SANY เปิดตัวแท่นขุดเจาะใหม่ตระกูล C10 พร้อมรับออเดอร์จากลูกค้าแล้วรวมมูลค่า 15 ล้านดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–30 พ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา SANY Heavy Machinery บริษัทย่อยของSANY Heavy Industry ได้เปิดตัวแท่นขุดเจาะแบบหมุนตระกูล C10 โดยในงานเปิดตัวที่เขตอุตสาหกรรมหนานโข่วของ SANY ในกรุงปักกิ่งนั้น บริษัทได้รับใบสั่งซื้อจากลูกค้าแล้วจำนวน 16 เครื่อง คิดเป็นมูลค่า 15ล้านดอลลาร์สหรัฐ

http://photos.prnasia.com/prnvar/20161129/0861612854

คำอธิบายใต้ภาพ – เมื่อวันที่ 20 พ.ย. SANY Heavy Machinery เปิดตัวแท่นขุดเจาะแบบหมุนตระกูล C10 ที่มาพร้อมกับสมรรถนะในการปฏิบัติงานที่หลากหลาย

แท่นขุดเจาะ C10 ของ SANY มีจำหน่ายแล้ว พร้อมด้วยสมรรถนะในการปฏิบัติงานที่มีความครอบคลุม ประกอบด้วยแท่นขุดเจาะขนาดกลางและเล็ก รุ่น SR155C10, SR205C10, SR235C10, 265C10 สำหรับงานก่อสร้างทั่วไป แท่นขุดเจาะรุ่น SR285RC10, SR360RC10 และSR365RC10 สำหรับงานขุดเจาะหิน และแท่นขุดเจาะแบบหมุนขนาดใหญ่รุ่น SR405RC10 และแท่นขุดเจาะแบบหมุนชนิดลูกสูบ (full stroke rotary drilling rig) รุ่น SR235W10 และ SR285RW10

แท่นขุดเจาะแบบหมุนตระกูล C10 ได้รับการปรับปรุงและดัดแปลงให้มีสมรรถนะดีขึ้น ด้วยเสาเข็มที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างขึ้นและมีความยาวมากขึ้น เครื่องยนต์แรงขึ้น และเครื่องกว้านหลักที่ทำงานเร็วขึ้น โดยแท่นขุดเจาะแบบหมุนที่ได้รับการพัฒนาสู่ยุคที่ 5 นี้ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ควบคุมหลายระดับ ซึ่งได้รับการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขุดเจาะให้ดียิ่งขึ้น สำหรับจุดเด่นอื่นๆของแท่นขุดเจาะตระกูล C10 ได้แก่ การออกแบบเครื่องกว้านใหม่ การใช้เชื่อเพลิงต่ำ และมีการใช้เครื่องยนต์จาก Isuzu หรือ Cummins ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมโครงรถที่ออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้เราคำนึงถึงประสิทธิภาพและความเสถียรในการใช้งาน

นอกจากนี้ ห้องคนขับยังมีพื้นที่กว้างขวางและมีหลังคาที่เปิด-ปิดได้ (panaramic sunroof) ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายในการปฏิบัติงาน อีกทั้งยังช่วยให้คนขับสามารถมองเห็นได้กว้างขึ้น ขณะที่ Kelly bar และระบบหล่อลื่นของ SANY ก็มีความทนทาน ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องขุดเจาะนี้ด้วย

เราจะไม่หยุดยั้งการสร้างมูลค่าให้แก่ลูกค้า รวมถึงการผลักดันนวัตกรรมทางเทคโนโลยีอย่างที่เคยทำมาตลอด ตลอดจนจัดหาเครื่องตอกเสาเข็มในราคาประหยัด และให้บริการหลังการขายที่ครบวงจรแก่ทุกๆคน” Mr. Xiong Yiqun ผู้จัดการทั่วไปของ SANY Heavy Machinery สาขาปักกิ่งกล่าว

พิธีเปิดตัวแท่นขุดเจาะตระกูล C10 นี้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมผู้แทนจำหน่าย SANY ทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในระหว่างวันที่ 20-21 พ.ย. โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาความร่วมมือในระดับสากลระหว่างบริษัทกับดีลเลอร์และพันธมิตรทั่วโลก

ผู้แทนจำหน่ายที่เข้าร่วมพิธีเปิดตัวในครั้งนี้ ต่างก็ประทับใจในแท่นขุดเจาะตระกูล C10 โดยบริษัท RTC ในฐานะที่เป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของSANY ในต่างประเทศนั้น ได้ออกแบบบาร์ขุดเจาะชนิดพิเศษร่วมกันสำหรับงานก่อสร้างพื้นฐานในภาคเหนือของรัสเซีย ด้วยแท่นขุดเจาะแบบหมุนที่ได้รับการปรับปรุงให้มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมนี้ จึงทำให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้จะอยู่ในเขตอาร์กติกที่มีสภาพอากาศหนาวจัดด้วยอุณหภูมิต่ำถึง –50 องศาเซลเซียส นอกจากนี้แท่นขุดเจาะดังกล่าวยังสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงภายใต้สภาพแวดล้อมดังกล่าวโดยที่ไม่เกิดปัญหาขัดข้องใดๆ และด้วยเครือข่ายการให้บริการของ SANY ที่มีความกว้างขวาง จึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าพวกเขาจะได้รับการบริการทางเทคนิคและการสนับสนุนด้านอะไหล่สำหรับงานซ่อมบำรุงได้อย่างทั่วถึง

เกี่ยวกับ SANY Group

SANY Group (SANY) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในจีน เป็นผู้นำโลกในด้านอุตสาหกรรมเครื่องจักรขนาดใหญ่ โดยมีโรงงานอยู่ในสหรัฐฯ เยอรมนี บราซิล และอินเดีย และมีธุรกิจในกว่า 100 ประเทศและดินแดนทั่วโลกSANY ได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมและประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ขณะที่เครื่องจักรงานคอนกรีตของบริษัทก็ได้รับการเชิดชูว่าเป็นที่หนึ่งของโลก

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sanyglobal.com หรือติดตาม SANY Group บน Facebook และ YouTube

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

Rebecca Zhou

โทร: +86-10-6073-7480

อีเมล: zhouyy5@sanygroup.cn

 

การแข่งขันเปียโนและไวโอลินระดับเยาวชน “Zhuhai International Mozart Competition for Young Musicians” เปิดรับสมัครแล้ววันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

จูไห่, จีน–30 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

การแข่งขันดนตรีระดับเยาวชน Zhuhai International Mozart Competition for Young Musicians ครั้งที่ 2 จัดพิธีเปิดไปแล้วเมื่อวันที่29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ โรงละคร Huafa CAPP Grand Theater ในเมืองจูไห่ ประเทศจีน

คณะผู้บริหารรวมถึงแขกผู้มีเกียรติมากมายได้เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันในครั้งนี้ อาทิ นายหลง กวงเหยียน รองนายกเทศมนตรีเมืองจูไห่,นางสาวซาราห์ เวดล์-วิลสัน รองอธิการบดี Mozarteum University Salzburg, ศาสตราจารย์พอล รอคเซ็ค ผู้อำนวยการฝ่ายไวโอลินประจำการแข่งขัน, นายจง หมิง รองผู้จัดการทั่วไปบริษัท Huafa Group และนายหลี่ สวี่หมิน รองประธานสมาคมนักดนตรีมณฑลกวางตุ้ง เป็นต้น

