886 สาขาเป็นร้านแฟรนไชส์และมาสเตอร์แฟรนไชส์) โดยเปิดให้บริการใน 15 ประเทศ ทั้งในทวีปยุโรป เอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา เพื่อให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 60 ล้านราย โดยมียอดขายรวม 506 ล้านยูโร 

บริษัทมีโรงงานเป็นของตัวเองใน 6 ประเทศ ได้แก่ สเปน โปรตุเกส โปแลนด์ ชิลี โคลอมเบีย และเปรู รวมถึงโรงงานมาสเตอร์แฟรนไชส์ในอีก 6 ประเทศและภูมิภาค ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อเมริกากลาง รัสเซีย โบลิเวีย และแองโกลา นอกจากนั้นยังมีโกดังในเอกวาดอร์และโปแลนด์ด้วย 

Telepizza Group 

Telepizza เป็นบริษัทส่งพิซซ่าที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐและมีสาขามากที่สุดในโลก โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน Telepizzaดำเนินงานใน 15 ประเทศ โดยมีทั้งร้านที่เป็นของบริษัทเอง รวมถึงร้านแฟรนไชส์และมาสเตอร์แฟรนไชส์ รวมทั้งสิ้น 1,342 สาขาทั่วโลก โดย 456 สาขาเป็นร้านของบริษัทเอง (34%) และอีก 886 สาขาเป็นร้านแฟรนไชส์และมาสเตอร์แฟรนไชส์ (66%) ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 

หากรวมคู่แข่งจากสหรัฐแล้ว เราจะเป็นบริษัทส่งพิซซ่าที่มีสาขามากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก นอกจากนี้ เรายังเป็นบริษัทส่งพิซซ่าที่มีสาขามากเป็นอันดับต้นๆในหลายประเทศ (มีสาขามากเป็นอันดับ 1 ในสเปน โปรตุเกส ชิลี และโคลอมเบีย และมากเป็นอันดับ 2 ในโปแลนด์) 

ยอดขายรวมของเรา (ทั้งร้านที่เป็นของบริษัทเอง รวมถึงร้านแฟรนไชส์และมาสเตอร์แฟรนไชส์) อยู่ที่ 506 ล้านยูโร ในรอบ 12 เดือนสิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ 63.4 ล้านยูโรในช่วงเวลาดังกล่าว 

Telepizza จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์บาร์เซโลนา บิลเบา มาดริด และวาเลนเซีย โดยเริ่มซื้อขายหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2559 และมีจำนวนหุ้นทั้งสิ้น 100,720,679 หุ้น 

www.telepizza.com 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Ketchum – Monica Escusa / Ana Moreno

โทร. +34-917883200

อีเมล: prensa.telepizza@ketchum.es 

ที่มา: Telepizza

THOMAS SABO มอบโปรโมชั่นโดนใจรับวาเลนไทน์ เครื่องประดับรูปหัวใจลด 15%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอฟ อัน แดร์ เพกนีตซ์, เยอรมนี–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

สำหรับความรักนั้น การแสดงออกเล็กๆจากใจจริงสำคัญกว่าคำพูดสวยหรูมากมาย ด้วยเหตุนี้ THOMAS SABO จึงเลือกเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรักที่ใกล้จะมาถึง ด้วยการจัดโปรโมชั่นลดราคา 15% สำหรับเครื่องประดับรูปหัวใจในคอลเลคชั่นต่างๆ 

 

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161205/445633 ) 

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับสุดหรูฝังเซอร์โคเนีย เครื่องประดับที่รังสรรค์ขึ้นจากโรสโกล 18k ต่างหูสุดประณีต หรือชาร์มจี้ห้อยสุดน่ารัก เครื่องประดับสื่อรักรูปหัวใจก็ล้วนเป็นของขวัญที่แสนจะลงตัวสำหรับทุกคนในวันแห่งความรัก เครื่องประดับของ THOMAS SABO ในห่อของขวัญสุดน่ารักจึงเป็นไอเทมที่สื่อถึงความรักและความปราถนาดีที่จะทำให้สาวๆใจเต้นแรงตั้งแต่แรกเห็น และช่วยเติมเต็มช่วงเวลาแห่งรักให้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ 

