“OneCoin” ดึงเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ ตั้งเป้าเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้งานแพร่หลายทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โซเฟีย, บัลแกเรีย–2 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

OneCoin สกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกและสกุลเดียวของโลกที่มีการจัดเก็บเอกสาร KYC ลงในบล็อกเชนของระบบ ได้กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายยิ่งขึ้น ในการเป็นสกุลเงินดิจิทัลยอดนิยมในหมู่ผู้ใช้ทั่วโลก

 OneCoin-Ltd Logo / OneCoin Ltd. Logo (PRNewsFoto/OneCoin Ltd.)

(โลโก้:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444679LOGO )

ปัจจุบัน ทั่วโลกมีสกุลเงินดิจิทัล (หรือสกุลเงินเสมือน) มากกว่า700 สกุลเงิน ทว่ามีน้อยคนนักที่เคยได้ยินหรือรู้หลักการทำงานของมัน และเพื่อเป็นการตอบรับเป้าหมายในการยุติการใช้สกุลเงินที่เป็นกระดาษของประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย OneCoin จึงตั้งเป้าที่จะเป็นสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก

ปรากฏการณ์สกุลเงินดิจิทัล

สกุลเงินดิจิทัลมีศักยภาพที่จะนำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่เศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม แต่ผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือผู้ใช้รายหลักๆ เนื่องจากสกุลเงินดิจิทัลเป็นเอกเทศจากธนาคารกลาง มูลค่าของมันจึงไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดการเงินและอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ด้วยปริมาณที่มีจำกัดและการเข้ารหัส ทำให้การปลอมแปลงสกุลเงินดิจิทัลเป็นเรื่องยาก

สกุลเงินดิจิทัลถูกนำไปใช้ในการโอนเงินระหว่างประเทศมากที่สุด เพราะช่วยให้ผู้ใช้สามารถโอนเงินได้เร็วขึ้นและมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า โดยไม่ต้องพึ่งพาคนกลางซึ่งมีค่าใช้จ่ายแพง ด้วยเหตุนี้ สกุลเงินดิจิทัลจึงไม่ได้เป็นคู่แข่งของธนาคารเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงบริษัทอย่างWestern Union, MoneyGram, Currencies Direct และอีกมากมาย โดยมูลค่าของสกุลเงินดิจิทัลแต่ละสกุลจะขึ้นอยู่กับประโยชน์ใช้สอย และอุปสงค์-อุปทาน สำหรับ OneCoin นั้น ถือเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีฐานผู้ใช้มากที่สุดสกุลหนึ่ง ด้วยจำนวนผู้ใช้งานกว่า 2.7 ล้านราย

OneCoin และอนาคตของสกุลเงินดิจิทัล

OneCoin ใช้เวลาเพียง 2 ปีในการก้าวสู่การเป็นสกุลเงินเสมือนจริงที่สำคัญที่สุดสกุลหนึ่งในตลาด และมีเป้าหมายที่จะเป็นสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกที่มีการใช้งานแพร่หลายทั่วโลก OneCoin ได้สร้างเสถียรภาพของสกุลเงินให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบนิเวศของสกุลเงินขึ้น เพื่อเพิ่มการใช้งานให้แพร่หลายมากกว่าเดิม

สำหรับปีนี้ OneCoin ได้เริ่มใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนรูปแบบใหม่ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่ปูทางไปสู่การบรรลุเป้าหมายของบริษัท โดยจะเปิดทางให้ OneCoin สามารถขยายฐานผู้ใช้งานและสร้างเครือข่ายร้านค้าที่แข็งแกร่ง นอกจากนั้นยังมีซอร์สโค้ดที่ช่วยยกระดับการรักษาความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้น และลดช่องโหว่ที่มักพบในสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ บล็อกเชนจึงถือเป็นหัวใจแห่งการปฏิวัติการชำระเงินดิจิทัล ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์เตรียมนำร่องโครงการบล็อกเชนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ รวมถึงธนาคารสิงคโปร์และธนาคารต่างชาติ 8 แห่ง

สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่

https://www.onecoin.eu/en/news/digital-money-for-all-%E2%80%93-is-it-possible%3F

http://www.onecoin.eu

แหล่งข่าว: OneCoin Ltd.

IBS Software เซ็นสัญญา 10 ปี กับ Asiana Airlines มอบโซลูชั่นจัดการระบบขนส่งสินค้าทางอากาศ iCargo

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โซล, เกาหลีใต้–2 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          IBS Software Services ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชั่นการเดินทาง การขนส่ง และไอที ได้เซ็นสัญญาระยะเวลา 10 ปี มูลค่าหลายล้านดอลลาร์ กับ Asiana Airlines Cargo ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศรายใหญ่ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อนำโซลูชั่นบริหารจัดการคาร์โก้ระดับรางวัลอย่าง iCargo มาช่วยจัดการฟังก์ชั่นคาร์โก้แบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ของ Asiana Cargo ภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ โซลูชั่นแพลตฟอร์มแบบบูรณาการของ IBSจะเข้ามาช่วยเสริมทัพการดำเนินธุรกิจของ Asiana Cargo ในด้านต่างๆอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในเรื่องของยอดขาย บัญชีรายได้ การจัดการตู้บรรจุสินค้าของสายการบิน (ULD) การจัดการไปรษณีย์ภัณฑ์ และบัญชีรายได้ไปรษณียภัณฑ์ ทั้งนี้ สายการบิน Asiana Airlines ซึ่งมีฐานการบินอยู่ในกรุงโซล เป็นสายการบินระดับโลกที่เปิดดำเนินงานมาเกือบ 30 ปี และยังเป็นสมาชิกของเครือข่ายสายการบิน Star Alliance โดยปัจจุบันเปิดให้บริการเส้นทางบินภายในประเทศ 14 เส้นทางบิน และเส้นทางบินต่างประเทศ 90 เส้นทางบิน รวมถึงให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศอีก 27 เส้นทางบินทั่วเอเชีย ยุโรป อเมิรกาเหนือ และโอเชียเนีย

 PRNE---IBS-Asiana-Deal---Image / Rajiv Shah, CEO, IBS Software and Kwang-Suk Kim, Executive VP, Asiana Cargo at the signing ceremony (PRNewsFoto/IBS Software (IBS))

          (รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444599 )

 IBS Software / IBS Software

          (โลโก้:http://photos.prnewswire.com/prnh/20121122/577929 )

          ระบบบริหารจัดการคาร์โก้ของ IBS จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพด้านไอที จากระบบงานหลักแบบเก่าและระบบดาวเทียมที่มีอยู่มากมายของ Asiana Airlines Cargo สู่การเป็นแพลตฟอร์มแบบบูรณาการรุ่นใหม่ที่มีความทันสมัย ซึ่งการพัฒนาครั้งนี้จะช่วยให้ Asiana Cargo สามารถใช้ประโยชน์จากโซลูชั่นนี้ได้อย่างหลากหลาย ทั้งในด้านการจัดการรายได้ การจัดการผลิตภัณฑ์ การติดตามการขนส่งสินค้าแบบเรียลไทม์ รวมถึงการควบคุมและเสริมประสิทธิภาพด้านเทคโนโลยี อาทิ การบริหารจัดการความคล่องตัวขององค์กร เพื่อยกระดับการบริการคาร์โก้ขึ้นไปอีกขั้น นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม iCargo ยังช่วยให้ Asiana Cargo สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างสอดคล้องกับมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมการขนส่ง อาทิ eAWB และ CXML

          ทั้งนี้ Asiana Cargo จะกลายเป็นบริษัทล่าสุดใน IBS Cargo Community ซึ่งประกอบด้วยผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศระดับโลกกว่า 20 ราย ซึ่งรวมถึงสายการบิน ตัวแทนสายการบิน (GHAs) และอาคารคลังสินค้าของท่าอากาศยานต่างๆ

          โซลูชั่น iCargo ของ IBS จะช่วยเติมเต็มทุกความต้องการด้านไอทีของระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศได้ครบ จบในแพลตฟอร์มเดียว อีกทั้งยังสามารถปรับให้เข้ากับความต้องการและลำดับความสำคัญที่แตกต่างกันของลูกค้าได้อีกด้วย นอกจากนี้ iCargo ยังสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการในด้านการปฏิบัติงานคาร์โก้ ที่ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ เป็นเที่ยวบินที่ทำการเช่าเหมาขนส่งสินค้าโดยเฉพาะหรือไม่ เป็นสายการบินราคาประหยัดหรือสายการบินบริการเต็มรูปแบบ โซลูชั่นiCargo นั้นได้รับความไว้วางใจจากสายการบินชั้นนำกว่า 25 แห่งทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ iCargo จึงเป็นโซลูชั่นบริหารจัดการคาร์โก้ชั้นนำในอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศ และได้รับเลือกให้เป็น “นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สายการบินแห่งปี 2558” จาก CAPA – Centre for Aviation

