ไมโครซอฟท์ และ ฟูไน กระชับความร่วมมือผ่านการทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เรดมอนด์, วอชิงตัน และโอซาก้า, ญี่ปุ่น–28 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– ต่อสัญญาฉบับใหม่ ครอบคลุมกลุ่มอุปกรณ์เสียงและวิดีโอสำหรับผู้บริโภค

บริษัทไมโครซอฟท์ และบริษัท ฟูไน อิเลคทริค จำกัด (“ฟูไน อิเลคทริค“) ประกาศในวันพุธที่ผ่านมาว่า ทั้งสองบริษัทได้บรรลุข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธิในรูปแบบ cross-licensing ซึ่งครอบคลุมกลุ่มอุปกรณ์เสียงและวิดีโอสำหรับผู้บริโภค โดยการต่อสัญญาฉบับใหม่ในครั้งนี้จะกระชับความร่วมมือระหว่างสองบริษัทให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 MICROSOFT CORP. LOGO / Microsoft company logo. (PRNewsFoto/Microsoft Corp.)

Microsoft company logo. (PRNewsFoto/Microsoft Corp.)

โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20000822/MSFTLOGO

“ไมโครซอฟท์ และ ฟูไน อิเลคทริค จะยังคงได้ประโยชน์จากนวัตกรรมของแต่ละฝ่าย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นสำหรับลูกค้า” นิค ไซโฮจีออส ประธานไมโครซอฟท์ เทคโนโลยี ไลเซนซิง กล่าว “การทำข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบ cross-licensing ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของข้อได้เปรียบจากการให้ความสำคัญกับทรัพย์สินทางปัญญา โดยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้งานร่วมกันได้ รวมทั้งยังเป็นการเร่งผลักดันการวิจัยและพัฒนาข้ามบริษัท”

โจจิ โอกาดะ เจ้าหน้าที่ด้านการอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของบริษัทฟูไน อิเลคทริค กล่าวว่า “ข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธิในรูปแบบ cross-licensing จะสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือและการแบ่งปันเทคโนโลยีที่ดีขึ้น เรามองเห็นคุณค่าที่ยั่งยืนในการร่วมงานกับไมโครซอฟท์ต่อไป นั่นคือประโยชน์ที่ลูกค้าของทั้งสองบริษัทจะได้รับ”

ฟูไน อิเลคทริค เป็นผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกภายใต้แบรนด์ FUNAI และแบรนด์อื่น ๆ เช่น Philips, Magnavoz DX, Broadtec, Emerson, Sanyo และKodak

ความมุ่งมั่นของไมโครซอฟท์ต่อการอนุญาตให้ใช้สิทธิ IP

ข้อตกลงด้านสิทธิบัตรถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของ IP ในการเป็นหลักประกันว่าระบบนิเวศทางเทคโนโลยีมีความแข็งแกร่งและสดใส นับตั้งแต่เปิดตัวโครงการ IP licensing program ในเดือนธันวาคม 2546 ไมโครซอฟท์บรรลุข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธิแล้วมากกว่า 1,200 รายการ ซึ่งเป็นการเพิ่มความร่วมมือและนวัตกรรมครอบคลุมอุตสาหกรรมต่างๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการอนุญาตให้ใช้สิทธิของไมโครซอฟท์ สามารถเข้าชมได้ที่ http://www.microsoft.com/iplicensing

เกี่ยวกับบริษัท ฟูไน อิเลคทริค จำกัด

ฟูไน อิเลคทริค ก่อตั้งขึ้นในปี 2504 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Securities Exchange First Section) (6839) ในฐานะผู้ผลิตโทรทัศน์ LCD, แผ่น DVD/Blu-ray รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วง เครื่องพิมพ์ และเสาอากาศ ภายใต้แบรนด์ FUNAI และแบรนด์อื่น ๆ ในตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ฟูไน อิเลคทริค มีชื่อเสียงในฐานะผู้รับจ้างผลิต (OEM) รายใหญ่ และยังเป็นผู้จัดหาสินค้ารายใหญ่อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ของ FUNAI จัดจำหน่ายโดยบริษัทย่อย ได้แก่ FUNAI CORPORATION และ P&F USA ในอเมริกาเหนือ, P&F MEXICANA ในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ และบริษัทด้านการขายและการตลาดในเครือของฟูไนทั่วเอเชีย

นอกจากแบรนด์ FUNAI แล้ว กลุ่มบริษัทฟูไนยังจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์อื่น ๆ อีกหลายแบรนด์ สินค้าของ FUNAI สร้างชื่อเสียงแข็งแกร่งในตลาดโลกด้วยคุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผล ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มบริษัทฟูไนได้ที่ www.funai.jp/en/ และ  www.funai.jp/en/guidance/history.html

เกี่ยวกับไมโครซอฟท์ เทคโนโลยี ไลเซนซิง

ไมโครซอฟท์ เทคโนโลยี ไลเซนซิง แอลแอลซี (Microsoft Technology Licensing LLC) ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 เพื่อเข้าซื้อ บริหารจัดการ และอนุญาตให้ใช้สิทธิบัตรของไมโครซอฟท์ 

เกี่ยวกับไมโครซอฟท์

ไมโครซอฟท์ (Nasdaq “MSFT” @microsoft) คือแพลตฟอร์มชั้นนำ และเป็นบริษัทที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขยายขีดความสามารถการทำงานสำหรับโลกยุค mobile-first, cloud-first ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างพลังอำนาจให้ทุกคนและทุกองค์กรบนโลกใบนี้สามารถบรรลุผลสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น

ยูเนี่ยนเพย์ จับมือ ICBC US ออกบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ครั้งแรกในสหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซี่ยงไฮ้, จีน–28 เม.ย.–ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

ในวันที่ 28 เมษายน ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประกาศร่วมมือกับธนาคารไอซีบีซี (สหรัฐอเมริกา) หรือ ICBC US เพื่อออกบัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์เป็นครั้งแรกในสหรัฐ (หมายเลขบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 62) นับเป็นบัตรเครดิตใบแรกในสหรัฐที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์จีน ทั้งนี้ ไช่ เจียนป๋อ ซีอีโอของยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล, หวัง ซีฉวน รองประธาน ICBC และหลวน เจียนเฉิง ประธาน ICBC Peony Card Center ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดตัวครั้งนี้ด้วย ขณะที่จาง ฉีเยว่ กงสุลใหญ่จีนประจำนิวยอร์ก ก็มาร่วมแสดงความยินดีเช่นกัน  

ยูเนี่ยนเพย์ และ ICBC จับมือเป็นพันธมิตรทางกลยุทธ์ด้วยยุทธศาสตร์ความเป็นสากลที่คล้ายคลึงกัน ทั้งสององค์กรทำงานอย่างใกล้ชิดในการรับบัตร ออกบัตร และชำระเงินด้วยบัตรยูเนี่ยนเพย์ทั่วโลก ยูเนี่ยนเพย์เดินหน้าขยายการรับบัตรในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองอุปสงค์การชำระเงินของผู้ถือบัตรทั่วโลก ซึ่งก็เป็นลูกค้าของผู้ออกบัตรสากลอย่าง ICBC เช่นกัน นอกจากนี้ ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังช่วยธนาคารจีนรายอื่นๆในการขยายธุรกิจในต่างประเทศด้วย จนถึงวันนี้ ยูเนี่ยนเพย์ได้ร่วมกับ ICBC ออกบัตรแล้วในกว่า 20 ประเทศและภูมิภาค รวมถึงแคนาดา นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์

บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์สามารถใช้ได้กับเครือข่ายที่รับบัตรยูเนี่ยนเพย์ใน 157 ประเทศและภูมิภาค จึงเป็นการส่งมอบความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และบริการชำระเงินสุดพิเศษให้แก่ชาวอเมริกันที่เดินทางมายังจีนและประเทศอื่นๆในเอเชียแปซิฟิก รวมถึงพลเมืองจีนในสหรัฐ และนักเรียนแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์มีให้เลือก 2 ประเภท ได้แก่ Preferred card ซึ่งไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีและมีบริการมอบเงินคืน กับ Premier card ซึ่งมอบเงินคืนในวงเงินที่สูงกว่า พร้อมสิทธิพิเศษอีกมากมาย

ไช่ เจียนป๋อ กล่าวว่า ปีแห่งการท่องเที่ยวจีน-สหรัฐ จะช่วยส่งเสริมการเดินทางระหว่างพลเมืองของสองประเทศ และบัตรยูเนี่ยนเพย์จะมอบบริการการชำระเงินที่สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น ขณะนี้เครือข่ายยูเนี่ยนเพย์ในสหรัฐก็สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ถือบัตร พร้อมมอบสุดยอดประสบการณ์และสิทธิพิเศษมากมาย นอกจากนี้ ผู้ค้าออนไลน์รายใหญ่ๆ และมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่งยังรับชำระเงินออนไลน์ด้วยบัตรยูเนี่ยนเพย์เช่นกัน เราร่วมมือกับ ICBC ในการออกบัตรยูเนี่ยนเพย์ เพื่อมอบทางเลือกใหม่ในการชำระเงินให้แก่คนในพื้นที่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวสหรัฐให้มาจีนกันมากขึ้น และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระดับทวิภาคี

ปัจจุบันมีการออกบัตรยูเนี่ยนเพย์แล้วกว่า 54 ล้านใบในประเทศต่างๆทั่วโลกนอกประเทศจีน ขณะที่ระบบบริการของยูเนี่ยนเพย์ในสหรัฐก็กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยบัตรยูเนี่ยนเพย์สามารถใช้ได้กับตู้เอทีเอ็มเกือบทุกตู้ในสหรัฐ และร้านค้าราว 80% ก็รับชำระเงินด้วยบัตรยูเนี่ยนเพย์ ขณะเดียวกันร้านค้าจำนวนมากก็รับชำระเงินแบบ PIN ด้วยบัตรยูเนี่ยนเพย์เช่นเดียวกัน

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.unionpayintl.com/

ที่มา: ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล

AsiaNet 64257

EdgeVerve เปิดตัวบล็อคเชน เฟรมเวิร์ค สำหรับบริการทางการเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

บังกาลอร์ และ ซานฟรานซิสโก–28 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – บล็อคเชน เฟรมเวิร์ค (Blockchain Framework) โครงสร้างข้อมูลที่เอื้อต่อการสร้างบัญชีดิจิตอลแยกประเภทของธุรกรรมต่างๆ ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง จะช่วยให้ธนาคารสามารถปรับโครงสร้างและลดความซับซ้อนของบริการต่างๆ ที่ขับเคลื่อนผ่านธุรกรรมได้

          EdgeVerve Systems บริษัทที่ดูแลผลิตภัณฑ์โซลูชั่นการจัดการด้านการเงินและการธนาคารระดับสากลของ Infosys (NYSE: INFY) เปิดตัว EdgeVerve Blockchain Framework ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานกับเทคโนโลยีโครงสร้างข้อมูลที่เอื้อต่อการสร้างบัญชีดิจิตอลแยกประเภทของธุรกรรมต่างๆ (Blockchain) ในภาคบริการทางการเงินระดับโลก โดยโครงสร้างข้อมูลซึ่งเปิดตัวในการประชุมสุดยอดลูกค้าระดับโลก Infosys Confluence ที่ซานฟรานซิสโก นี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อส่งมอบแนวทางการสร้างมูลค่า รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่อยู่บนพื้นฐานของบล็อคเชน

 Infosys Logo / Infosys Finance (PRNewsFoto/Infosys Finance)

Infosys Finance (PRNewsFoto/Infosys Finance)

          (โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20151104/283829LOGO )

           EdgeVerve Blockchain Framework เป็นบัญชีแยกประเภทที่อนุญาตให้ธนาคารต่างๆ สามารถนำไปปรับใช้ในธุรกิจหลากหลายประเภทบนพื้นฐานของบล็อคเชนอย่างรวดเร็ว ด้วยความที่ออกแบบมาสำหรับภาคธุรกิจการธนาคารโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามระดับความต้องการเพื่อสนับสนุนธุรกิจระหว่างประเทศ และการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน โดยสมรรถภาพเหล่านี้ทำให้การใช้งานที่สร้างขึ้นบน Framework ดังกล่าวเป็นแพลตฟอร์มที่ปฏิบัติได้จริงเพื่อให้การชำระเงินรวมถึงบริการทางธุรกรรมธนาคารอื่นๆ ที่มีปริมาณสูงขับเคลื่อนไปได้ ทั้งนี้แอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่อยู่บนพื้นฐานของ Blockchain ซึ่งได้รับการสร้างขึ้นจากเฟรมเวิร์ค ดังกล่าว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน, การรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรม รวมถึงความแม่นยำ ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงกว่ารูปแบบของบัญชีแยกประเภทต้นทุนสูงที่มีอยู่เดิม ซึ่งเป็นรากฐานของระบบการธนาคารทั่วโลก

          จุดเด่นที่สำคัญของ EdgeVerve Blockchain Framework ประกอบด้วย:

          บัญชีแยกประเภทแบบกระจายเฟรมเวิร์คนี้ใช้ บล็อคเชนภายใต้สภาวะที่มีการกระจายข้อมูล และได้รับการอนุญาต ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับบริษัทให้บริการทางการเงินที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการทำธุรกรรมแต่ละรายการ ในขณะเดียวกันก็ปรับปรุงในเรื่องการเปิดกว้างของข้อมูลและการใช้งานร่วมกันยังคงดำเนินไปโดยที่ข้อมูลยังคงมีความสมบูรณ์และปลอดภัย

          การดูแลสินทรัพย์ – ธนาคารสามารถสร้างระบบการใช้งานสินทรัพย์หลายรายการโดยใช้เฟรมเวิร์ค นี้ เพื่อจัดเก็บและถ่ายโอนสินทรัพย์จากการทำธุรกรรมอันหลากหลายได้ภายในเครือข่ายเดียว

          – ความยืดหยุ่นสูง – ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวติดตั้งช่องทางการเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานกับเซิร์ฟเวอร์ (API layer) ซึ่งเอื้อต่อเครื่องมือในการบริหารจัดการ และก่อให้เกิดความยืดหยุ่น โดยธนาคารต่างๆ สามารถพัฒนาและปรับใช้บล็อคเชนไปพร้อมๆ กับเฟรมเวิร์ค ในแบบของตนเองได้ทันที เพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินในระดับประเทศ และระดับนานาประเทศ

          ในฐานะผู้ให้บริการด้านโซลูชั่นการเงินชั้นนำซึ่งมีการดำเนินงานใน 92 ประเทศ อีกทั้งดูแลบัญชีธนาคารกว่าหนึ่งพันล้านรายการ EdgeVerve ร่วมมือกับหลายสถาบันการเงินชั้นนำของโลกเพื่อสร้างเครือข่ายการธนาคารที่ใช้บล็อคเชน, ผลิคภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่ช่วยยกระดับเฟรมเวิร์ค ดังกล่าว อันรวมไปถึง การชำระเงิน, ธุรกรรมเพื่อการค้า, การประมวลผลใบแจ้งหนี้, สมาร์ท คอนแทรค, ตู้นิรภัยดิจิตอล, เงินกู้ร่วม และ ฯลฯ

          อ้างถึง:

          Andy Dey, ประธานฝ่ายลูกค้าและการดำเนินงาน, EdgeVerve

          “บล็อคเชนสามารถนำเสนอโอกาสสำคัญๆ ที่จะปฏิรูปกระบวนการแบบเดิมๆ, ลดค่าใช้จ่าย รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและความถูกต้องของข้อมูลการทำธุรกรรม ที่ EdgeVerve นั้น เราลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการวิจัย ณ ประเทศไอร์แลนด์ และพัฒนาความร่วมมือในอุตสาหกรรมทางการเงินที่สำคัญ สถาบันการเงินชั้นนำของโลก 2 -3 แห่งนั้นทำงานร่วมกับเราในการสร้างบล็อคเชนที่ขับเคลื่อนโปรแกรมและเครือข่ายการใช้งานด้านการธนาคารอยู่แล้ว”

          เกี่ยวกับ Infosys Finacle

          Finacle เป็นโซลูชั่นธนาคารสากลชั้นแนวหน้าในอุตสาหกรรมจาก EdgeVerve Systems ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของอินโฟซิส โซลูชั่นนี้เปิดทางให้สถาบันทางการเงินสานความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้นได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น ผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และเร่งการเติบโตในโลกดิจิตอล ปัจจุบัน Finacle เป็นตัวเลือกที่ธนาคารต่างๆใน 84 ประเทศไว้วางใจ และให้บริการลูกค้ากว่า 547 ล้านคน หรือเกือบ 16.5% ของประชากรในวัยผู้ใหญ่ที่ใช้บริการธนาคารทั่วโลก

          โซลูชั่นของ Finacle ยังตอบสนองความต้องการของสถาบันการเงินต่างๆทั่วโลก ได้แก่ คอร์ แบงกิ้ง, อีแบงกิ้ง, โมบายล์ แบงกิ้ง, การบริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM), การชำระเงิน, การคลัง, การยื่นกู้, การจัดการสภาพคล่อง, กิจการธนาคารอิสลาม, การบริหารจัดการความมั่งคั่ง และการวิเคราะห์ ทั้งนี้ จากการประเมินธนาคารที่ติดอันดับท็อป 1000 พบว่า ธนาคารที่ใช้โซลูชั่น Finacle มีผลตอบแทนจากสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 50% ผลตอบแทนจากเงินทุนเพิ่มขึ้น 30% และต้นทุนต่อรายได้น้อยกว่าธนาคารแห่งอื่น 8.1%

          ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.finacle.com

          เกี่ยวกับ EdgeVerve Systems Ltd

          EdgeVerve Systems เป็นบริษัทในเครือที่อินโฟซิสครองกรรมสิทธิเต็มซึ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอฟท์แวร์ใหม่เชิงนวัตกรรม โดยนำเสนอแพลตฟอร์มภายในที่ตั้งสำนักงานหรือให้บริการในฐานะแพลตฟอร์มธุรกิจรูปแบบคลาวด์โฮสต์ ผลิตภัณฑ์ของเราเปิดทางให้สถาบันทางการเงินสานความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้นได้ลึกซึ้งขึ้น ผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และเร่งการเติบโตในโลกแห่งดิจิตอล เราขับเคลื่อนการเติบโตให้แก่ลูกค้าในภาคส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น การธนาคาร ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง อินเตอร์แอ็คทีฟคอมเมิร์ซ การจัดจำหน่าย บริการด้านสินเชื่อ บริการลูกค้า และการซื้อในระดับองค์กร

          ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ EdgeVerve มีบริษัทต่างๆใช้งานอยู่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในภาคบริการทางการเงิน ประกันภัย ค้าปลีกและบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภค (CGP) วิทยาศาสตร์ชีวภาพ การผลิต และโทรคมนาคม Finacle ซึ่งเป็นโซลูชั่นธนาคารสากลของเรา จึงเป็นตัวเลือกที่ธนาคารต่างๆใน 84ประเทศไว้วางใจ และให้บริการลูกค้ากว่า 547 ล้านคน หรือเกือบ 16.5% ของประชากรในวัยผู้ใหญ่ทั่วโลกที่ใช้บริการธนาคาร

          ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.edgeverve.com

          ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า

          ข้อความบางข้อความในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ที่เกี่ยวกับแนวโน้มการขยายตัวในอนาคตของอินโฟซิส ถือเป็นข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เกี่ยวกับธุรกิจในอนาคตของเรา ที่นิยามไว้ในกฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 2538 (Private Securities Litigation Reform Act of 1995) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่างๆ ที่อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงนั้นแตกต่างอย่างมากจากข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคต ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับข้อความเหล่านี้ประกอบไปด้วย ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากความผันผวนของผลประกอบการ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความสามารถของเราในการบริหารการเติบโต ความรุนแรงของการแข่งขันในการให้บริการด้านไอที ซึ่งรวมไปถึงปัจจัยต่างๆที่อาจส่งผลกระทบต่อความได้เปรียบด้านต้นทุนของเรา การเพิ่มค่าแรงในอินเดีย ความสามารถของเราในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีทักษะความสามารถสูงไว้กับบริษัท ระยะเวลาและต้นทุนในการดำเนินการตามสัญญาที่กำหนดกรอบเวลาและราคาที่แน่นอน การให้ความสำคัญของลูกค้า การควบคุมเรื่องการย้ายถิ่นฐาน การให้ความสำคัญกับภาคอุตสาหกรรม ความสามารถของเราในการบริหารจัดการการดำเนินงานในต่างประเทศ ความต้องการที่ลดลงสำหรับเทคโนโลยีที่เราให้ความสำคัญ ภาวะติดขัดหรือความล้มเหลวของโครงข่ายโทรคมนาคม ความสามารถของเราในการเข้าซื้อและผนวกรวมธุรกิจใหม่ให้สำเร็จลุล่วง หนี้สินที่เกิดจากความเสียหายจากการให้บริการตามสัญญาของเรา ความสำเร็จของบริษัทต่างๆที่อินโฟซิสได้เข้าไปลงทุนเชิงกลยุทธ์ การยกเลิกหรือการหมดอายุของมาตรการสร้างแรงจูงใจทางการคลังของรัฐบาล ภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองและความขัดแย้งในภูมิภาค ข้อจำกัดทางกฎหมายในการเพิ่มทุนหรือการซื้อกิจการภายนอกประเทศอินเดีย และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของเราและภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไปที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เราดำเนินงาน สำหรับความเสี่ยงเพิ่มเติมที่อาจมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในอนาคตของเรานั้น ได้มีการอธิบายอย่างละเอียดในเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ ซึ่งรวมไปถึง Annual Report ใน Form 20-F สำหรับปีงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2558 สามารถดูเอกสารเหล่านี้ได้ที่ http://www.sec.gov อินโฟซิสอาจแก้ไขข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตเหล่านี้เป็นลายลักษณ์อักษรหรือทางวาจา ซึ่งรวมไปถึงข้อความที่ปรากฏอยู่ในเอกสารของบริษัทที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และในรายงานของเราต่อผู้ถือหุ้น ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตซึ่งระบุถึงในที่นี้ เกิดจากสมมติฐานที่เราเชื่อว่าสมเหตุสมผล ณ วันที่ระบุ ทั้งนี้ บริษัทไม่มีหน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อความที่เป็นลักษณะการคาดการณ์ในอนาคต ซึ่งอาจมีการจัดทำขึ้นเป็นครั้งคราว หรือในนามของบริษัท เว้นแต่กฎหมายกำหนด

          แหล่งข่าว: Infosys Finacle

เทคโนโลยี Virtual Reality และ Smart Home ก้าวขึ้นเป็นดาวเด่นในงานแสดงเฟอร์นิเจอร์ China International Furniture Fair

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กว่างโจว, จีน–28 เม.ย.– พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

งานแสดงเฟอร์นิเจอร์ China International Furniture Fair หรือ CIFF ครั้งที่ 37 (กว่างโจว) จบลงอย่างสวยงามไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด้วยจำนวนผู้ออกร้านกว่า 3,868 ราย และผู้เข้าชมงานสูงถึง 168,881 รายตลอดระยะเวลาการจัดงาน 8 วัน

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160427/0861603878-a

ในงาน CIFF (กว่างโจว) ปีนี้ Landbond ได้เปิดตัว “ห้องลองเฟอร์นิเจอร์” เสมือนจริง ที่ผู้ใช้สามารถสวมแว่น VR และลองจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในมุมต่างๆของบ้านได้ 

งาน CIFF (กว่างโจว) ในปีนี้ จัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้า China Import and Export Fair Complex และ Poly World Trade Expo Centre ภายใต้ธีม “Smart and Customization” โดยมีการจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ล่าสุดของแบรนด์ดังระดับโลกทั้งจากจีน สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อิตาลี และอีกมากมาย 

ปัจจุบัน เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) ได้เข้ามาตีตลาดผู้บริโภคมากขึ้น ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์หลายรายจึงหาวิธีนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในการสร้างบ้านแห่งอนาคต โดยหนึ่งในนั้นคือบริษัท Landbond ที่ได้จัดแถลงข่าวและเปิดตัวระบบ VRHome ที่เปรียบได้กับ ห้องลองเฟอร์นิเจอร์” โดยเมื่อผู้ใช้สวมแว่น VR ก็จะเห็นภาพเสมือนจริงและสามารถลองจัดวางเฟอร์นิเจอร์ตามมุมต่างๆของบ้านได้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์ 

ในงานยังมีการนำเสนอเทคโนโลยี Smart Home และ Smart Office อีกมากมาย เช่น เฟอร์นิเจอร์ห้องนั่งเล่นที่มีระบบภาพและเสียงครบวงจร ที่นอนอัจฉริยะที่บันทึกและติดตามรูปแบบการนอนได้ และโต๊ะทำงานอิเล็กทรอนิกที่ปรับความสูงได้ นอกจากนั้นยังมีการนำเสนอสินค้ามากมายที่ใช้เทคโนโลยีสุดล้ำสมัย เช่น เทคโนโลยีแขนกล การพิมพ์ 3 มิติ ระบบพ่นสีอัตโนมัติ และระบบควบคุมด้วยเซนเซอร์อัจฉริยะ เป็นต้น 

Paul Dotta รองประธานอาวุโสฝ่ายค้าปลีกในจีนของบริษัท Ashley Furniture China กล่าวว่า ทุกๆปี งาน CIFF (กว่างโจว) ได้ช่วยให้บริษัทสร้างความสัมพันธ์อันดีกับบริษัทอื่นๆ 

งาน CIFF ปีนี้เปิดโอกาสให้เราได้จัดแสดงและโปรโมทสินค้ามากขึ้น เราได้รับการตอบรับและการสนับสนุนจากลูกค้ามากมาย ทั้งยังได้พบปะบริษัทหลายแห่งที่อาจเป็นหุ้นส่วนของเราในอนาคต นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเติบโตของบริษัท” เขากล่าว 

งาน CIFF ครั้งที่ 37 (กว่างโจว) ไม่เพียงเปิดเวทีให้กับแบรนด์และบริษัทชื่อดังหลายร้อยจากทั่วทุกมุมโลกเท่านั้น แต่ยังมีการจัดงานประชุมและงานแสดงศิลปะอีกหลายรายการเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีในระยะยาวด้วย 

Tom Conley ประธานและซีอีโอของ High Point Market Authority ได้ประกาศระหว่างพิธีเปิดงานเมื่อวันที่ 18 มีนาคมว่า High Point กำลังสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ CIFF ในขณะที่ศิลปินชาวสเปนอย่าง Cristobal Gabarron ก็นำผลงานประติมากรรมชิ้นเอก 9 ชิ้นที่จัดแสดงในนิทรรศการ The Mysteries of Columbus มาร่วมจัดแสดงในเทศกาล Spanish themed 1st Global Garden Lifestyles Festival ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน CIFF ด้วย 

สำหรับงาน CIFF ครั้งที่ 38 (เซี่ยงไฮ้) จะจัดขึ้นทั้งหมด 4 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน ที่ศูนย์ประชุมและนิทรรศการ National Exhibition and Convention Center ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีพื้นที่จัดแสดงกว่า 400,000 ตารางเมตร โดยได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของพื้นที่ และคาดว่าจะมีกลุ่มผู้ประกอบการจากนานาประเทศเข้าร่วมจัดแสดงในงาน อาทิ อิตาลี ญี่ปุ่น ตุรกี และเกาหลีใต้ เป็นต้น 

