Mederi เปิดตัวเทคโนโลยี Stretta RFT3 ในงานสัปดาห์โรคทางเดินอาหารประจำปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

นอร์วอล์ค, คอนเนคทิคัต–3 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Mederi Therapeutics Inc. ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิต Stretta Therapy สำหรับโรคกรดไหลย้อน (GERD) ประกาศเปิดตัว RFT3 เทคโนโลยี Strettaรุ่นที่ 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเผยโฉมในงานสัปดาห์โรคทางเดินอาหาร (DDW) ประจำปีนี้ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 พ.ค. ณ กรุงซาน ดิเอโก โดยรายละเอียดของกลุ่มคนไข้โรคกรดไหลย้อนซึ่ง Stretta เก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องมานานนับ 10 ปี จะได้รับการนำเสนอผ่านโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ภายในงานด้วย

 Stretta RFT3 / Learn about the latest update to the original innovator in non-surgical GERD treatment...Stretta Therapy. The Stretta RFT3 is the next generation of the clinically proven Stretta system with added features that further facilitate ease of use and optimal treatment of chronic GERD sufferers. Stretta RFT3, the RE-generation of a proven treatment for a challenging patient population. (PRNewsFoto/Mederi Therapeutics Inc.)

Learn about the latest update to the original innovator in non-surgical GERD treatment…Stretta Therapy. The Stretta RFT3 is the next generation of the clinically proven Stretta system with added features that further facilitate ease of use and optimal treatment of chronic GERD sufferers. Stretta RFT3, the RE-generation of a proven treatment for a challenging patient population. (PRNewsFoto/Mederi Therapeutics Inc.)

          โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160502/362660

          ผลิตภัณฑ์ Stretta RFT3 รุ่นใหม่นี้เป็นระบบฟื้นฟูของ Stretta ที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์  ในขณะที่ได้มีการปรับปรุงในเรื่องความสวยงามน่าใช้ วัสดุอุปกรณ์และระบบการทำงาน ซึ่งจะช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งมอบการรักษาอย่างดีที่สุดแก่ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนเรื้อรังในแบบของ Stretta โดยที่ขั้นตอนการใช้งานยังคงเดิม

          “เรารับฟังลูกค้าผู้ใช้งานที่มีอยู่ทั่วโลกของเราอย่างต่อเนื่อง และนำผลตอบรับมาพัฒนาระบบของเราให้ดียิ่งๆ ขึ้น” Bob Knarr ซีอีโอของMederi กล่าว “ผลิตภัณฑ์รุ่นที่ 3 ของ Stretta นี้ ประกอบไปด้วยอินเตอร์เฟสที่พัฒนาแล้ว รวมถึงระบบอัตโนมัติของคุณสมบัติหลายประการที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้งานและสร้างประสิทธิผลในการรักษา สายสวนของ RFT3 นั้นใช้ได้กับเครื่อง MDRF1 รุ่นที่วางจำหน่ายอยู่  ช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการปรับใช้ การยกระดับผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ Mederi เพื่อการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ”

          ประมาณ 30% ของผู้ใหญ่ทั่วไปป่วยเป็นโรคกรดไหลย้อนเรื้อรัง โดยผู้ป่วยจำนวนมากตอบสนองต่อสารยับยั้งการสูบฉีดโปรตอน (PPIs) ได้อย่างไม่สมบูรณ์ ทั้งที่เป็นวิธีการรักษาขั้นพื้นฐานที่สุดของภาวะดังกล่าว  ยิ่งไปกว่านั้นผู้ป่วยจำนวนมากยังกังวลถึงอันตรายจากการใช้ PPI ในระยะยาว รวมถึงการผ่าตัดรักษาเพื่อโรคดังกล่าวด้วย Stretta จึงนำเสนอวิธีการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วยเหล่านี้

          Mederi จะแนะนำและสาธิตระบบ Stretta RFT3 รุ่นใหม่นี้ ที่ศูนย์ ASGE Learning Center ในงาน DDW ตามรายละเอียดด้านล่าง

          – วันเสาร์ที่ 21 พ.ค.: สาธิต 13.00 -16.00 น.; บรรยาย 13:00-14:00 น.

          – วันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค.: สาธิต 08:00 -12:00 น.; บรรยาย 09:00-10:00 น.

          – วันจันทร์ที่ 23 พ.ค.:  สาธิต 13.00 -16.00 น.; บรรยาย 13:00-14:00 น.

          – วันอังคารที่ 24 พ.ค. : สาธิต 13.00 -16.00 น.; บรรยาย 14:00-15:00 น.

          ทั้งนี้ ข้อมูลที่รวบรวมและศึกษาโดย ดร. Mark Noar ประธานศูนย์ Heartburn and Reflux Study Center จากเมืองทาวสัน ให้แก่ Stretta เป็นเวลา 10 ปี จะได้รับการนำเสนอในรูปแบบของแผ่นพับประชาสัมพันธ์ภายในงาน DDW ด้วย โดยข้อมูลจากการนำเสนอใน 3 ประเด็น จะเป็นผลการวินิจฉัยผู้ป่วยดังกล่าวอย่างเจาะลึก และวิเคราะห์ผลกระทบของ Stretta ในผู้ป่วยที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) สูง, ผู้ป่วยที่มีอาการในระบบทางเดินหายใจอันเนื่องมาจากโรคกรดไหลย้อน และผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดแล้วกลับมาเป็นอีก “ทางเลือกในการรักษาโรคกรดไหลย้อนแบบไม่ต้องผ่าตัดนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ป่วยเหล่านี้” ดร. Noar แสดงความเห็น

          เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Stretta RFT3 รูปแบบใหม่ และข้อมูลทางการแพทย์ล่าสุดได้ที่บูธ Mederi เลขที่ 3349 ในงาน  DDW 2016

          เกี่ยวกับ Mederi Therapeutics Inc. และ Stretta? Therapy

          Mederi เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์นวัตกรรมใหม่ที่ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ในการรักษาโรคระบบทางเดินอาหารแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยStretta Therapy ของ Mederi นั้นผ่านการพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการรักษาโรคกรดไหลย้อนจากการวิจัยกว่า 40 ครั้ง ซึ่งผลลัพธ์ในการศึกษาทกครั้งแสดงให้เห็นว่าวิธีการดังกล่าวมีความปลอดภัยและประสิทธิภาพ รวมถึงความสามารถในการบรรเทาอาการระยะยาวในระดับสูง มีการใช้ Stretta เพื่อการรักษามากกว่า 20,000 ครั้งทั่วโลกในกว่า 40 ประเทศ

          ข้อมูลเพิ่มเติม: www.stretta-therapy.com

          สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ

          Mike Elofer

          อีเมล: mike@pascalecommunications.com

          โทร: +1 (484) 620-6167

AACSB International แต่งตั้ง แอนนี่ โล เป็นรองประธานอาวุโสและซีอีโอ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แทมปา, ฟลอริดา–4 พ.ค.พีอานิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

AACSB International (AACSB) สถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาทางด้านบริหารธุรกิจและการบัญชีทั่วโลก ประกาศแต่งตั้ง แอนนี่ โล ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผลตั้งแต่เดือนก.ค. 2559 นี้ โดยปัจจุบันแอนนี่ โล เป็นผู้อำนวยการฝ่าย Global Investment Performance Standards ที่สถาบัน CFA Institute

 AACSB Annie Lo / Annie Lo, named as AACSB International's new senior vice president and chief officer of Asia Pacific. (PRNewsFoto/AACSB International)

Annie Lo, named as AACSB International’s new senior vice president and chief officer of Asia Pacific. (PRNewsFoto/AACSB International)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160427/362314

ในฐานะรองประธานอาวุโสและซีอีโอ แอนนี่ โล จะกำหนดทิศทางการดำเนินงานของสมาคมฯ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และจะบริหารสำนักงานใหญ่ของAACSB ในสิงคโปร์ โดยเธอจะรับตำแหน่งต่อจาก ไอลีน พีค็อก ซึ่งกำลังจะเกษียณอายุหลังดำรงตำแหน่งมานาน 7 ปี พีค็อกเป็นซีอีโอคนแรกของAACSB เอเชียแปซิฟิก และได้ก่อตั้งสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์เมื่อปี 2552 ซึ่งนับตั้งแต่นั้นได้มีผู้แสดงความสนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์กรเพิ่มขึ้นกว่า 130% และความสนใจในโครงการรับประกันคุณภาพเติบโตขึ้นกว่า 228%

แอนนี่ โล จะสานต่อรากฐานนี้ และจะใช้ความเชี่ยวชาญของเธอในการเป็นผู้นำทีมชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมบริการทางการเงินและอุตสาหกรรมที่ไม่แสวงหาผลกำไร โดยเธอจะมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความสัมพันธ์ในระดับภูมิภาค ควบคู่กับการสนับสนุนการศึกษาด้านธุรกิจทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิก

ด้วยการยอมรับกรอบการทำงานของเราที่เน้นให้การสนับสนุนบรรดาสถาบันการศึกษา สถาบันหลายแห่งในเอเชียแปซิฟิกจึงไว้วางใจให้ AACSB เป็นผู้ช่วยในการเสริมสร้างความผูกพัน เร่งพัฒนาหลักสูตรและบริการต่างๆให้มีความสร้างสรรค์และแปลกใหม่ ตลอดจนทำให้โรงเรียนธุรกิจของพวกเขามีบทบาทมากยิ่งขึ้น” โทมัส อาร์. โรบินสัน ประธานและซีอีโอของ AACSB กล่าว

นายโรบินสันยังกล่าวอีกว่า “เราดีใจที่ได้แอนนี่ โล มาเป็นผู้นำทีม AACSB ในสิงคโปร์ ความรู้กว้างขวางของโลเกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานการดำเนินงาน ตลอดจนประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับอาสาสมัคร จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของเราในการให้บริการโรงเรียนธุรกิจ ตลอดจนวงการธุรกิจโดยรวมในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเราทำได้ดีอยู่แล้ว ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ด้านแอนนี่ โล กล่าวว่า “ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับ AACSB ในช่วงเวลาน่าตื่นเต้นสำหรับแวดวงการศึกษาทางด้านธุรกิจ และตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับทีมงานในเอเชียแปซิฟิก เจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นๆ ตลอดจนเครือข่ายของ AACSB ดิฉันเชื่อว่าเราสามารถขยายขอบเขตและความเชี่ยวชาญซึ่งอยู่ในระดับที่น่าประทับใจอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก พร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานคุณภาพสำหรับการศึกษาด้านธุรกิจทั่วโลกต่อไป”

ก่อนที่จะเข้าร่วมงานกับ CFA Institute แอนนี่ โล ดำรงตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสที่ Charles Schwab Investment Management, Inc. ในซานฟรานซิสโก ซึ่งเธอได้นำพาองค์กรผ่านมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานระดับสากล หรือ GIPS นอกจากนี้เธอยังเคยเป็นผู้จัดการผลิตภัณฑ์สถาบัน และผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนโครงการทางธุรกิจให้กับ Franklin Templeton Portfolio Advisors ในซานมาเทโอ สหรัฐอเมริกา รวมทั้งเคยร่วมงานกับ Goldman Sachsในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และเป็นเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าที่ Merrill Lynch International Private Client ในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา

แอนนี่ โล สำเร็จการศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตจาก HEC School of Management ในชูเอย์-ออง-โชซาส์ ประเทศฝรั่งเศส และหลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิตจาก University of California ในเบิร์กลีย์ สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้เธอยังได้รับประกาศนียบัตร Chartered Financial Analyst (CFA®), Chartered Alternative Investment Analyst (CAIA®) และ Certificate in Investment Performance Measurement (CIPM®) อีกด้วย

เกี่ยวกับ AACSB International

ในฐานะที่เป็นเครือข่ายการศึกษาด้านธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเชื่อมโยงวิชาการเข้ากับธุรกิจ   AACSB มีพันธกิจในการให้บริการเพื่อสร้างอัจฉริยภาพการศึกษาด้านธุรกิจ การรับรองคุณภาพ การพัฒนาความเป็นมืออาชีพให้แก่สมาชิกองค์กรกว่า 1,500 แห่ง จาก 91 ประเทศและเขตแดน  AACSB  Accreditation ก่อตั้งขึ้นในปี 2459 เป็นสถาบันรับรองคุณภาพการศึกษาที่มีมาตรฐานสูงสุด โดยมีสถาบันสอนธุรกิจกว่า 760 แห่งจากทั่วโลกได้รับการรับรอง สำนักงานใหญ่ของ AACSB ตั้งอยู่ในเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา สำนักงานใหญ่ในเอเชียแปซิฟิคตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ส่วนสำนักงานใหญ่ในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาตั้งอยู่ที่ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.aacsb.edu

ติดต่อ: Amy Ponzillo, Sr. Manager, Public Relations, AACSB International, MediaRelations@aacsb.edu, +1 813 367 5238

Kepware(R) เผยโฉมเวอร์ชั่นใหม่ของแพลตฟอร์มเชื่อมต่อรุ่นแฟลกชิป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

พอร์ตแลนด์, เมน–4 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟคเควสท์

          – KEPServerEX(R) เวอร์ชั่น 5.20 ของ Kepware ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานสำหรับผู้ใช้ปัจจุบัน พร้อมกับรุกให้บริการ IoT เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีการดำเนินงาน (IT/OT)

          Kepware(R) Technologies บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ซึ่งมุ่งเน้นการเชื่อมต่อระดับอุตสาหกรรม ประกาศเปิดตัวซอฟต์แวร์ KEPServerEX(R) เวอร์ชั่น 5.20 ในวันนี้ โดยซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่มาพร้อมการปรับปรุงที่สำคัญๆ ซึ่งมอบการเชื่อมต่ออุปกรณ์และ Internet of Thigs (IoT) เพิ่มเติมให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมแนวดิ่ง อาทิ ระบบอัตโนมัติในอาคาร การผลิต และน้ำมันและก๊าซ

 Kepware Technologies ThingWorx Agent / The ThingWorx agent, now available in the IoT Gateway for KEPServerEX, provides improved interoperability with the ThingWorx IoT Platform. Additional updates to the IoT Gateway include support for MQTT writes, Array writes, and Cross Origin Resource Sharing (CORS). (PRNewsFoto/Kepware Technologies)

The ThingWorx agent, now available in the IoT Gateway for KEPServerEX, provides improved interoperability with the ThingWorx IoT Platform. Additional updates to the IoT Gateway include support for MQTT writes, Array writes, and Cross Origin Resource Sharing (CORS). (PRNewsFoto/Kepware Technologies)

          รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160428/361239

Kepware Technologies BACnet IP Driver / The enhanced BACnet/IP driver offers users in the Building Automation Industry even more options for connectivity and control. (PRNewsFoto/Kepware Technologies)

The enhanced BACnet/IP driver offers users in the Building Automation Industry even more options for connectivity and control. (PRNewsFoto/Kepware Technologies)

          รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160428/361240

KEPWARE TECHNOLOGIES LOGO / Kepware Technologies. (PRNewsFoto/Kepware Technologies)

Kepware Technologies. (PRNewsFoto/Kepware Technologies)

          โลโก้http://photos.prnewswire.com/prnh/20130402/NE86794LOGO

          “เป้าหมายของเราจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุดนี้คือ เพื่อตอบสนองความต้องการในการติดตั้งซอฟต์แวร์ของเรา พร้อมกับพัฒนาการทำงานใหม่ๆภายใน Industrial Internet of Things (IIoT)” โทนี เพน ประธานด้านแพลตฟอร์มของ Kepware กล่าว ความมุ่งมั่นของเราที่จะสนับสนุนข้อกำหนดต่างๆในวันนี้และสนับสนุนสิ่งที่เป็นไปได้ในอนาคตนั้น นำมาซึ่งการอัพเดทที่สำคัญมากมายในผลิตภัณฑ์แฟลกชิปของเรา อาทิ การพัฒนาที่เกิดขึ้นกับไดร์เวอร์ BACnet/IP และเอเจนต์ ThingWorx(R) ซึ่งขยายขอบเขตของผลิตภัณฑ์ IoT Gateway ของเรา”

          ไดร์เวอร์ BACnet/IP ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ จะช่วยให้ผู้ใช้ในอุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติในอาคาร มีตัวเลือกการเชื่อมต่อและการควบคุมมากกว่าที่เคย โดยอาศัยตัวช่วยใหม่ ได้แก่ Accumulator Standard Object, Object-Level Command Priority และ Alarm and Event Services รายการอัพเดทเหล่านี้เกิดขึ้นในขณะที่ความต้องการทั่วโลกเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในญี่ปุ่น โดยได้รับแรงหนุนจากแนวคิดริเริ่มด้านการใช้งานพลังงานอย่างคุ้มค่า การออกแบบอาคารฉลาด และการบูรณาการระบบเพื่อสร้างระบบอัตโนมัติในอาคาร 

          สำหรับเอเจนต์ ThingWorx ซึ่งปัจจุบันเปิดให้ใช้งานใน IoT Gateway for KEPServerEX นำเสนอความสามารถในการทำงานร่วมกับThingWorx IoT Platform ได้ดีขึ้น เปิดทางให้ผู้ใช้ย้ายข้อมูลอุตสาหกรรมที่มีความเปราะบางไปยัง ThingWorx โดยใช้โปรโตคอลไบนารีThingWorx ซึ่งปลอดภัยและให้ปริมาณงานสูง ทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่นในระหว่างที่สองเทคโนโลยีนี้ทำงานควบคู่กัน นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับบริษัท PTC (Nasdaq: PTC) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ในฐานะผู้จัดหาเทคโนโลยี IoT ชั้นแนวหน้า สำหรับรายการอัพเดทอื่นๆในIoT Gateway ประกอบด้วย การเขียน MQTT การเขียน Array และ Cross Origin Resource Sharing (CORS)