การแข่งขันรายการนี้เริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2558 และได้กลายเป็นหนึ่งในการแข่งขันดนตรีระดับนานาชาติรายการใหญ่ของเมืองจูไห่ โดยจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี เพื่อเฟ้นหานักดนตรีหน้าใหม่ระดับเยาวชนที่มีพรสวรรค์จากทั่วโลก รวมถึงช่วยผลักดันความสร้างสรรค์ในตัวนักดนตรีรุ่นเยาว์เหล่านี้ด้วย

การแข่งขันครั้งนี้มี Mozarteum University Salzburg เป็นเจ้าภาพ และมีบริษัท Zhuhai Huafa Group เป็นผู้ดำเนินการ โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-24 กันยายน 2560 ณ โรงละคร Huafa CAPP Grand Theaterในเมืองจูไห่ อันเป็นสถานที่แข่งขันระดับโลกที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่น มีฟังก์ชั่นรองรับการแสดงมากมาย อีกทั้งยังมีเวทีดีไซน์สุดล้ำสมัย

สำหรับการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การแข่งขันเปียโนและไวโอลิน ซึ่งแต่ละประเภทจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มอายุ ประกอบด้วยกลุ่มอายุ 12 ปีหรือต่ำกว่า (กลุ่ม A) กลุ่มอายุ 13-16 ปี (กลุ่ม B) และกลุ่มอายุ 17-23 ปี (กลุ่ม C) โดยจะมีการมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 4 อันดับของแต่ละกลุ่ม อีกทั้งยังมีการมอบรางวัลพิเศษให้แก่ผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากผู้ชมออนไลน์ด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันผ่านทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของการแข่งขัน (www.zhmozart.org) โดยจะเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2560 ผู้สมัครต้องกรอกใบสมัครออนไลน์ให้เรียบร้อย และส่งซีดีบันทึกเสียงบรรเลงดนตรีมาที่สำนักงานคณะกรรมการจัดงานในเมืองจูไห่หรือประเทศออสเตรีย ภายในวันที่ 30เมษายน 2560 โดยจะมีการส่งจดหมายตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันไปยังผู้ที่ผ่านการคัดเลือกภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2560

นอกจากนี้ ภายในงานจะมีการจัดประชุม งานสัมมนาด้านการศึกษา และกิจกรรมพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าร่วมด้วย และผู้ชมจะได้มีโอกาสชื่นชมความสามารถอันยอดเยี่ยมของเหล่านักดนตรีรุ่นเยาว์จากทั่วโลก รวมถึงได้ร่วมลุ้นและสนุกไปกับการแข่งขันอันเลื่องชื่อนี้ 

Booking.com: ลืมโอกาสพิเศษอื่น ๆ ไปได้เลย เพราะการเดินทางท่องเที่ยวคือเคล็ดลับที่นำไปสู่ความสุขที่แท้จริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–30 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ผู้เดินทางจำนวนเกือบครึ่ง (49%) ระบุว่าวันหยุดพักผ่อนทำให้พวกเขามีความสุขยิ่งกว่าวันแต่งงาน

งานวิจัยซึ่งสอบถามผู้เดินทางทั่วโลกโดย Booking.com ผู้นำด้านการเชื่อมโยงผู้เดินทางกับที่พักอันยอดเยี่ยม เผยว่าการเดินทางสามารถเพิ่มความสุขให้แก่เราได้ โดยการวางแผนและเดินทางไปทริปวันหยุดทำให้รู้สึกมีความสุขมากกว่าโอกาสพิเศษอื่นๆ ในชีวิต เช่น วันแต่งงาน (49%)การได้ไปเดตกับคู่รัก (51%) การได้งานใหม่ (50%) เตรียมตัวหมั้น (45%)และแม้แต่รู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ (29%) นอกจากนี้ผู้เดินทางกว่า 77% ยังกล่าวว่าพวกเขาจองทริปวันหยุดเพียงเพราะต้องการให้ตนเองรู้สึกดียิ่งขึ้น

นายเดวิด มัว ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ Booking.com กล่าวว่า ด้วยตัวเลือกที่พักกว่า 1 ล้านแห่งทั่วโลก รวมมากกว่า 23 ล้านห้อง ที่มีให้เลือกมากกว่า 30 ประเภท ณ จุดหมาย 94,000 แห่งทั่วโลก ผู้เดินทางจะมีความสุขอย่างแน่นอนเพียงแค่ใช้บริการ Booking.com

อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่เว็บไซต์ Booking.com:https://news.booking.com/th-th

สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ

วีโร่ พับลิครีเลชั่นส์

ภัทร์นีธิ์  จีริผาบ    อีเมล pattanee@veropr.com

เจนนิษา รักปทุม   อีเมล jennesa@veropr.com

เกี่ยวกับ Booking.com:

Booking.com เป็นผู้นำระดับโลกด้านการจองโรงแรมและที่พักออนไลน์ รับประกันราคาดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นที่พักขนาดเล็กไปจนถึงรีสอร์ทหรู 5ดาว ลูกค้าใช้งาน Booking.com ได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และแท็บเลต โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการจองBooking.com ให้บริการใน 43 ภาษา มีตัวเลือกที่พักมากกว่า 1 ล้านแห่ง ซึ่งรวมถึงสถานตากอากาศ 520,000 แห่ง ครอบคลุม 96,000 จุดหมายทั่วโลก ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี และทีมงานมากกว่า 13,000 คนในสำนักงาน 187 แห่งทั่วโลก Booking.com มีบริการลูกค้าสัมพันธ์ของตัวเองซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน และพร้อมช่วยเหลือลูกค้าในภาษาท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

Booking.com B.V. ก่อตั้งในปีค.ศ. 1996 เป็นเจ้าของและดำเนินการBooking.com™ อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งของ The Priceline Group (NASDAQ: PCLN) ติดตามเราได้ที่ Twitter, Google+ และ Pinterest  กดถูกใจเพจของเราบน Facebook หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่http://www.booking.com

THOMAS SABO เปิดตัวเครื่องประดับคอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2017 ในธีม “Living Dreams Together”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอฟ อัน แดร์ เพกนีตซ์, เยอรมนี–30 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ดีไซน์แบบแอฟริกัน สีสันอันทรงพลัง และลวดลายดอกไม้แสนสดใส คือเอกลักษณ์ของเครื่องประดับเงินคอลเลคชั่นใหม่จาก THOMAS SABO ที่จะมาสะกดทุกสายตาด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดและการสื่อความหมายที่ลึกซึ้ง เครื่องประดับแต่ละชิ้นในคอลเลคชั่นนี้จะเป็นตัวแทนของความฝัน ประสบการณ์ที่มีร่วมกัน และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

 Thomas-Sabo-Africa / THOMAS SABO Spring Summer Campaign 2017 #AfricanColoursByTS #InspiredByEmotions (PRNewsFoto/THOMAS SABO GmbH & Co.KG)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161128/443346 ) 

