iPoint เผยขอบเขตกฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์และทาสสำหรับภาคเอกชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

รอยทลิงเง็น, เยอรมนี–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          iPoint-systems เตรียมเผยรายงานต่อต้านการค้ามนุษย์แบบเปิดกว้าง

          iPoint-systems ผู้นำด้านการจัดหาและให้บริการซอฟต์แวร์เกี่ยวกับการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนภายใต้ข้อขัดแย้ง (Conflict Minerals), ข้อกำหนดของสหภาพยุโรปว่าด้วยเรื่องของการใช้สารที่เป็นอันตรายในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (RoHS), ระเบียบว่าด้วยสารเคมีของสหภาพยุโรป (REACH) รวมถึงข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย (EH&S) มีความยินดีที่จะประกาศรายงานกรอบกฏหมายต่อต้านการค้ามนุษย์และทาสสำหรับภาคเอกชนโดยตรง

 iPoint / Corporate liabilities for modern-day slavery in supply and service chains: A transnational framework (Author: Dr. Chris N. Bayer. Published on April 25, 2016. Funded by iPoint-systems gmbh) (PRNewsFoto/iPoint-systems)

Corporate liabilities for modern-day slavery in supply and service chains: A transnational framework (Author: Dr. Chris N. Bayer. Published on April 25, 2016. Funded by iPoint-systems gmbh) (PRNewsFoto/iPoint-systems)

          (รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160426/359936)

          การแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวเนื่องกันของกฎหมายในสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อบริษัทต่างๆ ในการออกแบบโครงการที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบโซลูชั่นแบบบูรณาการ มีการรายงานที่น่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับด้วย

          “กฏหมายใหม่ 7 มาตรานี้ท้าทายให้บริษัทต่างๆ ควบคุมสภาพการทำงานในห่วงโซ่อุปทานและข้อกำหนดของบริษัทที่อาจมีลักษณะเหมือนการใช้แรงงานทาส” ดร.คริส เบเยอร์ ผู้เขียนรายงานฉบับดังกล่าวแสดงความเห็น “การออกแบบโครงการต่อต้านการใช้แรงงานทาสควบคู่ไปกับความรับผิดชอบขององค์กรถือเป็นเรื่องยากแล้ว การควบรวมห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตามระบบต่างๆ ที่กฏหมายกำหนดนั้นถือเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่า”

          รายงานกรอบกฏหมายดังกล่าวนี้ถือเป็นก้าวแรกของ iPoint ในการเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ “ลูกค้าของเรามีความต้องการโซลูชั่นด้านซอฟต์แวร์ที่มีหลักฐานอ้างอิงอันเชื่อถือได้ และทำให้ธุรกิจมีความสมเหตุสมผล” จอร์จ วอลเดน ซีอีโอของ iPoint กล่าว “นี่คือสิ่งที่เรากำลังดำเนินงานเพื่อที่จะให้บริการต่อไป”

          ก้าวต่อไปของ iPoint คือการสร้างแม่แบบในการรายงานการต่อต้านการค้ามนุษย์แบบเปิดกว้าง ซึ่งภาคธุรกิจต่างๆ อาจนำไปใช้ในการรายงานห่วงโซ่อุปทานความต้องการ สำหรับตอนนี้ กลุ่มผู้ถือหุ้นซึ่งมาจากภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และตัวแทนจากภาครัฐ กำลังทดลองใช้เครื่องมือที่เรียกว่า eLRT หรือรูปแบบสิทธิแรงงานอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Labour Rights Template) เพื่อให้แน่ใจว่าแม่แบบดังกล่าวมีความรวดเร็ว เที่ยงตรง ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของรายงานปัจจุบัน และการปฏิบัติด้านแรงงานที่มีความเสี่ยงได้ แม่แบบดังกล่าว พร้อมด้วยขอบเขตกฎหมายจะมีให้ดาวน์โหลดที่เว็บไซต์ http://www.elrt.org/