แคมเปญลดราคาพิเศษรับวันวาเลนไทน์จะเริ่มขึ้นในวันที่ 24มกราคม จนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ปีหน้า ที่ช็อปของ THOMAS SABOรวมถึงเคาท์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า ร้านค้าออนไลน์ และร้านพันธมิตรสาขาที่ร่วมรายการ ยกเว้นช็อปสาขา Wertheim Village, Ingolstadt Village, Neumunster Designer Outlet และ Factory Outlet Lauf

สามารถดาวน์โหลดรูปภาพพร้อมราคาได้ที่

http://images.thomassabo.com/www/2/2016/12/THOMAS-SABO-Valentine%C2%B4s-Day-2017.zip 

#foreverinmyheart #THOMASSABO #valentinesday 

เกี่ยวกับ THOMAS SABO 

THOMAS SABO เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเครื่องประดับ นาฬิกา และผลิตภัณฑ์เพื่อความงามชั้นนำระดับโลก โดยออกแบบและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ทั้งสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ.1984 โดยโธมัส ซาโบ ที่เมืองลอฟ อัน แดร์ เพกนีตซ์ ทางตอนใต้ของเยอรมนี THOMAS SABO มีร้านค้าเป็นของตนเองราว 300 สาขา ใน 5 ทวีปทั่วโลก และมีพนักงานทั้งหมดราว 1,860 คน โดยที่สำนักงานใหญ่มีพนักงานประมาณ 490 คน นอกจากนี้ THOMAS SABO ยังมีพันธมิตรทางการค้าประมาณ 2,800 รายทั่วโลก ซึ่งรวมถึงสายการบินและเรือสำราญชั้นนำอีกด้วย 

สื่อมวลชนติดต่อ

Felizia Kindermann

หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศและองค์กร

โทร. +49912397150-0

อีเมล: press@thomassabo.com 

ที่มา: THOMAS SABO GmbH & Co.KG

G2A Pay ตั้งเป้าเพิ่มวิธีชำระเงินท้องถิ่นรวมกว่า 200 รูปแบบภายในต้นปี 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง – 6 ธ.ค. – พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            G2A Pay ระบบชำระเงินออนไลน์ของ G2A.COM ซึ่งเป็นตลาดเกมดิจิทัลระดับโลก ประกาศแผนยกระดับการให้บริการ โดยจะนำเสนอวิธีการชำระเงินให้ครอบคลุมมากกว่า 200 รูปแบบภายในช่วงต้นปี 2560 รวมทั้งจะมีการอัพเกรดในส่วนของเครื่องมือวิเคราะห์ แอปมือถือ และเพิ่มฟีเจอร์ชำระเงินในคลิกเดียว

G2A Pay Logo / G2A Pay (PRNewsFoto/G2A.COM)

            (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161205/445528LOGO )

            ปัจจุบัน G2A Pay ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเข้าถึงบริการชำระเงินท้องถิ่นมากกว่า 150 วิธีการ (อาทิ บัตรเครดิต, PayPal, Boleto และQiwi) ในหกทวีป และ G2A Pay กำลังจะเพิ่มบริการชำระเงินอื่นๆเข้ามาในระบบ อาทิ Mister Cash, Bank Winter และ WeChat

            การขยายการให้บริการในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับสถานะของG2A Pay ในตลาดท้องถิ่น อาทิ เอเชีย เครือรัฐเอกราช และอเมริกาใต้ และช่วยให้ผู้ขายสามารถเข้าถึงลูกค้าทั่วโลกได้กว้างขวางขึ้น

            สำหรับฟีเจอร์อื่นๆที่มาพร้อมการอัพเกรดครั้งนี้ ได้แก่ การขยายช่องทางการจ่ายเงินให้กับร้านค้า อาทิ บัตรเติมเงิน และการรองรับสกุลเงินท้องถิ่นเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ G2A Pay ยังเตรียมยกระดับความสามารถของแอปมือมือถือและการชำระเงินในคลิกเดียวให้สามารถใช้งานได้ทั่วโลก โดยไม่จำกัดวงอยู่แค่บัญชี PayPal และบัตรเครดิตอีกต่อไป