         Kwang-Suk Kim รองประธานบริหารของ Asiana Cargo ซึ่งได้ร่วมลงนามข้อตกลงที่กรุงโซลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กล่าวว่า “เราหวังว่าการเลือก iCargo เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีใหม่ของเรา จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับความต้องการด้านบริการโลจิสติกส์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดให้เติบโตมากยิ่งขึ้น ซึ่งเรามั่นใจว่า iCargo จะช่วยยกระดับความปลอดภัยด้านการขนส่งทางอากาศ และระบบการบริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม”

          Rajiv Shah ซีอีโอของ IBS Software กล่าวว่า “การที่ Asiana Airlines เลือกใช้โซลูชั่นของเรานั้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ IBS ในการสร้างโซลูชั่นชั้นนำระดับโลกที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่จับต้องได้ให้กับสายการบินต่างๆ ทั้งนี้ IBS จะยังเดินหน้าลงทุนในนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมการบินต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าของเราสามารถยืนหยัดในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ การเป็นพันธมิตรกับAsiana ก็ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของเราในตลาดเกาหลีใต้ ดังที่เราได้เดินหน้ารุกขยายกิจการในเอเชียตะวันออก”

          Ashok Rajan รองประธานและหัวหน้าธุรกิจ Global Air Cargo ของIBS กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Asiana Cargo เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว iCargo ของเรา และตื่นเต้นที่ผู้นำของอุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศอย่าง Asiana Cargo จะนำคุณค่าในวิธีปฏิบัติทางธุรกิจมาสู่ชุมชนของเรา”

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IBS ได้ที่ http://www.ibsplc.com

          สื่อมวลชนกรุณาติดต่อสอบถาม

          Bratati Ghosh

          Chief Marketing Officer IBS

          bratati.ghosh@ibsplc.com

          ที่มา: IBS Software Services

bioLytical เปิดตัวชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง “INSTI HIV Self Test” ในเคนยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ริชมอนด์, บริติชโคลัมเบีย–2 ธ.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

bioLytical Laboratories ผู้นำระดับโลกด้านการตรวจโรคติดเชื้ออย่างฉับไว ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “INSTI HIV Self Test” สู่แวดวงเภสัชกรรมในประเทศเคนยา

(รูป: http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444905)

bioLytical ได้รับคำเชิญจาก Clinton Health Access Initiative (CHAI) และ Kenya Pharmaceutical Association (KPA) ให้มาสาธิตวิธีการใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง INSTI HIV Self Test แก่ตัวแทน 350 คนจากวงการเภสัชกรรม ที่กรุงไนโรบีและเมืองมอมบาซาในประเทศเคนยา หลังจากที่ CHAI ได้ผลักดันโครงการตรวจเอชไอวีด้วยตนเองมาโดยตลอด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองราคาย่อมเยามาจำหน่ายตามร้านขายยาในเคนยา และ INSTI HIV Self Test ก็เป็นชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองโดยใช้เลือดเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่โดดเด่นและเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ

Rick Galli ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ bioLytical ได้เดินทางมายังเคนยาเพื่อพบกับคณะผู้แทนของ KPA ก่อนที่จะมีการเปิดตัวโครงการ โดยเขากล่าวว่า เคนยากำลังกรุยทางสู่การนำชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองมาใช้ในกลุ่มประเทศแอฟริกาใต้สะฮารา โดยผ่านทางภาคเอกชน เรารู้สึกตื่นเต้นกับการบุกเบิกในครั้งนี้ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองราคาย่อมเยามีประสิทธิภาพและช่วยให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้”

เคนยามีร้านขายยาที่ได้รับใบอนุญาตมากกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ และโครงการนี้จะช่วยให้ชาวเคนยาเกือบทั้งหมดในประเทศสามารถซื้อชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้ตามร้านขายยาใกล้บ้าน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ

โครงการตรวจเอชไอวีด้วยตนเองในเคนยาไม่ใช่แค่การจำหน่ายชุดตรวจเอชไอวีเท่านั้น แต่ยังมีเครือข่ายสนับสนุนทางการแพทย์สำหรับผู้ที่ตรวจแล้วพบว่ามีเลือดบวกด้วย โดย INSTI HIV Self Test ทำหน้าที่เป็นด่านแรกที่ช่วยระบุตัวผู้ที่มีแนวโน้มติดเชื้อเอชไอวี และผลักดันให้ผู้นั้นเข้ารับการตรวจยืนยันในสถานพยาบาลโดยเร็วที่สุด ตลอดจนเข้ารับคำปรึกษาในการป้องกันและรักษาต่อไป ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ที่มีผลเลือดเป็นลบมีความตื่นตัวในการป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อในภายภาคหน้าด้วย  

Rick Galli กล่าวเสริมว่า การจะทำให้โครงการดังกล่าวสัมฤทธิ์ผลนั้น สิ่งสำคัญคือการให้คำแนะนำอย่างถูกต้องและให้ข้อมูลที่ตรงกัน เรากำลังทำงานร่วมกับ CHAI และ KPA รวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเคนยา เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้ที่ใช้ชุดตรวจ INSTI HIV Self Test จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการขอรับความช่วยเหลือหลังการใช้ชุดตรวจ

เกี่ยวกับ bioLytical Laboratories Inc.

bioLytical Laboratories Inc. เป็นบริษัทเอกชนสัญชาติแคนาดาที่มุ่งวิจัย พัฒนา และจำหน่ายชุดตรวจวินิจฉัยโรคที่ใช้ง่ายและให้ผลรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยี INSTI ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท bioLytical ทำการตลาดและจำหน่ายชุดตรวจ INSTI HIV Test ทั่วโลก รวมถึงชุดตรวจ INSTI HIV/Syphilis Multiplex Test ในยุโรป โดยได้รับการรับรองจาก US FDA และ Health Canada รวมถึงได้มาตรฐาน CE โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ INSTI ให้ผลอย่างแม่นยำภายใน 60 วินาทีหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งเร็วกว่ายี่ห้ออื่นที่ต้องใช้เวลา 15-20 นาที ขณะเดียวกัน บริษัทยังวิจัยและพัฒนาชุดตรวจอื่นๆอีกมากมาย อาทิ ชุดตรวจไวรัสซิกา เดงกี ชิคุนกุนยา ไวรัสตับอักเสบซี อีโบลา ฯลฯ นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการปรับปรุง INSTI ให้เข้ากับการใช้งานและการตรวจวินิจฉัยโรคที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงตามความต้องการของลูกค้า สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.biolytical.com

ติดต่อ: Stan Miele, info@biolytical.com , 1-604-204-6784

bioLytical จำหน่ายชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง “INSTI HIV Self Test” ในแอฟริกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ริชมอนด์บริติชโคลัมเบีย2 ธ.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

bioLytical Laboratories ผู้นำระดับโลกด้านการตรวจโรคติดเชื้ออย่างฉับไว ประกาศวางจำหน่าย INSTI HIV Self Test ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองราคาย่อมเยาในแอฟริกา ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป  

 bioLytical INSTI Self Test / New: INSTI Self Test! (PRNewsFoto/bioLytical Laboratories)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161201/444833

ชุดตรวจเอชไอวีนี้ผ่านการรับรองจาก US FDA และ Health Canada ทั้งยังได้มาตรฐาน CE และ WHO Pre-Qualified หลังผ่านการทดสอบนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งยังมีการแปลคู่มือการใช้งานในหลายภาษาและทำภาพประกอบให้เข้าใจง่ายที่สุด การวางจำหน่ายชุดตรวจด้วยตนเองที่มีราคาย่อมเยาแต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพระดับมืออาชีพเช่นนี้ ถือเป็นการตอกย้ำพันธกิจของบริษัทในการจัดหาโซลูชั่นล้ำสมัยเพื่อการวินิจฉัยโรคติดเชื้อ

