ไมโครชิปฉลองความสำเร็จ ขานรับการเติบโตและการขยายตัวต่อเนื่องของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องมือพัฒนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ–18 พ.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

มอบส่วนลด 20% สำหรับเครื่องมือพัฒนาหลักทุกรายการ ถึงสิ้นเดือนมิ.ย. เพื่อฉลองยอดจัดจำหน่ายเครื่องมือพัฒนาครบ 2 ล้านชิ้น

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) บริษัทชั้นนำผู้ให้บริการโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ สัญญาณผสม อนาล็อก และแฟลช-ไอพี ประกาศว่าบริษัทจัดจำหน่ายเครื่องมือพัฒนาได้ถึง 2 ล้านชิ้นแล้ว

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160517/8521603083

ไมโครชิปฉลองยอดจัดจำหน่ายเครื่องมือพัฒนาครบ 2 ล้านชิ้น

กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องมือพัฒนาของไมโครชิปเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โปรแกรมซอฟต์แวร์ฟรีที่มีรางวัลการันตีอย่าง MPLAB(R) X Integrated Development Environment (IDE), MPLAB XC Compilers ที่เปี่ยมประสิทธิภาพและฟรีอีกเช่นกัน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ราคาย่อมเยาอย่าง PICkit(TM) 3 และ MPLAB ICD 3 In-Circuit Debuggers ทั้งนี้ เครื่องมือพัฒนาของไมโครชิปที่มีให้เลือกมากมายหลากหลายประเภทนั้นสามารถสนับสนุนแอพพลิเคชั่นการออกแบบแบบฝังตัวเกือบทุกรูปแบบที่ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ คอนโทรลเลอร์สัญญาณผสม และชิ้นส่วนอนาล็อกของเรา

เราภูมิใจและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่นี้” ดีเรค คาร์ลสัน รองประธานแผนกเครื่องมือพัฒนาของไมโครชิป กล่าว “ไมโครชิปมุ่งมั่นที่จะส่งมอบชุดเครื่องมือพัฒนาที่หลากหลายและมีคุณภาพให้แก่ลูกค้า เครื่องมือพัฒนาที่มีอยู่กว่า 1,600 รายการทำให้เราเชื่อว่า เราสามารถให้การสนับสนุนวิศวกรระบบฝังตัวทุกรายในแทบจะทุกแอพพลิเคชัน”

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองหลักชัยความสำเร็จครั้งนี้ ไมโครชิปจะมอบส่วนลด 20% สำหรับเครื่องมือพัฒนาหลักทุกประเภท จนถึงสิ้นเดือนมิ.ย. โปรโมชั่นนี้จะครอบคลุมถึงเครื่องมือพัฒนายอดนิยมของไมโครชิป ได้แก่ PICkit 3 In-Circuit Debugger, MPLAB ICD 3 In-Circuit Debugger และ MPLAB REAL ICE(TM) In-Circuit Emulator รวมทั้งสิทธิในการใช้เวิร์กสเตชั่น MPLAB XC PRO Compiler และบอร์ด MPLAB REAL ICE Power Monitor

เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้กับเราด้วยการเลือกใช้เครื่องมือของเราในการออกแบบงานของพวกเขา และทำให้เราตระหนักว่าเครื่องมือที่เหมาะสมจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนา ร่นเวลาในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้เป็นอย่างมาก” คาร์ลสันกล่าว “และเราจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการแก้ไขจุดบกพร่องอันล้ำสมัยด้วยการส่งมอบโซลูชั่นขั้นสูงรุ่นใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง”

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือพัฒนาของไมโครชิป ได้ที่: http://www.microchip.com/2Million_Promo7154

ติดตามไมโครชิปได้ที่

– RSS Feed สำหรับข่าวผลิตภัณฑ์ของไมโครชิป: http://www.microchip.com/RSS/recent-PRProduct.xml

ทวิตเตอร์: https://twitter.com/MicrochipTech

เฟซบุ๊ก: http://www.facebook.com/microchiptechnology

ยูทูบ: http://www.youtube.com/user/MicrochipTechnology  

เกี่ยวกับไมโครชิป เทคโนโลยี

ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ (NASDAQ: MCHP) เป็นผู้นำด้านการจัดหาโซลูชั่นไมโครคอนโทรลเลอร์ ตลอดจนโซลูชั่นอนาล็อกสัญญาณผสม และแฟลช-ไอพี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนรวมของทั้งระบบ และร่นระยะเวลาในการนำเสนอแอปพลิเคชั่นหลายพันรายการสำหรับลูกค้าในตลาดทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของไมโครชิปตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศพร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของไมโครชิปที่ www.microchip.com

หมายเหตุ: ชื่อและโลโก้ Microchip และ MPLAB เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี อินคอร์ปอเรทเต็ด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ PICkit และ REAL ICE เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี อิงค์ ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆทั้งหมดที่กล่าวถึง ณ ที่นี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: 

Daphne Yuen (ไมโครชิป)

โทร. (+852) 2943 5115

อีเมล : daphne.yuen@microchip.com

รูปภาพ – http://photos.prnasia.com/prnh/20160517/8521603083

Schlafender Hase ปล่อยซอฟต์แวร์พิสูจน์อักษร TVT เวอร์ชั่น 8.0 มาพร้อมความสามารถในการพิสูจน์กราฟฟิคที่เพิ่มขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แฟรงค์เฟิร์ต, เยอรมนี–17 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์ / อินโฟเควสท์

– Schlafender Hase เปิดตัว Text Verification Tool(R) (TVT) เวอร์ชั่น 8.0 ที่มีการปรับปรุงสำคัญๆหลายรายการ ซึ่งยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับซอฟต์แวร์พิสูจน์อักษรตัวนี้ โดยเฉพาะการพิสูจน์ภาพกราฟฟิคที่ได้รับการปรับเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น
Schlafender Hase ผู้พัฒนา Text Verification Tool(R) (TVT) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์พิสูจน์อักษรชั้นนำของอุตสาหกรรม ได้ประกาศออกเวอร์ชั่น 8.0

วิดีโอ – http://youtu.be/wedksmt3yQE

Schlafender Hase Logo / The global leader in computer-driven proofreading(PRNewsFoto/Schlafender Hase)

The global leader in computer-driven proofreading(PRNewsFoto/Schlafender Hase)
โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20151020/278782LOGO

TVT เวอร์ชั่น 8.0 มาพร้อมกับคุณสมบัติสำคัญหลายรายการสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารที่มีการแก้ไขหลายครั้ง ซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นนี้พุ่งเป้าไปที่การยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ การย่นเวลาการตรวจสอบ และลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ให้เหลือน้อยที่สุด หน้าต่างคุณสมบัติต่างๆ เช่น การลากและวาง และส่งไปยังจะช่วยลดปัญหาการอัพโหลดไฟล์ผิด และเร่งขั้นตอนการเริ่มงานให้เร็วขึ้น คุณสมบัติด้านการพิสูจน์อักษรที่พัฒนาขึ้นในเวอร์ชั่นนี้ครอบคลุมไปถึงภาษาที่อ่านจากขวาไปซ้าย การตรวจหาข้อความที่มักถูกตัดออก และความสามารถในการใช้ไฟล์นำเข้านามสกุล DOCX โดยไม่จำเป็นต้องมีโปรแกรม MS Word

