LICENSING JAPAN ครั้งที่ 6 งานจัดแสดงสินค้าลิขสิทธิ์สุดยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น เตรียมเปิดฉาก 29 มิ.ย.-1 ก.ค. ที่โตเกียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News

http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว–(บิสิเนส ไวร์)–19 พ.ค. 2016

Reed Exhibitions Japan:

รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ Smart News Release ซึ่งประกอบด้วยสื่อมัลติมีเดียและข่าวฉบับเต็มได้ที่:
http://www.businesswire.com/news/home/20160518006682/en/

http://mms.businesswire.com/media/20160518006682/en/525767/4/photo.jpg
LICENSING JAPAN ครั้งที่ 6 งานจัดแสดงสินค้าลิขสิทธิ์สุดยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น เตรียมเปิดฉาก 29 มิ.ย.-1 ก.ค. ที่โตเกียว (ภาพ: บิสิเนส ไวร์)

อลังการด้วยจำนวนผู้ร่วมออกร้านมากเป็นประวัติการณ์ 220 ราย
ญี่ปุ่นจัดได้ว่าเป็นตลาดสินค้าลิขสิทธิ์อันดับ 1 ในเอเชียและอันดับ 2 ของโลก งาน LICENSING JAPAN จึงเป็นเวทีที่ดีที่สุดในการเจาะเข้าสู่ตลาดสินค้าลิขสิทธิ์ของญี่ปุ่นและแสวงหาสินค้าลิขสิทธิ์มากมายนับไม่ถ้วน สำหรับปีนี้ คาดว่าจะมีผู้ร่วมออกร้านราว 220 ราย และผู้เข้าชมงานกว่า 38,000* รายจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก สื่อมวลชน ตัวแทนลิขสิทธิ์ ฯลฯ ด้านบริษัทที่ร่วมออกร้านมาจากหลากหลายประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี เม็กซิโก เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ไทย และอีกมากมาย

เพียบพร้อมด้วยสินค้าลิขสิทธิ์หลากหลายประเภท
นอกจากคาแรกเตอร์ดังของญี่ปุ่นอย่าง GODZILLA, DETECTIVE CONAN, Rilakkuma, HANAKAPPA, Kanahei’s Small Animals, MONCHHICHI และ Peko แล้ว ในงานยังมีสินค้าลิขสิทธิ์ของคาแรกเตอร์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกอย่าง THE POWERPUFF GIRLS, The Smurfs, Where’s Wally?, The Snowman, GHOSTBUSTERS และ RODY รวมถึงแบรนด์ดังอื่นๆ เช่น NISSAN, Japan Airlines, ROVER, HER SHEY’s, Laura Ashley, AUTOMOBILI LAMBORGHINI และ JEEP

ภายในงานยังมีการเปิดโซนพิเศษเพื่อแสดงผลงานศิลปะจาก National Gallery (UK), ITOCHU FASHION SYSTEM, Art Vivant, Gallery Aya และอีกมากมาย โดยจะจัดแสดงผลงานของศิลปินดังอย่าง Van Gogh, Monet, Keith Haring, Jean-Michel Basquiat, Christian Riese Lassen, Tachibana Tenkei รวมถึงผลงานจากดีไซเนอร์และศิลปินอิสระอีกหลายชีวิต

การบรรยายพิเศษจาก Mr. Charles M. Riotto ประธานและซีอีโอของ LIMA
Mr. Charles M. Riotto ประธานและซีอีโอของ LIMA (International Licensing Industry Merchandisers’ Association) จะมาร่วมให้ความรู้ในเรื่องของแนวโน้มอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์โลก นับเป็นหนึ่งในหลายๆกิจกรรมที่ทำให้งาน LICENSING JAPAN ขึ้นแท่นเป็นงานสำคัญที่สุดในแวดวงสินค้าลิขสิทธิ์ของญี่ปุ่น

ผู้ออกร้าน 1,530 รายจะมารวมตัวกันที่มหกรรม CONTENT TOKYO 2016
งาน LICENSING JAPAN เป็นส่วนหนึ่งของมหกรรม CONTENT TOKYO ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าแบบ B2B สำหรับธุรกิจคอนเทนต์งานใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้!
สามารถลงทะเบียนออนไลน์เพื่อรับบัตรเข้างาน LICENSING JAPAN และ CONTENT TOKYO ได้ฟรีที่ http://www.licensing-japan.jp/en/inv/

* รวมจำนวนผู้เข้าชมงานอื่นๆที่จัดขึ้นภายใต้มหกรรม CONTENT TOKYO

รับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20160518006682/en/

ติดต่อ:
LICENSING JAPAN Show Management
Reed Exhibitions Japan Ltd.
Itsuki Imamura, +81-3-3349-8519
pr-eng.content-tokyo@reedexpo.co.jp

ผลวิจัยครั้งใหม่ยืนยัน Stretta ช่วยลดต้นทุนการรักษาโรคกรดไหลย้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นอร์วอล์ค, คอนเนคทิคัต–24 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

Mederi Therapeutics, Inc. ผู้ผลิต Stretta Therapy สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน (GERD) เปิดเผยว่า ผลการวิจัยครั้งใหม่ที่ได้รับการเผยแพร่ทางวารสาร Managed Care บ่งชี้ว่า การรักษาโรคกรดไหลย้อนด้วยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RFE) ช่วยลดต้นทุนการรักษาได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการใช้ยาหรือการผ่าตัด

การวิจัยหัวข้อ “Budget Impact Analysis to Estimate the Cost Dynamics of Treating Refractory Gastroesophageal Reflux Disease With Radiofrequency Energy: a Payer Perspective” จัดทำขึ้นโดยคณะนักวิจัยจาก Baker Tilly LLP, Fairleigh Dickinson University และ Stanford University โดยใช้ข้อมูลการเบิกค่ารักษาพยาบาลจาก Medicare และระบบประกันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐ อันประกอบด้วยข้อมูลราว 24 ล้านรายการ โดยจากการวิจัยสามารถสรุปได้ว่า การเพิ่มจำนวนครั้งในการรักษาด้วย RFE เป็น 2% ของเคสการรักษาทั้งหมดนั้น ช่วยประหยัดค่า Per-member, Per-month (PMPM) ได้ 0.28 ดอลลาร์ในกลุ่มMedicare และประหยัดได้ 0.37 ดอลลาร์ในกลุ่มผู้เอาประกัน และเมื่อเพิ่มจำนวนครั้งขึ้นอีกก็ช่วยลด PMPM ได้มากยิ่งขึ้นนั่นหมายความว่า รัฐสามารถประหยัดต้นทุนได้มากกว่า 15 ล้านดอลลาร์ต่อปี จากจำนวนผู้รับสิทธิ์ 5 ล้านคน