Livleen Veslemes ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ bioLytical กล่าวว่า “เราประสานกับทุกส่วนของห่วงโซ่อุปทานเพื่อทำให้ต้นทุนลดลง ตั้งแต่การขนส่ง การจัดซื้อวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการจัดจำหน่าย เพื่อส่งมอบชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองที่มีราคาย่อมเยาให้แก่ประชาชนในแอฟริกา ปัจจุบัน การตรวจเอชไอวีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และชุดตรวจ INSTI ก็คู่ควรกับการเป็นผู้นำในการตรวจโรคด้วยตนเอง เพราะนอกจากจะใช้งานง่ายแล้ว ยังให้ผลตรวจที่แม่นยำและรวดเร็วกว่าชุดตรวจยี่ห้ออื่นถึง 2 สัปดาห์”

ก่อนจะถึงวันเอดส์โลก องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เปิดเผยแนวปฏิบัติใหม่ในการตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เพื่อยกระดับการเข้าถึงและการวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวี

Dr. Gottfried Hirnschall ผู้อำนวยการแผนกเอชไอวีของ WHO กล่าวว่า “ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองจะช่วยให้ประชาชนรู้สถานะการติดเชื้อเอชไอวีของตนเอง และสนับสนุนให้คู่สมรสทำการตรวจด้วยเช่นกัน ชุดตรวจนี้จะทำให้หลายๆคนรับรู้สถานะของตนเองและสามารถรับมือกับโรคได้ดีขึ้น และยิ่งมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเข้ารับการตรวจในสถานพยาบาลและต้องการตรวจด้วยตนเองมากกว่า

มีรายงานว่า ชุดตรวจด้วยตนเองทำให้กลุ่มชายรักชายตรวจเอชไอวีถี่กว่าเดิมเกือบสองเท่า ขณะเดียวกัน ผู้ชายในเคนยาที่ภรรยากำลังตั้งครรภ์ก็ตรวจเอชไอวีมากกว่าเดิมถึงสองเท่าเมื่อมีชุดตรวจด้วยตนเอง เทียบกับการตรวจทั่วไป

INSTI HIV Self Test เป็นชุดตรวจเอชไอวีที่ให้ผลตรวจเร็วที่สุดในโลก โดยสามารถแจ้งผลได้ทันที ขณะที่ยี่ห้ออื่นต้องรอผลประมาณ 15-20 นาที นอกจากนั้นยังสามารถตรวจแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวีได้ด้วยเลือดเพียงหยดเดียว และให้ผลเร็วกว่าชุดตรวจยี่ห้ออื่นถึง 2 สัปดาห์ ที่สำคัญคือใช้งานง่ายและให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำมากกว่า 99%

INSTI HIV Self Test เทียบได้กับชุดตรวจ INSTI HIV-1/HIV-2Antibody Test ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก แต่หาซื้อได้ง่ายกว่าตามร้านขายยาทั่วไป โดยเป็นการตรวจหาปริมาณแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวี-1 และเอชไอวี-2 ในเลือดที่เจาะมาจากปลายนิ้ว ชุดตรวจนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญทางการแพทย์และสามารถใช้ได้อย่างง่ายดายที่บ้าน เพื่อวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีโดยใช้เลือดเพียงหนึ่งหยด  

เกี่ยวกับ bioLytical Laboratories Inc.

bioLytical Laboratories Inc. เป็นบริษัทเอกชนสัญชาติแคนาดาที่มุ่งวิจัย พัฒนา และจำหน่ายชุดตรวจวินิจฉัยโรคที่ใช้ง่ายและให้ผลรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยี INSTI ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท bioLytical ทำการตลาดและจำหน่ายชุดตรวจ INSTI HIV Test ทั่วโลก รวมถึงชุดตรวจ INSTI HIV/Syphilis Multiplex Test ในยุโรป โดยได้รับการรับรองจาก US FDA และ Health Canada รวมถึงได้มาตรฐาน CE โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ INSTI ให้ผลอย่างแม่นยำภายใน 60 วินาทีหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งเร็วกว่ายี่ห้ออื่นที่ต้องใช้เวลา 15-20 นาที ขณะเดียวกัน บริษัทยังวิจัยและพัฒนาชุดตรวจอื่นๆอีกมากมาย อาทิ ชุดตรวจไวรัสซิกา เดงกี ชิคุนกุนยา ไวรัสตับอักเสบซี อีโบลา ฯลฯ นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการปรับปรุง INSTI ให้เข้ากับการใช้งานและการตรวจวินิจฉัยโรคที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงตามความต้องการของลูกค้า สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.biolytical.com

ติดต่อ: Stan Miele, info@biolytical.com , 1-604-204-6784

สื่อต่างประเทศในฮ่องกงร่วมฟังชี้แจงสถานะการพัฒนาสังคม-เศรษฐกิจล่าสุดของมณฑลกวางตุ้ง พร้อมไขความลับเบื้องหลังการพัฒนานวัตกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–2 ธ.ค.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          “คุณมีความสนใจในเทคโนโลยีด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่? คุณอยากเห็นมณฑลกวางตุ้งเชี่ยวชาญในแขนงใดเป็นพิเศษหรือไม่? ประเด็นเหล่านี้สำคัญกับคุณแค่ไหน?” ทารา โจเซฟ จากสำนักข่าวรอยเตอร์ ยิงคำถาม 3 ข้อนี้ต่อศาสตราจารย์หวง หนิงเฉิง อธิบดีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งมณฑลกวางตุ้ง โดยโจเซฟเป็นหนึ่งในผู้สื่อข่าว 80 คนจากสื่อต่างประเทศ อาทิ รอยเตอร์ บลูมเบิร์ก นิวยอร์กไทม์ส และFinanz und Wirtschaft ที่เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารกลางวัน พร้อมกับร่วมค้นพบความลับในการพัฒนานวัตกรรมของกวางตุ้ง

          งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งฮ่องกง (FCC) ในช่วงบ่ายของวันพุธที่ 1 ธ.ค. ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อชี้แจงสถานะการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจล่าสุดของมณฑลกวางตุ้งให้สื่อต่างประเทศได้รับทราบ ภายใต้หัวข้อ “Guangdong’s Push For Innovation”

          “ครับ ประเด็นนี้สำคัญมาก” ศาสตราจารย์หวงตอบคำถามข้างต้น พร้อมเพิ่มเติมว่าปัจจุบันมณฑลกวางตุ้งให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับการเพิ่มประสิทธิภาพในภาคการผลิตขั้นสูง ชีววิทยาศาสตร์และสุขภาพ รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)

          “จุดประสงค์ของการส่งเสริมนวัตกรรมมิใช่เพียงเพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านสังคมและเศรษฐกิจ แต่ยังส่งเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะด้วย”

          ศาสตราจารย์หวงเปิดเผยว่า “การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ของมณฑลกวางตุ้งในปี 2559 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.58% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับการลงทุนด้านR&D ของบรรดาประเทศ (หรือภูมิภาค) ที่มีการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” พร้อมกล่าวว่าอัตราการเติบโตจะอยู่ที่ 0.01% เทียบรายปี อีกทั้งยังแสดงมุมมองที่เป็นบวกเกี่ยวกับการเติบโตด้านการลงทุน R&D ของมณฑลกวางตุ้งในอนาคต

          ทั้งนี้ สำนักสารนิเทศ สำนักการต่างประเทศ และสำนักกิจการฮ่องกงและมาเก๊า ประจำมณฑลกวางตุ้ง ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งมณฑลกวางตุ้ง ได้จัดเลี้ยงรับประทานอาหารกลางวันแก่ผู้เข้าร่วมประชุม ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานข้าหลวง กระทรวงการต่างประเทศจีน ในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง

          เพื่อให้สอดคล้องกับการตัดสินใจของรัฐบาลกลาง ในช่วงไม่กี่ปีมานี้มณฑลกวางตุ้งได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนาผ่านนวัตกรรมอย่างจริงจังและมุ่งมั่นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมนี้เป็นยุทธศาสตร์หลักที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความพยายามในการประสานความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลกวางตุ้ง และรุฐบาลท้องถิ่นของมณฑลกวางตุ้ง ทั้งในแง่ของนโยบาย เงินทุน เทคโนโลยี ทรัพยากรมนุษย์ แพลตฟอร์มต่าง ๆ ฯลฯ จนบรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรมได้ในที่สุด