            G2A Pay จะเดินหน้าพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์และรายงานผลต่อไปเช่นเดิม เพื่อให้ลูกค้าสามารถปรับปรุงกลยุทธ์เจาะตลาดโลกได้อย่างตรงจุด นำไปสู่การขยายศักยภาพทางธุรกิจถึงขีดสุด นอกจากนี้ G2A Payจะยังรักษามาตรฐานความปลอดภัยในขั้นสูงต่อไป เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะสามารถทำธุรกรรมอย่างไร้กังวล

            G2A Pay เป็นโซลูชั่นชำระเงินที่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมกราคม 2558 ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถรองรับอุปกรณ์หลายประเภทที่ใช้งานในชีวิตประจำวันทั้งในรูปแบบเสมือนหรือจับต้องได้ G2A Pay นำเสนอประสบการณ์การชำระเงินที่ตอบโจทย์ลูกค้า เปิดทางให้ลูกค้าเลือกรูปแบบการชำระเงินได้ตามความพอใจ ซึ่งนำไปสู่แหล่งของรายได้ที่เพิ่มขึ้นG2A Pay ป้องกันการเรียกเงินคืนและการฉ้อโกง และสามารถใช้งานผ่านมือถือ คอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ต นอกจากนี้ ระบบยังผนวกการทำงานของG2A Shield ซึ่งเป็นบริการลูกค้าระดับพรีเมียมของ G2A.COM อีกด้วย

            G2A.COM เป็นตลาดดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 12 ล้านคน และมีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลวางจำหน่าย 50,000รายการ

            สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ pr@g2a.com

            แหล่งข่าว: G2A.com

GroupM คาดเม็ดเงินโฆษณาปี 2560 ทั่วโลกแตะ 5.47 แสนล้านดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน และ นิวยอร์ก—6 ธ.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– การชะลอตัวของ GDP ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ บีบให้นักโฆษณาต้องทำงานมากขึ้นด้วยงบฯที่จำกัด

– นักโฆษณาชะลอการใช้งบฯ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ รวมถึงความไม่แน่นอนหลังอังกฤษลงประชามติถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป

– ตลาดที่เติบโตเร็วและสื่อดิจิทัล ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตอันดับต้นๆ

GroupM กลุ่มการลงทุนด้านสื่อชั้นนำของโลกในเครือ WPP ยืนยันการคาดการณ์เม็ดเงินโฆษณาทั่วโลกประจำปี 2559 พร้อมเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ใหม่สำหรับปี 2560 โดยปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งหลายทั่วโลกส่งผลให้เป็นอีกหนึ่งปีที่เม็ดเงินโฆษณาเติบโตไม่มากนัก ขณะที่แบรนด์ต่างๆยังคงได้รับแรงกดดันในการทำผลงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเติบโต และแม้ว่ามีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นสืบเนื่องจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐและการลงประชามติของสหราชอาณาจักรว่าด้วยการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป แต่งบประมาณด้านการโฆษณายังไม่ได้รับผลกระทบ โดยจีนและกลุ่ม โลกใหม่ชาติอื่นๆ ยังคงมีส่วนสนับสนุนการเติบโตทั่วโลกเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เริ่มไม่เติบโตอย่างฟู่ฟ่าตามแนวโน้มดุลยภาพใหม่ ส่วนแวดวงโฆษณาดิจิทัลนั้นยังคงเป็นธุรกิจที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากการเติบโตนี้

GroupM Logo / GroupM (PRNewsFoto/GroupM)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20151103/283547LOGO

เม็ดเงินโฆษณาปี 2560 คาดว่าจะอยู่ที่ 5.47 แสนล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 4.4%) โดยคาดว่าโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลจะมีสัดส่วนแตะ 33% ส่วนปี 2559 นั้น สื่อดิจิทัลคว้างบประมาณมาได้ 72 เซนต์ต่อทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับโฆษณาใหม่ ขณะที่สื่อทีวีคว้าไป 21 เซนต์ สำหรับปี 2560 คาดว่าสื่อดิจิทัลจะคว้างบฯไปได้ 77 เซนต์ต่อ 1 ดอลลาร์ ส่วนสื่อทีวีคาดว่าลดลงเหลือ 17 เซนต์ ทั้งนี้ สหรัฐและจีนคิดเป็นสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของการเติบโตสุทธิทั้งหมดในปี 2559 และ 2560 โดยจีนกลับมาขึ้นนำสหรัฐอีกครั้งอย่างฉิวเฉียด