เครื่องประดับคอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2017 โดดเด่นด้วยสีสัน ลวดลาย และรูปทรงแบบแอฟริกันที่ถูกถ่ายทอดในสไตล์ของ THOMAS SABO โดยในส่วนของจี้ห้อย ต่างหู สร้อยคอ และแหวน จะประดับด้วยลวดลายกราฟฟิกสุดเก๋ที่สร้างสรรค์ขึ้นจากเทคนิคการซ้อนทับ (layering technique) โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเอกลักษณ์ของแอฟริกา อาทิ ปลายแหลมของหอก และลวดลายที่เกิดจากการถักเชือก ส่วนวัสดุที่นำมาใช้ก็ส่งให้เครื่องประดับชุดนี้มีสีเข้ม-อ่อนตัดกันอย่างลงตัว เครื่องประดับสำหรับสุภาพสตรีจะประดับด้วยเพชรเจียระไนเม็ดงามซึ่งจัดเรียงเป็นลวดลายดอกไม้ และกระเบื้องโมเสคที่สื่อถึงท้องทะเล สำหรับหญิงสาวที่ชื่นชอบสไตล์ร็อกแอนด์โรล THOMAS SABO ก็ได้รังสรรค์เครื่องประดับลายหัวกระโหลกในดีไซน์ที่ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น ขณะที่เครื่องประดับDiamond Bars ก็แสนจะลงตัวสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสไตล์มินิมอล  

สร้อยข้อมือสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีในคอลเลคชั่นTHOMAS SABO Power Bracelets ประกอบด้วยบีดส์ไซส์ XXL ที่ทำขึ้นจากพลอยตาเสือ หินจัสเปอร์ หินออบซิเดียน หรือหินลาพิสลาซูลี นับเป็นเครื่องประดับอันแสนทรงพลังด้วยดีไซน์ที่สวยเก๋และโดดเด่นไม่ซ้ำแบบใคร  

นอกจากนี้ ยังนับเป็นครั้งแรกที่นาฬิกาคอลเลคชั่น Karma ผลิตนาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษออกมา โดยสายหนังสไตล์วินเทจและหน้าปัดที่ตกแต่งด้วยลวดลายกิโยเช่ ได้ส่งให้ตัวเรือนของนาฬิการุ่น Rebel with Karma โดดเด่นเหนือใคร 

รูปภาพ:http://images.thomassabo.com/www/2/2016/11/THOMAS-SABO_SS17_IMAGES.zip 

เกี่ยวกับ THOMAS SABO

THOMAS SABO เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเครื่องประดับ นาฬิกา และผลิตภัณฑ์เพื่อความงามชั้นนำระดับโลก โดยออกแบบและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี THOMAS SABOมีร้านค้าเป็นของตนเองราว 300 สาขา ใน 5 ทวีปทั่วโลก และมีพันธมิตรทางการค้าประมาณ 2,800 รายทั่วโลก  

สื่อมวลชนติดต่อ

Felizia Kindermann 

หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศและองค์กร

โทร. +49-912397150-0

อีเมล: press@thomassabo.com 

ที่มา: THOMAS SABO GmbH & Co.KG

สโมสรฟุตบอลชั้นนำของโลกผนึกกำลังสร้าง “Dugout.com” ที่สุดแห่งแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อแฟนบอลตัวยง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–29 พ.ย.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เปิดตัวแล้วสำหรับ Dugout.com แพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่เอี่ยมที่จะทำให้สโมสรฟุตบอลชั้นนำและนักเตะระดับโลกได้ใกล้ชิดกับแฟนบอลมากขึ้น โดยเป็นแหล่งรวบรวมเรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟในวงการลูกหนังครบครันในที่เดียว และเปิดให้แฟนๆเข้าใช้งานได้ฟรี

Dugout-logo Logo / Dugout Logo (PRNewsFoto/Dugout)

(โลโก้:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161128/443345LOGO )

Elliot-Richardson / Elliot Richardson (PRNewsFoto/Dugout)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161128/443357 )

Kate-Burns / Kate Burns (PRNewsFoto/Dugout)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161128/443358 )

Dugout-website / A total of 27 clubs from around the world have signed on as partners of the new site (PRNewsFoto/Dugout)

(รูปภาพ:http://photos.prnewswire.com/prnh/20161128/443361 )

นับเป็นครั้งแรกในโลกที่บรรดาทีมฟุตบอลยักษ์ใหญ่ของโลกได้ผนึกกำลังกันสนับสนุนธุรกิจด้านคอนเทนต์ฟุตบอลโดยเฉพาะ โดยDugout ได้ตกลงเป็นพันธมิตรกับสโมสรชั้นนำของโลกแล้ว 27 ทีม ได้แก่ เอซี มิลาน, อาร์เซนอล, โมนาโก, โรม่า, แอตเลติโก มาดริด, เชลซี,คลับ อเมริกา, ดินาโม ซาเกร็บ, เอฟเวอร์ตัน, บาร์เซโลนา, บาเยิร์น มิวนิก,กาลาตาซาราย, ฮาร์ทส์ ออฟ มิดโลเธียน, ยูเวนตุส, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วีเมน, โอลิมปิก มาร์กเซย, ปารีส แซงต์แชร์กแมง, เรอัล มาดริด, โครินเธียนส์ เปาลิสตา, เซาแทมป์ตัน, สโต๊ค ซิตี้, ซันเดอร์แลนด์, สวอนซี ซิตี้, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

นอกเหนือจากทีมฟุตบอลชั้นนำเหล่านี้แล้ว Dugout ยังตกลงเป็นพันธมิตรกับบรรดานักเตะชื่อก้องโลกมากมาย โดยทั้งสโมสรและนักเตะจะสร้างแอคเคาท์ Dugout เพื่อแชร์เรื่องราวต่างๆและอัปโหลดคลิปวิดีโอ อีกทั้งยังใช้แพลตฟอร์มนี้เป็นช่องทางในการพูดคุยกับแฟนๆอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ Dugout ยังได้ผนึกกำลังกับพาร์ทเนอร์ในการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูงและไม่เหมือนใคร โดยยูสเซอร์ของ Dugout จะได้สัมผัสกับประสบการณ์พิเศษในการเกาะติดความเคลื่อนไหวของสโมสรโปรดและนักเตะในดวงใจโดยไม่มีตกกระแส

จากการสำรวจแฟนบอลจำนวน 24,000 คนทั่วโลก พบว่า แฟนบอลมีแนวโน้มติดตามสโมสรฟุตบอลโดยเฉลี่ย 4.6 ทีมต่อคน นอกจากนี้ยังพบว่า แฟนๆยังตามเชียร์นักเตะในดวงใจเป็นรายบุคคลด้วย ซึ่งบ่งชี้ว่านักเตะดาวดังเหล่านี้จะช่วยขยายฐานแฟนบอลให้กับทีมต่างๆที่พวกเขาไปค้าแข้งด้วย

นอกจากสโมสรและนักเตะแล้ว Dugout.com ยังจับมือกับบรรดาผู้ทรงอิทธิพลในวงการลูกหนัง รวมถึงเหล่านักเตะระดับตำนาน ซึ่งพวกเขาได้สร้างเพจของตนเองขึ้นเพื่อแชร์เรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับยูสเซอร์ของ Dugout เท่านั้น

เอลเลียต ริชาร์ดสัน ประธานของ Dugout กล่าวว่า

“Dugout เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นเพื่อแฟนบอลโดยเฉพาะ เพราะฟุตบอลในปัจจุบันมีความเป็นสากลสูงมาก คอบอลไม่ได้ต้องการรับชมเกมการแข่งขันในประเทศของตนเท่านั้น แต่ยังติดตามเรื่องราวของสโมสรโปรดและนักเตะในดวงใจทั่วโลก ทั้งในและนอกสนาม และDugout.com ก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้ ด้วยแพลตฟอร์มไร้เทียมทานที่เปิดโอกาสให้แฟนๆได้เข้าถึงเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังของสโมสรโปรด ตลอดจนได้เข้าไปสัมผัสกับชีวิตของนักเตะในดวงใจด้วย

ด้วยปัจจัยที่ส่งเสริมกันในหลายๆด้าน ตั้งแต่กระแสการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลทางโทรทัศน์ที่กำลังบูม ไปจนถึงการเฟื่องฟูของโซเชียลมีเดีย ได้เปิดโอกาสให้ Dugout เข้าถึงฐานแฟนบอลที่มีอยู่ประมาณ 3.5พันล้านคนทั่วโลก** และเราเชื่อว่าพวกเขาจะหลงรักในสิ่งที่ได้เห็นอย่างแน่นอน

Dugout.com เป็นแพลตฟอร์มที่สโมสรและนักเตะระดับโลกใช้ในการแชร์เรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สนุกสนาน และไม่ซ้ำใคร ทั้งยังเปิดให้เข้าชมและใช้งานได้ฟรี จึงเป็นแหล่งข่าวสารสำคัญที่แฟนบอลจะได้ทราบข้อมูลความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสโมสรและนักเตะก่อนใคร

Dugout สามารถใช้งานได้ทั้งบนเดสก์ท็อป แท็บเลต และสมาร์ทโฟน นอกจากนั้นยังมีหลายภาษาให้เลือก ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี สเปน คาตาลัน โปรตุเกส และบาฮาซา อินโดนีเซีย

สำหรับกองบรรณาธิการ

* ตัวเลขดังกล่าวอ้างอิงจากผลสำรวจแฟนกีฬาจาก 24 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจัดทำโดย SDNA ของ Nielsen Sport (พฤศจิกายน 2557)

** อ้างอิงจากบทความ “Google: Getting in the face of football’s 3.5 billion fans” ของ CNN ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558http://edition.cnn.com/2015/02/27/football/roma-juventus-google-football

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและการนัดสัมภาษณ์ โปรดติดต่อDugout Press Office: อีเมล dugoutpressoffice@freuds.com / โทร. +44-203-003-6613

Stuart Davis – stuart.davis@freuds.com  / +44-203-003-6630 / +44-7808-611-048

Liam Curran – liam.curran@freuds.com / +44-203-003-6496 / +44-7756-274-944

ที่มา: Dugout.com

ห้างสรรพสินค้า Times Square ฮ่องกง ชวนสัมผัสหิมะในงาน “White Christmas”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–30 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เปิดฉากขึ้นแล้วกับงาน “White Christmas” ที่ห้างสรรพสินค้าTimes Square ในฮ่องกง โดยผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับฤดูหนาวรูปแบบใหม่ใน Snow Chamber สุดอัศจรรย์

http://photos.prnasia.com/prnh/20161128/8521607736-a

คำบรรยายภาพ: พื้นที่จัดงาน White Christmas อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนาน ขณะที่เด็กๆกำลังช่วยกันปั้นสโนว์บอลลูกยักษ์ภายใน Snow Chamber

http://photos.prnasia.com/prnh/20161128/8521607736-b

คำบรรยายภาพ: นักช้อปต่างมาเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้าTimes Square ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง

ด้วยผลงานการสร้างสรรค์ของทีมผู้เชี่ยวชาญชาวฝรั่งเศสที่ขนเอาหิมะวันคริสต์มาสมาสู่เอเชียเป็นครั้งแรก ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านจึงสามารถปั้นตุ๊กตาหิมะ เล่นสโนว์บอล นั่งรถเลื่อนหิมะ หรือเล่นสกีได้ภายใน Snow Chamber นอกจากนั้นยังมีการแสดงแสงสีเสียงสุดตื่นตาประกอบเพลงคริสต์มาสยอดนิยมที่ทุกคนชื่นชอบ และแม้ว่าช่วงนี้อากาศในฮ่องกงจะยังอบอุ่นอยู่เล็กน้อย แต่เราก็ได้เตรียมรองเท้าสำหรับใส่ลุยหิมะไว้ให้ผู้มาเยือนได้สนุกไปกับฤดูหนาวสุดมันใน Snow Chamber โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีอุปกรณ์ไม่พร้อม

ลานหิมะ Snow Chamber ในงาน White Christmas ที่ห้างสรรพสินค้า Times Square เปิดให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกกันตั้งแต่วันที่ 24พฤศจิกายน 2559 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2560

เกี่ยวกับ Times Square

ห้างสรรพสินค้า Times Square ตั้งอยู่ในย่านคอสเวย์เบย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านการค้าที่มีสีสันที่สุดของเกาะฮ่องกง ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งช้อปปิ้ง และศูนย์รวมร้านอาหารยอดนิยมของนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยยอดผู้เข้าใช้บริการกว่า 150,000 คนต่อวัน

CGAP ประกาศรายชื่อผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายประจำปี 2559 ยกย่องผลงานที่แสดงถึงพลัง ความยืดหยุ่น และนวัตกรรมทางการเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

วอชิงตัน–30 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

CGAP ประกาศว่า ผู้ที่ชนะการประกวดภาพถ่ายประจำปี 2559 ได้แก่ Zay Yar Lin จากเมียนมา จากผลงานภาพถ่ายที่มีชื่อว่า “Lend a Helping Hand” ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดกว่า3,000 ภาพ จาก 70 ประเทศ ด้วยองค์ประกอบภาพที่งดงามและความสามารถในการถ่ายทอดความอ่อนโยนของเด็กสาวที่กำลังช่วยพ่อปั้นเครื่องดินเผาขาย 

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:http://www.multivu.com/players/English/7878251-2016-cgap-photo-contest-winners

ภาพดังกล่าวถ่ายที่เมืองตูนเต ใกล้กับเมืองย่างกุ้งซึ่งเป็นบ้านของZay Yar Lin ผู้ที่ทำมาหากินด้วยการเป็นชาวเรือ แต่แท้จริงแล้วการถ่ายภาพคือสิ่งที่เขาหลงใหลผมเชื่อว่าการถ่ายภาพช่วยให้ผู้คนได้เห็นและสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ผมชอบเก็บภาพผู้คนและสถานที่ต่างๆ รวมถึงภาพในชีวิตประจำวัน

เครื่องปั้นดินเผาเมืองตูนเตมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศและเป็นที่ต้องการสูง ทว่าคนรุ่นหลังกลับพยายามออกไปแสวงหาโอกาสใหม่ๆนอกเมือง ทางคณะกรรมการตัดสินรางวัลต่างทึ่งกับภาพที่ถ่ายทอดเรื่องราวของการสานต่อทักษะอันทรงคุณค่าแต่ส่อแววเลือนหาย จากรุ่นหนึ่งไปสู่รุ่นหนึ่ง

รับชมภาพถ่ายที่ชนะรางวัลได้ที่ https://cgap.exposure.co/2016-cgap-photo-contest

ปัจจุบัน ผู้คนมากถึง 2 พันล้านคนทั่วโลกไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินพื้นฐาน เช่น การเปิดบัญชีเงินฝากและการขอสินเชื่อ ขณะเดียวกัน มีหลักฐานเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่า การเข้าถึงบริการทางการเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหลายประการ ซึ่งทางสหประชาชาติได้กำหนดไว้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาระดับโลก เช่น การยกระดับคุณภาพการศึกษา และการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ เป็นต้น ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา การประกวดภาพถ่ายประจำปีของCGAP ได้เฟ้นหาภาพถ่ายที่โดดเด่นและทรงพลัง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลพวงของการเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีต่อประชากรทั่วโลก

การประกวดภาพถ่ายประจำปี 2559 ได้เปิดรับผลงานเข้าชิงรางวัลใน 4 หัวข้อหลัก ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อการเข้าถึงบริการทางการเงิน ได้แก่ (1) การเงินบนโทรศัพท์มือถือและนวัตกรรมการเงินดิจิทัล (2) อำนาจทางเศรษฐกิจของสตรี (3) ความยืดหยุ่นทางการเงิน และ (4) ธุรกิจขนาดย่อม โดยคณะกรรมการตัดสินรางวัลประกอบด้วย Nicole Cappelloผู้จัดการอาวุโสฝ่ายภาพจาก National Geographic, Emily Epstein ผู้ลำดับภาพจาก The Atlantic และ Indira Williams Babic ผู้กำกับภาพและทรัพยากรภาพจาก Newseum

กรรมการทั้งสามได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการคัดเลือกผลงานไว้ว่า

Nicole Cappello กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้เห็นความภาคภูมิใจ ความอุตสาหะ และความยืดหยุ่นทางการเงินของผู้คนทั่วโลก

Emily Epstein กล่าวว่า ภาพเหล่านี้ไม่ค่อยปรากฏตามสื่อทั่วไป และแสดงให้เห็นถึงผู้คนที่พยายามกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง

Indira Williams Babic กล่าวว่า ภาพถ่ายเป็นวิธีที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งในการบอกเล่าเรื่องราว ดังนั้น การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางภาพถ่ายที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ จึงเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสานต่อความตั้งใจของตน

ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศประจำปี 2559 จะได้รับบัตรของขวัญสำหรับซื้ออุปกรณ์ถ่ายภาพมูลค่า 2,000 ดอลลาร์ และได้โชว์ผลงานผ่านจอภาพขนาดยักษ์ใจกลางย่านไทม์สแควร์ในมหานครนิวยอร์ก

รายชื่อผู้คว้ารางวัลชนะเลิศและผู้เข้ารอบสุดท้าย

– รางวัลชนะเลิศ: Lend a Helping Hand – Zay Yar Lin จากเมียนมา

– รางวัลที่ 2: Life in Water – Sujan Sarkar จากอินเดีย

– รางวัลที่ 3: Farmer’s Family – Pyae Phyo Thet Paing จากเมียนมา

รายชื่อผู้ชนะในแต่ละหัวข้อ 

– การเงินบนโทรศัพท์มือถือและนวัตกรรมการเงินดิจิทัล: Coconut Farm – เอกรินทร์ เอกอัจฉริยะวงศ์ จากไทย

– อำนาจทางเศรษฐกิจของสตรี: Floating Life – Md. Zakirul Mazed จากบังกลาเทศ

– ความยืดหยุ่นทางการเงิน: Dream Defeated Disability – Faisal Azim จากบังกลาเทศ

– ธุรกิจขนาดย่อม: Decorative Umbrella Maker – Agung Lawerissa Setiawan จากอินโดนีเซีย

รายชื่อผู้ชนะระดับภูมิภาค

– แอฟริกา: Imagination – Wim Opmeer จากเคนยา

– ยุโรปตะวันออกและเอเชียกลาง: Felting – Bulent Suberk จากตุรกี

– เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก: Old TV Re-Used – Ly Hoang Long จากเวียดนาม

– ละตินอเมริกาและแคริบเบียน: Warmi Jilaqata 3 – David Martin Huamani Bedoya จากเปรู

– ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ: Sacre Sacrifice – Brahim Faraji จากโมร็อกโก

– เอเชียใต้: The Responsibility – Sujan Sarkar จากอินเดีย

CGAP (Consultative Group to Assist the Poor) เป็นความร่วมมือระดับโลกของกว่า 30 องค์กรชั้นนำ เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงิน CGAP พัฒนานวัตกรรมการให้บริการทางการเงินผ่านการวิจัยเชิงปฏิบัติและการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง กับบรรดาผู้ให้บริการทางการเงิน ผู้จัดทำนโยบาย และผู้ให้ทุนสนับสนุน CGAP ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ธนาคารโลก ได้นำแนวทางการพัฒนาตลาดด้วยความรับผิดชอบและแนวทางสนับสนุนที่อิงหลักฐานเชิงประจักษ์มาบูรณาการเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีฐานะยากจนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณารับชมได้ที่www.cgap.org

CGAP Logo / Consultative Group to Assist the Poor is a think tank dedicated to improving the lives of the poor by advancing financial inclusion. (PRNewsFoto/CGAP)

โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20151216/296527LOGO

“Smile Train” ขอเชิญทุกท่านร่วมมอบรอยยิ้มอันล้ำค่าให้แก่ผู้ป่วยโรคปากแหว่งเพดานโหว่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก–30 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Smile Train เปิดตัวแคมเปญ Give Smiles ตั้งเป้าระดมทุนเพื่อสร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ 2,017 คน

Smile Train องค์กรให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโรคปากแหว่งเพดานโหว่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดตัวแคมเปญใหม่ “Give Smilesมุ่งช่วยเหลือเด็กๆทั่วโลกให้มีรอยยิ้มและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีสุขภาพดีขึ้น เพื่อเฉลิมฉลอง #GivingTuesday และเทศกาลแห่งการให้ในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่นี้

ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม Smile Train จะระดมทุนเพื่อมอบรอยยิ้มให้กับเด็กๆที่ป่วยเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่จำนวน 2,017 คน ผ่านทางโซเชียลมีเดียอย่างเต็มรูปแบบภายใต้ชื่อ #GivingTuesday โดยตั้งเป้าว่าจะระดมทุนเพื่อมอบรอยยิ้มให้กับเด็กๆ 33 คนในวันเปิดตัว ในปีนี้Smile Train ขอเชิญชวนให้ทุกท่านสร้างเพจระดมทุนของตนเอง เพื่อให้เพื่อนๆและคนในครอบครัวมาร่วมแบ่งปันรอยยิ้มแทนการมอบของขวัญ

ซูซานนาห์ เชฟเฟอร์ ซีอีโอของ Smile Train เปิดเผยว่า “เราตื่นเต้นมากที่ได้ฉลอง #GivingTuesday และเปิดตัวแคมเปญ Give Smilesเราหวังว่าด้วยการสนับสนุนจากผู้บริจาค บุคคลที่มีชื่อเสียง องค์กรพันธมิตร นักระดมทุนระดับชุมชน รวมถึงพันธมิตรทางการแพทย์ เราจะสามารถบรรลุเป้าหมายในการมอบรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ที่ป่วยเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่จำนวน 2,017 คนให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ภายในสิ้นปีนี้

บุคคลที่มีชื่อเสียง องค์กรพันธมิตร และนักระดมทุนระดับชุมชนจากทั่วโลกจะเข้าร่วมแคมเปญ Give Smiles และ #GivingTuesday โดยรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆมีดังต่อไปนี้

การระดมทุนจากชุมชนในสหราชอาณาจักร: Smile Train UKได้จัดกิจกรรม #GivingTuesday ร่วมกับโรงเรียนในท้องถิ่น ด้วยการจัดปาร์ตี้ประดิษฐ์ของประดับตกแต่งวันคริสต์มาส ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Students for Smile Train”

– การเฉลิมฉลองในอินเดีย: ซูซานนาห์ เชฟเฟอร์ ซีอีโอของSmile Train กำลังอยู่ที่เมืองอัครา เพื่อเฉลิมฉลอง #GivingTuesday ร่วมกับพันธมิตรทางการแพทย์และโรงพยาบาลท้องถิ่นในอินเดีย ซึ่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโรคปากแหว่งเพดานโหว่ตลอดปีโดยไม่มีวันหยุดพัก

– การสนับสนุนจากทั่วโลก: พันธมิตรทางการแพทย์จากทั่วโลกของ Smile Train รวมถึงเจ้าหน้าที่ทั่วเอเชีย ละตินอเมริกา และแอฟริกา ล้วนเข้าร่วมในแคมเปญ Give Smiles ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เพื่อสนับสนุนและช่วยรณรงค์เกี่ยวกับเด็กที่ป่วยเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่

– ความร่วมมือจากคนดัง: บุคคลที่มีชื่อเสียงซึ่งให้การสนับสนุนSmile Train กำลังเดินหน้าจัดกิจกรรม #GivingTuesday ทั่วโลก ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆทางโซเชียลมีเดีย รวมถึงการตกแต่ง Smile Jars ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Smile Train เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ร่วมกันมอบรอยยิ้มในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้

การสนับสนุนจากองค์กรพันธมิตร:

Dr. Brown จับมือเป็นพันธมิตรกับ Smile Train เพื่อให้การสนับสนุนด้านโภชนาการที่จำเป็นแก่ครอบครัวที่ขาดสารอาหาร และประสบความยากลำบากในการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดที่เป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ โดย Dr. Brown จะมอบรายได้ส่วนหนึ่งจากโครงการ Specialty Feeding System เพื่อช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆของ Smile Train ทั่วโลก

Masimo จับมือเป็นพันธมิตรกับ Smile Train เพื่อรับประกันความปลอดภัยของผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยโครงการฝึกอบรมพยาบาลและโรงพยาบาลพันธมิตรของ Smile Train จะได้รับประโยชน์จากการบริจาคเครื่องวัดออกซิเจนในเลือดและชีพจร SET(R) Measure-through Motion and Low Perfusion(R) pulse oximeter กว่า460 เครื่องจาก Masimo นอกจากนี้ Masimo ยังได้สร้างเพจระดมทุนเพื่อช่วยรณรงค์และมอบทุนสนับสนุนการผ่าตัดรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ให้กับเด็กๆ 60 คนด้วย

องค์กรพันธมิตรต่างๆ ซึ่งรวมถึง Masimo, Monroe Trades, Elf Magic, Infogroup และอีกมากมาย ได้ให้คำมั่นว่าจะสร้างเพจระดมทุนและรณรงค์ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการสนับสนุน Smile Train ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้

 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Smile Train รวมถึงการสร้างเพจระดมทุนผ่านทางโซเชียลมีเดียเป็นของตนเอง หรือการบริจาคในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้ ได้ที่ smiletrain.org/givesmiles และติดตาม Smile Train ทางทวิตเตอร์และอินสตาแกรมเพื่อรับข่าวสารใหม่ๆตลอดทั้งปีได้ที่@SmileTrain

 

เกี่ยวกับ Smile Train

Smile Train เป็นองค์กรการกุศลเพื่อเด็กนานาชาติ ซึ่งมีวิธีอันยั่งยืนในการคัดแยกและแก้ปัญหาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ เด็กๆหลายล้านคนในประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่ได้รับการรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และที่สำคัญกว่านั้นคือ ต้องประสบกับความยากลำบากในการกิน การหายใจ และการพูด สำหรับการผ่าตัดรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่นั้นทำได้ไม่ยากและเห็นผลในทันที ทั้งนี้ แนวทางที่ยั่งยืนของเราประกอบไปด้วยการฝึกอบรม การให้เงินทุนสนับสนุน และการจัดหาทรัพยากรต่างๆ ให้แก่แพทย์ในประเทศกำลังพัฒนากว่า 85 ประเทศ เพื่อให้สามารถผ่าตัดรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ได้ฟรี และสามารถจัดการกับโรคดังกล่าวในชุมชนได้อย่างครบวงจร ท่านสามารถเรียนรู้วิธีอันยั่งยืนของ Smile Train รวมถึงการบริจาคซึ่งมีผลในทันทีและมีผลต่อเนื่องในระยะยาวได้ที่ smiletrain.org 

สื่อมวลชนติดต่อ

Smile Train
Nijha Diggs, Director of Public Relations
646.751.3231
ndiggs@smiletrain.org

Edelman
Matthew Frappier, Vice President
212.277.3786
Matthew.Frappier@edelman.com

GroupM ประกาศเปิดตัว [m]PLATFORM ขุมข้อมูล เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญที่ทรงพลัง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อทุกช่องทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นิวยอร์ก—30 พ.ย.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– เอเจนซี่ในเครือ GroupM เชื่อมต่อข้อมูลผู้บริโภคอย่างเจาะลึก ตลอดขั้นตอนการวางแผน ดำเนินการ และรายงานผล

– แต่งตั้ง ไบรอัน กลีสัน เป็น Global CEO ของ [m]PLATFORM

GroupM กลุ่มบริหารการลงทุนด้านสื่อของ WPP ประกาศเปิดตัว[m]PLATFORM ชุดเทคโนโลยีขั้นสูงที่ผสานศักยภาพด้านการวางแผนสื่อ วิเคราะห์ข้อมูล และบริการทางดิจิทัลอย่างยืดหยุ่น แพลตฟอร์มดังกล่าวจะช่วยให้นักโฆษณาสามารถใช้ข้อมูลเจาะลึกกลุ่มเป้าหมายจากแหล่งข้อมูลหลายร้อยรายการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเฟ้นหาและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคของตนผ่านสื่อทุกช่องทาง [m]PLATFORM เปิดโอกาสให้นักวางแผนสื่อของเอเจนซี่ในเครือ GroupM สามารถใช้ข้อมูลผู้บริโภคที่ผ่านการวิเคราะห์อย่างละเอียดที่สุด เพื่อมอบผลลัพธ์ตามข้อกำหนดของลูกค้า แพลตฟอร์มนี้ได้รับการสนับสนุนโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักเทคโนโลยี และบุคลากรด้านดิจิทัล จากบริษัทเฉพาะทางในเครือของ GroupM และ Xaxis ทั้งนี้ [m]PLATFORM หลอมรวมการวิเคราะห์ข้อมูลและบริการทางดิจิทัล ทั้งในเรื่องของการสืบค้น โซเชียล โมบาย โฆษณาดิจิทัล และการวางโปรแกรม เข้าไว้ด้วยกันเป็นทีมเดียว เพื่อนำเสนอสถาปัตยกรรมข้อมูลและเทคโนโลยีที่เปิดกว้างและโปร่งใสอย่างเต็มรูปแบบ

Brian Gleason CEO mPLATFORM / Brian Gleason, CEO, [m]PLATFORM (PRNewsFoto/GroupM)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161128/443307

GroupM Logo / GroupM (PRNewsFoto/GroupM)
โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20151103/283547LOGO