          ที่มา: สำนักสารนิเทศแห่งมณฑลกวางตุ้ง รัฐบาลจีน

Capella Hotel Group Asia จับมือ ปิแอร์ กาแญร์ เปิดตัวภัตตาคารสุดหรูที่ Capella Shanghai, Jian Ye Li

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–2 ธ.ค. –พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

พร้อมเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2560

Capella Hotel Group Asia และ มร.ปิแอร์ กาแญร์ เชฟชื่อดังจากฝรั่งเศส มีความยินดีที่จะประกาศความร่วมมือครั้งแรกในประเทศจีน ด้วยการเปิดตัวComptoir Pierre Gagnaire ภัตตาคารสุดหรู ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ของมร.กาแญร์ ณ โรงแรม Capella Shanghai ภายในเขตอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของเขตซูหุย โดยร้านอาหารฝรั่งเศสและรีสอร์ทกลางเมืองสไตล์วิลล่าแห่งนี้ จะตั้งอยู่ในพื้นที่ของ Jian Ye Li ซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบ “ชิคูเมน ” อันเก่าแก่กลุ่มสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยมีประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปถึงคริสต์ทศวรรษ 1930 ทั้งนี้ Capella Shanghai และ Comptoir Pierre Gagnaire จะเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2560

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161124/8521607693-a

คำบรรยายภาพ: ปิแอร์ กาแญร์ เชฟยอดเยี่ยมของโลกประจำปี 2558 จากการโหวตของเพื่อนร่วมวงการ โดยนิตยสาร Le Chef ของฝรั่งเศส เครดิตภาพ: (c) Jacques Gavard

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161124/8521607693-b

คำบรรยายภาพ: Comptoir Pierre Gagnaire ที่ Capella Shanghai, Jian Ye Li พร้อมเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2560

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161124/8521607693LOGO

เชฟ ปิแอร์ กาแญร์ เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งความสำเร็จบนเส้นทางพ่อครัวมืออาชีพในปีนี้ โดยได้รับการยกย่องในฐานะ “เชฟยอดเยี่ยมของโลกประจำปี 2558″ จากผลการโหวตของเพื่อนร่วมวงการในนิตยสาร Le Chef นอกจากนี้ เขายังเป็นเจ้าภัตตาคาร 12 แห่งทั่วโลก ที่ได้รับดาวมิชลินมาแล้วรวม 13 ดวง ด้วยแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่ว่า “มุ่งมั่นสู่อนาคต แต่ยังเคารพในอดีต” การทำอาหารของเชฟกาแญร์จึงเป็นดั่งศิลปะซึ่งแทนความรู้สึกและคำพูดของเขา ภายในห้องครัวของภัตตาคารชื่อดัง เชฟมือทองผู้นี้ได้รังสรรค์วัตถุดิบสดใหม่ ให้กลายเป็นท่วงทำนองแห่งรสชาติ รสสัมผัส และอุณหภูมิที่กลั่นออกมาจากอารมณ์ความรู้สึก

เชฟกาแญร์ อธิบายถึงคอนเซ็ปต์ใหม่นี้ว่า “แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังComptoir Pierre Gagnaire คือการสร้างบรรยากาศย้อนกลับไปยังช่วงทศวรรษ 1930 สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความอบอุ่น คุณภาพ และความเรียบง่ายที่ผมต้องการสื่อถึง เพื่อนำเสนอจิตวิญญาณของยุคนั้น สถานที่แห่งนี้จะเป็นต้องเปี่ยมไปด้วยความสุข ความอบอุ่นใจ และเข้าถึงง่าย ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า ที่นี่จะกลายเป็นสถานที่แสนพิเศษและหลบหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอก”

มร. นิโคลัส เอ็ม เคลย์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Capella Hotel Group Asia กล่าวว่า “เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยพลังมากเป็นอันดับต้นๆของโลก ซึ่งมาพร้อมกับวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับการใช้ชีวิตในแบบสากล ปรัชญาการทำงานของเชฟปิแอร์ กาแญร์ นั้นสอดคล้องเป็นอย่างยิ่งกับหลักการทำงานของ Capella โดยทั้งสองฝ่ายต่างมีความหลงใหลและความปรารถนาในสิ่งเดียวกัน ซึ่งได้แก่การสร้างสรรค์ประสบการณ์อันน่าจดจำให้กับแขกของเรา ความเป็นเลิศของเชฟปิแอร์ที่การันตีด้วยรางวัลมิชลิน ประกอบกับความสุภาพนอบน้อมในตัว ทำให้ชายผู้นี้เป็นพันธมิตรที่คู่ควรกับ Capella Shanghai”

Capella Shanghai, Jian Ye Li เป็นรีสอร์ทกลางเมืองเพียงแห่งเดียวในเซี่ยงไฮ้ที่ให้บริการห้องพักแบบวิลล่าทั้งหมด ที่พักซึ่งแฝงด้วยมรดกทางสถาปัตยกรรมอันหาได้ยากยิ่งแห่งนี้ เปิดโอกาสให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสกับความโรแมนติกของมหานครเซี่ยงไฮ้ในอดีตอย่างแท้จริง ด้วยห้องพักแบบวิลล่าทั้งหมด 55 ห้อง ห้องชุด 40 ยูนิต ตลอดจน The Gallery ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมภัตตาคารและบรรดาแบรนด์ไลฟ์สไตล์

ภายใต้การควบคุมของโรเมน ชาเปล เชฟดาวเด่นในสังกัดของเชฟปิแอร์Comptoir Pierre Gagnaire เตรียมเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2560พร้อมกับ Capella Shanghai, Jian Ye Li ซึ่งประกอบไปด้วยภัตตาคารขนาด 70 ที่นั่ง บาร์ขนาด 50 ที่นั่ง และร้านขายเบเกอรี่ซึ่งตั้งอยู่ในส่วนของ The Gallery โดย Comtpoir Pierre Gagnaire จะเปิดให้บริการทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน ชายามบ่าย และมื้อค่ำ เพื่อเติมเต็มรูปแบบการพักอาศัยในย่านอันเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งนี้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Capella Shanghai และ Comptoir Pierre Gagnaire สามารถติดต่อได้ที่joleena.seah@capellahotelgroup.com

เกี่ยวกับ Capella Hotel Group

Capella Hotel Group มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา และมีสำนักงานสาขากระจายอยู่ในเอเชียและยุโรป บริษัทเป็นผู้บริหารจัดการโรงแรมและรีสอร์ททั่วโลก โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น4 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ Capella Hotels and Resorts อันเป็นแนวคิดบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ท และที่พักสุดหรู เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ฉลาดเลือก ด้วยรูปแบบการบริการที่เป็นส่วนตัว โดยปัจจุบันเปิดให้บริการที่ดุสเซลดอร์ฟ สิงคโปร์ อิกซ์ตาปา และเซนต์ลูเซีย ทั้งยังมีแผนเปิดโรงแรมเพิ่มเติมที่ออร์แลนโด กรุงเทพฯ โตโดสซานโตส เซี่ยงไฮ้ และบาหลี

ส่วนที่สองคือ Solis Hotels and Resorts ซึ่งเป็นเครือรีสอร์ท โรงแรม และที่พักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจที่แสวงหาสถานที่ที่ให้ความรู้สึกเป็นสากล มีอาหารรสเลิศ และสปาระดับเวิลด์คลาส ปัจจุบันเปิดให้บริการที่เมืองดอนเนกัลของไอร์แลนด์ และเมืองหนานจิงของจีน และยังมีแผนเปิดตัวโรงแรมเพิ่มเติมที่บาหลี แอตแลนตา กว่างโจว ซูโจว และออร์แลนโด

ส่วนที่สามคือ Independent Hotels and Resorts ซึ่งดำเนินงานโดยอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและวัฒนธรรมการบริการตามแบบฉบับของ Capella Hotel Group ปัจจุบันเปิดให้บริการที่นิวซีแลนด์ บาหลี และสหรัฐอเมริกา ทั้งยังมีแผนเปิดตัวโรงแรมเพิ่มเติมที่เม็กซิโก จีน และยุโรป

ส่วนสุดท้ายคือ Auriga ซึ่งเป็นธุรกิจสปาระดับเวิลด์คลาสเพื่อเสริมสร้างสุขภาพและพลานามัยที่ดี โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการโคจรของดวงจันทร์ ทรีทเมนต์แบบฉบับของ Auriga แต่ละรายการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงอิทธิพลของวิถีโคจรของดวงจันทร์ที่มีผลต่อร่างกายและอารมณ์ของเรา