เม็ดเงินโฆษณา หน่วยเป็นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในราคาปัจจุบัน

2558

คาดการณ์ 2559

คาดการณ์ 2560

อเมริกาเหนือ

183,049

188,675

193,655

yoy %

1.8

3.1

2.6

ในสหรัฐอเมริกา

173,311

178,839

183,523

yoy %

1.8

3.2

2.6

ลาตินอเมริกา

34,717

36,412

38,772

yoy %

7.7

4.9

6.5

ยุโรปตะวันตก

88,817

92,062

94,847

yoy %

2.9

3.7

3.0

ยุโรปกลางและตะวันออก

12,472

13,456

14,521

yoy %

-1.4

7.9

7.9

เอเชียแปซิฟิก (ทั้งหมด)

166,793

176,422

187,492

yoy %

5.9

5.8

6.3

ในจีน

74,151

80,034

86,275

yoy %

7.8

7.9

7.8

ตะวันออกกลางและแอฟริกา

16,952

17,468

18,085

yoy %

8.2

3.0

3.5

ทั่วโลก

502,799

524,495

547,371

yoy %

3.8

4.3

4.4

 

ด้วยงบโฆษณาที่เติบโตส่งท้ายปี GroupM China จึงได้ปรับคาดการณ์ปี 2559 เป็น +7.8% เพิ่มขึ้นจาก+6.6% ที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ งบโฆษณาสินค้าอุปโภคบริโภค FMCG ขยายตัว 4.6% ในไตรมาสสองเทียบรายปี เพิ่มขึ้นอย่างมากจากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 2.0%การขยายตัวของเขตเมืองและความเชื่อมั่นอันแข็งแกร่งในกลุ่มผู้บริโภคนั้น ได้ช่วยหนุนให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่จีนไม่น่าจะรักษาการขยายตัวในอัตราเลขสองหลักได้เหมือนกับในช่วงก่อนหน้านี้อีก โดยหลังพ้นช่วงเติบโตสูงสุดแล้ว GroupM คาดว่าเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลในจีนจะขยายตัว 29.5% ในปี 2559 จากนั้นจะชะลอตัวลงเหลือ 21.5% ในปีถัดไป

สหรัฐยังคงเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต GroupM ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 2559 เล็กน้อย จากเดิม 3.1%เป็น 3.2% และยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวีจากเดิม3.4% เป็น 4.1% เท่ากับอัตราการเติบโตในปีที่มีการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ (2555 และ 2557) ส่วนเม็ดเงินโฆษณาช่วงเลือกตั้งที่คึกคักน้อยลงในปีนี้ ถูกชดเชยด้วยงบโฆษณาช่วงกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน โดยได้มีการโยกงบประมาณบางส่วนจากสื่อดิจิทัลไปยังสื่อทีวี โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเภสัชภัณฑ์และสินค้าประเภท CPG ขณะที่ปี 2560 นั้น ทาง GroupM ได้ปรับลดคาดการณ์เหลือ 2.6% เนื่องจาก GDP โลกและสหรัฐอ่อนแรงลง ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองซึ่งยังไม่ส่งผลกระทบต่องบประมาณโฆษณา

ผลการลงประชามติของสหราชอาณาจักรได้ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน แต่นับจนถึงวันนี้ยังไม่กระทบแวดวงโฆษณา GroupM ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์สำหรับอังกฤษเป็น 7% ต่อปี โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากสื่อดิจิทัล หรือคิดเป็นการลงทุนเพิ่มถึง 3.0 พันล้านดอลลาร์ในช่วงสองปี 2559-2560 เทียบกับ 3.3 พันล้านดอลลาร์จากประเทศอื่นๆในสหภาพยุโรปรวมกัน