ข้อมูลจาก American Gastroenterology Association (AGA) ระบุว่า โรคกรดไหลย้อนเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ที่มีค่าใช้จ่ายมากที่สุดในสหรัฐ โดยมีค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อมรวมกันประมาณ 1.42 แสนล้านดอลลาร์ เดวิด เกรกอรี่ จาก Baker Tilly อธิบายว่า เนื่องจากต้นทุนในการรักษาโรคกรดไหลย้อนค่อนข้างสูง การที่ผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งมีต้นทุนการรักษาลดลงเมื่อรักษาด้วย Stretta (RFE) จึงถือว่ามีนัยสำคัญ สำหรับการวิจัยในครั้งนี้ ได้มีการวิเคราะห์การเบิกค่ารักษาแบบย้อนหลัง เพื่อประเมินต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคกรดไหลย้อนด้วยยา การผ่าตัด หรือการส่องกล้อง (RFE/Stretta)”

สำหรับแวดวงการดูแลสุขภาพในปัจจุบันนั้น การรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงจะต้องมีการดูแลผู้ป่วยอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการประหยัดต้นทุนด้วยนพ.จอร์จ ทริอาดาฟิโลปูลอส จาก Stanford University ซึ่งเป็นผู้ร่วมวิจัย กล่าว เรารู้มาสักระยะหนึ่งแล้วว่า การรักษาโรคกรดไหลย้อนด้วย RFE มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ และในตอนนี้ เราได้รับรู้เพิ่มเติมว่า RFE ช่วยลดต้นทุนการรักษาผู้ป่วยโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการรักษาโรคกรดไหลย้อนอย่างคุ้มราคา

ราว 30% ของผู้ใหญ่ในสหรัฐต้องทุกข์ทรมานจากโรคกรดไหลย้อนเรื้อรัง โดยผู้ป่วยจำนวนมากไม่ตอบสนองต่อยายับยั้งการหลั่งกรด (PPI) ซึ่งเป็นยาพื้นฐานในการรักษาโรคกรดไหลย้อน ขณะที่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยก็กังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการใช้ยา PPI เป็นเวลานาน รวมถึงการผ่าตัด ดังนั้น Stretta จึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วยเหล่านี้ เพราะเป็นวิธีการรักษาที่อยู่กึ่งกลางระหว่างการใช้ยากับการผ่าตัด 

ผลการศึกษาสรุปว่า นอกจากจะช่วยอุดช่องว่างระหว่างการใช้ยาและการผ่าตัดแล้ว การวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจยังแสดงให้ว่า RFE สามารถลดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้เป็นอย่างดีเมื่อเทียบกับการใช้ยาหรือการผ่าตัด

เกี่ยวกับ Mederi Therapeutics Inc. และ Stretta(R) Therapy

Mederi เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์นวัตกรรมใหม่ที่ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RFE) ในการรักษาโรคระบบทางเดินอาหารแบบไม่ต้องผ่าตัด สำหรับผลิตภัณฑ์Stretta Therapy ของ Mederi นั้น ผ่านการรับรองทางคลินิกว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาโรคกรดไหลย้อน โดยช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถลดหรือหยุดใช้ยาได้ และหลีกเลี่ยงการผ่าตัดได้ด้วย Stretta จะส่งพลังงานคลื่นความถี่วิทยุเพื่อแก้ไขและฟื้นฟูกล้ามเนื้อระหว่างกระเพาะอาหารกับหลอดอาหาร ทำให้ขวางกั้นกรดไหลย้อนได้ดีขึ้น เกิดกรดไหลย้อนน้อยครั้งกว่าเดิม มีอาการบรรเทาลง และผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ ผลการวิจัยกว่า 40 ครั้งแสดงให้เห็นว่าStretta มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสามารถบรรเทาอาการของโรคกรดไหลย้อนได้นานสูงสุดถึง 10 ปี ปัจจุบันมีการนำ Stretta ไปใช้ในการรักษาทั่วโลก

เกี่ยวกับ Baker Tilly

Baker Tilly เป็นบริษัทที่ปรึกษาและให้บริการด้านบัญชีเต็มรูปแบบชั้นนำระดับประเทศ สำหรับในด้านการดูแลสุขภาพนั้น บริษัทมีบริการให้คำปรึกษา บริการด้านภาษี และการตรวจสอบบัญชี โดยมีการประสานงานกับระบบสุขภาพ กรมธรรม์ประกันสุขภาพ และโรงพยาบาลหลายร้อยแห่ง

สื่อมวลชนติดต่อ:

Mike Elofer

อีเมล: mike@pascalecommunications.com

โทร. (484) 620-6167

PaySett Corporation พัฒนาและติดตั้งเครือข่ายชำระเงินแบบเรียลไทม์ในนิการากัวโดยใช้ผลิตภัณฑ์ PayExpedite(TM)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอตแลนตา–24 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          PaySett Corporation ประสบความสำเร็จในการพัฒนาและติดตั้งเครือข่ายชำระเงินแบบเรียลไทม์สำหรับประเทศนิการากัว ซึ่งเชื่อมโยงธนาคารรายใหญ่ภายในประเทศ รวมถึงธนาคารกลาง โดยเครือข่ายดังกล่าวเปิดทางให้ธนาคารในนิคารากัวสามารถให้บริการโอนเงินแบบเรียลไทม์แก่ลูกค้ารายย่อย ลูกค้าองค์กร และหน่วยงานรัฐบาล ทั้งนี้ ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ PayExpedite(TM) ของ PaySett การทำธุรกรรมทางการเงินจะเสร็จสิ้นได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้า อีกทั้งยังรับประกันว่าการทำธุรกรรมจะมีความปลอดภัยและไม่สามารถเพิกถอนรายการได้

 PaySett Corporation Logo / www.paysett.com (PRNewsFoto/PaySett Corporation)

http://www.paysett.com (PRNewsFoto/PaySett Corporation)

          โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160520/370532LOGO

          หลังประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงตลอดปีที่ผ่านมากับการพัฒนาและติดตั้ง PayExpedite(TM) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชำระเงินแบบเรียลไทม์ของ PaySettนิตยสาร Banking CIO ได้คัดเลือกให้ PaySett เป็น 1 ใน 10 ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินที่น่าจับตามองที่สุดประจำปี 2558 จากการวิจัยและประเมินผลบริษัทด้านเทคโนโลยีการชำระเงินโดยคณะผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงซึ่งประกอบด้วยซีอีโอ ซีไอโอ นักลงทุน นักวิเคราะห์ และกองบรรณาธิการของนิตยสาร Banking CIO ทั้งนี้ กระบวนการคัดเลือกนั้นพิจารณาจากความสามารถด้านต่างๆ ของผู้ให้บริการแต่ละรายในการตอบโจทย์ความต้องการโซลูชั่นชำระเงินที่แปลกใหม่ คุ้มค่า และยืดหยุ่น ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมการชำระเงินในภาพรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ของ PaySett ได้ที่ www.paysett.com

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PaySett และบริษัทอื่นๆที่ได้รับการคัดเลือกที่ http://www.bankingciooutlook.com/magazines/December/2015

          PaySett Corporation เดินหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ชำระเงินเพื่อรองรับเครือข่ายการชำระเงินของประเทศต่างๆ (National Payment Networks) ตลอดจนศูนย์กลางชำระเงินของธนาคารระดับโลกและระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และจะเดินหน้าพัฒนาระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ต่อไป

CDNetworks เตรียมนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจในงาน CommunicAsia2016 มุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการให้กระจายคอนเทนต์จากแอปและเว็บได้รวดเร็วและปลอดภัยขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–24 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ข้อมูลจาก McKinsey ระบุว่า ยอดค้าปลีกออนไลน์ในจีนมีมูลค่าสูงแซงหน้าสหรัฐอเมริกาในปี 2013 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 6.1 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2018 ซึ่งสูงกว่ายอดค้าปลีกออนไลน์ในสหรัฐและยุโรปรวมกัน [1]

 

โลโก้ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160511/8521603033logo 

เนื่องจากตลาดออนไลน์ในจีนมีขนาดใหญ่มาก บรรดาผู้ประกอบการจึงไม่สามารถมองข้ามตลาดนี้ไปได้ อย่างไรก็ดี การเจาะตลาดจีนไม่ใช่เรื่องง่าย เหล่าบริษัทข้ามชาติที่พยายามเจาะตลาดจีนต่างเผชิญความยากลำบากในการรับมือกับการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ไม่คงเส้นคงวา ผู้บริโภคที่กระจัดกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ รวมถึงกฎข้อบังคับเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตอันเข้มงวด 

CDNetworks เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายการกระจายคอนเทนต์ (CDN) เพียงรายเดียวที่เป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานในจีน ซึ่งช่วยเติมเต็มเครือข่ายทั่วโลกของบริษัท นอกจากนี้ CDNetworks ยังเป็นผู้นำในด้านระบบไฟร์วอลล์อันซับซ้อนของจีน ลูกค้าของ CDNetworks ประกอบไปด้วยบริษัทที่มีชื่อเสียงในตลาดจีนมากมายหลายแห่ง เช่น Tencent, Sina.com และ Baidu เป็นต้น 

เจอร์รี ชุง ผู้จัดการประจำประเทศสิงคโปร์ของ CDNetworks กล่าวว่า “CDNetworks มีประสบการณ์อันโดดเด่นมานานกว่า 8 ปี และมีโครงสร้างพื้นฐาน CDN ที่เหนือกว่าใครในประเทศจีน เรามีโซลูชั่น CDN ชั้นนำ รวมถึง PoP กว่า 20 จุดในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งช่วยให้เหล่าผู้ประกอบการสามารถขยายการเข้าถึงและเพิ่มรายได้อย่างปลอดภัย ด้วยการเชื่อมโยงกับชุมชนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมหาศาลในประเทศ” ทั้งนี้ คุณเจอร์รีและทีมงานจะเป็นผู้นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจในงานCommunicAsia2016 (ดูรายละเอียดได้ที่หัวข้อ “การนำเสนอของ CDNetworks) 

บริการให้คำปรึกษาส่วนบุคคลจาก CDNetworks 

ผู้ประกอบการที่ต้องการอาศัยความเชี่ยวชาญในจีนและเครือข่ายธุรกิจระดับโลกของ CDNetworks เพื่อขยายธุรกิจออนไลน์ของตนเอง สามารถนัดหมายกับที่ปรึกษาของ CDNetworks ได้ที่ enquiry.sg@cdnetworks.com นอกจากนี้ ทีมที่ปรึกษาของเราจะเข้าร่วมงาน CommunicAsia2016 ซึ่งจัดขึ้นที่ Marina Bay Sands, Hospitality Suite, Angsana 3E, Level 3 ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 3 มิถุนายนนี้ด้วย 

สมุดปกขาวแจกฟรีจาก CDNetworks: ขยายธุรกิจออนไลน์ของคุณสู่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในจีน 

ท่านที่สนใจสามารถดาวน์โหลดสมุดปกขาวได้ที่ http://www.cdnetworks.com.sg/resources-whitepapers/extending-your-web-business-to-internet-users-in-china 