สื่อมวลชนติดต่อ

Capella Hotel Group Asia

Joleena Seah
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการสื่อสาร
โทร:+65-6887-9835
อีเมล: joleena.seah@capellahotelgroup.com

“TRACE Matrix” ดัชนีชี้วัดความเสี่ยงในการติดสินบนทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอนนาโพลิส, แมรีแลนด์–2 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

TRACE International องค์กรระดับโลกผู้กำหนดมาตรฐานความโปร่งใสทางธุรกิจและต่อต้านการติดสินบน ได้เปิดเผย TRACE Matrixดัชนีชี้วัดความเสี่ยงในการติดสินบนของภาคธุรกิจทั่วโลกประจำปี 2559ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจาก RAND Corporation และมีการเผยแพร่เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2557 เพื่อตอบสนองภาคธุรกิจที่ต้องการข้อมูลที่น่าเชื่อถือและละเอียดยิ่งขึ้น ในเรื่องที่เกี่ยวกับความเสี่ยงในการติดสินบนภาครัฐทั่วโลก

นับตั้งแต่ปี 2520 เป็นต้นมา สหรัฐอเมริกาได้บังคับใช้กฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชั่นข้ามชาติ (FCPA) โดยมีบทบัญญัติห้ามบริษัทต่างๆทำการติดสินบนเจ้าพนักงานในต่างประเทศ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม หลังจากนั้นหลายประเทศก็ได้ออกกฎหมายในลักษณะเดียวกัน ซึ่งมีบทลงโทษรุนแรงสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน ทว่าบริษัทต่างๆกลับมีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายของแต่ละประเทศ จึงอาจทำผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้น บริษัทต่างๆจำเป็นต้องได้เข้าถึงข้อมูลความเสี่ยงในการติดสินบน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าไปทำธุรกิจในต่างประเทศ

TRACE Matrix นำเสนอข้อมูลดังกล่าวให้แก่บริษัทต่างๆ โดยระบุเกณฑ์หลักๆที่เอื้อต่อการคอร์รัปชั่นในภาครัฐ ได้แก่ (1) ลักษณะและขอบเขตของการติดต่อกับภาครัฐ (2) การออกกฎหมายและการบังคับใช้กฏหมายต่อต้านการติดสินบน (3) ระดับความโปร่งใสทางการเงินของเจ้าพนักงานและข้าราชการ และ (4) ขีดความสามารถของภาคประชาสังคมในการตรวจสอบและเปิดโปงการคอร์รัปชั่น

สำหรับ เกณฑ์หลักทั้ง 4 ข้อ (รวมถึงเกณฑ์ย่อยที่เกี่ยวข้อง) ทางTRACE Matrix ได้รวบรวมข้อมูลมาจากบรรดาองค์กรสาธารณประโยชน์ไปจนถึงองค์กรระหว่างประเทศชั้นนำหลายแห่ง อาทิ United Nations, World Bank และ World Economic Forum จากนั้นจึงนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เชิงสถิติเพื่อทำการจัดอันดับประเทศที่มีความเสี่ยงในระดับต่างๆ ซึ่งนอกจากจะมีการจัดอันดับตามคะแนนในภาพรวมระหว่าง 1-100 โดย100 คือประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุด ยังมีการจัดอันดับโดยแยกพิจารณาตามเกณฑ์หลัก 4 ข้อ และเกณฑ์ย่อย 9 ข้อด้วย ข้อมูลที่มีความละเอียดเช่นนี้จะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถประเมินความเสี่ยงของแต่ละประเทศ และเตรียมรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ได้

Gregory Bates ผู้อำนวยการฝ่าย Ethics & Compliance LATAMของ Avon Products, Inc. กล่าวว่า การที่ TRACE Matrix นำเสนอข้อมูลความเสี่ยงในการติดสินบนสำหรับภาคธุรกิจไว้อย่างละเอียดเช่นนี้ ช่วยให้เราสามารถวางมาตรการป้องกันการคอร์รัปชั่นภายในองค์กรได้ ทั้งยังช่วยให้สามารถระบุได้ว่าประเทศใดที่เราจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

Alexandra Wrage ประธานของ TRACE International กล่าวว่าเมื่อตอนที่เราเปิดตัว TRACE Matrix เป็นครั้งแรกนั้น เราได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ภาคธุรกิจทั่วโลกจะต้องมีเครื่องมือพิเศษที่ใช้ในการป้องกันการติดสินบน แม้ในปัจจุบันจะมีดัชนีอื่นๆที่ใช้สำหรับชี้วัดการคอรัปชั่นอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีดัชนีใดที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของบริษัทต่างๆ ในการประเมินความเสี่ยงด้านการติดสินบนเมื่อต้องไปทำธุรกิจในต่างประเทศ เนื่องในโอกาสที่เราเปิดตัวข้อมูลดัชนีประจำปี 2559 เราขอเดินหน้าปฏิบัติตามพันธสัญญาในการจัดทำข้อมูลที่มีความละเอียดและน่าเชื่อถือที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อสนับสนุนให้บริษัทต่างๆดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลดัชนีในปี 2557 พบว่า ดัชนี TRACE Matrix ปี 2559 บ่งชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นในบางประเทศ ที่สามารถลดความเสี่ยงด้านการติดสินบนของภาครัฐลงได้ อย่างประเทศเอสโตเนียที่มีคะแนนความเสี่ยงโดยรวมลดลงจาก 33 เหลือเพียง 17 จนติดท็อป 5 ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เช่นเดียวกับสวีเดน นิวซีแลนด์ ฮ่องกง และนอร์เวย์ อย่างไรก็ดี หลายประเทศกลับมีความเสี่ยงสูงขึ้น โดยเฉพาะซีเรีย ซึ่งมีคะแนนรวมเพิ่มขึ้นจาก 73 เป็น 88 จึงติดอันดับ 8ประเทศที่มีความเสี่ยงด้านการติดสินบนสูงที่สุดในโลก เป็นรองแค่ไนจีเรีย แองโกลา เยเมน กินี กัมพูชา เมียนมา และเซาท์ซูดาน

สามารถรับชมดัชนี TRACE Matrix ได้ที่https://www.traceinternational.org/trace-matrix

รับชมวิดีโออธิบายดัชนี TRACE Matrix ความยาว 90 วินาทีได้ที่

https://www.youtube.com/watch?v=z8Th45BKpGE 

เกี่ยวกับ TRACE

TRACE International และ TRACE Incorporated เป็นสองบริษัทที่แยกจากกัน แต่มีพันธกิจร่วมกันในการยกระดับความโปร่งใสทางการค้าทั่วโลก ด้วยการสนับสนุนให้บริษัทข้ามชาติ และบุคคลที่สามหรือคนกลางของบริษัทเหล่านี้ ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.TRACEinternational.org

HMD Global เดินเครื่องลุย เตรียมส่งโทรศัพท์ Nokia รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เอสโป, ฟินแลนด์–2 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– HMD Global ก้าวเข้าสู่ตลาดแล้ววันนี้ เพื่อสร้างสรรค์โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ภายใต้แบรนด์ Nokia ผ่านข้อตกลงอนุญาตใช้สิทธิในแบรนด์แต่เพียงผู้เดียวเป็นระยะเวลา 10 ปี

– HMD ขึ้นแท่นเจ้าของธุรกิจฟีเจอร์โฟนแบรนด์ Nokia ที่มีอยู่เดิม พร้อมนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดทั่วโลกอย่างทั่วถึงและกว้างขวาง

ประกาศรายชื่อทีมผู้บริหาร HMD Global ด้วยเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นรายสำคัญในตลาดสมาร์ทโฟนโลก

ด้วยการใช้โมเดลพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกับบรรดาผู้นำอุตสาหกรรมและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก จะเปิดทางให้ Nokia สามารถมอบสุดยอดประสบการณ์การใช้โทรศัพท์มือถือแก่ผู้บริโภค

สมาร์ทโฟน Nokia รุ่นใหม่จะใช้ระบบปฏิบัติการ Android และจะพร้อมวางจำหน่ายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560