          ผลการวิจัยล่าสุดของเราพบว่า บริษัทอุตสาหกรรมกว่า 60% กำลังหาทางพลิกโฉมธุรกิจไปสู่ระบบดิจิตอล อาทิ Industrie 4.0 หรือSmart Manufacturing” แมทธิว ลิตเติลฟิลด์ ประธานและหัวหน้านักวิเคราะห์ของ LNS Reserch กล่าว “IIoT Platform คือเทคโนโลยีที่ช่วยในการพลิกธุรกิจสู่ระบบดิจิตอล ซึ่งประกอบด้วยการเชื่อมต่อ คลาวด์ การวิเคราะห์บิ๊กดาต้า และการพัฒนาแอพพลิเคชั่น โดยโซลูชั่นอย่างKepware IoT Gateway เปิดทางให้บริษัทต่างๆ ใช้ต้นทุนได้อย่างคุ้มค่า ก้าวข้ามขั้นตอนการควบคุมรูปแบบเดิม และใช้ข้อมูลสารสนเทศในแนวทางที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

          นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ยังนำเสนอรายการอัพเดทสำหรับไดร์เวอร์และปลั๊กอิน 30 ตัวด้วยกัน อาทิ ไดร์เวอร์ Allen-Bradley ControlLogix Ethernet ซึ่งเพิ่มการสนับสนุนเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่น 28 ทั้งในรุ่น L8 และ L7 จาก Rockwell Automation 

          ข้อมูลเพิ่มเติม

          – ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ KEPServerEX version 5.20 และดาวน์โหลดฟรีเพื่อทดลองใช้งานเต็มรูปแบบ กรุณาคลิกที่นี่

          – ติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.+1 888-KEPWARE (537-9273) x208 หรืออีเมลsales@kepware.com

          เกี่ยวกับ Kepware, Inc.

           @Kepware เป็นบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐเมน บริษัทนำเสนอโซลูชั่นซอฟต์แวร์อันหลากหลายเพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อัตโนมัติเข้ากับซอฟต์แวร์ และเปิดการใช้งาน Industrial Internet of Things ทั้งนี้Kepware ให้บริการลูกค้าในสายงานอันหลากหลาย ตั้งแต่ในโรงงาน แท่นขุดเจาะน้ำมัน ไปจนถึงฟาร์มกังหันลม ครอบคลุมตลาดแนวดิ่งต่างๆทั่วโลก เช่น ภาคการผลิต น้ำมันและก๊าซ ระบบอัตโนมัติภายในอาคาร ไฟฟ้าและสาธารณูปโภค และอื่นๆอีกมากมาย ทั้งนี้ Kepware ก่อตั้งขึ้นในปี 2538 และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 100 ประเทศ ผู้ประกอบธุรกิจหลายพันรายนำโซลูชั่นซอฟต์แวร์ของ Kepware ไปใช้พัฒนาการดำเนินงานและประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ www.kepware.com

          เกี่ยวกับ PTC

          PTC (NASDAQ: PTC) เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งช่วยเปลี่ยนแนวทางที่บริษัทต่างๆใช้ในการสร้างสรรค์ ดำเนินการ และให้บริการในโลกแห่ง Internet of Things (IoT) บริษัทนำเสนอแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ThingWorx(R) แห่งยุคหน้า ซึ่งช่วยให้นักพัฒนามีเครื่องมือที่จำเป็นในการบันทึก วิเคราะห์ และทำรายได้จากข้อมูลจำนวนมหาศาลที่สร้างขึ้นจากผลิตภัณฑ์และระบบเชื่อมต่อออนไลน์อันชาญฉลาด โซลูชั่นของบริษัทผ่านการพิสูจน์การใช้งานแล้วในภาคสนาม และธุรกิจทั่วโลกกว่า 26,000 รายวางใจเลือกใช้งานเพื่อสร้างความได้เปรียบของผลิตภัณฑ์หรือบริการ ทั้งนี้ ซีอีโอของ PTC เคยคว้ารางวัลความสำเร็จมาแล้ว และได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำทางความคิดของอุตสาหกรรม เขาคือหนึ่งผู้ร่วมเขียนบทความเกี่ยวกับบทบาทของ IoT ต่อธุรกิจในวารสาร Havard Business Review ซึ่งเป็นการนำเสนอคู่มือที่มีความครบถ้วนและน่าเชื่อถือ

          สื่อมวลชนติดต่อ

          Torey Penrod-Cambra

          Kepware Technologies

          โทร.+1 (207) 775-1660

          อีเมล: torey.penrod-cambra@kepware.com

ECU Line ประกาศรีแบรนด์ใหม่เป็น ECU Worldwide

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มุมไบ–3 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – เปิดตัวสโลแกนใหม่ “เรียบง่ายในทุกสภาพภูมิศาสตร์” เพื่อเสริมความเป็นผู้นำระดับโลกและสาขาที่ครอบคลุม

          ECU Line หนึ่งในผู้นำด้าน NVOCC และเป็นบริษัทย่อยในเครือของบริษัท Allcargo Logistics Ltd. แบบ 100% ได้ประกาศอัตลักษณ์ของแบรนด์บริษัทใหม่เป็น “ECU Worldwide” พร้อมด้วยสโลแกน “เรียบง่ายในทุกสภาพภูมิศาสตร์”

ECU Line Rebrands Itself as ECU Worldwide / ECU Worldwide Logo

 ECU Worldwide Logo

          (โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160502/802562 )

          คุณ Shashi Kiran Shetty ประธาน ECU Worldwide กล่าวว่า “ชื่อของ ECU Worldwide ถือเป็นโอกาสในการประกาศเริ่มต้นบทใหม่ อัตลักษณ์ใหม่ของเรามีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าด้านการให้บริการข้ามทวีปที่ดีที่สุด การผนวกรวมบริการใหม่ๆ เทคโนโลยี การดำเนินงานระดับชั้นนำของโลกและความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ จะสร้างประสบการณ์ใหม่จากแบรนด์ให้กับบรรดาหุ้นส่วนบริษัท”

          คุณ Shetty กล่าวด้วยว่า “การเปลี่ยนโฉมแบรนด์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสานเจตนารมย์ของบริษัทที่จะก้าวขึ้นเป็นองค์กรที่มีกำไรถึง 2 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2563 ซึ่งผลักดันให้เรายกระดับมาตรฐานของตนเอง สร้างพลวัตและการเปลี่ยนแปลงอันน่าตื่นเต้นให้กับองค์กร”

          จุดประสงค์หลักที่อยู่เบื้องหลังการรีแบรนด์ครั้งนี้ คือ การเปลี่ยนรูปแบบจากการเป็นบริษัทผู้ใหญ่บริการแบบเอ็นด์-ทู-เอ็นด์ และการเป็นบริษัทระดับโลกที่คอยให้บริการมูลค่าเพิ่มไปสู่การเป็นผู้ให้บริการแบบควบรวมเพื่อลูกค้า สโลแกน”เรียบง่ายในทุกสภาพภูมิศาสตร์” ก็เช่นกัน สโลแกนนี้ได้แสดงให้เห็นถึงวิธีในการให้บริการสุดล้ำที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจของบริษัทซึ่งครอบคลุมสำนักงานในเครือข่ายที่มีอยู่ทั่วโลกมากกว่า 300 แห่งในกว่า 160 ประเทศ

          การรีแบรนด์ครั้งนี้ ECU Worldwide จะนำเสนอบริการใหม่ ๆ เช่น การบรรทุกสินค้าแบบเต็มตู้ (FCL) และการขนส่งทางอากาศ (Air Freight)โดยบริษัทแม่อย่าง Allcargo Logistics ซึ่งเป็นผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์แบบควบรวมระดับแนวหน้าของอินเดียได้รัได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์ Bombay Stock Exchange(BSE) และ National Stock Exchange(NSE)

          เกี่ยวกับ ECU Worldwide

          ด้วยประวัติการทำงานในแวดวงอุตสาหกรรม NVOCC กว่า 28 ปี ECU Worldwide เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ให้บริการด้านบรรทุกสินค้าใส่ตู้ไม่เต็ม(LCL) ความเชี่ยวชาญด้านนี้ส่งผลให้เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการ LCL ที่ใช้โซลูชั่นซึ่งมีเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนในระดับที่ไม่มีใครเทียบได้ เพื่อให้การขนส่งสินค้าของลูกค้าสามารถเข้าถึงทุกพื้นที่ทั่วโลก

          ด้วยเครือข่ายการให้บริการผ่านสำนักงานมากกว่า 300 แห่งในกว่า 160 ประเทศ ECU Worldwide ไม่เพียงแต่จะให้บริการขนส่งสินค้าข้ามทวีปเท่านั้น แต่ยังสามารถให้บริการโซลูชั่นมูลค่าเพิ่มหลายรูปแบบนอกเหนือจากการให้บริการ LCL ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลัก

          เกี่ยวกับ Allcargo Logistics Ltd

          Allcargo Logistics ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Avashya Group เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านโลจิสติกส์แบบผนวกรวมซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศอินเดีย และได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ BSE และ NSE การให้บริการของบริษัทประกอบด้วย การให้บริการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (NVOCC, LCL & FCL) การให้บริการ CFS/ICD ทั่วอินเดีย การให้บริการโซลูชั่นด้านโครงการและวิศวกรรม(โซลูชั่นด้านโลจิสติกส์ของโครงการและการจัดหาเครื่องมือ) รวมไปถึงการให้ให้บริการเกี่ยวกับการซื้อเรือ การเช่าเรือ และการทำสัญญาเกี่ยวกับโลจิสติกส์

          สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:   

          Divya Sheth

          Adfactors PR

          + 91 9619105533

          divya.sheth@adfactorspr.com

          ที่มา: ECU Worldwide

Kuang-Chi บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สัญชาติจีนเตรียมตั้งกองทุนบ่มเพาะธุรกิจทั่วโลกวงเงิน 300 ล้านดอลลาร์ ที่อิสราเอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เทลอาวีฟ, อิสราเอล–3 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          Kuang-Chi กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีจากเซินเจิ้น เตรียมเปิดตัวกองทุนนวัตกรรมระหว่างประเทศที่อิสราเอล โดยมีเป้าหมายเพื่อเข้าไปลงทุนในบริษัททั่วโลก “Kuang-Chi GCI Fund & Incubator” จะเป็นกองทุนแรกของจีนในประเภทนี้ โดยเป็นการผสมผสานการลงทุนในบริษัทระยะแรกถึงระยะกลางของอิสราเอลและทั่วโลก เข้ากับการบ่มเพาะธุรกิจโดย Kuang-Chi กองทุนใหม่นี้มีทุนตั้งต้น 50 ล้านดอลลาร์ และมีแผนที่จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 300 ล้านดอลลาร์ภายใน 3 ปีข้างหน้า

          GCI มาจากคำว่า Global Community of Innovation ซึ่ง Kuang-Chi ได้ริเริ่มขึ้น โดยเป็นการร่วมตัวของนักนวัตกรรมจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อทำให้นิยายวิทยาศาสตร์และความฝันของมนุษย์กลายเป็นจริง ด้วยการมอบ “อนาคต” ให้แก่โลกใบนี้ ทั้งนี้ Kuang-Chi จะจัดหาทรัพยากรทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับองค์กรธุรกิจ ตั้งแต่การขายและการตลาด ไปจนถึงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาร่วมกัน เพื่อมอบให้แก่บริษัทที่ Kuang-Chi เข้าไปลงทุน

          Kuang-Chi ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนผู้มีชื่อเสียง 5 คน ซึ่งเดินทางกลับจีนหลังจากได้รับปริญญาโทและเอกจากมหาวิทยาลัยดุ๊ก ออกซ์ฟอร์ด และเคมบริดจ์ ปัจจุบันบริษัทเป็นกลุ่มนวัตกรรมระดับโลกซึ่งมีการดำเนินงานครอบคลุมตั้งแต่ประเทศจีน ไปจนถึงอเมริกาเหนือ ยุโรป แอฟริกา และโอเชียเนีย Kuang-chi ยื่นจดสิทธิบัตรมากกว่า 3,000 รายการทั่วโลกในสาขาอภิวัสดุ โฟโตนิกส์ เทคโนโลยีดาวเทียม การบิน และวิทยาการหุ่นยนต์ ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี

          กลุ่มบริษัทถือหุ้นอยู่ในหลายบริษัท และเป็นผู้ถือหุ้นหลักของ KuangChi Science Limited (00439.HK), Solar Ship Inc., Martin Aircraft Company (ASX:MJP), Zwipe ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกด้านไบโอเมตริกซ์ และ HyalRoute กลุ่มบริษัทสื่อสาร ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมีมูลค่าทะลุหลัก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ จากการดำเนินการผ่านทางบริษัทจดทะเบียน บริษัทลงทุนนอกตลาด และสถาบันวิจัยต่างๆ

          นอกจากนี้ Kuang-Chi จะประกาศการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีท้องถิ่นของอิสราเอลที่ร่วมโครงการ GCI นำโดยการลงทุนก้อนใหญ่ในบริษัทเทคโนโลยีระดับแนวหน้าแห่งหนึ่ง ดร.หรัวเผิง หลิว ประธานกลุ่มบริษัทกล่าวว่า “อิสราเอลมีศักยภาพอันเหนือชั้นที่จะมอบให้แก่โลก ทั้งยังมีทัศนคติและวิสัยทัศน์พิเศษเหมือนกับ Kuang-Chi เราตั้งเป้าลงทุนในบริษัทท้องถิ่นซึ่งมีความเป็นเลิศในด้านไบโอเมตริกส์ การสื่อสาร วิทยาการหุ่นยนต์ และ AR และยกระดับบริษัทเหล่านี้ให้ก้าวไปสู่อีกขั้นทั้งในเชิงพาณิชย์และเทคโนโลยี”

          สำหรับ Indigo Global ซึ่งเป็นหุ้นส่วนในอิสราเอลของ Kuang-Chi มาเป็นเวลานาน จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนและดูแลกิจกรรมของ GCI Fund & Incubator โดเรียน บารัค หุ้นส่วนผู้จัดการของ Indigo Global ระบุว่า “Kuang-Chi ถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในปัจจุบัน ซึ่งหลอมรวมระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากเซินเจิ้นเข้ากับวิสัยทัศน์ของจีนในด้านขนาดและการพัฒนา ดร.หลิวและทีมงานได้คิดค้นแบบแผนที่พิเศษและประสบความสำเร็จ โดยร่วมมือกับบรรดานักนวัตกรรมชั้นนำในสาขาต่างๆ เพื่อจัดหาทรัพยากรมหาศาลมามอบให้แก่บริษัทที่พวกเขาเข้าไปลงทุน Kuang-Chi เป็นนักลงทุนที่ทุ่มเงินไปกับทรัพยากรเทคโนโลยี เครือข่ายจัดจำหน่าย ตลอดจนขีดความสามารถด้านการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อประโยชน์ของบริษัทต่างๆ ที่ได้รับเลือกจากกองทุนสัญชาติจีนแห่งนี้ พวกเราที่ Indigoตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ดูแลโครงการในอิสราเอลนี้ซึ่งมีแนวทางที่จะขยายออกไปทั่วโลก”

          คณะตัวแทนอาวุโสของ Kuang-Chi นำโดยดร.หลิว พร้อมด้วยตัวแทนจากสื่อสำนักต่างๆของจีนและเหล่าผู้บริหารบริษัท จะเดินทางเยือนอิสราเอลต้นเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อประกาศเปิดตัวกองทุนอย่างเป็นทางการ และเข้าพบเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงและผู้นำอุตสาหกรรมของอิสราเอล ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยพิธีเปิดกองทุน ณ สำนักงานของ ERM Law ซึงเป็นสำนักงานกฎหมายชั้นแนวหน้าในอิสราเอล แอมนอน เอปสไตน์ หุ้นส่วนอาวุโสของ ERM แสดงความคิดเห็นว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับบริษัทเทคโนโลยีรายสำคัญจากจีน และเรามุ่งหวังที่จะได้ร่วมมือกับ Kuang-Chi ในอิสราเอลต่อไป”

          ติดต่อสอบถาม:

          Kuang-Chi:

          อีเมล: xiaokelan@kuang-chi.com

          โทร. +86 181 2625 4673

          Indigo Global:

          อีเมล: vicki@indigog.com

          โทร. +972(9)8322526

พูดด้วยเป๊ปซี่ เต็มที่ทุกอารมณ์!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เพอร์เชส, นิวยอร์ก–3 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ขอเชิญผู้บริโภคสื่อสารผ่าน “อีโมจิ” บนขวดและกระป๋องเป๊ปซี่นับพันล้านทั่วโลก ในแคมเปญระดับโลก #PepsiMoji 

เป๊ปซี่ นำภาษาสากลอย่าง “อีโมจิ” จากโลกออนไลน์มาใช้ในแคมเปญระดับโลก โดยเชิญชวนผู้บริโภคมาร่วม “พูดด้วยเป๊ปซี่ เต็มที่ทุกอารมณ์”(Say It With Pepsi) ผ่าน “เป๊ปซี่โมจิ” มากกว่า 600 แบบ ที่พบได้บนขวดและกระป๋องเป๊ปซี่ ไปจนถึงบนแว่นตากันแดดและสเตเดียม ในตลาดต่างๆกว่า 100 ประเทศทั่วโลก สำหรับแคมเปญ #PepsiMoji ปีนี้ ได้นำเอาเอกลักษณ์ของแต่ละวัฒนธรรมมาใช้กับอีโมจิด้วย

            รับชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่

http://www.multivu.com/players/English/7812851-say-it-with-pepsi/

 

อีโมจิที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเป๊ปซี่นั้น แสดงถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของแต่ละวัฒนธรรม แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเป็นสากล ผู้รักโคล่าจึงสามารถสื่อสารกันได้ทั่วโลกผ่านภาษาสากลของเป๊ปซี่ ซึ่งนำเสนอผ่านสิ่งต่างๆดังนี้

– แว่นกันแดดลิมิเต็ดเอดิชั่น ผลงานการออกแบบของนักออกแบบระดับโลกอย่าง เจเรมี สกอตต์ (Jeremy Scott)