          เกี่ยวกับ iPoint

          iPoint เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมในการใช้งานและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัทนับพันแห่งทั่วโลกพึ่งพาการบริการด้านข้อมูลการจัดการการติดตามตรวจสอบ, การวิเคราะห์ และการรายงานข้อมูลภายในเครือข่ายการทำงานทั้งหมด การให้บริการด้านซอฟต์แวร์และการให้คำปรึกษาของ iPoint ในการแข่งขันและนำหน้าผู้อื่นอยู่ 1 ก้าวเสมอในแง่มุมของกฏและข้อเรียกร้องต่างๆ อาทิ REACH, RoHS, ขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นสารอันตราย (WEEE), ยานยนต์ที่หมดอายุ (ELV), Conflict Minerals และแนวโน้มการพัฒนาอื่นๆ บนสังเวียนที่ได้รับความยินยอมพร้อมใจ และดำเนินไปอย่างยั่งยืน

          http://www.ipoint-systems.com

          สื่อมวลชนติดต่อ: 

          Dr. Katie Boehme,

          iPoint-systems gmbh

          ฝ่ายการตลาดและการสื่อสารทั่วโลก 

          โทร: +49-(0)7121-1-44-89-60

          อีเมล: katie.boehme@ipoint-systems.de

          ที่มา: iPoint-systems

หัวเว่ย เปิดตัวตัวนวัตกรรมและความร่วมมือ มุ่งผลักดันการใช้งาน NB-IoT ในอุตสาหกรรมแนวดิ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลอนดอน–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ที่การประชุม M2M World Congress ในกรุงลอนดอน หัวเว่ย ได้ประกาศกลยุทธ์และนวัตกรรม Narrow-Band Internet of Things (NB-IoT) ของบริษัท เพื่อผลักดันการใช้งาน IoT และโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะ ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งในแง่ของสังคมและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ หัวเว่ย ยังได้สาธิตวิธีการสร้างระบบนิเวศที่ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุศักยภาพสูงสุดของ NB-IoT ซึ่งรวมถึงความร่วมมือกับ โวดาโฟน ในการเปิดตัว Vodafone NB-IoT Open Lab ที่เมืองนิวบูรี่ สหราชอาณาจักร

ในส่วนของการพัฒนาระบบนิเวศ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2559 หัวเว่ย และ โวดาโฟน ได้ประกาศเปิดตัว Vodafone NB-IoT Open Lab โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้องค์กรที่สามสามารถให้บริการในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทวนสอบโซลูชั่นเครือข่าย นวัตกรรมการใช้งานใหม่ๆ การผนวกรวมอุปกรณ์ การวิจัยโมเดลธุรกิจ และการรับรองการปฏิบัติตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เพื่อเร่งให้เกิดความก้าวหน้าในการใช้งานตามกลุ่มอุตสาหกรรมแนวดิ่ง พร้อมส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรม

เทคโนโลยี NB-IoT ได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะ Low Power Wide Area (LPWA) ที่ได้รับการปรับให้เป็นมาตรฐานโดยกลุ่ม 3GPP เทคโนโลยีดังกล่าวนำเสนอคุณประโยชน์สำคัญมากมาย ทั้งรองรับการเชื่อมต่อได้กว่า 100,000 จุดต่อเซลล์ อายุแบตเตอรี่นาน 10 ปี ครอบคลุมระยะไกลด้วยค่าสัญญาณ 20dbบนเครือข่าย GSM ความปลอดภัยเหนือกว่าด้วยระบบตรวจสอบสองทางและระบบเข้ารหัสบนส่วนต่อประสาน ทั้งยังมอบความเสถียรบนเครือข่ายในการใช้งาน IoT และโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะ

ปัจจุบัน หัวเว่ยนำเสนอโซลูชั่น IoT ครอบคลุมการใช้งานหลายประเภท โดยนอกเหนือจากอุปกรณ์เครือข่ายทั่วไปแล้ว หัวเว่ยยังนำเสนอแพลตฟอร์มบริหารจัดการธุรกิจครบวงจร และชิปเช็ตการสื่อสาร เพื่อมอบการสนับสนุนอย่างเหนือชั้นแก่กลุ่มผู้ให้บริการเครือข่าย ในการใช้งานโซลูชั่นNB-IoT เชิงพาณิชย์