เรื่องราวบทใหม่สุดตื่นเต้นของ Nokia ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในวันนี้ เมื่อHDM Global Oy (“HMD”) ซึ่งเป็นบ้านหลังใหม่ของโทรศัพท์มือถือNokia ได้ก้าวเข้าสู่ตลาด บริษัทสัญชาติฟินแลนด์แห่งนี้จะนำเอาโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ๆ ไปสู่ผู้บริโภค โดยจะเริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนชุดแรกภายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจฟีเจอร์โฟนแบรนด์ Nokia ที่มีอยู่เดิม

การเปิดตัว HMD เกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียง 6 เดือนหลังจากที่บริษัทได้ลงนามข้อตกลงเชิงกลยุทธ์กับ Nokia ซึ่งให้สิทธิ์ HMD ใช้แบรนด์ Nokia กับโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตรุ่นต่าง ๆ ทั่วโลกแต่เพียงผู้เดียวเป็นระยะเวลา 10 ปี

ในฐานะที่เป็นผู้นำตลาดฟีเจอร์โฟนอยู่แล้ว HMD จึงมีฐานที่มั่นคงอยู่ในตลาดสำคัญ ๆ ทั่วโลกตั้งแต่วันแรกของการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา อินเดีย และจีน ซึ่งเมื่อบวกกับทีมบริหารมากประสบการณ์ระดับโลก จึงทำให้ HMD อยู่ในจุดที่เริ่มต้นได้รวดเร็วอย่างแท้จริง

HMD ได้พัฒนาโมเดลพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่มีความพิเศษ เพื่อที่จะร่วมมือกับบรรดาบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ซึ่งรวมถึง Nokia, FIH Mobile Limited (FIH) และ Google โดยสมาร์ทโฟน Nokia รุ่นใหม่ ๆ ในอนาคตจะใช้ระบบปฏิบัติการ Android ของ Google ซึ่งปัจจุบันสมาร์ทโฟน 86% ของโลกใช้ระบบปฏิบัติการนี้

หลักสำคัญของโมเดลพันธมิตรของ HMD คือการทำข้อตกลงร่วมกับ FIH บริษัทเทคโนโลยีและผู้ผลิตสินค้าคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก ที่จะมาเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตแบรนด์ Nokia จึงรับประกันได้ในเรื่องของคุณภาพการผลิตและนวัตกรรม อีกทั้งยังเปิดช่องทางการเข้าถึงศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ระดับโลกของ FIHด้วย

HMD กำลังพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจที่เน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง โดยจะให้ความสำคัญไปที่นวัตกรรม คุณภาพ และประสบการณ์ของผู้ใช้ ควบคู่ไปกับการออกแบบ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นคุณลักษณะอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของโทรศัพท์มือถือ Nokia

บริษัทผสมผสานความคล่องตัวและทัศนคติของธุรกิจสตาร์ทอัพ เข้ากับความเชี่ยวชาญของทีมผู้บริหารอาวุโสระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมที่มากไปด้วยประสบการณ์และความมุ่งมั่น ทีมงานของ HMD Global นำโดยซีอีโอ Arto Nummela และประธาน Florian Seiche โดยผู้นำทั้งสองจะร่วมกันขับเคลื่อนบทบาทใหม่ของโทรศัพท์มือถือ Nokiaด้วยการสนับสนุนจากทีมบริหารมากความสามารถและประสบการณ์สูงที่ได้รับการเลือกเฟ้นมาจากหลากหลายตลาด 

Arto Nummela ซีอีโอของ HMD Global กล่าวว่า

วันนี้เป็นวันดีและสำคัญยิ่งสำหรับ HMD โดย Nokia เป็นหนึ่งในแบรนด์โทรศัพท์ที่ทั่วโลกต่างยกให้เป็นไอคอนและเป็นที่จดจำมากที่สุดมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ความกระตือรือร้นในการนำแบรนด์อันเป็นที่รัก มีชื่อเสียง และได้รับความไว้วางใจมาสู่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนอีกครั้งนั้น ถือเป็นความรับผิดชอบและเป้าหมายที่ทีมงานทุกคนที่ HMD มีร่วมกัน

จากกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมหลังจากที่ได้มีการประกาศข่าวเกี่ยวกับHMD ในช่วงก่อนหน้านี้ เราจึงตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับโทรศัพท์ Nokia โดยเรามองว่าความเคลื่อนไหวนี้เปิดโอกาสให้เราได้แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภค รวมทั้งสานต่อคุณภาพและดีไซน์ที่ทุกคนรู้จักเมื่อพูดถึงแบรนด์ Nokia ต่อไป เราได้เลือกเฟ้นทีมงานที่มีความสามารถและมุ่งมั่น เพื่อมาร่วมกันมอบคำสัญญาของ Nokia ในการเป็นโทรศัพท์ที่วางใจได้ สวยงาม และสนุกสนานแก่ผู้ใช้งานทั่วโลก 

Florian Seiche ประธานของ HMD Global กล่าวว่า:

เราเชื่อว่าถึงเวลาแล้วสำหรับการเริ่มสิ่งใหม่ในอุตสาหกรรมมือถือ ตลาดนั้นซบเซาและถูกถาโถมไปด้วยสินค้าที่เหมือนกันไปหมด ในขณะที่ผู้บริโภคกำลังมองหาเทคโนโลยีที่มีจุดประสงค์ในการใช้งานที่ชัดเจน นั่นคือ เป็นประโยชน์ น่าตื่นเต้น และมีแบรนด์ที่สามารถไว้วางใจได้ ดังนั้น กลยุทธ์ของเราจะมุ่งเน้นไปที่แก่นแท้ของประสบการณ์ของผู้บริโภค และการทุ่มเทให้กับคุณภาพ

ด้วยทีมงานที่มุ่งมั่นกระตือรือร้น มุมมองแบบธุรกิจสตาร์ทอัพ แบรนด์ที่ 95% ทั่วโลกรู้จัก และกลยุทธ์หุ้นส่วนแบบ asset light เราจึงเชื่อว่า เรามีความพร้อมที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่วงการโทรศัพท์มือถือ 

Brad Rodrigues รักษาการประธาน Nokia Technologiesกล่าวว่า:

เรารู้สึกซาบซึ้งกับกระแสตอบรับล้นหลามจากทั่วทุกมุมโลกเกี่ยวกับการกลับมาของแบรนด์ Nokia สู่ตลาดสมาร์ทโฟน ทีมงานของ HMD Global มีความมุ่งมั่น ความสามารถ และทรัพยากรที่จะนำโทรศัพท์แบรนด์Nokia ยุคใหม่ออกสู่ตลาด และเราขออวยพรให้ทีมงานประสบความสำเร็จในทุก ๆ สิ่ง ผมมั่นใจว่า แฟน Nokia หลายล้านคนจะต้องตื่นเต้นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Nokia อย่างแน่นอน! 

Samuel W. L. Chin ประธานคณะกรรมการ HMD Globalกล่าวว่า:

วันนี้เป็นวันแห่งความตื่นเต้นสำหรับทุกคนที่มีส่วนร่วมในการเดินทางนี้ ในฐานะหนึ่งในผู้ก่อตั้ง HMD Global ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นการเปิดตัวธุรกิจของเราผ่านการบรรลุข้อตกลงต่าง ๆ ด้วยความอุตสาหะของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทำให้ในตอนนี้ เราสามารถก้าวต่อไปพร้อมกับธุรกิจใหม่ของเรา ซึ่งนับเป็นความแปลกใหม่แห่งวงการ และก้าวใหม่ที่สดใสของโทรศัพท์มือถือ Nokia” 

เกี่ยวกับ HMD Global

HMD Global Oy ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเอสโป ประเทศฟินแลนด์ ได้กลายเป็นบ้านหลังใหม่ของโทรศัพท์และแท็บเล็ตของNokia ทั้งนี้ HMD ออกแบบและทำตลาดสมาร์ทโฟนและฟีเจอร์โฟนรุ่นต่าง ๆ โดยมีกลุ่มเป้าหมายและราคาที่หลากหลาย ด้วยความทุ่มเทที่มีให้กับนวัตกรรมและคุณภาพ HMD ภูมิใจที่ได้เป็นผู้ถือลิขสิทธ์ในแบรนด์Nokia ที่ครอบคลุมทั้งโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตแต่เพียงผู้เดียว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ http://www.hmd.global

