เมนสตรีม รีนิวเอเบิล พาวเวอร์ คว้าสัญญาสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลม 7 แห่งในชิลี มูลค่ารวม 1.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดับลิน–18 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

เมนสตรีม รีนิวเอเบิล พาวเวอร์ (Mainstream Renewable Power) ผู้พัฒนาพลังงานลมและพลังแสงอาทิตย์ระดับโลก คว้าสัญญาหลายฉบับจากคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติของประเทศชิลี เพื่อก่อสร้างและดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานลมระดับสาธารณูปโภค 7 แห่ง ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมกัน 986 เมกะวัตต์ โครงการเหล่านี้มีอายุสัญญา 20 ปี และตั้งอยู่ทั่วประเทศชิลี โดยจะเริ่มป้อนไฟฟ้าสะอาดต้นทุนต่ำเข้าสู่ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 เป็นต้นไป

 Mainstream Renewable Power Logo / Mainstream Renewable Power Logo

Mainstream Renewable Power Logo

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20130606/618541 ) 

เมนสตรีมเป็นหนึ่งในบริษัทที่คว้าสัญญามาได้มากที่สุด ในการประมูลสร้างโรงไฟฟ้าครั้งใหญ่ที่สุดและมีการแข่งขันดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยมีบริษัทมากถึง 84 แห่งที่ยื่นประมูลขอผลิตไฟฟ้ารวม 85,000 กิกะวัตต์ชั่วโมง หรือมากกว่าความต้องการถึง 7 เท่า เพราะรัฐต้องการให้ผลิตเพียง12,000 กิกะวัตต์ชั่วโมงเท่านั้น การประมูลรอบนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่เมนสตรีมเข้าร่วมการประมูลในชิลีอย่างอิสระและเป็นเจ้าของโครงการทั้งหมด 100% 

นับตั้งแต่บุกตลาดชิลีในปี 2552 เมนสตรีมได้สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ที่ครบวงจรที่สุดเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆ โดยมีกำลังการผลิตทั่วชิลีกว่า 2,000 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ เมนสตรีมยังร่วมทุนกับบริษัท Actis (Aela Energia) ในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มเติมอีก 300 เมกะวัตต์ (ชนะการประมูลในปี 2558) โดยมีกำหนดการก่อสร้างในปีนี้ เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าในปี 2560 ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีฟาร์มกังหันลมขนาด 33 เมกะวัตต์ที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2557 ด้วย 

เอ็ดดี้ โอคอนเนอร์ ประธานบริหารของเมนสตรีม กล่าวว่า “การชนะประมูลในครั้งนี้ตอกย้ำความเป็นผู้นำของเมนสตรีมในตลาดพลังงานเกิดใหม่ที่มีอัตราการขยายตัวสูง เราจะพัฒนาโครงการเหล่านี้ให้ได้มาตรฐานสูงสุด เพื่อป้อนไฟฟ้าราคาประหยัดสู่ระบบของชิลีตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป และในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผมจะประชุมร่วมกับซีอีโอของบรรดาบริษัทผู้ผลิตกังหันลมรายใหญ่ เพื่อเจรจาเรื่องกังหันรุ่นใหม่ที่จะนำมาใช้ในโครงการเหล่านี้” 

คุณโอคอนเนอร์กล่าวเสริมว่า “เราเคยคว้าสัญญาหลายโครงการทั้งในแถบทะเลเหนือ ชิลี แอฟริกาใต้ อียิปต์ เซเนกัล กานา รวมถึงสหรัฐอเมริกา และเรายังคงเดินหน้าแสวงหาช่องทางใหม่ๆในการระดมทุนให้กับโครงการต่างๆของเรา ในขณะที่เรากำลังขยายโครงการไปยังตลาดเกิดใหม่ เช่น การระดมทุนจากตราสารทุนจำนวน 117.5 ล้านดอลลาร์สำหรับโครงการในแอฟริกา ซึ่งดึงดูดนักลงทุนได้เป็นจำนวนมาก รวมถึง IFC และ Rockefeller Brothers Fund”

ติดต่อ:

            เอมเมต เคิร์ลลีย์

โทร. +353-86-2411690 

แหล่งข่าว: เมนสตรีม รีนิวเอเบิล พาวเวอร์

“Wynn Palace” โรงแรมหรูสุดอลังการแห่งใหม่ในมาเก๊า เตรียมเปิดให้บริการ 22 สิงหาคมนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาเก๊า–18 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ผลงานแห่งความภาคภูมิใจที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจในมาเก๊า

หลังจากใช้เวลาในการพัฒนานานถึง 6 ปี ในที่สุด Wynn Resorts ก็พร้อมแล้วที่จะเปิดตัว “Wynn Palace” ผลงานชิ้นเอกใหม่ล่าสุดของ สตีฟ วินน์ ในวันที่ 22สิงหาคม เวลา 20.00 น. โรงแรมอันโดดเด่นแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จสูงสุดของสตีฟ วินน์ ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมโรงแรมมานานกว่า 45 ปี และจะกำหนดนิยามใหม่ของความหรูหรา เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนามาเก๊าให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการพักผ่อนหย่อนใจของโลก

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.prnasia.com/mnr/wynnpalace_201608.shtml 

วิดีโอ – http://static.prnasia.com/pro/media/201608/wynn/video.mp4

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160816/8521605156-a

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160816/8521605156-b

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160816/8521605156-c

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160816/8521605156-d

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160816/8521605156-e

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160817/8521605156-f

 

Wynn Palace ที่ตกแต่งในธีมดอกไม้ จะพาแขกทุกท่านท่องไปในโลกแห่งความงาม ความตื่นตาตื่นใจ และความบันเทิง เริ่มจากการนั่งกระเช้าไฟฟ้าปรับอากาศSkyCab ข้ามผ่านทะเลสาบ Performance Lake ขนาด 8 เอเคอร์ ไปยังใจกลางโรงแรม Wynn Palace ผสานความผ่อนคลายและความหรูหราอย่างลงตัว เพื่อเปิดประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่นในเอเชียให้แก่นักเดินทางผู้มีรสนิยม สำหรับไฮไลท์ของโรงแรมอยู่ที่ห้องเดี่ยว ห้องสวีท และวิลล่าที่ได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงรวมทั้งสิ้น 1,706 ห้อง การประดับตกแต่งด้วยดอกไม้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ การจัดแสดงผลงานศิลปะหายาก ห้องประชุมอเนกประสงค์ สปาสุดหรู ตลอดจนศูนย์รวมสินค้าแบรนด์ดังและร้านอาหารเลิศรสบนพื้นที่ 18,580 ตารางเมตร

นอกเหนือจากสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรมแล้ว แขกผู้เข้าพักจะได้รับบริการและการดูแลเอาใจใส่ในแบบฉบับของ Wynn เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้มาเยือน Wynn Palace จะได้รับประสบการณ์สุดแสนประทับใจไม่รู้ลืมและกลับมาที่นี่อีกในอนาคต

สามารถจองห้องพักทางโทรศัพท์ได้ที่ (853) 8889 3888 (โทรฟรีในฮ่องกง: 800 961 198) หรือทางอีเมลที่ roomreservations@wynnpalace.comหรือทางออนไลน์ที่ wynnpalace.com

สามารถดาวน์โหลดรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่ Wynn Palace Press Room ตามรายละเอียดดังนี้

URL: http://pressroom.wynnpalace.com/
Username: media_user
Password: wp2016opening

เกี่ยวกับ Wynn Resorts

Wynn Resorts, Limited (Nasdaq: WYNN) จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq Global Select Market ภายใต้สัญลักษณ์ WYNN และเป็นส่วนหนึ่งของดัชนี S&P 500 และ NASDAQ-100 ทั้งนี้ Wynn Resorts เป็นเจ้าของและผู้บริหารโรงแรม Wynn and Encore Las Vegas (www.wynnlasvegas.com) และ Wynn and Encore Macau (www.wynnmacau.com )

Wynn and Encore Las Vegas คือโรงแรมหรู 2 อาคารที่เพียบพร้อมด้วยห้องเดี่ยว ห้องสวีท และวิลล่ากว้างขวางรวม 4,748 ห้อง คาสิโนขนาด 186,000 ตารางฟุต ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 34 ร้านที่ให้บริการโดยเชฟชื่อดัง สปาระดับรางวัลการันตี 2 แห่ง สนามกอล์ฟ 18 หลุม ห้องประชุม พื้นที่สำหรับค้าปลีก 99,000 ตารางฟุต โชว์รูมสำหรับจัดแสดง 2 แห่ง ไนท์คลับ 3 แห่ง (หนึ่งในนั้นคือไนท์คลับ Intrigue ที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนเมษายน) และบีชคลับ