คุณสมบัติในการพิสูจน์ภาพแบบฟูลกราฟฟิคที่มากับซอฟต์แวร์ TVT 8.0 ทำให้เวอร์ชั่นนี้โดดเด่นอย่างแท้จริง” แฟรงค์ เฮสส์เลอร์ กรรมการผู้จัดการกล่าวนี่คือสิ่งที่ลูกค้าของเราต้องการมาโดยตลอด และเสียงตอบรับจากลูกค้าคือสิ่งที่ขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาของเรานับจากนี้ผู้ใช้ TVT สามารถเปรียบเทียบรูปภาพที่มีทั้งข้อความแบบ live และ non-live ได้แล้ว นั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถตรวจสอบเอกสารทั้งหมดได้ในครั้งเดียวด้วย TVT 8.0 นอกจากนี้ คุณสมบัติอื่นๆในด้านการเปรียบเทียบรูปภาพ เช่น การซูมสูงสุด 3200% และระบบการประมวลผลภาพที่ดียิ่งขึ้น ก็ถูกเพิ่มเข้ามาในรายการปรับปรุงอันน่าประทับใจของ TVT 8.0 ด้วยเช่นกัน

เราจะฉลองครบรอบ 15 ปีในปีนี้ ดังนั้นการเปิดตัวซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นล่าสุดที่จะปฏิวัติวงการเครื่องมือพิสูจน์อักษร จึงมีความสำคัญสำหรับเราเป็นอย่างยิ่งวิลลี ชนาวเบลท์ กรรมการผู้จัดการกล่าวเราต้องการให้ซอฟต์แวร์มีความเรียบง่าย เป็นเครื่องมือที่สามารถพิสูจน์ได้ทั้งข้อความและรูปภาพ และสามารถรายงานผลได้ครบในหนึ่งเดียว

Schlafender Hase จะจัดเว็บบินาร์เกี่ยวกับ TVT 8.0 ในวันที่ 18 พ.ค. และ 25 พ.ค. สามารถรับชมกำหนดการทั้งหมด หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ tvt.text-verification.com/tvt8

เกี่ยวกับ Schlafender Hase:

Schlafender Hase(R) คือผู้นำระดับโลกด้านการพิสูจน์อักษรด้วยคอมพิวเตอร์ โดยซอฟต์แวร์ Text Verification Tool(R) (TVT) ของเราถือเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการตรวจสอบข้อความและภาพกราฟฟิกที่แม่นยำและใช้งานง่าย ปัจจุบัน TVT ถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางโดยบริษัทด้านเภสัชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ระดับโลก รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง เพื่อรับรองงานเอกสารที่สอดคล้องและไร้ข้อผิดพลาด

ติดต่อ: Kindrie Eaton, +1-617-607-4900, marketing@sh-p.com

XCMG เปิดตัว 17 ผลิตภัณฑ์ใหม่ชุด G-series ชูเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพสูงสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซูโจว, จีน–17 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

บริษัท XCMG ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ก่อสร้างและอุปกรณ์ทำเหมืองชั้นนำของโลก ได้เปิดตัว 17 ผลิตภัณฑ์จากสายการผลิตใหม่ชุด G-series ซึ่งมีทั้งรถบรรทุกที่ติดตั้งเครนและเครนสำหรับการใช้งานในทุกสภาพแวดล้อม เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่เมืองซูโจว ประเทศจีน โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้มีจุดเด่นที่การใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดและใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นายลู่ ฉวน รองประธานบริษัทเครื่องจักรสำหรับก่อสร้าง XCMG  กล่าวว่า  G-series ได้บรรลุเป้าหมายแห่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี 15 รายการในระดับสูงสุด โดยในจำนวนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้นมี 6 นวัตกรรมที่ได้มีการเปิดตัวเป็นครั้งแรกไปทั่วโลกแล้ว ด้วยความพยายามในการยกระดับแผนกเครื่องจักรกลของบริษัท เราหวังจะไปให้ถึงจุดเริ่มต้นใหม่ๆที่ยังคงท้าทายทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
ความก้าวหน้าทั้ง 6 รายการของ G-series ได้แก่

  • เทคโนโลยีเครนบูมอัจริยะ
  • ระบบควบคุมการเดินทางของเครนอัจฉริยะ
  • ระบบการติดตั้งและวางแผนการยกแบบอัจริยะ
  • ระบบส่งกำลังแรงบิดสูง ความเร็วต่ำ
  • ระบบไฮโดรลิคประหยัดพลังงานแบบใหม่
  • เทคโนโลยีกู้คืนพลังงานสำหรับเครน

เครนประเภทที่ใช้บนรถบรรทุกแบบใหม่ทั้ง 17 แบบและเครนที่สามารถใช้งานได้ในทุกสภาพแวดล้อมของบริษัท ได้ผ่านการพัฒนามาแล้วทั้งในด้านประสิทธิภาพการทำงาน,  ความแม่นยำและความปลอดภัย นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงานซึ่งช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงลงได้ 12% และยังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้ 15% ในขณะเดียวกันได้มีการปรับปรุงระดับความสามารถเพิ่มขึ้น 45% ทั้งนี้เพื่อให้สามารถมีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน เครนในชุด G-series ผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถทำงานได้ดีกว่ากว่าเครนในระดับเดียวกันถึง 15%

โดยผลิตภัณฑ์หลักในกลุ่ม G-series  คือ XCA100E ซึ่งเป็นเครนที่สามารถใช้งานได้ในทุกสภาพพื้นที่ครบครันด้วยรระบบไฮโดรลิคประหยัดพลังงานแบบใหม่และเทคโนโลยีแขนบูมอัจริยะ รวมทั้งระบบควบคุมการเดินทางแบบอัจฉริยะ
ทั้งนี้ G-series  ได้รับการพัฒนาจากความร่วมมือของนักวิจัยระดับแนวหน้าของ XCMG ทั้งในยุโรป อเมริกาเหนือ บราซิล และ จีน ผ่านทางแพลตฟอร์มการจัดการข้อมูลผลิตภัณฑ์ระดับโลกขั้นสูงตามแนวคิดอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งเน้นไปที่การสร้างนวัตกรรมใหม่ที่ใช้งานง่าย มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยปรับปรุงให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเครื่องจักรที่ใช้ในวงการก่อสร้างทั่วโลก

นายลู่ กล่าวเพิ่มเติมว่า G-series ได้รับประโยชน์จากข่าวสารและข้อมูลจำนวนมากที่ได้มาจากแพลตฟอร์มแบบบูรณาการ มาตรฐานคุณภาพระดับสูงจากการออกแบบเทคโนโลยี 33 เทคโนโลยีที่มีความแม่นยำในด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบายในการบำรุงรักษา และการดำเนินงานอย่างคล่องแคล่ว ตามแนวคิดของบริษัทที่มุ่งเน้นไปที่ผู้ใช้งาน
เกี่ยวกับ XCMG:  

