จัดการเอกสารให้อยู่หมัดด้วย WPS Office

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07087151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383

เทคโนโลยีสร้างอาชีพ

สุเทพ โลหณุต

จัดการเอกสารให้อยู่หมัดด้วย WPS Office

“ตอบโจทย์ทุกปัญหาของการใช้งานแถมยังเปลี่ยนวันที่วุ่นวายเกี่ยวกับการจัดการเอกสารให้เป็นเรื่องง่ายๆ ด้วย WPS Office แล้วคุณจะรู้ว่าแอพเล็กๆ ตัวนี้สร้างสรรค์งานได้สารพัดประโยชน์มากกว่าที่คิดไว้?

สวัสดีครับคุณผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน ต่อให้สมาร์ตโฟน แท็บเลตของคุณมีประสิทธิภาพสูงเพียงใดก็ตาม หากไม่รู้จักหาแอพดีๆ มาติดตั้งไว้ที่เครื่องบ้างก็เท่ากับว่าคุณกำลังพลาดโอกาสดีๆ บางสิ่งบางอย่างที่จะช่วยจัดการปัญหาจุกจิกกวนใจให้กับคุณได้ อย่างเช่น มีผู้ช่วยจัดการบันทึกการเงินส่วนบุคคล, มีผู้ช่วยคอยรายงานข้อมูลข่าวสารการลงทุน หรือจะเป็นมีผู้ช่วยคอยช่วยฝึกสอนภาษาผ่านแอพ เป็นต้น

ใช่แล้วครับ เรื่องที่ผมจะหยิบยกนำมาเล่าในฉบับนี้เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมาก โดยเฉพาะใครก็ตามที่ต้องทำงานคลุกคลีกับเอกสารงานสำนักงานจะรู้ดีว่าเป็นภาระงานที่ไม่จบสิ้น ทั้งพิมพ์งาน สร้างตารางคำนวณ นำเสนองาน จัดการไฟล์งานอิเล็กทรอนิกส์อย่าง PDF แม้แต่ต้องจดบันทึกย่อการประชุม นี่ยังรวมถึงการบันทึกไฟล์งานสำคัญไม่ให้ตกหล่น และเมื่อใดก็ตามที่ต้องเรียกใช้ต้องเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ทันที ภาระงานที่เอ่ยถึงเหล่านี้เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ยังไม่นับรวมถึงเรื่องราวอื่นๆ อีกมากมายหลายร้อยพันที่ประเดประดังเข้ามาในชีวิตพร้อมๆ กัน

แล้วจะดีแค่ไหนถ้าชีวิตการทำงานในสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ต้องมานั่งซังกะตายอยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่สามารถหยิบจับงานเอกสารเหล่านั้นไปทำข้างนอกโดยใช้งานผ่านแอพที่มีชื่อว่า “WPS Office” ตัวช่วยจัดการงานออฟฟิศให้เป็นเรื่องง่าย ลืมแนะนำไปว่าผลงานชิ้นนี้เป็นของ “KINGSOFT Office”

หนึ่งในทางเลือกใหม่สำหรับชาวออฟฟิศ เพราะไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใดก็ตาม ชีวิตของคุณก็สามารถทำงานได้ เพิ่มผลผลิต แถมยังสะดวกและคล่องตัวทุกช่วงจังหวะเวลา ไม่พลาดงานสำคัญในช่วงเวลาที่เร่งรีบ

ค้นหาทางออกด้วย WPS Office

ทำไมผมถึงแนะนำแอพตัวนี้ทั้งที่หากค้นหาใน Play Store มีอีกมากมายหลายแอพ เช่น Polaris Office, OfficeSuite 8, Doc To Go หรือแม้แต่ Google เอกสาร แต่จุดเด่นของแอพตัวนี้นอกจากจะฟรีแล้วยังสามารถจัดการกับเอกสารได้ทั้ง Word, Excel, PowerPoint รวมถึง PDF ด้วย แบบนี้ต้องบอกว่า “เล็กพริกขี้หนู” จริงๆ

ใครใช้ iOS ก็ไม่ต้องเสียใจนะครับเพราะใช้ได้ทั้ง Android และ iOS ผมเองคงไม่ได้ลงรายละเอียดถึงการใช้งานทุกฟีเจอร์หรือฟังก์ชั่นของแอพตัวนี้ทั้งหมดหรอกนะครับ แต่จะขอแนะนำเท่าที่สรุปและใช้งานมาได้สักระยะหนึ่งแล้วพบว่า

– สามารถรองรับไฟล์งานประเภทนามสกุล DOC, XLS, PPT, TXT, PDF รวมถึงไฟล์เอกสารอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

– สามารถรองรับการจัดการข้อมูลได้ทั้งรูปแบบ Paragraph รวมถึงการแก้ไข รูปภาพ สัญลักษณ์ ตารางและแผนภูมิก็สามารถทำได้ดีไม่แพ้กับการใช้งานบน PC

– สามารถแชร์ข้อมูลโดยส่งผ่านอีเมลได้ รวมถึงมีระบบรองรับการจัดไฟล์งานผ่าน Cloud Storage ได้ และฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกตัวเป็นการบันทึกงานอัตโนมัติ (Automatically Save) เพื่อช่วยป้องกันข้อมูลสูญหายระหว่างการใช้งาน

– สามารถรองรับการใช้ภาษาได้ถึง 47 ภาษาที่แตกต่างกัน

แอพการนำเสนองาน (Presentation)

ขีดความสามารถไม่แพ้รุ่นใหญ่อย่าง MS-PowerPoint เพียงแต่เป็นฉบับย่อ แต่ขีดความสามารถที่จำเป็นในการนำเสนองานยังคงมีอยู่อย่างครบถ้วน ดังนี้

– รองรับการแทรกรูป, สัญลักษณ์, กล่องข้อความ, ไฟล์เสียง, บันทึกข้อความ, ตาราง และแผนภูมิได้แล้ว

– รองรับการดูบันทึกย่อ (Note) ได้ด้วย หรือแม้แต่การใช้ Laser Pointer รวมถึงปากกาและตัวทำไฮไลต์

แอพงานเอกสาร (Writer)

ครบเครื่องเรื่องเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ หรือแก้ไข รวมถึงยังมีความสามารถอื่นๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม ดังนี้

– รองรับการติดตามและเปลี่ยนแปลงข้อมูล, ดูความคิดเห็น, การสะกดคำ, จัดการย่อหน้า

– รองรับฟังก์ชั่นสำหรับการค้นหาคำ, ข้อความได้

– รองรับการบันทึกไฟล์ PDF ผ่านแอพตัวนี้ได้เลย

แอพตารางคำนวณ (Spreadsheets)

ความสามารถเรียกว่าถอดแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง Excel ถึงแม้อาจจะมีฟังก์ชั่นหรือสูตรคำนวณไม่เยอะเท่ารุ่นใหญ่ แต่ก็มีฟังก์ชั่นที่จำเป็นให้ได้ใช้อย่างครบถ้วน ส่วนความสามารถและลูกเล่นใดน่าสนใจบ้างผมได้แยกเป็นหัวข้อ ดังนี้

– รองรับฟังก์ชั่นพื้นฐานที่จำเป็น PivotTables, Freeze Frames รวมถึงฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นการจัดเรียงข้อมูล, การจัดการรูปแบบตาราง

– รองรับการสร้าง แก้ไข และปรับปรุงข้อมูลผ่านแผนภูมิและกราฟประเภทต่างๆ

– รองรับการแก้ไขประเภทข้อมูลในรูปแบบเซลล์ได้

บทสรุป “จัดการเอกสารให้อยู่หมัดด้วย WPS Office”

ภายใต้แอพ WPS Office จะเห็นว่ายังมีแอพย่อยๆ ที่ช่วยจัดการเอกสารได้หลากหลาย ทั้งงานพิมพ์เอกสาร ตารางการคำนวณ การนำเสนองาน หรือแม้แต่การจัดทำบันทึกย่อ นี่ยังไม่รวมถึงการเชื่อมต่อกับระบบ Cloud Storage เพื่อใช้สำหรับจัดเก็บไฟล์ข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ได้อีก ทั้งยังรองรับไฟล์ประเภท PDF สามารถบันทึกและสร้างผ่านเครื่องมือต่างๆ ที่ได้จัดเตรียมไว้ในแอพชุดนี้

เห็นไหมครับว่า งานเอกสารไม่จำเป็นเลยที่จะต้องทำงานอยู่กับโต๊ะถึงจะได้เนื้องาน ขอเพียงหาแอพดีๆ สักตัวแล้วเชื่อมต่อกับระบบออนไลน์ที่มีความเร็วสูง ต่อให้คุณไปนั่งทำงานบนหาดทรายทะเลสวยแสนงาม ก็ไม่ทำให้งานเสีย จริงไหม ขึ้นอยู่กับว่าเจ้านายคุณจะให้ไปทำงานนอกสถานที่ได้หรือเปล่าอันนี้ไม่รู้นะ!! แต่ถ้าเป็นที่ต่างประเทศมีนะ ถือว่าเป็นการสร้างสีสันให้กับชีวิตและสร้างแรงบันดาลใจพร้อมกับเติมพลังไอเดียที่สุดบรรเจิดให้กับงานและพนักงานในองค์กร ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่า Win-Win ทั้งคู่ จริงไหมครับ พนักงานมีความสุขกับงาน องค์กรได้ผลงานที่เยี่ยมยอด แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ

หนี้ใคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07089151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383

ฎีกาธุรกิจ

โอภาส เพ็งเจริญ o-pas@matichon.co.th

หนี้ใคร

บริษัทจัดหาคนงานไปทำงานต่างประเทศ ร่วมดำเนินโครงการกับธนาคาร ให้ปล่อยสินเชื่อแก่คนงานไปทำงานต่างประเทศ เปิดบัญชีเงินฝากค้ำประกันเอาไว้ ถ้าคนงานไม่ชำระหนี้ครบให้ธนาคารหักเงินในบัญชีไปได้เลย แถมมีผู้จดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันอีกคน ธนาคารตกลงปล่อยเงินกู้ เมื่อคนงานเบี้ยว จึงหักเงินจากบัญชีบริษัท บริษัทโดนหักเงิน หันไปฟ้องเอาผู้จดจำนองที่ดินต่อ

1.

บริษัทจัดหาคนงานไปทำงานต่างประเทศ ได้ทำความตกลงกับธนาคาร ในโครงการอำนวยสินเชื่อให้คนงานที่จะไปทำงานต่างประเทศ

บริษัทต้องเปิดบัญชีฝากเงินประเภทสะสมทรัพย์ไว้กับธนาคารชื่อ “บัญชีสำรองจ่ายหนี้เสีย” เพื่อประกันความเสียหายในการปฏิบัติตามสัญญาของคนงานที่รับเงินกู้ไปจากธนาคารเพื่อไปทำงานต่างประเทศ โดยบริษัทเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ของคนงานเหล่านั้น และยอมให้ธนาคารหักเงินในบัญชีสำรองจ่ายหนี้เสียนี้ ชำระแทนคนงานหรือผู้กู้ที่ไม่สามารถชำระหนี้คืนภายใน 3 เดือนนับแต่วันผิดนัดชำระ

เมื่อตกลงกันได้อย่างนั้น บริษัทเริ่มดำเนินการตามโครงการทันที ประกาศให้คนงานทราบ ใครที่สนใจไปทำงานต่างประเทศ มีโครงการที่ธนาคารให้กู้เงิน

คุณจำนูญเป็นคนทำงาน เป็นคนหางาน ที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ กระโดดเข้าร่วมโครงการทันที

คุณจำนูญติดต่อกับบริษัท ขอให้ช่วยอำนวยความสะดวกในการขอสินเชื่อจากธนาคาร บริษัทก็ดำเนินการให้คุณจำนูญได้เข้าร่วมโครงการนี้

คุณจำนูญยื่นขอกู้เงินจากธนาคาร 100,000 บาท ธนาคารคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 11.5 ต่อปี

ในการกู้เงินดังกล่าวนั้น บริษัทได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ของคุณจำนูญไว้ต่อธนาคาร

นอกจากนั้น ธนาคารยังขอให้มีผู้จดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้อีกชั้นหนึ่ง

คุณจำนูญได้ขอให้คุณโผงนำที่ดินมาจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประกันหนี้ของคุณจำนูญด้วย

ธนาคารมั่นใจแน่นอน มีบริษัทค้ำประกัน โดยมีบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารและตกลงให้ธนาคารหักบัญชีได้หากลูกหนี้ไม่ชำระตามเงื่อนไขกำหนด

แถมยังมีคุณโผงนำที่ดินมาจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้นั้นไว้อีกราย จึงจ่ายเงินแก่คุณจำนูญไป 100,000 บาท

คุณจำนูญดีใจ มีเงินสำหรับใช้จ่ายและได้ไปทำงานต่างประเทศสมตั้งใจ

เมื่อคุณจำนูญไปทำงานต่างประเทศ แรกๆ ก็ส่งเงินเข้าบัญชี ชำระหนี้แก่ธนาคารตามสัญญาที่ว่าไว้

แต่เฉพาะแรกๆ เท่านั้นเองที่ชำระ เพราะหลังๆ นี่ธนาคารพบว่า คุณจำนูญไม่นำเงินเข้าบัญชี คือไม่ชำระหนี้เงินกู้อีกแล้วนั่นเอง

ธนาคารทวงคุณจำนูญ แต่เหลว ไม่มีเงินชำระเข้ามา จึงหันไปหาผู้ค้ำประกันคือบริษัทนะเอง

ธนาคารเริ่มหักเงินจาก “บัญชีสำรองจ่ายหนี้เสีย” ที่บริษัทเปิดไว้ จำนวน 94,365 บาท จนครบหนี้ไป

ธนาคารเก๊าะสบายตัวไป ได้รับชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว

2.

หันมาทางบริษัท บริษัทถูกธนาคารหักบัญชีไป 9 หมื่นกว่าบาท ตามสัญญา ทำไงต่อละ

บริษัทว่า อย่างนี้ คุณจำนูญต้องรับผิดชอบ

แต่ลำพังคุณจำนูญ ดูท่าทางจะไม่มีเงิน ดังนั้น จึงไปหาคุณโผงด้วย

บริษัทว่า นอกจากคุณจำนูญแล้ว คุณโผงผู้จดจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ของคุณจำนูญ ต้องเข้ามาร่วมรับผิดชอบด้วยสิ

ว่าแล้วจึงเริ่มทวงถามเอากับคุณโผงไป

คุณโผงรับหนังสือทวงถาม แล้วร้องด้วยความสงสัยว่า “อ้าว ผมไปเกี่ยวไรด้วยละ?”