ทีมผู้บริหาร HMD Global ที่มีการประกาศในวันนี้ ประกอบไปด้วย 

ผู้บริหารระดับโลก 

                – Arto Nummela เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HMD Global ก่อนหน้านี้ เขาดำรงตำแหน่งรองประธานกลุ่ม Microsoft Mobile Devices Sales ประจำภาคพื้นเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา Artoเข้าร่วมงานกับ Nokia ในปี 2537 และได้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตั้งแต่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ การบริหารธุรกิจและการลงทุน ไปจนถึงการขายและการตลาดทั่วทุกภูมิภาคของโลก

– Florian Seiche เป็นประธาน HMD Global เขาเป็นอดีตผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจสมาร์ทโฟนของ HTC และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการระดับโลกของ Orange Devices สำหรับบทบาทล่าสุดของ Seiche คือรองประธานอาวุโสของ Nokia และ Microsoft โดยรับผิดชอบฝ่ายขายและการตลาด ธุรกิจ Mobile Device ในภูมิภาคยุโรป

– Anssi Rönnemaa เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและการพาณิชย์ของ HMD Global ก่อนหน้านี้ เขาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของกลุ่ม Microsoft Mobile Devices Sales และเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการเงินของ Nokia ประจำอินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

– Pekka Rantala เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ HMD Global เขาเป็นอดีตซีอีโอของ Rovio Entertainment ผู้มีประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมมือถือมากกว่า 20 ปี โดยก่อนหน้านี้ Rantalaดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดของ Nokia

– Juho Sarvikas เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ HMD Global โดย Juho จะดูแลด้านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นบทบาทที่เขาได้รับเมื่อครั้งร่วมงานกับ Nokia โดยครอบคลุมตั้งแต่การคิดคอนเซปต์ ไปจนถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ และการวางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ เขาจะย้ายจาก Microsoft ในตำแหน่ง Global Head ธุรกิจฟีเจอร์โฟนของMicrosoft เพื่อมารับบทบาทใหม่ที่ HMD

– Pia Kantola เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ HMD Global ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ โทรคมนาคม และระบบอัตโนมัติ Kantola เป็นอดีตผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Product Management ของ Microsoft และรองประธานฝ่ายCustomer Logistics ของ Nokia

– Oliver Schulte เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและกลยุทธ์ของ HMD Global โดยย้ายมาจากบริษัท Bullitt Group Ltd. ที่ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งซีอีโอฝ่าย Mobile Division ก่อนหน้านั้น เขาดำรงตำแหน่งรองประธาน Commercial Operations ของ HTC ประจำภาคพื้นยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

– Jari Koljonen เป็นที่ปรึกษาทั่วไปของ HMD Global ก่อนหน้านี้ เขาดำรงตำแหน่ง Director Legal and Corporate Affairs ของกลุ่มMicrosoft Mobile Devices Sales และ Regional Compliance Directorของ Microsoft Office of Legal Compliance ประจำอินเดีย ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ รวมทั้งเคยดำรงตำแหน่ง Director ของLegal and Corporate Affairs ประจำอินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ที่ Nokia อีกด้วย

            – Tiina Topal ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ HMD Global โดยก่อนหน้านี้ เธอดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ Microsoft ประจำภูมิภาคแอฟริกาเหนือ เมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก และปากีสถาน และเป็นอดีตผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ Nokia ประจำอินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

ผู้บริหารระดับภูมิภาค

– James Rutherfoord จะดำรงตำแหน่งรองประธาน HMD Globalประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ก่อนหน้านี้ เขาดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของกลุ่ม Microsoft Mobile Devices Sales ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และรองประธาน Nokia ประจำอเมริกาเหนือ ลิแวนต์ และตะวันออกใกล้

            – Nestor Xu ดำรงตำแหน่งรองประธาน HMD Global ประจำเกรทเทอร์ไชน่า (จีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน) ก่อนหน้านี้ เขาเป็นผู้จัดการทั่วไปของกลุ่ม Microsoft Mobile Devices Sales ประจำเกรทเทอร์ไชน่า และหัวหน้าฝ่ายขายที่ Nokia ประเทศจีน

            – Ajey Mehta ดำรงตำแหน่งรองประธาน HMD Global ประเทศอินเดีย ก่อนหน้านี้ เขาเป็นผู้จัดการกลุ่ม Microsoft Mobile Devices Sales ประจำประเทศอินเดีย และก่อนหน้านั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการขายของ Nokia ประจำอินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

– Per Ekman ดำรงตำแหน่งรองประธาน HMD Global ประจำตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ โดยก่อนหน้านี้ เขาเป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการขายกลุ่ม Microsoft Mobile Devices Sales ประจำยุโรป และหัวหน้าฝ่ายการเงินของ Nokia ประจำเอเชียแปซิฟิก

            – Justin Maier ดำรงตำแหน่งรองประธาน HMD Global ประจำภูมิภาคแอฟริกาใต้ซาฮารา ก่อนหน้านี้ เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มMicrosoft Mobile Devices Sales ประจำภูมิภาคแอฟริกาใต้ซาฮารา และหัวหน้าฝ่ายการตลาด Nokia ประจำภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้และตะวันออก

            – Alberto Matrone ดำรงตำแหน่งรองประธาน HMD Globalยุโรปตะวันออก โดยก่อนหน้านี้ เขาดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปกลุ่มMicrosoft Mobile Devices Sales ยุโรปตะวันออกตอนกลาง และรองประธาน Nokia ยุโรปตะวันออกตอนกลาง

            – Jon French ดำรงตำแหน่งรองประธาน HMD Global ยุโรปตะวันตก ก่อนหน้านี้ เขาดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปกลุ่ม Microsoft Mobile Devices Sales เอเชียแปซิฟิก Jon เริ่มต้นการทำงานกับ Nokiaเมื่อปี 2540 และเคยร่วมงานกับ Samsung และ HTC ในสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ เขาเคยดำรงตำแหน่งรองประธาน HTC ประจำยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

– Maurizio Angelone ดำรงตำแหน่งรองประธาน HMD Globalภาคพื้นอเมริกา ก่อนหน้านี้ เขาทำงานอยู่ที่ Lenovo โดยช่วยบริษัทจัดตั้งหน่วยธุรกิจสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวใหม่ในภูมิภาคละตินอเมริกา และเคยร่วมงานกับ Motorola ในตำแหน่งรองประธานและผู้จัดการทั่วไป ประจำยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา นอกจากนี้ เขายังเคยดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสของ Nokia ละตินอเมริกา

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

HMD Press Office:

press@hmdglobal.com

            Cohn & Wolfe:

โทร. +44(0)20-7331-5305

ที่มา: HMD Global

Cook Medical เปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่สิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News    http://www.thaibusinessnews.com/

 

สิงคโปร์—(บิสิเนส ไวร์)—1 ธันวาคม 2016

Cook Medical ได้เปิดศูนย์กระจายสินค้าเอเชียใต้แห่งใหม่อย่างเป็นทางการ มีชื่อว่า South Asia Distribution Centre (SADC) ในประเทศสิงคโปร์เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2016 โดยสถานที่แห่งใหม่นี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการขยายเครือข่ายลอจิสติกส์ของ Cook Medical โดยมุ่งที่จะตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในสินค้าทั่วภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:http://www.businesswire.com/news/home/20161130006480/en/

คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าขนาด 2,500 ตารางเมตร จะจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าของ Cook Medical ทั่วเอเชียแปซิฟิค ที่ตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย เกาหลี มาเลเซีย ไต้หวัน ไทย และฮ่องกง

Barry Thomas รองประธานของ Cook Inc. และผู้อำนวยการของ Cook Medical APAC กล่าวว่า SADC จะทำให้ Cook Medical ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

“เป้าประสงค์ของเราอยู่ที่ลูกค้าและคนไข้ของเขา และจากที่ตั้งแห่งนี้ พวกเราจะสามารถจัดส่งสินค้าไปสู่ที่ใดก็ได้ในภูมิภาคนี้ในเวลา 24 ชั่วโมง” Thomas กล่าว “การเปิดตัวของ SADC นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการบริการกระจายสินค้าของ Cook Medical ทั่วเอเชียแปซิฟิค”

“ที่ตั้งนี้จะทำให้เราสามารถขยายการกระจายสินค้า ทำให้ผู้คนจำนวนมาในเอเชียสามารถเข้าถึงอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยของเรา”

สถานที่ที่มีเทคโนโลยีสูงในการให้บริการกระจายสินค้านี้เกิดขึ้นจากการกระจายสินค้าให้กับเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน นับตั้งแต่ปี 2010 การเติบโตในจีนและส่วนอื่นๆ ในภูมิภาคทำให้บริษัทก่อตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ในเอเชียแปซิฟิค