เกี่ยวกับ CIFF 

งานแสดงเฟอร์นิเจอร์ China International Furniture Fair (CIFF) จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2541 และมีกำหนดจัดปีละ 2 ครั้ง ได้แก่ ที่กว่างโจวในเดือนมีนาคม และที่เซี่ยงไฮ้ในเดือนกันยายน CIFF ประสบความสำเร็จมาโดยตลอดในการจัดงาน 37 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็น “เครื่องชี้วัดอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์จีน” “ศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์แห่งเอเชีย” และ “แพลตฟอร์มด้านเฟอร์นิเจอร์อันดับหนึ่งของโลก”

 

http://photos.prnasia.com/prnvar/20160427/0861603878-b

Paul Dotta รองประธานอาวุโสฝ่ายค้าปลีกในจีนของบริษัท Ashley Furniture China กล่าวว่า ทุกๆปี งาน CIFF (กว่างโจว) ได้ช่วยให้บริษัทสร้างความสัมพันธ์อันดีกับบริษัทอื่นๆ

ขอเชิญผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Berlin Web Week ณ กรุงเบอร์ลิน ศูนย์กลางอุตสาหกรรมดิจิตอลของยุโรป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เบอร์ลิน–28 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ระหว่างวันที่ 7-17 มิถุนายนนี้ บรรดาผู้ประกอบการ บล็อกเกอร์ นักพัฒนา และนักออกแบบ จะมารวมตัวกันที่กรุงเบอร์ลิน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมดิจิตอลแห่งยุโรป เพื่อเข้าร่วมมหกรรม Berlin Web Week ครั้งที่ 9 โดยภายในงานประกอบด้วยการประชุม การจัดอีเวนท์ การจัดแสดงสินค้า และการอภิปรายต่างๆมากถึง 20 รายการ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้พูดคุยถึงประเด็นและแนวโน้มต่างๆเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิตอล แวดวงบริษัทสตาร์ทอัพ และภูมิทัศน์ของสื่อดิจิตอล โดยอีเวนท์สำคัญภายในงาน Berlin Web Week ปีนี้ ประกอบด้วยการประชุม Axel Springer NOAH16 Berlin ที่จะมีการบรรยายเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอลมากกว่า 100 รายการ รวมถึงการประชุม HEUREKA, Connexpo tools และ Fempreneur Summit สำหรับงานในปีนี้ให้ความสำคัญกับแง่มุมต่างๆของเศรษฐกิจดิจิตอลมากเป็นพิเศษ จึงมีการจัดอีเวนท์เกี่ยวกับภาคส่วนนี้มากขึ้น เช่น K5 Berlin ซึ่งเป็นการประชุมเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซ, OMfin-Con ซึ่งเป็นการประชุมด้านการตลาดออนไลน์ และ European Venture Market ซึ่งเป็นการประชุมเครือข่ายสำหรับผู้ประกอบการ ทั้งนี้ มหกรรม Berlin Web Week จัดโดยสำนักงานด้านเศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยของกรุงเบอร์ลิน ร่วมกับ Berlin Partner for Business and Technology  ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ 

สามารถดูตารางการจัดงานได้ที่ http://www.berlin-web-week.com 

Axel Springer NOAH16 Berlin  

NOAH Berlin เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้นำทางความคิดในอุตสาหกรรมดิจิตอล ได้หารือกันถึงแนวโน้มล่าสุดของแวดวงอินเทอร์เน็ต งานนี้เป็นการรวมตัวกันของผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการอยู่แล้วและผู้บุกเบิกรายใหม่ๆ ที่จะมาร่วมในการบรรยายและการอภิปรายเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอลกว่า 100 รายการ งานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน ที่ Tempodrom และเปิดให้ลงทะเบียนแล้วที่ http://www.noah-conference.com/request-invitation

 

HEUREKA  

HEUREKA ถือกำเนิดขึ้นในฐานะการประชุมสำหรับผู้ก่อตั้งบริษัทงานแรกๆของกรุงเบอร์ลิน และพัฒนาจนกลายเป็นงานที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งในแวดวงบริษัทสตาร์ทอัพ ภายในงานมีการปราศรัย การเสวนา และการทำเวิร์กช็อปต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้เหล่าผู้ก่อตั้งบริษัทและผู้จัดการบริษัทได้แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับปัจจัยสำคัญต่างๆอันจะนำไปสู่ความสำเร็จ รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการและมือใหม่ในแวดวงดิจิตอลสามารถพัฒนาธุรกิจของตนได้ อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีในการทำความรู้จักกับนักลงทุนระดับสูงด้วย งานนี้จัดวันเดียวในวันที่ 7 มิถุนายน ที่ Alte Munze Berlin และสามารถซื้อบัตรล่วงหน้าได้จนถึงสิ้นเดือนเมษายนที่ http://www.heureka-conference.com 

Connexpo tools 

Connexpo tools (Conference + Expo + Connection) เตรียมเปิดฉากระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน ที่ Berlin Exhibition Grounds โดยจะรวมซัพพลายเออร์และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิตอลมาไว้ในที่เดียว สำหรับงานครั้งที่ 3 นี้จะเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอลในที่ทำงาน โดยเฉพาะในบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม งานนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อชูความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอล รวมถึงแสดงให้เห็นว่าบริษัทต่างๆสามารถประสบความสำเร็จในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าด้วยระบบดิจิตอล ทั้งในรูปแบบของการทำงานร่วมกันและการบริหารจัดการ สามารถซื้อบัตรเข้าร่วมงานได้ที่http://www.tools-berlin.de/en/TradeVisitors/Tickets 

Fempreneur Summit  

Fempreneur Summit 2016 หรือ #FemSum16 เป็นงานที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่สุภาพสตรีที่สนใจเป็นนายตัวเองด้วยการเป็นเจ้าของบริษัทสตาร์ทอัพ งานนี้จะจัดขึ้นที่ Startup Hub Berlin ในวันที่ 9 มิถุนายน โดยในงานจะมีการบรรยายของเหล่าสตรีผู้ก่อตั้งบริษัทและผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ อาทิMilena Glimbovski จาก Original Unverpackt, Val Racheeva จาก wefound.org, Masoud Kamali จาก WestTech Ventures, Felicia Mutterer จากStraight Magazine และอีกมากมาย สามารถซื้อบัตรเข้าร่วมงานได้ที่ http://www.eventbrite.de/e/fempreneur-summit-tickets-24189551600 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fempreneur-summit.com

ติดต่อ

Annabell Dorksen

โฆษกฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์

โทร. +49-30-46302-599

อีเมล: annabell.doerksen@berlin-partner.de

Berlin Partner for Business and Technology

http://www.berlin-partner.com 

ที่มา: Berlin Partner for Business and Technology

HNA Tourism Group กลุ่มธุรกิจบริการการท่องเที่ยวระดับแนวหน้าของโลก ได้เข้าทำสัญญาควบรวมกิจการกับกลุ่มธุรกิจโรงแรม Carlson Hotels, Inc.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง และ มินนีแอโพลิส–28 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

 

การควบรวมกิจการของกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว HNA Tourism Group และกลุ่มธุรกิจโรงแรม Carlson Hotels จะทำให้เกิดกลุ่มธุรกิจที่เข้มแข็งในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการด้านที่พักในระดับสากล มีศักยภาพการเติบโตที่ก้าวกระโดด มีความเป็นผู้นำ และมีความเข้มแข็งในการให้บริการและการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ สำนักงานใหญ่ของ Carlson Hotels ยังคงอยู่ที่เมืองมินนิทองกา รัฐมินนิโซตา

 

กลุ่มบริษัทธุรกิจการท่องเที่ยว HNA Tourism Group Co., Ltd. ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของกลุ่มบริษัท HNA Group Co., Ltd. ที่เป็นหนึ่งใน 500 บริษัทชั้นนำของโลกที่ให้บริการในหลายด้าน เช่น การบิน การท่องเที่ยว ที่พัก การเงิน และบริการออนไลน์ต่างๆ ได้บรรลุข้อตกลงกับ Carlson Hospitality Group, Inc. เพื่อเข้าซื้อกิจการ Carlson Hotels, Inc. ที่เป็นเจ้าของ Quorvus Collection, Radisson Blu(R), Radisson(R), Radisson RED, PARK Plaza(R), Park Inn(R) by Radisson, Country Inns & Suites By Carlson(SM) และ Club Carlson(SM) ซึ่งเป็นโปรแกรมสิทธิประโยชน์ระดับโลก

HNA Carlson / Handshake from Left to Right: BAI Haibo, Chairman and CEO, HNA Hospitality Group and David P. Berg, CEO, Carlson Hospitality GroupWitness Leaders from Left to Right: CHEN WENLI, Vice Chairman, HNA Group; WANG JIAN, Chairman, HNA GROUP*; Diana Nelson, Chair, Carlson; Cheng Feng, Chairman of Board Members*, HNA Group; TAN XIANGDONG, CEO, HNA Group; LI TIE, CEO, HNA Tourism Group*not visible (PRNewsFoto/Carlson Hospitality Group)