เกี่ยวกับ CDNetworks 

CDNetworks เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายการกระจายคอนเทนต์ (CDN) ที่มีระบบป้องกันการโจมตีแบบ DDoS ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ และมีไฟร์วอลล์สำหรับเว็บแอปพลิเคชัน พันธกิจหลักของเราคือการเปลี่ยนโฉมอินเทอร์เน็ตให้กลายเป็นเครือข่ายการกระจายแอปพลิเคชันที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพสูง CDNetworks ช่วยเร่งการขยายตัวของบริการคลาวด์และเว็บไซต์มากกว่า 40,000 แห่งผ่านทางเครือข่าย PoP กว่า 200 จุดทั่วโลก ทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ เช่น จีนและรัสเซีย เป็นต้น เราให้บริการแก่ลูกค้าองค์กรมานานกว่า 15 ปีในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น เกม การเงิน อีคอมเมิร์ซ สินค้าไฮเทค การผลิต และสื่อ CDNetworks มีสำนักงานอยู่ในสิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cdnetworks.com.sg 

การนำเสนอของ CDNetworks ในงาน CommunicAsia2016 

งานวันที่ 3 ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน 2016

เวลา 12.00 น. – การอภิปรายเป็นหมู่คณะในหัวข้อ “โอกาสและความท้าทายในการใช้งานร่วมและการพอร์ตโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์” 

เวลา 14.30 น. – การนำเสนอในหัวข้อ การมอบสภาพแวดล้อมเว็บที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้า”

พร้อมนำเสนอวิธีที่ผู้ประกอบการสามารถ

ใช้โครงสร้างพื้นฐานระดับโลกเพื่อร่นระยะเวลาในการกระจายคอนเทนต์

ป้องกันการโจมตีเว็บไซต์

วิเคราะห์เว็บทราฟฟิกเพื่อทำความเข้าใจลูกค้า 

งานวันที่ 4 ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2016

เวลา 14.15 น. การนำเสนอของ Xperience Zone ในหัวข้อ “การเร่งขยายธุรกิจในตลาดเกิดใหม่: ท้าทายแต่สำเร็จได้ด้วย CDNetworks

ติดต่อ

CDNetworks

Rebecca Cheong

โทร. +65-6908-1192

อีเมล: rebecca.cheong@cdnetworks.com

อ้างอิง

[1] http://www.mckinsey.com/industries/retail/our-insights/five-keys-to-connecting-with-chinas-wired-consumers

ผลสำรวจโดย Harvey Nash/KPMG ชี้ CIO มีบทบาทความสำคัญเพิ่มมากขึ้นต่อการดำเนินงานขององค์กรในยุคปัจจุบัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–23 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – การสำรวจความเป็นผู้นำทางด้านไอทีที่มีความครอบคลุมที่สุดในโลกเผยให้เห็นว่า ซีไอโอมีความสร้างสรรค์และมีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้น แต่ถึงกระนั้น ซีไอโอถึง 65% ระบุว่าการขาดทักษะด้านเทคโนโลยีมากที่สุดนับตั้งแต่ยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Recession) ยังคงเป็นอุปสรรคขัดขวางความก้าวหน้า

          ผลสำรวจ Harvey Nash/KPMG CIO Survey ประจำปี 2559 พบว่า ซีไอโอที่รายงานตรงต่อซีอีโอมีจำนวน (34%) มากที่สุดในรอบทศวรรษ โดยเพิ่มขึ้น 10% จากปีที่แล้ว นอกจากนี้ผลสำรวจยังชี้ด้วยว่า ซีไอโอที่รายงานตรงต่อซีอีโอนั้นมีความสุขในการทำงาน (87% บรรลุผลสำเร็จในการทำงาน) ทั้งนี้ ผลการสำรวจมุ่งเน้นให้เห็นว่า บทบาทความสำคัญของซีไอโอยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยซีอีโอในปัจจุบันให้ความสนใจกับโครงการด้านไอทีที่สามารถสร้างรายได้ (เกือบสองในสาม หรือ 63%) มากกว่าการประหยัดค่าใช้จ่าย (37%) ขณะที่บทบาทของซีไอโอที่เคยมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆนั้นได้ลดลงอย่างมากในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานลดลง 16% และการส่งมอบการปฏิบัติงานด้านไอทีที่มีความเสถียร ลดลง 27%

Harvey Nash / Harvey Nash

Harvey Nash

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150115/724638 )

KPMG Capital - Logo / KPMG Capital is a global investment fund to identify and accelerate innovation in data and analytics. (PRNewsFoto/KPMG Capital)

KPMG Capital is a global investment fund to identify and accelerate innovation in data and analytics. (PRNewsFoto/KPMG Capital)

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150929/271996LOGO )

          อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้ซีไอโอมีความสร้างสรรค์และมีอิทธิพลมากขึ้น แต่พวกเขาก็ยังคงถูกขัดขวางจากการขาดแคลนทักษะทางด้านเทคโนโลยีมากที่สุดนับตั้งแต่ยุคยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Recession) เมื่อเกือบสิบปีก่อน โดยซีไอโอเกือบสองในสาม (65%) เชื่อว่าการขาดความสามารถพิเศษจะขัดขวางไม่ให้องค์กรก้าวทันการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นถึง 10% ในระยะเวลาเพียง 12 เดือน ทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นทักษะที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดเป็นปีที่สองติดต่อกัน ที่ 39% ส่วนทักษะด้านดิจิตอลเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับการสำรวจในปีที่แล้ว โดยเพิ่มขึ้น 21% ตามด้วยทักษะด้านความปลอดภัยทางไอทีที่เพิ่มขึ้น 17% ทั้งนี้ Harvey Nash/KPMG CIO Survey เป็นการสำรวจผู้นำด้านไอทีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยในการสำรวจปีที่ 18 นี้ซึ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เผยให้เห็นว่า ซีไอโอมีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสำรวจและผลการสำรวจฉบับเต็ม สามารถดูได้ที่ http://www.hnkpmgciosurvey.com 

          อ่านเอกสารเผยแพร่ฉบับเต็มได้ที่ http://www.hnkpmgciosurvey.com/press-release                                

          ติดต่อ

          Michelle Smith

          Harvey Nash

          michelle.smith@harveynash.com 

          +44-20-7333-2677

          Amy Greenshields

          KPMG International

          +1-416-777-8749

          amygreenshields@kpmg.ca

          ที่มา: Harvey Nash Group และ KPMG

Dragon Capital เตรียมส่งกองทุนเพื่อการลงทุนในเวียดนามเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นลอนดอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–23 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Dragon Capital บริษัทบริหารการลงทุนระดับแนวหน้าซึ่งเข้าไปลงทุนในเวียดนาม ประกาศเจตนาในการนำ Vietnam Enterprise Investments Limited (“VEIL”) ซึ่งเป็นกองทุนสำคัญที่สุดของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักของตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน

          VEIL เปิดตัวในปี 2538 โดยเป็นกองทุนเพื่อการลงทุนในเวียดนามที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุด ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (“NAV”) ประมาณ 850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าการจดทะเบียนในลอนดอนจะทำให้หุ้นของ VEIL มีความโปร่งใสและมีสภาพคล่องในตลาดสูงขึ้น ตลอดจนขยายโอกาสการถือครองหลักทรัพย์ เพิ่มบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ ยกระดับสถานะของ VEIL และปรับลดส่วนลดต่อ NAV ตามราคาหุ้นทีมีการเปลี่ยนแปลง

          ในวันที่ 21 มิถุนายน 2559 VEIL จะจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแผนการนำกองทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน โดยคาดว่าหุ้น VEIL จะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักของตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2559

          หลังจากจดทะเบียนในตลาดแล้ว คาดว่า VEIL จะกลายเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการลงทุนในเวียดนาม เมื่อประเมินจากขนาดของกองทุนและนโยบายการลงทุนที่กำหนดให้ลงทุนในหุ้นเท่านั้น ซึ่งจะดึงดูดความสนใจจากทั้งนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบัน NAV ราวครึ่งหนึ่งของกองทุน VEIL นั้นเป็นหุ้น และชนเพดานการถือครองหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติแล้ว ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่สามารถเข้ามาลงทุนเพิ่มได้

          หากพิจารณาในเชิงเศรษฐกิจมหภาค เวียดนามมีสถานะการเติบที่น่าดึงดูด โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปรับตัวขึ้น 6.7% ในปี 2558 มีเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่แข็งแกร่ง ตลอดจนมีการขยายตัวของแรงงานหนุ่มสาวที่มีการศึกษา นอกจากนี้ เวียดนามยังจะได้ประโยชน์จากการทำข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป (EU) เมื่อเร็วๆนี้ รวมทั้งข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค (TPP) ที่มีสหรัฐเป็นหัวเรือใหญ่

          VEIL บริหารโดย Dragon Capital ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2537 และมีพนักงานราว 100 คน ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมกองทุนและบัญชีประเภทต่างๆ

          Dominic Scriven ประธานบริหารของ Dragon Capital Group กล่าวว่า “การจดทะเบียนในตลาดหุ้นลอนดอนถือเป็นก้าวย่างแห่งความสำเร็จของ VEIL และDragon Capital เราจะตอบสนองความต้องการของนักลงทุนหลากหลายกลุ่มที่กำลังหาทางทำเงินจากเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตของเวียดนาม การเข้าถึงและความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นนี้จะทะลายอุปสรรคต่างๆ ของนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันจำนวนมาก”

            เกี่ยวกับ Dragon Capital  

            Dragon Capital Group ก่อตั้งขึ้นในปี 2537 ในฐานะบริษัทจัดการการลงทุนแบบครบวงจร ซึ่งมุ่งเน้นการลงทุนในเวียดนามและภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง Dragon Capital และบริษัทในเครือบริหารจัดการสินทรัพย์มูลค่าราว 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมตั้งแต่หุ้นในตลาด หุ้นนอกตลาด ตราสารหนี้ และอสังหาริมทรัพย์ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Dragon Capital ได้แก่ผู้ก่อตั้ง ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท

           Dragon Capital

            http://www.dragoncapital.com 

            Smithfield

            Ged Brumby   

            อีเมล: gbrumby@smithfieldgroup.com

            ที่มา: Dragon Capital

ไฟแนนเชียล ไทม์ส จัด IMD เป็นสุดยอดสถาบันที่ดีที่สุดในโลกประเภทโปรแกรมอิสระติดต่อกันเป็นปีที่ 5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โลซาน, สวิตเซอร์แลนด์–23 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

โรงเรียนธุรกิจ IMD [http://www.imd.org ] ได้รับการจัดอันดับจากไฟแนนเชียล ไทม์ส (Financial Times) ให้เป็หนึ่งในสถาบันดีที่สุดในโลก

ในปีนี้ IMD คว้ารางวัลอันดับ 1 ประเภทโปรแกรมอิสระ โดยได้รับตำแหน่งดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2555
นอกจากการเป็นหมายเลข 1 ในประเภทโปรแกรมอิสระแล้ว IMD ยังขึ้นสู่ระดับที่สูงขึ้นของทุกประเภทหลักๆ สำหรับในปีนี้ IMD พัฒนาสู่ลำดับที่ 2 ของการจัดอันดับรวมในประเภทโปรแกรมอิสระและโปรแกรมบังคับ ส่งผลให้ติดอันดับท็อป 3 ของการศึกษาระดับการบริหารติดต่อกัน 5 ปีแล้ว และยังติดอันดับท็อป 5 ของโปรแกรมบังคับ โดยขยับขึ้นมา 2 อันดับจากปีที่แล้ว
ในช่วงกว่า 1 ทศวรรษที่ผ่านมา IMD ติดอันดับโรงเรียนธุรกิจชั้นนำของโลก ที่จัดทำโดยไฟแนนเชียล ไทม์ส มาโดยตลอด
เราทำได้อีกครั้ง และภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ครองอันดับ 1 ในประเภทโปรแกรมอิสรเป็นเวลา 5 ปีจากความมุ่งมั่นและพัฒนาสู่หมวดสำคัญอื่น ๆโดมินิก เทอร์ปิน ประธาน IMD กล่าว คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ของเราทุ่มเทและมุ่งเน้นไปที่ผลพวงซึ่งผู้ร่วมงานและผู้เรียนจะได้รับ และก็ประสบความสำเร็จ
ภายใต้การบริหารของเทอร์ปิน IMD ได้พัฒนาโดยลงลึกไปที่การพัฒนารูปแบบด้านการเป็นผู้นำของโลก ช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ IMD เปิดศูนย์การเรียนรู้สำหรับผู้บริหารแห่งใหม่ขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ร่วมมือกับ Cisco สร้างศูนย์ปฏิรูปธุรกิจดิจิตอลระดับโลก [http://global-center-digital-business-transformation.imd.org ]และเปิดตัวโปรแกรมออนไลน์ด้านการเป็นผู้นำระดับโลกผ่านระบบคลาวด์ [http://www.imd.org/glc/home ]

สามารถดูข้อมูลการจัดอันดับของ IMD เพิ่มเติมได้ที่ http://www.imd.org/why-imd/rankings-awards

เกี่ยวกับ IMD

IMD เป็นโรงเรียนธุรกิจชั้นนำระดับโลกซึ่งมีชื่อเสียงด้านความเชี่ยวชาญในการพัฒนาผู้นำทั่วโลกผ่านหลักสูตรการอบรมให้ความรู้แก่ผู้บริหาร[http://www.imd.org ] ที่มีประสิทธิภาพ IMD มีสำนักงานหลักอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และสิงคโปร์
สื่อมวลชนติดต่อ

แมทธิว มอร์เทลลาโร

โทร. +41-21-618-0352

อีเมล: matthew.mortellaro@imd.org

ที่มา: IMD International

Mozido ประกาศแต่งตั้ง “สก็อต มัวร์” เป็นผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ออสติน, เท็กซัส – 19 พ.ค. พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Mozido ผู้จัดหาโซลูชั่นด้านการค้าและการชำระเงินระดับโลกที่เชื่อถือได้ ประกาศว่า สก็อต มัวร์ ได้เข้าร่วมงานกับบริษัทในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีผลในทันที ซึ่งมัวร์จะบริหารงานทั้งหมดในภูมิภาคดังกล่าว ยกเว้นประเทศจีน จากสำนักงานใหญ่ของ Mozido ประจำภูมิภาคเอเชีย ในประเทศสิงคโปร์

เราตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้สก็อตมาร่วมงานกับบริษัทท็อดด์ แบรดลีย์ ซีอีโอของ Mozido กล่าว ประสบการณ์ของเขาในการสร้างทีมขายซึ่งประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการให้บริการด้านการเงินผ่านมือถือ รวมถึงประสบการณ์ในตลาดอย่างเอเชีย ทำให้สก็อตสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในทันทีในการนำพาMozido ไปสู่ความสำเร็จในด้านการให้บริการโซลูชั่นทางการค้าและการชำระเงินด้วยระบบดิจิทัลผ่านการใช้โทรศัพท์มือถือทั่วโลก

ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมงานกับ Mozido และจะได้มีส่วนในการขยายธุรกิจของบริษัทอย่างรวดเร็วในตลาดโซลูชั่นการชำระเงินระดับโลกภายในภูมิภาคเอเชียมัวร์กล่าว ผมมีความปรารถนาเช่นเดียวกับ Mozido ที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อชำระเงิน ส่งเงิน และควบคุมสภาพทางการเงินแก่ลูกค้านับล้านทั่วภูมิภาคเอเชีย

ทั้งนี้ มัวร์มีประสบการณ์ด้านการให้บริการทางการเงิน การธนาคาร และการให้คำปรึกษากว่า 20 ปี ก่อนหน้านี้เขาเป็นซีอีโอประจำเอเชียแปซิฟิกของบริษัทMPayMe Limited โดยมัวร์มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอันโดดเด่น จนกระทั่ง POWA ได้เข้าซื้อบริษัทในปี 2557 และเขาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขายที่บริษัท POWA ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ มัวร์ยังเคยดำรงตำแหน่งอาวุโสในบริษัท Oracle, Eontec และ PricewaterhouseCoopers อีกด้วย มัวร์จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการเงินและวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์

เกี่ยวกับ Mozido

Mozido ให้บริการโซลูชั่นด้านการค้าและการชำระเงินระดับโลกที่เชื่อถือได้ โดยมอบโซลูชั่นระบบคลาวด์ที่มีความคุ้มค่าแก่ลูกค้า โซลูชั่นของ Mozido ทำงานเชื่อมต่อกันได้เป็นอย่างดีผ่านโทรศัพท์ไร้สาย และเครื่องมือพกพาทุกชนิด อีกทั้งยังสามารถผสานเข้ากับโฆษณา ข้อเสนอพิเศษ และสินค้าอื่น ๆ จากผู้ให้บริการบุคคลที่สามได้อย่างเยี่ยมยอด Mozido ดำเนินธุรกิจและการให้บริการในสหรัฐ จีน อินเดีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง ยุโรป และละตินอเมริกา ช่วยให้ผู้คนสามารถจัดการด้านการเงิน การใช้จ่าย และใช้บริการอื่น ๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่ mozido.com หรือติดตามเราได้ที่ทวิตเตอร์@Mozido

สื่อมวลชนติดต่อ:

Van Leigh
รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาด
Mozido
โทร: 512-518-2200

พบกับ #project360: พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ชอน, สวิตเซอร์แลนด์ และ กาฐมัณฑุ, เนปาล–23 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ครั้งแรกกับการบันทึกภาพการสำรวจเส้นทางตอนใต้สู่ยอดเขาเอเวอเรสต์ด้วยกล้อง 360 องศา ภายใต้โครงการ #project360 ของ Mammut

          – แหล่งอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง: สามารถชมรูปภาพได้ที่ Ap Images ( http://www.apimages.com ) –

          นับเป็นก้าวสำคัญของวงการบันทึกภาพที่ทำให้การปีนเขาเป็นเรื่องเสมือนจริงผ่านหน้าจอได้ เมื่อไกด์ปีนเขาชาวเนปาล 2 คน ได้แก่ Lakpa Sherpa และ Pemba Rinji Sherpa ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คนที่คอยให้การช่วยเหลือและสนับสนุนได้แก่ Ang Kaji Sherpa และ Kusang Sherpa ที่กลายเป็นบุคคลกลุ่มแรกที่สามารถเก็บภาพตลอดเส้นทางสายใต้ของภูเขาเอเวอเรสต์เรื่อยไปจนถึงยอดเขาได้สำเร็จด้วยกล้อง 360 องศาที่ติดกับไม้ติดตั้งกล้อง เพื่อถ่ายทอดบรรยากาศภายใต้โครงการ #project360 ที่จัดขึ้นโดย Mammut บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ปีนเขาจากสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งนี้ สามารถชมภาพบรรยากาศตลอดเส้นทางได้แล้วที่http://project360.mammut.ch 

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160520/270408 )

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160520/270409 )

          การสำรวจยอดเขาเอเวอเรสต์ครั้งนี้ ริเริ่มขึ้นโดย Matthias Taugwalder ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนหรือ Virtual Reality และประธานฝ่ายเทคนิคของโครงการ #project360 ภายใต้ความร่วมมือกับ Mammut บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับการปีนเขาและ Heye Grid เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีจุดเริ่มต้นจากการเก็บภาพบรรยากาศระหว่างการปีนเขา Eiger ทางด้านเหนืออย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นจึงได้มีการพัฒนาระบบกล้องพิเศษที่มาพร้อมกระเป๋าสะพายหลังและกล่องที่สามารถใส่กล้อง Go Pro ได้ถึง 6 ตัว ทำให้สามารถบันทึกภาพและวิดีโอแบบ 360 องศา ในช่วงเวลาต่างๆ ต่อมาเราได้ขยายเส้นทางการสำรวจไปยังเส้นทางต่างๆกว่า 40 แห่งทั้งในเทือกเขาแอลป์และเทือกเขาอื่นๆทั่วโลก และปัจจุบัน การสำรวจได้ดำเนินมาถึงบริเวณยอดเขาเอเวอเรสต์ซึ่งนับเป็นไฮไลท์สำคัญของ #project360

          สำหรับ Mammut แล้ว ผู้ที่จะปีนขึ้นไปพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ในครั้งนี้คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอย่างสมาชิกตระกูล Sherpas โดย Lakpa Sherpa หนึ่งในผู้ได้รับคัดเลือก กล่าวว่า ตนเองภูมิใจที่จะได้สะพายกล้องขึ้นหลังและปีนสู่ยอดเขาที่ได้ชื่อว่าเป็นหลังคาโลกแห่งนี้ – “ผมรู้สึกโชคดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจครั้งนี้เพราะจะทำให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็นถึงความสวยงามท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่อันตรายของการปีนเขาเอเวอเรสต์” ทั้งนี้ Lakpa Sherpa ได้ปีนเขาร่วมกับ Pempa Rinji Sherpa เพื่อนร่วมงานของเขาซึ่งเป็นไกด์เช่นกัน และได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนจาก Kusang Sherpa และ Ang Kaji Sherpa ระหว่างการปีนขึ้นสู่ยอดเขาด้วย

          ชาว Sherpa ทั้ง 4 คนได้ออกจากที่ตั้งแคมป์ที่ระดับความสูง 5,380 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เพื่อปีนสู่ยอดเขาที่ระดับความสูง 8,848 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยในระหว่างทางได้ผ่านจุดสำคัญๆที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น หน้าผาน้ำแข็ง Khumbu ที่อันตรายและเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา, Western Cwm ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของสภาพอากาศที่แปรปรวน, ภูเขา Lhotse ที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง รวมทั้งจุดที่มีความยากลำบากในเชิงเทคนิคอย่างYellow Band, Geneva Spur และ Hillary Step ที่อันตราย

          ภายหลังจากที่ได้มีการปรับตัวให้ชินกับสภาพอากาศมาเป็นเวลาหลายวัน Lakpa Sherpa, Pemba Rinji Sherpa, Kusang Sherpa และ Ang Kaji Sherpa ก็สามารถพิชิตยอดเขาและกลายเป็นนักปีนเขากลุ่มแรกที่สามารถเก็บภาพตลอดการปีนสู่ยอดเขาด้วยกล้อง 360 องศา

          ความสำเร็จของคณะปีนเขาตระกูล Sherpa และการเก็บภาพบรรยากาศการปีนเขาเปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางนับเป็นไฮไลท์ของโครงการ #project360 ที่จัดโดย Mammut

          อ่านเรื่องราวฉบับเต็มได้ที่:

          http://community.mammut.ch/ 

          รับชมคลิปวิดีโอจาก YouTube ได้ที่:

          http://www.youtube.com/user/mammut 

          ดาวน์โหลดรูปภาพและวิดีโอได้ที่: http://media.pprmediarelations.ch/Mammut/Expeditionen+Athletenprojekte/project360/5.+Everest+2016 

          เกี่ยวกับ #project360

          #project360 เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นจริงเสมือน Matthias Taugwalder และ Heye Grid เป็นโครงการที่นำกล้องติดกระเป๋าสะพายชนิดพิเศษติดตัวนักปีนเขามืออาชีพและทีมงานจาก Mammut เพื่อเก็บภาพบรรยากาศภูเขาต่างๆกว่า 40 แห่งทั่วโลกตั้งแต่ปี 2557 โดยภาพบรรยากาศเส้นทางต่างๆที่ได้จัดเก็บเป็นภาพแบบพาโนรามา 360 องศา ซึ่งสามารถเข้าไปชมได้ที่ http://project360.mammut.ch นอกจากนี้ ยังมีวิดีโอและข้อมูลเพิ่มเติมของสถานที่สำคัญต่างๆที่อยู่ระหว่างเส้นทางให้ได้ชมกันอีกด้วย

          ติดต่อ  

          Fabian Erhard

          Mammut Sports Group AG

          Industriestrasse Birren 5

          CH-5703 Seon

          ฝ่ายประชาสัมพันธ์

          โทร. +41-(0)62-769-82-71

          แฟกซ์ +41-(0)62-769-82-47

          fabian.erhard@mammut.ch 

          ที่มา: Mammut Sports Group AG

เมตาโควตส์ ซอฟต์แวร์ คอร์ป เตรียมสาธิตการใช้งาน MetaTrader 5 พร้อม Hedging Option ที่งาน iFX EXPO International 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลีมาซอล, ไซปรัส–23 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เมตาโควตส์ ซอฟต์แวร์ คอร์ป (MetaQuotes Software Corp.) เตรียมสาธิตเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดของ MetaTrader 5 แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์หลายประเภท ที่งานiFX EXPO 2016 ระหว่างวันที่ 24 26 พฤษภาคม ณ Palais de Sports เมืองลีมาซอล ประเทศไซปรัส

 MetaQuotes Software Logo / MetaQuotes Software Logo

MetaQuotes Software Logo

(โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20140424/683323 )

 iFX EXPO International / MetaQuotes Software Corp. will demonstrate the latest version of MetaTrader 5 at the iFX EXPO 2016 (PRNewsFoto/MetaQuotes Software Corp)

MetaQuotes Software Corp. will demonstrate the latest version of MetaTrader 5 at the iFX EXPO 2016 (PRNewsFoto/MetaQuotes Software Corp)

(รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160520/370207 )

การเปิดตัวแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 เวอร์ชั่นใหม่ที่มาพร้อมตัวเลือกการเทรดแบบป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ได้สร้างความฮือฮาในหมู่โบรกเกอร์ ขณะเดียวกันบริษัทหลายแห่งก็ได้ให้ความสนใจที่จะสำรวจโอกาสใหม่ๆอันเกิดจากแพลตฟอร์มเวอร์ชั่นอัพเดทนี้ การเข้าร่วมมหกรรมระดับนานาชาติครั้งนี้ซึ่งมีตัวแทนจากอุตสาหกรรมการเงินร่วมงานกว่า 2,500 ราย จึงถือเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมสำหรับเมตาโควตส์ที่จะได้โชว์ฟีเจอร์ใหม่ของ MetaTrader 5 สู่สายตาโบรกเกอร์ผู้ร่วมงานทุกท่าน

สำหรับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในหัวข้อ ‘MetaTrader 5 Product Tour’ ผู้ชำนาญพิเศษของบริษัทจะแสดงฟีเจอร์ใหม่ของแพลตฟอร์มซื้อขาย MetaTrader 5 และรายการอัพเดทล่าสุดของบริการที่ติดตั้งมากับแพลตฟอร์ม การนำเสนอครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงข้อได้เปรียบของแพลตฟอร์มรุ่นที่ 5 เมื่อเปรียบเทียบกับMetaTrader 4 ตลอดจนศักยภาพด้านการซื้อขายที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นสำหรับนักลงทุนรายย่อย สถาบัน และตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ยังจะมีการสาธิตMetaTrader 5 Mobile Platform สำหรับอุปกรณ์ iOS และ Android อีกด้วย ขณะเดียวกันบริษัทจะแนะนำ MetaTrader 5 Web Platform ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกภายในงานนี้ โดยเวอร์ชั่นเว็บนั้นรองรับตัวเลือกการเทรดแบบ Hedging ด้วยเช่นกัน ซึ่งเปิดทางให้เทรดเดอร์สามารถเปิดโพสิชั่นหลายรายการในตราสารทางการเงินเดียวกันได้จากเบราว์เซอร์ของเว็บโดยตรง

เราได้อัพเดทและปรับปรุงไลน์ผลิตภัณฑ์ MetaTrader 5 ให้ดีขึ้น และเราจะจัดแสดงผลิตภัณฑ์นี้ที่งาน iFX EXPO 2016” Renat Fatkhullin ซีอีโอของเมตาโควตส์ ซอฟต์แวร์ คอร์ป กล่าวปัจจุบันแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 เวอร์ชั่นเดสก์ท็อป มือถือ และเว็บ ต่างรองรับตัวเลือก Hedging ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างกว้างขวาง โดยในงานนี้ เราจะแสดงข้อได้เปรียบที่สำคัญของแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 และจะแสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มที่สามารถซื้อขายสินทรัพย์หลายประเภทนี้ ช่วยให้คุณนำเสนอบริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีความทันสมัยทางเทคโนโลยีมากที่สุดในตลาดการเงินทุกแห่งได้อย่างไร ไม่ว่าเทรดเดอร์ในตลาดฟอเร็กซ์และตลาดหุ้นก็สามารถเข้าถึงเครื่องมือที่จำเป็นทั้งหมดซึ่งรวมอยู่ใน MetaTrader 5 แพลตฟอร์มเดียว

เกี่ยวกับเมตาโควตส์ ซอฟต์แวร์

นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปีพ.ศ. 2543 เมตาโควตส์ ซอฟต์แวร์ คอร์ป ได้พัฒนาแพลตฟอร์มการซื้อขายสำหรับตลาดการเงินภายใต้เครื่องหมายการค้า MetaTraderและเป็นที่รู้จักระดับนานาชาติในฐานะผู้นำตลาดซอฟต์แวร์ด้านการเงิน ปัจจุบันมีบริษัทโบรกเกอร์และธนาคารหลายร้อยแห่งทั่วโลกที่นำเสนอบริการผ่านแพลตฟอร์มการซื้อขาย MetaTrader โดย MetaTrader 5 เป็นแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ ซึ่งเปิดให้ซื้อขายสินทรัพย์ได้หลายประเภท ทั้งในตลาดปริวรรตเงินตราและตลาดหลักทรัพย์

http://www.metaquotes.net

เกี่ยวกับ MetaTrader 5

MetaTrader 5 คือแพลตฟอร์มจัดการการซื้อขายทางการเงินที่สามารถปรับขนาดได้และมีประสิทธิภาพสูงสำหรับตลาดการเงินที่หลากหลาย (ฟอเร็กซ์ หุ้น และสัญญาล่วงหน้า สำหรับโบรกเกอร์สถาบันและโบรกเกอร์รายย่อย) แพลตฟอร์ม MetaTrader 5 รองรับการซื้อขายผ่านทางอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows, iOS และ Android รวมทั้งยังนำเสนอ API และโซลูชันที่ครบวงจรสำหรับเชื่อมต่อกับตลาดหลักทรัพย์และผู้ให้บริการสภาพคล่องทั่วโลก

http://www.metatrader5.com

ที่มา: MetaQuotes Software Corp.