ในส่วนของประเทศกลุ่ม BRICS ทาง GroupM มองว่าบราซิลกำลังฟื้นตัวจากภาวะถดถอย หลังจากที่ได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการจัดมหกรรมโอลิมปิก โดยได้มีการโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลมากขึ้น ส่วนใหญ่ผ่านแพลตฟอร์มมือถือ ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปี จำนวนผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ได้เติบโตถึง 22% แตะ 74 ล้านคนแล้ว สำหรับปี 2560 คาดว่าเม็ดเงินโฆษณาจะขยายตัวราว 2% มากพอที่จะหนุนให้บราซิลขึ้นแท่นตลาดโฆษณาที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 5 ของโลก (สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร บราซิล เยอรมนี)

ปัจจุบัน อินเดียยังคงเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในบรรดา 10 ตลาดโฆษณาที่มีมูลค่าเกิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สำหรับปี 2559 นั้นคาดว่าจะขยายตัว 13.8% และขยายตัว 12.5% ในปี 2560 โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ ความต้องการในเขตเมืองที่ยังเพิ่มขึ้น รวมถึงแรงกระเพื่อมจากการปฏิรูปที่สำคัญๆ

รัสเซียยังคงฟื้นตัวอย่างรวดเร็วต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาสแรก ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 2559 เป็น 9.5% โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากความต้องการโฆษณาผ่านทีวีในไตรมาสสี่ และการเติบโตในการทำโฆษณาผ่านเสิร์ชเอนจิน ขณะที่ความต้องการโฆษณาผ่านเสิร์ชเอนจินกว่าครึ่งหนึ่งนั้นมาจากธุรกิจขนาดย่อมที่ไม่มีงบมากพอสำหรับสื่ออื่น ความต้องการจากนักโฆษณารายใหญ่ก็แข็งแกร่งเช่นกัน สำหรับปี 2560 นั้นคาดว่าจะเติบโต 10% ด้วยแรงขับเคลื่อนจากสื่อทีวีและอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ GroupM คาดการณ์แนวโน้มดังกล่าวโดยอาศัยทรัพยากรของ WPPที่มีอยู่ทั่วโลก ทั้งในด้านการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ วิจัยตลาด และการสื่อสารพิเศษ พร้อมเผยแพร่การคาดการณ์เหล่านี้ในรายงาน This Year, Next Year  โดยอดัม สมิธ ผู้อำนวยการฝ่าย Futures ของ GroupM “ตลอดเวลาที่ผ่านมา เม็ดเงินโฆษณาได้เติบโตตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวคงที่ในระดับต่ำเป็นเวลานานมาตั้งแต่ปี 2553 แต่การคาดการณ์ใหม่เหล่านี้ได้เน้นย้ำให้เห็นว่า การโฆษณาในยุคของเรานั้นเป็นเรื่องของโครงสร้างไม่ใช่วงจรขึ้นลง โดยผ่านไป 20 ปีตั้งแต่ที่อินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นสื่อโฆษณาที่วัดผลได้ สื่อดิจิทัลก็ยังคงเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตของสื่อโฆษณา และยังเป็นเครื่องมือสำคัญของวงการการตลาดทั้งหมดด้วยคุณสมิธกล่าว สิ่งนี้ช่วยเพิ่มตัวเลือก โอกาส ตลอดจนความเสี่ยง ขณะที่ความเป็นอิสระและความมุ่งมั่นทุ่มเทมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักโฆษณาสมัยนี้

เกี่ยวกับ GroupM 

GroupM เป็นกลุ่มบริหารจัดการการลงทุนด้านสื่อชั้นแนวหน้าระดับโลก โดยเป็นบริษัทแม่ของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ WPP ได้แก่ Mindshare, MEC, MediaCom, Maxus, Essence และ m/SIX รวมทั้งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มจัดการและวางแผนสื่อดิจิทัล (programmatic digital media platform) อย่าง Xaxis ซึ่งแต่ละรายต่างมีการดำเนินงานอยู่ทั่วโลกด้วยตำแหน่งผู้นำตลาด จุดมุ่งหมายหลักของ GroupM คือเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ WPP ให้ได้สูงสุด โดยรับบทบาทเป็นผู้นำและผู้ประสานงานด้านการซื้อขาย การสร้างสรรค์คอนเทนต์ กีฬา ดิจิทัล การเงิน และการพัฒนาเครื่องมือที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท GroupM มุ่งนำเสนอความได้เปรียบในตลาดอย่างเหนือชั้นให้แก่ลูกค้า ผู้ถือประโยชน์ร่วม และบุคลากรของบริษัท และทำงานร่วมกับKantar ซึ่งเป็นกลุ่มบริหารจัดการการลงทุนด้านข้อมูลของ WPP อย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ รายได้ของGroupM และ Kantar รวมกันนั้นคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของรายได้ของกลุ่มบริษัท WPP ที่กว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GroupM ได้ที่ www.groupm.com
ติดตาม @GroupMWorldwide ทางทวิตเตอร์
ติดตาม GroupM บนลิงค์อิน– https://www.linkedin.com/company/groupm

ติดต่อ:

Adam Smith, Futures Director

Adam.Smith@GroupM.com

+44 (0)20 7969 4083

David.Grabert@GroupM.com

212.297.8092

Samantha.Kops@GroupM.com

917.421.3019

“ทาทา สตีล” เดินหน้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยเทคโนโลยี EnergyNest

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออสโล, นอร์เวย์–6 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

นวัตกรรมกักเก็บพลังงานความร้อน EnergyNest ช่วยให้นำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ได้

ทาทา สตีล (Tata Steel) มีโรงงานผลิตหลายแห่งในเมืองอิจมุยเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ และในระหว่างกระบวนการผลิตบางขั้นตอนได้มีการปล่อยไอเสียอุณหภูมิสูงออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ โดยไม่ได้ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์

 EnergyNest-Thermal-Energy-Storage / EnergyNest Thermal Energy Storage (TES) (PRNewsFoto/EnergyNest)

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161202/445006 )

ทาทา สตีล มุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อความยั่งยืนมาโดยตลอด และเพื่อยกระดับการใช้พลังงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด โรงงานแห่งนึ่งในเมืองอิจมุยเดนจึงได้หันมาใช้ประโยชน์จากพลังงานที่มาจากไอเสียระหว่างกระบวนการผลิต และนำกลับมาใช้ใหม่ในโรงงานนั่นเอง อีกทั้งยังได้สร้างระบบกักเก็บพลังงานสำหรับรองรับการผลิตภายในโรงงานอีกด้วย

เทคโนโลยี EnergyNest ทำให้ทาทา สตีล สามารถบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ โดยการกักเก็บพลังงานความร้อนรูปแบบใหม่นี้ สามารถรวบรวมความร้อนเหลือทิ้งและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ในภายหลัง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยสามารถลดการใช้ก๊าซธรรมชาติลง ซึ่งทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงตามไปด้วย เทคโนโลยีกักเก็บพลังงานความร้อน EnergyNest สามารถติดตั้งและใช้งานได้ง่ายเนื่องจากไม่มีชิ้นส่วนที่ขยับได้ นอกจากนั้นยังเป็นโซลูชั่น “Energy on Demand” แบบครบวงจร ซึ่งจะถูกนำไปพัฒนาต่อร่วมกับบริษัท Jord ผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมโรงงานและ EPC ทั้งนี้ การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จะทำให้โรงงานของทาทา สตีล ในเมืองอิจมุยเดนกลายเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่สามารถใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

EnergyNest ปฏิวัติการกักเก็บพลังงานความร้อนรูปแบบใหม่ ด้วยอัตราประสิทธิภาพมากกว่า 95% หัวใจสำคัญของนวัตกรรมนี้อยู่ที่คอนกรีตชนิดพิเศษที่เรียกว่า HEATCRETE(R) ที่สามารถกักเก็บพลังงานความร้อนปริมาณมากได้เป็นระยะเวลานานโดยสูญเสียความร้อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (1% ต่อวัน)

ติดต่อ:

Yamaoka International Public Relations GmbH

Robin Tillmann

โทร. +49(0)40/300-326-55

อีเมล: energynest@yamaoka.de

ที่มา: EnergyNest