Handshake from Left to Right: BAI Haibo, Chairman and CEO, HNA Hospitality Group and David P. Berg, CEO, Carlson Hospitality GroupWitness Leaders from Left to Right: CHEN WENLI, Vice Chairman, HNA Group; WANG JIAN, Chairman, HNA GROUP*; Diana Nelson, Chair, Carlson; Cheng Feng, Chairman of Board Members*, HNA Group; TAN XIANGDONG, CEO, HNA Group; LI TIE, CEO, HNA Tourism Group*not visible (PRNewsFoto/Carlson Hospitality Group)

Photo: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160426/360661

Carlson Hospitality Group   HNA Tourism

Logo: http://photos.prnnews.com/prnh20160426/360315 LOGO

 

การควบรวมของกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว HNA Tourism Group และกลุ่มธุรกิจโรงแรม Carlson Hotels จะเป็นการเพิ่มศักยภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดดผ่านการลงทุนในด้านต่างๆ เช่น ในด้านดิจิตอล การเป็นเจ้าของสินทรัพย์ในเมืองหน้าด่านสำคัญๆ รวมถึงการสร้างโรงแรม Radisson RED และโรงแรมแบรนด์อื่นๆเพิ่มเติม

 

Carlson Hotels เป็นเจ้าของแบรนด์โรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย และการทำสัญญาประวัติศาสตร์ครั้งนี้ได้สร้างโอกาสในการเติบโตอย่างมหาศาล” David P. Berg ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Carlson Hospitality Group กล่าว “เราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับบริษัทระดับโลกอย่าง HNA Tourism Group อย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ Carlson Hotels ทั้งนี้ เมื่อได้เป็นส่วนหนึ่งของ HNA Tourism Group แล้ว ทาง Carlson Hotels จะมีโอกาสให้บริการด้านที่พักแก่ลูกค้าทั่วทุกมุมโลก

 

ตั้งแต่คุณปู่ของฉัน Curt Carlson ได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นในปี 1938 ครอบครัวของเราก็ได้ทำธุรกิจที่สร้างโอกาสให้แก่ผู้คนมากมาย และสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางบวกให้แก่โลกใบนี้” Diana Nelson ประธานบอร์ดบริหารของ Carlson กล่าว “การบริการอยู่ในหัวใจของเรา ดังนั้น การตัดสินใจควบรวมกิจการจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เราก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการขายโรงแรมให้แก่ HNA Tourism Group ที่เห็นคุณค่าของเรา เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ และเป็นไปตามเจตจำนงของคุณปู่ของฉันในระยะยาว

 

“เราให้ความเคารพต่อครอบครัว Carlson และชื่นชมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่พิเศษของ Carlson” Bai Haibo สมาชิกบอร์ดบริหาร HNA Tourism Group ผู้ดำรงตำแหนงประธานและซีอีโอของ HNA Hospitality Group กล่าว Carlson Hotels ประสบความสำเร็จในระดับโลก มีความมั่นคง และมีศักยภาพในการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากแบรนด์โรงแรมในเครือทั่วโลกที่มีนวัตกรรมที่ต่อเนื่อง มีการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ และมีการใส่ใจพนักงานเป็นอย่างดี เราจะอาศัยสิ่งนี้ในการสร้างธุรกิจในตลาดสหรัฐอเมริกาและการขยายกิจการในประเทศต่างๆ เรามุ่งที่จะทำงานร่วมกับทีมผู้บริหาร พนักงาน หุ้นส่วนธุรกิจ คู่ค้า และลูกค้า เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตผ่านการลงทุนอย่างมหาศาลในธุรกิจนี้

 

เงื่อนไขของสัญญาที่ได้รับการอนุมัติโดยเอกฉันท์จากบอร์ดบริหารของ Carlson ระบุว่า HNA Tourism Group จะเข้าซื้อกิจการ Carlson Hotels ทั้งหมด ซึ่งครอบคลุมถึงหุ้นใหญ่ราว 51.3% ใน Rezidor Hotel Group AB (publ) ซึ่งเป็น master licensee ของ Carlson Hotels ที่อยู่ในบรัสเซลส์ และมีโรงแรมหลายแห่งในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เนื่องจากการทำธุรกรรมครั้งนี้จะส่งผลต่อการบริหาร Rezidor ทางอ้อม HNA Tourism Group จึงต้องปฏิบัติตามกฎการควบรวมกิจการของสวีเดน ด้วยการทำคำเสนอซื้อหุ้นของ Rezidor ที่เหลืออยู่อีก 48.7% ภายในเวลา 4 สัปดาห์นับจากวันปิดธุรกรรมการควบรวม ในกรณีที่จำนวนหุ้นไม่ลดลงต่ำกว่า 30% โดยภายใน 4 สัปดาห์ดังกล่าว HNA Tourism Group ต้องตัดสินใจทำคำเสนอซื้อหุ้น Rezidor ที่เหลืออยู่จากผู้ถือหุ้นรายย่อย หรือขายหุ้น Rezidor ให้เหลือต่ำกว่า 30% ตามกฎหมายของประเทศสวีเดนและหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสวีเดน [1] ราคาขั้นต่ำของคำเสนอซื้อจะเป็นราคาขายเฉลี่ยของ 20 วันทำการก่อนหน้าที่จะมีการประกาศการลงนามสัญญาควบรวมกิจการของ Carlson Hotels ลงวันที่ 27 เมษายน 2016 ทั้งนี้ HNA Tourism Group จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำคำเสนอซื้อหุ้นภายหลังจากการทำธุรกรรมควบรวมแล้วเสร็จ

 

การทำธุรกรรมจะต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลและเป็นไปตามเงื่อนไขต่างๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดหวังว่าจะเสร็จสิ้นภายในครึ่งหลังของปี 2016

 

การบริหารและธรรมาภิบาล

 

เมื่อการทำธุรกรรมควบรวมเสร็จสิ้น David P Berg ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Carlson Hospitality Group จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารขององค์กรใหม่

 

ความรับผิดชอบต่อชุมชน

 

เพื่อรักษาไว้ซึ่งคุณค่าของ Carlson รวมถึงมรดกตกทอดและความสัมพันธ์กับชุมชน HNA Tourism Group จึงให้สัญญาว่าเมืองมินนิทองกาจะยังคงเป็นสำนักงานใหญ่ขององค์กรใหม่

 

ที่ปรึกษา

 

ที่ปรึกษาสำหรับการควบรวมในครั้งนี้ประกอบด้วย Morgan Stanley และ BDT & Company เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ขณะที่Freshfields Bruckhaus Deringer LLP และ Advokatfirman Vinge KB เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของ Carlson Hotels ส่วน J.P.Morgan และ Benedetto,Gartland & Company เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ขณะที่ Hogan Loveiis และ Advokatfirman Lindahi KB เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ HNA Tourism Group

 

ดูเอกสารเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการควบรวมได้ที่ www.StrongerHotelsTogether.com

 

เกี่ยวกับ CARLSON HOTELS, INC.

 

Carlson Hotels เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบด้วยโรงแรม 1,400 แห่งในเครือ โดยมีห้องพักกว่า 220,000 ห้อง และเปิดให้บริการใน 115 ประเทศ Carlson Hotels เป็นเจ้าของแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ Quorvus Collection, Radisson Blu(R), Radisson(R),Radisson RED, Park Plaza(R), Park Inn(R) by Radisson, Country Inn & Suites By Carlson(SM) และ Club Carlson(SM) ซึ่งเป็นโปรแกรมสิทธิประโยชน์ระดับโลก นอกจากนี้ Carlson Hotels ถือหุ้น 51.3% ใน Rezidor Hotel Group ในบรัสเซลส์ ซึ่งเป็น master licensee ของ Carlson Hotels ในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ทั้งนี้ Carlson Hotels และแบรนด์โรงแรมในเครือ มีพนักงาน 90,000 คนทั่วโลก

 

เกี่ยวกับ HNA Tourism Group Co. Ltd.

 

HNA Tourism Group Co. Ltd. เป็นกลุ่มธุกิจท่องเที่ยวที่ดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ เช่น การบิน การท่องเที่ยว ที่พัก การเงิน และบริการออนไลน์ต่างๆ บริษัทก่อตั้งขึ้นที่กรุงปักกิ่งในเดือน มีนาคม 2007 และมีบริษัทลูกกว่า 20 แห่ง ซึ่งรวมถึง Capital Airlines, Deer Jet, Tangla Hotels and Resorts, Caissa Touristic และอีกมากมาย นอกจากนั้นยังเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในธุรกิจการท่องเที่ยวและที่พักที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น NH Hotels, Red Lion Hotels, PVCP Group และอื่นๆ ทั้งนี้ HNA Tourism Group เป็นที่ยอมรับในฐานะองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาความเชื่อมโยงของโลก

 

เกี่ยวกับ HNA Hospitality Group Co. Ltd.