บริษัทส่งเจ้าหน้าที่มาคุยด้วย พยายามอธิบายให้ฟังว่า ทำไมคุณโผงถึงต้องร่วมกันรับผิดชอบหนี้นี้ด้วย

คุณโผงว่า “รับผิดชอบอะไร ผมเกี่ยวอะไรด้วย”

บริษัทว่า “ไม่รู้ละ ถ้าไม่จ่ายเป็นโดนฟ้อง”

คุณโผงว่า “ฟ้องก็ฟ้องสิ กลัวรึ”

บริษัทยื่นฟ้องคุณจำนูญ เป็นจำเลยที่ 1 และคุณโผงเป็นจำเลยที่ 2

เรียกให้ทั้งสองร่วมกัน จ่ายเงินจำนวน 94,365 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี มา

3.

เมื่อถูกฟ้อง คุณจำนูญและคุณโผงต่อสู้คดี

โดยเฉพาะคุณโผงต่อสู้ว่า บริษัทนั้นเข้าค้ำประกันหนี้ของคุณจำนูญ

ส่วนคุณโผงนั้นนำที่ดินมาจดทะเบียนจำนองค้ำประกันหนี้เงินกู้ต่อธนาคาร

ทีนี้เมื่อบริษัทถูกหักบัญชีนำเงินไปชำระหนี้เงินกู้แล้ว หนี้ประธานที่คุณจำนูญกู้จากธนาคารไม่มีแล้ว สัญญาจำนองก็ระงับสิ

ธนาคารผู้รับจำนองเป็นเจ้าหนี้มีสิทธิเหนือคุณโผงในฐานะคู่สัญญาจำนอง

บริษัทชอบที่จะรับช่วงสิทธิจากธนาคารและใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาก็แต่เฉพาะกับคุณจำนูญลูกหนี้ชั้นต้นโน่น ไม่มีอำนาจมาฟ้องคุณโผงบังคับจำนองให้คุณโผงชำระหนี้ได้ดอก ขอให้ยกฟ้องไป

ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้คุณจำนูญ ชำระเงิน 94,365 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ของเงินต้นดังกล่าว นับแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2544 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่บริษัท

บริษัทอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

4.

บริษัทฎีกาคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของบริษัทเพียงว่า บริษัทมีสิทธิรับช่วงสิทธิจากเจ้าหนี้ มาฟ้องไล่เบี้ยเอาจากคุณโผงผู้จดทะเบียนที่ดินจำนองเป็นประกันหนี้นี้หรือไม่

โดยบริษัทฎีกาว่า บริษัทและคุณโผง ต่างเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ของคุณจำนูญในหนี้รายเดียวกัน

แม้วิธีการประกันหนี้จะไม่เหมือนกัน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับคุณจำนูญ และคุณโผง เป็นลูกหนี้ร่วมกันนั้น

เห็นว่า การที่คุณโผงจำนองที่ดินของตนเป็นประกันเงินกู้ที่คุณจำนูญต้องชำระให้แก่ธนาคารเจ้าหนี้ เป็นการให้สัญญาต่อเจ้าหนี้ของคุณจำนูญว่า หากคุณจำนูญไม่ชำระหนี้ ก็ให้ธนาคารเจ้าหนี้ของคุณจำนูญ บังคับจำนองเอากับที่ดินของคุณโผงได้

ต่างกับการค้ำประกันซึ่งบริษัทผู้ค้ำประกันสัญญาว่า ถ้าคุณจำนูญไม่ชำระหนี้ บริษัทจะชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ของคุณจำนูญ โดยยอมรับผิดเป็นลูกหนี้ร่วมกับคุณจำนูญผู้เป็นลูกหนี้ ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันหนี้ทุกชนิด

ส่วนกรณีของคุณโผงนั้น ต้องบังคับเอาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในลักษณะจำนอง ซึ่งไม่มีบทบัญญัติให้นำมาตรา 682 วรรคสอง ในลักษณะค้ำประกันมาใช้บังคับกับคุณโผงให้ต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับบริษัทซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน

อีกทั้งไม่ใช่กรณีผู้ค้ำประกันหลายคนยอมตนเข้าค้ำประกันหนี้รายเดียวกันอันจะต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันตามมาตรา 682 วรรคสอง อันจะทำให้บริษัทรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บังคับจำนองกับที่ดินที่คุณโผงได้

ศาลฎีกาพิพากษายืน

คุณโผงผิวปากสบายใจไปสิ

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13337/2556)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 682 ท่านว่าบุคคลจะยอมเข้าเป็นผู้รับเรือน คือเป็นประกันของผู้ค้ำประกันอีกชั้นหนึ่ง ก็เป็นได้

ถ้าบุคคลหลายคนยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกันไซร้ท่านว่าผู้ค้ำประกันเหล่านั้นมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกัน แม้ถึงว่ามิได้เข้ารับค้ำประกันรวมกัน

มาตรา 702 อันว่าจำนองนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้จำนอง เอาทรัพย์สินตราไว้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจำนอง เป็นประกันการชำระหนี้ โดยไม่ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง

ผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญมิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือหาไม่

เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ปฏิรูปประเทศครั้งสุดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07090151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383

เส้นทางปฏิรูป

บุญเลิศ ช้างใหญ่

เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ปฏิรูปประเทศครั้งสุดท้าย

หลังจากประกาศรายชื่อแต่งตั้งเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 21 คน

และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) 200 คน

การเดินหน้าทำงานตามอำนาจหน้าที่ก็เริ่มต้นทันที

เวลา 13.30 น. วันรุ่งขึ้น (6 ตุลาคม) นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เรียกประชุม กรธ. เลือกตำแหน่งต่างๆ และกำหนดกรอบการทำงานโดยนัดประชุมตอนบ่ายทุกวันจันทร์-ศุกร์ ประกาศว่าจะดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายในเดือนมกราคม 2559 จากนั้นจะเผยแพร่ร่างแรกสู่สาธารณชน และส่งไปยังพรรคการเมืองให้แสดงความคิดเห็นในการขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อ กรธ. จะนำมาปรับแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องและเหมาะสมกับความต้องการของประชาชนทุกภาคส่วน

หลักที่ กรธ. วางไว้คือ

1. รัฐธรรมนูญควรเขียนในหลักการที่สำคัญ

2. เป็นรัฐธรรมนูญที่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตการเมืองได้

ในแง่ของกรอบเวลา จากวันนี้ไปถึงมกราคมปีหน้าก็เท่ากับใช้เวลาไป 3 เดือนสำหรับร่างแรก ที่จะนำไปสู่การเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน พรรคการเมืองและรวมถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

การรับฟังอาจใช้เวลาอีก 1 เดือน

กรธ. นำมาปรับแก้ให้เป็นร่างสุดท้ายซึ่งถือว่าเสร็จสมบูรณ์ใช้เวลา 2 เดือน

รวมแล้วก็ 6 เดือนเป๊ะตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราว ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 2558 กำหนดให้ กรธ. ร่างให้เสร็จภายใน 180 วัน หรือ 6 เดือน นั่นคือ ไม่เกินประมาณวันที่ 6 เมษายน 2559

ต่อจากนั้น เข้าสู่ห้วงเวลาสำคัญ นั่นคือ คณะรัฐมนตรีจะให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญเป็นเล่มจำนวน 18 ล้านเล่ม ส่งไปรษณีย์ถึงบ้านผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 18 ล้านครอบครัว ครอบคลุมผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 47 ล้านคน ตามมาด้วยการทำความเข้าใจต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งคงจะมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และนั่นอาจหมายถึงการอยากให้ผ่านหรืออยากให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

นับจากนี้ประชาชนจึงต้องเฝ้าจับตามองกระบวนการทำงานของ กรธ. ชุดนายมีชัยเป็นประธาน และดูว่าจะร่างรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไร สามารถสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและสร้างการยอมรับของสื่อมวลชนและประชาชนได้หรือไม่

สำหรับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งได้สมาชิก สปท. 200 คน มีทั้ง สปช. เก่า ข้าราชการประจำ ข้าราชการเกษียณ ทหาร-ตำรวจ นักการเมือง และแกนนำกลุ่มองค์กรมวลชนทางการเมือง นักกฎหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิ ฯลฯ หลังประชุมนัดแรกเพื่อเลือกประธานและรองประธานอีก 2 คนแล้ว ก็จะต้องจัดทำข้อบังคับการประชุม

บทเรียนจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คือการทำข้อบังคับการประชุมเลียนแบบสภาการเมือง อย่างสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือแม้แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ นั่นคือ จะพูด จะอภิปรายก็ต้องมีพิธีรีตอง กำหนดให้พูดตามเวลาที่กำหนดคนละนิดละหน่อยเนื่องจากกลัวสมาชิกจะพูดกันมากเกินไป

มีความเป็นไปได้ที่จะไม่ทำแบบเดิม

แต่สิ่งที่เป็นสาระคือ สปท. จะมีกระบวนการทำงานแบบไหนในการร่อนตะแกรงข้อเสนอวาระปฏิรูป 37 วาระ วาระพัฒนา 6 วาระ ข้อเสนอรวมแล้ว 140 กว่าประเด็น โดยเลือกเอาแต่เฉพาะเรื่องที่สำคัญเร่งด่วนมาดำเนินการโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์หรือความสำเร็จอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน ประชาชนสามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

เช่น เรื่องการศึกษา อะไรคือเรื่องสำคัญเร่งด่วน จะขับเคลื่อนเรื่องไหน จะทำอย่างไร ใครทำ จะเกิดผลดีต่อใคร อย่างไร

เรื่องการเมือง, เรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่น, เรื่องกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม, เรื่องสาธารณสุข, เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, เรื่องพลังงาน, เรื่องเศรษฐกิจ, เรื่องสื่อมวลชน, เรื่องสังคม และเรื่องอื่นๆ ก็เช่นกัน

การมีข้าราชการประจำ อดีตข้าราชการประจำ นักการเมือง ทหาร ตำรวจ ฯลฯ จะช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูปได้แค่ไหน

แต่ทั้งนี้ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ไม่ต้องไปยุ่งกับการร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.

แม้ กรธ. 21 คน กับ สปท. 200 คน อันเป็นแม่น้ำ 2 สายที่ถูกออกแบบใหม่ให้เพิ่งเกิดขึ้นจะแยกอำนาจหน้าที่ออกจากกัน แต่มีความสัมพันธ์กัน

เพราะการปฏิรูปในด้านต่างๆ อาจต้องนำไปบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญและจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

ที่สำคัญ หากการร่างรัฐธรรมนูญโดย กรธ. เกิดปัญหา นำมาซึ่งความขัดแย้งในสังคม โดยเฉพาะแวดวงนักการเมืองเหมือนกับที่เกิดขึ้นมาแล้วกับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนายบวรศักดิ์เป็นประธาน กระทั่งนักการเมืองเกิดความปรองดองโดยมิได้นัดหมาย ด้วยการประกาศว่าจะคว่ำในชั้นการออกเสียงประชามติถ้าหากที่ประชุม สปช. ลงมติให้ความเห็นชอบ

ปัญหาร่างรัฐธรรมนูญก็จะกระทบต่อการปฏิรูปที่ สปท. กำลังดำเนินการอยู่

ประกอบกับโรดแมปที่วางไว้ 6-4-6-4=20 เดือน ทุกอย่างจะสำเร็จลุล่วง แต่เกิดปัญหาขัดแย้งอย่างรุนแรงจะด้วยเหตุใดก็ตาม เวลาที่หมดไปเกือบ 3 ปีนับจากการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 อาจทำให้ฝ่ายที่ไม่พอใจ คสช. และรัฐบาล เคลื่อนไหวต่อต้านโดยไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็เป็นไปได้ เพราะถือว่าได้ทนมามากแล้ว

การปฏิรูปประเทศโดย สปท. การเขียนรัฐธรรมนูญในบรรยากาศที่ไม่เอื้อต่อการแสดงออกซึ่งเสรีภาพในการพูด การแสดงความคิดเห็น การเคลื่อนไหวต่างๆ นับจากนี้ไปเป็นเรื่องยากต่อการพยากรณ์ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

รู้แต่เพียงว่าเป็นสถานการณ์ที่เปราะบางและล่อแหลมที่ความสำเร็จและความล้มเหลวอยู่บนเส้นแบ่งที่ใกล้กันมาก

ดวงเศรษฐี 12 ราศี กับอาจารย์ณัฐ นรรัตน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07093151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383

ดวงเศรษฐี 12 ราศี กับอาจารย์ณัฐ นรรัตน์

ราศีเมษ (13 เมษายน-13 พฤษภาคม)

งานในช่วงปลายเดือนนี้เรื่องที่ต้องระวังคือ งานด่วน ถึงด่วนที่สุด งานที่ไม่อยู่ในตารางปกติของคุณทำให้แผนที่คุณวางไว้ก่อนหน้าไม่สามารถนำมาใช้ได้ แผนการทำงานต้องปรับเปลี่ยนตามหน้างานที่คุณได้รับมอบหมาย แต่คุณยังสามารถเอาตัวรอดได้ อีกทั้งผู้ใหญ่ เพื่อนร่วมงานยังให้ความช่วยเหลือทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ระวังเรื่องของงานประจำที่ต้องส่งต่อให้คนอื่นจะมีเหตุให้ขัดเคืองคาใจกัน การเงินในส่วนของการกู้ยืมหรือการติดต่อเจรจาในส่วนของหน่วยงานประสบผลสำเร็จ มีเพียงตัวเลขบางส่วนที่ถูกลดทอนลงไปบ้าง รวมถึงจะมีการขอเอกสารข้อมูลเพิ่มเติม ควรเตรียมให้พร้อมมากที่สุด ความรักมีกิจกรรมที่ต้องร่วมกันทำต่อเนื่องเป็นช่วงเวลาที่จะเจอกันบ่อยขึ้น เรื่องที่ต้องระวังคือความลับส่วนตัวของคุณมีเกณฑ์จะรั่วไหล ความแตก การค้าขายในระยะนี้ต้องใจกล้า คือกล้าได้กล้าเสีย ลดเป็นลด แถมเป็นแถม อย่ามัวคิดคำนวณคุ้มไม่คุ้มมากจนเกินไปจะทำให้เสียลูกค้ารายใหญ่ สุขภาพระวังบริเวณหลังและเข่าปวด อักเสบ รวมทั้งการลื่นหกล้มด้วยครับ

ราศีพฤษภ (14 พฤษภาคม-13 มิถุนายน)

เรื่องงานมีโอกาสที่คุณจะเดินทาง ไม่อยู่ประจำที่เป็นระยะๆ ทั้งในเรื่องของงานประจำและงานส่วนตัว จ๊อบสั้นที่ทำแล้วจบเร็ว อีกทั้งยังเป็นเงินทำให้สภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น แต่ระวังเรื่องของเวลากรณีที่คุณจัดสรรไม่ลง ทำให้กระทบงานประจำ สิ่งที่ตามมาคือเจ้านายสามารถคาดโทษเพื่อที่จะเป็นตัวอย่างกับคนในองค์กร อีกประการ งานเก่างานที่ยังคาราคาซังอยู่ก็ยังสร้างปัญหาให้คุณไม่จบ เอกสารหรือการยืนยันด้วยหลักฐานช่วยให้คุณรอดปลอดภัยได้ การเงินที่มาจากงานพิเศษ งานส่วนตัวคุณทำให้สภาพคล่องดีขึ้น รายจ่ายใช้กับคนรักครอบครัวมากเป็นพิเศษทั้งเรื่องจำเป็นและเรื่องไม่จำเป็น ความรักโอกาสที่รู้จักคนใหม่และสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วให้ระวังเรื่องที่จะทำให้คุณยุ่งยากตามมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน ทั้งเรื่องที่เขาคนนั้นมีคู่อยู่ก่อนแล้ว และเรื่องที่เขายังปกปิดความลับบางสิ่งที่ไม่สามารถบอกคุณได้ การค้าขายในช่วงนี้ต้องระวังราคาข้าวของวัตถุดิบจะขึ้นอย่างไม่บอกกล่าวอีกระลอก ควรวางแผนงานล่วงหน้าด่วน สุขภาพเรื่องของโรคกระดูก เรื่องข้อต่างๆ ตามร่างกายเจ็บ อักเสบง่ายขึ้นครับ

ราศีเมถุน (14 มิถุนายน-14 กรกฎาคม)

เรื่องงานได้รับมอบหมายงานที่คุณต้องลงไปทำแทนคนอื่น เพื่อนร่วมงาน ลูกน้องบริวารฝีมือดีสามารถร่วมทำงานกับคุณจนประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม เป็นงานที่เจ้านายคุณให้คุณทำโดยตรง ด้วยเหตุที่ท่านเชื่อฝีมือคุณและคุณไม่ทำให้ท่านเสียหน้าหรือผิดหวังนั้นเอง การค้าการเจรจามียอดการจัดจำหน่ายในรูปแบบต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ลูกค้าหน้าใหม่ๆ มากขึ้น การเงินมีเข้ามาเป็นระยะในช่วง 1-2 เดือนนี้ แต่คุณต้องขยันต่อเนื่อง ถ้าคุณขยันเป็นพักๆ เงินก็จะเข้าเป็นช่วงไม่ต่อเนื่อง เป็นได้ที่คุณจะทำงานตามอารมณ์มากขึ้น เบื่อหรือเหนื่อยก็จะหยุดพักบางเวลาไปบ้าง ความรักโอกาสที่พบเจอ ได้ร่วมงานหรืออยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น อีกทั้งมีการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน แต่กับท่านที่ยังไม่มีใคร ขอให้อดทน อย่าหยิบเบี้ยใกล้มือ อย่ารีบคว้าใครสักคนโดยไม่ไตร่ตรองเพียงเพราะไม่มีใคร เพราะจะทำให้เรื่องวุ่นวายไม่รู้จบตามมา อีกประการ จะมีญาติพี่น้องคนสนิทป่วยไข้ไม่สบาย สุขภาพระวังเรื่องของอาหาร อาหารที่ไม่สะอาดหรือร้านที่ไม่คุ้นเคยทำให้ท้องเสีย ปวดท้องได้ครับ

ราศีกรกฎ (15 กรกฎาคม-16 สิงหาคม)

งานในรูปแบบเดิมๆ ก็มากอยู่แล้วซึ่งตามที่เห็นก็น่าจะไม่ยากเย็นอะไร แต่เดี๋ยวก่อนคุณยังมีงานใหม่ รวมถึงโปรเจ็กต์เก่าที่ต้องนำกลับมาดำเนินการต่อ ทำให้เรื่องของเวลา และสุขภาพเป็นเรื่องที่คุณต้องดูแลอย่างจริงจัง เพราะเวลาไม่สอดคล้องกับเนื้องานที่มากโข อีกทั้งเร่งงานเต็มกำลังสภาพร่างกายรับไม่ได้ เจ็บป่วยได้ง่าย ดังนั้น ทางออกคือคุณจัดงานตามความเหมาะสมของลูกน้องบริวารหรือคนที่ต้องรับงานต่อจากคุณให้เร็วกว่าที่ผ่านมา อีกประการ ควรทำเอกสารหรือหนังสือตามกันความผิดพลาด ผู้ใหญ่รวมถึงลูกค้าให้ความไว้วางใจมอบหมายงานที่เป็นรายได้ ก้อนเล็ก ก้อนน้อยให้คุณอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น ระวังการจ่ายไปกับอุปกรณ์ไฟฟ้า รถยนต์ กับความรักมีคนหน้าใหม่เข้ามาทำความรู้จักและสนใจในตัวคุณมากขึ้น อีกประการ ให้ระวังเรื่องคู่ซ้อนในครอบครัวจะทำให้เกิดปัญหาใหญ่ๆ ตามมา การค้าการขายช่วงนี้ให้ระวังฟ้าฝนและสภาพอากาศ จะทำให้งานเลื่อนหรือถูกยกเลิกได้ ต้องเตรียมแผนสองเอาไว้ในใจ สุขภาพระวังภูมิแพ้ ไข้หวัด โรคที่เป็นๆ หายๆ กลับมาเป็นได้ครับ

ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม-16 กันยายน)

งานช่วงนี้จะเป็นการเริ่มต้นงานใหม่ งานใหญ่ งานที่เป็นหน้าเป็นตาของคุณเองและองค์กรที่คุณอยู่ แต่ระวังเรื่องของอารมณ์ กับเพื่อนร่วมงาน กับลูกน้องบริวาร มีคนที่เข้าไม่ถึงความต้องการของคุณ ทำให้การรับงานไปทำจะทำแบบไม่เข้าใจ จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องชี้แจงให้ชัดเจน การเจรจาข้อตกลงใดประสบผลสำเร็จตามที่คุณปรารถนา จะมีบางส่วนที่จำเป็นต้องทำข้อตกลงเสนอกันอีกรอบ เรื่องที่น่ากังวลคือเรื่องของเพศตรงข้ามจะทำให้เสียงาน เสียกระบวนทัพได้ ไม่จำเป็นคุณควรคบแบบมีช่องว่างระหว่างกันในช่วงนี้จะปลอดภัย อีกประการ คนที่มีเจ้าของอยู่แล้วไม่ควรใกล้ชิดจะดีกับคุณเป็นที่สุด การเงินได้ยาก แต่ถ้าได้แล้วก้อนใหญ่ไม่ใช่เล่นๆ แต่คุณต้องวิ่งสู้ฟัดถึงจะได้มา การค้าขายในช่วงนี้ต้องผ่อนหนักผ่อนเบา อย่าตึงหรือหย่อนจนเกินไป มีสิ่งใดพอที่จะช่วยเหลือหรือแนะนำกับลูกค้าได้ก็ต้องจริงใจอย่าเอาเปรียบ ส่วนใดที่ช่วยเหลือลูกน้องบริวารได้แล้วไม่เกินกำลังก็สมควรจะดูแล สุขภาพระวังเรื่องของสายตา ความดัน และโรคประจำตัวครับ

ราศีกันย์ (17 กันยายน-16 ตุลาคม)

งานควรรีบเร่งทำ รีบส่ง จัดการให้เสร็จก่อนกำหนดได้ยิ่งเป็นการดี ผู้ใหญ่หรือส่วนฝ่ายที่คุณต้องส่งงานต่อ จะตามถามหา ทำให้คุณดูเป็นฝ่ายผิดและทำงานล่าช้าได้ ผู้ใหญ่ทั้งในส่วนของที่ทำงานและที่คุณสนิทยังสามารถขอคำปรึกษาชี้แนะในเรื่องที่คิดไม่ออก ท่านสามารถหาทางออกให้คุณได้เป็นอย่างดี ระวังในส่วนของเอกสาร สัญญา การรับปากที่ไม่ทันได้คิดไตร่ตรองนำมาซึ่งความเสียหาย ส่วนของรายได้ยังเป็นเงินหมุน แต่ยังสามารถขยับจากซ้ายไปขวาได้และหาช่องทางออกทางที่ติดขัดได้ก่อนนาทีสุดท้ายเสมอ เป็นช่วงมีเข้ามามากแต่รายจ่ายมากกว่าเช่นกัน ควรเบรกของที่ไม่มีความจำเป็นต่อชีวิต ความรักหลายอย่างเริ่มลงตัวมากขึ้น ผู้ใหญ่ของทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มมีปฏิกิริยาที่จะให้คุณจัดการให้ถูกต้องตามประเพณี การค้าขายในระยะนี้ควรหาตามลูกค้าเก่าๆ และคนที่เคยร่วมซื้อร่วมขายมาทำธุรกิจร่วม สุขภาพระวังช่วงหลัง และหัวเข่าจะมีอาการปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อบ่อยยิ่งขึ้น ทางที่ดีควรหาเวลาไปหาหมอหรือพักผ่อนให้เพียงพอบ้าง เพราะระยะหลังๆ มา คุณมักนอนหลับแต่ไม่สนิท

ราศีตุล (17 ตุลาคม-16 พฤศจิกายน)

งานที่คุณรับผิดชอบดูแลรวมถึงเรื่องส่วนตัว เรื่องที่ต้องระวังคือ ความลับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ขององค์กร ของบริษัท หรือของร้านที่คุณทำงานอยู่ และเรื่องที่ควรปิดเป็นความลับมีคนที่อยากจะรู้ อยากจะเห็นก็ให้เงียบซะ อย่าพูดอย่าแพร่งพรายให้มากความจะนำภัยมาสู่ตน ส่วนการเจรจาในเรื่องสำคัญประสบผลสำเร็จ แต่คุณต้องเน้นเรื่องของเอกสาร ข้อมูลต่างๆ ที่ต้องนำเสนอให้ชัดเจน ตรงประเด็น ควรพูดเรื่องที่เป็นประโยชน์และใช้งานได้จริง จะทำให้คุณได้ผลงานและได้รับความไว้วางใจ รวมถึงคำชมจากเจ้านาย จะมีงานด่วนงานแทรกทำให้กระทบงานประจำ ควรจัดการเรื่องเวลาให้ดี การเงินมาจากเรื่องของงานพิเศษ งานประจำเป็นหลัก โชคฟลุกยังไม่มี ยิ่งเหนื่อยมากเสียเหงื่อมากเงินยิ่งไหลเข้า ความรักมีเหตุในเรื่องของงานความรับผิดชอบและเรื่องส่วนตัวที่ทำให้ช่วงนี้ห่างๆ กันสักหน่อย โดยรวมแฮปปี้ดีอยู่ การค้าจะเพิ่มกำไรมากขึ้น ในระยะนี้จึงควรยิ้มแย้มแจ่มใสแล้วเงินทองจะไหลมาอย่างต่อเนื่อง แน่นอนชัวร์! สุขภาพระวังเรื่องของเส้นประสาท ความดัน มึนงงได้ง่ายขึ้นบ่อยขึ้นครับ

ราศีพิจิก (17 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม)

งานในช่วงนี้มีการเปิดหน้างานมากขึ้น รวมถึงการเดินทางก็มากขึ้นตาม แต่ให้รู้ไว้ยิ่งหน้างานมาก เดินทางมากขึ้น ยิ่งเป็นรายได้เป็นลาภก้อนใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นทั้งในตอนนี้และอนาคต อีกประการ คุณเปิดตัวเองมากขึ้น คนรู้จักหน้าใหม่ก็มากขึ้น ทำให้กิจกรรมสิ่งใดที่ทำอยู่เจริญก้าวหน้าขึ้นเช่นกัน ระวังในเรื่องของเอกสาร สัญญา และการกระทบกระทั่งในเรื่องคำพูด การรับปากที่ไม่มีเอกสารสัญญากำกับ มีเหตุให้เกิดการพลิกลิ้น ไม่ได้ตามข้อตกลงเดิมได้ การเงินยิ่งหน้างานหรือการที่คุณพูดกับคนในเรื่องของสินค้าและบริการของคุณมากขึ้นยิ่งเป็นรายได้เข้ากระเป๋ามากขึ้นเท่านั้น เพียงแต่ให้ระวังเรื่องลูกน้องบริวารจะทำงานผิดๆ ถูกๆ สั่งอย่างได้อีกอย่าง จึงต้องคอยตรวจสอบตรวจตราเน้นย้ำสั่งงานให้ละเอียด ชัดเจน และอย่าไว้ใจมากจนเกินไป กับความรักใกล้ชิดเจอหน้ากันมากขึ้น แต่ระวังในส่วนของการพูดจาระหว่างกันเพราะมีโอกาสทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง สุขภาพระวังเจ็บคอ เป็นหวัดหลอดลมอักเสบ รวมถึงคนในครอบครัวก็มีเกณฑ์ไม่สบายในระยะนี้ได้เช่นกันครับ

ราศีธนู (16 ธันวาคม-15 มกราคม)

งานในช่วงนี้ระวังในส่วนของการตกปากรับคำแล้วไม่สามารถทำได้อย่างที่พูดไป ทำให้เกิดความเสียหายทั้งในส่วนของการถูกปรับ ถูกตำหนิ ทำให้คุณเสียเครดิตชื่อเสียงที่ได้สะสมมา ดังนั้น การรับปากสิ่งใดต้องผ่านกระบวนการตามขั้นตอน รวมถึงผู้ใหญ่ควรรับทราบ ถ้าเป็นอย่างนี้คุณรอด ไม่ควรเปิดหน้างานหรือการลงทุนในสิ่งใดที่ไม่คุ้นเคย มีคนรอเก็บผลประโยชน์จากคุณอย่างเดียว การเงินหมุนได้ต่อเนื่องจากจ๊อบงานส่วนตัว งานสั้น แต่ระวังข้อตกลงสัญญาต่างๆ ไม่เป็นตามเงื่อนไข ทำให้ที่คุณคิดว่าจะได้ก็อาจจะได้น้อยลงหรือไม่ได้ ให้ดีและปลอดภัยควรทำสัญญา หรือมีคนที่คุณทั้ง 2 ฝ่ายเกรงใจจะช่วยได้ การค้าขายจะให้ได้กำไรในช่วงนี้จำเป็นจะต้องทำใจใหญ่ใจป้ำสักหน่อย โดยการทำโปรโมชั่นพิเศษ จะลดจะแถมหรือมีสิทธิพิเศษใดๆ ให้กับลูกค้าก็สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง ส่วนความรักอยู่แบบไม่ต้องใกล้ชิดตัวติดกัน คุณจะสบายใจและปลอดภัยจากเรื่องของอารมณ์ที่จะชนกันแรง สุขภาพระวังระบบทางเดินหายใจ รวมถึงอากาศที่เปลี่ยนแปลงเร็วทำให้ไม่สบายได้ครับ

ราศีมังกร (16 มกราคม-12 กุมภาพันธ์)

งานช่วงนี้ยิ่งทำมากยิ่งได้มาก ได้ทั้งในส่วนของเรื่องเงินทอง เรื่องของชื่อเสียงเครดิตที่มีเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนคุณอย่างเต็มที่เช่นกัน ติดขัดสิ่งใดให้คุณเข้าหาท่าน อีกทั้งควรรายงานเจ้านายผู้ใหญ่ที่ดูแลเป็นระยะยิ่งทำให้คุณได้รับความไว้วางใจมากขึ้น งานเรื่องเอกสาร การติดต่อเจรจาส่งผลดีให้กับคุณและองค์กร เรื่องที่ต้องระวังคือเพื่อนร่วมงานหรือผู้ไม่หวังดีที่คอยแทง ช่วงนี้ไม่ควรสนใจปล่อยไปเดี๋ยวคนเหล่านั้นแพ้ภัยตัวเอง สภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น สิ่งที่ติดขัดเริ่มดีขึ้นมีทางออก การเจรจาในเรื่องเงินประสบผลสำเร็จ แต่ระวังการถูกหลอกถูกโกงยืมเงินแล้วไม่ใช้ คนที่คบหากันได้ไม่นานควรเช็กประวัติไม่เช่นนั้นจะทำให้คุณเสียชื่อเสียเครดิตได้ เนื่องจากมีโอกาสที่คุณกำลังเจอคนที่มีเบื้องหลังไม่ดีไม่งามหรือเป็นได้ที่เขาคนนั้นกำลังมีใครสักคนในใจอยู่ก่อนแล้ว การค้าการขายในช่วงนี้จำเป็นต้องใส่ใจในรายละเอียดของคุณภาพ เนื่องจากระยะหลังๆ งานบางชิ้นคุณภาพบางสิ่งนั้นตกลงไปพอสมควร สุขภาพระวังเรื่องโรคกระเพาะ ปวดท้อง กรดในกระเพาะเยอะครับ

ราศีกุมภ์ (13 กุมภาพันธ์-13 มีนาคม)

เรื่องงานจะมีงานใหม่ๆ งานที่คุณไม่ถนัด ไม่เคยทำ มาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่รู้อีกทีใกล้วันส่งแล้ว มองให้ดีเป็นโอกาสที่คุณเองจะแสดงศักยภาพ โชว์ฝีมือ ผู้ใหญ่ที่จะผลักดันท่านมองคุณอยู่ ลุยอย่างเดียวครับ เรื่องที่ต้องระวังจะเป็นเรื่องของอารมณ์ที่ขึ้นลง หงุดหงิดง่ายขึ้น ใครพูดอะไรไม่เข้าหูทำให้คุณไม่เกรงใจได้ง่าย ต้องเตือนอันนี้จะทำให้เสียงานใหญ่ได้ ควรใจเย็นให้มากแล้วทุกอย่างจะเข้าทางของคุณ มีเงินจากงานใหม่เป็นงานที่ทั้งสร้างชื่อและสร้างรายได้ให้คุณ ไม่ควรอยู่เฉยๆ ให้วิ่งหาลูกค้าติดต่อคนใหม่ๆ อันนี้ยิ่งทำยิ่งเป็นรายได้ให้ต่อเนื่อง ช่วงเดือนหน้ามีการขยับในหลายเรื่องทั้งงานและการเดินทางแต่เป็นเรื่องที่ดีสำหรับคุณ กับคนรักเจอกันมากขึ้นเรียกได้ว่าเบื่อกันไปเลย แต่ระวังรักซ้อนอันตรายสำหรับชีวิตคู่ของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามดวงชะตาของคุณมีเกณฑ์ของการถูกเปิดเผยในเรื่องความลับบางสิ่งที่ปกปิดมานาน ฉะนั้น ใครที่รู้ตัวว่ามีความลับที่ไม่อาจให้ใครล่วงรู้ได้ ก็ควรรัดกุมในทุกสิ่งที่กระทำ รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ในระยะนี้ต้องไม่ประมาท สุขภาพระวังปัญหาเกี่ยวกับช่องท้อง เจ็บป่วยน้อยๆ ไม่ควรปล่อยไว้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ครับ

ราศีมีน (14 มีนาคม-12 เมษายน)

งานในช่วงเดือนนี้เรื่องที่ต้องระวังคืองานเก่า เอกสารเก่าจะกลับมาสร้างปัญหาให้คุณได้ ควรทำงานให้จบไม่ควรคาไว้ ได้รับมอบหมายงานสิ่งใดรีบเคลียร์ก่อนกำหนดวันส่งได้ยิ่งดี ติดขัดสิ่งใดไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของงาน การเงิน ความรัก สามารถขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ที่คุณสนิท คุณมีทั้งงานใหม่ที่วิ่งหาด้วยตัวเองและคนแนะนำต่อๆ กันมา เป็นช่วงเดือนที่มีเงินเข้ามาต่อเนื่องแต่เก็บไม่อยู่รายจ่ายรอเพียบ แถมตอนออกเป็นก้อนใหญ่ๆ ทางแก้สิ่งใดที่ยังไม่จำเป็นกับชีวิตคุณในช่วงนี้งดการซื้อได้ควรงด รวมทั้งเว้นการให้ใครกู้ยืมเงินในระยะนี้ก่อนเพราะจะไม่ได้คืน ส่วนการค้าขายในช่วงนี้ถ้าจะเพิ่มยอดทำกำไรก็ควรจะต้องหันมาดูแลเองมากยิ่งขึ้น อยู่หน้างาน ลงงานมากขึ้นกว่าเดิม ไว้ใจใครมากเกินไม่ดี ความรักช่วงต้นเดือนเจอกันน้อย สาเหตุมีงานจ๊อบสั้นๆ ทำให้พบกันน้อยลง ช่วงเดือนหน้าพบเจอพูดคุยกันมากขึ้น สำหรับคนที่คบหากันใหม่จะสนิทกันมากขึ้น ส่วนท่านที่ยังไม่มีคู่ให้ดูเพื่อนเก่าๆ หรือเพื่อนของเพื่อนแล้วจะมีข่าวดี สุขภาพระวังโรคประจำตัว และอุบัติเหตุที่เกิดจากการเดินทางในสถานที่ไม่คุ้นเคยครับ

เลขมงคลประจำเดือน เลข 9 เลข 8 และ เลข 6 ควรเว้น เลข 1

สิ่งมงคลที่ควรกราบไหว้บูชาประจำปักษ์นี้ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ และ ท้าวเวสสุวรรณ

เรื่องที่ควรระวังเป็นพิเศษในปักษ์นี้ เรื่องการเงินจะถูกหลอก ถูกโกง ถูกยืม และยังใช้มากกว่าปกติ ซื้อของจะเจอของมีตำหนิ ของที่แพงกว่าที่อื่น ต้องตรวจเช็กให้ดีเป็นพิเศษก่อนซื้อ รวมไปถึงคนในครอบครัวจะเจ็บป่วยไม่สบายครับ

ช้า…ถือว่าผิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07098151058&srcday=2015-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383

ก่อนปิดร้าน

วิมล ตัน Monmati13@yahoo.com

ช้า…ถือว่าผิด

เมื่อประมาณปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีข่าวที่ถือว่าช็อกวงการออนไลน์ที่อยากจะเล่าสู่กันฟัง นั่นคือ การประกาศเลิกกิจการใน 7 ประเทศของกรุ๊ปปอน (GROUPON) ซึ่งการเลิกกิจการนำมาซึ่งการเลิกจ้างพนักงาน 1,100 คน มีการจ่ายค่าชดเชยไปเป็นเงินกว่าพันล้านบาท โดย 7 ประเทศที่ว่า ประกอบด้วย โมร็อกโก ปานามา ฟิลิปปินส์ เปอร์โตริโก ไต้หวัน อุรุกวัย และสุดท้ายก็คือ สาขาของกรุ๊ปปอนในไทย ที่โดนหางเลขไปด้วย ซึ่งไม่รู้ว่า มีพนักงานคนไทยกี่มากน้อยที่ต้องตกงาน

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับกรุ๊ปปอนดี แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้จัก กรุ๊ปปอนเป็นเจ้าของเว็บไซต์สัญชาติอเมริกันที่นำเสนอดีลพิเศษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นช็อป ชิม ชมในราคาหรือข้อเสนอพิเศษผ่านเว็บ http://www.mygroupon.co.th ซึ่งธุรกิจเว็บในลักษณะแบบนี้มีอยู่หลายเว็บที่เป็นที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็น เอ็นโซโก้ (ensogo) ออลไทยคูปอง (AllThaiCoupons) วอชเชอร์ไทย (VoucherThai) หรือไทยทูทิคเก็ต (Thai2ticket) แต่กรุ๊ปปอนถือว่าเป็นเว็บดีลต้นตำรับที่ทำธุรกิจด้านนี้ เรียกได้ว่า เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจ และได้ชื่อว่า เป็นเว็บดีลที่มีการเติบโตเร็วที่สุดของโลก ดังนั้น การประสบปัญหาจนถึงขั้นทยอยเลิกกิจการในหลายประเทศ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจติดตาม

นายริช วิลเลียมส์ ซีอีโอของกรุ๊ปปอน ให้คำตอบกับสาธารณชนต่อเรื่องนี้ว่า “เราเชื่อว่าเพื่อให้การเดินทางตามรอยเท้าเดิมของเราใหญ่ขึ้นและก้าวหน้ามากขึ้น เราจำเป็นที่จะต้องมุ่งไปที่พลังและงบประมาณ เพียงแค่ 2-3 ประเทศเท่านั้น” เป็นคำตอบที่บ่งบอกถึงวิกฤตที่บริษัทกำลังเผชิญ อันเป็นผลพวงจากกระแสธุรกิจตลาดโลกออนไลน์ที่แข่งขันสูง ทำให้กรุ๊ปปอนเพลี่ยงพล้ำในหลายประเทศ อย่างเช่นกรณีของไทย ที่กรุ๊ปปอนยอมรับว่า เข้ามาบุกตลาดไทยช้าเกินไป โดยกรุ๊ปปอนเพิ่งเข้ามาทำธุรกิจในไทยเมื่อปี 2555 ขณะที่ตลาดเต็มไปด้วยคู่แข่งทั้งไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะเอ็นโซโก้ที่เข้ามาก่อน และครองส่วนแบ่งตลาดเกือบทั้งหมดไปก่อนแล้ว

แม้กระทั่งในตลาดโลก ธุรกิจเว็บดีลก็มีการแข่งขันสูงมาก จนกรุ๊ปปอนถอดใจ จำต้องถอยร่น พร้อมๆ กับการพยายามพลิกฟื้นธุรกิจ ด้วยการรุกบริการใหม่ ทั้งการรับส่งอาหาร หรือดีลิเวอรี่ และการรับส่งสินค้า เพื่อที่จะฟื้นฟูแบรนด์ให้กลับมาผงาดอีกครั้ง แต่คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะถึงจะเป็นบริการใหม่ แต่ก็มีเจ้าเก่ายักษ์ใหญ่ที่ยึดตลาดอยู่แล้ว การจะเข้าไปเบียดส่วนแบ่งตลาดย่อมยาก และเหนื่อยกว่าหลายเท่าตัว

คำถามคือ กรณีของกรุ๊ปปอนสอนให้เราเรียนรู้ได้ว่า โลกออนไลน์เคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็ว การอัพเดตให้ทันสถานการณ์เป็น “กลยุทธ์จำเป็น” ที่ทุกคนต้องท่องให้ขึ้นใจและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพราะโลกออนไลน์เข้าง่าย ออกก็ง่ายเช่นเดียวกัน เผลอแค่กะพริบตา หรือตามติดภาวะตลาด ภาวะการแข่งขัน ช้าไปแค่เสี้ยววินาที มีโอกาสที่สินค้าหรือธุรกิจจะเอาต์ หรือตกกระแส ถูกคู่แข่งเบียดตกเวทีค้าไปได้ง่ายๆ

เหมือนอย่างที่ คุณเหมียว-ดุจธนนันท์ เกียรติเชิดแสงสุข เจ้าของธุรกิจคอนแทกต์เลนส์แฟชั่น ยี่ห้อ “คิตตี้ คาวาอิ” สินค้าแฟชั่นอินเทรนด์ที่โดนใจเหล่าวัยรุ่น ด้วยยอดขายทะลักปีละกว่าร้อยล้านบาท ได้ให้ข้อคิดในงานสัมมนา “One Stop Shop on Mobile ค้าขายบนโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างไรให้เป็นเศรษฐี” จัดโดยนิตยสารเส้นทางเศรษฐี เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า “การทำธุรกิจผ่านออนไลน์ สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจคือ ความรวดเร็วในการตอบคำถามลูกค้า ต้องอัพเดตข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาไม่ควรหยุดนิ่ง ต้องรู้ใจลูกค้า ถ้าทำได้ตรงจุด ลูกค้าก็ยังคงอยู่กับเราตลอด”

โลกออนไลน์ดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ ไม่ง่ายเลย!!

เข้าถึงเงินทุนไม่ยาก ถ้าธุรกิจเข้าที มีวินัยทางการเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07012011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

คลินิกค้ำประกัน

โดย…มิสเตอร์ บสย.

เข้าถึงเงินทุนไม่ยาก ถ้าธุรกิจเข้าที มีวินัยทางการเงิน

ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการ SMEs ครับ ข่าวดีนี้มาพร้อมกับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ที่มี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เป็นแม่ทัพ

ผมว่าข่าวดีนี้ ไม่เพียงแต่เกิดผลโดยตรงกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังส่งผ่านข่าวดีผ่านมาตรการ แบบสายฟ้าฟาด มายังผู้ประกอบการ SMEs ให้เกิดเป็นรูปธรรมจับต้องได้ครับ แถมยังเดินหน้าคิกออฟเรียบร้อยแล้ว ภายใต้โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลคือ ทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการายย่อยเหล่านี้ เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้จริงๆ

การขับเคลื่อนแบบคิดเร็ว ทำเร็ว จากนโยบาย สู่การปฏิบัติจริง เกิดขึ้นตลอดเดือนกันยายน บทบาทของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานรัฐ ทำหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อ ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน ถูกมอบหมายภารกิจ ให้ช่วยค้ำประกัน โดยรอบนี้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ รับภาระค่าธรรมเนียมค้ำประกันให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ขอสินเชื่อถึง 4 ปี คิดเป็นงบประมาณการให้ความช่วยเหลือด้านต้นทุนธุรกิจถึง 4,000 ล้านบาท และอนุมัติวงเงินค้ำประกันให้ถึง 1 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมยังอดกังวลไม่ได้ กับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการก็คือ การเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน โดยปราศจากความเข้าใจอย่างแท้จริงของผู้ประกอบการครับ ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ

ข้อมูลที่ผมได้สัมผัสก็คือ มีผู้ประกอบการจำนวนมากไม่เข้าใจว่าทำไมแบงก์ไม่ปล่อยกู้ให้พวกเขา ทั้งๆ ที่รัฐบาลก็ได้ผลักดันแพ็กเกจความช่วยเหลือออกมามากมาย บางท่านมีความต้องการเงินทุนมากยื่นกู้ไปหลายแบงก์ แต่แบงก์ก็ไม่ปล่อยกู้สักที สุดท้ายก็คือ พวกเขาเหล่านั้น ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ แบงก์ไม่ปล่อยวงเงิน ทั้งที่รัฐบาลมีเครื่องมืออย่าง บสย. เป็นผู้ค้ำประกันสินเชื่อให้

ผมขออนุญาตอธิบายง่ายๆ แบบนี้ครับว่า การที่แบงก์จะให้เงินกู้ใครสักคน เขาจะพิจารณาจาก 2-3 ประการครับ ถ้าคุณทำธุรกิจ แบงก์ก็จะดูจากธุรกิจที่คุณทำอยู่ เป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตหรือไม่ จากนั้นก็จะดูจากรายได้ และการเดินบัญชี แน่นอนว่าถ้าคุณจะกู้แบงก์ แบงก์ก็จะดูว่าการเดินบัญชีเป็นอย่างไร จากนั้นก็ดูเรื่องความสามารถในการชำระหนี้ครับ เช่น รายรับต่อเดือน เพียงพอต่อการชำระหนี้หรือไม่ นี่คือหลักการกว้างๆ ที่แบงก์ต้องพิจารณาครับ นี่คือกรณีผู้กู้ที่มีสถานะปกตินะครับ และก็จะดูเอกสารหลักฐานอื่นๆ เช่น ใบประกอบกิจการ

มีผู้ประกอบการอีกประเภทหนึ่งคือ เป็นลูกหนี้ธนาคาร แล้วไม่ยอมชำระหนี้ ทำให้สถานะการเป็นหนี้ของคุณถูกขึ้นบัญชี ที่เรียกว่าติดเครดิตบูโร การติดเครดิตบูโร ก็เหมือนกับคุณหมดสิทธิ์ที่จะไปกู้เงินเพิ่มแล้วครับ ถึงตรงนี้อาจจะยังไม่เข้าใจว่าเมื่อไหร่ถึงจะติดเครดิตบูโร ง่ายๆ ก็คือ หากคุณไม่ชำระหนี้ ตามกฎเกณฑ์ของธนาคาร คุณจะถูกเลื่อนขั้นเป็นลูกหนี้ที่มีปัญหาครับ ถึงแม้คุณจะได้ชำระหนี้นั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่คุณก็ยังต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 6 เดือนครับ ถึงจะกลับมามีประวัติที่ใสสะอาดดังเดิม ประวัติการชำระหนี้หรือการเป็นหนี้ของท่านจะถูกบันทึกไว้เพื่อเป็นประวัติในการพิจารณาการปล่อยกู้ครับ

อีกปัญหาหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยมากจากข้อร้องเรียนที่ถูกส่งมายังเราคือ การไม่รู้ตัวว่าตัวเองหมดสิทธิ์กู้ไปแล้วจากพฤติกรรมของตัวคุณเอง ก็คือ คุณไม่ยอมจ่ายหนี้นั่นเอง

ถึงตรงนี้ ผมอยากให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เตรียมตัวจะเป็นหนี้ เพื่อนำเงินมาขยายธุรกิจ หรือเสริมสภาพคล่อง ต้องทำความเข้าใจและให้ความสำคัญกับคำว่า “วินัยทางการเงิน” ให้มากครับ เรียกว่าต้องเข้มงวดและเคร่งครัดเลยครับ การสร้างวินัยทางการเงิน ต้องฝึกฝนและอดทนครับ

หลักการง่ายๆ ถ้าคุณยังมีหนี้ คุณต้องใช้หนี้ครับ ถ้าคุณยังติดเครดิตบูโร อย่าได้คิดจะกู้เงินก้อนใหม่เด็ดขาดเพราะแบงก์ไม่มีวันปล่อยเงินให้กับลูกหนี้ที่มีความเสี่ยง ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการใหม่ คุณคงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเองในการดำเนินธุรกิจสัก 2-3 ปี ถ้าธุรกิจดี ธุรกิจคุณเข้าที รับรองเงินทุนวิ่งมาหาคุณแน่นอนครับ

กับดักมนุษย์เงินเดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07020011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

ชักหน้า…ให้ถึงหลัง

ป้านะยะ Pranaya.n@ktc.co.th

กับดักมนุษย์เงินเดือน

มนุษย์เงินเดือน น่าจะเป็นกลุ่มมนุษย์ที่มีจำนวนมากที่สุดในกลุ่มของคนที่อยู่ในวัยทำงาน พบเห็นได้ตามท้องถนนทั่วไป ไม่ว่าจะอาชีพไหนก็แล้วแต่ ล้วนเป็นอาชีพที่ดูเหมือนว่าน่าจะมั่นคงสุดๆ เพราะมีรายได้ประจำ มีเงินให้ใช้ทุกสิ้นเดือน แถมเผลอๆ มีโบนัสให้อีกตอนสิ้นปี หากได้อยู่บริษัทดีๆ สวัสดิการต่างๆ เพียบพร้อม ทั้งประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ฯลฯ

แต่ความมั่นคงเหล่านี้แหละที่ทำให้เหล่ามนุษย์เงินเดือนชะล่าใจ และติดกับดักระหว่างชีวิตการทำงาน กับดักที่ว่าคือ

1. ติดกับดักกับสังคมสร้างภาพ ในยุคที่ชีวิตติดโพสต์ มีอะไรก็ต้องแชร์ผ่านออนไลน์ให้โลกรับรู้ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไปเที่ยวไหนก็ต้องโชว์ กินข้าวก็ต้องโพสต์ ซื้อเสื้อผ้า ทำหน้า ทำผม โพสต์หมด และเข้าใจไปเองว่าการนำตัวให้อยู่ในสถานที่ดีๆ Check in ในร้านอาหารที่หรูหราเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง เรามาถึงจุดที่มีธุรกิจการขายพวงมาลัยรถยนต์ เพื่อไว้ถ่ายรูปสร้างโปรไฟล์ในโซเชียลมีเดีย ให้ตัวเองดูรวยว่าขับรถหรูราคาแพง เราซื้อกระเป๋าตามแบบที่ดาราฮอลลีวูดเขาถือกัน โดยลืมคิดไปว่ารายได้เราเท่ากันกับเขาหรือเปล่า เราสาละวนอยู่กับการสร้างภาพ เพื่อทำให้โปรไฟล์ตัวเองดูดี โดยที่การสร้างภาพเหล่านี้มีต้นทุน มีราคาที่เผลอๆ เกินกว่ารายได้ที่เรามี

2. คิดไปเองว่าความมั่นคงมีจริง คิดไปเองว่าบริษัทที่เราทำงานด้วยจะมั่นคงไปตราบเท่าอายุขัยของเราและลูกหลาน ดังนั้น จึงฝากอนาคตของตนเองไว้ที่บริษัททั้งหมด ฉันจะตายที่นี่!! ไม่ไปไหนแล้ว ติดกับดักความมั่นคง เลยไม่ได้พัฒนาความสามารถด้านอื่นไว้เลย เมื่อศักยภาพไม่ถูกพัฒนา ความสามารถจึงมีจำกัด บวกกับการติดนิสัยรักสบาย ถือคติที่ว่า ลำบากวันนี้สบายวันหน้า แต่ถ้าขี้เกียจวันนี้ สบายวันนี้เลย 555+ ก็เลยทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม วันใดฟ้าผ่าเปรี้ยง ต้องเปลี่ยนงาน ชีวิตก็จะอยู่ยากขึ้น เพราะปัจจุบันงานไม่ได้หาง่าย เมื่องานไม่มี รายได้ก็ไม่มา

3. เงินเดือนหมด ตั้งแต่ยังไม่กดออกมา เพราะได้ใช้จ่ายล่วงหน้าไปหมดแล้ว หักเงินกู้บ้าน กู้รถ กู้สหกรณ์ กู้บริษัท ตัดยอดเงินผ่อนบัตรเครดิต บัตรสินเชื่อทุกชนิด ดังนั้น เมื่อถึงสิ้นเดือน จึงไม่มีเงินเหลือให้ใช้จ่าย ใช้จ่ายในแต่ละเดือนด้วยการหมุนผ่านบัตรเครดิต ยอมเสียดอกเบี้ยแพงๆ

4. ลืมจัดสรรเงินออม เงินเดือนเพิ่มขึ้นทุกปี แต่เงินเก็บไม่เคยมีเข้าบัญชี ด้วยข้ออ้างสารพัน จริงๆ แล้วการออมเงินถือเป็นหนทางแห่งความมั่นคงที่สุดของมนุษย์เงินเดือน

หากใครอ่านดูแล้ว คิดว่าตัวเองยังอยู่ในวนเวียนอยู่ในกับดักเหล่านี้ ดิฉันมีคาถามาแนะนำ คาถาที่ว่าคือ ลด ละ เลิก

1. ลด หนี้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นหนี้นอกระบบ หรือในระบบ ค่อยๆ ปลดไปทีละก้อน เลือกก้อนที่เล็กที่สุดก่อน เพราะปลดง่ายสุด ลดหนี้เก่า ไม่สร้างหนี้ใหม่ เลิกซื้อของเงินผ่อน

2. ละ กิเลส แยกแยะให้ได้ว่าอะไรคือการสร้างภาพ อะไรคือเนื้อแท้ ให้ความสำคัญกับเนื้อแท้ มุ่งพัฒนาความสามารถในการทำงาน มากกว่าการทำตัวเองให้ดูดีด้วยวัตถุราคาแพง

3. เลิก สบาย ออกจากพื้นที่ความสบาย (Comfort zone) บ้าง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม การไม่เสี่ยงอะไรเลยคือ เสี่ยงที่สุด ในชีวิตจริงไม่มีอะไรรับประกันหรอกว่าอะไรจะมั่นคงที่สุด โลกเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ถ้ามัวแต่คิดว่าอยู่แบบนี้ก็สบายดีอยู่แล้วนี่ เมื่อคลื่นลูกใหม่หรือเด็กใหม่ๆ ไฟแรงกว่า เข้ามาแทนที่ คุณก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หรือแย่ยิ่งกว่าคือ ถูกทิ้งไปเลย เลิกจ้าง ว่างั้น!

ออกจากกับดักกันเถอะนะ!! พี่น้อง

“Summer Street” ซีฟู้ดริมถนน ดีไซน์นำ ทำเพื่อคนเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07021011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

รายงานพิเศษ

อันติกา

“Summer Street” ซีฟู้ดริมถนน ดีไซน์นำ ทำเพื่อคนเมือง

ด้วยช่วงที่เริ่มต้นเปิดร้านในฤดูฝนพอดี เราเจอปัญหาเยอะมาก ตอนนั้นคิดว่าถ้าผ่านจุดนี้ไปได้เราก็รอด แต่ถ้าไปไม่รอดก็จะเจ๊งไปแบบเงียบๆ ซึ่งก็ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน มารู้ตัวอีกทีลูกค้าต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอคิว ตอนนั้นยังงงเลยว่าผู้คนเขามาต่อแถวเพื่อทำอะไร และจนทุกวันนี้ ก็ยังได้เห็นปรากฏการณ์นั้นอยู่

“Summer Street” (ซัมเมอร์สตรีต) ร้านอาหารซีฟู้ดสุดแนว ที่มีจุดขายไม่ใช่แค่เมนูซีฟู้ดสดรสเด็ดเท่านั้น แต่ยังใส่บรรยากาศที่ร้อยรับไปกับไลฟ์สไตล์คนเมือง

3 นักออกแบบ ผู้เป็นเจ้าของธุรกิจ คุณก้าบ คุณวี และ คุณออย ร่วมกันก่อตั้ง Summer Street ขึ้น โดยเบื้องต้นไม่คิดว่าจะกลายเป็นร้านดังไกลเกินย่านซอยอารีย์ และไม่คิดว่าจะมีจำนวนลูกค้าต่อแถวยาวเหยียดเพื่อลิ้มรส เพราะจุดมุ่งหมายในการทำธุรกิจนี้ก็เพื่อเติมบรรยากาศสร้างร้านเล็กๆ ริมถนน ให้คนเมืองได้มีสถานที่ดื่มกิน

ซีฟู้ดริมถนน

ของคนมีดีไซน์

คุณวี เปิดฉากเล่าเรื่องราวกับการเริ่มต้นสู่ร้าน Summer Street ว่าแต่เดิมนั้น พื้นที่แห่งนี้คือร้านขายส้มตำ ซึ่งตนเองและเพื่อนทั้งสองคือลูกค้าขาประจำ เมื่อทราบว่ากิจการส้มตำกำลังจะยุติลง ด้วยความสนใจในเส้นทางค้าขายอาหาร กอปรกับชื่นชอบบรรยากาศย่านนี้ จึงเป็นเหตุให้เช่าทำเลต่อ

“ผมและคุณออยร่วมกันเปิดบริษัทรับงานด้านออกแบบอยู่ใกล้ๆ นี้เอง พอเวลาต้องการพักจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็จะลงมานั่งดื่มนั่งทานที่ร้านส้มตำแห่งนี้ประจำ ซึ่งพอเจ้าของร้านเปรยๆ ว่าจะหยุดกิจการ แต่ในขณะเราชอบบรรยากาศของร้าน ตอนนั้นจึงคุยกันว่าจะเช่าพื้นที่นี้ แต่จะทำอะไรขาย ก็มานั่งปรึกษาโดยชวนก้าบ ซึ่งเป็นเพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยรังสิตมาด้วยกัน ร่วมก่อตั้งสร้างไอเดีย”

อาหารทะเล คือจุดสรุปของหุ้นส่วนทั้งสาม โดยให้เหตุผลจากความชอบ “เราทั้ง 3 คนผูกพันกับอาหารทะเลมาตั้งแต่เกิด เพราะคุณก้าบเป็นคนมหาชัย ออยอยู่จังหวัดเพชรบุรี ส่วนผมอยู่ปัตตานี เราชอบทานอาหารทะเลมาก แต่ในขณะมองว่าในเมืองติดรถไฟฟ้า หาร้านอาหารทะเลได้น้อยมาก อย่างในซอยอารีย์ไม่เห็นเลย แต่ถ้าทำเป็นร้านใหญ่ทำเลมันไม่ได้ เราจึงมองเพียงร้านเล็กๆ ที่ต้องมีความแตกต่าง คือทำร้านอาหารทะเลริมถนน เน้นการจัดร้าน เซตอาหารเป็นชุด ซึ่งไอเดียแบบนี้ตอนนั้นยังไม่เห็นในประเทศไทย”

ทั้ง 3 ผู้ประกอบการยังกล่าวถึงที่มาของไอเดียการทำธุรกิจลักษณะเช่นนี้ มาจากครั้งหนึ่งทั้ง 3 คนเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น แล้วมีโอกาสลิ้มรสอาหารปิ้งย่างที่เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบ ซึ่งขณะนั้น คุณวีกล่าวขึ้นมาว่า ถ้ามีน้ำจิ้มซีฟู้ดแบบบ้านเราคงเข้ากัน