Wynn and Encore Macau คือโรงแรมคาสิโนในเขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยประกอบด้วยโรงแรมหรู 2 อาคาร ที่มีห้องเดี่ยวและห้องสวีทกว้างขวางรวม 1,008 ห้อง พร้อมคาสิโนบนพื้นที่ 280,000 ตารางฟุต ร้านอาหารทั้งแบบหรูหราและแบบสบายๆ 8 ร้าน พื้นที่ค้าปลีก 57,000 ตารางฟุต สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งรวมถึงเฮลท์คลับ 2 แห่ง สปา 2 แห่ง และสระว่ายน้ำ

 

EnergyNest เปิดตัว HEATCRETE(R) เพิ่มมูลค่าให้กับความร้อนเหลือทิ้ง พร้อมต่อยอดประสิทธิภาพให้กับอุตสาหกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออสโล, นอร์เวย์–17 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          การดำเนินงานด้านอุตสาหกรรมจำเป็นต้องใช้พลังงานสูงมาก และพลังงานจำนวนมหาศาลเหล่านี้จะสูญหายไปในรูปของความร้อนเหลือทิ้งหลังการใช้ การกักเก็บพลังงานความร้อนของ EnergyNest ช่วยให้มั่นใจได้ว่าต่อไปนี้พลังงานดังกล่าวจะสามารถแปลงสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลังจากกักเก็บแล้ว ความร้อนเหลือทิ้งจะสามารถนำกลับมาใช้ได้หลายทาง อาทิ ใช้ในการผลิตไอน้ำ ผลิตไฟฟ้าใช้เอง หรือทำให้ระบบส่งไฟฟ้าทั้งระบบมีความเสถียร การจัดการดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย แต่ที่สำคัญก็คือการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะส่งผลสืบเนื่องให้การดำเนินงานด้านอุตสาหกรรมมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มมูลค่าทางด้านอุตสาหกรรมนี้ไม่เพียงแต่จะนำไปสู่สมดุลด้านพลังงานที่ดีขึ้นเท่านั้น หากแต่โครงการในรูปแบบดังกล่าวจะได้รับทุนคืนเร็วขึ้น ส่งผลให้โครงการเหล่านี้มีความน่าสนใจอย่างยิ่งในเชิงเศรษฐศาสตร์

A single EnergyNest Thermal Energy Storage module, fitting into a standard 40-foot container, provides an energy capacity of up to two megawatt hours thermal. Due to its modular structure, the system can be specified to individual requirements and scaled up into the gigawatt hour range. (PRNewsFoto/EnergyNest)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160816/398417 )

Masdar Institute and EnergyNest initiated a comprehensive joint research project in 2013 for building and testing a 2 x 500 kWhth Thermal Energy Storage (TES) pilot. The pilot facility is now fully operational and has been validated by DNV GL with regards to operating temperature, energy storage capacity, and energy efficiency. (PRNewsFoto/EnergyNest)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160816/398418 )

          หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของโซลูชันทางเทคนิคตัวใหม่นี้ก็คือ HEATCRETE(R) คอนกรีตสมรรถนะสูง ซึ่งประกอบไปด้วยควอตซ์ 75% และสารเติมแต่ง 25% โครงสร้างตัวนำเหล็กกล้าจะครอบท่อเหล็กคาร์บอนที่มีการฝัง HEATCRETE(R) เอาไว้ โดยน้ำมันถ่ายเทความร้อนที่ไหลผ่านท่อนี้จะเพิ่มและคลายประจุให้กับระบบกักเก็บที่ความดันสูงสุด 160 บาร์ โดยโมดูลเดี่ยว ซึ่งมีขนาดพอเหมาะกับคอนเทนเนอร์มาตรฐาน 40 ฟุต สามารถผลิตพลังงานจากความร้อนได้สูงถึง 2 เมกะวัตต์ชั่วโมง และเนื่องจากมีโครงสร้างเป็นโมดูล ระบบนี้จึงสามารถขยายกำลังการผลิตสู่ระดับกิกะวัตต์ชั่วโมงได้

          ระบบดังกล่าวมีต้นทุนต่ำกว่าเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานอื่น ๆ ประมาณ 20-25 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งคิดเป็นเพียงแค่เศษส่วนของราคาแบตเตอรี เนื่องจากมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งและไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว ระบบกักเก็บพลังงานนี้จึงทำงานได้โดยแทบจะไม่ต้องมีการซ่อมบำรุง ดังนั้นจึงมีต้นทุนในการดำเนินงานเพียง 1 ใน 5 ของระบบกักเก็บอื่น ๆ อีกทั้งยังมีศักยภาพสูงมากในการผลิตไฟฟ้าจากความร้อนเหลือทิ้งใช้เอง ธุรกิจต่าง ๆ จึงสามารถลดค่าไฟฟ้าในช่วงที่ความต้องการไฟฟ้าสูงได้ ด้วยการติดตั้งระบบดังกล่าว ซึ่งแปลงความร้อนเหลือทิ้งให้เป็นพลังงานไฟฟ้า

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.energy-nest.com

          Yamaoka International PR

          Jana Erhart

          อีเมล: energynest@yamaoka.de

          โทร: +49-4030-032-615

          ที่มา: EnergyNest

อินโฟเควสท์ ลุยสัมมนาหุ้นต่อเนื่อง ลงต่อภาคใต้! ขอเชิญนักลงทุนชาวสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมสัมมนาหุ้นฟรี! ในงาน “The Stock Season 3 ตอน สแกนหุ้นเด่น เฟ้นหุ้นโดนใจ by Aspen Mobile”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อินโฟเควสท์ ลุยสัมมนาหุ้นต่อเนื่อง ลงต่อภาคใต้! ขอเชิญนักลงทุนชาวสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมสัมมนาหุ้นฟรี! ในงาน “The Stock Season 3 ตอน สแกนหุ้นเด่น เฟ้นหุ้นโดนใจ by Aspen Mobile” เสาร์ที่ 27 ส.ค. นี้ จำกัด 400 ที่นั่ง!

บริษัท อินโฟเควสท์ จำกัด ผู้ให้บริการโปรแกรมวิเคราะห์หุ้นชั้นนำ แอสเพนขอเชิญนักลงทุนมาร่วมเฟ้นหุ้นแบบเจาะลึก พร้อมฟังการวิเคราะห์หุ้นแบบสดๆ และแนะนำแนวทางการหาหุ้นเด่นด้วยฟังก์ชันการสแกนหุ้นจากบริการ Aspen Mobile โดยวิทยากรมากประสบการณ์ คุณนภ ฉิมพาลี ผู้อำนวยการสายงานการตลาดจากหลักทรัพย์ KTBST นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถนำTablet / Smartphone ส่วนตัว มาที่บูธ “Clinic Aspen” เพื่อรับคำแนะนำ – ปรึกษาปัญหาการใช้งานแอสเพนกับผู้เชี่ยวชาญได้บริเวณหน้างาน

ในสัมมนาหุ้น “The Stock Season 3 ตอน สแกนหุ้นเด่น เฟ้นหุ้นโดนใจ by Aspen Mobile” เสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2559 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา …ฟรี! ตลอดงาน จำกัด 400 ท่านเท่านั้น สำรองที่นั่งด่วน โทร. 092-872-2181, 081-131-8280 (จันทร์ ศุกร์ เวลา 8.00 – 17.00 น.) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.infoquest.co.th/th/thestock2016-songkhla/

บริษัท อินโฟเควสท์ จำกัด 888/178 อาคารมหาทุนพลาซ่า ชั้น 17  ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร. 02-253-5000 อีเมล:mr@infoquest.co.th   เว็บไซต์ www.infoquest.co.th

Datacolor® เปิดตัว Spyder®5CAPTURE PRO โซลูชั่นส์ตัวเทียบสีครบวงจรสำหรับมืออาชีพด้านภาพถ่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

ลอว์เรนซ์วิลล์ รัฐนิวเจอร์ซีย์–(บิสิเนส ไวร์)–16 สิงหาคม 2016

Datacolor® ผู้นำของโลกในด้านโซลูชั่นส์การจัดการสี ในวันนี้ได้ประกาศเปิดตัว Spyder®5CAPTURE PRO ซึ่งเป็นยุคใหม่ของโซลูชั่นส์ในการปรับเทียบสีสำหรับช่างภาพ ดีไซเนอร์ และช่างภาพมืออาชีพ Spyder5CAPTURE PRO ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่สำคัญในการจัดการสี นับตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นถ่ายภาพไปจนถึงขั้นตอนหลังการผลิต ซึ่งประกอบไปด้วย SpyderLENSCAL, SpyderCHECKR, SpyderCUBE และ Spyder5ELITE