– สื่อโฆษณากลางแจ้งอันสะดุดตาของช่างภาพแฟชั่นเลื่องชื่อ เบน วัตตส์  (Ben Watts)

– ภาพถ่ายเล่าเรื่องโดยช่างภาพยอดนิยมในอินสตาแกรมอย่าง แดเนียล อาร์โนลด์ (Daniel Arnold)

– สื่อโฆษณาทางโทรทัศน์และสื่อดิจิตอลที่เผยแพร่ทั่วโลก

– คอนเทนท์เฉพาะสำหรับแต่ละประเทศ

คาร์ล่า ฮัสซัน รองประธานอาวุโส ฝ่ายการจัดการแบรนด์สินค้าสากล กลุ่มเครื่องดื่มของบริษัทเป๊ปซี่โค (PepsiCo) กล่าวว่า เป๊ปซี่เป็นสัญลักษณ์สากลที่สื่อถึงการผจญภัย ความตื่นเต้น และความสนุกสนาน เช่นเดียวกับอีโมจิที่สื่อถึงอารมณ์อันหลากหลายโดยไม่ต้องใช้คำพูด แคมเปญ “พูดด้วยเป๊ปซี่ เต็มที่ทุกอารมณ์” ชูการสื่อสารด้วยอีโมจิ และเป๊ปซี่โมจิก็ได้จุดประกายการสื่อสารไปทั่วโลกยิ่งกว่าอีโมจิทั่วไป

Wear It With Pepsi

หน้าร้อนนี้ ผู้บริโภคจะได้เห็นโลกผ่านแว่นกันแดดเป๊ปซี่โมจิหลากสีสัน ซึ่งออกแบบโดยนักออกแบบแฟชั่น เจเรมี สกอตต์ แว่นกันแดดลิมิเต็ดเอดิชั่น Pepsi x Jeremy Scott Capsule Collection มี 6 แบบ และได้รับแรงบันดาลใจจากเป๊ปซี่โมจิอย่างหน้ายิ้ม หน้ามีรอยจูบ หน้าตกหลุมรัก หน้าใส่แว่นกันแดด เป็นต้น โดยจะเริ่มวางจำหน่ายหน้าร้อนนี้

เจเรมี สกอตต์ กล่าวว่า “เป๊ปซี่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มสำหรับผม เป๊ปซี่เป็นไอคอนของป๊อปคัลเจอร์ และตอนนี้อีโมจิก็เป็นป๊อปคัลเจอร์ที่มาแรงที่สุด ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้นำเป๊ปซี่โมจิมาใช้กับสื่อกลางที่ไม่มีใครเหมือนอย่างแว่นกันแดด”

เผยโฉม #PepsiMoji

เพื่อแสดงความมีชีวิตชีวาและความขี้เล่นของเป๊ปซี่โมจิอย่างเต็มที่ เป๊ปซี่ได้ร่วมมือกับช่างภาพชื่อดัง เบน วัตตส์ ในการผลิตสื่อโฆษณากลางแจ้งอันสะดุดตา รวมทั้งร่วมมือกับช่างภาพแนวสตรีทอย่าง แดเนียล อาร์โนลด์ ที่มีผู้ติดตามในอินสตาแกรมจำนวนมหาศาล เพื่อแบ่งปันเรื่องราวของ#PepsiMoji โดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ โดยในส่วนของเบน วัตตส์นั้น เขาได้นำภาพถ่ายจริงที่มีชีวิตชีวามาผสานกับเป๊ปซี่โมจิที่ดูสนุกสนาน ขณะที่แดเนียล อาร์โนลด์ ได้จับภาพตามถนนหนทางที่ดูรื่นเริงมาคู่กับเป๊ปซี่โมจิอย่างลงตัว เพื่อบอกเล่าเรื่องราวอันทรงพลังด้วยภาพที่จะถูกแชร์ไปทั่วโซเชียลมีเดีย

อาร์โนลด์กล่าวว่า “ผมชอบถ่ายภาพทีเผลอที่ให้ความหมายชัดเจน สามารถถ่ายทอดความรู้สึกหรือความคิดได้ทันที และอีโมจิก็เป็นเช่นนั้น”

สื่อโฆษณา PepsiMoji Origins

เป๊ปซี่ได้ผลิตสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์และสื่อดิจิตอลเพื่อเผยแพร่ทั่วโลก ประเดิมด้วยโฆษณาตัวแรกในชื่อ Origins ที่แสดงถึงต้นกำเนิดของเป๊ปซี่โมจิ ซึ่งมาจากอารมณ์อันหลากหลายของหนุ่มสาวที่กำลังอินเลิฟ ก่อนจะไปปรากฏอยู่บนบรรจุภัณฑ์ของเป๊ปซี่ ตามมาด้วยคลิปวิดีโอขนาดสั้นไม่เกินเจ็ดวินาที 50 คลิป ที่แสดงถึงวัฒนธรรมและเทศกาลต่างๆทั่วโลก เช่น “Day of the Dead” ไปจนถึงเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตประจำวัน เช่น “Hump Day” และ“Morning Alarm” เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีคลิปวิดีโอ “Backpackers” และ “Concert Connection” เวอร์ชั่น 30 วินาทีสำหรับฉายทางทีวี และเวอร์ชั่น 90 วินาทีขึ้นไปทางสื่อออนไลน์ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าการสื่อสารผ่านเป๊ปซี่โมจิอาจนำไปสู่การผจญภัย ประสบการณ์ใหม่ๆ และความรักในแบบที่คาดไม่ถึงและลืมไม่ลง

แคมเปญเป๊ปซี่โมจิเริ่มเปิดตัวที่ออสเตรเลีย แคนาดา อินเดีย เม็กซิโก รัสเซีย และไทย จากนั้นจะเปิดตัวในประเทศอื่นๆทั่วโลกตลอดปี 2559 ทั้งบนบรรจุภัณฑ์เป๊ปซี่ เป๊ปซี่แมกซ์ ไดเอทเป๊ปซี่ และเป๊ปซี่ไลท์ นอกจากนั้นในแต่ละประเทศยังมีกิจกรรมพิเศษโดยเฉพาะ เช่น ในสหรัฐอเมริกามีโฆษณาความยาวห้าวินาทีมากกว่า 100 ตัว ซึ่งถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการซื้อสื่อ ส่วนในอินเดียมีเครื่องขายน้ำอัดลมเป๊ปซี่ ซึ่งบนบรรจุภัณฑ์จะมีรูปเป๊ปซี่โมจิที่ใกล้เคียงกับอารมณ์ของผู้ซื้อในขณะนั้น ในตะวันออกกลางมีการดึงคนดังมาร่วมแคมเปญ และในอาร์เจนตินา ผู้บริโภคสามารถออกแบบเป๊ปซี่โมจิได้เอง หรือใช้ภาพเป๊ปซี่โมจิที่มีอยู่เดิมมาตกแต่งรูปเซลฟี่ของตัวเองก็ได้เช่นกัน

ศูนย์นวัตกรรมและการออกแบบของเป๊ปซี่โค (PepsiCo Design & Innovation Center) ได้สร้างสรรค์เป๊ปซี่โมจิออกมามากกว่า 600 แบบเพื่อใช้เป็นภาษาสากลของแบรนด์ หากต้องการใช้งานเป๊ปซี่โมจิทุกแบบ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน PepsiMoji Keyboard ได้ฟรีที่ Apple App Store และGoogle Play Store

เกี่ยวกับเป๊ปซี่โค

บรรดาผู้บริโภคต่างเพลิดเพลินกับผลิตภัณฑ์ของเป๊ปซี่โคกว่า 1 พันล้านครั้งต่อวันในกว่า 200 ประเทศและดินแดนทั่วโลก เป๊ปซี่โคมีรายได้สุทธิมากกว่า6.3 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2558 โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของบริษัท เช่น ฟริโต-เลย์ เกเตอเรด เป๊ปซี่-โคล่า เควกเกอร์ และทรอปิคานา เป๊ปซี่โคมีผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มอันหลากหลาย ซึ่งรวมถึงแบรนด์ดัง 22 แบรนด์ที่แต่ละแบรนด์มียอดขายปลีกทั่วโลกมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เป๊ปซี่โคดำเนินงานอย่างมีจุดมุ่งหมาย (Performance with Purpose) เพื่อนำเสนอศักยภาพทางการเงินอย่างเหนือชั้น พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อมูลค่าของผู้ถือหุ้น โดยในทางปฏิบัติ Performance with Purpose หมายถึงการผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่มีทั้งความอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ คิดค้นแนวทางใหม่ๆเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนในการดำเนินงาน สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและใส่ใจแก่พนักงานทั่วโลก ตลอดจนให้ความเคารพ สนับสนุน และลงทุนในชุมชนที่เราดำเนินงาน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่www.pepsico.com

รีสอร์ทหรู “The Parisian Macao” เตรียมร่ายมนต์เสน่ห์และสร้างความโรแมนติกแบบฉบับกรุงปารีสปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มาเก๊า–3 พ.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