ออกแบบจัดวาง

ครบ กุ้ง หอย ปู

จากพูดเล่นกลายเป็นทำจริงเมื่อสรุปได้ทำเลหมายปองแน่นอน แต่กระนั้นก็ใช้ระยะเวลาราว 3 เดือน ในการจัดวางระบบ โดยทั้ง 3 หุ้นส่วนอาศัยความผูกพันกับงานออกแบบมาเติมเต็มในธุรกิจนี้ นั่นคือ ความละเอียดกับการออกแบบตั้งแต่ ร้าน ดัดแปลงให้เป็นเหมือนรถลาก เพื่อเคลื่อนย้ายได้สะดวก เพราะกฎระเบียบกำหนดไว้คือ ห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวร แต่จะทำเช่นไรให้สวย และมีฟังก์ชั่นการใช้งานเหมาะสม ซึ่งผลงานการออกแบบนี้โดยฝีมือคุณก้าบ

โต๊ะเก้าอี้ที่มีไว้บริการ 10 ชุด ถูกออกแบบและจ้างผลิตใหม่ เพื่อให้สอดรับกับความลงตัวต่อการใช้งาน “โต๊ะจะต้องทำให้ระดับเตี้ยลงกว่าปกติ เพราะต้องเผื่อพื้นที่ตั้งเตาสำหรับปิ้งย่าง โดยความสูงอยู่ในระดับที่ลูกค้าสะดวกใช้งาน แม้กระทั่งตะแกรงนำมาใช้สำหรับปิ้งย่าง สั่งทำจากวัสดุเกรดปลอดภัยกับอาหาร แม้ราคาจะสูงถึงอันละ 1,000 กว่าบาท แต่ยอมจ่าย จริงอยู่ว่าตรงนี้ลูกค้าอาจมองข้าม แต่เราในฐานะผู้ประกอบการไม่ควรมองผ่าน” คุณออย กล่าว

การจัดชุดเมนูอาหาร ต้องถือว่าเป็นความแตกต่างกับร้านทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะแต่เดิมการขายอาหารซีฟู้ดจะสั่งกันตามน้ำหนัก แต่ Summer Street จัดชุดอาหารไว้บริการ 3 ขนาดคือ ชุดเล็ก 399 บาท ชุดกลาง 599 บาท และชุดใหญ่ 999 บาท ในภาชนะตะกร้าทรงสวย ที่มีเมนูอาหารทะเลยืนพื้นในทุกชุด ได้แก่ กุ้งก้ามกราม ปลาหมึก หอยเชลล์ หอยแครง หอยแมลงภู่ หอยหวาน โดยแต่ละชุดจะต่างที่ปริมาณ หรือถ้าต้องการสั่งเมนูนอกเหนือก็มีไว้บริการหลากหลาย อย่าง ปูทะเล หรือกับเมนูราคาสูงอย่างกุ้งลายเสือ

วิธีการรับประทานยังแตกต่าง เพราะจากร้านทั่วไปยกมาเสิร์ฟขณะสุกพร้อมทาน แต่ทว่า Summer Street ให้ลูกค้าลงมือปิ้งย่างด้วยตนเอง ซึ่งกับรูปแบบนี้กว่าจะสร้างความเข้าใจให้ลูกค้าได้ต้องใช้ระยะเวลานานนับเดือน

“ด้วยเพราะไม่เคยมีใครทำมาก่อน จึงกลายเป็นความใหม่ แน่นอนว่า แรกๆ ลูกค้าไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมซื้อแล้วต้องมาย่างเอง อยู่หน้าเตาร้อนๆ แกะกุ้งเอง แกะหอยเอง แม้เราจะล้างทำความสะอาดมากกว่า 3 รอบ ตัดหนวดกุ้งให้น่าทานแล้ว แต่ทุกอย่างคือคำถามที่เราต้องทำความเข้าใจกับลูกค้า ไม่เพียงเท่านั้น ไหนจะเรื่องของทำเลที่ตั้งริมถนน ลูกค้าจะหวั่นเรื่องความสะอาด ร้อน ฝนตก ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เมื่อเรารับฟัง อันไหนเห็นด้วยก็แก้ไขปรับไป แต่อันไหนที่เป็นจุดยืนก็ต้องดำรงไว้เช่นนั้น”

ทำเลขายริมถนน

แต่ใส่ใจต้องสะอาด

ทั้งนี้ คุณออย ยังกล่าวถึงการสร้างร้านให้อยู่ในความคาดหวังของลูกค้า โดยยกตัวอย่างความสะอาด ซึ่งทำเลริมถนนย่อมมีปัญหา กลิ่น แมลงสาบ หนู ฉะนั้น ก่อนลงมือเปิดร้าน คุณออย ว่า ต้องจ้างพนักงานมาทำความสะอาดใหญ่ให้พื้นที่สะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจนทุกวันนี้ก่อนเปิดและปิดร้านจะดูแลความสะอาดตลอด และในทุกๆ 2 สัปดาห์จะทำความสะอาดครั้งใหญ่ เพื่อไม่ให้กลิ่นของอาหารทะเลติดอยู่กับพื้น และสำคัญคือ ป้องกันสัตว์ที่ไม่พึงประสงค์เข้ามารบกวน

“ปัญหาที่แก้ไม่ได้คือ ฤดูกาล โดยเฉพาะหน้าฝน จะเป็นอุปสรรคมาก ก็ได้แค่ทำหลังคา กางเต็นท์ป้องกัน เพราะนอกจากนั้นก็เหนือความควบคุม แต่ว่าด้วยช่วงที่เริ่มต้นเปิดร้านในฤดูฝนพอดี เราเจอปัญหาเยอะมาก ตอนนั้นคิดว่าถ้าผ่านจุดนี้ไปได้เราก็รอด แต่ถ้าไปไม่รอดก็จะเจ๊งไปแบบเงียบๆ ซึ่งก็ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน มารู้ตัวอีกทีลูกค้าต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอคิว ตอนนั้นเรายังงงเลยว่าผู้คนเขามาต่อแถวเพื่อทำอะไร และจนทุกวันนี้ ก็ยังได้เห็นปรากฏการณ์นั้นอยู่ เราจึงต้องขอเบอร์โทรศัพท์ลูกค้าไว้ แล้วเมื่อใกล้ถึงคิวก็จะโทรตาม”

คุณออย ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ก่อนจะเริ่มดำเนินธุรกิจ จะวางแผนจัดระบบไว้อย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะคิดคำนวณต้นทุน การจัดชุดอาหาร ตั้งราคา วางแผนการขาย รายละเอียดต่างๆ แต่ทว่าในวันลงมือจริง จะได้เห็นปัญหาทุกวัน แต่ด้วยเพราะมีพื้นฐานทำงานด้านออกแบบ ซึ่งเป็นงานต้องใช้พลังความคิด และการแข่งขันสูง ทำให้สามารถรองรับอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

“เราเป็นคนทำอะไรแล้วไม่มองข้ามรายละเอียด อย่างการจัดชุดอาหาร ตอนก่อนลงมือทำ ถือกระจาดไปตลาดเลยนะ 3 คนยืนอยู่หน้าร้าน หยิบกุ้งสองสามตัว หอย ปลาหมึก มาวางเรียง จัดให้ได้องค์ประกอบ สี ปริมาณ ขนาดวัตถุดิบ ทุกอย่างต้องออกมาสวย เรามองว่าการทำธุรกิจดีไซน์จะต้องนำ ในขณะที่ตอนนั้นตลาดเขาวุ่นวายมาก ยอมโดนพ่อค้าแม่ค้าต่อว่า สุดท้ายยังไม่ลงตัว ก็ซื้อทุกอย่างมาลองจัดใหม่ จนได้ออกมาอย่างที่เห็น”

วัตถุดิบแพง แต่ดี

คุณภาพนำ น้ำจิ้มอร่อย

ในส่วนของการคัดเลือกวัตถุดิบ แหล่งซื้อ คุณก้าบ ซึ่งรับหน้าที่หลัก กล่าวว่า จากเริ่มต้นเดินทางไปตลาดด้วยตนเอง เพื่อคัดเลือกให้ได้คุณภาพอันดับต้นๆ กระทั่งลงตัวแล้ว จึงให้ซัพพลายเออร์ที่ไว้วางใจ นำสินค้ามาส่งถึงหน้าร้าน

“คนอาจมองว่า กุ้งคือกุ้ง หอยคือหอย แต่จริงๆ คิดแค่นั้นไม่ได้ เพราะถ้าลงลึกในรายละเอียดจะรู้ว่าแตกต่าง ทั้งเรื่องขนาด ความสด จากนั้นก็ต้องมาดูที่ระยะเวลาการขนส่ง การจัดเก็บ เพื่อคงความสด เพราะสิ่งนี้สำคัญมาก เราไม่ต้องการให้ลูกค้าทานแล้วสะดุด ทุกวันนี้จึงคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่ไม่ได้เน้นจำนวนสั่งซื้อ แต่เรายอมจ่ายแพง เพื่อให้ได้ของสดใหม่ทุกวัน และเราไม่มีตู้แช่สต๊อกวัตถุดิบ”

สำหรับแหล่งวัตถุดิบ คุณก้าบ ว่า มาจากหลายแห่ง อาทิ พังงา สุราษฎร์ธานี แม่กลอง โดยนอกจากคำนึงถึงคุณภาพความสดแล้ว ขนาดยังเป็นเรื่องต้องใส่ใจให้เท่าๆ กัน ในทุกๆ รอบการสั่งซื้อ

อาหารทะเลจะอร่อยยิ่งขึ้น ถ้าได้เคียงคู่น้ำจิ้มรสเด็ด ซึ่งสูตรส่วนผสมการปรุงนี้ต้องยกให้คุณออย ผู้รับหน้าที่ โดยคุณออย ว่า เป็นสูตรชาวบ้านที่เหมือนแม่ทำให้ทาน ฉะนั้น วัตถุดิบจึงไม่มีอะไรมาก แต่ที่ออกมารสชาติถูกปากเพราะคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็น พริก กระเทียม มะนาว น้ำปลา น้ำตาล โดยไม่เติมแต่งชูรส

“เคยคิดว่าถ้าไม่ได้เรียนด้านศิลปกรรมก็คงเรียนทำอาหารไปแล้ว เพราะชอบเข้าครัวมาตั้งแต่เด็กๆ ได้เรียนรู้การปรุง และเห็นความสำคัญของวัตถุดิบมาก อย่างมะนาวใช้ผลสด แม้ราคาจะขยับไปที่ลูกละ 20 บาท ก็คงต้องใช้ แต่ว่ารสชาติของวัตถุดิบจะมีต่างไปบ้างตามฤดูกาล อย่างมะนาวหน้าฝน กับหน้าหนาว รสเปรี้ยวต่างกัน เช่นเดียวกับความเผ็ดของพริก ความหวานของน้ำตาล เราก็ต้องปรับๆ ไป แต่จะให้เหมือนกันทุกวันคงตอบว่าทำขนาดนั้นไม่ได้ แต่พยายามทำให้อยู่ในสูตร โดยการปรุงรสน้ำจิ้มมีปรับไปตามความต้องการของลูกค้าส่วนหนึ่ง เพราะแรกๆ ที่ทำขายต้องยอมรับว่า จะให้ลูกค้าทุกคนมาชื่นชอบรสเดียวกับเราคงไม่ใช่ ต้องมีปรับบ้าง”

มีปัญหาเคลมได้

ต่างชาติ คนไทย ตรึม

ผ่านระยะเวลาดำเนินธุรกิจมากว่า 1 ปี แม้ในภาพรวมจะดูว่าอยู่ตัวแล้ว แต่ทั้ง 3 ผู้ประกอบการยังคงต้องเดินทางมาดูแลกิจการตลอด เพราะเข้าใจว่าธุรกิจนี้เกิดปัญหาเฉพาะหน้าได้ทุกวัน อย่างเป็นต้นว่า วัตถุดิบ แม้จะตรวจสอบอย่างดีทุกรายการ แต่บางชนิดเหนือการควบคุม

“อย่างหอยแครง 100 ตัว จะบอกว่าทั้งร้อยตัวดีหมดคงไม่ได้ บางตัวแกะออกมาแล้วมีดินไม่มีเนื้อ ตรงนี้บอกลูกค้าเลยว่าเคลมได้ เปลี่ยนตัวใหม่ไปเลย หรือทานแล้วรสชาติแปลกๆ แจ้งได้เลยครับ เพราะเหนือการควบคุมจริงๆ เราเสิร์ฟทั้งเปลือก ก็จะดูแลยาก แต่ว่าความรับผิดชอบสำคัญ ซึ่งลูกค้าก็เข้าใจ” คุณวีและคุณก้าบ กล่าว

จากเริ่มต้นมองกลุ่มเป้าหมายคนในย่านอารีย์ แต่บัดนี้กลับกลายเป็นมีลูกค้าทั้งต่างจังหวัด และต่างประเทศเข้ามาอุดหนุน โดยชาวต่างชาติเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ “อิทธิพลสำคัญคือการบอกต่อ และยิ่งตอนนี้มันมีโซเชียลเข้ามาทำให้เร็วมาก และอีกส่วนหนึ่งต้องขอบคุณกระแสฟู้ดทรัก ทำให้เราได้รับการรู้จักไปด้วย บางคนบอกมาจากเชียงใหม่ ก็แวะเข้ามาทาน หรืออย่างชาวต่างชาติหลายคนรู้จากบล็อกเกอร์นำไปลง ซึ่งเราก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะมีคนมาเขียนให้ ซึ่งถ้าเป็นชาวต่างชาติ บางคนเขาทานเผ็ดไม่ได้ เราก็เสิร์ฟมายองเนส หรือซีอิ๊ว หรืออย่างชาวเกาหลี เขาจะมีน้ำจิ้มมาเอง”

ในวันนี้สามารถตอบได้ว่า Summer Street คือตัวอย่างความสำเร็จของการทำธุรกิจให้กับใครอีกหลายๆ คน ซึ่งตรงนี้ทั้ง 3 ผู้ประกอบการมองว่าดี ถ้าทุกคนทำโดยมีจุดมุ่งหมายตรงความเข้าใจในผู้บริโภค มิใช่มุ่งหวังกำไรเป็นที่ตั้ง

“คนจะทำธุรกิจต้องคิดให้เยอะ ต้องรู้จักตัวเอง และมีจุดยืนชัดเจน อย่ามัวแต่มองเรื่องเงินเป็นหลัก แต่ขอให้มองว่าทำแล้วเราชอบหรือเปล่า เราขายจิตวิญญาณของเราหรือเปล่า เพราะโดยส่วนตัวถ้าทำธุรกิจโดยมองเรื่องของตัวเงิน ไปทำธุรกิจอื่นน่าจะได้มากกว่านี้ ยกเว้นว่าถ้ามองเรื่องเงินแต่ในขณะเดียวกันก็มีไอเดีย อันนี้ทำได้นะ เพราะความต่างทำให้ได้กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ” คุณออยและคุณก้าบ กล่าว

ด้วยเพราะเป็นธุรกิจหนึ่งที่น่าจับต้อง จึงมีผู้สนใจก้าวมาสู่เส้นทางสายนี้ ซึ่งเมื่อถามในรูปแบบแฟรนไชส์ คุณออย กล่าวด้วยรอยยิ้ม ยังไม่พร้อมเปิดช่วงนี้ แต่อนาคตไม่แน่ ส่วนรูปแบบวางไว้แน่นอน คือการขยายธุรกิจด้วยตัวเอง โดยมองหาทำเลซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องอยู่ริมถนนก็ได้ แต่ขอให้ได้บรรยากาศเพื่อทำร้านให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนในย่านนั้น

สนใจต้องการลิ้มรสความอร่อยของอาหารทะเลริมถนน เดินทางไปได้ที่ “Summer Street” อารีย์ซอย 2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 หรือคลิก Facebook.com/SummerStreet

ข้อมูลจำเพาะ

กิจการ จำหน่ายอาหารซีฟู้ดประเภทปิ้งย่าง

ชื่อกิจการ Summer Street

การลงทุน หลายแสนบาท (โดยหมดไปกับการสร้างร้านและอุปกรณ์เป็นหลัก)

กำไร ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์

จุดเด่น จัดชุดซีฟู้ดสำหรับปิ้งย่างด้วยตัวเอง โดยเน้นการตกแต่งให้มีดีไซน์

เจาะทำเลริมถนน ใช้วัตถุดิบคุณภาพดี สด สะอาด ปริมาณเหมาะสมกับราคา

พนักงาน 3-4 คน

เวลาให้บริการ จันทร์-เสาร์ เวลา 16.00-22.00 น.

สถานที่ตั้งร้าน ซอยอารีย์ 2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 หรือ Facebook.com/SummerStreet

สูตรน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซบ

อาหารทะเล ไม่ว่าจะกินที่ไหน กินเมื่อไหร่ก็ขาด “น้ำจิ้มซีฟู้ด” ไม่ได้ บางคนถึงกับพกน้ำจิ้มซีฟู้ดแบบขวดพกพาไปต่างประเทศ เพื่อกินคู่กับอาหารทะเลบ้านเขากันเลย

บรรดามือใหม่ที่อยากเปิดร้านอาหารซีฟู้ด เรามีสูตรน้ำจิ้มรสแซบ ที่รับรองว่าถูกลิ้นคนไทยอย่างแน่นอน

บางสูตรเป็นสูตรดั้งเดิม หรือบางสูตรก็เป็นสูตรที่ดัดแปลง เพิ่มความแปลก และน่าสนใจชวนชิม

น้ำจิ้มซีฟู้ด (สูตรยอดนิยม)

ส่วนผสม

พริกขี้หนูสวน

(สีเขียวผสมสีแดง) 20 เม็ด

พริกขี้หนูเม็ดใหญ่ 20 เม็ด

กระเทียมไทยแกะเปลือก 1/2 ถ้วย

รากผักชี 1 ช้อนโต๊ะ

เกลือ 4 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 7 ช้อนชา

น้ำมะนาว 1/2 ถ้วย

น้ำต้มสุก 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

1. ใส่พริกขี้หนูทั้งหมดลงในเครื่องปั่น ตามด้วยกระเทียม รากผักชี เกลือ น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว ปั่นให้เข้ากันพอหยาบ

2. ใส่น้ำต้มสุกลงไป คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

น้ำจิ้มซีฟู้ด (สูตรใช้น้ำตาลปี๊บแทนน้ำตาลทราย)

ส่วนผสม

น้ำตาลปี๊บ 500 กรัม

เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำร้อน 3 ? ถ้วย

น้ำมะนาว 4 ถ้วย

พริกขี้หนู 200 กรัม

กระเทียมไทย 200 กรัม

ผักชี 200 กรัม

วิธีทำ

1. ใส่น้ำตาลปี๊บลงในอ่างผสม ตามด้วยเกลือและน้ำร้อน คนให้เข้ากันจนให้น้ำตาลปี๊บละลายเป็นน้ำ จากนั้นเติมน้ำมะนาวลงไปคนให้เข้ากัน

2. เทส่วนผสมน้ำที่ผสมไว้ลงในเครื่องปั่น ตามด้วยพริกขี้หนู กระเทียม และผักชี ปั่นให้เข้ากันตามความละเอียดที่ต้องการ ตักใส่ขวดโหลแก้ว หรือภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด

น้ำจิ้มซีฟู้ด (สูตรใส่สับปะรด)

สูตรนี้เพิ่มความแปลกแต่กลมกล่อมด้วยการใส่สับปะรดลงไปผสมกับพริกขี้หนู กระเทียม น้ำตาลทราย เพิ่มความเปรี้ยวจากน้ำมะนาวและน้ำส้มสายชู และมีรสเค็มจากเกลือ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากรากผักชี

ส่วนผสม

เนื้อสับปะรด 1 ถ้วย

กระเทียม 1/2 ถ้วย

พริกขี้หนูสีแดง 1 กำมือ

รากผักชี 5 ราก

น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย

น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย

น้ำมะนาว 1/4 ถ้วย

น้ำปลา 1/2 ถ้วย

เกลือ 20 กรัม

วิธีทำ

นำทุกอย่างใส่ลงในเครื่องปั่นน้ำผลไม้แล้วปั่นรวมกันให้ละเอียดตามชอบ

ขอบคุณสูตรและรูปภาพจากเว็บไซต์กระปุกดอทคอม

Surf Surf ร้านง่าย-ง่าย…นั่งได้ทุกวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07025011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 382

รายงานพิเศษ

อันติกา

Surf Surf ร้านง่าย-ง่าย…นั่งได้ทุกวัน

“…ความตั้งใจตั้งแต่ต้นคือ ไม่โปรโมต เพราะอยากเป็นร้านธรรมดา ไม่ใช่ร้านตามแฟชั่นหรือตามกระแส เป็นเหมือนร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านลาบ ที่คนมากินทุกวัน ร้านพวกนั้นเขาไม่มีเฟซบุ๊กนะ แต่ทำไมพอเลิกงานคนต้องไปกินร้านพวกนี้ที่เปิดมาเป็นสิบปี”

แม้เปิดตัวมาได้ไม่ถึงปี แต่ลูกค้า…ตรึม

โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมา ข่าวว่ามีหนุ่มสาวทั้งไทย-ต่างชาติ ยืนคอยคิวกันยาวเกือบกิโล

สำหรับ Surf Surf (เซิร์ฟ เซิร์ฟ) ร้านอาหารทะเลปิ้งย่างสไตล์ชิล-ชิล ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนศรีวรา ในย่านทาวน์อินทาวน์ ลาดพร้าว ทำเลทองของออฟฟิศจำนวนไม่น้อย

ลงทุนไม่ถึงล้าน

ญี่ปุ่น-แรงบันดาลใจ

ถึงจะกำลังง่วนอยู่กับการจัดร้าน แต่ยังสละเวลามาต้อนรับตามนัดหมาย ด้วยบุคลิกสุภาพและเป็นกันเอง

เจ้าของเรื่องเริ่มต้นแนะนำตัว ชื่อ ฟิล์ม-ยุทธการ บุญยิ่ง อายุ 31 ปี จบปริญญาตรีด้านสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง พื้นเพเป็นคนอำเภอหล่มเก่า เพชรบูรณ์ อาชีพปัจจุบัน ประจำอยู่โปรดักชั่นเฮ้าส์แห่งหนึ่ง ในตำแหน่งช่างภาพถ่ายงานโฆษณา

ส่วนกิจการ Surf Surf นี้ มีหุ้นส่วนอีก 2 คน คือ คุณอัพ-วิสิฎฐ์สร สุทธิไชยากุล และ คุณเคน-ปิติพันธุ์ พงษ์พานิช ซึ่งมีงานประจำอยู่บริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ชื่อดัง

สาเหตุที่มารวมตัวกันลงหุ้นเพื่อทำร้านนี้ มีจุดเริ่มมาจากทั้ง 3 คนถูกอัธยาศัยและชอบอะไรคล้ายกัน เมื่อสนิทมากขึ้น จึงชวนกันมาเปิดร้านแบบที่ทุกคนชอบ และทำเลที่เลือกลงเจาะจงเป็นย่านทาวน์อินทาวน์นั้น เนื่องจากใกล้บ้านและที่ทำงานของทั้ง 3 คน

“พวกเราอยากมีร้านของตัวเอง ที่มานั่งสังสรรค์กันได้หลังเลิกงาน เลยลงขันรวมกัน 3 คน ทุนไม่ถึง 1 ล้านบาท ขอเช่าตึกร้าง ที่ตั้งได้ 10 โต๊ะ ทำเป็นร้านซีฟู้ดปิ้งย่าง ใช้ชื่อว่า Surf Surf เพราะนอกจากจะได้บรรยากาศทะเลแล้ว ยังเป็นคำพูดเหมือนให้มาลอง มาเซิร์ฟ เซิร์ฟ ดูก่อน” คุณฟิล์ม เล่าอย่างนั้น

หลังทำสัญญาเช่าตึก พวกเขาจึงลงมือทำความสะอาด และช่วยกันรีโนเวตร้าน โดยใส่ดีไซน์ในสไตล์ที่ชื่นชอบ

“3 คนช่วยกันทุกอย่าง หาวัสดุเอง เดินไฟเอง ทำให้ลดค่าแรงช่างไปได้เยอะ ร้านเราไม่ติดแอร์ เพราะอยากให้โล่งอากาศถ่ายเทสะดวก ส่วนการตกแต่งก็ง่ายๆ เพ้นต์ผนังเป็นรูปคลื่น เอาเซิร์ฟบอร์ดมาตั้ง ทำบรรยากาศให้เหมือนอยู่ชายทะเล” คุณฟิล์ม บอกให้ฟัง

และว่าถึงแนวคิดหลักในการทำกิจการนั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหุ้นส่วนอีก 2 คนคือ คุณเคนและคุณอัพ ชอบไปท่องเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง กระทั่งเคยเห็นร้านอาหารเล็กๆ ริมทางนำของทะเลสดๆ มาปิ้งขายกัน ไม่ต้องมีครัวปรุงอะไรให้ยุ่งยาก

“หุ้นส่วนทุกคน ไม่มีใครทำกับข้าวเป็น และไม่อยากง้อพ่อครัว เพราะถ้าพ่อครัวลาออกไปที คงไปกันไม่เป็น เลยคิดว่าจะทำร้านแบบไหนที่ไม่ต้องใช้พ่อครัว พออัพกับเคนไปเที่ยวญี่ปุ่น เจอร้านแบบที่เอาอาหารสดมาปิ้งย่างอย่างเดียวเลย จึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ แต่เราทำไม่เหมือนกัน” คุณฟิล์ม อธิบายที่มา

เตาต้องเตี้ย

เบียร์แค่ส่วนประกอบ

ขั้นตอนต่อไปคือ การหาแหล่งซื้อวัตถุดิบหลัก ได้แก่ อาหารทะเล ประเภท กุ้ง ปู หอย หมึก ฯลฯ ประเด็นดังว่า น่าจะไม่เป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับร้านนี้ เพราะครอบครัวแฟนสาวของคุณอัพ หนึ่งในหุ้นส่วน มีกิจการเรือประมงอยู่ที่จังหวัดระนอง

ของสดจากทะเลทั้งหมดที่ขายในร้าน จึงส่งตรงมาจากจังหวัดระนองกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ไม่ต้องไปแย่งหรือรับซื้อจากพ่อค้าคนกลาง พอขึ้นจากเรือก็ทำการแพ็กใส่กล่องส่งมาให้วันต่อวัน เพราะทางร้านจะไม่สต๊อกของเกิน 2 วันเด็ดขาด

ยกตัวอย่าง ถ้าของทะเลส่งมาถึงเมื่อคืน รุ่งขึ้นคือวันที่ 1 ที่ของสดจะถูกนำไปเป็นเมนูปิ้งย่าง พอเข้าวันที่ 2 ปู จะถูกนำไปทำข้าวผัด หรือยำปูดอง พวกเขาจะเปลี่ยนของที่เกิน 1 วัน ให้กลายเป็นเมนูอื่น อย่างผัดหรือยำตามแต่คำสั่งของลูกค้า

กวาดตาบนเมนู เห็นอาหารทะเลจัดขายเป็นเซตเล็ก-กลาง-ใหญ่ หรือใครจะสั่งเป็นจานตามแต่ชนิดของทะเลที่ชื่นชอบก็ไม่ผิดกติกา เรื่องนี้ คุณฟิล์ม อธิบายว่า การจัดไว้เป็นเซตช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยของที่จะนำมาจัดเป็นเซต เริ่มจากดูก่อนว่าอะไรย่างได้บ้าง จากนั้นจึงดูปริมาณกับราคาว่าเหมาะสมแค่ไหน

“เรื่องนี้ตั้งต้นจากความคิดง่ายๆ คือ ถ้าเราเป็นลูกค้าจะกินหรือเปล่าถ้าร้านขายในราคานี้ อย่างเซตกลาง เราขาย 580 บาท ถ้ามา 2 คนหารกันคนละไม่ถึง 300 บาท แต่หากไปกินแบบบุฟเฟ่ต์ คนละ 390 บาท 2 คนจ่าย 780 บาท ไม่รวมค่าน้ำ จะต้องกินเอาอิ่มภายใน 1 ชั่วโมงครึ่ง ทำยังไงก็ได้ให้คุ้ม ผมว่าบรรยากาศในการกินมันต่างกันนะ” คุณฟิล์ม ยกตัวอย่าง

พลิกเมนูอีกด้าน เห็นเครื่องดื่มส่วนใหญ่เป็นเบียร์สารพัดยี่ห้อ คุณฟิล์ม บอก มีใบอนุญาตขายเรียบร้อย ส่วนเหตุผลที่เน้นความหลากหลายนี้เป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะเป็นสินค้าขายดี แต่เป็นแอกเซสซอรี่ของร้านมากกว่า เหมือนกับการแต่งตัว ที่อาจมีนาฬิกา แว่นตา สวมหมวก แต่หัวใจหลัก คืออาหารทะเลสดๆ และบรรยากาศในร้านมากกว่า

สังเกตเห็นเตาปิ้งย่าง รูปทรงแปลกตา ไม่เหมือนเตาอั้งโล่ทั่วไป เจ้าของกิจการคนเดิม บอก เป็นเตาที่สั่งทำขึ้นใหม่ ให้เตี้ยสุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถ้าสูงเท่ากับเตาตามท้องตลาด พอนำไปตั้งบนโต๊ะ จะสูงเกินไป เวลาลูกค้าจะปิ้งแต่ละที ต้องชะเง้อคอกันจนเมื่อย

จุดขาย (ต้อง) อินเทรนด์

โปรโมต…ไม่จำเป็น

มาถึงไฮไลต์ที่เป็นจุดขายสำคัญ นั่นคือ “บาร์หน้าร้าน” ที่หุ้นส่วนทั้งสาม ช่วยกันออกแบบและตกแต่งให้มีลักษณะคล้ายรถบ้านสไตล์อเมริกัน เกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณฟิล์ม บอกว่า ปัจจุบันกระแสฟู้ดทรักกำลังมาแรง หลายคนนำรถรูปแบบต่างๆ มาดัดแปลงทำเป็นรถขายของกันหลายราย

พวกเขาเลยช่วยกันคิดว่า ถ้าจะใช้รถเป็นจุดขายหรือตัวดึงดูด รถอะไรน่าจะเจ๋งที่สุด กระทั่งได้ข้อสรุป ทุกคนเทคะแนนให้ “แอร์สตรีม” ดีไซน์ยุคซิกตี้

จากนั้นจึงช่วยกันออกแบบและลงมือทำ จนออกมาเป็นรูปทรงและสเกลใกล้เคียงของจริงที่สุด ซึ่งใช้เรียกลูกค้าได้ดีทีเดียว

ขอย้อนไปเมื่อครั้งเริ่มต้น ใช้เวลาแค่ไหนกว่าลูกค้าจะเข้ามาอุดหนุน คุณฟิล์ม บอก ประมาณ 2 สัปดาห์ เริ่มจากพรรคพวก เพื่อนฝูง คนรู้จัก จากนั้นไม่นานน้องๆ ที่เป็นเน็ตไอดอล มานั่งทาน และด้วยความเป็นกันเอง พวกเขาจึงช่วยบอกต่อผ่านสื่อออนไลน์ ทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น ทั้งที่ใจจริงอยากอยู่เงียบๆ ให้กิจการเติบโตเองตามธรรมชาติ

“ทุกวันนี้เป็นยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก แต่พวกเราคิดว่าความดังในโลกออนไลน์ มันจบลงเร็วมาก ความตั้งใจตั้งแต่ต้นคือ ไม่โปรโมต เพราะอยากเป็นร้านธรรมดา ไม่ใช่ร้านตามแฟชั่นหรือตามกระแส เป็นเหมือนร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านลาบ ที่คนมากินทุกวัน ร้านพวกนั้นเขาไม่มีเฟซบุ๊กนะ แต่ทำไมพอเลิกงานคนต้องไปกินร้านพวกนี้ที่เปิดมาเป็นสิบปี

อยากให้ร้านของพวกผมเป็นแบบนั้นบ้าง ที่ไม่ต้องเป็นเทรนด์ แต่อยากให้อยู่ในชีวิตประจำวัน ให้ลูกค้ารู้สึกเองว่า ถ้าอยากนั่งชิล คุยกับเพื่อน ปิ้งย่างของทะเลที่ง่ายๆ ผ่อนคลาย ปล่อยตัว ไม่ต้องสวย ต้องหล่อมาก ก็มาที่นี่ได้” คุณฟิล์ม บอกยิ้มๆ

จากเริ่มต้นมีแค่ 10 โต๊ะ ใช้เวลาไม่ถึงปีต้องขยับขยายเพิ่มขึ้นเป็น 30 โต๊ะ จึงกระซิบถามถึงผลตอบแทน คุณฟิล์มยิ้มกว้าง ก่อนบอกเสียงดังฟังชัด คืนทุนนานแล้ว ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ คือกำไรชีวิต

ส่วนอุปสรรคในการทำธุรกิจ ย่อมมีบ้างเป็นธรรมดา เรื่องน่าหนักใจที่สุดของเขาก็คือ ฝนที่ตกแทบทุกวัน จนคนไม่อยากออกมาหาอะไรทานนอกบ้าน

“ร้านอาหารทะเลปิ้งย่าง ช่วงนี้อาจกำลังเป็นกระแส คงเป็นเพราะคิดว่าทำง่าย แต่จากประสบการณ์มันก็ไม่ง่ายนะ ก่อนที่จะมีลูกน้องมาช่วย ผมต้องช่วยกันเตรียมอาหาร ร้านปิดเที่ยงคืน พอตี 3-ตี 4 ต้องไปรอรับของที่สะพานปลา กรุงเทพฯ แล้วกลับมาที่ร้าน จัดเก็บให้ดี เพื่อรอขายตอนเย็นของวันรุ่งขึ้น ถ้าของเน่านี่เจ๊งเลย กว่าจะเก็บเสร็จเกือบเช้า นอนได้แป๊บหนึ่ง ต้องตื่นมาเปิดร้านแล้ว

อย่างไรก็ตาม คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจกับคนที่ถูกจ้างให้ทำ ความใส่ใจย่อมต่างกัน แต่ถ้าไม่ท้อซะก่อน ธุรกิจนี้ยังน่าจะไปได้นะ” คุณฟิล์ม ทิ้งท้ายไว้อย่างนั้น

……………

ร้าน Surf Surf เจ้าของสโลแกน Seafood-Good Beer ตั้งอยู่ริมถนนศรีวรา ตรงข้าม @Park Town in Town ลาดพร้าว เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน ราคาเซตเล็ก 380 บาท กลาง 580 บาท ใหญ่ 980 บาท ถ้าสั่งแยกเป็นจานเริ่มต้นร้อยกว่าบาท และหากสั่งให้ทางร้านปิ้งย่างมาให้ขอคิดราคาเพิ่มอีก 10 เปอร์เซ็นต์ของราคาของสด สอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ (092) 930-9992

(ขอบคุณ…ร้าน Surf Surf เอื้อเฟื้อภาพ)

“มิกค์ ทองระย้า” แจ้งเกิดคิวบู๊ ทุ่ม 7 หลัก เปิดร้าน Sea Club Seafood

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07029011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 382

รายงานพิเศษ

เรื่อง ดวงกมล / ภาพ รัฐสีมา พงษ์เสน

“มิกค์ ทองระย้า” แจ้งเกิดคิวบู๊ ทุ่ม 7 หลัก เปิดร้าน Sea Club Seafood

เมนูอาหารร้าน Sea Club Seafood มี 2 แบบ ซีฟู้ดปิ้งย่างจัดเป็นเซต กับ อาหารจานเดียว อาหารทะเลร้านนี้ วัตถุดิบเน้นความสด ทุกอย่างถูกคัดสรรมาอย่างดี ยกตัวอย่าง กุ้งก้ามกราม หอยหวาน หอยแครง หอยเชลล์ ปลาหมึก ส่งจากตลาดมหาชัยทุกวัน หอยนางรม ปูม้า ส่งมาจากสุราษฎร์ธานีทุกวันเช่นเดียวกัน ส่วนกุ้งล็อบสเตอร์ใช้วิธีนำเข้าจากประเทศเวียดนาม

กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สำหรับ มิกค์ ทองระย้า นักแสดงที่มีคนรัก มีแฟนคลับ ถึงขนาดมีกลุ่มคนตั้งเพจในเฟซบุ๊กมอบให้ใช้ชื่อว่า “บ้านคนรักมิกค์ ทองระย้า” เป็นฮีโร่ขวัญใจเด็กๆ แถมหุ่นและความสูงยังกระชากใจสาวแท้ สาวเทียม มิกค์แจ้งเกิดจากละคร อาทิ เรื่องลูกผู้ชายพันธุ์ดี ลูกผู้ชายไม้ตะพด ลูกไม้หลากสี คาดเชือก ยอดมนุษย์ดาบเทวดา ตะพดโลกันต์ ทะเลไฟ

นอกจากเป็นหนุ่มหล่อมากความสามารถในงานแสดง หนุ่มสุดฮอตในวัย 22 ปีคนนี้ยังขอสวมบทบาทนักธุรกิจนอกจอ ด้วยการลงทุนทุบกระปุกเปิดร้านอาหารปิ้งย่างซีฟู้ด “Sea Club Seafood” คลับของคนรักอาหารทะเล ย่านเมืองทองธานี ธุรกิจแรกในชีวิต เอาเป็นว่ารายละเอียดเป็นยังไง “มิกค์” พร้อมให้ข้อมูล

ซีฟู้ด ธุรกิจแรกในชีวิต

เปิดใกล้บ้าน คุมเองทุกขั้นตอน

มิกค์ เล่าว่า ส่วนตัวชอบทานอาหารทะเลมาก ประกอบกับละแวกบ้านที่อยู่อาศัยไม่ค่อยมีร้านขายอาหารทะเลซีฟู้ด เลยผุดไอเดียเปิดร้านอาหารทะเลประเภทปิ้งย่าง คิดสไตล์การแต่งร้านไว้ว่าต้องเป็นสไตล์ลอฟต์ ดิบๆ เท่ๆ คล้ายกับบรรยากาศของโรงงานและโกดัง เปิดโล่งนั่งสบาย ลูกค้าสามารถมานั่งพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ครอบครัวมาทานเมนูอร่อยๆ

แม้ว่าจะเห็นโอกาสทำธุรกิจ แต่หนุ่มหุ่นล่ำก็ไม่ผลีผลามเปิดในทันที เขาตระเวนดูทำเลที่จะเปิดว่ามีคู่แข่งมากน้อยแค่ไหน ไปชิมร้านอื่น ไปสำรวจความนิยมเมนูอาหารที่คนส่วนใหญ่ชอบ ใช้เวลาเกือบครึ่งเดือน เมื่อมั่นใจแล้วก็ทุ่มสุดตัว

“บ้านผมอยู่แถวเมืองทองธานี ใกล้มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช แถวนั้นมีร้านอาหารเยอะและหลากหลาย แต่กลับไม่ค่อยมีร้านซีฟู้ดแบบปิ้งย่าง มองว่าเป็นโอกาสที่ดีเพราะคู่แข่งน้อย ในที่สุด ได้ฤกษ์เปิดร้าน Sea Club Seafood ราวเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา”

มิกค์ บอกต่อว่า ร้าน Sea Club Seafood ใช้งบลงทุนไป 7 หลัก นอกจากตัวเองแล้ว ยังมีหุ้นส่วนอีก 1 คนเป็นพี่ที่สนิทกัน มีประสบการณ์ทำธุรกิจมามาก ต่างคนต่างเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน เลยได้ลงขันทำธุรกิจร่วมกัน

สำหรับเมนูอาหารร้าน Sea Club Seafood มี 2 แบบ ซีฟู้ดปิ้งย่างจัดเป็นเซต กับ อาหารจานเดียว อาหารทะเลร้านนี้วัตถุดิบเน้นความสด ทุกอย่างถูกคัดสรรมาอย่างดี ยกตัวอย่าง กุ้งก้ามกราม หอยหวาน หอยแครง หอยเชลล์ ปลาหมึก ส่งจากตลาดมหาชัยทุกวัน หอยนางรม ปูม้า ส่งมาจากสุราษฎร์ธานีทุกวันเช่นเดียวกัน ส่วนกุ้งล็อบสเตอร์ใช้วิธีนำเข้าจากประเทศเวียดนาม มาฟรีซไว้ในอุณหภูมิลบ 20 องศา เพื่อคงความสด

ยกจากทะเลมาเสิร์ฟ

น้ำจิ้มเด็ด แซบซี้ด

เมนูอาหารทะเลของร้าน Sea Club Seafood จะแบ่งเป็นเซตต่างๆ เริ่มต้น ไซซ์ S ราคา 490 บาท สำหรับทาน 1-2 คน, ไซซ์ M ราคา 990 บาท สำหรับทาน 4-5 คน, ไซซ์ M พิเศษ ราคา 1,190 บาท, ไซซ์ L 1,890 บาท สำหรับ 8-10 คน และไซซ์ L พิเศษ ราคา 2,290 บาท มีเตาปิ้งย่าง อุปกรณ์แกะกุ้ง แกะปู

ด้านอาหารจานเดียว ปรุงโดยพ่อครัวคัดฝีมือมาแล้ว เมนูที่เจ้าของร้านแนะนำ กุ้งอบวุ้นเส้น สเต๊ก ล็อบสเตอร์ หอยแครงยกซด แซลมอนซาซิมิ แซลมอนจี๊ด ยำปูม้า ยำหอยแครง ข้าวผัดกระเทียม

สิ่งที่ร้านซีฟู้ดทุกร้านขาดไม่ได้เลยคือ “น้ำจิ้ม” ดาราหนุ่ม เผยว่า น้ำจิ้มสูตรเด็ดของร้านมี 2 แบบด้วยกันคือ แซบจี๊ดจ๊าด (สีเขียว) และหวาน เผ็ดอ่อน (สีส้ม) เหมาะกับคนไม่ทานรสจัดมาก หรือจะผสมกันก็ยิ่งอร่อย กลมกล่อม

สำหรับการตกแต่งร้าน มิกค์เน้นบรรยากาศเปิดโล่ง สบายๆ มีมุมให้ลูกค้าเลือกนั่งเยอะ มีมุมรับลม เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่จะเป็นงานไม้ งานเหล็ก สไตล์ผู้ชายดิบๆ เพิ่มความเท่ด้วยตู้คอนเทนเนอร์สีดำตั้งอยู่ตรงกลางร้าน ใช้เป็นเคาน์เตอร์รับเมนู ในอนาคตจะติดจอมอนิเตอร์ไว้ดูบอล เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าให้มากที่สุด

“Sea Club Seafood เปิดมาได้ 3 เดือน กระแสตอบรับดีเกินคาด กลุ่มลูกค้ามีหลายวัย วัยรุ่นมาเป็นแก๊ง ผู้ใหญ่มาพบปะสังสรรค์ กลุ่มครอบครัวพาลูกมาทานอาหาร บางครอบครัวพาลูกมาให้มิกค์เป่าเค้กวันเกิดให้ด้วย”

ทางร้านฟีดแบ็กดีขนาดนี้ ดาราหนุ่ม ระบุว่า เป็นเพราะความทุ่มเท ความคาดหวัง ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจแรกในชีวิต ทำเองทุกอย่างตั้งแต่ต้น ทุกวันนี้หลังถ่ายละครเสร็จก็แวะมาเสิร์ฟอาหาร แวะมาพบปะพูดคุยกับลูกค้าอย่างเป็นกันเอง ตลอดระยะเวลาที่เปิดร้าน เข้าร้านเกือบทุกวัน อยู่ใกล้บ้านด้วย

ถามว่า ความเป็นดารา นักร้อง หรือคนมีชื่อเสียงนับเป็นแรงหนุนธุรกิจได้อีกทางหนึ่ง ประเด็นดังกล่าว มิกค์ แสดงความเห็นว่า ช่วงที่มีชื่อเสียงจะมีคนคอยติดตาม พอหยิบจับทำอะไรคนรู้กันทั่ว แฟนคลับเองก็คอยสนับสนุนช่วยอุดหนุนตลอด แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่สำคัญที่สุดคือ สินค้าต้องดีจริง จึงจะประสบความสำเร็จได้

นอกจากอาหารซีฟู้ดสดๆ น้ำจิ้มอร่อยๆ ร้านนี้ยังมีเครื่องดื่มบริการ แวะไปกันได้ที่ร้าน Sea Club Seafood เมืองทองธานี (ถนนฝั่งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช) ร้านเปิดเวลา 16.30-24.00 น. โทรศัพท์ (094) 409-6516