XCMG เป็นบริษัทผลิตเครื่องจักรหนักข้ามชาติที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 73 ปี ปัจจุบันติดอันดับ 5 ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรก่อสร้างของโลก บริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยัง 170 กว่าประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมที่ www.xcmg.com หรือเพจ XCMG บน เฟซบุ๊ก , ทวิตเตอร์ และ ยูทูบ

XCMG G series launch / One centerpiece of the XCMG G-series launch is the XCA100E, the all-terrain crane equipped with new energy-saving hydraulic system and intelligent boom design as well as a smart travelling control system. (PRNewsFoto/XCMG)

One centerpiece of the XCMG G-series launch is the XCA100E, the all-terrain crane equipped with new energy-saving hydraulic system and intelligent boom design as well as a smart travelling control system. (PRNewsFoto/XCMG)
รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160517/368438

นักท่องเที่ยวในจีนขานรับโปรโมชั่นบัตรในต่างประเทศของยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้, จีน–17 พ.ค.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

          เนื่องจากยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay) ได้ขยายกิจการในต่างประเทศอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้กลยุทธ์การทำการตลาดในท้องถิ่น บัตรของยูเนี่ยนจึงถูกนำมาใช้งานบ่อยครั้งโดยผู้ถือบัตรในต่างประเทศโดยข้อมูลซึ่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมระบุว่า ในช่วงสิ้นสุดไตรมาสแรกของปี 2559 ยอดการทำธุรกรรมผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์ที่ได้มีการออกบัตรในต่างประเทศมีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของธุรกิจในต่างประเทศทั้งหมดของยูเนี่ยนเพย์ เมื่อเทียบกับสัดส่วน ณ สิ้นปี 2556 ซึ่งอยู่ที่เพียง 27% ในขณะที่ยอดการทำธุรกรรมในจีนผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์ที่ออกในต่างประเทศมีปริมาณเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบเป็นรายปี

          ปัจจุบัน มีการออกบัตรยูเนี่ยนเพย์กว่า 55 ล้านใบใน 40 ประเทศและภูมิภาค โดยฮ่องกง มาเก๊า ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศบนเส้นทาง “One Belt and One Road” คือประเทศและภูมิภาครายใหญ่ที่ออกบัตรของยูเนี่ยนเพย์ นอกจากนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติยังรายงานว่า ตลาดเหล่านี้ยังเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวที่สำคัญที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจีนอีกด้วย

          ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (UnionPay International) ได้เพิ่มความหลากหลายและสิทธิพิเศษให้กับผู้ถือบัตรจากต่างประเทศ โดยอันดับแรก ตัวบัตรได้รับการยอมรับมากขึ้นในตลาดต่างประเทศและมียอดการออกบัตรเพิ่มขึ้น อันดับที่สอง บริษัทได้กำหนดพื้นที่ธุรกิจที่สำคัญในหลายเมืองภายในประเทศและได้ยกระดับการให้บริการหักบัญชีทางการค้าขึ้นไปอีกขั้น อันดับที่สาม บริษัทได้นำเสนอสิทธิพิเศษและมอบข้อเสนอสำหรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ที่ออกในต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ข้อเสนอบริการระดับ VIP ที่ศูนย์บริการการขอวีซ่าของจีนจำนวน 10 แห่งในเกาหลีใต้ สิงคโปร์ และออสเตรเลีย

          ไค เจี้ยนโป ซีอีโอของยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ของยูเนียนเพย์ในการสร้าง เครือข่ายและแบรนด์ระดับโลกเราได้ยกระดับการยอมรับในเครือข่ายและระบบการให้บริการในต่างประเทศของเราอย่างต่อเนื่อง ไม่เฉพาะแค่การอำนวยความสะดวกให้กับชาวจีนในการเดินทางไปยังต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับผู้บริโภคในต่างประเทศอีกด้วย ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จะขยายการอกบัตรในต่างประเทศและพัฒนาผลิตภัณฑ์บัตรและบริการสำหรับแต่ละตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าในต่างประเทศให้เดินทางมาท่องเที่ยวในจีนมากขึ้น ตลอดทั้งให้การสนับสนุนแบบสองทางสำหรับการแลกเปลี่ยนและการให้ความร่วมมือระหว่างจีนและภูมิภาคอื่นๆ”

          บัตรยูเนี่ยนเพย์ได้รับความนิยมสูงในฮ่องกง เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ปากีสถาน รัสเซีย และคาซัคสถาน ในไตรมาสแรกของปี ผู้ถือบัตรในต่างประเทศมียอดการใช้จ่ายในจีนเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ โดยยอดการใช้จ่ายในจีนผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์ที่ออกในสิงคโปร์ได้เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า และอัตราการขยายตัวของการออกบัตรยูเนี่ยนเพย์ในลาว กัมพูชา และออสเตรเลียต่างก็เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

          ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม ร้านค้าปลอดภาษีในสนามบิน 8 แห่งของจีนในกว่างโจว หางโจว คุนหมิง เสิ่นหยาง นานจิง เซี๊ยะเหมิน ฉิงเต่า และฉางชา ได้มอบข้อเสนอส่วนลด 10% สำหรับบัตรยูเนี่ยนเพย์ที่ออกในต่างประเทศพร้อมกับสิทธิพิเศษอื่นๆ

          ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์บัตรยูเนี่ยนเพย์และบริการได้รับการยอมรับจากลูกค้าในต่างประเทศมากขึ้น ในไตรมาสแรกปีนี้ ยอดการทำธุรกรรมในญี่ปุ่นและสหรัฐผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์ที่ออกในเกาหลีใต้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และยอดค่าใช้จ่ายผ่านบัตรยูเนี่ยนเพย์ในกลุ่มประเทศบนเส้นทาง “One Belt and One Road” (รัสเซีย ปากีสถาน มอริเชียส ฯลฯ) ในภูมิภาคอื่นๆได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.unionpayintl.com/

          แหล่งข่าว: ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล

ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน HIMSS AsiaPac16 มุ่งยกระดับวงการแพทย์ให้ทันสมัย พร้อมเปิดตัวโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน HIMSS Analytics EMRAM Stage 6

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–17 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          โรงพยาบาลปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ได้รับการรับรองมาตรฐาน HIMSS Analytics EMRAM Stage 6 ขึ้นแท่นโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐานระดับสูงในการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับบริการดูแลผู้ป่วย เทียบชั้นกลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำของโลก

          การบรรลุผลสำเร็จได้อย่างถูกจังหวะเวลาเช่นนี้นับเป็นสัญญาณว่า ประเทศไทยได้ก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีบริการสุขภาพ โดยในยุคที่บริการสุขภาพมีความทันสมัยขึ้น HIMSS Asia Pacific จึงได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขของไทย จัดงาน HIMSS AsiaPac16 Conference & Exhibition ที่กรุงเทพฯ ในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อยกระดับการแบ่งปันความรู้ ขณะที่อุตสาหกรรมบริการสุขภาพของไทยกำลังเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัล

          คุณไซมอน หลิน ผู้อำนวยการบริหารของ HIMSS Asia Pacific กล่าวว่า “วิวัฒนาการด้านระบบไอทีในแวดวงบริการสุขภาพทั่วเอเชียแปซิฟิกนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่มีศักยภาพเติบโตสูง ตลอดจนมีบรรยากาศการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในภาคเอกชน และมีนโยบายสนับสนุนที่แข็งแกร่งในระดับประเทศ เมื่อปีที่ผ่านมา ตลาดพัฒนาแล้วอย่างออสเตรเลีย ได้ประกาศเปิดตัวโรงพยาบาลมาตรฐาน HIMSS EMRAM Stage 6 แห่งแรกของประเทศ และในปีนี้ ไทยเองก็มีโรงพยาบาลระดับ Stage 6 แห่งแรกของประเทศเช่นกัน สิ่งนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ตลาดบริการสุขภาพในประเทศกำลังพัฒนามีศักยภาพทัดเทียมและเริ่มเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับประเทศพัฒนาแล้ว และผมเชื่อว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความก้าวหน้าอันน่าตื่นเต้นในแวดวงบริการสุขภาพในภูมิภาคนี้HIMSS มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ และเราหวังว่าจะได้สานต่อความสำเร็จนี้ผ่านการประชุม HIMSS AsiaPac16 รวมถึงงานด้านวิชาการอื่นๆทั้งหมดที่เราได้วางแผนไว้สำหรับบรรดาผู้ถือผลประโยชน์ในประเทศไทย เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”

          นอกจากนี้ เรื่องราวความสำเร็จของโรงพยาบาลปากน้ำโพยังชี้ให้เห็นถึงองค์ประกอบสำคัญที่พบเห็นได้อย่างแพร่หลายในตลาดบริการสุขภาพของประเทศไทย อันได้แก่ความมุ่งมั่นในการยกระดับระบบไอทีทั้งในระดับประธานบริหารและทั่วองค์กร โดยนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ วิทยากร ประธานกรรมการโรงพยาบาลปากน้ำโพ กล่าวว่า “ปัจจัยหนึ่งที่นำมาซึ่งความสำเร็จในการปรับปรุงผลลัพธ์ทางคลินิก และในการเป็นนายจ้างที่ถูกเลือกนั้น อยู่ที่การใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ในโรงพยาบาล” ด้านดร.สาธิต วิทยากร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์บริการสุขภาพ โรงพยาบาลปากน้ำโพ กล่าวเสริมว่า “ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมระหว่างแพทย์ พยาบาล บุคลากรในโรงพยาบาล และฝ่ายไอที ซึ่งล้วนมีความสนใจในเรื่องเดียวกัน” นอกเหนือจากปัจจัยสนับสนุนภายในแล้ว ทางโรงพยาบาลยังร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการด้านไอทีและโซลูชั่นระบบคอนเวอร์เจนซ์ ซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือในการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่จำเป็นต่อการดำเนินงานตามมาตรฐาน Stage 6

          สำหรับผู้บริหารจากโรงพยาบาลและเครือข่ายบริการสุขภาพขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (ในฐานะ Thought Leader Hospital ประจำการประชุมHIMSS AsiaPac16) ก็มีส่วนร่วมในการปูทางสู่การลงทุนทางเทคโนโลยี เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพและ ROI โดยผู้เข้าร่วมการประชุม HIMSS AsiaPac16 จะมีโอกาสได้สัมผัสกับนวัตกรรมต่างๆจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อย่างใกล้ชิดผ่านทางงานนิทรรศการ และจากการเยี่ยมชมโรงพยาบาล ทั้งที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ เพื่อรับชมการทำงานของสุดยอดเทคโนโลยีทางการแพทย์ในโรงพยาบาลชั้นนำเหล่านี้

          นอกเหนือจากการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆในไทยแล้ว HIMSS AsiaPac16 ยังจะเปิดเวทีบอกเล่ากรณีศึกษาชั้นนำโดยวิทยากรจากนานาประเทศ ประกอบด้วย วิลเลียม เฮิร์ช (Oregon Health and Science University) สกอตต์ แม็คลีน (Partners Healthcare) พอล ชาง (Joint Commission International) และริชาร์ด มิลานี (Ochsner Health System) ร่วมด้วยการประชุมถกประเด็นเจาะลึกอย่าง Healthcare Cyber Security Symposium และ The Economics of Health IT Workshopซึ่งผู้เข้าร่วมงาน HIMSS AsiaPac16 สามารถใช้โอกาสนี้เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นสำคัญต่างๆ ที่โรงพยาบาลทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นไวรัสเรียกค่าไถ่ ความสามารถในการทำงานร่วมกัน วิกฤติสาธารณสุข การจัดการโรคเรื้อรัง การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การใช้อินเทอร์เน็ตทางการแพทย์ และการเชื่อมต่อแพทย์

          โรงพยาบาลปากน้ำโพจะรับรางวัลที่งาน HIMSS AsiaPac16 สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.himssasiapacconference.org (ภาษาอังกฤษ) หรือwww.ehealth.moph.go.th/himss/ (ภาษาไทย)

          เปิดรับลงทะเบียนร่วมงานแล้ววันนี้

          เกี่ยวกับ HIMSS

          HIMSS เป็นกระบอกเสียง ที่ปรึกษา และผู้นำทางความคิดระดับโลก ด้านการยกระดับวงการสุขภาพผ่านระบบไอทีทางการแพทย์ ด้วยความเชี่ยวชาญและความสามารถ ทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก ในการปรับปรุงคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ทางสุขภาพ บริการสุขภาพ และการดูแลสุขภาพHIMSS คิดค้นและใช้ประโยชน์จากข้อมูลสำคัญ แบบจำลองทำนาย และเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้คำปรึกษาแก่บรรดาผู้นำ ผู้ถือผลประโยชน์ และผู้ทรงอิทธิพลด้านแนวปฏิบัติที่ดีในแวดวงไอทีทางการแพทย์ทั่วโลก เพื่อให้บุคคลเหล่านี้มีข้อมูลที่ถูกต้องในการตัดสินใจ และด้วยเครือข่ายไอทีทางการแพทย์อันประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญกว่า 1 ล้านคน การแลกเปลี่ยนความรู้และประสานความร่วมมือกว่า 200 ครั้ง บวกกับสมาชิกอีกกว่า 60,000 ราย HIMSS จึงมีบทบาทในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและกำหนดทิศทางเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพที่เชื่อมต่อถึงกันได้ดีกว่า ยกระดับสุขภาพของประชาชน และลดต้นทุนในการดูแลสุขภาพ ทั้งนี้ HIMSS เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ และมีสำนักงานอีกหลายแห่งอยู่ในอเมริกาเหนือ ยุโรป สหราชอาณาจักร และเอเชีย

          เกี่ยวกับ HIMSS AsiaPac16 Conference and Exhibition

          HIMSS AsiaPac Conference and Exhibition เป็นการประชุมและนิทรรศการประจำปี ซึ่ง HIMSS Asia Pacific จัดขึ้น ด้วยความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขของไทย งาน HIMSS AsiaPac16 จะจัดขึ้นที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกในปี 2559 ภายใต้หัวข้อ “Advancing Digital and Patient-Centered Care” ซึ่งจะมุ่งเน้นใน 4 ประเด็นสำคัญด้วยกัน ได้แก่ Applying Better Data for Better Health, Creating Smart Hospitals, Moving Closer to your Patient และ Transforming Care Models โดยมีสมาคมเวชสารสนเทศไทย (TMI) เป็น Event Knowledge Partner ประจำงาน สำหร้บข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ที่www.himssasiapacconference.org (ภาษาอังกฤษ) หรือ www.ehealth.moph.go.th/himss/ (ภาษาไทย)

          เกี่ยวกับโรงพยาบาลปากน้ำโพ

          โรงพยาบาลปากน้ำโพเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครสวรรค์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2532 โดยทีมแพทย์ พยาบาล และผู้เชี่ยวชาญด้านบริการสุขภาพ โรงพยาบาลปากน้ำโพเป็นโรงพยาบาลทั่วไป และเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งเดียวในจังหวัดนครสวรรค์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว โรงพยาบาลปากน้ำโพให้บริการดูแลสุขภาพด้วยมาตรฐานระดับสูง ผ่านการใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยเพื่อความปลอดภัยของบุคลากรและผู้ป่วย ซึ่งถือเป็นพันธกิจของทางโรงพยาบาลเช่นกัน โรงพยาบาลปากน้ำโพมีเป้าหมายที่จะเป็นโรงพยาบาลดิจิทัล โดยมีระบบสารสนเทศที่จำเป็นในการรองรับการปฏิบัติงานเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ทางคลินิก ทั้งนี้ เพื่อก้าวขึ้นเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ และโรงพยาบาลที่ได้รับความไว้วางใจ คณะผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลปากน้ำโพ จึงพร้อมให้บริการลูกค้าในหลากหลายช่องทางเพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

มหกรรม China International Consumer Goods Fair (CICGF) ครั้งที่ 15 เตรียมเปิดฉาก 9 มิ.ย. นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หนิงโป, จีน–17 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          งานแสดงสินค้าอุปโภคบริโภคนานาชาติจีน หรือ China International Consumer Goods Fair (CICGF) ครั้งที่ 15 จะจัดขึ้นที่เมืองหนิงโป ประเทศจีน ในระหว่างวันที่ 9-12 มิถุนายน 2559

          งาน CICGF ครั้งที่ 15 มีพื้นที่จัดแสดง 100,000 ตร.ม. (บูธมาตรฐาน 4,000 บูธ) ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนจัดแสดงเครื่องใช้ในครัวเรือนและของตกแต่งบ้าน ส่วนจัดแสดงเครื่องใช้สำหรับห้องครัวและห้องน้ำ และส่วนจัดแสดงสินค้านำเข้าและอีคอมเมิร์ซ

          สำหรับในส่วนจัดแสดงเครื่องใช้ในครัวเรือนและของตกแต่งบ้านนั้นประกอบไปด้วย บูธจัดแสดงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้านทั่วไป เครื่องแก้ว ของเล่น ของขวัญ สินค้าสำหรับเทศกาลต่างๆ อุปกรณ์ทำสวนและเฟอร์นิเจอร์ ขณะที่ส่วนจัดแสดงเครื่องใช้สำหรับห้องครัวและห้องน้ำจะประกอบไปด้วย เครื่องใช้สเตนเลส เครื่องเคลือบ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องครัวและครัวเรือน ตู้เก็บของ อุปกรณ์ในห้องน้ำและของใช้ส่วนตัว

          เพื่อประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นของผู้ซื้อและผู้จัดแสดงสินค้า งาน CICGF ครั้งจะมีบริการรถรับส่งระหว่างสนามบินนานาชาติผู่ตง สนาบินนานาชาติหงเฉียว จัตุรัสประชาชนใจกลางนครเซี่ยงไฮ้ และเมืองหนิงโป

          นอกจากงานนี้แล้ว ยังมีงาน China-CEEC (Central and East European Countries) Investment and Trade Expo ประจำปี 2559 ที่จัดขึ้นพร้อมกัน โดยผู้เข้าร่วมงาน CICGF จะได้สัมผัสประสบการณ์การสัมมนาด้านการลงทุน การจัดแสดงสินค้า การประชุมและเสวนา ตลอดจนกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมได้ภายในงานนี้ ซึ่งมีประเทศในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกทั้ง 16 ประเทศเข้าร่วมงาน

          ข้อมูลจากสำนักงานสารนิเทศของรัฐบาลเมืองหนิงโประบุว่า ณ วันที่ 10 พ.ค. มีผู้ซื้อต่างชาติที่ได้ลงทะเบียนกับคณะกรรมการจัดงาน CICGF แล้วทั้งสิ้น 3,061 ราย จาก 52 ประเทศ

          หัวหน้าฝ่ายงานจัดแสดงของ CICGF กล่าวว่า “เราหวังว่าจำนวนผู้เข้าร่วมงาน CICGF  ครั้งที่ 15 นี้จะมากกว่าครั้งไหนๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าร่วมจากฮ่องกง ไทย และเกาหลีใต้ CICGF มุ่งมั่นที่จะเป็นเวทีที่ให้เหล่าหุ้นส่วนทั่วโลกสามารถจับทิศทางตลาดและค้นพบโอกาสทางธุรกิจ”

          ข้อมูลผู้จัดงาน:

          CICGF Trade Dept.

          โทร: +86-574-87178074 

          อีเมล: trade@cicgf.com

          เว็บไซต์ทางการ: http://www.cicgf.com

          เกี่ยวกับ China International Consumer Goods Fair (CICGF)

          CICGF เป็นหนึ่งในสี่งานจัดแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกหลักของจีน จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของจีน (MOFCOM) และรัฐบาลประจำมณฑลเจ้อเจียง งาน CICGF ครั้งที่ 13 ในปี 2557 สามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงาน 2,435 ราย และมีการจัดแสดงสินค้านำเข้าเกือบ 10,000 รายการจาก 33 ประเทศ รวมถึงผู้ซื้อรายสำคัญ 12 ราย อาทิ Lowe’s ของสหรัฐฯ Auchan ของฝรั่งเศส และ Hola ของไต้หวัน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ สร้างวินัยทางการเงินต่อเนื่องผ่านโครงการ “เงินทองต้องวางแผน” ปี 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าโครงการ เงินทองต้องวางแผน ปีที่ 4 ส่งเสริมความรู้ด้านการวางแผนการเงินแก่มนุษย์เงินเดือน ผ่านองค์กรพันธมิตรและสื่ออย่างครบวงจร ปลุกกระแสมนุษย์เงินเดือนให้ตื่นตัวสร้างวินัย      ทางการเงิน คาดปีนี้จะสร้างการรับรู้ด้านการวางแผนทางการเงินสู่ประชาชนกว่า 2.7 ล้านคนทั่วประเทศ

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการให้ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานทางการเงินให้คนไทยทุกกลุ่มทั่วประเทศมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งการส่งเสริมให้ประชาชนเหล่านั้นสามารถดูแลตนเองได้ เป็นการเตรียมความพร้อมทางการเงินให้กับประชาชนเพื่อก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ในอนาคต โดยภาครัฐบาลก็ได้มีการออกมาตรการกระตุ้นการออม เพื่อการเกษียณหลายรูปแบบ อาทิ การจัดตั้งกองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) และกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่อยู่ในระบบการออมเพื่อการเกษียณครอบคลุมประชากรกว่า 20 ล้านคน และมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการกว่า 9 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม เงินออมจากแหล่งต่าง ๆ ข้างต้นนี้   อาจไม่เพียงพอต่อการรองรับเพื่อเป้าหมายเกษียณของแต่ละคน ด้วยเหตุนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงได้จัดทำโครงการ “เงินทองต้องวางแผน” ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้มนุษย์เงินเดือนที่อยู่ในระบบการออมเพื่อการเกษียณกว่า 20 ล้านคน        มีความรู้ความเข้าใจด้านการวางแผนการเงินและการวางแผนเกษียณที่ถูกต้อง สามารถวางแผนการออม รวมทั้ง         เลือกช่องทางและนโยบายการลงทุนที่เหมาะสม อันจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายเกษียณที่แต่ละคนกำหนดไว้

“โครงการเงินทองต้องวางแผน” ปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรต่างๆ ทั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทจดทะเบียน บริษัทเอกชน รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมกันสร้าง “วินัยการออมเพื่อ    การเกษียณ” ภายใต้ Campaign ประชาสัมพันธ์ที่ว่า “เรียนรู้ก่อนสาย เพื่ออนาคตสดใสทางการเงิน” ผ่านการดำเนินงานต่างๆ อาทิ การสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่เข้มแข็ง ทั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน บริษัทจดทะเบียน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน นำองค์ความรู้และสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ไปเผยแพร่ภายในองค์กร โดยเฉพาะกลุ่มสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งตั้งเป้าหมายที่จะเผยแพร่ความรู้ให้ครอบคลุมกว่า 150,000 คน การพัฒนาชุดความรู้ “เงินทองต้องวางแผน” ในรูปแบบ Toolkit และคู่มือ Best Practice เพื่อเป็นเครื่องมือให้กับ บลจ. นำไปให้ความรู้แก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อสร้างความเข้าใจและสามารถจัดทำแผนการออมเพื่อวัยเกษียณ และเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองได้ และการจัดทำเว็บไซต์ “เงินทองต้องวางแผน” ทาง www.set.or.th/education และสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือหรือคัมภีร์ที่ตอบโจทย์เรื่องการวางแผนทางการเงินเพื่อให้บรรลุเป้าหมายต่างๆ ในชีวิต ตาม Lifestyle ของแต่ละช่วงอายุ โดยตลอดทั้งโครงการได้ตั้งเป้าหมายเข้าถึงองค์กรต่างๆ กว่า 100 องค์กร ครอบคลุมประชาชนกว่า 2.7 ล้านคนทั่วประเทศ” นางเกศรากล่าว

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โครงการ “เงินทองต้องวางแผน” สามารถเผยแพร่การเรียนรู้ผ่านองค์กรต่างๆ กว่า 550 องค์กร ครอบคลุมการเรียนรู้ของประชาชนกว่า 5 ล้านคน และได้รับเสียงตอบรับจากการดำเนินการเป็นอย่างดี สำหรับองค์กรธุรกิจที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และสนใจนำความรู้ไปเผยแพร่กับพนักงานในองค์กรสามารถติดต่อเข้าร่วมโครงการได้ที่ www.set.or.th/education และคลิกมาที่ “เงินทองต้องวางแผน”

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สานโอกาสการลงทุน เพื่อคุณ เพื่อธุรกิจ”

สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร ดาราวรรณ มาลีสี 0 2009 9484 / อารดา กุลตวนิช 0 2009 9483 / กนกวรรณ เข็มมาลัย 0 2009 9478

TCEB ชวนชาวออฟฟิศร่วมค้นหาสถานที่ประชุมในฝันกับแคมเปญออนไลน์ MICE Trip Challenge

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ จัดแคมเปญไวรัลออนไลน์ MICE Trip Challenge เชิญชวนพนักงานออฟฟิศองค์กรภาครัฐและเอกชน และบุคคลทั่วไป ร่วมค้นหาสถานที่ประชุมในฝัน ด้วยการนำเสนอสถานที่จัดกิจกรรมไมซ์ในแบบของตนเองผ่านโซเชียลมีเดียFacebook และ Instagram แล้ว Tag เพื่อบอกต่อ เพียงเท่านี้องค์กรของคุณก็มีสิทธิ์ลุ้นรับโล่รางวัลเกียรติยศและเงินรางวัลจากทีเส็บ 50,000 บาท

 MICE Trip Challenge เป็นกิจกรรมที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากการดำเนินกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ของทีเส็บ เพื่อโปรโมตอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อการประชุม สัมมนา การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และงานจัดแสดงสินค้าและนิทรรศการ หรือไมซ์ (MICE) ในประเทศไทย ผ่านแคมเปญออนไลน์ที่เน้นสร้างการมีส่วนร่วม และกระตุ้นให้เกิดการบอกต่อผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ร่วมกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านบล็อกเกอร์หรือผู้ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เกิดกระแสไวรัล โดยมีเนื้อหากิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไป ได้นำเสนอมุมมองที่แปลกใหม่เกี่ยวกับการจัดงานไมซ์ในประเทศไทย

 คุณสริตา จินตกานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่าแคมเปญMICE Trip Challenge จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการจัดกิจกรรมไมซ์ในประเทศไทยมากขึ้น และประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปรู้จักทีเส็บในฐานะหน่วยงานส่งเสริมการจัดงานไมซ์ในประเทศไทยมากขึ้น นอกจากเมืองหลักๆ ที่เป็น MICE City แล้ว ประเทศไทยยังมีสถานที่ที่มีศักยภาพในการจัดงานไมซ์อีกมาก การเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้นำเสนอและบอกต่อสถานที่ที่อยากไปจัดกิจกรรมประชุมสัมมนา จึงเป็นการเฟ้นหาสถานที่ใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ ซึ่งจะข่วยขยายตลาดการจัดงานไมซ์ออกไปให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

 ทุกคนสามารถร่วมกิจกรรม MICE Trip Challenge ได้ ด้วยการโพสต์ภาพสถานที่ที่อยากให้บริษัทหรือองค์กรของตนพาไปจัดประชุมสัมมนาผ่าน Facebook และInstagram แล้วส่งคำท้าด้วยการ Tag บอกต่อเพื่อนร่วมงานและเจ้านายอย่างน้อย 3 คน ให้ร่วมแชร์สถานที่ที่อยากไป พร้อมติด Hashtag #micetripchallenge #ชื่อบริษัท #สถานที่จัดประชุม #จังหวัด แล้วไปรายงานตัวที่แฟนเพจ MICE in Thailand ภายใต้ Pinned Post กิจกรรม

 สามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 มิถุนายน 2559 ดูกฎกติกา และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.micetripchallenge.com

Wi-SUN Alliance เปิดตัวโซลูชั่น Field Area Network รองรับการใช้งานอัจฉริยะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มอร์แกน ฮิลล์, แคลิฟอร์เนีย–17 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          -โซลูชั่น FAN มอบระบบเครือข่ายระยะไกลและปลอดภัยอย่างเหนือชั้น รองรับการใช้งานด้านสมาร์ทซิตี้และสมาร์ทกริด ผ่านมาตรฐานเปิด

          Wi-SUN(TM) Alliance ประกาศเปิดตัวโซลูชั่น Field Area Network (FAN) ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี Smart Ubiquitous Networks (SUN) ที่รองรับเวนเดอร์หลายราย ให้แก่องค์กรธุรกิจ ผู้ให้บริการ และหน่วยงานเทศบาล ที่ต้องการโซลูชั่นเครือข่ายมาตรฐานเปิดมากประสิทธิภาพสำหรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบมิเตอร์อัจฉริยะ (AMI) ระบบจำหน่ายอัตโนมัติ ไปจนถึงระบบบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ และระบบไฟถนนอัจฉริยะ

          “การเปิดตัวโซลูชั่น Wi-SUN FAN นับว่าเหมาะสมอย่างยิ่งในยุคที่สาธารณูปโภคและเทศบาลทั่วโลกต่างต้องการโซลูชั่นที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานแบบบูรณาการ ซึ่งรองรับระบบสมาร์ทกริดและสมาร์ทซิตี้” ฟิล บีเชอร์ ประธานของ Wi-SUN กล่าว “โซลูชั่น Wi-SUN Alliance FAN มอบประสิทธิภาพที่ตอบรับความต้องการเหล่านี้ รวมทั้งความสามารถในการทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นจากเวนเดอร์เจ้าอื่นๆ”

          บ็อบ ไฮเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายมาตรฐานของ Wi-SUN ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะทำงานมาตรฐาน IEEE 802.15, IEEE 2030.5 ว่าด้วยระบบพลังงานอัจฉริยะ และคณะทำงานมาตรฐาน IEEE 2030 ว่าด้วยระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ กล่าวว่า “ในช่วงเวลาที่ความต้องการเทคโนโลยีสมาร์ทซิตี้และการใช้งานระบบ IoT ที่มีความทนทานและปลอดภัยนั้นกำลังขยายตัวขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนจากโปรโตคอลการสื่อสารที่ใช้มาตรฐานปิด ไปเป็นโซลูชั่นที่ใช้มาตรฐานเปิดซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลก โซลูชั่น Wi-SUN FAN เหมาะสมกับการทำงานเหล่านี้ เนื่องจากรองรับการทำงานร่วมกับเวนเดอร์หลายเจ้า รองรับบริการหลายรูปแบบ ทั้งยังทำงานสอดคล้องกับโปรโตคอลการสื่อสาร IPv6 ที่ปลอดภัย บนเครือข่ายไร้สายแบบเมชตามมาตรฐาน IEEE 802.15.4g”

          โซลูชั่น Wi-SUN Alliance FAN ทำงานสอดคล้องกับมาตรฐานการสื่อสารไร้สายระดับโลก IEEE 802.15.4g(TM) รวมถึงโปรโตคอล IETF IPv6 ซึ่งประกอบด้วยUDP/TCP, ตัวปรับ 6LoWPAN และบีบอัดเฮดเดอร์, การจัดเส้นทางด้วย RPL และระบบความปลอดภัยระดับองค์กร IEEE 802.1x เพื่อให้เครือข่ายสามารถทำงานได้อย่างทนทาน มีประสิทธิภาพสูง ใช้พลังงานต่ำ และครอบคลุมขอบเขตระยะไกล โดยจะมีการจัดตั้งโครงการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานภายในปีนี้ เพื่อรับรองความสามารถในการทำงานร่วมกันกับหลายเวนเดอร์อย่างเต็มรูปแบบ

          เกี่ยวกับ Smart Ubiquitous Networks (SUN)

          โซลูชั่น Wi-SUN Alliance SUN นำเสนอการเชื่อมต่อไร้สายแบบเมชที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย ใช้ต้นทุนต่ำ และประหยัดพลังงาน รองรับการทำงานครอบคลุมหลากหลายสภาพภูมิประเทศ ทั้งในเขตเมืองหนาแน่นและพื้นที่ชนบท และแทบไม่จำเป็นต้องวางโครงสร้างพื้นฐานเพิ่ม โดยแทนที่จะใช้เครือข่ายสำหรับการใช้งานภายในอาคาร ชุดโซลูชั่นของ Wi-SUN นี้สามารถตอบรับกับความต้องการได้อย่างเฉพาะจุด ในการใช้งานที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภค ระบบสมาร์ทซิตี้ ไปจนถึงการบริหารจัดการและควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์ทั้งที่มีทรัพยากรมหาศาลและที่มีทรัพยากรจำกัด

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Wi-SUN FAN สามารถรับชมได้ที่: http://www.wi-sun.org/index.php/fan-resources

          เกี่ยวกับ Wi-SUN Alliance

          Wi-SUN Alliance เป็นสมาคมไม่แสวงผลกำไร อันประกอบไปด้วยบริษัทที่ร่วมเป็นสมาชิกกว่า 100 ราย ซึ่งล้วนเป็นผู้นำระดับโลกในแวดวงการผลิตสินค้าและเซมิคอนดักเตอร์ สาธารณูปโภค หน่วยงานรัฐบาล และสถาบันการศึกษา สมาคมอุทิศตนให้กับการส่งเสริมการใช้โซลูชั่นเครือข่ายไร้สายที่สอดคล้องกับมาตรฐานการสื่อสาร IEEE 802.15.4g และมาตรฐานสากลแบบเปิดทั่วโลก สำหรับการใช้งานในด้านสมาร์ทยูทิลิตี้ สมาร์ทซิตี้ และ IoT ที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีField Area Networking (FAN) อันแข็งแกร่ง ทั้งนี้ Wi-SUN Alliance เปิดโอกาสให้ผู้ถือผลประโยชน์ทั้งหมดในอุตสาหกรรมสามารถร่วมเป็นสมาชิก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ www.wi-sun.org

          โครงการ Wi-SUN CERTIFIED(TM) ได้รับการเปิดตัวในเดือนมกราคม 2557 ปัจจุบันทางโครงการได้ให้การรับรองผลิตภัณฑ์ในตลาดไปแล้วเกือบ 100 รายการ และยังคงให้การรับรองคุณภาพและความสามารถในการทำงานร่วมกันอันเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โครงการนี้ช่วยทำให้มั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก Wi-SUN จะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เป็นเลิศ โดยโครงการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ของ Wi-SUN Alliance เปิดโอกาสให้สามารถต่อยอดการใช้งานผลิตภัณฑ์และบริการที่รองรับการทำงานร่วมกัน ครอบคลุมตลาดต่างๆ ทั้งตลาดใหม่และตลาดเดิม

          Wi-SUN Alliance และโลโก้ของ Wi-SUN Alliance เป็นเครื่องหมายการค้าของ Wi-SUN Alliance