The Parisian Macao รีสอร์ทแบบครบวงจรอันเป็นผลงานชิ้นเอกจากวิสัยทัศน์ของ Sheldon G. Adelson มีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงกลางเดือนกันยายน2559 รีสอร์ทแห่งใหม่นี้จะเพิ่มความอลังการให้กับเมืองรีสอร์ทอย่าง Sands(R) Resorts Cotai Strip Macao ด้วยห้องพักและห้องสวีทสุดหรูราว 3,000 ห้อง นอกจากนั้นยังนำมนต์เสน่ห์ ความมหัศจรรย์ และกลิ่นอายของ “นครแห่งแสงไฟ” อย่างกรุงปารีสมาสู่มาเก๊าด้วย

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160425/8521602652

ปารีส คือสถานที่ท่องเที่ยวขวัญใจชาวโลกที่มีผู้มาเยือนหลายล้านคนในแต่ละปี ทั้งยังได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดในโลก และภายในปีนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเยือนมาเก๊าก็สามารถสัมผัสบรรยากาศที่ชวนหลงใหลแบบปารีสได้เช่นกัน เพียงแค่มาที่ The Parisian Macao

ความประทับใจแรกเป็นสิ่งสำคัญ เราจึงตั้งใจให้ผู้มาเยือนตื่นตาไปกับหอไอเฟลจำลองขนาดครึ่งหนึ่งของของจริง ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บริเวณหน้าทางเข้ารีสอร์ท หอไอเฟลดั้งเดิมของปารีสได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเขียน จิตรกร คนช่างฝัน และคู่รักหลายต่อหลายรุ่นให้ทำตามความฝันของตนเอง และในทำนองเดียวกัน ผู้ที่มาเยือนมาเก๊าก็จะได้รับแรงบันดาลใจจากหอไอเฟลจำลองของ The Parisian Macao โดยสามารถขึ้นไปชมวิวสวยๆของจีนแผ่นดินใหญ่และ Cotai Strip ได้อย่างเต็มตา นอกจากนั้นยังมีห้องอาหารที่เสิร์ฟทั้งอาหารตะวันออกและตะวันตกอย่างลงตัว หอไอเฟลจำลองของมาเก๊าจะกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่พลาดไม่ได้สำหรับทุกคน

นอกเหนือจากหอไอเฟลจำลองและความงามด้านสถาปัตยกรรมของ The Parisian Macao แล้ว ผู้มาเยือนทุกคนจะได้รับรู้ถึง “joie de vivre” หรือ “ความสุขของชีวิต” อย่างแท้จริง อันเป็นคุณลักษณะเด่นของชาวฝรั่งเศส

The Parisian Macao มีทุกอย่างที่คุณคาดหวังว่าจะได้รับจากรีสอร์ทในเครือของ Sands China ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ห้องพักและห้องสวีทราว 3,000 ห้อง โดยห้องพัก 1 ใน 3 ของทั้งหมดมองเห็นวิวหอไอเฟลจำลอง นอกจากนั้นยังมีห้างสรรพสินค้า Shoppes at Parisian ที่มีร้านค้าบูติกมากกว่า 150 ร้าน ทั้งร้านเสื้อผ้าแฟชั่นของดีไซเนอร์ชื่อดังและของแบรนด์ชั้นนำมากมาย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีบรรยากาศชวนให้นึกถึงถนนฌ็องเซลิเซ่อันเลื่องชื่อในกรุงปารีส แขกของรีสอร์ทและนักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงแบบฝรั่งเศสที่อัดแน่นทุกวัน อาทิ การแสดงดนตรีริมทาง ละครใบ้ และการแสดงเปิดหมวกต่างๆ ทั้งยังสามารถเดินเล่นบริเวณสวน น้ำพุ เขาวงกต และสระน้ำใสราวกระจก พร้อมเพลิดเพลินไปกับเครื่องเล่นม้าหมุน ตู้เกม หรือนั่งสบายๆในร้านอาหารเล็กๆก็ได้เช่นกัน นับเป็นบรรยากาศแบบฉบับกรุงปารีสอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ปารีสยังเป็นเมืองที่โด่งดังในเรื่องของอาหารเลิศรส The Parisian Macao จึงไม่พลาดที่จะนำร้านอาหารมากมายมาให้แขกได้เลือกสรร ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Le Chine ห้องอาหารสไตล์เอเชียของทางรีสอร์ทซึ่งตั้งอยู่บนหอไอเฟลจำลอง

The Parisian Macao ยังมีพื้นที่สำหรับจัดการประชุม (กว่า 5,200 ตารางเมตร) ซึ่งประกอบด้วยห้อง Parisian Ballroom ขนาด 3,400 ตารางเมตร ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดงานแต่งงานหรือการประชุม รวมถึงห้องประชุมอีก 7 ห้องที่พร้อมสำหรับทุกการประชุม ตั้งแต่การประชุมผู้บริหารไปจนถึงการจัดอีเวนท์ใหญ่ของบริษัท

ขณะเดียวกัน แขกของทางรีสอร์ทสามารถเพลิดเพลินไปกับบริการสปาระดับเวิลด์คลาสที่ Le SPA’tique ส่วนคุณหนูๆก็เล่นสนุกได้ที่โซนเด็กเล่น ส่วนคนรักสุขภาพก็สามารถใช้บริการคลับสุขภาพที่มีอุปกรณ์ออกกำลังกายสุดทันสมัย และยังมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งในรูปแบบของสวนน้ำด้วย

Sands China เป็นผู้นำด้านความบันเทิง ดังนั้น แขกและผู้มาเยือน The Parisian Macao จะได้สนุกสนานไปกับความบันเทิงและโชว์ระดับเวิลด์คลาสมากมายภายใน Parisian Theatre ที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 1,200 คน

บรรยากาศและสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของ The Parisian Macao จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่มาเยือน โดยเฉพาะช่างภาพมืออาชีพและผู้ที่รักการถ่ายเซลฟี่ นอกจากนี้ การตกแต่งที่ให้กลิ่นอายสุดโรแมนติกยังทำให้สถานที่นี้เพอร์เฟคท์ที่สุดสำหรับคู่รักที่กำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงานที่มีความพิเศษไม่เหมือนใคร

อีกหนึ่งจุดเด่นของ The Parisian Macao คือ ทางเดินที่เชื่อมไปยัง The Venetian Macao และ Shoppes at Four Seasons ที่จะทำให้แขกและผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์ที่ Sands(R) Resorts Cotai Strip Macao อย่างเต็มรูปแบบ

The Parisian Macao จะนำกลิ่นอายของกรุงปารีสมาไว้ที่มาเก๊า และจะต้องยิ่งใหญ่อลังการอย่างแน่นอน

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ The Parisian Macao ได้ที่ www.ParisianMacao.com

รับชมภาพความคมชัดสูงได้ที่ https://we.tl/pT2esdnc1E 

เกี่ยวกับ The Parisian Macao

The Parisian Macao ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2559 คือรีสอร์ทแบบครบวงจรที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมนต์เสน่ห์และความน่าตื่นตาตื่นใจของ “นครแห่งแสงไฟ” อย่างกรุงปารีส รีสอร์ทแห่งนี้จะมีหอไอเฟลจำลองขนาดครึ่งหนึ่งของของจริง มีห้องพักและห้องสวีทราว 3,000 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ห้องประชุม ร้านอาหาร สปา โซนเด็กเล่น คลับสุขภาพ สระว่ายน้ำ และโรงละครขนาด 1,200 ที่นั่ง นอกจากนั้นยังมีห้างสรรพสินค้า Shoppes at Parisian ขนาด 300,000 ตารางฟุต ให้ผู้มาเยือนได้ช้อปสินค้าแฟชั่นและเสื้อผ้าหรูเสมือนกับเดินอยู่บนถนนในปารีส ที่มีทั้งการแสดงดนตรีริมทาง ละครใบ้ และการแสดงเปิดหมวกต่างๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศแบบฉบับกรุงปารีสอย่างแท้จริง ผู้มาเยือนยังสามารถเดินเล่นบริเวณสวน น้ำพุ เขาวงกต และสระน้ำใสราวกระจก พร้อมเพลิดเพลินไปกับเครื่องเล่นม้าหมุน ตู้เกม หรือนั่งสบายๆในร้านอาหารเล็กๆก็ได้เช่นกัน

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ParisianMacao.com

เกี่ยวกับ Sands(R) Resorts Cotai Strip Macao เมืองรีสอร์ทครบวงจรของ Sands China

Sands China คือบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ผู้เป็นเจ้าของและผู้บริหารรีสอร์ทแบบครบวงจรในมาเก๊าที่มีชื่อว่า Sands Resorts Cotai Strip Macaoซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เกิดจากการถมทะเลระหว่างเกาะ Coloane และเกาะ Taipa โดยเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาประสบการณ์สุดตื่นตาตื่นใจใน Cotai Strip ทั้งนี้ Sands Resorts Cotai Strip Macao ได้พลิกโฉมย่านตลาดกลางวันให้กลายเป็นเมืองรีสอร์ทแบบครบวงจร รวมทั้งเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจและการท่องเที่ยวระดับนานาชาติด้วย

Sands Resorts Cotai Strip Macao เต็มไปด้วยความคึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะเป็นแหล่งซื้อขายสินค้าหรูนานาชนิดที่หาไม่ได้จากที่อื่นในมาเก๊า และเมื่อเปิด The Parisian Macao แล้ว เมืองรีสอร์ทแห่งนี้จะมีห้องพักและห้องสวีทรวมกันเกือบ 13,000 ห้อง ทั้งยังมีการแสดงสดของซูเปอร์สตาร์ระดับโลกมากมาย รวมถึงร้านขายสินค้าปลอดภาษีกว่า 800 ร้านที่นำเสนอสินค้าแบรนด์เนมมากมาย ตลอดจนพื้นที่จัดการประชุมและนิทรรศการชั้นนำของเอเชียมากกว่า 2 ล้านตารางฟุต (186,000 ตารางเมตร) พร้อมด้วยระบบขนส่งอันแสนสะดวกสบาย และที่ขาดไม่ได้เลยคือร้านอาหาร บาร์ และเลาจน์มากกว่า 125 แห่ง ซึ่งหลายแห่งได้มิชลินสตาร์ด้วย Sands Resorts Cotai Strip Macao จึงมอบประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมเลือนและสร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างไม่มีที่ไหนเทียบได้

ภายใน Sands Resorts Cotai Strip Macao ประกอบด้วยโรงแรม The Venetian(R) Macao และ The Plaza(TM) Macao ที่มีโรงแรม Four Seasons Hotel Macao นอกจากนั้นยังมี Sands(R) Cotai Central ที่มีโรงแรม Conrad, Sheraton และ St. Regis ที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงโรงแรม Holiday Inn ด้วย นับเป็นการรวมสุดยอดจุดหมายปลายทางแห่งเอเชียเอาไว้ในที่เดียว และในปีนี้จะมีการเพิ่มอีกหนึ่งแลนด์มาร์คมาไว้ ณ ที่แห่งนี้ นั่นคือ The Parisian Macaoอันเกิดจากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ Sheldon G. Adelson

Sands Resorts Cotai Strip Macao… Be at the Centre of It All! 
รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://en.sandsresortsmacao.com

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ

ฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์
Venetian Macau Limited
ดอนน่า แคมป์เบลล์
โทร. +853-8118-2041
อีเมล: donna.campbell@sands.com.mo

G2A.COM กวาด 2 รางวัล Stevie Awards 2016 ที่ลาสเวกัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เชชูฟ, โปแลนด์, ลอนดอน และฮ่องกง–3 พ.ค.–พีอาร์นิวสไวร์/อินโฟเควสท์

          G2A.COM, http://www.g2a.com ตลาดเกมดิจิตอลที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในโลก คว้ารางวัลใน 2 สาขา จากเวที Stevie Awards ซึ่งจัดขึ้นที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 G2A Awards / G2A Global Customer Support Team, headed by Jacek Chmielecki with their two Stevie Awards won in 2016 in Las Vegas, USA (PRNewsFoto/G2A.com)

G2A Global Customer Support Team, headed by Jacek Chmielecki with their two Stevie Awards won in 2016 in Las Vegas, USA (PRNewsFoto/G2A.com)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160430/362032)

          ทีมบริการลูกค้าของ G2A ได้รับรางวัลทีมงานจัดการบริการลูกค้าแห่งปี (Customer Service Management Team of the Year) ด้วยผลงานในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การดูแลลูกค้าข้ามวัฒนธรรมที่แปลกใหม่ และได้รับรางวัลในสาขาความสำเร็จของศูนย์บริการลูกค้า (Customer Service and Contact Center Achievement Category) สำหรับความสำเร็จของทีมงานในการให้บริการลูกค้าอย่างยอดเยี่ยมhttp://www.stevieawards.com

          G2A และแผนกสนับสนุนทั่วโลก ภายใต้การนำของ Jacek Chmielecki หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนระดับโลก ได้รับการยอมรับจาก Stevie Awardsในด้านการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าข้ามวัฒนธรรม “แผนกของเราพร้อมบริการลูกค้าเสมอ เพราะ G2A เกิดขึ้นจากลูกค้าที่มีความสุข เราขอขอบคุณเป็นอย่างสูงต่อรางวัลที่ได้รับ ผมมั่นใจว่าการได้รับรางวัลจะช่วยให้เราพัฒนาทักษะต่างๆ ได้ยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะสิ่งนี้สร้างแรงจูงใจได้ดีจริงๆ!” Jacek กล่าว

          ด้าน Jacqueline Purcell หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลกของ G2A กล่าวว่า “การแข่งขันในปีนี้เป็นไปอย่างเข้มข้นด้วยจำนวนผลงานกว่า 2,100 รายการที่องค์กรต่างๆ จาก 36 ประเทศส่งเข้าชิงรางวัล G2A เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เข้าชิงรางวัลเพียง 37% ที่ได้รับคะแนนสูงพอที่จะผ่านมาจนถึงรอบสุดท้าย ทีมงานทุกคนของ G2A ดีใจกับผลรางวัลนี้”

          ปัจจบัน G2A ให้บริการลูกค้ากว่า 10 ล้านราย และได้ให้การต้อนรับลูกค้าใหม่ 250,000 รายในแต่ละเดือน G2A คือเบอร์ 1 ของโลกในแง่การนำเสนอผลิตภัณฑ์เกมดิจิตอล ด้วยจำนวนกว่า 30,000 รายการ และได้รับความเห็นเชิงบวกถึง 99% จากกว่า 118,000 ความคิดเห็นบนอีเบย์http://stores.ebay.de/g2astore

          Katarzyna Szymczak-Skalska ผู้ประสานงานโครงการประชาสัมพันธ์ระดับโลกของ G2A ขึ้นรับรางวัลในนามของ “ทีมสนับสนุนลูกค้าและพนักงาน 450 คนของ G2A ซึ่งมุ่งมั่นทำงานหนัก ตลอดจนเหล่าเกมเมอร์ทั่วโลก” โดยเธอกล่าวว่า “เกมเมอร์ที่ร่วมงานกับ G2A ต่างภาคภูมิใจที่ผลงานของพวกเขาได้รับการยอมรับและยกย่องชื่นชมจากกรรมการผู้ตัดสินรางวัลในระดับนานาชาติ”

          Bartosz Skwarczek ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง G2A กล่าวแสดงความเห็นว่า “รางวัล Stevie Awards ทั้ง 2 สาขานี้นับเป็นแรงจูงใจอันยอดเยี่ยมสำหรับทีมงานของ G2A เรารู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจที่ความรักและทุ่มเทในอุตสาหกรรมเกมออนไลน์ของเราเป็นที่ชื่นชอบและชื่นชม ทีมงานของ G2A มุ่งมั่นมอบความสุขและและประสบการณ์ระดับสุดยอดให้แก่ลูกค้าเสมอ”

          Stevie Awards คือรางวัลธุรกิจชั้นนำของโลก ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี 2545 เพื่อเชิดชูเกียรติและเพื่อให้สาธารณชนทั่วไปได้รับทราบถึงความสำเร็จและผลงานอันยอดเยี่ยมขององค์กรและผู้อยู่ในสายอาชีพต่างๆทั่วโลก ปัจจุบัน Stevie Awards ได้กลายมาเป็นหนึ่งในรางวัลอันเป็นที่ปรารถนามากที่สุดในโลก  http://www.g2a.com http://www.g2a.co

          ผู้เขียน: Jacqueline Purcell –  jpurcell@G2A.com

          แหล่งข่าว: G2A.com

เมอร์ค ยกระดับเทคโนโลยีการผลิตเพื่อมอบโซลูชั่นครบวงจรให้แก่อุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดาร์มสตัดท์, เยอรมนี–3 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

            – คอนเซปต์โรงงานแบบยืดหยุ่นช่วยให้พัฒนายาและนำยาออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น

            – พร้อมให้บริการโซลูชั่นแบบครบวงจรทั่วโลก เพื่อช่วยแก้ปัญหาต่างๆให้กับลูกค้า

Merck บริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ ประกาศว่า บริษัทได้นำถังปฏิกรณ์ชีวภาพขนาด 2,000 ลิตรแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งจากไลน์ผลิตภัณฑ์Mobius(R) มาใช้ที่โรงงานผลิตตามหลัก cGMP (current good manufacturing process) Biodevelopment Center ในประเทศฝรั่งเศส ส่งผลให้เมอร์คสามารถให้บริการผลิตแบบครบวงจรตามหลัก cGMP โดยใช้อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ของเมอร์คเอง

Merck Mobius 2000L / With the addition of Merck's Mobius(R) 2000L single-use bioreactor to its new upstream suite at its Biodevelopment Center in France, the company can now offer clients full process line cGMP manufacturing (PRNewsFoto/Merck)

With the addition of Merck’s Mobius(R) 2000L single-use bioreactor to its new upstream suite at its Biodevelopment Center in France, the company can now offer clients full process line cGMP manufacturing (PRNewsFoto/Merck)

รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160429/361766

“จุดมุ่งหมายของเราคือ การช่วยให้สามารถพัฒนายาและนำยาออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น ผ่านการยกระดับความเชี่ยวชาญทางเทคนิคและนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อนำเสนอโซลูชั่นแบบครบวงจรให้แก่ลูกค้า ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงการผลิตเชิงพาณิชย์” อูดิท บาทรา สมาชิกบอร์ดบริหารของเมอร์คและซีอีโอของธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ กล่าว “สิ่งที่เรานำเสนอช่วยให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนการผลิตทุกขั้นตอนไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งที่โรงงานเดิมของลูกค้าหรือโรงงานที่เราช่วยออกแบบให้”

บริการที่มีขอบเขตและความครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้เมอร์คสามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ของลูกค้าได้ตั้งแต่การพัฒนาเซลล์เพาะเลี้ยงไปจนถึงการผลิตเชิงคลินิกในขั้นสุดท้าย และเมื่อถึงขั้นตอนที่ต้องโอนถ่ายเทคโนโลยีไปให้กับองค์กรรับผลิตตามสัญญา (CMO) หรือโรงงานอื่นๆ ลูกค้าก็สามารถใช้โซลูชั่น Provantage(R) End-to-End ของเมอร์คที่พร้อมให้บริการทั่วโลก เพื่อลดความเสี่ยงที่มักเกิดขึ้นเมื่อมีการยกระดับการผลิตไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์

โซลูชั่น Provantage(R) End-to-End ของเมอร์ค คือชุดผลิตภัณฑ์และบริการครบวงจรที่ครอบคลุมการพัฒนากระบวนการผลิต การผลิตตามหลักcGMP การออกแบบโรงงาน อุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองในการผลิต การฝึกอบรมด้านการผลิตและการใช้อุปกรณ์ การโอนถ่ายเทคโนโลยี ตลอดจนการเตรียมพร้อมเพื่อผลิตเชิงพาณิชย์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยงเมื่อลูกค้ายกระดับจากกระบวนการทางคลินิกขั้นต้นไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ เพื่อช่วยให้นำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น พร้อมกับยกระดับผลิตภาพและผลกำไรอีกด้วย

เกี่ยวกับเมอร์ค

เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำในด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และเพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล พนักงานราว 50,000คนของบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยปรับปรุงและยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ยาชีวภาพเพื่อรักษาโรคมะเร็งหรือโรคปลอกประสาทอักเสบ ระบบที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิต ไปจนถึงจอแอลซีดีสำหรับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ ทั้งนี้ ในปี 2558 เมอร์คสามารถทำยอดขายได้ 1.285 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ

เมอร์คก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2211 จึงเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ครอบครัวผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทเมอร์คในดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี ครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี โซโรโน่, มิลลิพอร์ซิกม่า และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาคลิกที่www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้

Fragrance Du Bois เปิดบ้านต้อนรับนักศึกษาจาก Raffles College พร้อมจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องน้ำหอม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย– 3 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Fragrance Du Bois แบรนด์น้ำหอมสุดหรูจากประเทศฝรั่งเศส มีปณิธานอย่างแรงกล้าในการให้ความรู้และสร้างความยั่งยืน ดังนั้น เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางแบรนด์จึงเปิดบ้านต้อนรับนักศึกษา 45 คนจาก Raffles College ให้เข้ามาร่วมทำกิจกรรมกันที่ร้านบูติกสุดหรู ณ Starhill Gallery ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยนักศึกษาและคณาจารย์ต่างเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมที่น่าสนใจและอัดแน่นไปด้วยความรู้ ทั้งในเรื่องของศาสตร์การผลิตน้ำหอมและโลกแห่งน้ำหอม

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160427/8521602719-a

นักศึกษาสาขาแฟชั่น การตลาด และการขายจาก Raffles College ณ บูติกสุดหรูของ Fragrance Du Bois

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อนักศึกษาสาขา “แฟชั่น การตลาด และการขาย” จาก Raffles College โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้เชิงลึกในหลากหลายแง่มุมของอุตสาหกรรมน้ำหอม เน้นไปที่การผลิต การค้าปลีก และการทำการตลาด โดยมีคุณโจฮันนา ทาบูโย ผู้อำนวยการฝ่ายขายของ Fragrance Du Bois รับหน้าที่เป็นวิทยากรในคลาสเรียนภาคบ่าย กิจกรรมนี้ได้รับการออกแบบให้ผู้เรียนและผู้สอนมีปฏิสัมพันธ์กัน รวมถึงเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อเพิ่มพูนความรู้และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สัมผัสกับการเรียนรู้ในอีกรูปแบบหนึ่ง

Fragrance Du Bois เลือกใช้แต่น้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์จากธรรมชาติ 100% ในการรังสรรค์น้ำหอม นักศึกษาจึงได้เรียนรู้เกี่ยวกับต้นกำเนิดของวัตถุดิบหายากอันล้ำค่านี้ รวมถึงความสำคัญของแหล่งที่มาและกระบวนการผลิตตามหลักความยั่งยืน น้ำมันกฤษณามาจากต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรียที่ใกล้สุญพันธุ์ จึงเป็นหนึ่งในน้ำมันหอมระเหยที่มีราคาแพงที่สุดในโลก น้ำมันกฤษณาถือเป็นหัวใจหลักในการสร้างสรรค์น้ำหอมทุกขวดของ Fragrance Du Bois โดยจะถูกนำมาผสานกับส่วนผสมคุณภาพสูงอื่นๆ ซึ่งได้มาจากแหล่งที่มีความยั่งยืน

คุณโจฮันนา ทาบูโย กล่าวว่า “เรารู้สึกกังวลกับอนาคตของสิ่งแวดล้อมรวมถึงชุมชนที่อาศัยอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมดังกล่าว และเพื่อปฏิบัติตามปณิธานในการตอบแทนสังคม เราจึงเปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาเรียนรู้การพัฒนาอย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสินค้าหรูที่การพัฒนาอย่างยั่งยืนถูกมองข้ามมาเป็นเวลานาน สำหรับ Fragrance Du Bois เราทำในสิ่งที่เราสอนให้กับเยาวชน และยึดมั่นในหลัก “ความหรูหราที่มาพร้อมกับจิตสำนึก” อย่างเต็มหัวใจ ในฐานะที่เป็นตัวแทนของ Fragrance Du Bois ดิฉันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ผู้ที่จะสร้างอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป”  

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160427/8521602719-b

คุณโจฮันนา ทาบูโย ผู้อำนวยการฝ่ายขายของ Fragrance Du Bois กำลังให้ความรู้แก่นักศึกษาจาก Raffles College เกี่ยวกับน้ำมันกฤษณาและความสำคัญของการผลิตจากแหล่งที่มีความยั่งยืน

นอกจากนี้ นักศึกษายังได้เรียนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตหัวน้ำหอมและกลิ่นต่างๆที่นำไปผสมเพื่อผลิตน้ำหอมด้วย

ทราวิส ตัน ผู้อำนวยการโครงการจาก Raffles College กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณ Fragrance Du Bois ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมน้ำหอม เราได้เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ผมมั่นใจว่าทุกคนได้รับความรู้และความสนุกสนานอย่างเต็มที่ จนบางคนอาจมองว่าการเรียนในห้องเรียนน่าเบื่อไปเลยก็ได้ ที่สำคัญที่สุดคือ ผมหวังว่าการมาครั้งนี้จะช่วยให้นักศึกษามีพื้นฐานที่ดีและมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการทำงานในอนาคต”

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

ซาอาฮิรา มูฮัมหมัด  
ผู้บริหารอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด
อีเมล: zaahira@asiaplantationcapital.com  
สำนักงาน: +60-122-035-344

ซาแมนธา ธาม  
ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด
อีเมล: samantha.tham@asiaplantationcapital.com
มือถือ: +65-9144-0933

เกี่ยวกับ Fragrance Du Bois 

Fragrance Du Bois เป็นแบรนด์น้ำหอมสุดหรูที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยถือกำเนิดขึ้นจากแก่นแท้ของธรรมชาติและรังสรรค์โดยเหล่านักผสมน้ำหอมรุ่นที่ห้า ผู้สานต่อการผลิตน้ำหอมแบบฉบับเมืองกราสส์ของฝรั่งเศสที่สืบทอดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความบริสุทธิ์งดงามของธรรมชาติ

น้ำหอมทุกขวดของ Fragrances Du Bois สร้างสรรค์ขึ้นจากน้ำมันกฤษณาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ที่เหนือชั้นกว่าด้วยความหรูหราทั้งในแง่ของความโดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว น้ำมันกฤษณาที่ใช้ในน้ำหอมของเราล้วนผลิตขึ้นจากแหล่งปลูกต้นกฤษณาของเราเอง ซึ่งรับประกันว่าผลิตตามหลักจรรยาบรรณและหลักความยั่งยืน

ปัจจุบัน Fragrance Du Bois มีวางจำหน่ายในปารีส สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ กรุงเทพฯ ดูไบ และมีแผนขยายธุรกิจไปยังโดฮา เจนีวา และลอนดอนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า