Ross Harvey ผู้อำนวยการฝ่ายเครือข่ายลอจิสติกส์ เอเชียแปซิฟิค กล่าวว่าสิงคโปร์ได้รับเลือกในครั้งนี้เนื่องจากเป็นศูนย์กลาง ทำให้ Cook พัฒนาในด้านความเร็วในการกระจายสินค้าของ Cook ไปยังโรงพยาบาลต่างๆ

“ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของสถานที่แห่งใหม่ในสิงคโปร์จะทำให้ Cook Medical ได้รับประโยชน์สำคัญมากมายที่จะทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้”

“SADC ทำให้เราสามารถลดเวลาการส่งของและลดค่าใช้จ่ายที่จะทำให้เรานำมาลงทุนในการพัฒนาการบริการมากขึ้น” Harvey กล่าว

สถานที่แห่งใหม่ระดับโลกนี้ใช้เทคโนโลยีแบบไร้กระดาษ กระบวนการที่ล้ำสมัย และประโยชน์จากระบบการดำเนินพิธรการศุลกากรแบบออนไลน์ ซึ่งจะทำให้ประหยัดเวลาประมาณ 10 นาทีต่อครั้ง

“เรายินดีต้องรับการตัดสินใจของ Cook medical ในการก่อตั้ง SADC ในสิงคโปร์ ซึ่งจะเป็นส่วนตอกย้ำในตำแหน่งของสิงคโปร์ที่เป็นผู้นำศูนย์รวมด้านลอจิสติกส์ โดยการใช้การเชื่อมต่อเครือข่ายที่กว้างขวาง ระบบโครงสร้างพื้นฐานศุลกากร และระบบของลอจิสติกส์ที่ดี บริษัทสามารถพัฒนาเวลา turnaround เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเพิ่มการเข้าถึงตลาดในภูมิภาคได้มากขึ้น” Weng Si Ho, ผู้อำนวยการ Biomedical Sciences ของ Singapore Economic Development Board (EDB)

“เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริษัท MedTech ในการก่อตั้งฟังก์ชั่นลอจิสติกส์แบบมีกลยุทธ์ในประเทศสิงคโปร์และผลักดันการสร้างมูลค่าจากเครือข่ายลอจิสติกส์ที่มีประโยชน์สำหรับภูมิภาคนี้และที่อื่นๆ ต่อไป”

“การเปิดตัวศูนย์แห่งใหม่นี้สามารถสร้างงานได้มากมายและคาดหวังว่าจะโตขึ้นเมื่อธุรกิจขยายขึ้น” Thomas กล่าว

“สิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ของเราขณะนี้คือการตั้งทีมบริการลูกค้า และการย้ายสต๊อก In Vitro Fertilization (IVF) Media ของเราที่หวังว่าจะแล้วเสร็จต้นปี 2017

“เราภูมิใจใน SADC มากและเราต้องการขอบคุณทุกคนที่ได้มีส่วนเกี่ยวของในโปรเจกต์นี้ในปีที่ผ่านมา” Thomas กล่าว

เปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 30 พฤศจิกายน 2016 และฉลองโดยพิธีเปิดตัวสั้นๆ ต่อด้วยการเดินชมสถานที่

เกี่ยวกับ Cook Medical

นับตั้งแต่ปี 1963 Cook Medical ได้ทำงานกับแพทย์ในการพัฒนาเทคโนโลยีแบบ minimal invasive วันนี้เราผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องมือไบโอโลจิกส์ ชีวเภสัชภัณฑ์ และเซลล์บำบัด เพื่อให้ผลลัพธ์กับคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราเป็นบริษัทครอบครัว ดังนั้นเราจึงมุ่งหวังที่จะสนใจเกี่ยวกับลูกค้า พนักงาน และชุมชนของเรา สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ www.cookmedical.com และสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดของเราได้ที่ TwitterFacebook และ LinkedIn

สามารถสัมภาษณ์ได้ที่:

Barry Thomas, รองประธาน, Cook Incorporated และผู้อำนวยการ Cook Medical Asia Pacific

Ross Harvey ผู้อำนวยการฝ่ายเครือข่ายลอจิสติกส์ Cook Medical Asia Pacific

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com:http://www.businesswire.com/news/home/20161130006480/en/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Cook Medical

Pia Warburton, +852 9026 6275

Manager, Corporate Communications – Asia Pacific

Pia.Warburton@CookMedical.com

โตชิบาเปิดตัวไลน์อัพใหม่สำหรับมอสเฟตแบบ on-resistance ต่ำสำหรับโหลดสวิตช์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยใช้แพ็กเกจขนาดเล็ก กำลังสูญเสียสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News    http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว—(บิสิเนส ไวร์)—29 พฤศจิกายน 2016

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Tokyo:6502) วันนี้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้แพ็กเกจขนาด “TSOP6F” กำลังสูญเสียสูงที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยเพิ่มเข้าไปในไลน์อัพของมอสเฟตแบบ on-resistance ต่ำสำหรับการชาร์จวงจรโหลดสวิตช์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ รวมถึงโทรศัพท์มือถือและแทปเล็ต ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์แรกในไลน์อัพนี้ มอสเฟตเดี่ยว พี-แชแนล แบบ 20V รุ่น “SSM6J801R” ได้เริ่มส่งออกวันนี้ และจะทำการผลิตเป็นจำนวนมากปลายเดือนธันวาคมนี้

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:http://www.businesswire.com/news/home/20161128006189/en/

โตชิบา: มอสเฟตแบบ on-resistance ต่ำสำหรับโหลดสวิตช์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ ใช้กำลังสูญเสียสูง แพ็กเกจขนาดเล็ก: SSM6J801R (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

Toshiba: Low On-resistance MOSFET for Load Switches in Mobile Devices Utilizing a High Power Dissipation, Small-size Package: SSM6J801R (Photo: Business Wire)

โตชิบาได้พัฒนาแพ็กเกจใหม่ “TSOP6F” ที่มีขนาดเล็ก 2.9×2.8 มม. เพื่อตอบสนองความต้องการการใช้งานอุปกรณ์เล็กๆ สำหรับการชาร์จวงจรโหลดสวิตช์และวงจรขับ LED ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ นอกจากมีพื้นที่และแลนด์แพทเทิร์นเหมือนแพ็กเกจ SOT-457 ที่มีอยู่แล้วนั้น แพ็กเกจใหม่นี้ยังมีกำลังสูญเสียอยู่ที่ 1.5W

มอสเฟตขนาดเล็กแบบ on-resistance ต่ำแพ็กเกจใหม่รุ่น “TSOP6F” นี้จะเปิดตัวพร้อมกับมอสเฟตรุ่นใหม่ “SSM6J801R” โดยมีแผนในอนาคตที่จะขยายไลน์อัพให้มีผลิตภัณฑ์แบบ 2-ใน-1

Part Number Composition VDSS (V) VGSS (V) ID (A) RDS(ON) typ. (mΩ) Ciss (pF) Sample Mass Production
VGS=1.5V VGS=1.8V VGS=2.5V VGS=4.5V
SSM6J801R Pch Single -20 -8/+6 -6 47 39 31 25 840 OK Dec./’16
SSM6J808R -40 -20/+10 -7 41 1105 Dec./’16 2Q/’17
SSM6K810R Nch Single 100 ±20 3.5 65 430 Dec./’16 2Q/’17
SSM6N813R Nch Dual 100 ±20 3.5 120 172 Apr./’17 3Q/’17
SSM6N815R 100 ±20 2 95 223 Mar./’17 May/’17

สามารถคลิกลิ้งค์ด้านล่างเพื่อรับชมข้อมูลสินค้าใหม่

1. SSM6J801R:

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/mosfet/detail.SSM6J801R.html

2. ไลน์อัพของโตชิบามอสเฟตขนาดเล็กแบบ on-resistance ต่ำLine-up of Toshiba Small Low-On-Resistance MOSFETs:

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/mosfet/small-mosfet.html

ลูกค้าติดต่อ:

Small Signal Device Sales & Marketing Department

โทร: +81-3-3457-3411

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับโตชิบา

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016)

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/index.htm

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com:http://www.businesswire.com/news/home/20161128006189/en/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Toshiba Corporation

Storage & Electronic Devices Solutions Company

Digital Marketing Department

Koji Takahata, +81-3-3457-4963

semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp