ข่าวเกษตรรุ่น 23 เดือนพฤษภาคม 2561 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ข่าวเกษตรรุ่น 23

อ่านข่าว KU23-2506 ทั้งหมด

Emmeral KU 23

55st Anniversary 2506-2561

ฉบับเดือน พฤษภาคม 2561 ฉบับ วันแรงงานแห่งชาติ(1 พค.)วันพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ(14พค.) วันวิสาขบูชา(29 พค.)

ท่านขุนหมื่น
นางสงกรานต์

ออเจ้ามาขายข้าวโพด
HBD คนเกิดเดือนเมษา
ดร.เวทมาร่วมงานจากหาดใหญ่ 
บรรยากาศภายในงาน           
เพื่อนๆชวนกันแต่งชุดไทยเนื่องในวันสงกรานต์ 
ดร.ศรัณย์ ร้องนำหมู่เพลงบุพเพสันนิวาติ

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน

ไม่ได้เจอะเจอ 2 เดือนคิดถึงจังเล้ย……. กลับมาแล้วครับหลังจากหายหน้าหายตาไปเกือบสองเดือน โดยไปลอยเท้งเต้งในทะเลแถบอเมริกาใต้(อาร์เจนติน่า อุรุกวัย ชิลี เปรู คอสตาริกา เม็กซิโก) 30 วันและทางบกอีกกว่า 20วัน ที่ บราซิล Los Angelis และLas Vegas กลับมาต้องปรับตัวขนานใหญ่ ทั้งห้องนอน เสื้อผ้า โดยเฉพาะ computer ต้องมาคลำหาโปรแกรมต่างๆใหม่หมด การเดินทางส่วนใหญ่จะสื่อสารติดต่อกับใครๆไม่สะดวกเพราะ 1 เวลาที่แตกต่างกันที่เมืองไทยกลางวันที่โน่นก็จะเป็นกลางคืนเวลาต่างกันบางแห่งมากกว่า 12 ชม. 2.เปิดมือถือไม่ค่อยได้เพราะในเรือต้องซื้อเวลา WiFi ซึ่งแพงมากและสัญญาณอ่อน เวลาขึ้นบกต้องไปอาศัย WiFi ของศูนย์การค้า ร้านอาหารหรือร้านกาแฟ แต่ก็พยายามติดตามข่าวคราวของเพื่อนๆตลอดเวลารวมทั้งการเสียชีวิตของเพื่อน **เสถียร ** ด้วยก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของเพื่อน เถียรด้วย และตลอดการเดินทางก็มีเรื่องที่เป็นกังวลอยู่เรื่องหนึ่งคือเรื่องที่ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานด้านการประชาสัมพันธ์งานฉลองครบรอบ 55 ปีของ เกษตรรุ่นที่ 23 ซึ่งกำหนดให้มีงานที่อาคารสถาบันค้นคว้าและพัฒนาอาหารชั้น 3 เหนือห้องอาหาร สหโภชน์ ในวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2561ขอให้เพื่อนๆจดลงสมุดบันทึกไว้สำหรับงานนี้ส่วนการนัดอื่นๆขอให้ยกเลิกหรือเลื่อนออกไปก่อน และขอให้เพื่อนๆนำครอบครัวไม่ว่า พ่อ แม่ พี่ น้อง ลูกๆหลานๆมากันให้มากๆนะครับงานนี้เขาเก็บเงินสมาชิกในรุ่นคนละ 500 บาท(คู่สมรสรุ่น 23ต้องจ่าย 1,000 บาท) ส่วนผู้ติดตามฟรีหมด กำหนดการคร่าวๆมีดังนี้

1.เริ่มต้น ทำบุญเลี้ยงพระ 9 รูป ถวายผ้าไตร ภัตตาหาร ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนๆที่เสียชีวิต(ถ้าใครรู้ว่ามีเพื่อนที่เสียชีวิตแล้วยังตกสำรวจขอให้แจ้งรุ่นรู้ด้วยครับ)

2.บรรเลงดนตรีไทยนำโดย อ.ชาญ มงคล ซึ่งอาจรวบรวมนักดนตรีนักร้องดนตรีไทยมาร่วมด้วย เช่น ดร.อภิชาติ(ตี๋) ** สาคร**

3.บรรเลงและร้องเพลงสากลนำโดยอดีตนักดนตรีวง KU.Band นำโดยอดีตหัวหน้าวง KU Band **ประสาน การพาณิชย์ ** มือ คีย์บอร์ดและ Trumpet** สุรพล(ช้าง) แซ็ก-คาลิแนต **สมพร(เหียง) เบส ** และมีนักดนตรีสมทบฝีมือเยี่ยมเช่น ** Rachum บุญชุม ** และ **Choob – Richard –บุญชุบ ** ส่วนนักร้องรุ่นเราแทบจะเป็นนักร้องกันเกือบทุกคนไม่นับอดีตนักร้องวง KU Band เช่น ** ปัทมา ** วรรณรัตน์ –แต๋ว ** วรรณา – แพะ ** ที่มี Trainer เป็นมือเบสวง เคยูแบนด์ **กาญจนา อิ๋ง ** และมีนักร้องสมทบมากความสามารถคือ ** ดร.ศรัณย์ ** ที่ร้องเพลงได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง เพลงวัยรุ่น เพลง Country (เมื่อวันที่ 23 เมย.ยังร้องนำเพลง ออเจ้า –บุพเพสัณนิวาติ) **วัลภา อิรีชัยวงศ์ **นักร้องชนะเลิศร้องเพลงวงสุนทราภรณ์

4.วง Kara OK นำโดย DJ.มือเยี่ยม ** ไพศาล ** และทั้งงานจะมี **บรรลุ ** เป็น Conductor ตลอดงาน

5.การแสดงสุดอลังการโดยทีมงาน(ตอนนี้ขอปกปิดไว้ก่อนกลัวความลับจะรั่วไหล จะเอามาแสดงให้ตื่นตาตื่นใจในวันงานเอง)

6.ตัด Cake วันเกิดคนเกิดเดือนมิย. กิจกรรมสันทนาการ การสัมภาษย์ ถ่ายภาพ(หมู่เป็นคณะ) ฯลฯ

7.แจกของชำร่วย (อันนี้ผมเสนอเอง เพราะรุ่นเราเป็นเจ้าของกิจการหลายอย่างอาจนำผลิตภัณฑ์หรือหนังสือที่เขียนมาแจกหรือจับสลากในงาน)

** ใคร่ขอเชิญให้เพื่อนๆเสนอรูปแบบ ขั้นตอนของงาน การแสดงไปยังคณะทำงานคณะต่างๆดังนี้ครับ

คณะทำงานฝ่ายสถานที่และอาคาร

1สายพิน มณีพันธ์ (ปธ) 2.พึงพิศ ดุลยพัชร์ 3.แววไว เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา 4.มาลัยวรรณ อารยะสกุล 5.วรรณรัตน์ โททอง 6.ดาราวรรณ วุฒาพิทักษ์

2.คณะทำงานฝ่ายพิธีการ บัญเทิงและการแสดง

1.วรรณรัตน์ โททอง (ปธ.) 2.พึงพิศ ดุลยพัชร์ 3.สงคราม ธรรมมิญช์ 4.ศรัณย์ วรรธนัจฉริยา 5.บรรลุ วุฒิกร 6. อุดล พร้อมจรรยากุล 7. ปรีดี ดอนสกุล 8. วรรณา ตันหัน 9. แววไว เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา 10.ประสาน การพาณิชย์ 11.บุญชุบ บุญทวี 12. บุญชุม เปียแดง 13.ชาญชัย ยาวุฒิ 14ไพศาล หาญพานิช (12-14)ฝ่ายแสง เสียงและถ่ายภาพ

3.คณะทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์

1.วันชัย จันทร์ฉาย (ปธ) 2.ชาญชัย ยาวุฒิ 3.นิตยา เลาหจินดา 4. วสันต์ บุญเกิด 5.ดาราวรรณ วุฒาพิทักษ์ 6.พิทยา หิรัญบูรณะ 7.ไพโรจน์ พันธุ์ภักดี 8.ลาวัลย์ เบญจศีล 9.เสียง กฤษณีไพบูลย์ 10.มังกร สมสุด 11.สุทัศน์ เจริญขวัญ 12.เล็ก สุวรรณธาดา 13.อุดล พร้อมจรรยากุล (ลข)

เมื่อวันที่ 23 เมย.2561** ดร.เวท** บุคคลที่หาตัวยากในอดีต แต่ปัจจุบันหาตัวได้ง่ายได้มาร่วมสังสรรค์และมาชัชวนให้เพื่อนๆลงไปเที่ยวปักษ์ใต้โดยทีมหาดใหญ่ ที่มี ดร.เวท ** ดร.เสียง ** ดร.โสภณ ** จะรับเป็นทีมต้อนรับขับสู้ก็เลยมีความคิดว่าจะย้ายที่สังสรรค์ลงใต้สักครั้งหลังงานฉลอง 55 ปีของรุ่นผ่านพ้นไปก่อน ประจวบกับตอนนี้จ.สตูลเพิ่งได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้จ.สตูลเป็นแหล่ง GEOPARK ของโลกไป หมาดๆมานี้เองจึงเป็นสถานที่แปลกและใหม่สำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ จึงขอนำเรื่องราวของ SATUN GEOPARK มาเสนอให้เพื่อนได้ยินดีกับจ.สตูลมาณ ที่นี้

จากผืนทะเล 500 ล้านปี สู่ขุนคีรียิ่งใหญ่ ผูกพันวิถีชีวิต ผู้คน”

เกี่ยวกับอุทยานธรณีสตูล “อุทยานธรณี”(Geopark) คือ พื้นที่ที่มีความสำคัญและโดดเด่นทางธรณีวิทยา ธรรมชาติวิทยา และวัฒนธรรม มีเรื่องราวที่เชื่อมโยงคุณค่าของผืนแผ่นดินกับวิถีชีวิตชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยการอนุรักษ์ การถ่ายทอดความรู้ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน “อุทยานธรณีสตูล” (Satun Geopark) ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย ครอบคลุม 2 อำเภอของจังหวัดสตูล คือ ทุ่งหว้า มะนัง ละงู และอำเภอเมือง ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินปูน มีเกาะน้อยใหญ่ และชายหาดที่สวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ความรุ่มรวยทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตผู้คนที่ผูกพันกับพื้นที่แห่งนี้ ผืนดินแห่งนี้ เป็นบันทึกหลักฐานของโลกใต้ทะเลเมื่อ 500 ล้านปีก่อน ที่อุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิตยุคเก่า เกิดเป็นแหล่งสร้างออกซิเจนให้กับโลกในช่วงเวลานั้น ต่อมามีการยกตัวของเปลือกโลกก่อเกิดเป็นเทือกเขา และถ้ำ ซึ่งได้กลายเป็นบ้านหลังแรกของมนุษย์โบราณ ปัจจุบันผู้คนก็ยังดำรงชีวิตโดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของแผ่นดินนี้อยู่ และก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่มีเอกลักษณ์ ด้วยความโดดเด่นทางธรณีวิทยา ภูมิประเทศและธรรมชาติของอุทยานธรณีสตูล ก่อให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแนวผจญภัย เช่น ล่องแก่ง ดำน้ำ เที่ยวถ้ำ การท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่น้ำตก ชายหาด รวมถึงเลือกซื้อของฝากผลิตภัณฑ์ชุมชน และสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลากหลาย

แนวทางในการจัดตั้งเป็นอุทยานธรณีโลก

๑. อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Globat Geoparks) เป็นโครงการด้านการอนุรักษ์มรดกทางธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม ขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization : UNESCO) อุทยานธรณีโลกเป็นขอบเขตพื้นที่ที่ประกอบด้วยแหล่งที่มีคุณค่าด้านธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม มีการบริหารจัดการแบบองค์รวมระหว่างการอนุรักษ์ การให้ความรู้ การศึกษาวิจัย และการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการ เชื่อมโยงความสำคัญของมรดกทางธรณีวิทยาผ่านการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา ปัจจุบันทั่วโลกมีอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก จำนวนทั้งสิ้น 120 แห่ง ใน 33 ประเทศ โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มีอุทยานธรณีธรณีโลกของยูเนสโกแล้ว จำนวน 4 แห่ง ใน 3 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย 1 แห่ง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 1 แห่ง และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ๒ แห่ง

๒. จังหวัดสตูลได้ดำเนินการตามแนวทางของกรมทรัพยากรธรณีในการจัดตั้งอุทยานธรณีตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นมา โดยกำหนดพื้นที่อุทยานธรณี ตั้งหน่วยงานบริหารจัดการ จัดทำแผนบริหารจัดการ และดำเนินการตามแผนฯ โดยได้ประกาศจัดตั้งอุทยานธรณีสตูล (Satun Geopark) เมื่อวันที่๑๔สิงหาคม๒๕๕๗ ๓. ประโยชน์ของการเป็นสมาชิกของอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก : เป็นการส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์ผ่านการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ของการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้นทั้งในด้านคุณค่าของแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และด้านการท่องเที่ยวซึ่งจะดึงดูดนักท่องเที่ยวนำรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นและประเทศ ประชากรในพื้นที่มีงานทำ มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประชากรในพื้นที่เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์และหวงแหน ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าได้รับการปกป้องคุ้มครองอย่างยั่งยืน เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งศึกษา วิจัย ของนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย

ครม.เห็นชอบ เสนอ “อุทยานธรณีสตูล” เป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลก

วันที่ 8 พ.ย. 2559 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเสนอให้อุทยานธรณีสตูลเป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Globat Geoparks) ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ดังนี้

1.เห็นชอบให้เสนออุทยานธรณีสตูลเป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Globat Geoparks)

2. มอบหมายให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการเสนออุทยานธรณีสูตลเป็นสมาชิกธรณีโลกของยูเนสโกต่อสำนักเลขาธิการยูเนสโก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานว่า อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก เป็นโครงการด้านการอนุรักษ์มรดกทางธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม ขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) อุทยานธรณีโลกเป็นขอบเขตพื้นที่ที่ประกอบด้วยแหล่งที่มีคุณค่าด้านธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม มีการบริหารจัดการแบบองค์รวมระหว่างการอนุรักษ์ การให้ความรู้ การศึกษาวิจัย และการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการเชื่อมโยงความสำคัญของมรดกทางธรณีวิทยาผ่านการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา ปัจจุบันทั่วโลกมีอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก จำนวนทั้งสิ้น 120 แห่ง ใน 33 ประเทศ โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอุทยานธรณีธรณีโลกของยูเนสโกแล้ว จำนวน 4 แห่ง ใน 3 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย 1 แห่ง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 1 แห่ง และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย 2 แห่ง อุทยานธรณีสตูล (Satun Geopark) ได้รับการประกาศเป็นอุทยานธรณีระดับประเทศในเดือนพฤศจิกายน ปี 2559 อุทยานธรณี สตูลครอบคลุมพื้นที่ 2,597.21 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ที่มีความโดดด่นทางธรณีวิทยาระดับสากลและได้รับการบริหารจัดการโดยใช้กรอบแนวคิดการอนุรักษ์ธรณีวิทยา การให้ความรู้ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน อุทยานธรณีสตูลอาศัยมรดกทางธรณี เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงมรดกทางธรรมชาติ มรดกทางวัฒธรรม และวิถีชิวิต เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่

อย่าลืมเดือนนี้รามีนัดกันที่ห้องอาหาร สหโภชน์ วันพุธที่ 23 พฤษภาคม 2561 นะครับ

วันชัย  จันทร์ฉาย  รายงาน

อ่านข่าว KU23-2506 ทั้งหมด

ข่าวเกษตรรุ่น 23 เดือนกุมภาพันธ์ 2561 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ข่าวเกษตรรุ่น 23

อ่านข่าว KU23-2506 ทั้งหมด

Jubilee KU 23 

2506-2556

ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ 2561 ฉบับวัน Home coming day วันนักประดิษฐ์ วันเกษตรแห่งชาติ วันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(2 กพ.) วันทหารผ่านศึก(3กพ.) วันแห่งความรัก(14 กพ.) วันตรุษจีน(16 กพ.) วันศิลปินแห่งชาติ(24 กพ.) วันสหกรณ์แห่งชาติ(26 กพ.) 

เก็บตกรูปเดือนมกราคมมีเพื่อนๆมาจากแดนไกลเช่นแดง-ยุวดี มีอ้อย-พูนพิไล มีเล็ก-เลขา มีเอนก มีหมอสงค์มากันมากมายไม่แพ้เดือนอื่น

ตัวแทน KU.23 วางพวงมาลา

KU. ใน US. ทำบุญวันสถาปนามก.

ตัวแทนรุ่นที่ยังมีแรงไปต่อหลังหอประชุม

  วันที่ 2 กพ.ปีนี้เพื่อนๆมากันคับคั่งจากเหนือสุด กิตติศักดิ์ ช้าง-สุรพล แดง-วราภรณ์ จากใต้สุด หมู- สมพล รวมแล้วได้ 75 คน + คู่สมรสอีก 4  

** เนื่องจากเราจะต้องไป ตปท.19กพ.-18 เมย.นี้ข่าวรุ่นฯคงขาดไป 2 ครั้งขอให้เพื่อนๆติดตามข่าวทาง Line ใครที่ยังไม่เป็นสมาชิกขอให้รีบสมัครด่วน  ** 

สวัสดีครับเพื่อนๆที่รัก 

วันที่ 2 กุมภาปีนี้สมกับเป็นวัน Home coming day จริงๆเพราะมีเพื่อนๆกลับมาเยี่ยมบ้านกันอย่างมากมายแบบเข็มขัดสั้น(คาดไม่ถึง)มากันจากทั่วสารทิศทั้งเหนือและใต้ ตัวแทนรุ่นฯที่มาวางพวงมาลาอนุสาวรีย์ 3 บูรพคณาจารย์ก็มากกว่าปีที่แล้ว ปีนี้มากันถึง 11 คน มี ** ดร.สงคราม **เป็นคนจัดหารีดและจองคิวเราได้คิวที่ 41 เพราะอยากรอให้เพื่อนๆมากันมากๆรวมแล้วปีนี้ได้ถีง 11 คน คือ ดร.สงคราม .ดร.เอิบ ประดิษฐ์ นิตยา มาลัยวรรณ แฟงยุพาพรรณ ดร.ชาญชัย ชาญ ชัยวัฒน์ สมคิด+มาลี และวันชัย หลังวางพวงมาลาบางคนก็แยกย้ายไปรดน้ำขอพรอาจารย์ที่หอประชุม บางคนก็ไปตั้งหลักที่สหโภชน์เลยเพราะมีข้าวต้มรออยู่  

ก่อนจะเล่าถึงเหตุการณ์เดือนกุมภาขอย้อนเล่าเรื่องย้อนไปเดือนมกราคมก่อนเดือนมค.ถึงแม้จะมีสมาชิกขาประจำหนีไปเที่ยวมอรอคโคถีง 4 คนคือตัวกระผม ** อิ๊ดพึงพิศ ** เฉิดโฉม **ระเบียบ ** หนีบลูกสาวไปเป็น Body guard ** แต๋ว – วรรณรัตน์ ** หนีบเอาน้องสาวเป็นช่างภาพที่ถือไม้ Selfie ตลอดเวลา รวม 6 คน ไปทัศนศึกษาประเทศมอรอคโคระหว่างวันที่ 19 – 27 มค.ที่ผ่านมาเป็นการเที่ยวที่นับว่าคุ้มค่ามากได้เห็นสิ่งต่างๆที่แตกต่างจากที่เคยไปสัมผัสมาจากครั้งก่อนได้ไปขี่อูฐแล้วเดินเท้าขึ้นไปยอด Sand dune เพื่อรอถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น ประเทศมอรอคโคเป็นประเทศที่มีภูมอากาศแบบยุโรปเพราะติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมีฝนตกและดินอุดมสมบูรณ์สามารถทำการเกษตรเป็นสินค้าออกเช่น แอปเปิ้ล ส้ม ทับทิมส่วนทางใต้มีเทือกเขา 3 ลูก High Atlast, Mid Atlast & Anti Atlast ยาวตะวันออก ตะวันตก High Atlast สูงกว่าดอยอินทนนท์ของไทย ไปคราวนี้โชคดีมีหิมะตกก่อนเราเดินทางถึงจึงได้สัมผัสกับหิมะ ประเทศมอรอคโคเป็นประเทศที่ส่งออกปุ๋ยฟอสเฟตมากที่สุดในโลก เมื่อรถวิ่งถึงยอดเขา High Atlast รถได้จอดที่หน้าสหกรณ์เพื่อพักรถและให้เข้าชมสินค้าที่ผลิตโดยสมาชิก ผลิตภัณฑ์ที่สหกรณ์นำเสนอเป็นผลิตภัณฑ์จากการสกัดน้ำมันจากเมล็ดพืชที่ชื่อว่าต้น Argan ต้นอาร์แกนเป็นพืชที่เติบโตตามธรรมชาติเฉพาะบริเวณพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของมอรอคโคคือบริเวณยอดเขา High Atlast นั่นเองลำต้นมีความสูง 8-10 ม.อาจมีอายุยาวถึง 200 ปีมีระบบรากที่ค่อนข้างลึกมีความทนต่อสภาพแวดล้อมสามารถดำรงอยู่ได้ถึงแม้ขาดน้ำเป็นระยะเวลานานต้นอาร์แกนได้ชื่อเรียกโดยคนท้องถิ่นว่าเป็น Tree of life น้ำมันอาร์แกนจากการสกัดเมล็ดที่อยู่ในผลของอาร์แกน(ขอดู ตย.เม็ดได้ที่ พึงพิศ)ซึ่งเมล็ดอาร์แกน 100 กก.สามารถสกัดน้ำมันได้ 3 กก.เปลือกของเมล็ดอาร์แกนแข็งมากชาวบ้านเอามาโรยถนนปนกับเศษหินในลานจอดรถคุณสมบัติของน้ำมันอาร์แกนมีวิตามินที่เป็นประโยชน์จากธรรมชาติสูงมากโดยเฉพาะวิตามินอีซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสสระชั้นเยี่ยมและประกอบไปด้วยกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวดังนี้ 1.กรดไขมันไม่อิ่มตัว Omega 3(Linolenic acid) Omega 9 (Oleic acid) กรดไขมัน Arachidonic acid และกรดไขมัน Alphaที่ช่วยเจริญเติบโตและพัฒนาเซลล์ผิว อีกทั้งยังมีคุณสมบัติ Anti-inflammatory ลดการอักเสบของผิว 2.Vitamin E เป็นสารอาหารที่สำคัญที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสสระ Anti Oxidant 3.Anti Agingต่อต้านอนุมูลอิสสระในปริมาณสูงมาก จึงป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว 4. Sterols ช่วยป้องกันผิวจากการรบกวนจากสิ่งแวดล้อมที่อาจก่อให้เกิดอาการอักเสบของผิว 5.Squalene เป็นน้ำมันที่มีส่วนผสมของ Squalene ที่เข้มข้นถึง 310 mg./100 g.ที่ช่วยต่อต้านมะเร็งผิวหนังได้ บริษัทเครื่องสอางค์ชั้นนำในยุโรปได้นำน้ำมันนี้ไปผสมกับเครื่องสำอางค์ออกผลิตภัณฑ์ที่มีราคาแพงมากตก mg.ละ 4-50 บาทจากต้นทุนที่ซื้อจากสหกรณ์ตกประมาณ mg.ละประมาณ 4-5 บาท ทางใต้ของเทือกเขา 3 ลูกมีภูมิประเทศเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งกันดารมาก มีทะเลทราย มี  Oasis จึงมีอินผาลัมและ อัลมอลล์ มะกอกดองที่ อิ๊ดและระเบียบ หอบหิ้วมาฝากเพื่อนในวันที่ 2 มอรอคโคเป็นประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม และที่ ** ดร.ศรัณย์ ** เป็นห่วงว่าคณะจะลงแดงตายขอบอกว่าผิดเพราะตอนนั่งในรถมีคน sponsor มอบบรั่นดี Remmy & Hennessy ไว้แก้หนาวทีละจอก(มีผู้ชาย 6 คน ดื่ม 4 คน) ตอนกินข้าวกลางวันละเย็นส่วนใหญ่มีเบียร์ให้สั่ง มีแค่ 2 แห่งเท่านั้นที่เคร่งไม่มีแอลกอฮอร์ หมดค่าเบียร์ไปหมื่นกว่า บริษัททัวร์ถูกใจคณะทัวร์คณะนี้เพราะแลกเงินกับไกด์จนหมดกระเป๋าเลยเลี้ยงไวน์และแกะย่าง(แบบหมูหัน)ครึ่งตัว เพราะมีคนไทยกล้ากินแค่ 3 คนแต่รับรองว่าอร่อยจริงๆขอบอก ถึงไม่อยู่วันเลี้ยงแต่ก็ได้รับโผผู้ที่มาร่วมสังสรรค์ซึ่งมีจำนวนถึง 34 คน ดังนี้ เกศรา ป้อม – อารมย์ สงคราม อุดล+กาญจนา แฟง-ยุพาพรรณ ไก่-อรุณี เล็ก-ลาวัลย์ (Moche-ตาเดียว) แต-แววไว ตุ๊ก-วราภรณ์ หมอสงค์ ผู้ว่าสมานและภรรยา เอนก บรรลุ เปี๊ยก-มาลัยวรรณ ประดิษฐ์ ศุภวิทย์ Raychum-บุญชุม วณี+กฤษฎา ทันพงษ์ ยุพิน อ้อย-พูนพิไล ปิ๋ว-วิจิตรา น้อย-ปราณี สายพิน อ้วน-ไชยสิทธิ์ ท่านนายพลเขตต์ แดง-สุธิดาและจิระเดช ดร.สมเกียรติ ดร.ชาญชัย เม่นสุรพล และดร.ศรัณย์ ที่จริงน่าจะ 37 เพราะในรูปมีรูปของ ** นิด-บุญญนิจ ** เล็ก-เลขา ** และ ** แดง-ยุวดี ** จากเมกซิโกอยู่ด้วย  เดือนนี้ทางกรรมการรุ่นประชุมกันและมีมติให้มอบสิ่งตอบแทนเล็กๆน้อยๆมอบขอบคุณ ** DJ. ไพศาล ** ที่เสียสละมาคีย์เพลง แนะนำสอนการร้องแก่เพื่อนๆและเฝ้ารอเก็บเครื่องเสียงจนงานเลิกทุกครั้งด้วย(กำเสี่ยๆ)  มาต่อที่เดือนกุมภากันต่อเดือนนี้เรามีงาน 3 งาน งานใหญ่ งานกลางและงานเล็ก งานใหญ่ ก็คืองานวันที่ 2 ที่ว่าใหญ่คือเป็นการประชุมใหญ่ประจำปีของรุ่นฯที่ทุกคนเป็นกรรมการกิตติมศักดิ์โดยตำแหน่งปีนี้มีกรรมการมาประชุมถึง 75 คนเนื่องจากปีนี้เป็นปีที่ 55 ที่เราเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรเราได้จัดงานครบ 50 ปีมาแล้วก็มีคนถามว่าจะจัดงานครบรอบ 55 ปีไหม ** ประธาน –สายพิน ** เลยนำเข้าวาระถามสมาชิกว่าจะจัดงานฉลองหรือไม่ปรากฎว่าที่ประชุมลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าให้จัด ก็กำหนดว่าให้จัดในวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2561 ที่ห้องประชุมชั้น 3 ของห้องอาหารสหโภชน์ (ท่านประธานขอเบิญท่านกรรมการมาประชุมก่อนเวลาสังสรรค์วันที่ 23 กพ.61 เพื่อปรึกษารูปแบบของงานฉลองครับ) ขอให้เพื่อนๆจดลงสมุดบันทึกส่วนตัวไว้เลยนะครับว่าเราต้องมาเจอกันในวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ที่ ชั้น 3 สหโภขน์ งานที่ 2 เป็นงานกลางคืองานสังสรรค์กลางเดือนกพ.วันที่ 23 กพ.กลัวว่าคนจะมาน้อยเพราะมาวันที่ 2 แล้ว ไม่เป็นไรครับมาแล้วมาอีกจะได้เจอหน้ากันบ่อยๆ งานที่ 3 เป็นงานเล็ก งานนี้ไปจัดที่แปดริ้ว เป็นงานแค่งงานของหมอ ลูกชายของ ** เล็ก-ลาวัลย์ **ซึ่งตอนนี้ยังมีตาเดียว แต่งงานลูกชาย หมอธนัทเทพ ที่โรงแรมซันธารา เวลเนสรีสอร์ทแอนด์โฮเต็ล ฉะเชิงเทรา เลี้ยงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 25 กพ.นี้ ใครจะไปติดต่อ **ทันพงศ์ **ได้นะครับ  สังสรรค์วันที่ 2 กพ.เนื่องจากมีคนมาเยอะมากเลยมีการจับกลุ่มถ่ายรูปกันรอบๆห้องสิ่งที่ ** อิ๊ดเกะ –จิตราพรรณ ** ชอบเป็นพิเศษคือจับคนที่มีชื่อเล่นเป็นสัตว์มาถ่ายรูปหมู่แต่กว่าจะถ่ายได้ต้องคอยไล่คนที่ไม่ได้มีชื่อเล่นเป็นสัตว์ออกไป ที่จับมาถ่ายได้เช่น ช้าง มี ช้างพัง(บ้าน)เป็นช้างตัวเมียคือ ไพลิน ช้างพลายหรือช้างสีดอ เป็นช้างตัวผู้ ได้แก่ สุรพล ที่มาไกลจากเชียงใหม่ ต่อมาก็ หมู ได้แก่ สมพล ที่อยู่ใต้สุดยะลาแต่เพิ่งกลับจากเมกายังไม่ถึงยะลาที คนต่อไป แต ** แววไว ** ไก่ คือ อรุณี แมว คือ เหฯ เกศรา จ๋อไม่ต้องเดาคือเราเอง วันชัย ที่จับไปถ่ายไม่ได้มีชื่อเล่นเหมือนกัน 2 คนคือชื่อเล่นว่า เม่น มี 2 คน คือ สุรพล(วน.) และอดิศักดิ์(สพ) เดือนนี้นอกจากมีชื่อเล่นเหมือนกันมาในงานแล้วยังมีชื่อจริงเหมือนกันมากันหลายคู่เริ่มจากท่านประธาน สายพิน แฟน หมู-สมพล ก็ชื่อ สายพิน เหมือนกัน วราภรณ์ ก็มา 2 คน เป็น แดง จากเชียงใหม่และ ตุ๊ก จาก กทม 2สุรพล เป็นช้างที่มาจากเชียงใหม่ กับ เม่น หลังจากที่ ** ศรัณญ์ **ประกาศว่าบ้านใครที่เลิกกินเครื่องดื่ม Lกฮ หรือมีมากเกินไปขอให้นำมาบริจาคที่งานได้ทุกเดือน เดือนนี้เลยมีอาเสี่ยใจดีนำมาบริจาค 2 รายๆแรก **เสี่ยอูม-วิบูล์ ** นำทั้ง วิสกี้ ไวน์ และบรั่นดีมามอบให้ รายต่อมา ** เสี่ยโล้น –ระพีพงศ์ ** นำไวน์มามอบ 2 ขวด ด้วยความคิดถึงเพื่อนๆหลังจากพักฟื้นร่างกายมานานวันนี้เลยมาโชว์ตัวให้เพื่อนๆได้เจอหน้าเจอตาและร้องเพลงให้เพื่อนๆฟังเป็นของแถมแต่ขอฝากไว้ว่าเอาให้ร่างกายแข็งแรงกว่านี้จะขึ้นไปร้องบนเก้าอี้ให้ฟังเหมือนเดิม มีคนถามว่าผู้ชายสูงๆ ผอมๆ ใส่เสื้อดำเดินตาม ** เม็ด-สิรนุช ** เป็นใคร พอมีคนบอกว่าก็ อ้ายวร –ถาวร แฟนเม็ดไง เพื่อนก็บอกว่าไม่ได้เจอหน้ามานานนึกว่าจะตัวโตใหญ่กว่านี้คนที่นานๆโผล่มาในงานนี้มีหลายตนที่คนจำชื่อไม่ค่อยได้เช่น ** ปรานี(ศรีสกุน) *ทัศนีย์ ** ผ่องศรี ** มีชัย **บุญรักษ์** ประมวล **ชูศักดิ์(กษ.+วศ.)*บุญมี *พิศาล(กัง วน.)*นพดล** 

รายชื่อกก.เกษตรรุ่น 23ประจำปี 2560-2562 ที่ปรึกษา 1.ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี 2.วสันต์ บุญเกิด 3.ระพีพงศ์ วงศ์ดี 4.ดร.วณี สัมพันธารักษ์ 5 ไชยสิทธิ์ เอนกสัมพันธ์ ประธาน  ดร.สายพิน มณีพันธ์ รองประธาน 1.ดร.สงคราม ธรรมิญช์ 2.พึงพิศ ดุลยพัชร์ 3.ดร.ศรัณย์ วรรธนัจฉริยา เหรัญญิก เกศรา จีระจรรยา รองเหฯ อรุณี วงศ์กอบรัฐ ประชาสัมพันธ์ วันชัย จันทร์ฉายรองฯ อุดล พร้อมจรรยากุล เลขานุการ มาลัยวรรณ อารยะสกุล กรรมการกลาง 1.แววไว เสนีย์วงศ์ ร อยุธยา 2.วรรณรัตน์ โททอง 3.ดาราวรรณ วุฒิพิทักษ์ 4.นิตยา เลาหจินดา  

กรรมการจัดอาหารเพิ่มพิเศษในวาระต่างๆ 1.พึงพิศ ดุลยพัชร์ 2.แววไว เสนีญ์วงศ์ ณ อยุธยา มาลัยวรรณ อารยะสกุล 4.วรรณรัตน์ โททอง 5. ดาราวรรณ วุฒิพิทักษ์  

กรรมการพิจารณาเงินสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกในรุ่นฯ 1.ไชยสิทธิ์ 2.วสันต์ 3.ระพีพงศ์ 4.สงคราม 5.ศรัณย์ 6.นิตยา67.วันชัย 

งบดุลการเงินของรุ่นระหว่าง 13 มค.2560-11มค.2561 รายจ่าย เป็นค่าช่วยงานศพและเยี่ยมคนป่วยฯลฯ รวม 96,990 บาท รายรับ 32,186.18 บาท 

สรุปเงินของรุ่นฯมีทั้งหมด คือ 1.เงินรุ่นเหลือ 455,492.09 บาท2.เงินจัดงาน 50 ปีเหลือ 300,061.56 บาท 3.เงินซื้อเครื่องเสียงเหลือ(ฝากไว้) 18,800 บาท  

อย่าลืมเดือนนี้เรามีนัดกันที่ห้องอาหาร สหโภชน์ ในวันศุกร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561  อย่าลืมไปเจอกันนะครับ

วันชัย  จันทร์ฉาย  รายงาน

อ่านข่าว KU23-2506 ทั้งหมด

ข่าวเกษตรรุ่น 23 เดือนมกราคม 2561 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ข่าวเกษตรรุ่น 23

อ่านข่าว KU23-2506 ทั้งหมด

Jubilee KU 23 2506-2556

ฉบับเดือน มกราคม 2561 ฉบับ วันขึ้นปีใหม่(1 มค.)วันเด็กแห่งชาติ(13 มค.)วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ(14 มค).วันครู(16 มค.) วันโคนมแห่งชาติ/วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช(17 มค.)วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช/วันกองทัพไทย(18 มค.)

ใตรเอ่ย ยังจำได้ไหม ถึงใครคนหนึ่ง 

ปรานอม(ป้า)
กมลพร(ปื๊ด) –ชุลีกร 
พ.อ. เทพ  
ทรงเกียรติ(เบ้) 
อาจารย์นพพร
HBD คนเกิดเดือนธันวา
สะใภ้รุ่นสองคน อ.วีณาและชุลีกร 
สาวสวยของรุ่นฯ

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน 

สวัสดีปีใหม่ 2561 ครับเพื่อนๆทุกคน 

เพื่อนๆคงได้เจออากาศที่หนาวเย็นช่วงสิ้นปีและต้นปีมาแล้วในกทม.อุณหภูมิลดลงเหลือประมาณ14-17 องศาถือว่าต่ำสุดในรอบหลายสิบปีส่วนในตจว.อุณหภูมิคงลดลงเหลือเลขตัวเดียวในภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนตามดอยต่างมีเกิดเหมยขาบหรือแม่คะนิ้งหลายแห่ง อุณหภูมิที่ดอยอินทนนท์ปีนี้ต่ำสุดถึง – 2 องศา ได้มีโอกาสนำเสื้อกันหนาวมาใส่กันหลังจากคอยเก้อมาหลายปี ปีเก่าปีระกาปีของไก่ที่ขันหรือไล่จิก ได้ผ่านพ้นไปปีใหม่ปีนี้เป็นปีจอ ปีหมาผ่านเข้ามา หมาจะเห่าหรือจะกัดก็คอยดูไป ใครมีหมาก็หมั่นเอาหมาไปฉีดวัคซินไว้บ้างเด้อ 

คนเกิดปีจอ (ปีสุนัข) : ผู้ที่เกิดในปี พ.ศ. 2465, 2477, 2489, 2501, 2513, 2525, 2537, 2549, 2561  ธาตุกำเนิด คือ ธาตุดิน        อุปนิสัยของคนเกิดปีจอ 
คุณเป็นคนดีที่น่าคบ ซื่อสัตย์ไว้ใจได้ ให้ความเห็นอกเห็นใจเวลามีใครมาขอความช่วยเหลือ คุณจริงใจ และรับไม่ได้กับความอยุติธรรม คุณจึงต่อสู้เพื่อความถูกต้องโดยไม่คำนึงถึงอันตราย มีวิจารณญาณในการแยกแยะข่าวสารได้ดีประเภทข่าวโคมลอย คลิปตัดต่อ ไม่ได้แอ้มคุณหรอก…ขอโทษ! คุณยังเป็นคนที่มีความสามารถในการสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจได้ดี นิสัยที่เป็นเนื้อแท้ของคุณ คือ ขี้หงุดหงิด ร้อนที่ และชอบเสี่ยงโดยไม่จำเป็น ต้องระวังจุดอ่อนเหล่านี้ไว้ให้ดี คุณจะเพลิดเพลินเจริญใจเสมอเมื่ออยู่ในถิ่นของคุณที่ไม่มีใครกล้ามาแหยม แต่เผลอนิดเดียว ก็ออกไปเที่ยวเสาะแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่ โดยไม่อินังขังขอบว่าจะมีภัยกับตัวหรือเปล่า คุณอยากได้แบ็กดีๆ ที่ช่วยให้คุณผจญภัยได้อย่างมั่นใจสุดๆ แหม ! มีแล้วมันมั่นใจเสียนี่กระไร! กับเพื่อนฝูง คุณเป็นคู่หูผู้ซื่อสัตย์ จริงใจ และไม่หักหลังคนที่อุตส่าห์เชื่อใจ แล้วกับแฟนล่ะ…คุณพร้อมทำทุกอย่าง โดยเฉพาะเมื่อพบกับปัญหาร้ายแรง คุณก็ควบคุมตัวเองได้ดี ไม่เคยแสดงความขี้ขลาดตาขาวเมื่อต้องยืนเคียงข้างคนที่คุณรัก ส่วนเรื่องการเงินนั้น คุณไม่ค่อยใฝ่สูง ที่ขยันเก็บออมไว้มาก ๆ ก็เพื่อคนในครอบครัวนั่นแหละ ตัวคุณเองกินง่ายอยู่ง่าย ใช้จ่ายพอประมาณอยู่แล้วนักษัตรปีจอเป็นธาตุดิน อวัยวะที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ คือ ม้าม ตับอ่อน ปาก และกล้ามเนื้อ ธาตุของคุณจะแข็งแรงดี หากได้กินอาหารที่มีรสชาติหวานในปริมาณพอเหมาะ 

  ที่ห้องอาหาร สหโภชน์ เดือนธันวาเดือนสุดท้ายของปี 60 มีเพื่อนเก่ามาเยี่ยมเยียนกันมากหน้าหลายตาเช่นทีมนักวิ่งลมกรดของรุ่นฯและผู้เชี่ยวชาญเรื่องไม้ไผ่ของประเทศไทยคือ ** อ.ปรานอม- ป้า ** แวะเข้ามาทักทายพร้อมด้วยขนมอีกกล่องใหญ่ที่อร่อยมากเสียดายที่มาอยู่เดี๋ยวเดียว คนต่อมาก็เป็นอาจารย์ของจันทร์เกษมเหมือนกัน **อ.นพพร ** โชว์นิ้วที่พันแผลไว้ด้วยลืมถามว่าเกิดจากอะไร รายต่อมาเป็นชายคู่จากคณะสัตวแพทย์คือ ** ปัญญา ** มาคู่กับ ** พ.อ. เทพ ** อีก 2 คู่เป็นคู่ผสมคู่แรกบอกว่าจะแวะมาหลายเดือนแล้วเพิ่งหาโอกาสมาได้เดือนนี้ คือ** กมลพร – ปื๊ด ** ที่มากับที่บ้านที่ดูอ่อนวัยกว่าอายุจริงมาก **ปื๊ด **ไม่ได้มาหลายเดือนเดือนนี้เลยถูกขอให้ขึ้นไปร้องเพลงหลายเพลงทั้งเพลงหมู่และเพลงคู่กับน้อง ชุลีพร ด้วย คู่ผสมที่หายหน้าไปหลายเดือนเหมือนกันก็คือ ** ดร.มังกร ** ที่สะเดาะเคราะห์ไปเมื่อปีที่แล้วไปหลายกำมือก็ควงคู่ อ.วีณา มาและที่ฮือฮาก่อนมาในห้อง Line ของรุ่นที่ที่มีสมาชิกเข้ามาใหม่และเล่าเรื่องเกี่ยวกับหอพักและเหตุการณ์ต่างที่เกิดขึ้นในสมัยที่เราเป็นนิสิต เหมือนกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานและบางเรื่องพวกเราก็ลืมกันไปซะส่วนมากพอได้รับการเล่าเรื่องย้อนอดีตมาอีกครั้งทำให้พวกเรามองภาพในอดีตออกและนึกไม่ถึงว่าอ้ายเพื่อนคนนี้มันจำได้อย่างไรเพื่อนที่กล่าวถึงคนนี้เพิ่งมาสังสรรค์ที่ สหโภชน์ ตรั้งแรก ที่มาก็เพราะมันอยู่หมู่บ้าน สหกรณ์ฯ ที่พวกเราอยู่กันหลายคนเช่น **ระเบียบ ** วรรณรัตน์ – แต๋ว ** ไพฑูรย์ – ฮิตเลอร์ ** แต่ก่อนมี **อิทธิพล ** แต่ตอนนี้ได้ข่าวว่าย้ายไปอยู่บ้านฉางแล้ว ปกติ แต๋ว เบียบ จะมารถคันเดียวกัน ต่อมาได้ชวน ฮิตเลอร์มารถคันเดียวกันแต่เดือน ธค. ฮิตเลอร์ติดซ่อมบ้านมาไม่ได้ ปกติเราจะมีช่างภาพและ VDO ตัดต่อส่งให้เพื่อนๆดูทาง Line อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ระเบียบ เลยชวนเล่น Line และชวนมาสังสรรค์ในครั้งนี้ด้วยทำให้พวกเราก็ได้พบตัวจริงของ  ** ทรงเกียรติ – เบ้ ** หลังจากติดตามการเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีตจากไลน์มานาน เรื่องในอดีตมีตั้งแต่กิจกรรมเตะบอลล์ใกล้หอหญิง(ไม่มีเครื่องนุ่งห่ม) การประกวดหอพัก การลักลอบเล่นการพนัน ของหอ 12 เบ้ จะมีคู่กัดมากโดยเฉพาะ ประดิษฐ์ ที่เคยทำงานที่เดียวกันหลังจบมหาวิทยาลัย ที่เป็นที่ฮือฮามากในสมัยนั้นก็คือเรื่อง รักบี้ ช่วงนั้นเกษตรมีชื่อเสียงมากมีการเช่ารถประจำทางไปเชียร์แมทละหลายสิบคันและคนที่วิเคราะห์วิจารณ์เกมส์การเล่นของแต่ละทีมและคำแนะนำ(โคช)ไปด้วยก็ต้องเป็น เพื่อนเบ้ ของเราคนนี้และจะมีเพื่อนคู่หูในการดูและเชียร์รักบี้อีกคนคือช่างตัดผมและร้านข้าวแกงที่โรงสูบร้านนี้คนไปกินข้าวหรือตัดผมเพราะจะได้อ่านหนังสือกำลังภายในที่ฮิตมากในช่วงนั้นด้วย ระหว่างปี 2537-2547 ผมเป็นคระทำงานในโครงการพระราชดำริ ห้วยซอน ห้วยซั้ว ที่สปป ลาว วันหนึ่งไปซื้อของที่ตลาดเช้าเวียงจันท์เห็นจิ๊กโก๋โทรมๆนุ่งกางเกงยีน เสื้อแขนยาวปล่อยชายลากรองเท้าแตะหลังงอๆมองครั้งแรกนึกว่าเป็นขี้ยา(ที่จริงมันก็ขี้ยาจริงเพราะตอนนั้นมันสูบบุหรี่จัด)ที่มาเที่ยวไถเงินหรือพวกล้วงกระเป่า เพ่งไปอีกทีคนนี้มัน อ้ายเบ้ เพื่อนเรานี่หว่า อ้ายเบ้ก็มาเล่าทีหลังว่าลูกน้องมันก็เหล่ๆเราว่าจะไปทำมิดีมิร้ายเจ้านายมัน ถ้าอยากรู้เรื่องในอดีตให้ติดตามเรื่องต่างๆได้ใน ไลน์หรือให้ระเบียบ แต๋ว ฮิตเลอร์หนีบมันไปสังสรรค์บ่อยๆก็จะได้ฟังเรื่องดีๆอีกมากมาย สวัสดีครับ 

วันชัย  จันทร์ฉาย  รายงาน

อ่านข่าว KU23-2506 ทั้งหมด

ข่าวเกษตรรุ่น 23 จะจัดงานครบรอบ 55 ปี วันที่ 22 มิถุนายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ข่าวเกษตรรุ่น 23

Jubilee KU 23

2506-2556

ภาพจาก ลายน์กลุ่ม “เกษตรฯ23”

คุณวันชัย จันทร์ฉาย  แจ้งข่าวว่า วันที่ 22 มิถุนายน 2561  เกษตรรุ่น 23 จะจัดงานครบรอบ 55 ปีที่ชั้น 3 ของห้องอาหารสหโภชน์ ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตอนเช้ามีทำบุญเลี้ยงพระ 9 รูป ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อน ๆ ที่เสียชีวิต ติดตามด้วยการแสดงดนตรีไทยนำโดย อ.ชาญ มงคล  ดนตรีสากลโดยอดีตนักดนตรีและนักร้องวง KU.Band นักดนตรี และนักร้องสมัครเล่น และการแสดงอื่น ๆ จึงขอเชิญเพื่อนๆและครอบครัวมาพบปะสังสรรค์เพื่อระลึกถึงความหลังเก่า ๆ กันให้มาก ๆ

สุทิน คล้ายมนต์ รายงาน

ข่าวเกษตรรุ่น 23 เดือนธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ข่าวเกษตรรุ่น 23

Jubilee KU 23 2506-2556

ฉบับเดือน ธันวาคม 2560 ฉบับ วันพ่อแห่งชาติ.วันดินโลก (5 ธค.) วันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (9 ธค.) วันรัฐธรรมนูญ (10 ธค.) วันคุ้ครองสัตว์ป่าแห่งชาติ (26 ธค.) วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (28 ธค.) วันสิ้นปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (31 ธค.)  

Welcome วินิดาและมณฑล

 เพื่อนๆที่มีศรัทธาแก่กล้าผจญรถติดแหวกเข้ามาร่วมสังสรรค์ได้ขอแสดงความนับถือ

เพื่อนกิน(เหล้า)ที่ยังเหลืออยู่

เดือนนี้มีคู่สมรสมาร่วมสังสรรค์มากที่สุดในรอบหลายๆปี

คู่ที่ 1 ดร.กฤษฎา+ดร.วณี 

คู่ที่2 แดง(สุธิดา)+จิรเดช

คู่ที่ 3 ดร.บุญวงศ์(โหนก) + วิไลลักษณ์(แกร็ก)

คู่ที่ 4 อุดล(เบบี้) + กาญจนา 

คู่ที่ 5 สมคิด + มาลี(ม้า) 

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน

เดือนนี้มีข่าวเศร้ามาแจ้งให้เพื่อนๆได้รับรู้คือเพื่อนวน.ของเราคือ ** พิศิษฐ์ ภูวนันท์ ** วน.29 ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ตั้งศพที่วัดชลประทานฯ KU.23 และวน.29 ร่วมเป็นเจ้าภาพวันที่ 2 ธันวาคม ฌาปณกิจวันที่ 3 ธันวาคม นับเป็นเพื่อนลำดับที่ 102 ที่เสียชีวิต เป็นคนที่ 4 ของปี 2560 เพื่อนๆวน.ฝากบอกท่านยมบาลช่วยแบ่งคนตายไปคณะอื่นบ้าง สถิติ8นตายปี 57 ตาย 3 เป็นกษ. 2 วน. 1 ปี58 ตาย 3 เป็นกษ.3 ปี 59 ตาย 2 วน.เหมาหมด 2 ปี 60 ตาย 4 กษ. 2 วน. 2  วิธีที่จะทำให้มีอายุยืนยาวก็ต้องหมั่นออกกำลัง มาสังสรรค์พบเพื่อนฝูง  ท่องเที่ยว อย่าเครียดหัวเราะดังๆ พยายามหายใจเข้าไว้อย่าหยุด

วันสังสรรค์เดือนพย.พอดีตรงกับวันพระราชทานปริญญาบัตรพอดี ทำให้การจราจรในเกษตรติดหนึบคาดว่าคงมีเพื่อนๆหลายคนถอดใจถอยกลับบ้านเลย แต่กระนั้นก็มีเพื่อนๆพยายามบากบั่น บุกเข้ามาร่วมสังสรรค์จนได้ถึง 26 คนและขอนับถือน้ำใจของ ** ดร.บุญวงศ์(โหนก) และ วิไลลักษณ์(แกร็ก) ** ที่มาร่วมงานเพราะคาดว่าคงมีคนมาร่วมสังสรรค์น้อยเลยมาช่วยเพิ่มสมาชิกไว้ โดยเฉพาะ **วินิดา **แม้จะป่วยนั่งรถเข็นก็ยังให้หลานพาฟันฝ่าเข้ามาร่วมงานจนได้ตอนนี้สุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ขอให้หายไวๆนะครับ ** ดร.ชาญชัย ** คนเกิดเดือน พย. มานั่งรอเพื่อนตัด Cake อวยพรวันเกิดไม่ไหวเพราะมีนัดกับแขกชาวญี่ปุ่นเลยต้องออกไปรับแขกก่อน  เดือนนี้แม้คนจะน้อยแค่ 26 คน น้อยที่สุดในรอบปี แต่มีเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อ ปรากฏว่ามีคู่สมรสมาเป็นคู่ถึง 5 คู่ ที่จริงควรจะเป็น 6 คู่แต่ ** สวัสดิ์ **ไปฉีดยาที่ ตาและ **พึงพิศ ** ไม่สบายจากการไปทัวร์ญี่ปุ่น 5 คู่ที่สร้างประวัติศาสตร์ครั้งนี้มี คู่ที่ 1 **ดร.กฤษฎาและ ดร.วณี  คู่ที่ 2 ** ดร.บุญวงศ์ และ วิไลลักษณ์ คู่ที่ 3 **สมคิด และ มาลี ** คู่ที่ 4 **อุดล และ กาญจนา  คู่ที่ 5 ** สุธิดา และ จิระเดช ** ขอให้มีความสุข ความเจริญทุกๆคู่เลยนะครับ คราวหน้าขอให้พาคู่สมรสมาร่วมสังสรรค์กันมากๆนะครับ

เดือนนี้เป็นเดือนสุดท้ายของปีแล้วนะครับขอเชิญเพื่อนๆมาร่วมสังสรรค์กันมากๆหน่อยนะครับยิ่งตอนนี้เพื่อนกิน(เหล้า)ของ ดร.กฤษฎา ดร.ศรัณย์ และ บรรลุ ชักเหลือน้อยลงทุกทีแล้ว

HAPPY OLD YEAR EVERY BODY.         

อย่าลืมเดือนนี้รามีนัดกันที่ห้องอาหาร สหโภชน์ วันศุกร์ที่ 22 ธัวาคม 2560 นะครับ

วันชัย  จันทร์ฉาย  รายงาน

ข่าวเกษตรรุ่น 23 เดือนพฤศจิกายน 2560

Jubilee KU 23

2506-2556

ฉบับเดือน พฤศจิกายน 2560 ฉบับ วันลอยกระทง (3พย.) วันคนพิการแห่งชาติ (11พย.) วันบิดาแห่งฝนหลวง (14 พย.) วันกองทัพเรือ (20 พย.) วันประถมศึกษาแห่งชาติ (25 พย.) วันสาธารณสุขแห่งชาติ/วันสร้างสุขภาพแห่งชาติ (27 พย.)

อุษา(หมู)จากออสเตรเลียมาเยี่ยมพื่อนๆ

สาวสวยเดือนกย.

รูปเพื่อนๆที่มาเดือนกย.

ร้องหมู่เดือนกย.

ติ๋มและเม่นโชว์รำวง

อ.ชาญร่วมเปล่าขลุ่ย

ดร.สมเกียร์ติที่หายหน้าไปนาน

รับเงิน ขายงานาโน บริการกาแฟ

เพื่อนๆชม.สังสรรค์เดือนตค.

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน

วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 เวลา 18.47 น. สำนักพระราชวังได้ออกประกาศแจ้งให้ประชาชนชาวไทยทราบว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลศิริราช ด้วนพระอาการสงบ เมื่อเวลา 15.52 น.

เดือนตุลาคม 2560 เป็นเดือนที่ครบ 1 ปีแห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร .๙ ผ่านวันเวลาแห่งความยากลำบาก 26 ตุลาคม 2560 จารึกประวัติศาสตร์ที่พสกนิกรชาวไทยต้องน้ำตานองแผ่นดิน ช่วงเวลาสำคัญ 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 – 29 ตค.2560 คือเวลาแห่งความโศกเศร้าของพสกนิกรชาวไทย เพราะเปรียบเสมือนเวลาเพียงช่วงสั้นๆและระยะเวลาที่ยาวนานในคราวเดียวกันการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยวันที่ 25 ตุลาคม เวลา 17.30 น.มีพิธีพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 26 ตุลา เวลา7.00 น.พระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพจากพนระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ไปยังพระเมรุมาศ(ขบวนนี้ใช้เวลาเคลื่อนขบวนนานมากเริ่มตั้งแต่ 7 โมงเช้า กว่าจะอัญเชิญพระบรมศพขึ้นพระเมรุมาศได้ก็ประมาณบ่าย 2โมง) โชคดีที่เช้านี้ฝนไม่ตกแต่แดดก็ร้อนเอาการ ช่วงเย็นฝนตกหนักแล้วก็หยุด เวลา 17.30 และ22.00 น. พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศ วันที่ 27 ตุลา เวลา 8.00 น.พระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ ณ พระเมรุมาศ วันที่ 28 ตุลา เวลา 17.30 น.พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท วันที่ 29 ตุลา เวลา 10.30 น.พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานพระวิมาณบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เวลา 17.30 น.พระราชพิธีบรรจพระบรมราชสรีรอังคาร ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและวัดบวรนิเวศวิหาร

พิธีถวายดอกไม้จันท์ของภาคประชาชนดำเนินการทั้งในกรุงเทพ ต่างจังหวัด อำเภอต่างๆทั่วประเทศและในต่างประเทศซึ่งมีผู้ไปถวายดอกไม้จันท์กันมืดฟ้ามัวดินประมาณ 21 ล้านคน

ตำนานดอกไม้จันท์ ต้นจันท์ ถือเป็นต้นไม้ที่มีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์แห่งความอาลัยของพระบรมวงศานุวงศ์ไทยอย่างยิ่งนับตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา มีหลักฐานการใช้ ท่อนจันท์ และไม้จันท์ เผาพระสรีระเจ้านายชั้นสูงอย่างสมพระเกียรติ ไม้ชนิดนี้ยังถูกนำมาประดิษฐ์เป็นงานศิลป์สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพ จัดสร้างเป็น พระโกษฐ์จันท์ ไม้จันท์หอมเป็นไม้หายากและนำมาใช้ในงานพระราชพิธีนั้นต้องผ่านพิธีการทางพราห์มด้วย ในปัจจุบันพบต้นจันท์หอมจำนวนมากในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯที่เป็นแหล่งอนุรักษ์สายพันธุ์ตามธรรมชาติ โดยทางอุทยานจะสำรวจไม้ยืนต้นตายแล้วทำพิกัดไว้เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญ แล้วทางสำนักพระราชวังจะเป็นผู้คัดเลือกไม้ที่สภาพสมบูรณ์ ไม่กลวง นำไปใช้ในพระราชพิธีต่อไป ท่อนฟืนไม้จันท์ ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ออกแบบโดยนายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร โดยเขียนเป็นลายทรงพุ่มข้าวบิณฑ์และลงรักปิดทองตามแบบศิลปลายรดน้ำ การเขียนลายครั้งนี้ใช้น้ำยาหรดาล ซึ่งเกิดจากการนำของโบราณได้แก่ กาวกระถินหินหรดาล ฝักส้มป่อย และลูกประคบมาผสมกัน ท่อนฟืนไม้จันท์ที่นำมาเขียนลาย แปรรูปมาจากไม้จันท์หอมให้มีขนาดหน้ากว้าง 2 นิ้ว ยาว 60 ซม. จัดทำทั้งหมด 24 ท่อน

ดอกไม้จันท์ น้อมอาลัย ร. ๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดกิจกรรม โครงการจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันท์พระราชทาน เพื่อทูลเกล้าฯถวายในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้มีการสอนประดิษฐ์ดอกไม้จันท์ไว้ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 7 ชนิด ได้แก่

1.ดอกดารารัตน์ เป็นดอกไม้ทรงโปรดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานให้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาท เมื่อครั้งทรงศึกษาและประทับอยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

2.ดอกกุหลาบ เป็นสัญญลักษณ์ของความรักอันบริสุทธิ์

3.ดอกพุดตาน เป็นสัญญลักษณ์ของความมั่นคงและความอุดมสมบูรณ์ เป็นไม้มงคลเปลี่ยนสีได้ถึงสามสีในวันเดียวกัน เปรียบเสมือนวัฏจักรของชีวิตมนุษย์ เริ่มต้นเป็นสีขาว เติบโตขึ้นพร้อมกับสีสันแต่งแต้ม จนกระทั่งอายุมากขึ้นมีสีเข้มขึ้นและพร้อมจะร่วงโรยจากไป

4.ดอกลิลลี่ แสดงออกถึงความรักอันบริสุทธิ์ เช่นเดียวกันกับดอกกุหลาบสีขาว

5.ดอกกล้วยไม้ เป็นสัญญลักษณ์แห่งความมั่นคง ความรักและความสง่างาม

6.ดอกชบาทิพย์ เป็นดอกไม้ที่สร้างที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อสื่อถึงการดับสูญและความเป็นทิพย์

7.ดอกชบาหนู เปรียบเสมือนความอาลัยในการสูญเสียของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เป็นสัญญลักษณ์แทนดวงใจไทยทุกดวง น้อมอาลัยต่อการเสด็จสู่สรวงสวรรคาลัย

พระเมรุมาศในหลวง ร.๙ ทรงบุศบก ๙ ยอด สูง๕๓ เมตร

พระเมรุมาศที่ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพออกแบบโดยนายก่อเกียรติ(ไม่ใช่เกษรสิริ) ทองผุด นายช่างศิลปกรรมชำนาญการ เป็นผู้ออกแบบหลัก มีนายสัตวัน อ่มซ้าย ผอ.สำนักสถาปัตยกรรมและนายธีรชาติ วีรยุทธานนท์ สถาปนิกชำนาญการเป็นผู้ช่วย เป็นเมรุมาศทรงบุษบกสูง 53 เมตร มีชั้นเชิงกลอน 7 ชั้นผังพท.ใช้งานเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส ขนาดกว้างด้านละ 60 เมตร มีบันไดทั้ง 4 ด้าน ฐานยกพื้นที่สูง มี 3 ชั้น ชั้นบน มีมุมทั้งสี่ ประกอบด้วยช่างทรงบุศบกชั้นเชิงกลอน 5 ชั้นสำหรับพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม การออกแบบยึดหลักแนวคิดตามหลักโบราณราชประเพณีการสร้างพระเมรุมาศของพระมหากษัตริย์ในกรุงรัตนโกสินทร์ อีกทั้งยังใช้แนวคิดคติไตรภูมิตามคัมภีร์พุทธศาสนาและคติความเชื่อเรื่องพระมหากษัตริย์ในสถานะเสมือนสมมุติเทพตามระบอบเทวนิยม การวางผังพระเมรุมาศมีความเชื่อมโยงกับศาสนสถานโบราณสำคัญที่อยู่บริเวณรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวง(ขอบคุณข้อมูลจากนสพ.เดลินิวส์และไทยรัฐ)

OK เบตง

หลังออกพรรษา 1 เดือนเป็นช่วงที่มีการถวายผ้าพระกฐินก็จะมีการทอดกฐินตามวัดต่างๆทั่วประเทศและวันสุดท้ายก็จะเป็นวันลอยกระทงด้วย ปีนี้เราโชคดีที่มีคนชวนไปทอดกฐินพระราชทาน(จุลกฐิน)ถึงอ.เบตง จ.ยะลา ออกเดินทางวันที่ 2 พย. ใช้บัตรคนจนนั่งเครื่องฟรีเป็นเครื่อง C 130 จากสนามบินกองทัพอากาศดอนเมืองไปลงที่สนามบินบ่อทอง จ.ปัตตานีแล้วขบวนก็นั่งรถตู้และรถบัสต่อไป อ.เบตง พอผ่านอ.ธารโตไปเล็กน้อยก็สวนกับขบวนวิ่งของ ตูน บอดี้สลัม พอดี จนท.ได้หยุดรถให้พวกเราได้บริจาคเงินและถ่ายรูปร่วมกับ ตูน(เป็นวันวิ่งวันที่ 2 ของการวิ่ง 55 วัน)โครงการวิ่งการกุศลครั้งนี้ ตูนให้ ชื่อว่า ก้าวคนละก้าว ตูนใช้เวลาทั้งหมด 55 วัน (โดยวิ่ง 4 วัน พัก 1 วัน) ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร จากเบตงถึงแม่สาย เพื่อหาเงินให้โรงพยาบาลศูนย์ 11 แห่งทั่วประเทศไทย สำหรับเงินทั้งหมดที่ได้จากการรับบริจาคในครั้งนี้จะนำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ 11 โรงพยาบาล ได้แก่ 1. โรงพยาบาลยะลา 2. โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี 3. โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี 4. โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี 5. โรงพยาบาลสระบุรี 6. โรงพยาบาลขอนแก่น 7. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี 8. โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ 9. โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 10. โรงพยาบาลน่าน (อยู่ในพื้นที่พิเศษห่างไกลจากตัวเมือง) 11. โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยจะเริ่มวิ่งวันที่ 1 พฤศจิกายน จาก เบตง จังหวัด ยะลา ผ่าน 20 จังหวัด และ ถึง แม่สาย จังหวัด เชียงราย ในวันที่ 25 ธันวาคม รวม 55 วัน โดยตั้งเป้ายอดบริจาคไว้ที่ 700 ล้านบาท

อำเภอเบตงเป็นอำเภอใต้สุดของประเทศไทยซึ่งติดชายแดนประเทศมาเลเซีย เป็นเมืองชายแดนที่มีการเคลื่อนไหวทางธุรกิจการค้าสูง ประกอบกับเป็นอำเภอที่มีการผสมผสานทางวัฒนธรรม เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ภาษา และชาติพันธ์ที่หลากหลาย อีกทั้งเป็นเมืองที่มีธรรมชาติที่สวยงามจึงทำให้อำเภอเบตงเป็นอำเภอที่มีนักท่องเที่ยวจากในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้านมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก สนามบินเบตงกำลังก่อสร้างมีกำหนดเปิดบริการได้ในราวปี 2562

อาหารที่ขึ้นชื่อของอ.เบตง

  • เคาหยก เคาหยก เป็นอาหารที่มีชื่อเสียงของเบตง ทำจากเนื้อหมูกับเผือก มีวิธีการปรุงที่พิถีพิถันสลับซับซ้อน โดยจะเริ่มจากการนำเนื้อหมู 3 ชั้นมาต้มให้สุก จากนั้นจึงนำขึ้นมาสะเด็ดน้ำในรังนึ่ง และใช้ช้อนส้อมจิ้มที่หนังหมูเพื่อให้น้ำมันไหลออกมา ทิ้งไว้สักพัก แล้วนำเกลือมาคลุกให้ทั่ว หลังจากนั้นนำไปทอดในน้ำมันที่เดือดปานกลาง จนสังเกตว่าหนังหมูเริ่มพอง แล้วจึงนำขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน และต่อด้วยการต้มอีกครั้ง เมื่อนำขึ้นจากหม้อต้มให้นำมาผ่านความเย็นทันที เพื่อเพิ่มความกรอบ จากนั้นนำมาหันเป็นชิ้นเล็ก ๆ หมักกับเครื่องยาจีน เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้ร่างกาย แล้วนำมาจัดวางสลับกับเผือกทอด แต่ก่อนที่จะรับประทานต้องนำไปนึ่งอีกครั้ง แล้วจีงโรยหน้าด้วยผักชี เพื่อดับกลิ่นคาว ไปคราวนี้ได้กินเคาหยก 2 ครั้งที่ภัตตาคาร 1 ครั้ง ที่สวนดอกไม้เมืองหนาว 1 ครั้ง (ที่นี่อร่อยมาก)
  •  ไก่สับเบตง ไก่สับเบตง เป็นอาหารที่เลิศรสและขึ้นชื่อของเบตง เป็นเมนูเด็ดที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด และนอกจากไก่สับแล้ว ไก่เบตงยังสามารถปรุงเป็นอาหารรสเลิศได้อีกหลายชนิด เช่น ไก่ตุ๋นเครื่องยาจีน ไก่ตุ๋นมะนาวดอง ต้มยำไก่ ไก่ต้มซีอิ๊ว โดยไก่เบตงเป็นไก่ที่เลี้ยงเฉพาะท้องถิ่นเบตง เนื้อจะหวานนุ่ม ไม่เปื่อยยุ่ยเหมือนไก่ทั่วไป เดิมเป็นไก่พันธุ์เลียงชาน ที่ชาวจีนอพยพซึ่งมาตั้งรกรากในเบตงได้นำมาเลี้ยง และผสมพันธุ์กับไก่พื้นเมือง จนแพร่หลายถึงทุกวันนี้ ลักษณะเด่นของไก่เบตง คือตัวผู้มีปากสีเหลืองอ่อน ส่วนตัวเมียปากสีน้ำตาลเข้ม ตานูน แจ่มใส หงอนจักร หัวกว้าง คอตั้ง แข็งแรง มีขนสีเหลืองทองที่หัว ปีกสั้น อกกว้าง ขาใหญ่ หน้าแข้งกลม และมีเล็บสีเทาอมเหลือง และด้วยการเป็นไก่ซึ่งเปรียบเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเบตง ส่งผลให้เทศบาลเมืองเบตงได้มีการจัดงานเทศกาลไก่เบตงขึ้นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์การเลี้ยงไก่สายพันธุ์นี้ให้คงอยู่คู่เบตงสืบไป
  •  ผัดผักน้ำ ผัดผักน้ำ มีลักษณะคล้ายผักชีล้อม มีการเจริญเติบโตคล้ายผักบุ้ง ใบเล็ก ลำต้นมีลักษณะอวบน้ำ ชอบขึ้นในที่ที่มีอากาศเย็น มีการเจริญเติบโตได้ดีในหน้าฝน และหน้าหนาว หรือที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส มีน้ำไหลผ่านตลอดเวลา และต้องเป็นน้ำที่ไหลมาจากภูเขา โดยเฉพาะน้ำที่ไหลมาจากซอกหิน ชาวเบตงนิยมนำมาประกอบอาหารหลายอย่าง เช่น ผัดผักน้ำ ทำแกงจืด ต้มจิ้มกับน้ำพริก ต้มกับกระดูกหมู เป็นต้น นอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นยาแก้ร้อนในอีกด้วย
  •  กบภูเขา กบภูเขาเบตง เป็นกบที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ในป่าเบญจพรรณที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีขนาดใหญ่กว่ากบทั่วไป ขนาดของน้ำหนักอยู่ที่ 0.5-1.0 กิโลกรัมต่อตัว ชาวเบตงนิยมนำกบเบตงมาผัด หรือทอดกระเทียมพริกไทย หรืออาจจะใช้เนื้อกบแทนเนื้อหมูใส่ในโจ๊ก หรือที่เรียกว่าโจ๊กกบ ส่วนรสชาตินั้น บอกได้คำเดียวว่า ถ้าท่านได้ลิ้มลองจะต้องติดใจ

แหล่งท่องเที่ยวบริเวณในเมือง

  • เมืองเบตง บริเวณเมืองเบตงมีตัวอาคารบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ที่ตั้งของเมืองเบตงตั้งอยู่กลางหุบเขาจึงทำให้มีอากาศดี มีหมอกในยามเช้า และจุดที่น่าสนใจในยามเย็นคือ ฝูงนกนางแอ่นนับหมื่นตัวที่อพยพมาจากไซบีเรีย เกาะอยู่ตามอาคารบ้านเรือน และบนสายไฟฟ้าใจกลางเมือง
  • หอนาฬิกาเมืองเบตง หอนาฬิกาเป็นสิ่งก่อสร้างอันเก่าแก่ที่อยู่เคียงคู่กับเมืองเบตงมายาวนาน เปรียบเป็นสัญลักษณ์ที่ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของเมือง ทำการก่อสร้างด้วยหินอ่อน ในยามเย็นจะเห็นฝูงนกนางแอ่นนับหมื่นตัวมาเกาะอยู่รอบ ๆ สายไฟบริเวณหอนาฬิกาจนกลายมาเป็นสัญลักษณ์คู่หอนาฬิกา
  • ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นายสงวน จิรจินดา นายกเทศมนตรีเทศบาลเบตงคนแรก และเป็นอดีตนายไปรษณีย์โทรเลข ได้เห็นว่าอำเภอเบตงอยู่ห่างไกล มีการติดต่อสื่อสารใด ๆ ไม่ได้เลยนอกจากทางจดหมาย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเบตงจึงได้สร้างตู้ไปรษณีย์ขึ้นในปี 2467 โดยได้สร้างขึ้นที่บริเวณสี่แยกหอนาฬิกาใจกลางเมืองเบตง ปัจจุบันมีการสร้างตู้ใบใหม่ที่มีขนาดใหญ่เป็น 3.5 เท่าในบริเวณศาลาประชาคม ถือเป็นตู้ไปรษณีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน ตู้ทั้งสองใบสามารถใช้ส่งจดหมายได้
  •  อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กมีความยาวตลอดอุโมงค์ ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2544 อำเภอเบตงได้ก่อสร้างอุโมงค์แห่งนี้ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาในการขนส่งระหว่างชุมชนเมืองในปัจจุบันกับชุมชนเมืองใหม่ ซึ่งภายในอุโมงค์มีการติดไฟสวยงาม
  • วัดพุทธาธิวาส วัดพุทธาธิวาสตั้งอยู่ใจกลางเมืองเบตง มีบรรยากาศร่มรื่นทัศนียภาพงดงามประกอบด้วยสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นเป็นสง่า ประกอบไปด้วยพระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ โดยองค์เจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขาภายในพระมหาธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธธรรมกายมงคลประยูรเกศานนท์สุพิธาน เป็นองค์พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ มีหน้าตักกว้าง 9.99 ม. สูง 14.29 ม. และมีน้ำหนักประมาณ 40 ตัน ซึ่งชาวอำเภอเบตงได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์เพื่อสร้างขึ้นเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ การทอดจุลกฐินครั้งนี้ก็ที่วัดนี้

เช้าวันที่ 3 พย.มีการนำขบวนกฐินเดินรอบตลาด 1 รอบแล้วมีการทอดกฐิน ช่วงบ่ายเป็นการนำเที่ยวเมืองเบตงเช่นบ่อน้ำร้อน พิพิธภัณฑ์ สวนไม้เมืองหนาว(ปีหน้าจะจัดงานทิวลิปที่นี่และจะเริ่มปลูกสตรอเบอรี่เร็วๆนี้)

วันที่ 4 พย.เดินทางกลับ เนื่องจากขาไปใช้บัตรคนจนเกิน 500 บาทเลยกลับเครื่องบินฟรีไม่ได้อีก ต้องหาทางกลับเองส่วนใหญ่ไปขึ้นเครื่องบินพาณิชย์ที่สนามบินหาดใหญ่ บุญจากการทอดกฐินครั้งนี้ขอฝากมาให้เพื่อนๆทุกคน โดยเฉพาะเพื่อนที่ป่วยไข้ ขอให้หายป่วย มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรค ไม่มีภัยมาเบียดเบียน

อย่าลืมเดือนนี้เรามีนัดกันที่ห้องอาหาร สหโภชน์ ในวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน 2560 อย่าลืมไปเจอกันนะครับ

วันชัย  จันทร์ฉาย  รายงาน

ข่าวเกษตรรุ่น 23 เดือนตุลาคม 2560

Jubilee KU 23

2506-2556

ฉบับเดือน ตุลาคม 2560 ฉบับ วันผู้สูงอายุโลก (1 ตค.) วันสัตว์โลก (4ตค.) วันออกพรรษา (5 ตค.) วันไปรษณีย์โลก (9 ตค.) วันครบรอบ 1 ปีสวรรคตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 (13 ตค.) วันตำรวจ (13ตค.) วันปิยะมหาราช (23 ตค.) วันถวายพระเพลิงพระบรมศพ (26 ตค.) วันสหประชาชาติ (24 ตค.)

…………

สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รุ่นที่ 23

———

ลำดับเหตุการณ์การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเคช

พระอาการประชวร

วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 สำนักพระราชวังแจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ ชั้น 7 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตามคำกราบบังคมทูลเชิญเพื่อมาตรวจพระวรกายของคณะแพทย์ ผลการตรวจพบว่าพระโลหิต อุณหภูมิพระวรกาย ความดันพระโลหิตพระหทัย และระบบการหายพระทัยเป็นปกติ

ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ประชวร ว่ามีพระปรอทต่ำ หายพระทัยเร็ว มีพระเสมหะ พระปับผาสะซ้ายอักเสบ มีพระโลหิตเป็นกรดและพบว่ามีน้ำคั่งในช่องเยื่อหุ้มพระปัปผาสะเล็กน้อย ในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559 มีความดันพระโลหิตลดต่ำลง คณะแพทย์จึงรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะ และใช้สายสวนเข้าหลอดพระโลหิตดำเพื่อฟอกพระโลหิตระยะยาว แต่มีพระความดันพระโลหิตต่ำจึงใช้เครื่องช่วยหายพระทัย และมีการฟอกไต พระอาการไม่คงที่ ก่อนที่พระอาการจะเริ่มทรุดลงเรื่อย ๆ ทรงมีการติดเชื้อและการทำงานของพระยกนะ (ตับ) ผิดปกติ และมีแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 7 ความว่า

” วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ความดันพระโลหิตลดต่ำลงอีก พระชีพจรเร็วขึ้น ร่วมกับภาวะพระโลหิตมีความเป็นกรดเพิ่มขึ้นอีก ผลของการถวายตรวจพระโลหิตบ่งชี้ว่า มีภาวะการติดเชื้อและการทำงานของพระยกนะ (ตับ) ผิดปรกติ คณะแพทย์ฯ ได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะและแก้ไขภาวะพระโลหิตมีความเป็นกรด ตลอดจนถวายพระโอสถควบคุมความดันพระโลหิตเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งถวายเครื่องช่วยหายพระทัย และถวายการรักษาด้วยวิธีทดแทนไต พระอาการประชวรโดยรวมยังไม่คงที่ ต้องควบคุมด้วยพระโอสถ คณะแพทย์ฯ ได้เฝ้าติดตามพระอาการและถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด “

— สำนักพระราชวัง 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

วันที่ 12 ตุลาคม พระราชโอรส-ธิดาทั้งสี่พระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธออีกสองพระองค์เข้าเยี่ยมพระอาการประชวร โดยนับตั้งแต่สำนักพระราชวังได้แถลงการณ์พระอาการประชวร ฉบับที่ 37 ประชาชนจำนวนมากได้เดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราชเพื่อถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวร กิจกรรมสำคัญคือการสวดบทโพชฌังคปริตร ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นบทสวดมนต์ปัดเป่าโรคร้าย พร้อมทั้งมีการเชิญชวนประชาชนสวมเสื้อสีชมพูซึ่งเป็นสีเสริมดวงพระราชสมภพและมีการร่วมกันถวายพระพรทั่วทั้งสื่อสังคม วันที่ 13 ตุลาคม พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์เสด็จฯ มายังโรงพยาบาลศิริราช

สวรรคต

สำนักพระราชวังมีประกาศเรื่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ความว่า

” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการประชวรหาคลายไม่ ได้ทรุดหนักลงตามลำดับ ถึงวันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เวลา 15 นาฬิกา 52 นาที เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลศิริราช ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัติได้ 70 ปี ”

— สำนักพระราชวัง 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559

เคลื่อนพระบรมศพสู่พระบรมมหาราชวัง

ขบวนเคลื่อนพระบรมศพฯ จากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระบรมมหาราชวัง วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เวลา 7.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งยังเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเคลื่อนพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไปพระบรมมหาราชวัง เพื่อประกอบพระราชพิธีสรงน้ำพระบรมศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา โดยขบวนเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลศิริราชทางถนนอรุณอมรินทร์ ผ่านไปยังแยกอรุณอมรินทร์ขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เคลื่อนต่อไปถนนราชดำเนินในสู่พระบรมมหาราชวังทางถนนหน้าพระลานที่ประตูพิมานไชยศรีและประตูเทวาภิรมย์

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

แบบจำลอง 3 มิติ ของพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระราชพิธีที่รัฐบาลไทยจัดเพื่อถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยรัฐบาลกำหนดวันพระราชพิธีระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม พ.ศ. 2560 โดยได้ประกาศให้วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นวันถวายพระเพลิงพระบรมศพเป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ

สำหรับการดำเนินการพระราชพิธีฯ นั้น คณะทำงานทุกฝ่ายได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ เช่น พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน เป็นต้น ส่วนการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบพระราชพิธีนั้น ได้มีการซ่อมแซมพระมหาพิชัยราชรถ พระยานมาศสามลำคาน ราชรถน้อย พระที่นั่งราเชนทรยาน และพระวอสีวิกากาญจน์ เพื่อพร้อมใช้ในพิธีจริง นอกจากนี้ยังมีการจัดสร้างราชรถ ราชยานขึ้นมาใหม่ คือ ราชรถปืนใหญ่และพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย รวมทั้งประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศในพระราชพิธีครั้งนี้ได้มีการปรับปรุงให้มีความร่วมสมัย[ คาดการณ์ว่าการจัดสร้างพระเมรุมาศจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็นองค์วินิจฉัยในการจัดสร้างพระเมรุมาศ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานอำนวยการพระราชพิธี

หมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

คณะรัฐมนตรีได้ร่างหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายเพลิงพระบรมศพ และกำหนดจำนวนริ้วขบวนพระอิสริยยศไว้ดังนี้

  • วันพุธที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560
    • เวลา 17.30 น. พระราชพิธีพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
    • วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560
    •  เวลา 07.00 น. พระราชพิธีเชิญพระบรมศพออกพระเมรุ ท้องสนามหลวง โดยริ้วกระบวนที่ 1 ริ้วกระบวนที่ 2 และริ้วกระบวนที่ 3
    •  เวลา 17.30 น. พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
    •  เวลา 22.00 พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจริง
  • วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560
    •  เวลา 08.00 น. พระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ เชิญพระบรมอัฐิสู่พระบรมมหาราชวัง โดยริ้วกระบวนที่ 4
  • วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560
    •  เวลา 17.30 น. พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
  • วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560
    • เวลา 10.30 น. พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและเชิญพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โดยริ้วกระบวนที่ 5
    • เวลา 17.30 น. พระราชพิธีเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร (วัดประจำรัชกาลที่ 9 โดยนิตินัย) โดยริ้วกระบวนที่ 6

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน

เนื่องจากเดือนนี้เป็นเดือนที่ครบรอบ 1 ปีของการเสด็จสงรรคต(13 ตุลาคม)และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช(26 ตค.60) จดหมายข่าวรุ่นเดือนนี้จึงของดกิจกรรมปกติ และขอลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่พระประชวรขั้นสุดท้ายจนถึงเสด็จสวรรคตและหมายกำหนดพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ(25-29ตุลาคม 2560) มาให้เพื่อนๆเพื่อเตือนความทรงจำ ส่วนวันสังสรรค์ประจำเดือนตุลา ท่านประธานฯแจ้งว่ายังมีเป็นปกติแต่เลื่อนมาเป็นวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม แทน อย่าลืมไปเจอกันนะครับ

อย่าลืมเดือนนี้รามีนัดกันที่ห้องอาหาร สหโภชน์ วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2560 นะครับ

วันชัย  จันทร์ฉาย  รายงาน

ข่าวเกษตรรุ่น 23 เดือนกันยายน 2560

Jubilee KU 23

2506-2556

ฉบับเดือน กันยายน 2560 ฉบับ วันสืบนาคะเสถียร (1กย.) วันสาร์ทจีน (5 กย.)  วันศิลป์พีระศรี (15 กย.) วัน Ozone โลก (16 กย.) วันสาร์ทไทย/วันอนุรักษ์คูคลองแห่งชาติ/วันเยาวชนแห่งชาติ (20 กย.) วันประมงแห่งชาติ/วันสันติภาพโลก (21 กย.) วันมหิดล (24กย.) วันพระราชทานธงชาติไทย (28 กย.)

รวมภาพ

ดร.วรรณา เจ้าแม่ Giffarine

ช้าง-สุรพล อดีดนักดนตรี KU.Band

เล็ก ชื่อเล็กแต่ตัวใหญ่

ช้างพบช้าง

HBD คนเกิดเดือนสิงหาคม

สังสรรค์ KU.23 เหนือม่วนแต้ รำแต้

—————–

บรรยากาศอันอบอุ่นสนุกสนานและสนุกสนาน

ต้อย นำอุปกรณมาสาธิตทำ Pancake ให้เพื่อนทาน

KU23 VDO 60-08-23 by Yong Gy

KU23 VDO 60-08-23 by Yong Gy

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน

KU.23 รุ่นเรามักจะมีเหตุการณ์ประหลาดๆ เกิดขึ้นบ่อยๆ เช่นวนศาสตร์รุ่นเราเสียชีวิตติดต่อกัน 3 คน จนมีคนมาขอร้องให้คนคณะอื่นตายต่อไปบ้างจึงมีการย้ายคณะคนตายไปคณะอื่น และในช่วง 2เดือนนี้ก็มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกคือรุ่นเราได้เกิดแม่หม้ายติดต่อกันทีเดียว 3 คน ทำ Hattic เริ่มที่แม่หม้ายคนที่ 1 **จิ๊ด – จรรยา ** สามีเสียก่อนหน้า ** เล็ก – ลาวัลย์ ** แม่หม้ายคนที่ 2 ที่สามี พี่ สุวัฒน์ เสียชีวิตที่จ.ฉะเชิงเทราเมื่อวันที่ 4 สค.60 และได้พระราชทานเพลิงศพณวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎ์ (วัดเมือง) อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หรือแปดริ้ว รุ่นฯเป็นเจ้าภาพวันจันทร์ที่ 7 สค. พระราชทานเพลิงศพวันอาทิตย์ที่ 13 สค. 60 เวลา 16.00 น. ต่อมาวันที่ 3 กย.60 มีผู้ส่งข่าวว่า พี่บำรุง มาโนช สามี** อ.เลขา – เล็ก ** ได้เสียชีวิตที่ รพ.ธนบุรี เมื่อเวลา 8.00 น.ของวันที่ 2 กย.60 เจ้าภาพนำศพตั้งที่วัด โสมนัสฯ ศาลา 4 พิธีรดน้ำศพวันอาทิตย์ที่ 3 กย.60 เวลา 16.00 น.สวดวันที่ 3- 9 กย.60 เวลา 18.30 น รุ่นฯเป็นเจ้าภาพวันพฤหัสบดีที่ 7 กย.60 พระราชทานเพลิงศพวันอาทิตย์ที่ 10 กย.60 เวลา 14.00 น.ขอเชิญเพื่อนๆไปร่วมพิธีดังกล่าวได้ทั้ง 2 วันหรือตามสะดวกนะครับ แล้วรุ่นเราก็ขอต้อนรับแม่หม้าย ซิงๆ มาประจำรุ่นฯทีเดียว 3 คนเลย

ขอรายงานการจัดซื้อ – จัดจ้าง เอยไม่ใช่ การจัดซื้อลำโพงใหม่ให้เพิ่มประสิทธิภาพในการร้องเพลง OK ให้เหล่านักร้องเสียงทองของรุ่นฯ หลังจากประกาศขอแรงสนับสนุนแป๊บเดียวก็มีเสี่ยใหญ่ใจดีประกาศให้เงินทันที 2 คนๆละ สองหมื่นบาท ซึ่งทาง DJ มือทองของรุ่นฯ ก็ได้ไปดำเนินการจัดซื้อมาให้เรียบร้อย นำมาทดลองใช้งานเมื่อวันที่ 23 สิงหา เดือนที่แล้วไปเรียบร้อยโรงเรียนจีนปรากฎว่าเสียงเพลงออกมาไพเราะนุ่มหูคนฟังกว่าเดิมเยอะ ขอเชิญเพื่อนๆมาทดสอบเส้นเสียงกันได้ครับ และการซื้อครั้งนี้ทาง DJ เราได้รับส่วนลดพิเศษทำให้ซื้อได้ในราคาเพียง 21,000 บาทเท่านั้น จึงมีเงินเหลือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์ OK ในโอกาสต่อไป เป็นเงิน 19,000 บาท ขอขอบคุณ อาเสี่ยใจดีทั้ง 2 ท่าน คือ ** เสี่ยอูม – วิบูลย์ ** และ ** ซินแส – ประดิษฐ์ ** ขอให้เสี่ยทั้งสองจงเจริญๆและร่ำรวยยิ่งๆขึ้นไปครับ

สังสรรค์เดือนสิงหา.60 ห้องอาหารสหโภชน์มีโอกาสมีแขกหน้าใหม่ๆมาเยี่ยมหลายคน ประกอบด้วย 1.** ช้าง – สุรพล ** อดีตมือ SAX ไม่ใช่ SEX นะครับอดีตนักดนตรี KU.Band จบแล้วไปเป็นอาจารย์อยู่ มช. จะลงไปเยี่ยมบ้านที่โพธาราม จ.ราชบุรีเลยแวะเข้ามาทักทายเพื่อนๆดู เพื่อนยุให้ร้องเพลงแต่ ช้าง บอกว่าไม่ถนัด อีกคนมาจากเชียงใหม่เหมือนกันชื่อ เล็ก แต่ตัวใหญ่คือ ** เล็ก – สุวรรณธาดา ** ชอบเลี้ยงเป็ด เล็กลงมาคราวนี้เพื่อไปร่วมงานที่รุ่นน้อง KU.27 ซึ่งเป็น Fresh y และรุ่นเราเป็น Senior เขาก็เลยเชิญรุ่นฯเราที่เป็น อ้ายตัวร้าย อตร. ไปร่วมงานครบรอบจบมา 50 ปี รุ่นฯเราที่ไปก็มี ** แต – แววไว **ดร.ศรัณย์ **นายพลเขตต์ **ดร.ชาญชัย **อุดม –ปาติย. ** เล็ก ** อีกภาระกิจหนึ่งที่เล็กลงมาจากเชียงใหม่ตรั้งนี้ก็คือขอไปดูงานจัดการในกิจวัตรประจำวันของวัดธรรมกาย ว่าทางวัดมีการจัดการอย่างไรที่สามารถรับการมาแสวงบุญที่วัดครั้งละเป็น พัน เป็นหมื่น เป็นแสนโดยไม่มีปัญหาใดๆเลย เมื่อพูดถึงว่าทำไมเล็กจึงมีความผูกพันกับวัดธรรมกายนั้นคนอื่นอาจไม่รู้แต่เราเคยไปเชียงใหม่สมัยหนุ่มๆไปพบเล็กสมัยยังมีลูกชายเล็กๆ เล็กพาไปเที่ยวที่ดินที่เล็กจัดสรรค์เวลานั้นเป็นขาลงของการจัดสรรค์ที่ดินด้วยที่แปลง เล็ก เล่าให้ฟังว่าอยู่ๆลูกบอกว่าตามองไม่เห็นอะไร เล็กก็พาลูกมาพบ ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ที่รพ.จุฬาซึ่งคุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปราสาทวิทยา คุณหมอให้ X-ray ปรากฎว่ามีจุดดำที่ในสมอง ให้กลับไปเตรียมตัวนัดมาตรวจอีกครั้ง เล็ก กลับไป ไปยืนที่แปลงยกมือพนมอธิษฐานถึง** หลวงพ่อไชยบูรณ์ ** ขอให้ช่วยแก้ไขเหตุการณ์ร้ายๆให้ด้วย หลังจากนั้นก็บินไปพบคุณหมอเพื่อนัดวันผ่าตัดแต่พอฉาย X-ray ปรากฎว่าจุดดำที่ปรากฎครั้งก่อนไม่เจออีกแล้ว นี่ก็คือเหตุที่ เล็ก มีความผูกพันธ์และเคารพนับถือวัดธรรมกายตลอดมา ออกนอกเรื่องไปนาน ขอวกกลับมาเรื่องแขกหน้าใหม่ที่มาเยือน วันนี้เป็นเวรของสาวมั่น Office สมัยก่อนรุ่นฯเราให้ สมยานามเธอว่า เด๋อ แต่พอวันนี้เธอโผล่เข้ามาในห้องคนทักบอกว่า เฮ้ย เฮ้ย มีน้องเอาของมาส่งว้ะ เพราะเธอเข้ามาพร้อมกับกล่องกระดาษสีน้ำตาลหนึ่งกล่อง พอมองกันเต็มตาก็มีคนทักว่า วรรณา ใช่หรือเปล่า กรุณาดูที่รูปแรกแล้วคุณจำเธอได้หรือเปล่า หลังจากหายหน้าหายตาไปเป็นผู้บริหารสินค้า Band name Giffarine ก็เพิ่งมาปรากฎตัวให้เห็นและโชว์ให้เห็นของการรักษาทรวดทรง การแต่งกายของผู้บริหารระดับสูง วันนี้ ** Dr.วรรณา – เด๋อ ** ที่ไม่เด๋อเหมือนสมยานามอีกแล้ว นำยาสีฟัน ยี่ห้อ Giffarine มาแจกเพื่อนๆ นอกจาก Dr. วรรณาจะมีของมาแจกแล้วยังจ่ายค่าอาหาร 500 บาท(ราคาปกติ 200 คงเดิมครับ ยังไม่ได้ปรับไปตามค่าครองชีพ) ** ดร.สงคราม ** ผู้มีแม่บ้านรุ่นน้องรุ่น KU.26 เล่าให้ฟังว่าเพื่อนๆรุ่นเขาชอบให้แฟน ** ดร.สงคราม **ไปสังสรรค์บ่อยๆเพราะจะได้รับของแจกหลายๆอย่างเป็นของกำนัล ตอนถึงเวลาตัด Cake วันเกิดก็เลยเชิญ วรรณา ขึ้นไปตัด cake แทน ** ต๊ะ – ผุสดี ** เชิญ ** ไพลิน – ช้าง ** ขึ้นไป ชนช้าง ก็มีเสียงตะโกนออกมาว่า เฮ้ย เฮ้ยไม่ได้ เดี๋ยวเวทีพังหมด ก็เลยเปลี่ยนคำพูดเป็น ช้างพบช้าง ก็แล้วกัน คนเกิดเดือนนี้อีกคน ** นายพลเขตต์ ** อีกคนก็คือ ** อิ๋ง –กาญจนา ** นักร้องเสียงดีวง KU.Band ที่ยังรักษาทรวดทรงองค์เอวได้เหมือนเดิม มาวันนี้ขอไม่ร้องเพลงแต่นำ Cake และดอกกุหลาบสีชมภูหวานแหว๋วมาปักแจกันวางบนโต๊ะหน้าห้องสวยงามมาก

ระยะหลังห้องอาหาร สหโภชน์ มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมไปเรื่อยๆ เริ่มจากเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนสินค้าจิปาถะ ตั้งแต่ สากกระเบือยันเรือรบ เช่นแลกเปลี่ยน/แจก ต้นไม้ อาหาร ของชำร่วย ฯ ต่อมาก็มีการมาทำกาแฟสดต้มกันให้ซดทันทีทันใด กลิ่นกาแฟส่งกลิ่นออกไปถึงในครัวเลย เดือนที่แล้ว สาวสวยไม่สร่าง **ต้อย – พนิดา **ได้นำการทำขนมสำหรับคอกาแฟมาสาธิตถึงในห้อง ต้อย หิ้วตระกร้าประกอบด้วยอุปกรณ์การทำ Pan cake มีพวกแป้ง นม แยม อัลมอลล์ มาในตระกร้าพร้อมสรรพ พอมาถึงก็เอาแป้งและเครื่องปรุงต่างๆใส่ลงในชามผสมกัน นำเข้าเตาปิ้งที่เป็นแบบขนมรังผึ้ง สุกแล้วก็แซะแจกเพื่อนได้ลิ้มลองชิมรสชาด มีทางเลือกในการกินคือกินกันสดๆหลังแซะออกจากพิมพ์ หรือนำมา Dressing ด้วย แยม หรือ อัลมอลล์ ก็เป็นวิธีทำง่ายๆแต่อร่อยเกินตัวเหมือนคนแสดงวิธีทำ ทำให้บรรายากาศของวงกาแฟคึกคักขึ้นมาอีก เป็นกอง

อาหารเสริมก็มีมาแน่นทุกเดือนกินกันไม่หวาดไม่ไหวต้องใส่ถุงกลับบ้านทุกเดือน เดือนนี้ก็เช่นกัน ** อิ๊ดใหญ่ – พึงพิศ ** นำยำไส้ตันมากับผัดสะตอ ** แดง- สุธิดาและจิระศักดิ์ ** น้ำพริกปลาทูเป็นน้ำพริกปลาทูที่ใช้พริกหนุ่มเผา หอม-กะเทียมเผาแล้วตำปรุงรส อร่อยมั๊กๆและคงมีของพ่วงอีกไม่เคยขาด ** ดร.ศรัณย์ ** จะเรียกร้อง

หายอดมะกอกทุกเดือนเพื่อมากินกับ ลาบปลาดุก ** ดร.วณี – เขี้ยว ** นำน้ำพริกมะขามสด พร้อมผักมาให้ทานในห้องอาหารยังไม่พอยังเตรียมใส่ถุงพร้อมผักสดให้เพื่อนๆกลับไปกินที่บ้าน วณี บอกว่าเป็นฝีมือแม่ครัวที่บ้านที่ตำน้ำพริกมะขามที่คนกินแล้วติดใจมานานแล้ว อาหารที่ ** อ. เปี๊ยก – มาลัยวรรณ ** มีคนบ่นกันมากเพราะคนกินจะควานหาแต่ข้าวผัดโดยต้องเขี่ยเอากุ้งออกจากทัพพี เพราะกุ้งมันเยอะเต็มไปหมด ความลับก็มีอยู่ว่าตอนแรกตั้งใจจะทำ ข้าวผัดปู แต่ก่อนวันงานติดธุระเลยไม่ได้ไปซื้อเนื้อปูไปควานเอากุ้งมาก็โป๊ะใส่จนคนกินต้องเขี่ยออก ของหวานนอกจาก Cake ของ อิ๋ง –กาญจนา Pan cake จาก ต้อย – พนิดา แล้วก็มี ข้าวเหนียวเปียกลำใย ฝีมือ ** แม่เกศ – เกศรา ** เจ้าเก่า ** อ.ปิ๋ว – วิจิตรา ** ข้าวพอง ส่วน กระท้อนลอยแก้ว มีมาเจอกันสองรายคือจาก ** ป้อม –อารมณ์ ** และ ** โม่ง – แสงจันทร์ ** มีของฝากพิเศษของ ** เล็ก – ลาวัลย์ ** มากล่าวคำขอบคุณเพื่อนที่ปเป็นเกียรติในงานศพพี่ สุวัฒน์ ที่แปดริ้ว ด้วยน้ำตาและเสียงสั่น เล็ก บอกว่าลูกชายนพ.ธนัทเทพ บุตรชาย ฝากขนม Chiffon ขนมอร่อยของเมืองแปดริ้วมาขอบคุณเพื่อนๆคุณแม่ และในงานศพ พี่สุวัฒน์ ครั้งนี้เราได้เห็นน้ำใจ จิตอาษา ที่ยิ่งใหญ่ของเพื่อนเราคนหนึ่ง งานนี้เจ้าภาพเตรียมต้อนรับเพื่อนฝูงมากจนเป็นลมแต่เช้า ขอปรบมือให้ ** อ.ชาญ ** ครับ ที่มาแสดงเดี่ยว ซอสามสาย ในงานสวดทุกคืน ในงานวันพระราชทานเพลิงศพก็มานั่งข้างหลังแขก บรรเลงซอสามสายตั้งแต่เวียนศพขึ้นศาลาจนเสร็จพิธี อ.ชาญ เล่าให้ฟังบอกว่าตอนแรก จนท.จะจัดที่มีไมโครโฟนมาตั้ง แต่ อ.ชาญ ตอบปฏิเสธไป ขอเล่นเงียบๆข้างหลังคนเดียวทำให้มีบรรยากาศเศร้าสร้อยดีไปอีกแบบหนึ่ง (เลยฉลองความสำเร็จไปด้วยเบียร์ซะ 4-5 ขวดเป็นแน่) นอกจากนี้ยังมอบให้ น้องติ๋ม ช่วยรับรองเพื่อนๆ พาไปสั่งอาหารจากภัตตาคารที่อร่อย ขนมอร่อย ของแปดริ้วถือติดมือกลับบ้านกัน งานนี้พวกเราก็ขอขอบคุณ เล็ก- ลาวัลย์ เป็นอย่างมากที่จัดอาหารโต๊ะจีนเป็นอาหารกลางวัน ที่อร่อยและมากมายเหลือเฟือ ทั้งที่ตอนแรกพวกเรากะจะไปเที่ยวแวะบางที่แล้วหาอาหารแปลกๆของแปดริ้วกินเช่นคณะที่นำโดย ** ทันพงษ์ ** ที่ไปแวะตลาดร้อยปีก่อนไปวัด แต่ก็บ่นกันว่าอากาศร้อน

รุ่นเราที่ทางภาคเหนือก็มีการสังสรรค์ประจำเดือนเช่นทุกเดือนในรูปเดือนนี้เท่าที่จำได้ก็มี ** ดร.สุรีย์ Uncle TO *จำลอง *อมรธัช * อู – วินัย – จีนศึกษา *กิตติศักดิ์* สมยศ* แข – เพ็ญแข * ตึ – อำพรรณ*มุ้ย – สายสวาท * บุญญนิจ – สุนีย์* อีกคนจำไม่ได้ให้เดาว่าเป็น ** สุวิทย์ *ไม่รู้ถูกหรือเปล่าถ้าผิดก็ขออภัยด้วยครับ

อย่าลืมเดือนนี้เรามีนัดกันที่ห้องอาหาร สหโภชน์ ในวันศุกร์ที่ 22 กันยายม 2560 อย่าลืมไปเจอกันนะครับ

วันชัย  จันทร์ฉาย  รายงาน

ข่าวเกษตรรุ่น 23 แจ้งข่าวสามีของ อ.เลขา มาโนช เสียชีวิต

Jubilee KU 23

2506-2556

สวัสดีครับเพื่อนๆ

ขอแจ้งข่าวให้เพื่อนๆ ทราบว่า พี่บำรุง มาโนช KU.20 สามี อ.เลขา มาโนช ได้เสียชีวิตที่ รพ.ธนบุรีเมื่อวันที่ 2 กย. 60 มีพิธีรดน้ำศพที่ ศาลา 4 วัดโสมนัสวรวิหาร วันอาทิตย์ที่ 3 กย.60 เริ่มสวด 3-9 กย.เวลา 18.30 น. พระราชทานเพลิงวันอาทิตย์ที่ 10 กย.เวลา 14.00 น. ขอแสดงความเสียใจมายังครอบครัวของ อ.เลขา ด้วยครับ

วันชัย  จันทร์ฉาย  รายงาน

ข่าวเกษตรรุ่น 23 เดือนสิงหาคม 2560

Jubilee KU 23

2506-2556

ฉบับเดือน สิงหคม 2560 ฉบับ วันสตรีไทย(1 สค.)วันสัตว์แพทย์/วันสื่อสารแห่งชาติ(4 สค.) วันแม่แห่งชาติ(12 สค.) วันสันติภาพไทย(16 สค.)วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ(18 สค.)

ภาพเคลื่อนไหว

มอบของขวัญและดอกไม้แด่คนขยันของรุ่น

การตัด Cakeวันเกิด

เดือนนี้มีสมาชิกมาร่วมกันมาก

Cheer ระวังเมาตาค้างนะครับ เดือนนี้ขอเสนอรูปคู่ 1.อ้อย + เกษร

2.ช้าง + Pom pam

3.สาวสองพันปี เจ้วาส + ปิ๋ว

เจ้าสัวใจดีมอบเงินซื้อลำโพงใหม่

เอนก อ้วน หนู อูม ชุบ สวัสดิ์

ตุ๊ก เล็ก อุดม ฮิตเลอร์ เขตต์ แหยม

KU-23 VDO 60-07-22 by Yong Gy

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน

ตามยุคตามสมัย สมัยก่อนเรามักจะเริ่มเสนอข่าวดีๆมากมายแล้วจะตามด้วยข่าวเศร้า แต่สมัยนี้จะกลับกันเรามักจะเริ่มด้วยข่าวเศร้าเช่นการสูญเสีย หรือการเจ็บป่วย เดือนนี้ก็เช่นเดียวกันจะขอเสนอข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ พี่สุวัฒน์ สามี ** ลาวัลย์ – เล็ก เบญจศีล ** ที่ได้เสียชีวิตเมื่อวันศุกร์ที่ 4 สค.60 ที่ โรงพยาบาลพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา ที่ลูกชายเป็นนายแพทย์ประจำโรงพยาบาลนี้ชื่อ นพ.ธนัทเทพ มีพิธีรดน้ำศพวันอาทิตย์ที่ 6 สค. เวลา 16.00 น. สวด 6 – 11 สค.เวลา 19.30 น.ณ วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎ์(วัดเมือง) อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หรือแปดริ้ว รุ่นฯเป็นเจ้าภาพวันจันทร์ที่ 7 สค. พระราชทานเพลิงศพวันอาทิตย์ที่ 13 สค.60 เวลา 16.00 น. มีรถตู้ออก 2 คันหน้าหอประชุมมก. คันที่ 1 ออก 9.00 น. คันที่ 2 ออกที่เดิมแต่เวลา 11.00 น.

รถคันที่ 1 ออก 9.00 น.

1.รองอิ๊ด – พึงพิศ ** ควบคุมความประพฤติ

2.ต้อย – พนิดา

3.แป๋ว – ดาราวรรณ

4.แพะ – วรรณา

5.จ๋อ – วันชัย

6.ต้อย – เยาวนุช

7.ต๊ะ – ยุสดี .

8.เกะ – จิตราพรรณ

9. อิ๋ง – กาญจนา

10.เจ้วาส – วาสนา

รถคันที่ 2 ออก 11.00 น.

1. ทันพงศ์ –สณหณัฐ ควบคุมรถ

2.เกษร

3.นิตยา

4.อรุณี-ไก่

5.เล็ก – เลขา

6.จิตติวรรณ -สุจิต

** ระเบียบ และ แต๋ว –วรรณรัตน์ ** แจ้งว่าจะเอารถไปกันเอง.

เรื่องเศร้าเรื่องที่ 2 ได้แก่น้ำท่วมสกลนครรวมถึงนครพนมและอีกหลายจังหวัดในภาคอีสานน้ำท่วมครั้งนี้นับว่าหนักหนาสาหัสสากรรจ์กว่าครั้งใดๆ น้ำท่วมสกลนครคราวนี้ได้ ** อ.ตุ๊ก-วราภรณ์ ** คอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวตลอดเวลาและมี ** อ.ปิ๋ว-วิจิตรา ** และ** คีรี ** ที่ตอนนี้เป็นคนสกลนครเต็มตัว ช่วยส่งข่าวความเคลื่อนไหวด้วยโดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติวิทยาลัยเขตสกลนคร และมีรุ่นเราที่มี Spirit ความเป็นลูกสีเขียวอย่างแรงกล้าที่ได้โอนเงินเข้าช่วยผู้ประสบภัยพิบัติครั้งนี้ผ่านทาง มก. เฉลิมพระเกียรติสกลนครทันที 25,000 บาทขอปรบมือให้กับ ** น้อย – ปรานี ** ที่บริจาคเงินเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์อุทกภัยครั้งนี้ครับ เราก็มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเล่าให้เพื่อนๆอยู่เหตุการณ์หนึ่งคือแฟนเราบินไปประชุมกรรมการมหาวิทยาลัยอีสานวันที่ 26 กค.คืนนั้นพักในโรงแรมในตัวเมืองสกลนคร ตอนเช้านั่งรถออกไปประชุมนอกโรงแรมต่อมามีคนแจ้งว่าน้ำเข้าท่วมโรงแรมแล้วเข้าไปพักหรือเอาของคือกระเป๋าเสื้อผ้าไม่ได้ต้องย้ายหาโรงแรมใหม่นอน ก็ไปนอนที่รีสอร์ทในเขตอ.พังโคน คืนนั้นจนท.ไปขอยืมชุดนวดแผนโบราณของโรงพยาบาลมาเป็นชุดนอนแจกแปรง+ยาสีฟันและแป้งโรยตัวกระป๋องเล็ก ส่วนชุดชั้นในต่างคนต่างหาวิธีกันตามแต่ประสบการณ์ของแต่ละคนบางคนซักแล้วตากที่ลมแอร์ บางคนก็ใส่กลับข้าง ตื่นเช้าออกมากินอาหารเช้าทางโรงแรมแจ้งว่าขอให้รีบออกจากโรงแรมด่วนเพราะน้ำจะท่วมโรงแรมภายใน 1 ชม.ก็รีบซมซานกันออกจากโรงแรมกันและต้องหาวิธีกลับกทม.ใหม่เพราะสนามบินสกลนคร ได้ปิดตั้งแต่เย็นวันที่ 26 แล้ว โชคดีที่มีตั๋วกลับได้ที่ อุดรฯในช่วงบ่าย ขออวยพรให้ชาวสกลนครและจังหวัดอื่นๆที่ประสบอุทกภัยครั้งนี้ให้ฟื้นคืนกลับสู่สภาวะปกติทั้งทางบ้านเรือนและสภาพจิตใจโดยเร็วขอเป็นกำลังใจครับ

ทีนี้ก็เป็นเรื่องของข่าวดีบ้าง มีเพื่อน2คนที่เข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาร่างกายบัดนี้หมออนุญาตให้กลับบ้านไปพักผ่อนที่บ้านเหมือน ** อธิบดีโล้น – ระพีพงษ์ ** แล้ว คนแรกคือดร.คนเก่งมีความสามารถสารพัดคือ ** ดร.โต้ง – อุทัย ** ไปตุนยาเพื่อมาฉีดขณะพักฟื้นที่บ้านได้หลายโด้ส คนที่ 2 เป็นนายทหารหญิงคนสวยยศพันเอกพิเศษคือ **นิด-พอ.(พิเศษ)กนิษฐ์ ** หมอตรวจไม่พบสิ่งแปลกปลอมอนุญาตให้กลับบ้านได้เช่นกัน ขอให้เพื่อนทั้ง 3 คนที่ได้กล่าวชื่อมาแล้วมีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติแล้วมาร่วมสังสรรค์บ่อยๆหรือร่วมทัวร์นอกสถานที่ที่รุ่นเราจัดบ่อยๆจะได้รับอากาศบริสุทธิ์เพื่อช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรคอีกทางหนึ่ง

บรรยากาศวันสังสรรค์ประจำเดือนกค. มีสมาชิกไปร่วมคับคั่งเป็นพิเศษจึงมีการเล่นเก้าอี้ดนตรีตลอดเวลา ขาดมือ Keyboard จึงมีแต่กีต้าร์จากฝีมือของ ** Rachoom ** เล่นกับเพลงในเครื่อง Kara OK ที่มี DJ. ** ไพศาล **กำกับการ DJ. เราเดือนนี้คึกมาก ออกมาร้องเพลงร่วมกับเพื่อนๆหลายเพลง พร้อมกับบ่นว่าลำโพงเครื่องเสียงที่ใช้อยู่คุณภาพไม่ดีไม่ได้มาตราฐานควรหาซื้อลำโพงใหม่สัก 1 ชุด **Choob Richard ** ขึ้นมาประกาศให้เพื่อนๆทราบหวังจะระดมหาทุนซื้อลำโพงใหม่มีคนถามว่าราคาข้างละเท่าไหร่ DJ.บอกว่าข้างละหมื่นแปดพันบาท ทันใดนั้น ** เจ้าสัวอูม – วิบูลย์ ** ซึ่งขาดสังสรรค์มาหลายเดือนมาเดือนนี้จังหวะดีก็ประกาศออกมาว่าขอบริจาคลำโพงให้รุ่น 1 ข้างมูลค่าหมื่นแปดพันบาท ในทันใด ** ซินแส – ประดิษฐ์ ** ก็ขึ้นมาประกาศว่าขอบริจาคข้างที่เหลืออีกหมื่นแปด ทำให้ได้รับการปรบมือแสดงความยินดีกึกก้องหัอง สหโภชน์ ทั้งสองคนก็ออกมามอบเงินให้ประธานรุ่นฯมอบให้ DJ.ไพศาลดำเนินการต่อไป ต้องขอขอบคุณเพื่อนทั้ง 2 คนมีจิตกุศลต่อรุ่นฯ เนื่องจากรุ่นเราสังสรรค์ประจำเดือนและปี ที่ ห้องอาหารสหโภชน์ ตลอดมาเพราะมีที่ฝากอุปกรณ์ OK ที่มี เจ้าสัววิบูลย์ เป็นคนที่มอบอุปกรณ์ OK ครบชุดให้รุ่นฯและได้มีการเสริมอุปกรณ์เพิ่มขึ้นมาเรื่อยเช่นเพิ่ม Keyboard เพิ่มตัว Mixed เสียง จนถึงครั้งนี้เพิ่มลำโพงอีก 1 คู่ เดือนนี้จึงขอเชิญเพื่อนไปพิสูจน์ว่าลำโพงใหม่จะทำให้เสียงนักร้องของรุ่นดีขึ้นอีกไหม

ข่าวดีเรื่องต่อไปขอให้เพื่อนๆแสดงความยินดีกับ ** เปี๊ยก – บำรุง ** หรือในอีกสมญาคือ ราชสีห์อีสาน

ตอนอยู่ปี 1 ในงานประเพณี ชิงธง ที่ปักบนเสาอาบน้ำมันที่มีพี่ปี 2 คอยป้องกันไม่ให้เข้าไปชิงได้ง่ายในปีนั้นพวกเราต่างประจักษ์กันดีว่าคนที่มีบทบาทสำคัญเอาตัวเองเป็นบันไดขั้นสุดท้ายให้ Hero เหยียบบ่าขึ้นไปชิงธงได้เขาคนนั้นก็คือ เปี๊ยก – บำรุง บุญปัญญา นั่นเอง เมื่อต้นเดือนได้อ่าน Line ของ ** คีรี ** ว่า เปี๊ยก ได้รับรางวัล นาคราช จึงไปค้นเรื่องของ เปี๊ยก มารื้อฟื้นเรื่องราวของเพื่อนเราว่ามีบทบาทอะไรบ้างเล็กๆน้อยๆพวกชาวค่ายอาสาสมัครพัฒนาชนบทของมก.ก็ได้ให้เกียรติ เปี๊ยก ว่าเป็นผู้บุกเบิกการพัฒนาชนบทในวาระครบรอบ 50 ปี เพราะ เปี๊ยก หลังจากจบก็ไปทำงานกับ ศ.พนม ที่มูลนิธิพัฒนาชนบท

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2560 เวลา 09.00 น . สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดงานเชิดชูเกียรติศิลปินพื้นบ้านอีสานและผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม ประจำปี 2560 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธาน พร้อมกล่าวแสดงความยินดีกับศิลปินที่ได้รับการเชิดชูเกียรติ และผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม จากนั้นได้มอบรางวัล “นาคราช” แก่ศิลปิน การจัดงานเชิดชูเกียรติในครั้งนี้สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 มีศิลปินพื้นบ้านอีสานและผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมที่ได้รับการเชิดชู เกียรติ ประกอบด้วย พระสงฆ์ บุคคล และกลุ่ม รวม 19 รางวัล แบ่งเป็นศิลปินพื้นบ้านอีสาน สาขาจิตรกรรม 1 รางวัล สาขาประติมากรรม / สาขาสถาปัตยกรรม 1 รางวัล สาขาดนตรีและนาฏกรรม 6 รางวัล สาขาศิลปะหัตกรรมพื้นบ้าน 2 รางวัล ส่วนผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมสาขาอุตสาหกรรมและหัตถกรรม 1 รางวัล สาขาการแพทย์แผนไทย 1 รางวัล สาขานิเวศน์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม 3 รางวัล สาขาศาสนาและประเพณี 2 รางวัล และสาขาการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม 2 รางวัล …..สาขานิเวศน์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม 1.นายบํารุง บุญปัญญา 2.นายวิสูตร อยู่คง 3.นางทัศนารถ องคสิงห์ ….น้ำตา..เนื่องมาจากพี่เปี๊ยก..

ผมเอาเรื่องพี่เปี๊ยกมาเขียนหน่อย..พี่เปี๊ยกไม่มีรายได้อะไร เพราะไม่มีงานประจำอย่างเราๆท่านๆ…แล้วมีชีวิตอยู่อย่างไร..? ก็น้องๆที่แวะเวียนไปหาพี่เปี๊ยกก็ช่วยสนับสนุนกันตามกำลังบ้าง..การเชิญพี่เปี๊ยกเป็นที่ปรึกษางานโน่นนี่ก็พอมีค่าตอบแทนบ้าง ซึ่งก็ไม่แน่นอน..ดูการใช้ชีวิตของพี่เปี๊ยกแล้วทุกท่านคงเดาออกนะครับว่าเรียบง่ายเสียจน.. ในคราวที่น้องๆรวบรวมบทความของพี่เปี๊ยกรวมเล่มเรื่องวัฒนธรรมชุมชนนั้นก็มอบให้พี่มาจำนวนหนึ่งเพื่อให้ไปจำหน่ายเอาเอง ได้เงินมาก็เป็นของพี่เปี๊ยกเอง การมาสวนป่าคราวนี้ก็เช่นกัน….พี่เปี๊ยกบอกผมว่า บู๊ด..เอาหนังสือไปขายบ้างได้ไหม..ผมก็ว่าได้ เดี๋ยวผมจัดการให้พี่เอาหนังสือมาให้ผม.

น้องๆที่ขอนแก่นก็รวบรวมหนังสือให้ได้มานิดหน่อยเพราะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน..น้องขจิต และน้องมะเดี่ยว ช่วยจัดการให้..

หลังการพูดเสร็จ หนังสือขายหมดเกลี้ยงเลย.. ไม่พอเสียด้วยซ้ำไปเพราะหลวงพี่ติ๊กสนใจก็หมดเสียแล้ว ผมบอกหลวงพี่ว่าผมจะเอาไปถวายเองที่วัดสระเกศ

เพราะวันจันทร์ผมมีประชุมที่กรุงเทพฯจะหาเวลาแวะไปกราบท่าน ช่วงที่ทุกคนเดินทางไปทานอาหารกลางวัน มีบางท่านมาซื้อหนังสือจากเดี่ยวจนหมดนั้น ต่างก็ยื่นหนังสือให้พี่เปี๊ยกเซนต์ แต่พี่เปี๊ยกให้มากกว่าลายเซ็น คือเขียนกลอนให้ด้วย พี่จะมองหน้าท่านนั้นแล้วซักถามเรื่องส่วนตัวสักสองสามคำถาม จากนั้นก็ตั้งสติ แล้วก็ “จารบทกลอน” สดๆลงไป…เมื่อถึงคราวคุณสุภาพสตรีท่านที่ยืนตรงกลางเอาหนังสือให้พี่เปี๊ยกจารใช้เวลาไม่นานนัก…เมื่อเสร็จเธอก็รับมาแล้วก็อ่าน..อ่าน..ให้เพื่อนฟังด้วย.. เมื่ออ่านจบ เธอน้ำตาไหลออกมาครับ จนเธอต้องลุกเดินออกไป..คุณสุภาพบุรุษท่านที่ยืนข้างกายนั้น เดินตามไปพร้อมกับน้ำตาไหลรินออกมาด้วย..

อยากทราบว่าบทกลอนบทนั้นว่าอย่างไร..ขอให้ท่านไปถามสุภาพสตรีท่านนั้นเถิดครับ….ผมเชื่อว่าเธอยินดีที่จะกล่าวถึงครับ…..

ไม่รู้เป็นเล่มที่พวกเราร่วมกันบริจาคให้เป็นค่าพิมพ์หรือเปล่านะ ?

อย่าลืมเดือนนี้รามีนัดกันที่ห้องอาหาร สหโภชน์ วันพุธที่ 23 สิงหาคม 2560 นะครับ

วันชัย  จันทร์ฉาย  รายงาน