Fragrance Du Bois เดินหน้าเปิดป๊อปอัพสโตร์ที่สิงคโปร์ 4 พ.ค. – 6 มิ.ย. นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–17 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          จากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส Fragrance Du Bois มีความยินดีที่จะประกาศแผนขยายกิจการครั้งล่าสุด โดยตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. – 6 มิ.ย. นี้ น้ำหอมแบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศสจะวางจำหน่าย ณ ห้างสรรพสินค้า TANGS VivoCity อันเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20160505/8521602892-a

          ป๊อปอัพสโตร์แห่งใหม่ล่าสุดของ Fragrance Du Bois TANGS VivoCity

          ป๊อปอัพสโตร์นี้ได้รับการออกแบบขึ้นมา เพื่อดึงดูดผู้คนในพื้นที่, ชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยว มอบประสบการณ์การช็อปปิ้งที่ไม่ซ้ำใครในห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งได้รับรางวัลการันตีของสิงคโปร์ อีกทั้งยังมอบโอกาสสุดพิเศษให้แก่ลูกค้า รวมถึงผู้ที่คลั่งไคล้ความหอมได้สัมผัสกับประสบการณ์ความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ก่อนใคร นอกจากนี้ Fragrance Du Bois ยังจะนำน้ำหอมจากน้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์แท้ 100% จากธรรมชาติอันเก่าแก่และทรงคุณค่ามาจัดแสดงด้วย

          รูปแบบบูติคที่หรูหราของ Fragrance Du Bois จากทั่วโลกได้รับการจำลองมาไว้บนพื้นที่ 379 ตารางฟุตซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเข้าหลักของห้างสรรพสินค้า นำเสนอซึ่งการเข้าถึงนวัตกรรมของแบรนด์และมรดกอันปราณีต ป๊อปอัพสโตร์ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราด้วยขวดน้ำหอมที่หุ้มด้วยอัญมณีจากชวารอฟสกี้ ประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์สีดำและทอง ปลุกบรรยากาศอันหรูหรารัญจวนใจให้แก่ลูกค้า

          ทั้งนี้ ป๊อปอัพสโตร์ดังกล่าวไม่เพียงแต่นำเสนอน้ำหอมจากน้ำมันกฤษณาระดับตำนานของแบรนด์เท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำหอมยังจะได้สัมผัสกับแบรนด์น้ำหอมลือชื่ออื่นๆ ด้วย อาทิ Xerjoff, Parfums de Marly, Jovoy, Sospiro, Alexandre. J, Illuminum, House of Sillage, Isabey และ Sue Wong โดยแบรนด์เหล่านี้จัดจำหน่ายให้กับ Fragrance Du Bois เพียงรายเดียวในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียง ใต้

 

          http://photos.prnasia.com/prnvar/20160505/8521602892-b

          ขวดน้ำหอม Fragrance Du Bois ประดับคริสตัลสวารอฟสกีสุดหรู และฝาครอบทรงระฆังคว่ำอันเป็นเอกลักษณ์ ณ TANGS VivoCity

          อนึ่ง ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา Fragrance Du Bois ได้รับโอกาสให้นำเสนอผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยม ณ TANGSใน Tangs Plaza ห้างสรรพสินค้าในย่านช้อปปิ้งชั้นนำของสิงคโปร์ บนถนนออร์ชาร์ด โดย Fragrance Du Bois ก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับความเคลื่อนไหวดังกล่าวที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2558

          นิโคลา พาร์คเกอร์ ผู้อำนวยการแบรนด์ Fragrance Du Bois กล่าวว่า “การได้กลับมาเยือน TANGSหนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของสิงคโปร์ ส่งผลให้แบรนด์ Fragrance Du Bois เป็นที่จดจำมากยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้เราได้สื่อสารกับลูกค้าถึงปรัชญาของแบรนด์ด้วย เพราะการทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าเราแตกต่างไปจากบรรดาน้ำหอมอื่นๆ อย่างไรนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว นอกจากนี้เราปรารถนาให้ทุกคนได้เข้าใจและชื่นชมคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยอันเก่าแก่ลึกลับซึ่งเป็นส่วนสำคัญของผลิตภัณฑ์และที่มาของแบรนด์Fragrance Du Bois”

          “จำเป็นต้องใช้การกระตุ้นสักนิดหน่อยให้ชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่หันมาสนใจแบรนด์ในตลาดที่แสนจะมีความเฉพาะตัวดูบ้าง” เธอกล่าว “เราสังเกตเห็นความต้องการร้านน้ำหอมเล็กๆ ที่มีความเฉพาะตัวในตลาดแห่งนี้มากยิ่งขึ้น เพราะรสนิยมของผู้บริโภคนั้นมีความซับซ้อน พวกเขาอยากได้อะไรที่มากกว่า เพื่อให้ดูโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ เราเองทั้งยินดีและถ่อมตัวต่อผลตอบรับในเชิงบวกนี้ และตั้งตารอชมผลสำเร็จที่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง”

          Fragrance Du Bois เลือกใช้แต่ส่วนผสมชั้นเลิศที่ผลิตขึ้นอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ Fragrance Du Bois วางจำหน่ายในกรุงปารีส สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ กรุงเทพฯ และดูไบ อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการเจรจากับห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงทั่วโลกเพื่อจำหน่ายและจัดแสดงผลิตภัณฑ์ และคาดว่าจะขยายกิจการไปยังกรุงโดฮา เจนีวา และลอนดอน ในอีกไม่กี่เดือนนี้

          Fragrance Du Bois จะเริ่มจำหน่ายสินค้าที่ Tangs VivoCity, 1 Harbourfront Walk, #01-187, Singapore 098585 ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. – 6 มิ.ย. นี้

          หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

          ซาแมนธา ธาม

          ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด

          อีเมล: samantha.tham@asiaplantationcapital.com

          มือถือ: +65-9144-0933

          ซาอาฮิรา มูฮัมหมัด

          ผู้บริหารอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด

          อีเมล: zaahira@asiaplantationcapital.com

          สำนักงาน: +60-122-035-344

          เกี่ยวกับ  Fragrance Du Bois

          Fragrance Du Bois เป็นแบรนด์น้ำหอมสุดหรูที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยถือกำเนิดขึ้นจากแก่นแท้ของธรรมชาติและรังสรรค์โดยเหล่านักผสมน้ำหอมรุ่นที่ห้า ผู้สานต่อการผลิตน้ำหอมแบบฉบับเมืองกราสส์ของฝรั่งเศสที่สืบทอดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความบริสุทธิ์งดงามของธรรมชาติ

น้ำหอมทุกขวดของ Fragrances Du Bois สร้างสรรค์ขึ้นจากน้ำมันกฤษณาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ที่เหนือชั้นกว่าด้วยความหรูหราทั้งในแง่ของความโดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว น้ำมันกฤษณาที่ใช้ในน้ำหอมของเราล้วนผลิตขึ้นจากแหล่งปลูกต้นกฤษณาของเราเอง ซึ่งรับประกันว่าผลิตตามหลักจรรยาบรรณและหลักความยั่งยืน

          ปัจจุบัน Fragrance Du Bois มีวางจำหน่ายในปารีส สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ กรุงเทพฯ ดูไบ และมีแผนขยายธุรกิจไปยังโดฮา เจนีวา และลอนดอนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า