 

HNA Hospitality Group Co. Ltd. เป็นธุรกิจบริหารโรงแรมในเครือ HNA Tourism Group ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1997 เพื่อสนับสนุนการสร้างเครือข่ายโรงแรม ณ เดือนมีนาคม 2016 ทางกลุ่มได้บริหารโรงแรมประมาณ 500 แห่ง ซึ่งมีห้องพักรวมกันประมาณ 90,000 ห้อง ในเมืองหลักๆของประเทศจีน และอีกหลายประเทศทั่วโลก โดยมีห้องพักตั้งแต่ระดับหรูหราถึงห้องราคาประหยัด เพื่อรองรับผู้ที่เดินทางทำธุรกิจและพักผ่อน บริษัทติดหนึ่งใน 300 กลุ่มโรงแรมชั้นนำของโลก และได้รับรางวัลผู้นำในธุรกิจอย่างมากมาย เช่น แบรนด์โรงแรมที่มีการแข่งขันดีเด่นของจีน และกลุ่มบริหารโรงแรมที่ดีที่สุดของจีน

 

ดูสื่อเอกสารเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการควบรวมได้ที่ www.StrongerHotelsTogether.com

 

[1] คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสวีเดน (AMN) พิจารณาคดี 2016:10

Aquatunes เปิดประสบการณ์ใหม่แห่งเสียงเพลงที่จะทำให้การอาบน้ำไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดุสเซลดอร์ฟ, เยอรมนี–28 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่รวมเอาระบบเสียงสุดคูล ดีไซน์สุดฮิป และเทคโนโลยีสุดล้ำเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว Aquatunes ทำให้คุณสามารถฟังเพลงที่ชื่นชอบระหว่างอาบน้ำ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำเข้าเครื่องหรือน้ำจากฝักบัวจะกระเซ็นใส่ ลำโพงบลูทูธกันน้ำซึ่งออกแบบโดย GROHE และ Philips จะช่วยให้คุณพร้อมเริ่มต้นวันดีๆ หรือช่วยให้คุณผ่อนคลายในวันที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน Aquatunes เพิ่มมิติใหม่ให้กับช่วงเวลาในการอาบน้ำของคุณ ดังเห็นได้จากคลิปวิดีโอตัวใหม่ล่าสุดที่สร้างสรรค์โดย GROHE Design Studio:http://bit.ly/GROHE_Aquatunes_clip

 GROHE Aquatunes Shower / The waterproof Bluetooth speaker Aquatunes is a collaborative product by GROHE and Philips. The modern design object creates the perfect sound experience in the bathroom. Just pair the speaker with your smartphone or tablet and your favorite music will be playing in the shower right away. (PRNewsFoto/GROHE AG)

The waterproof Bluetooth speaker Aquatunes is a collaborative product by GROHE and Philips. The modern design object creates the perfect sound experience in the bathroom. Just pair the speaker with your smartphone or tablet and your favorite music will be playing in the shower right away. (PRNewsFoto/GROHE AG)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160420/357796 )

 GROHE Aquatunes Living / Lasting for up to eight hours, the Aquatunes battery packs enough power for plenty of relaxing and invigorating showers before it needs recharging. Its water-resistant induction charging station allows the speaker to operate even during recharging, so you can enjoy your favourite tunes while brushing your teeth or doing your makeup. (PRNewsFoto/GROHE AG)

Lasting for up to eight hours, the Aquatunes battery packs enough power for plenty of relaxing and invigorating showers before it needs recharging. Its water-resistant induction charging station allows the speaker to operate even during recharging, so you can enjoy your favourite tunes while brushing your teeth or doing your makeup. (PRNewsFoto/GROHE AG)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160420/357797 )

          เพียงแค่กดปุ่มบลูทูธเพื่อจับคู่ Aquatunes กับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของคุณ เท่านี้คุณก็สามารถเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงระหว่างการอาบน้ำ และด้วยช่วงสัญญาณที่ครอบคลุมถึง 10 เมตร จึงไม่ต้องกังวลว่าอุปกรณ์ของคุณจะเปียกน้ำแต่อย่างใด

          นอกจากนี้ ลำโพงไร้สายตัวนี้ยังมาพร้อมอะแดปเตอร์สารพัดประโยชน์ที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ช่วยให้คุณสามารถยึดติดอุปกรณ์ได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องถอดราวแขวนออกจากผนัง โดยกลไกการล็อคด้วยการกดและหมุนนั้น ทำให้การยึดและถอดอุปกรณ์เป็นเรื่องง่าย

          ไม่ใช่แค่ในห้องน้ำเท่านั้น Aquatunes ยังช่วยสร้างสีสันและบรรยากาศสนุกสนานให้กับห้องครัว ปาร์ตี้ในสวน แม้กระทั่งจะพกติดตัวไปที่ชายหาดหรือเดินเล่นในสวนสาธารณะก็ทำได้เช่นกัน Aquatunes สามารถใช้งานได้นานติดต่อกันถึง 8 ชั่วโมงด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว และยังมาพร้อมกับที่ชาร์จกันน้ำไร้สายที่ทำให้คุณสามารถฟังเพลงและชาร์จอุปกรณ์ไปพร้อมกันได้

          สำหรับการควบคุมการทำงานนั้นไม่ซับซ้อน ประกอบด้วยปุ่มเปิด/ปิด ปุ่มเพิ่ม/ลดระดับเสียง ปุ่มบลูทูธเพื่อจับคู่กับแหล่งเก็บเพลง และปุ่มเล่นเพลงก่อนหน้า/ถัดไป โดยมีสัญญาณไฟ LED ที่บอกสถานะการเชื่อมต่อบลูทูธและปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่

          Aquatunes คือนิยามแห่งความลงตัวระหว่างดีไซน์ระดับพรีเมียมและคุณภาพเสียงอันยอดเยี่ยม ที่จะมาเปิดประสบการณ์ใหม่ให้การอาบน้ำของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

          แหล่งอ้างอิง: สามารถเข้าไปดูรูปภาพได้ที่ AP Images ( http://www.apimages.com ) และ http://www.presseportal.de/nr/15261

          ติดต่อ GROHE:

          Feldmuehleplatz 15, 40545 Duesseldorf

          โทร: +49(0)211-9130-3000, http://www.grohe.com

          สำหรับสื่อมวลชน:

          HERING SCHUPPENER Unternehmensberatung fuer Kommunikation GmbH,

          Berliner Allee 44, 40212 Duesseldorf

          โทร: +49(0)211-430-79-266/-289

          อีเมล: grohe@heringschuppener.com

เมอร์ค เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในงาน INTERPHEX 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดาร์มสตัดท์, เยอรมนี–28 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

ถังปฏิกรณ์ชีวภาพขนาด 1,000 ลิตร รองรับการใช้งานอย่างยืดหยุ่นและต่อเนื่อง 

เครื่องผสมขนาด 2,000 ลิตรสำหรับสารบัฟเฟอร์และสารตัวกลางที่ผสมยาก 

ระบบขนส่งของเหลวปลอดเชื้อและไม่ปลอดเชื้อในปริมาณมาก 

เมอร์ค (Merck) บริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 รายการจากตระกูล Mobius(R) ที่จะช่วยให้กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์มีความสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 Merck / The Mobius(R) 1000 liter single-use bioreactor completes the comprehensive Mobius(R) stirred tank portfolio of 3 to 2000 liter sizes, delivering greater flexibility and continuity for scale-up (PRNewsFoto/Merck)

The Mobius(R) 1000 liter single-use bioreactor completes the comprehensive Mobius(R) stirred tank portfolio of 3 to 2000 liter sizes, delivering greater flexibility and continuity for scale-up (PRNewsFoto/Merck)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160421/358621 

ผลิตภัณฑ์ใหม่จากตระกูล Mobius(R) ประกอบด้วย ถังปฏิกรณ์ชีวภาพแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งขนาด 1,000 ลิตร เครื่องผสมขนาด 2,000 ลิตรสำหรับสารที่ผสมยาก รวมถึงระบบขนส่งของเหลวปลอดเชื้อและไม่ปลอดเชื้อในปริมาณมาก 

ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Mobius(R) สามารถตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้นของลูกค้า โดยลูกค้าต่างต้องการระบบที่ใช้งานง่าย จะได้ทุ่มเทให้กับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ได้อย่างเต็มที่” อูดิท บาทรา ซีอีโอของธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ของเมอร์ค กล่าว 

ถังปฏิกรณ์ชีวภาพแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งขนาด 1,000 ลิตร ได้เข้ามาเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์ถังปฏิกรณ์ Mobius(R) ที่มีหลากหลายขนาดตั้งแต่ 3 ถึง2,000 ลิตร รองรับการใช้งานอย่างยืดหยุ่นและเพิ่มขนาดได้อย่างต่อเนื่อง ถังปฏิกรณ์ชีวภาพรุ่นใหม่นี้เป็นรุ่นเดียวในตลาดที่มีลิ้นชักด้านล่างเพื่อให้ใส่ถุงได้ง่ายและปลอดภัย ทั้งยังสามารถทำการผสมสารเป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างรวดเร็วด้วยประสิทธิภาพคงที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปริมาณมากๆ 

ส่วนเครื่องผสม Mobius(R) Power MIX 2000 อันทรงพลัง ที่ใช้ผสมสารบัฟเฟอร์ สารตัวกลาง และส่วนผสมชีวเภสัชภัณฑ์อื่นๆที่ผสมยากนั้น ประกอบด้วยใบพัดที่ออกแบบมาอย่างดี รวมถึงมอเตอร์พลังแม่เหล็กเทคโนโลยี NovAseptic(R) อันเป็นเทคโนโลยีการผสมที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในถังสเตนเลสสตีล โดยสามารถเก็บตัวอย่างปลอดเชื้อจากถังผสมได้โดยตรง และมี Probe Port ที่เสียบได้ทั้ง standard probe แบบใช้ซ้ำสำหรับกระบวนการที่ไม่ต้องปลอดเชื้อ และเซนเซอร์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว สำหรับวัดค่า pH ในกระบวนการที่ต้องปลอดเชื้อ

ด้านระบบขนส่งของเหลวในปริมาณมากจากตระกูล Mobius(R) ประกอบด้วยถุงแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและถังสเตนเลสสตีล ที่ช่วยให้การขนส่งสารตัวกลาง สารบัฟเฟอร์ และผลิตภัณฑ์ยาขั้นสุดท้าย ทั้งแบบปลอดเชื้อและไม่ปลอดเชื้อ ทั้งในอุณหภูมิต่ำหรืออุณภูมิห้อง เป็นไปด้วยความปลอดภัยและสะดวกสบาย ระบบนี้ประกอบด้วยถุงแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 4 ถุง ขนาดตั้งแต่ 100 ถึง 500 ลิตร โดยทุกถุงทำมาจากฟิล์ม PureFlex(TM) Plus ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีโอกาสรั่วซึมต่ำมากและมีคุณสมบัติป้องกันก๊าซซึมผ่าน 

เมอร์คจะจัดแสดงผลิตภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและผลิตภัณฑ์อื่นๆในกระบวนการผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ ที่บูธหมายเลข #2841 ในงาน INTERPHEX2016 ซึ่งจัดขึ้นที่มหานครนิวยอร์กระหว่างวันที่ 26-28 เมษายนนี้ และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ทางทวิตเตอร์ @merckgroup

เกี่ยวกับเมอร์ค

เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำในด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และเพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล พนักงานราว 50,000คนของบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยปรับปรุงและยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ยาชีวภาพเพื่อรักษาโรคมะเร็งหรือโรคปลอกประสาทอักเสบ ระบบที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิต ไปจนถึงจอแอลซีดีสำหรับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ ทั้งนี้ ในปี 2558 เมอร์คสามารถทำยอดขายได้ 1.285 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ

เมอร์คก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2211 จึงเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ครอบครัวผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทเมอร์คในดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี ครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี โซโรโน่, มิลลิพอร์ซิกม่า และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาคลิกที่www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้

Lenovo เปิดตัว “ZUK Z2 Pro” สมาร์ทโฟนพลิกโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ปักกิ่ง–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ 

สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์แฟลกชิปที่มาพร้อมเซนเซอร์ระดับมืออาชีพ 10 ตัว ได้สร้างสถิติโลกไปแล้วถึง 9 รายการ 

Lenovo เผยโฉมสมาร์ทโฟนแฟลกชิปรุ่นใหม่ “ZUK Z2 Pro” เมื่อวันที่ 21 เมษายน มาพร้อม 9 สิ่งแรกที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการสมาร์ทโฟน ซึ่งรวมถึงการงัดประสิทธิภาพการทำงานของชิป Qualcomm Snapdragon 820 ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ และการใช้เซนเซอร์ระดับมืออาชีพถึง 10 ตัว

 Lenovo ZUK Z2 Pro / Lenovo ZUK launches a New Android Flagship Z2 Pro that Integrates 10 Professional Sensors and Sets Nine World Records (PRNewsFoto/Lenovo ZUK)

Lenovo ZUK launches a New Android Flagship Z2 Pro that Integrates 10 Professional Sensors and Sets Nine World Records (PRNewsFoto/Lenovo ZUK)

รูปภาพhttp://photos.prnewswire.com/prnh/20160426/359935 

Lenovo ZUK Z2 Pro คือสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นใหม่ล่าสุดที่สร้างสถิติโลก 9 รายการ โดยเป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นแรกของโลกที่ 

– งัดประสิทธิภาพการทำงานของ Snapdragon 820 ได้ 100%

            – ใช้เซนเซอร์ระดับมืออาชีพถึง 10 ตัว

            – สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด และระดับรังสียูวี

            – ใช้บอดี้กระจก 3D ของจริง

            – เปิดโหมดถ่ายรูปได้ด้วยการเต้นของหัวใจ

            – สามารถปลดล็อกเครื่องด้วยลายนิ้วมือขณะนิ้วมือเปียก

            – ค้นหาเครือข่ายทั่วโลกได้เร็วที่สุด

            – รองรับการซิงค์กับ iCloud

            – รองรับบริการโรมมิ่งในต่างประเทศโดยไม่จำกัดเครือข่าย

งัดประสิทธิภาพการทำงานของ Snapdragon 820 ได้ 100% เป็นครั้งแรก 

ZUK Z2 Pro ใช้ชิป Snapdragon 820 และกำหนดนิยามใหม่ของ SPU (Sensor Processing Unit) สมาร์ทโฟนรุ่นนี้พัฒนาขึ้นโดยยึดโครงสร้างหน่วยประมวลผลแบบ CPU+GPU+SPU จึงเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่งัดประสิทธิภาพของชิป Snapdragon 820 ได้ 100% 

ZUK Z2 Pro รับรู้ข้อมูลภายนอกโดยอาศัยเซนเซอร์ระดับมืออาชีพ 10 ตัวและ SPU นอกจากนั้นยังมีแอป “U-health” ที่เข้าใจการเล่นกีฬาอย่างถ่องแท้ โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหว วิเคราะห์ข้อมูล แถมยังให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพได้ด้วย 

สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มีบอดี้กระจก 3D ของจริง ชูดีไซน์ป้องกันการกระแทก RollCage 

Lenovo ZUK Z2 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มีบอดี้กระจก 3D ของจริง ซึ่งแตกต่างจากบอดี้กระจก 2.5D และถูกหลักสรีระศาสตร์มากที่สุด จึงให้ความรู้สึกดีที่สุดเมื่อถืออยู่ในมือ นอกจากนี้ ดีไซน์ป้องกันการกระแทก RollCage พร้อมบอดี้ขอบโค้งมน และกระจก 3D ที่หนาเท่ากันทั้งเครื่อง ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการต้านทานแรงดันและยกระดับประสิทธิภาพในการปกป้องเครื่องถึงขีดสุด 

หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.2 นิ้ว ขอบจอบางที่สุดในโลก 

ZUK Z2 Pro มาพร้อมหน้าจอ Super AMOLED แบบ Full HD 1080P ขนาด 5.2 นิ้ว รุ่นใหม่ล่าสุดจากซัมซุง ที่มีจุดเด่นคือระดับความสว่างขั้นต่ำสุด 1nit และสูงสุด 500 nit นอกจากนั้นยังมีขอบจอด้านในสีดำที่บางจนแทบมองไม่เห็นเพียง 0.05 มิลลิเมตร และความกว้างของกรอบจอรวมกันทั้งสิ้นเพียง 1.41 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของวงการ 

รูรับแสงขนาดใหญ่ + พิกเซลสูง + Dual IS พร้อมรองรับโหมดคู่ PDAF+CAF 

ZUK Z2 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกๆของโลกที่ใช้รูรับแสดงขนาดใหญ่ F1.8 ความละเอียดสูง 1.34 ไมครอนพิกเซล มาพร้อมโหมด Dual IS และรองรับการโฟกัสโหมดคู่ PDAF+CAF ทั้งยังเด่นในเรื่องการโฟกัสความเร็วสูง การถ่ายภาพกลางคืน และการถ่ายภาพกีฬา ที่สำคัญคือรองรับการถ่ายวีดีโอระดับ 4K ด้วยความเร็วสูงถึง 960 เฟรมต่อวินาที ซึ่งเป็นครั้งแรกในโทรศัพท์มือถือ 

โทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่รองรับการปลดล็อกเครื่องขณะนิ้วมือเปียก 

ZUK ได้พัฒนาประสิทธิภาพและยกระดับฟังก์ชั่น U-touch ซึ่งผนวกความสามารถของปุ่มแบค ปุ่มโฮม และปุ่มมัลติทาสก์ของแอนดรอยด์โฟนไว้ด้วยกัน ZUI OS 2.0 เปิดทางให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการวางนิ้วมือได้หลายรูปแบบ 

การปลดล็อก ZUK Z2 Pro ด้วยลายนิ้วมือนั้น ใช้เวลาเพียง 0.1 วินาที ซึ่งเร็วที่สุดในตลาด นอกจากนั้นยังเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่สามารถปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือขณะนิ้วมือเปียก 

โทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์รุ่นแรกที่รองรับการซิงค์กับ iCloud 

ZUK Z2 Pro คือมือถือรุ่นแรกที่ระบบแอนดรอยด์กับไอโอเอสมาบรรจบกัน โดยสามารถซิงค์ข้อมูลกับ iPhone ได้ด้วยการล็อกอินเข้าบัญชี iCloudผ่านระบบ ZUI รวมทั้งสามารถซิงค์รายชื่อผู้ติดต่อได้ด้วย 

รองรับบริการโรมมิ่งในต่างประเทศโดยไม่ต้องทำผ่านเว็บ 

ZUK Z2 Pro ทำงานได้ 7 โหมด และรองรับการปรับแต่งแบนด์ 23 แบนด์ ทั้งยังรองรับเทคโนโลยีการสื่อสารด้วยเสียงล่าสุดอย่าง VoLTE 4G นอกจากนั้นยังสามารถค้นหาเครือข่ายและเชื่อมต่อได้เร็วที่สุดในโลก และยังมีฟังก์ชั่นโรมมิ่งมาพร้อมเครื่อง ผู้ใช้จึงสามารถใช้บริการโรมมิ่งได้ในกว่า 80 ประเทศ ที่สำคัญคือรองรับการซื้อบริการโรมมิ่งโดยไม่ต้องทำผ่านเว็บด้วย 

เวอร์ชั่นพรีเมียมราคา 2,699 หยวน 

ZUK Z2 Pro มีให้เลือกสองสี ได้แก่ ดำไทเทเนียมและขาวมุก และมีให้เลือกสองเวอร์ชั่น ได้แก่ พรีเมียมและแฟลกชิป โดยเวอร์ชั่นพรีเมียมมีหน่วยความจำ 128G พร้อม RAM 6GB และ ROM 128GB ในราคา 2,699 หยวน (ราว 415 ดอลลาร์) ส่วนเวอร์ชั่นแฟลกชิปมีหน่วยความจำ 64G พร้อม RAM 4GBและ ROM 64GB 

ท่านที่สนใจสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการของ ZUK ได้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมนี้

ยูฟ่า จับมือ เป๊ปซี่ ระเบิดความมันส์กับโชว์สุดอลังการครั้งแรกในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน และ เพอร์เชส, นิวยอร์ก–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – อลิเชีย คีย์ส เตรียมเปิดการแสดงในพิธีเปิดการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 28 พฤษภาคมนี้

          ยูฟ่า และ เป๊ปซี่ มีความยินดีที่จะประกาศว่า ปีนี้จะเป็นปีแรกที่การแข่งขันนัดชิงชนะเลิศของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก จะระเบิดความมันส์ด้วยการแสดงสดจากศิลปินระดับโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของพิธีเปิดการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นำเสนอโดยเป๊ปซี่ (UEFA Champions League Final Opening Ceremony presented by Pepsi) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ ณ สนามสตาดิโอ จูเซปเป เมอัซซา เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยอลิเชีย คียส์ จะเป็นศิลปินคนแรกที่เปิดศักราชใหม่แห่งการแสดงสดในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นรายการกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก โดยมีการแพร่ภาพออกอากาศในกว่า 220 ประเทศ

 PepsiCo UEFA Alicia Keys / Alicia Keys to perform at the first-ever "UEFA Champions League Final Opening Ceremony presented by Pepsi" (PRNewsFoto/PepsiCo)

Alicia Keys to perform at the first-ever “UEFA Champions League Final Opening Ceremony presented by Pepsi” (PRNewsFoto/PepsiCo)

          รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160425/359647

          “ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้แสดงงานเพลงใหม่ในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งเป็นรายการกีฬาที่มีผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลก” อลิเชีย คียส์ กล่าว “นี่คือช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ที่จะต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ และแทนทุกความรู้สึกที่เรามีร่วมกันไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนและเป็นใคร ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้เป็นส่วนสำคัญในประสบการณ์สุดพิเศษครั้งนี้

          พิธีเปิดการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งนำเสนอโดยเป๊ปซี่ในปีนี้ จะหลอมรวมโลกแห่งดนตรี ความบันเทิง และกีฬาระดับเวิลด์คลาสเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งยังเป็นการยกย่องวงการแฟชั่นและการออกแบบของมิลาน ในฐานะเมืองเจ้าภาพอีกด้วย

          “ดนตรี ความบันเทิง และกีฬาล้วนแล้วแต่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอของเป๊ปซี่ เราคือแบรนด์ที่สร้างสรรค์กลยุทธ์การตลาดที่ใช้ความบันเทิงเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และเรายังคงเดินหน้าขยายขอบเขตความสร้างสรรค์นั้นต่อไป” คาร์ลา ฮัสซัน รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารแบรนด์ระดับโลก กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มระดับโลกของเป๊ปซี่โค กล่าว “เป๊ปซี่จะมอบช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่และน่าจดจำ กับครั้งแรกในการเนรมิตเวทีระดับโลกเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งจะเป็นการขยายฐานแฟนบอลทั่วโลกที่ติดตามการแข่งขันให้กว้างยิ่งขึ้นไปอีก ตลอดจนยกระดับความตื่นเต้นเร้าใจของรอบชิงปีนี้ และสร้างธรรมเนียมใหม่ให้กับรายการกีฬาที่มีผู้ติดตามรับชมมากที่สุดรายการหนึ่งของโลก”

          พิธีเปิดสนามนัดชิงซึ่งได้รับการรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่นี้ถือเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างเป๊ปซี่และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ด้วยการนำการแสดงของนักดนตรีที่เต็มที่กับการแสดงมากที่สุดคนหนึ่งของโลกไปสู่สายตาผู้ชมจำนวนมหาศาลทั่วโลก ทั้งยังเป็นการยกระดับความเร้าใจและความยิ่งใหญ่ของการแข่งขันกีฬาแห่งปีที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก เป๊ปซี่เริ่มผนึกความร่วมมือกับทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลสโมสรยุโรปอันทรงเกียรติอย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งแรกในปี 2558 โดยมีเลย์ เกเตอเรด เป๊ปซี่แมกซ์ และ เป๊ปซี่ เป็นแบรนด์ผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน

          กี-โลรองต์ เอ็ปสไตน์ ผู้อำนวยการการตลาดของยูฟ่า แสดงความคิดเห็นว่า “ด้วยผลงานอันโดดเด่นและโด่งดังที่โลดแล่นอยู่ในโลกแห่งดนตรี เป๊ปซี่จึงถือเป็นพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบสำหรับการประเดิมจัดการแสดงดนตรีครั้งยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันกีฬาแห่งปีที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก ยูฟ่ามีความยินดีที่อลิเชีย คียส์ จะมาทำการแสดงที่มิลาน การแข่งขันยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ ถือเป็นสุดยอดสังเวียนในวงการลูกหนังยุโรป โดยเป็นการนำสองทีมที่ดีที่สุดในทวีปมาพบกัน การนำศิลปินระดับโลกตัวจริงและเป็นที่ยอมรับอย่างสูงมาเปิดการแสดงก่อนการแข่งขันยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับการแข่งขัน และจะส่งผลให้การดวลแข้งนัดสำคัญนี้เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างขึ้น อันจะนำไปสู่การส่งเสริมสถานะระดับโลกของยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกในที่สุด”

          นอกเหนือจากการแสดงในพิธีเปิดการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งนำเสนอโดยเป๊ปซี่แล้ว อลิเชีย คียส์ ยังจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของแคมเปญอุ่นเครื่องก่อนการแสดงด้วย โดยเมื่อเร็วๆนี้ เธอได้ร่วมรายการ The Voice ซีซั่น 11 ในสหรัฐ ซึ่งเป็นรายการยอดฮิตของสถานีเอ็นบีซี และกำลังจะออกอัลบัมที่ 8 ในปีนี้

          ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/uefachampionsleague

          เกี่ยวกับกับยูฟ่า

          สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า เป็นองค์กรกำกับดูแลฟุตบอลยุโรป ยูฟ่าเป็นองค์กรแม่ข่ายที่มีสมาคมฟุตบอลระดับชาติ 54 แห่งทั่วยุโรปเป็นสมาชิก โดยทำหน้าที่รับมือกับทุกปัญหาที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลยุโรป เพื่อส่งเสริมกีฬาฟุตบอลโดยคำนึงถึงความเป็นเอกภาพ ความสามัคคี ความสงบสุข ความเข้าใจ และการเล่นที่ใสสะอาด ปราศจากการแบ่งแยกไม่ว่าในด้านการเมือง ชาติพันธุ์ ศาสนา เพศ หรือเหตุผลประการอื่น เพื่อรักษาค่านิยมของฟุตบอลยุโรป รักษาความสัมพันธ์กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฟุตบอลยุโรปทั้งหมด ตลอดจนสนับสนุนและคุ้มครองสมาคมสมาชิกเพื่อความรุ่งเรืองของวงการฟุตบอลยุโรป

          เกี่ยวกับเป๊ปซี่โค

          บรรดาผู้บริโภคต่างเพลิดเพลินกับผลิตภัณฑ์ของเป๊ปซี่โคกว่า 1 พันล้านครั้งต่อวันในกว่า 200 ประเทศและดินแดนทั่วโลก เป๊ปซี่โคมีรายได้สุทธิมากกว่า 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2558 โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของบริษัท เช่น ฟริโต-เลย์ เกเตอเรด เป๊ปซี่-โคล่า เควกเกอร์ และทรอปิคานา เป๊ปซี่โคมีผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มอันหลากหลาย ซึ่งรวมถึงแบรนด์ดัง 22 แบรนด์ที่แต่ละแบรนด์มียอดขายปลีกทั่วโลกมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เป๊ปซี่โคดำเนินงานอย่างมีจุดมุ่งหมาย (Performance with Purpose) เพื่อนำเสนอศักยภาพทางการเงินอย่างเหนือชั้น พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อมูลค่าของผู้ถือหุ้น โดยในทางปฏิบัติ Performance with Purpose หมายถึงการผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่มีทั้งความอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ คิดค้นแนวทางใหม่ๆเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนในการดำเนินงาน สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและใส่ใจแก่พนักงานทั่วโลก ตลอดจนให้ความเคารพ สนับสนุน และลงทุนในชุมชนที่เราดำเนินงาน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ www.pepsico.com