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51394885&lang=en

Datacolor Spyder5 CAPTURE PRO (Photo: Business Wire)

Datacolor Spyder5 CAPTURE PRO (Photo: Business Wire)

https://mbox.s214.sureserver.com/download_attachment.php/3579720cDatacolor_Spyder5CAPTURE_PRO.JPG?msguid=273&partbody=4&partprop=4&fname=3579720cDatacolor_Spyder5CAPTURE_PRO.JPG&folder=Inbox
Datacolor Spyder5 CAPTURE PRO (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

• SpyderLENSCAL สามารถให้ผู้ใช้ทำการคาลิเบรทกล้องและเลนส์ ซึ่งจะช่วยให้มีออโต้โฟกัสที่ถูกต้องแม่นยำ
• SpyderCHECKR และ SpyderCUBE จะช่วยให้ผู้ใช้งานมีเครื่องมืออ้างอิงในการช่วยควบคุมคอนทราสต์ ไวท์บาลานซ์ และสีในขณะที่ปรับเปลี่ยนแก้ไขภาพ
• Spyder5ELITE ใช้เพื่อเทียบจอแสดงผลให้ได้มาตรฐาน ทำให้มั่นใจว่าสีของภาพบนจอภาพจะแม่นยำและตรงกับภาพเวลาทำการสั่งพิมพ์ใน ทุกครั้ง

“เรารู้ว่าสีที่ถูกต้องแม่นยำนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างไรสำหรับช่างภาพ และเราก็ทราบด้วยว่ามันอาจเป็นเรื่องที่ใช้เวลามากในการปรับสีภาพ” Heath Barber ผู้จัดการการตลาด Imaging ของ Datacolor กล่าว “ Spyder5CAPTURE PRO ช่วยลดเวลาการปรับแก้ตกแต่งภาพโดยทำให้ผู้ใช้สามารถมีเวิร์คโฟลการทำงานที่รวด เร็วและราบรื่น นับตั้งแต่ขั้นตอนการถ่ายภาพไปจนถึงขั้นตอนหลังการถ่าย โดยได้นำเอาเครื่องมือชั้นนำในด้านการจัดการสีทั้งหลายมารวมเข้าด้วยกันในแพ็กเกจเดียวและในราคาเหมาะสม”

Spyder5CAPTURE PRO เป็นการรวบรวมชุดผลิตภัณฑ์ทั้งแพ็กเกจ ทำให้ได้ราคาที่ประหยัดไปกว่า 30 เปอร์เซนต์

Datacolor และ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการถ่ายภาพที่ร่วมรายการ เสนอราคาช่วงแนะนำของ Spyder5CAPTURE PRO อยู่ที่ $269.99 หากซื้อภายใน 9/30/2016 หลังจาก 9/30/2016 Spyder5CAPTURE PRO จะจำหน่ายในราคาค้าปลีกที่ $369.99 (ราคาที่ระบุนี้ สำหรับเฉพาะพื้นที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา และ ประเทศสหภาพยุโรปเท่านั้น

สำหรับประเทศในเอเซีย กรุณาติดต่อสอบถามรายละเอียดจากตัวแทนจำหน่ายของประเทศนั้น) สามารถเข้าชมข้อมูลเพิ่มเติมของ Spyder5CAPTURE PRO ได้ที่ datacolor.com/spyder5capturepro-pr

เกี่ยวกับ Datacolor
Datacolor เป็นผู้นำของโลกในด้านโซลูชั่นส์การจัดการสี บริษัทให้บริการและผลิตซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ และบริการต่างๆ ที่รับประกันความแม่นยำของสีในวัสดุ ผลิตภัณฑ์ และรูปภาพ บรรดาแบรนด์ชั้นนำของโลก ผู้ผลิตและผู้เชี่ยวชาญในวงการครีเอทีฟต่างใช้โซลูชั่นนวัตกรรมของดาต้าคัลเลอร์ จนประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการจัดการสีได้อย่างถูกต้องมายาวนานกว่า 40 ปี

บริษัทดำเนินงานด้านการขาย บริการ และการสนับสนุน ในกว่า 65 ประเทศทั่วยุโรป อเมริกา และเอเชีย อุตสาหกรรมที่รองรับการบริการของเรา ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย สีและสารเคลือบผิว ยานยนต์ พลาสติก ไมโครสโคปี รูปถ่าย และวิดีโอ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่http://www.datacolor.com

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/cgi-bin/mmg.cgi?eid=51394885&lang=en

ติดต่อ:
Datacolor Asia Pacific (HK) Limited
Nelson Ngai, +852-2420-8283
Senior Marketing Manager, Asia Pacific
nngai@datacolor.com
www.datacolor.com
หรือ
Datacolor Trading (Shanghai) Co., Ltd.
Bonnie Zhou, +86-21-5308-6988
Marketing Manager, Imaging, China
bonniezhou@datacolor.com
www.datacolorchina.cn เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Kepware(R) เปิดตัว KEPServerEX(R) V5.21 ขยายความสามารถในการทำงานร่วมกับ แพลตฟอร์ม ThingWorx(R) IOT Platform

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

พอร์ตแลนด์, เมน–17 ส.ค. –พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟคเควสท์

            – การทำงานได้โดยตรงผ่านทางเนทีฟไคลเอนต์อินเตอร์เฟส ThingWorx โฉมใหม่ เปิดทางให้นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นสามารถเข้าถึงข้อมูลระบบอัตโนมัติระดับอุตสาหกรรมในแบบเรียลไทม์

            Kepware Technologies ธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์การเชื่อมต่อระดับอุตสาหกรรมในเครือบริษัท PTC ประกาศเปิดตัว KEPServerEX(R) เวอร์ชั่น 5.21 เพิ่มออปชั่นการเชื่อมต่อ พร้อมกับขยายความสามารถในการทำงานร่วมกับ ThingWorx(R) IoT Platform นำไปสูการพัฒนาและการใช้งานโซลูชั่นเชื่อมต่ออันชาญฉลาดสำหรับ Internet of Things (IoT) ที่รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม

 

Direct integration via the new ThingWorx native client interface provides application developers access to real-time industrial automation data (PRNewsFoto/Kepware Technologies)

            รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160812/397747 

KEPWARE TECHNOLOGIES LOGO / Kepware Technologies. (PRNewsFoto/Kepware Technologies)

Kepware Technologies. (PRNewsFoto/Kepware Technologies)

            โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20130402/NE86794LOGO

            KEPServerEX(R) เวอร์ชั่น 5.21 นำเสนอเนทีฟไคลเอนต์อินเตอร์เฟส ThingWorx โฉมใหม่ ซึ่งเป็นโซลูชั่นครบวงจรที่พัฒนาขึ้นเพื่อมอบการเชื่อมต่อที่รวดเร็วให้กับอุปกรณ์ระดับอุตสาหกรรม อาทิ PLC, RTU, PAC, DAQ, คอนโทรลเลอร์ และอีกมากมาย เนทีฟไคลเอนต์อินเตอร์เฟส ThingWorx ช่วยต่อยอดการทำงานของ KEPServerEX และดึงศักยภาพของไลบรารีไดร์เวอร์การสื่อสารของ Kepware ซึ่งมีมากกว่า 150 ตัว ในการให้ข้อมูลการควบคุมระดับอุตสาหกรรมในแบบสองช่องทางเพื่อป้อนให้แก่ IoT ThingWorx Platform

            “ผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดของเราเป็นการต่อยอดโซลูชั่นการเชื่อมต่อ IoT ที่แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม และถือเป็นการยกระดับการพัฒนาแอพให้เกิดความรวดเร็วโทนี เพน ประธานฝ่ายแพลตฟอร์ม ของ Kepware กล่าว รูปแบบการทำงานซึ่งเปิดให้ใช้งานจากเนทีฟไคลเอนต์อินเตอร์เฟส ThingWorx โฉมใหม่นี้ ช่วยให้ลูกค้าและผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น ThingWorx เข้าถึงตัวเลือกการเชื่อมต่อและการควบคุมที่หลากหลายขึ้น นำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น