พร้อมกันนี้ ไบรอัน กลีสัน Global CEO ของ Xaxis ได้รับแต่งตั้งเป็นซีอีโอของ [m]PLATFORM ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลผลิตภัณฑ์และบริการในเครือGroupM โดยจะมาเป็นผู้นำในการสานต่อการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าของวงการ ด้วยการผนวกรวมข้อมูลต่างๆที่มีความสำคัญ เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายของลูกค้า ตลอดจนแนวทางเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนี้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกแพลตฟอร์ม สำหรับลูกค้าแล้ว [m]PLATFORM นำเสนอข้อมูลเจาะลึกที่มีความถูกต้อง พร้อมมอบอำนาจในการเลือกผ่านตัวเลือกต่างๆ ทั้งข้อมูล เทคโนโลยี และตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงาน ตามขอบเขตงานของเอเจนซี่ในเครือ GroupM

นักการตลาดถูกกดดันอย่างหนักให้สร้างผลงานเมื่อมีการลงทุนด้านสือ ซึ่งแนวการทำงานของแพลตฟอร์มนี้มีความยืดหยุ่น ช่วยให้เรามุ่งความสนใจไปที่การลงทุนมูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์ที่เราได้ทุ่มไปกับข้อมูลและเทคโนโลยีตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาดเคลลี คลาร์ก ซีอีโอ GroupM Global กล่าว จากนี้ไปเอเจนซีของเราจะมีข้อมูลผู้บริโภคที่เจาะลึกมากขึ้น และมีเทคโนโลยีที่ดีเยี่ยมที่สุดในตลาด

[m]PLATFORM เชื่อมต่อแหล่งข้อมูล WPP ซึ่งครอบคลุมกว้างขวาง ทั้งจาก Kantar และ Wunderman จากผู้ให้บริการข้อมูลบุคคลที่สาม ตลอดจนข้อมูลจากการทำข้อตกลงพิเศษกับพันธมิตรสื่อระดับโลก และข้อมูลของลูกค้าเอง นำไปสู่การสร้างประวัติผู้บริโภคที่ครบถ้วนมากที่สุดภายในกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ อาทิ สถิติประชากรฐานะร่ำรวย การใช้เทคโนโลยี ข้อมูลเจาะลึกด้านพฤติกรรม ประวัติการซื้อ ตำแหน่งที่ตั้ง และอื่นๆอีกมากมาย (ผันแปรตามภูมิภาคโดยอิงตามกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่) แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อได้นี้สร้างความมั่นใจว่าข้อมูลที่เจาะลึกจะผ่านเข้ามาในกระบวนการสื่อสารทั้งระบบ อันได้แก่

– [m]Core แพลตฟอร์มข้อมูลเจาะลึกกลุ่มเป้าหมายแบบ full-stackแพลตฟอร์มแรกที่ผนวกรวมข้อมูลข้อมูลข้ามแพลตฟอร์ม (ดิสเพลย์, โมบาย, วิดีโอ, CRM แบบออฟไลน์ และแอป เป็นต้น) เพื่อรองรับ [m]IDซึ่งเป็นเครื่องมือระบุผู้บริโภคแบบเดี่ยว

– [m]Insights คือเครื่องมือวางแผนสื่อมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุด มาพร้อมการวางแผนแบบข้ามช่องทาง การจัดการขั้นตอนการทำงานที่สร้างสรรค์ และการจัดการความถี่ในการรับชมของกลุ่มเป้าหมายที่รวมเป็นหนึ่ง และการจัดการการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยอิงพิกัดและประชากรศาสตร์

– [m]Analytics จะจับคู่ข้อมูลระดับแคมเปญแบบออนไลน์และออฟไลน์กับ  [m]ID เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์ การแสดงที่มา และการปรับปรุงประสิทธิภาพ

– [m]Report รวมข้อมูลให้กลายเป็นกระดานแสดงผลที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งมาพร้อมข้อมูลที่นำไปปฏิบัติได้

GroupM กำลังสร้างองค์กรระดับโลกเพื่อสนับสนุน [m]PLATFORM และจะมีประธานระดับภูมิภาคจำนวน 4 คนที่ขึ้นตรงต่อกลีสัน ได้แก่ ฟิล คาวเดล ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานด้านบริการแพลตฟอร์มในอเมริกาเหนือเมือไม่นานมานี้ จะเป็นประธาน [m]PLATFORM ประจำอเมริกาเหนือ,ลูคัส เมนทาสที เป็นประธาน [m]PLATFORM ประจำภูมิภาคลาตินอเมริกา ในขณะที่ประธานประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา และประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะได้รับการแต่งตั้งเร็วๆนี้ นอกจากนี้ ในทีมผู้บริหารระดับโลกของ [m]PLATFORM ยังประกอบไปด้วยนิโคล แพนกีส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ, แจ็ค สมิธ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ และ บ็อบ แฮมมอนด์ หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี ความประสานความร่วมมือจากทั่วทุกภูมิภาคจะทำให้มั่นใจได้ว่า ลูกค้าจะได้รับข้อมูลและประสบการณ์ที่สอดคล้องกัน ผ่านมุมมองเชิงกลยุทธ์ของเอเจนซีในเครือ GroupM ที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ

การผงาดขึ้นของเทคโนโลยีดิจิทัลและโมบาย รวมถึงการแตกตัวของสื่อ และอีคอมเมิร์ซที่กำลังขยายตัว ได้สร้างจุดเปลี่ยนในการตลาด โดยทำให้การใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อการวางกลยุทธ์สื่อกลายเป็นสิ่งสำคัญ ทุกวันนี้ นักการตลาดจำเป็นต้องรู้รายละเอียดของลูกค้ามากกว่าในอดีต มิฉะนั้นจะไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ [m]PLATFORM ได้ยึดเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อช่วยขับเคลื่อนเอเจนซี่ในเครือของเราด้วยข้อมูลของลูกค้าแต่ละราย และด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างไร้พรมแดน” กลีสันกล่าว

ทีมพัฒนาเทคโนโลยีที่ขึ้นตรงต่อไบรอัน ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสรรค์สร้างโซลูชั่นที่ล้ำเลิศสำหรับลูกค้า” คลาร์กกล่าว “ในตอนนี้ เทคโนโลยีที่ดีที่สุดของเรา ไม่ว่าจะมาจากการสร้าง เข้าซื้อ หรือเป็นหุ้นส่วน ได้ถูกรวบรวมไว้ เพื่อช่วยให้เอเจนซี่ในเครือของเราสามารถเข้าถึงและส่งมอบผลงานแก่ลูกค้าได้อย่างที่ไม่มีผู้ใดเทียบเคียง”

เกี่ยวกับ GroupM

GroupM เป็นกลุ่มบริหารจัดการการลงทุนด้านสื่อชั้นแนวหน้าระดับโลก โดยเป็นบริษัทแม่ของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ WPP ได้แก่ Mindshare, MEC, MediaCom, Maxus, Essence และ m/SIX รวมทั้งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มจัดการและวางแผนสื่อดิจิทัล (programmatic digital media platform) อย่าง Xaxis ซึ่งแต่ละรายต่างมีการดำเนินงานอยู่ทั่วโลกด้วยตำแหน่งผู้นำตลาด จุดมุ่งหมายหลักของ GroupM คือเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของมีเดียเอเจนซี่ในเครือ WPP ให้ได้สูงสุด โดยรับบทบาทเป็นผู้นำและผู้ประสานงานด้านการซื้อขาย การสร้างสรรค์คอนเทนต์ กีฬา ดิจิทัล การเงิน และการพัฒนาเครื่องมือที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท GroupM มุ่งนำเสนอความได้เปรียบในตลาดอย่างเหนือชั้นให้แก่ลูกค้า ผู้ถือประโยชน์ร่วม และบุคลากรของบริษัท และทำงานร่วมกับKantar ซึ่งเป็นกลุ่มบริหารจัดการการลงทุนด้านข้อมูลของ WPP อย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ รายได้ของGroupM และ Kantar รวมกันนั้นคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของรายได้ของกลุ่มบริษัท WPP ที่กว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GroupM ได้ที่ www.groupm.com
ติดตาม @GroupMWorldwide ทางทวิตเตอร์
ติดตาม GroupM บนลิงค์อิน – https://www.linkedin.com/company/groupm

สื่อมวลชนติดต่อ:

David.Grabert@GroupM.com
+1 212.297.8092 (U.S.)