            นอกจากนี้ เวอร์ชั่นอัพเดทใหม่ยังมาพร้อม KEPServerEX Extension สำหรับ ThingWorx IoT Platform ช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อและปรับตั้งค่าแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นเพื่อ ThingWorx ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยส่วนขยายนี้จะปรับตั้งค่าเทมเพลต remote thing ของ KEPServerEX ภายใน ThingWorx โดยอัตโนมัติ และนำเสนอบริการค้นหา ตรวจสอบ บันทึก และทำงานโดยตอบสนองการปรับตั้งค่าดังกล่าว สำหรับส่วนขยายนี้ให้บริการฟรี โดยจะติดตั้งมาพร้อมกับKEPServerEX หรือเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ ThingWorx Marketplace

 

            ที่ PTC เรามุ่งมั่นทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าโซลูชั่น IoT ทั้งหมดของเราทำงานได้อย่างราบรื่นและมีศักยภาพสูงในการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆร็อบ เกรมลีย์ ประธานกลุ่มแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ของ PTC กล่าว ลูกค้าที่เลือกวางมาตรฐานโดยใช้เทคโนโลยีจาก PTC สามารถมั่นใจได้เลยว่าเราจะมอบประสบการณ์ที่ราบรื่น และผลิตภัณฑ์เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดจาก Kepware ก็ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นทุ่มเทนี้

            นอกเหนือจากเนทีฟไคลเอนต์อินเตอร์เฟส ThingWorx โฉมใหม่แล้ว KEPServerEX เวอร์ชั่น 5.21 ยังมาพร้อมรายการอัพเดท 18 รายการ สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ไดร์เวอร์บางตัว และปลั๊กอินขั้นสูง

          ข้อมูลเพิ่มเติม

          – ดาวน์โหลด KEPServerEX เวอร์ชั่น 5.21

            – ศึกษาตัวเลือกการเชื่อมต่อ KEPServerEX กับ ThingWorx

          – ติดต่อตัวแทน Kepware ได้ที่โทร. +1 888-KEPWARE (537-9273) x208 หรืออีเมล sales@kepware.com เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Kepware, Inc.

           @Kepware Technologies เป็นธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์ในเครือบริษัท PTC Inc. ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐเมน บริษัทนำเสนอโซลูชั่นซอฟต์แวร์อันหลากหลายเพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อัตโนมัติเข้ากับซอฟต์แวร์ และเปิดการใช้งาน Industrial Internet of Things ทั้งนี้Kepware ให้บริการลูกค้าในสายงานอันหลากหลาย ตั้งแต่ในโรงงาน แท่นขุดเจาะน้ำมัน ไปจนถึงฟาร์มกังหันลม ครอบคลุมตลาดแนวดิ่งต่างๆทั่วโลก เช่น ภาคการผลิต น้ำมันและก๊าซ ระบบอัตโนมัติภายในอาคาร ไฟฟ้าและสาธารณูปโภค และอื่นๆอีกมากมาย Kepware ก่อตั้งขึ้นในปี 2538 และปัจจุบันจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 100 ประเทศ ผู้ประกอบธุรกิจหลายพันรายนำโซลูชั่นซอฟต์แวร์ของ Kepware ไปใช้พัฒนาการดำเนินงานและประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ www.kepware.com

          เกี่ยวกับ PTC

          PTC (NASDAQ: PTC) เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งช่วยเปลี่ยนแนวทางที่บริษัทต่างๆใช้ในการสร้างสรรค์ ดำเนินการ และให้บริการในโลกแห่ง Internet of Things (IoT) บริษัทนำเสนอแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ThingWorx(R) แห่งยุคหน้า ซึ่งช่วยให้นักพัฒนามีเครื่องมือที่จำเป็นในการบันทึก วิเคราะห์ และทำรายได้จากข้อมูลจำนวนมหาศาลที่สร้างขึ้นจากผลิตภัณฑ์และระบบเชื่อมต่อออนไลน์อันชาญฉลาด โซลูชั่นของบริษัทผ่านการพิสูจน์การใช้งานแล้วในภาคสนาม และธุรกิจทั่วโลกกว่า 26,000 รายวางใจเลือกใช้งานเพื่อสร้างความได้เปรียบของผลิตภัณฑ์หรือบริการ ทั้งนี้ ซีอีโอของ PTCเคยคว้ารางวัลความสำเร็จมาแล้ว และได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำทางความคิดของอุตสาหกรรม เขาคือหนึ่งผู้ร่วมเขียนบทความเกี่ยวกับบทบาทของ IoT ต่อธุรกิจในวารสาร  Harvard Business Review ซึ่งเป็นการนำเสนอคู่มือที่มีความครบถ้วนและน่าเชื่อถือ

            PTC, โลโก้ PTC, ThingWorx, Kepware, โลโก้ Kepware และ KEPServerEX เป็นเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PTC Inc. หรือบริษัทย่อยในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ

          สื่อมวลชนติดต่อ

          Torey Penrod-Cambra

          Kepware Technologies

          โทร.ในสหรัฐ: +1 (207) 775-1660

          อีเมล: torey.penrod-cambra@kepware.com

HIMSS AsiaPac16 เตรียมเปิดฉาก พร้อมเชิดชูความก้าวหน้าด้านบริการสุขภาพของโรงพยาบาลชั้นนำทั่วภูมิภาค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–16 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เวที HIMSS-Elsevier Digital Healthcare Awards 2016 จะให้การยกย่องกรณีศึกษา 23 กรณี จาก 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งล้วนช่วยยกระดับผลลัพธ์ด้านการดูแลสุขภาพ

กรณีศึกษาที่มีความโดดเด่น 23 รายการจาก 8 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะได้รับการสรรเสริญผลงานบนเวที HIMSS-Elsevier Digital Healthcare Awards Dinner ในวันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2559 นี้ โดยพิธีมอบรางวัลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงาน HIMSS Asia Pacific 2016 Conference and Exhibition

HIMSS-Elsevier Digital Healthcare Awards เป็นเวทีระดับโลกที่ยกย่องความสำเร็จและนวัตกรรมที่มีความโดดเด่นในการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีด้านสุขภาพ เพื่อยกระดับการดูแลและความปลอดภัยของผู้ป่วย รางวัลนี้มีขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2556 และปัจจุบันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และยุโรป สำหรับปีนี้นับเป็นปีที่ 4 แล้วที่ได้จัดขึ้นในเอเชียแปซิฟิก โดยพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้เปิดรับผลงานชิงรางวัลใน 2 สาขาด้วยกัน ได้แก่ Outstanding ICT Achievement และ Outstanding ICT Innovations

ในสาขา Outstanding ICT Achievement นั้น มีผลงานส่งเข้าชิงรางวัลจากหลากหลายแขนงด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล การดูแลสุขภาพทางไกล ระบบควบคุมการติดเชื้อแบบเจาะจงแผนก และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ผลงานต่างๆที่ส่งเข้าชิงรางวัลได้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการยกระดับการดูแลสุขภาพในแวดวงการดูแลผู้ป่วยระยะเฉียบพลัน (Acute Care) โดยโรงพยาบาลที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในสาขานี้ได้แก่โรงพยาบาลปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ และโรงพยาบาลNg Teng Fong General Hospital (NTFGH) ของสิงคโปร์ ซึ่งทางโรงพยาบาลปากน้ำโพได้เสนอโครงการ From Stage 0 to Stage 6, A Two-Year Journey of Paknampo Hospital (จาก Stage 0 ถึง Stage 6 เส้นทางที่โรงพยาบาลปากน้ำโพได้ทุ่มเทตลอด 2 ปี) ขณะที่โรงพยาบาลของสิงคโปร์ได้เสนอโครงการ Digital Hospital with Integrated Care Across Facilities (Project OneCare) (โรงพยาบาลดิจิทัลที่ดำเนินงานผ่านระบบบริการแบบบูรณาการ)

สำหรับโรงพยาบาลปากน้ำโพ ความสำเร็จดังกล่าวได้ส่งผลให้โรงพยาบาลแห่งนี้ก้าวขึ้นเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานHIMSS Analytics EMRAM(SM) Stage 6 โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2557 ทางโรงพยาบาลได้ประกาศวิสัยทัศน์เพื่อพลิกโฉมเป็นโรงพยาบาลดิจิทัลสุดทันสมัยภายในปี 2560 และเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายนี้ โรงพยาบาลปากน้ำโพจึงได้ทุ่มเงินลงทุนในด้านเทคโนโลยีและการบริหารการเปลี่ยนแปลง จนทำให้ปัจจุบันสามารถรับรายงานข้อมูลได้หลังยื่นคำร้องไปเพียงไม่กี่นาที เพื่อใช้สนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ และยังยกระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยได้ถึง 14% จากเดิม 75% เป็น 89% นอกจากนี้ ความสมบูรณ์ของระเบียนสุขภาพก็ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 95% ในปี 2559 จาก 75% เมื่อปี 2554

นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ วิทยากร ประธานกรรมการโรงพยาบาลปากน้ำโพ กล่าวว่าปัจจัยความสำเร็จประการหนึ่งในการยกระดับผลลัพธ์ทางคลินิก และในการเป็นนายจ้างยอดเยี่ยมนั้น อยู่ที่การเลือกใช้เทคโนโลยีการแพทย์ที่มีความทันสมัยภายในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้ทุ่มเทตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น เราจึงมีความยินดีที่ได้รับรางวัล HIMSS-Elsevier Digital Healthcare Awards ประจำปีนี้ เช่นเดียวกับที่ได้รับการยกย่องผลงานของทางโรงพยาบาลทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ทั้งนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความสำเร็จครั้งนี้จะแสดงให้เห็นว่า เมื่อฝ่ายบริหารมีปณิธานอันแน่วแน่และมีเป้าหมายชัดเจนแล้ว ไม่ว่าโรงพยาบาลใดก็สามารถเดินตามเส้นทางของเราได้ และทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและตัวผู้ป่วยเองจะได้รับผลลัพธ์ที่น่าพึ่งพอใจในท้ายที่สุด

ในขณะที่ความสำเร็จของโรงพยาบาลปากน้ำโพถือเป็นครั้งแรกสำหรับประเทศไทย โครงการของ NTFGH ก็ถือเป็นโครงการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสิงคโปร์เช่นกัน โดย Project OneCare ส่งผลให้การทำ EMR หรือเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประกอบไปด้วยฟังก์ชันทางคลินิกที่สำคัญ 12 รายการ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ 976 รายการนั้นมีความครบวงจรในหนึ่งเดียว ทั้งนี้ ปัจจุบัน NTFGH นำเสนอสภาพแวดล้อม “4-less” ที่ลดและเลิกการใช้กระดาษและฟิล์ม (Chartless, Scriptless, Filmless และ Paperless) สำหรับผู้ป่วย

สำหรับสาขา Outstanding ICT Innovation นั้น การทำงานร่วมกันระหว่าง Singhealth และ Integrated Health Information Systems (IHiS) ในสิงคโปร์ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศจากโครงการ Automated Medication-Collection Lockers: A New Pharmacy Service Model for Improving Patient Experience at the Community Polyclinics (ล็อกเกอร์รวบรวมข้อมูลยาอัตโนมัติ: โมเดลการให้บริการยารูปแบบใหม่เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ป่วยที่โพลีคลินิกชุมชน) ในขณะที่Apollo Hospitals เป็นผู้ชนะรางวัลสาขานี้อีกหนึ่งราย จากโครงการของโรงพยาบาลซึ่งได้แก่ Increase Levels of Patient Safety, Quality and Clinical Care by Adoption of Innovation in Nutrition Care Process (การเพิ่มระดับความปลอดภัย คุณภาพ และการดูแลผู้ป่วยทางคลินิก ด้วยการนำนวัตกรรมในกระบวนการโภชนบำบัดมาใช้)

ดร. ชง หยก ซิน ซีอีโอของ IHiS กล่าวว่า “โครงการนำร่องของ IHiS และ Singhealth นี้ใช้เทคโนโลยีเพื่อรวบรวมข้อมูลยาให้มีความสะดวกมากขึ้นสำหรับผู้ป่วย โดย Pilbox ช่วยให้ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลผู้ป่วยสามารถเติมยาตามใบสั่งแพทย์โดยไม่ต้องต่อแถวที่ร้านยา ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาหลังจากที่คลินิกปิดไปแล้วก็ตาม ภายหลังการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าว เราสามารถช่วยให้คนไข้ประหยัดเวลาได้ประมาณ 24.7 นาทีต่อคน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายร่วมกันของเราในการทำให้สิงคโปร์มีโมเดลการดูแลสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับผู้ป่วยและชุมชนมากขึ้น”

ขณะที่ผลงานชนะรางวัลของ Apollo Hospital ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง หรือสูญเสียเวลาจากการที่ระบบหยุดทำงานเป็นระยะเวลานาน การพัฒนาโมดูลการจัดการโภชนาการดิจิทัลเพื่อทำให้กระบวนการโภชนบำบัดของโรงพยาบาลเป็นระบบอัตโนมัตินั้น ส่งผลให้ผลิตภาพเพิ่มขึ้น และประหยัดต้นทุนได้ประมาณ 7,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ระยะเวลาที่ระบบหยุดทำงานรวมอยู่ที่ 2 ชั่วโมงในช่วงสุดสัปดาห์ และโครงการดังกล่าวเป็นการลงทุนเพียงครั้งเดียวในวงเงิน 52,000 ดอลลาร์สหรัฐ

สตีเฟน ลีเบอร์ ประธานและซีอีโอของ HIMSS กล่าวว่า “รางวัล HIMSS-Elsevier Digital Healthcare Awards มีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ได้รับการพิสูจน์แล้วและมีการใช้งานจริง การมอบรางวัลนี้จะช่วยจุดประกายความคิดให้กับผู้คนเกี่ยวกับการนำโครงการเหล่านี้ไปปฏิบัติ ตลอดจนมีตัวอย่างที่สำคัญอะไรบ้างในการเอาอย่างเพื่อแก้ปัญหาบางประการ เช่น กรณีผู้ป่วยเรื้อรัง ความท้าทายด้านการรักษาผู้ป่วยทางไกล ผู้สูงอายุ และอื่นๆ เราดีใจที่ผลงานที่ส่งเข้าชิงรางวัลในแต่ละปีได้นำไปสู่ความก้าวหน้าทางนวัตกรรม เพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ดีขึ้นผ่านทางเทคโนโลยี”

มิเชล โทรเซธ พยาบาลวิชาชีพ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการปฏิบัติเชิงวิชาชีพของ Elsevier Clinical Solutions กล่าวว่า “กรณีศึกษาเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า หากมีทีมงานที่เหมาะเจาะและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ การดูแลผู้ป่วยก็จะพัฒนาขึ้นและมีความปลอดภัย ทั้งนี้ การปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยที่ดีขึ้น ระยะเวลาในการรอคิวและเวลาอยู่ในโรงพยาบาลที่ลดลง การจัดยาตามใบสั่งแพทย์ที่ถูกต้องแม่นยำขึ้น ตลอดจนการวินิจฉัยและการดูแลผู้ป่วยตามหลักฐานนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงและเป็นที่ประจักษ์แล้วทั่วเอเชียแปซิฟิก Elsevier มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแวดวงการดูแลสุขภาพผ่านการใช้โซลูชั่นของเรา และผ่านทางเวทีมอบรางวัลนี้”

ผลงานที่ส่งเข้าชิงรางวัลนั้นได้รับการตัดสินโดยคณะกรรมการ 5 ท่าน ประกอบด้วย: จอห์น แดเนียล รองประธานระดับโลกของ Healthcare Advisory Services Group, HIMSS Analytics สหรัฐฯ มิเชล โทรเซธ พยายาลวิชาชีพ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการปฏิบัติเชิงวิชาชีพ Elsevier Clinical Solutions สหรัฐฯ นพ. มุบบาชีร์ อิฟธิคาร์ ผู้ดูแลด้านการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลของ KPJ Healthcare Bhd มาเลเซีย นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงสาธารณสุข และ พญ. โมนิกา ทรูจิลโล ผู้จัดการบริหาร Clinical and Consumer Engagement and Clinical Governance และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศทางคลินิก Australian Digital Health Agency ออสเตรเลีย

งาน HIMSS AsiaPac16 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 สิงหาคม 2559 โดยมีการประชุมหลักในวันที่ 24-25 สิงหาคม รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.himssasiapacconference.org  และเปิดให้ลงทะเบียนร่วมงานแล้ววันนี้

เกี่ยวกับ HIMSS

HIMSS เป็นกระบอกเสียง ที่ปรึกษา และผู้นำทางความคิดระดับโลก ด้านการยกระดับวงการสุขภาพผ่านระบบไอทีทางการแพทย์ ด้วยความเชี่ยวชาญและความสามารถ ทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก ในการปรับปรุงคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ทางสุขภาพ บริการสุขภาพ และการดูแลสุขภาพ HIMSSคิดค้นและใช้ประโยชน์จากข้อมูลสำคัญ แบบจำลองทำนาย และเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้คำปรึกษาแก่บรรดาผู้นำ ผู้ถือผลประโยชน์ และผู้ทรงอิทธิพลด้านแนวปฏิบัติที่ดีในแวดวงไอทีทางการแพทย์ทั่วโลก เพื่อให้บุคคลเหล่านี้มีข้อมูลที่ถูกต้องในการตัดสินใจ และด้วยเครือข่ายไอทีทางการแพทย์อันประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญกว่า1 ล้านคน การแลกเปลี่ยนความรู้และประสานความร่วมมือกว่า 200 ครั้ง บวกกับสมาชิกอีกกว่า 60,000 ราย HIMSS จึงมีบทบาทในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการกำหนดทิศทางเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพที่เชื่อมต่อถึงกันได้ดีกว่า ยกระดับสุขภาพของประชาชน และลดต้นทุนในการดูแลสุขภาพ ทั้งนี้ HIMSS เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ และมีสำนักงานอีกหลายแห่งอยู่ในอเมริกาเหนือ ยุโรป สหราชอาณาจักร และเอเชีย

เกี่ยวกับ Elsevier

Elsevier เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นข้อมูลชั้นนำของโลก ที่ช่วยยกระดับผลการปฏิบัติงานให้กับบุคลากรมืออาชีพในสายงานวิทยาศาสตร์ สุขภาพ และเทคโนโลยี เพื่อให้บุคลากรเหล่านี้สามารถทำการตัดสินใจได้ดีขึ้น มอบการดูแลที่ดีขึ้น และบางครั้งอาจนำไปสู่การค้นพบใหม่ ๆ อันจะช่วยขยายขอบเขตของความรู้และความก้าวหน้าของมนุษย์ Elsevier ให้บริการโซลูชั่นระบบดิจิทัล เช่น ScienceDirect,ScopusElsevier Research Intelligence และ ClinicalKey ผ่านทางเว็บไซต์ รวมทั้งตีพิมพ์เผยแพร่วารสารกว่า 2,500 ฉบับ ซึ่งรวมถึง The Lancet และ Cell และหนังสือมากกว่า 35,000 เรื่อง ซึ่งถูกนำไปใช้เป็นงานอ้างอิงมากมาย Elsevierเป็นส่วนหนึ่งของ RELX Group plc ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของโลกผู้ให้บริการโซลูชั่นข้อมูลสำหรับลูกค้าระดับมืออาชีพในทุกอุตสาหกรรม

ไมโครชิป เปิดตัวโซลูชั่นความปลอดภัยแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ตัวแรกของอุตสาหกรรมที่รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT กับระบบคลาวด์ของ Amazon Web Services

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–16 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ECC508 แบบพรีคอนฟิกจากไมโครชิป นำเสนอแนวทางที่ง่ายที่สุดในการเชื่อมต่อ IoT ซึ่งมีการพิสูจน์ตัวตนแบบสองทาง เข้ากับ AWS ได้อย่างปลอดภัย

          ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ สัญญาณผสม อนาล็อก และแฟลช-ไอพี ประกาศเปิดตัวโซลูชั่นความปลอดภัยแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ตัวแรกของอุตสาหกรรมที่รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Internet of Things (IoT) กับบริการ Amazon Web Services IoT (AWS IoT) โดยไมโครชิปและ AWS ได้ร่วมมือกันพัฒนาโซลูชั่นครบวงจรนี้เพื่อช่วยให้อุปกรณ์ IoT ปฏิบัติตามโมเดลความปลอดภัย IoT ซึ่งมีการพิสูจน์ตัวตนแบบสองทางได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โซลูชั่นความปลอดภัยรุ่นใหม่จากไมโครชิปช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศในด้านความปลอดภัย ตั้งการประเมินไปจนถึงการผลิต เป็นโซลูชั่นที่มอบความปลอดภัยในขั้นสูง ทำให้ระบบห่วงโซ่อุปทานมีความคล่องตัว และนับเป็นวิธีเชื่อมต่อ AWS Cloud ที่รวดเร็วที่สุดวิธีหนึ่งในปัจจุบัน

รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160812/8521605063 

          ระบบความปลอดภัย IoT จากไมโครชิป

          ปัจจุบัน ผู้ผลิตอุปกรณ์  IoT ที่เชื่อมต่อกับบริการ AWS IoT ต้องดำเนินขั้นตอนที่เฉพาะเจาะจงตามโมเดลความปลอดภัยขั้นสูง ลำดับแรก ผู้ผลิตจะต้องลงทะเบียนระบบรักษาความปลอดภัยของตนกับเซิร์ฟเวอร์ AWS ล่วงหน้าเพื่อสร้างทรัสต์โมเดล ต่อจากนั้นอุปกรณ์ IoT แต่ละตัวจะต้องสร้างกุญแจสำหรับเข้ารหัสข้อมูล ซึ่งเชื่อมต่อทางคณิตศาสตร์กับระบบรักษาความปลอดภัยที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้า และสุดท้ายคือ จะต้องมีการรักษากุญแจเข้ารหัสของแต่ละอุปกรณ์ให้เป็นความลับ โดยกรณีที่มีการผลิตอุปกรณ์คราวละมากๆ การสร้างและดูแลความปลอดภัยของกุญแจลับเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่น่ากังวลในห่วงโซ่การผลิตซึ่งมีผู้ผลิตภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากผู้ผลิตเหล่านี้มีระดับความน่าเชื่อถือและการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่แตกต่างกัน

          โซลูชั่นความปลอดภัยแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ของไมโครชิปสามารถรับมือกับเรื่องนี้ได้ใน 3 ขั้นตอน โดยขั้นแรก ชุดอุปกรณ์ AT88CKECC จะช่วยให้ลูกค้าทำตามมาตรฐานความปลอดภัยของโมเดลการพิสูจน์ตัวตนแบบสองทาง และช่วยเรื่องการเชื่อมต่อแพลตฟอร์ม AWS IoT ในช่วงของการประเมินและวิศวกรรม ขั้นที่สอง อุปกรณ์ AWS-ECC508 จะช่วยในเรื่องการทำตามมาตรฐานความปลอดภัยในขั้นตอนผลิตต้นแบบและก่อนการผลิต และขั้นสุดท้าย อุปกรณ์ต่างๆ จะได้รับการปรับแต่งในขั้นตอนการผลิตเพื่อรับรองความปลอดภัยของข้อมูลเมื่อลูกค้าใช้งาน

          ลูกค้าสามารถบัดกรีอุปกรณ์บนแผงวงจร และเชื่อมต่ออุปกรณ์ในแบบ I2C กับโฮสต์ไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCU) ซึ่งรัน AWS Software Development Kit (SDK) โดยใช้ ECC508 ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับ AWS IoT เมื่อขั้นตอนนี้เสร็จสมบูรณ์ การเข้าระบบพิสูจนส์ตัวตนไม่จำเป็นจะต้องดึงข้อมูลกุญแจลับและการรับรองในระหว่างขั้นตอนการผลิตอุปกรณ์ เนื่องจาก AWS-ECC508 ได้รับการปรับตั้งค่าล่วงหน้าเพื่อให้ AWS รู้จักทันทีโดยที่ไม่โดนแทรกแซง โดยข้อมูลทั้งหมดถูกบรรจุอยู่ในอุปกรณ์ crypto companion ขนาดเล็ก (3×2 มม.) ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้งานง่าย

          โดยปกติแล้ว อุปกรณ์ AWS และ ECC508 จะสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้งยังมีความสามารถที่ครอบคลุมในการรักษาความปลอดภัยด้วยการพิสูจน์ตัวตนแบบสอง อุปกรณ์ดังกล่าวมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมและความเสียหายเชิงกายภาพ ซึ่งรวมถึงการป้องกันการรุกล้ำจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้ อุปกรณ์ดังกล่าวยังนำเสนอการกำหนดตัวเลขแบบสุ่มที่มีคุณภาพสูง การสร้างกุญแจลับที่ไม่ซ้ำกันและมีความปลอดภัยได้เอง และการอำนวยความสะดวกด้านกระบวนการผลิตที่หลากหลายได้อย่างคุ้มทุน อุปกรณ์ IoT โดยทั่วไปจะประกอบไปด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์แบบ 8 บิตขนาดเล็ก ใช้พลังงานจากแบตเตอรี และมีทรัพยากรที่จำกัด เช่น หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) เพื่อให้มีความหน่วงในการตอบรับต่ำ ตลอดจนมีหน่วยความจำและพื้นที่ในการเขียนโค้ดไม่มาก รวมไปถึงพื้นที่สำหรับโปรโตคอลการรักษาความปลอดภัย และการกำหนดการใช้พลังงานเพื่อเพิ่มระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี ด้วยเหตุนี้ อุปกรณ์ ECC508 จึงมีระบบเพิ่มความเร็วในการเข้ารหัสของโปรเซสเซอร์ที่ใช้พลังงานต่ำเพื่อให้สอดคล้องกับอุปกรณ์ IoT ที่มีทรัพยากรกำจัดได้อย่างหลากหลาย

          “เราเข้าใจถึงความซับซ้อนของการติดตั้งระบบการพิสูจน์ตัวตนแบบสองทางของ AWS ในไมโครคอนโทรลเลอร์” นูริ แด็กเดวิเรน รองประธานและผู้จัดการทั่วไปกลุ่มผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยของ แอทเมล ซึ่งเป็นบริษัทลูกของไมโครชิป กล่าว “ลูกค้าจำเป็นต้องมีความเข้าใจในเรื่องการติดตั้งซอฟต์แวร์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นอุปสรรคที่สำคัญ เรามีความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับ AWS และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับผู้ให้บริการคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในการสร้างโซลูชัน ซึ่งช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถเชื่อมต่อกับ AWS Cloud ได้ง่ายและปลอดภัย”

          “เรามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับไมโครชิป และรู้สึกตื่นเต้นที่สามารถนำเสนอโซลูชันระดับเวิลด์คลาสให้แก่ทุกคนที่ต้องการใช้งานโซลูชัน IoT ที่ปลอดภัยบนบริการคลาวด์ของเรา” มาร์โค อาร์เจนติ รองประธานฝ่ายอุปกรณ์เคลื่อนที่และ IoT ของ Amazon Web Services, Inc. กล่าว “การนำแนวทางปฎิบัติที่เป็นเลิศมาใช้ในการรักษาความปลอดภัย ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายร่วมกับทุกบริษัทที่เราทำงานด้วย เพื่อนำเสนอแพลตฟอร์ม IoT ที่ดีและมีความปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เราเชื่อว่าโซลูชันใหม่นี้จะเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายและประหยัดต้นทุนมากที่สุดสำหรับลูกค้าของเราในการทำตามแนวทางปฎิบัติที่เป็นเลิศในด้านความปลอดภัย”

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันการรักษาความปลอดภัยแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ของไมโครชิปสำหรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ AWS Cloud ได้ที่:www.atmel.com/tools/at88ckecc-aws-xstk.aspx

          การวางจำหน่าย

          ชุดอุปกรณ์ AWS-ECC508 (หมายเลขชิ้นส่วน# AT88CKECC-AWS-XSTK) มีจำหน่ายแล้ววันนี้

          AWS-ECC508 (หมายเลขชิ้นส่วน# ATECC508A-MAHAW-S และ ATECC508A-SSHAW-T) วางจำหน่ายในแพ็คเกจ UDFN และ SOIC แล้ววันนี้ สำหรับการขอตัวอย่างและการสั่งผลิตในปริมาณตั้งแต่ 10,000 ยูนิตขึ้นไป

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติม หรือซื้อชุดอุปกรณ์ได้ที่ www.atmel.com/tools/at88ckecc-aws-xstk.aspx และสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ระบุถึงในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ โดยติดต่อพันธมิตรจัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของไมโครชิป

          ติดตามไมโครชิปได้ที่

          – RSS Feed สำหรับข่าวผลิตภัณฑ์ของไมโครชิป: www.microchip.com/RSS/recent-PRProduct.xml 

          – ทวิตเตอร์: twitter.com/microchiptech

          – เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/microchiptechnology 

          – ยูทูบ: www.youtube.com/user/microchiptechnology 

          เกี่ยวกับ แอทเมล

          แอทเมล เป็นบริษัทลูกของไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP)

          เกี่ยวกับไมโครชิป เทคโนโลยี

          ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) เป็นผู้นำด้านการจัดหาโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ ตลอดจนโซลูชั่นอนาล็อกสัญญาณผสม และแฟลช-ไอพี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนรวมของทั้งระบบ และร่นระยะเวลาในการนำเสนอแอปพลิเคชั่นหลายพันรายการสำหรับลูกค้าในตลาดทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของไมโครชิปตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศพร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของไมโครชิปที่www.microchip.com

          หมายเหตุ: ชื่อและโลโก้ Microchip โลโก้ Microchip รวมทั้งชื่อและโลโก้ Atmel เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี อินคอร์ปอเรทเต็ด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆ ทั้งหมดที่ระบุถึงในข่าวฉบับนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ :

          Daphne Yuen (Microchip):

          โทร : (+852) 2943-5115

          อีเมล : daphne.yuen@microchip.com 

          Janico Fok (LEWIS):

          โทร : (+852) 3944-5024

          อีเมล : janico.fok@teamlewis.com  

          รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160812/8521605063

PLAYSTUDIOS ซื้อกิจการ Scene53 พร้อมเปิดตัวแอพมือถือ POP! Slots

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบอร์ลินเกม, แคลิฟอร์เนีย–16 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

– ผนึกกำลังกับสตูดิโอเกมจากอิสราเอล สร้างสรรค์แอพใหม่แกะกล่องในนาม PLAYSTUDIOS  

PLAYSTUDIOS ผู้พัฒนาเกมคาสิโนแบบ free-to-play ระดับรางวัล พร้อมแจกของรางวัลที่จับต้องได้จริง ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้ซื้อกิจการของ Scene53 สตูดิโอเกมในอิสราเอล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเกมมือถือมัลติเพลเยอร์แบบเรียลไทม์ โดยทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาแอพพลิเคชั่นมือถือใหม่ล่าสุดในนามPLAYSTUDIOS ได้แก่ POP! Slots ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถเล่นเกมเป็นกลุ่ม แชร์รางวัลแจ๊คพอต และสนุกสนานไปกับเพื่อนฝูง พร้อมสำรวจรีสอร์ทชื่อดังของนครลาสเวกัสในรูปแบบเสมือนจริง ซึ่งในช่วงแรกนี้จะประกอบไปด้วย MGM Grand, Mirage และ Excalibur โดยจะมีการเปิดตัวรีสอร์ทเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ POP! Slots เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วทั่วโลก สำหรับอุปกรณ์มือถือของ Apple และ Android โดยขณะนี้ได้รับการรีวิว 5 ดาวจากผู้เล่น จนติดอันดับแอพยอดนิยมของแอพสโตร์

 

Play POP! Slots with friends on your favorite mobile device. Get Real World Rewards. (PRNewsFoto/PLAYSTUDIOS)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160809/396747  

playstudios copy Logo / PLAYSTUDIOS logo (PRNewsFoto/PLAYSTUDIOS)

PLAYSTUDIOS logo (PRNewsFoto/PLAYSTUDIOS)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20151006/274316LOGO 

หลังทำงานร่วมกับ Scene53 เพื่อสร้างสรรค์และเปิดตัว POP! Slots จากนั้น PLAYSTUDIOS ได้เข้าซื้อบริษัทและจัดตั้ง PLAYSTUDIOS Israel (PSI) ให้เป็นสตูดิโอที่ดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ โดยทีมงานในเทลอาวีฟให้ความสำคัญไปที่การต่อยอดการเติบโตของผลิตภัณฑ์ POP! Slots ไปพร้อมกับการคว้าโอกาสใหม่ๆ ในตลาดเกมคาสิโนแนวแคชชวลแบบ free-to-play 

แอนดรูว์ ปาสคาล ซีอีโอของ PLAYSTUDIOS กล่าวว่า “Scene53 ได้สร้างแพลตฟอร์มอันน่าทึ่งสำหรับเกมมัลติเพลเยอร์แบบเรียลไทม์ รวมทั้งจัดกิจกรรมโลกเสมือนในสภาพแวดล้อมแบบสามมิติ พวกเขาใช้เทคโนโลยีนี้ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ออนไลน์ที่มีแนวโน้มสดใสอย่างยิ่ง เราเล็งเห็นศักยภาพของพวกเขา และเชื่อว่าเราจะสามารถร่วมกันสร้างสิ่งที่ยอดเยี่ยมร่วมกันได้อย่างแน่นอน” 

โยนาทาน เมาร์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Scene53 กล่าวว่า “เราเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ PLAYSTUDIOS เพราะเกมของพวกเขามีภาพสวย แถมยังเล่นสนุก นอกจากนี้ บริษัทยังมีความรู้ในเรื่องของธุรกิจคาสิโนเป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่มีความพิเศษมาก อย่างแฟลตฟอร์มการมอบของรางวัลที่ผู้เล่นสามารถใช้ได้ในโลกจริง รวมถึงมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในรีสอร์ทและโรงแรมชั้นนำของลาสเวกัส อย่าง Bellagio, Aria และ Mandalay Bay” 

ปาสคาลได้กล่าวเสริมว่า “เรายินดีต้อนรับโยนาทาน, ยอสซี, โอเฟอร์, โอเด็ด และสมาชิก Scene53 ทุกท่านเข้าสู่ครอบครัว PLAYSTUDIOS เราขอชื่นชมทีมงานScene53 ที่ใส่จิตวิญญาณลงไปในทุกผลงานการผลิต และความหลงใหลในตัวงานก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน” 

POP! Slots เป็นแอพใหม่ล่าสุดที่พัฒนาโดย PLAYSTUDIOS เจ้าของแอพเกมคาสิโนยอดนิยมอีกหลายเกม ไม่ว่าจะเป็น myVEGAS Slots, my KONAMI Slots และLucky Life สำหรับ POP! Slots นี้ ผู้เล่นจะได้รับของรางวัลจริงเช่นเดียวกับเกมอื่นๆ ของบริษัท โดยรางวัลเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากหุ้นส่วนในธุรกิจท่องเที่ยว สันทนาการ และความบันเทิง อาทิ MGM Grand, Bellagio, ARIA, Royal Caribbean International, Genting UK, Resorts World, Wolfgang Puck, Cirque du Soleil, the Hippodrome และแบรน์ดชื่อดังอื่นๆ อีกมากมาย ผู้เล่นอาจมีสิทธิได้เข้าพักโรงแรมฟรี รับประทานอาหารฟรี ดูโชว์ฟรี เล่นสล็อตฟรี และได้บัตรผ่านระดับวีไอพีสำหรับไนท์คลับ รวมถึงรางวัลอื่นๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบัน PLAYSTUDIOS ดำเนินงานอยู่ในสหรัฐ ฮ่องกง และอิสราเอล ทั้งนี้ แอพต่างๆ ของบริษัทเปิดให้ดาวน์โหลดบนอุปกรณ์มือถือระบบ iOS, Android รวมทั้ง Kindle นอกจากนี้ เกม myVEGAS Slots ยังสามารถเล่นบนเฟซบุ๊กได้อีกด้วย 

ดาวน์โหลดแอพ POP! Slots ได้ที่: 

ดาวน์โหลดแอพ myVEGAS Slots ได้ที่: 

เล่นเกม myVEGAS บน Facebook ได้ที่: 

ดาวน์โหลดแอพ my KONAMI Slots ได้ที่: 

ดาวน์โหลดแอพ myVEGAS Blackjack ได้ที่: 

เกี่ยวกับ PLAYSTUDIOS

PLAYSTUDIOS เป็นผู้พัฒนาเกมคาสิโนแนวแคชชวลบนมือถือและแพลตฟอร์มโซเชียล ซึ่งคว้ารางวัลการันตีมาแล้ว โดยผลงานได้แก่ POP! Slots, myVEGAS Slots and Blackjack และ my KONAMI Slots บริษัทมีสตูดิโอพัฒนาเกมอยู่ในสหรัฐ อิสราเอล และเอเชีย แอพเกมแบบ free-to-play จาก PLAYSTUDIOS คือการผสมผสานกันระหว่างองค์ประกอบที่ดีที่สุดของเกมโซเชียลแนวแคชชวล กับกลไกการทำงานของคาสิโนซึ่งผ่านการพิสูจน์แล้ว ผู้เล่นจะได้รับการแจ้งเตือนคอนเทนต์ล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ และมีโอกาสลุ้นรางวัลพิเศษ ซึ่งมีมูลค่าสูงและจับต้องได้จริง จากแบรนด์ชั้นนำด้านการบริการ ความบันเทิง และสันทนาการ โดยหุ้นส่วนรางวัลในเกม myVEGAS  ขณะนี้ประกอบไปด้วย MGM Grand, Bellagio, ARIA, Royal Caribbean International, Resorts World, Wolfgang Puck, Cirque du Soleil, the Hippodrome Casino และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมเว็บไซต์ของบริษัทได้ที่ http://www.playstudios.com/

มหกรรม “China Yiwu International Forest Products Fair” ประจำปี 2559 เตรียมเปิดม่าน 1-4 พ.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

อี้อู, จีน–16 ส.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

            “China Yiwu International Forest Products Fair” งานแสดงนวัตกรรมป่าไม้และส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจ เตรียมจัดขึ้นที่เมืองอี้อู้ ในมณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกของประเทศจีน ระหว่างวันที่ 1-4 พฤศจิกายน 2559 งานนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 และคาดว่าจะมีผู้จัดแสดงมากเป็นประวัติการณ์ถึง 1,200 รายจากจีนและทั่วโลก ที่จะมาร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

            งานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Share Green Practices” โดยมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ 8 หมวดหมู่ ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน งานไม้และวัสดุก่อสร้างที่ทำจากไม้ งานฝีมือจากไม้และไม้ไผ่ ของใช้ประจำวันที่ทำจากไม้และไม้ไผ่ อาหารป่า ผลิตภัณฑ์ชา ดอกไม้และการทำสวน เทคโนโลยีป่าไม้และเครื่องมือทำป่าไม้ งานนี้จะจัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ Yiwu International Expo Center โดยจะมีบูธกว่า 3,000 บูธของผู้จัดแสดง 1,200 ราย และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานและผู้ซื้อมากถึง 100,000 ราย โดยมาจากต่างประเทศราว 5,000 ราย นอกจากนี้ คาดว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงทางการค้าคิดเป็นมูลค่าราว 4 พันล้านหยวน (603 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)  

            มหกรรมนี้ร่วมกันจัดโดยกรมป่าไม้แห่งชาติจีนและรัฐบาลมณฑลเจ้อเจียง โดยเป็นมหกรรมด้านวนเกษตรงานแรกของจีนและงานที่สองของโลกที่ผ่านการรับรองจาก The Global Association of the Exhibition Industry (UFI) นอกจากนั้นยังเป็นงานแสดงผลิตภัณฑ์ป่าไม้งานใหญ่ที่สุดของโลก งานนี้ส่งเสริมการทำป่าไม้แบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและปล่อยคาร์บอนต่ำ จึงถือเป็นเวทีที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิกในการสร้างโอกาสทางธุรกิจป่าไม้ โดยไม่จำกัดขนาดของบริษัท มูลค่าของการทำธุรกรรม รวมถึงอิทธิพลในอุตสาหกรรมป่าไม้ ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 8 ปีนับตั้งแต่จัดงานครั้งแรกในปี 2551 งานนี้สามารถคว้ารางวัลระดับชาติมาครองทั้งสิ้น 20 รางวัล ซึ่งหนึ่งในนั้นคือรางวัล China Top 10 Branded Exhibitions ประจำปี 2558

            พื้นที่จัดงาน 70,000 ตารางเมตรจะอัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อันน่าตื่นตาตื่นใจและโอกาสทางธุรกิจมากมาย โดยผู้จัดแสดงและผู้เข้าชมงานจะได้พบปะพูดคุยกันอย่างเต็มที่ สำหรับผู้ที่อยู่ในแวดวงป่าไม้ต้องห้ามพลาดงานนี้ด้วยประการทั้งปวง!

            ตรวจสอบรายชื่อผู้จัดแสดงได้ที่ http://en.forestryfair.com/exhibitors/index.html

            ลงทะเบียนเข้าร่วมชมงานได้ที่ http://en.forestryfair.com/Visitor/apply/index.html

            มหกรรม China Yiwu International Forest Products Fair ประจำปี 2559

            วันที่ 1-4 พฤศจิกายน 2559 ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ Yiwu International Expo Center ประเทศจีน

            จำนวนบูธ: 3,000+

            จำนวนผู้จัดแสดง: 1,200+

            จำนวนผู้เข้าชมงาน: 100,000+

เว็บไซต์: http://en.forestryfair.com

ติดต่อ

China Yiwu International Forest Products Fair

โทร. 0086-579-85415888

อีเมลservice@yiwufair.com