Samantha.Kops@GroupM.com
+1 917.421.3019 (U.S.)

ตลาดสิ่งพิมพ์วิชาการซบเซา หลังนักวิจัยหันใช้สื่อดิจิทัลเผยแพร่บทความ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอสแอนเจลิส–29 พ.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

Articles Metrics ได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวชี้วัดที่แท้จริงสำหรับการประเมินผลกระทบของผู้เขียนบทความในโลกแห่งวิชาการ 

Dr. Srinubabu Gedela ซีอีโอของ OMICS International เปิดเผยว่า รายได้จากการเผยแพร่วารสารวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ (STM) มีมูลค่าประมาณ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2559 และหากนับรวมหนังสือและข้อมูลอื่นๆ ภายในตลาดสิ่งพิมพ์ STM จะมีมูลค่ารวมประมาณ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยตลาดสิ่งพิมพ์วารสาร STM ที่เปิดให้เข้าถึงอย่าง (Open access) นั้น มีมูลค่าประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ในปี2558 (เพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านดอลลาร์ในปี 2553 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ราว 20%) ขณะที่มูลค่าของตลาดวารสาร STM แบบคิดค่าบริการบอกรับสมาชิก/คิดค่าบริการเข้าใช้เนื้อหา(subscription/paid access) ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง แตะ 8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2559 (จาก 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2557) อุตสาหรรมสิ่งพิมพ์มีการจ้างงานบุคลากรประมาณ 100,000 คนทั่วโลก ซึ่งทำงานให้กับนักวิจัยราว 10 ล้านคน นักวิจัยเหล่านี้ผลิตบทความ 2.5 ล้านชิ้นต่อปี โดยจำนวนบทความที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ (peer-reviewed articles) และจำนวนนักวิจัยนั้น เพิ่มขึ้นในอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 10% ดังนั้น ตัวชี้วัดคุณภาพวารสาร/บทความ และสื่อดิจิตอลที่คุ้มค่าจึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับความต้องการของแวดวงวิชาการ

OMICS International Logo / OMICS International (PRNewsFoto/OMICS International)

โลโก้– http://photos.prnewswire.com/prnh/20161023/431540LOGO

Dr Gedela กล่าวว่า ปัจจุบัน ฐานข้อมูล CrossRef ประกอบด้วยตัวระบุวัตถุดิจิทัล (DOIs) 75 ล้านตัว ซึ่ง 60 ล้านตัวในจำนวนนี้อ้างอิงบทความจากวารสารทั้งหมดกว่า 38,000 ฉบับ (วารสาร 20% ไม่มีการใช้งาน) ทั้งนี้ มีการประมาณการว่า GoogleScholar ซึ่งเป็นแหล่งดัชนีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเอกสารประมาณ 125-175 ล้านฉบับ ซึ่งรวมถึงบทความวารสาร หนังสือ และเอกสารที่พิมพ์เผยแพร่ในวงจำกัด หรือเอกสารที่ไม่ได้พิมพ์เผยแพร่(Grey Literature) ทั้งนี้ วารสารแบบบอกรับสมาชิกกำลังเริ่มลดความนิยมลง ในขณะที่วารสารที่เปิดให้เข้าถึงอย่างเสรีกำลังขยายตัวมากขึ้น โดย ณ ขณะนี้มีวารสารที่เปิดให้เข้าถึงอย่างเสรีอยู่ 10,000 ฉบับที่สามารถใช้งานได้ และบทความต่าง ๆ ที่มาจากวารสารเหล่านี้มีมากถึงราว 500,000บทความต่อปี คิดเป็นสัดส่วน 20% ของการผลิตบทความวิชาการทั่วโลกในแต่ละปี

ปัจจุบันมีผู้จัดพิมพ์และสมาชิกในแวดวงวิชาการจำนวนมากที่หันมาติดตามดัชนีวัดคุณภาพบทความแบบใหม่อย่าง articles metrics มากกว่าที่จะสนใจ impact factors ในรูปแบบเดิม ๆ โดย articles metrics อาจเรียกว่า article-level-metricsAltmetrics หรือ Article Impact factorsก็ได้ ในปัจจุบันผู้เขียนบทความไม่จำเป็นต้องรอให้ผลงานของตนถูกนำไปอ้างอิงโดยบุคคลอื่นในโลกแห่งวิชาการ และไม่จำเป็นต้องรอการนับimpactfactor เพื่อความน่าเชื่อถือและวัดความสำเร็จ โดยดัชนีที่เป็นทางเลือกใหม่ในการวัดความสำเร็จของผู้เขียนนั้นปรากฏในรูปของ article impactfactor

การเกิดขึ้นของสื่อดิจิทัลออนไลน์ได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในการเผยแพร่บทความวิชาการในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับตัวบทความ หรือarticle impact factor/articles metrics มากกว่าตัววารสาร โดยอิทธิพลของบทความนั้นจะถูกชี้วัดด้วยยอดคลิกเข้าอ่าน ชม ดาวน์โหลด แชร์ ไลค์ของบทความทางออนไลน์ และจำนวนครั้งที่มีการนำบทความไปอ้างอิงในวารสารทางวิชาการแบบ peer reviewed ทั้งนี้ แพลตฟอร์มสำหรับเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพอย่าง ResearchGate, LinkedIn, GoogleScholar ตลอดจนโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ Twitterต่างมีบทบาทสำคัญในการยกระดับ article impactfactor โดย articles metrics ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั้น จะสะท้อนอิทธิพลของบทความที่มีต่อสังคมได้อย่างรวดเร็ว

OMICS Group มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน และได้รับการสนับสนุนจากนักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงคุณวุฒิมากกว่า 50,000 คนที่มาร่วมเป็นสมาชิกกองบรรณาธิการ เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์และบริการสุขภาพอย่างเสรี พร้อมเดินหน้าอย่างมั่นคงไปกับ OMICS Group ที่สามารถเติบโตขึ้นจากวารสารจำนวน 10 ฉบับในปี 2552 สู่วารสาร 700 ฉบับ และผู้อ่าน 30 ล้านรายในปัจจุบัน นอกจากนี้ OMICS International Conference Series ยังจัดการประชุมทางวิทยาศาสตร์ 3,000 รายการ ทุกปี ทั่วอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย

ติดต่อcontact.omics@omicsonline.org