“การใช้งาน IoT ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการพลิกโฉมการเชื่อมต่อของธุรกิจและเมืองต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในแง่ของสังคมและเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี NB-IoT เช่น ระบบมิเตอร์อัจฉริยะ และระบบจอดรถอัจฉริยะนั้น จะเกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อมีนวัตกรรมและความร่วมมือในเรื่องของ NB-IoT เพื่อทำให้มั่นใจว่าการเชื่อมต่อจะปลอดภัย มีเสถียรภาพ และทนทาน” พอล สแกนลัน ประธานฝ่ายให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเครือข่ายของหัวเว่ย กล่าว “หัวเว่ย ร่วมด้วยพาร์ทเนอร์ของเรา กำลังเดินหน้าต่อยอดนวัตกรรม NB-IoT อันล้ำหน้า เพื่อแก้ไขปัญหาท้าทายหลักๆในการใช้งาน IoT และโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะ ทั้งนี้ ในฐานะที่เป็นสปอนเซอร์ระดับแพลตตินั่มของการประชุม M2M Congress เราเชื่อว่า นี่เป็นเวทีสำคัญที่นำบรรดาผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมารวมตัวกัน เพื่อพูดคุยในเรื่องของนวัตกรรมและแนวปฏิบัติที่ดี สู่การพัฒนาเทคโนโลยี NB-IoT อย่างยั่งยืน เพื่อนำเสนอการใช้IoT และโซลูชั่นเมืองอัจฉริยะ และทำให้โลกของเรามีการเชื่อมต่อถึงกันได้ดียิ่งขึ้นในท้ายที่สุด”

ปัจจุบัน โวดาโฟน หัวเว่ย และยู-บลอกซ์ (u-blox) ประสบความสำเร็จในการเปิดให้ทดลองใช้เทคโนโลยี pre-standard NB-IoT ในเชิงพาณิชย์ ด้วยการผสานเทคโนโลยีดังกล่าวลงบนเครือข่ายมือถือที่มีอยู่เดิมที่สเปน ทางผู้ให้บริการเครือข่ายจะสามารถให้บริการระบบมิเตอร์ระยะไกลแก่ผู้ใช้งานของตนในอนาคต ชิปเซ็ตและซอฟต์แวร์ของหัวเว่ยได้มีส่วนสนับสนุนความสำเร็จในการเปิดทดลองใช้เทคโนโลยี pre-NB IoT ซึ่งเป็นการสื่อสารที่ใช้แถบความถี่แคบในช่วงความถี่ของผู้ให้บริการ การใช้เทคโนโลยี NB-IoT ในเซลลูลาร์สเปกตรัมที่ได้รับอนุญาตนั้น นำมาซึ่งความปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการรบกวน ทั้งยังยกระดับการบริการอีกด้วย ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างวางแผนการเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติมและการใช้งานเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่

สำหรับในอนาคต หัวเว่ยจะเดินหน้าลงทุนเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆต่อไป และมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศแบบเปิดอันแข็งแกร่ง เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและการให้บริการเทคโนโลยี NB-IoT เชิงพาณิชย์ หัวเว่ย ร่วมกับหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์อย่างโวดาโฟน พร้อมที่จะเป็นผู้นำการพัฒนาการเชื่อมต่อ NB-IoT ครอบคลุมอุตสาหกรรมต่างๆในแนวดิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภค การเกษตร การผลิต อุปกรณ์สวมใส่ และการคมนาคม เพื่อสร้างสรรค์โลกที่เชื่อมต่อถึงกันได้ดีกว่า

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชั้นนำระดับโลก ด้วยแรงผลักดันจากนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าและพันธมิตรแบบเปิด หัวเว่ยได้สร้างสรรค์โซลูชันไอซีทีแบบเอ็นด์ทูเอ็นด์ ที่ช่วยให้ลูกค้ามีความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและแวดวงเครือข่ายธุรกิจ อุปกรณ์ และคลาวด์คอมพิวติ้ง

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.huawei.com หรือติดตามเราได้ทาง

http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.twitter.com/Huawei

http://www.facebook.com/Huawei

http://www.google.com/+Huawei

http://www.youtube.com/Huawei

นักบินบริษัทขนส่งสินค้า UPS ร่วมขบวนหยุดงานประท้วงที่สนามบินโคโลญ บอนน์ ในเยอรมนี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ลุยส์วิลล์, เคนทักกี–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

สมาชิกสมาคมนักบินอิสระ (IPA) ราว 80 คน ซึ่งล้วนเป็นนักบินของบริษัทขนส่งสินค้า UPS ที่ทำงานอยู่ในเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี ได้ประกาศหยุดงานประท้วงร่วมกับสหภาพ ver.di ที่ท่าอากาศยานโคโลญ บอนน์ โดยการหยุดงานประท้วงครั้งนี้จะกินเวลา 24 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 26 เมษายนตามเวลาเยอรมนี

สหภาพ Ver.di ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานภาคพื้นดินที่ท่าอากาศยานโคโลญ บอนน์ ได้ขอให้ IPA ระงับการทำงานในฐานะนักบินเป็นเวลา 24ชั่วโมง” กัปตันโรเบิร์ต ทราวิส ประธานสมาคม IPA กล่าว “เราจะเข้าร่วมการประท้วงครั้งนี้ และจะไม่ขัดขวางการหยุดงานประท้วงของ ver.di”

มีการคาดการณ์ว่า การหยุดงานประท้วงของ ver.di ครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินของ UPS ทั้งขาเข้าและขาออกท่าอากาศยานโคโลญ บอนน์ ประมาณ 60 เที่ยวบิน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักบินของเราได้เตรียมพร้อมหยุดงานประท้วงบริษัท UPS และในวันนี้ เราได้เปิดฉากการประท้วงโดยได้รับการสนับสนุนจากนักบินในเยอรมนี” ทราวิสกล่าวเสริม “เราจะพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับเพื่อนร่วมอาชีพในเยอรมนี และเราเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะให้การสนับสนุนเราเช่นกันเมื่อมีเหตุจำเป็น”

FDA ไฟเขียว Intuity Medical ทำตลาด POGO(R) Automatic(TM) Blood Glucose Monitoring System ระบบตรวจสอบกลูโคสในเลือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ซันนีเวล, แคลิฟอร์เนีย–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

POGO เป็นเครื่องตรวจวัดกลูโคสและคาร์ทริดจ์แบบใช้ทดสอบได้หลายครั้งชนิดแรก ที่ผสานกระบวนการเจาะเลือด เก็บตัวอย่าง และวิเคราะห์ข้อมูลเข้าไว้ในการทดสอบเพียงขั้นตอนเดียว โดยไม่จำเป็นต้องใช้แผ่นสตริปและปากกาเจาะเลือดแยกกันหลายตัว

Intuity Medical, Inc. บริษัทเอกชนผู้พัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับการจัดการโรคเบาหวาน ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ให้วางจำหน่ายระบบตรวจสอบกลูโคสในเลือดหรือ POGO(R) Automatic(TM) Blood Glucose Monitoring System โดย POGO System เป็นเครื่องตรวจวัดกลูโคสในเลือดและคาร์ทริดจ์แบบใช้ทดสอบได้หลายครั้งชนิดแรกที่มีการทดสอบอย่างอัตโนมัติ ตั้งแต่กระบวนการเจาะเลือด เก็บตัวอย่างเลือด และวิเคราะห์เลือด ทั้งหมดนี้ในขั้นตอนง่ายๆเพียงขั้นตอนเดียว POGO ผสานอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหมดในการทดสอบกลูโคสในเลือด จนกลายเป็นคาร์ทริดจ์แบบใช้ทดสอบได้ 10 ครั้ง ด้วยการใช้งานที่สะดวกสบายและครบครันPOGO ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้ป่วยกว่าหลายล้านคนที่จำเป็นต้องตรวจสอบระดับกลูโคสในเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูแลภาวะเบาหวานของตนเอง

จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานในผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นโรคอันดับ 7 ที่เป็นสาเหตุต้นๆของการเสียชีวิตในสหรัฐนั้น มีประมาณ 422 ล้านรายทั่วโลก สมาคมโรคเบาหวานสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย 29 ล้านรายในสหรัฐไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลเพื่อบริหารจัดการกับภาวะเบาหวานของตนเองได้ ภาระต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการตรวจระดับกลูโคสในเลือดเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำหรับการควบคุมระดับน้ำตาลที่ย่ำแย่ สำหรับผู้ป่วยหลายๆราย การใช้อุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นสำหรับการตรวจระดับกลูโคสนั้นถือเป็นความท้าทาย POGO จึงทำลายขีดจำกัดในการใช้อุปกรณ์ตรวจสอบต่างๆ รวมถึง ปากกาเจาะเลือด ใบมีดและแผ่นสตริป ซึ่งหมายความว่า ผู้ป่วยจะสามารถตรวจสอบระดับกลูโคสได้อย่างรวดเร็วและรอบคอบแม้ในช่วงเวลาที่วุ่นวาย

สำหรับวิธีการทดสอบนั้น เพียงกดไปที่ช่องทดสอบ POGO จะเจาะนิ้วและเก็บตัวอย่างเลือดโดยอัตโนมัติ และจะแสดงผลเมื่อครบ 4 วินาทีหลังจากนั้น อุปกรณ์ตรวจวัดรุ่นนี้ใช้ตัวอย่างเลือดปริมาณเล็กน้อย 0.25 ไมโครลิตรในการวิเคราะห์ระดับกลูโคส  ภายหลังจากที่ทดสอบครบ 10 ครั้งแล้ว ผู้ป่วยสามารถทิ้งคาร์ทริดจ์แบบใช้งานด้วยตนเองนี้ได้เลย โดยไม่ต้องดูแลแผ่นสตริปหรือเข็มเจาะเลือดให้ยุ่งยากเนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในคาร์ทริดจ์อยู่แล้ว วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคจากการใช้ปากกาเจาะเลือดหรือแผ่นสตริปในที่สาธารณะ

สตีฟ เอเดลแมน ศาสตราจารย์คลินิกประจำมหาวิทยาลัยซานดิเอโก้และผู้ก่อตั้งมูลนิธิควบคุมโรคเบาหวานหรือ TCOYD กล่าวว่า “POGO ได้นำเสนอคุณสมบัติใหม่ๆที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถวัดระดับกลูโคสในเลือดจากที่บ้านได้ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและอุปกรณ์ลง POGO จึงช่วยขจัดอุปสรรคที่มีอยู่เดิมในการตรวจกลูโคส และยังทำให้ผู้ป่วยมีวิธีการใหม่ๆในการตรวจกลูโคส อีกทั้งยังช่วยให้การตรวจระดับกลูโคสซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยเบาหวานนั้น มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น “

เมื่อผนวกเข้ากับ Intuity Medical’s proprietary Patterns(R) หรือแอพพลิเคชั่นสำหรับการจัดการกับโรคเบาหวานที่ใช้ระบบคลาวด์ในการวิเคราะห์ข้อมูลของระดับกลูโคสแล้ว ถือได้ว่า POGO กลายเป็นทั้งแพลทฟอร์มสำหรับการตรวจจับและจัดการกับระดับกลูโคสให้แก่บุคลากรในวงการสุขภาพและผู้ป่วย เพื่อติดตามแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อการควบคุมกลูโคสในภาพรวมได้

เทคโนโลยีที่พิเศษและได้รับการจดสิทธิบัตรของ POGO มีศักยภาพในการเปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยนับล้านรายที่มองว่าการตรวจกลูโคสเป็นภาระ สมาชิกจากกลุ่มผู้ป่วยที่เข้าร่วมการวิจัยจำนวน 287 รายมากกว่าครึ่งมองว่า ตนเองอยากเลือกที่จะใช้ POGO ตรวจกลูโคสตามตารางซึ่งแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพมากกว่าการใช้เครื่องวัดแบบเดิมเอมอรี วี แอนเดอร์สัน ประธานและซีอีโอ Intuity Medical กล่าว ด้วยความสำเร็จจากการอนุมัติโดยองค์การอาหารและยาสหรัฐ ทีมงานบริษัท Intuity ก็พร้อมที่จะเดินหน้าระดมทุนในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเพื่อเริ่มผลิตและเปิดตัว POGO ในเชิงพาณิชย์

Intuity Medical พุ่งเป้าไปที่การจัดหาโซลูชั่นเพื่อบรรเทาความยากลำบากให้แก่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เนื่องจาก เทคโนโลยีของ POGO สามารถส่งมอบการตรวจกลูโคสแบบง่ายในขั้นตอนเดียวให้แก่ผู้ป่วย

เกี่ยวกับ Intuity Medical

Intuity Medical มุ่งมั่นที่จะทำให้การบริหารจัดการโรคเบาหวานเป็นไปได้อย่างง่ายดายขึ้น ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมและเอกสิทธิ์ของบริษัทเพื่อช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับการทดสอบกลูโคส ผลิตภัณฑ์ POGO ของ Intuity Medical เป็นเครื่องตรวจวัดกลูโคสในเลือดและคาร์ทริดจ์แบบใช้ได้หลายครั้งชนิดแรก ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการทดสอบอัตโนมัติในขั้นตอนง่ายๆเพียงขั้นตอนเดียว โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ทดสอบแยกกันหลายๆตัว การออกแบบที่ครบวงจรอย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ POGO ช่วยให้ผู้ป่วยมีความยืดหยุ่นในการทดสอบได้บ่อยครั้ง ตามคำแนะนำของบุคลากรมืออาชีพด้านการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย เพื่อการบริหารจัดการโรคเบาหวานในชีวิตประจำวัน กลุ่มนักลงทุนในปัจจุบันของบริษัทได้แก่ Accuitive Medical Ventures, Emergent Medical Partners, Investor Growth Capital, U.S. Venture Partners, Venrock และ Versant Ventures

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ POGO และ Intuity Medical ได้ที่: www.presspogo.com

เกี่ยวกับกลุ่มนักลงทุนของ Intuity Medical:

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มนักลงทุนของ Intuity Medical ได้ที่:

Accuitive Medical Ventures www.amvpartners.com

Emergent Medical Partners www.emvllp.com

Investor Growth Capital www.investorgrowthcapital.com

U.S. Venture Partners www.usvp.com

Venrock www.venrock.com

Versant Ventures www.versantventures.com

Marriott Rewards เปิดตัวศูนย์รวมประสบการณ์รูปแบบใหม่พร้อมสิทธิประโยชน์เหนือชั้นแก่สมาชิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – Marriott Rewards มอบสุดยอดประสบการณ์การท่องเที่ยวให้กับสมาชิก

          Marriott Rewards รอยัลตี้โปรแกรมระดับรางวัลของ Marriott International มอบ 3 สิทธิประโยชน์ล่าสุดให้สมาชิกได้ค้นหาสิ่งที่ชื่นชอบพร้อมสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

 

  โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnvar/20160205/8521600770LOGO-a

          – สมาชิก Elite ทั้งระดับ Gold และ Premium ของ Marriott Rewards รวมถึง The Ritz-Carlton Rewards จะได้รับบริการประกันการเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมด้วยเวลาที่ยืดหยุ่นกว่าลูกค้าปกติเพื่อตัดปัญหาความเร่งรีบในวันพักผ่อน 

          – ศูนย์รวมประสบการณ์รูปแบบใหม่จาก Marriott Rewards จะเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกท่าน รวมถึงสมาชิกของ The Ritz-Carlton Rewards ได้สัมผัสความพิเศษหนึ่งเดียว และประสบการณ์อันไม่รู้ลืม

          – สำหรับสมาชิกดั้งเดิมของ Elite Marriott Rewards จะได้รับบริการการต้อนรับชั้นเลิศรูปแบบใหม่ที่จะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวอันไร้ขอบเขตและเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคล

          “เพื่อตอบแทนความภักดีของสมาชิก Marriott Rewards จึงมอบสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าโรงแรมทั่วไป” Anka Twum-Baah รองประธานฝ่ายCustomer Loyalty & Content ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ Marriott International กล่าว “เป้าหมายของเรามิใช่เพียงการส่งมอบความยืดหยุ่นและอิสรภาพด้านการท่องเที่ยวแก่สมาชิกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโอกาสอันน่าตื่นเต้นที่จะทำให้สมาชิกของเราเพลิดเพลินไปกับสุดยอดประสบการณ์การท่องเที่ยว รางวัลเฉพาะตัวอันเป็นสุดยอดแห่งประสบการณ์เหล่านี้คือการตอบแทนความภักดีของสมาชิก”

          รับประกันการเช็คเอ้าท์หลังเที่ยงวัน

          สิทธิประโยชน์การเช็คเอ้าท์หลังเที่ยงวันเป็นบริการสำหรับสมาชิก Gold และ Platinum Elite ของ Marriott Rewards และ The Ritz-Carlton Rewardsที่จะเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การท่องเที่ยวอันไร้ขอบเขตตามแผนการเดินทาง สมาชิกเหล่านี้จะได้รับการรับประกันการเช็คเอ้าท์จนถึง 4 โมงเย็น โดยที่สามารถแจ้งขอใช้สิทธิ์ได้เมื่อทำการจองผ่านโทรศัพท์, ผ่านแอพ Marriott Mobile หรือเมื่อเดินทางถึงโรงแรม สิทธิประโยชน์ดังกล่าวสามารถใช้ได้กับทุกโรงแรมที่ร่วมรายการกับ Marriott Rewards ยกเว้น รีสอร์ท โรงแรมเพื่อการประชุม และ Marriott Vacation Club นอกจากนี้  Marriott Rewardsและ The Ritz-Carlton Rewards ยังมอบสิทธิพิเศษให้สมาชิก Silver Elite สามารถขอเช็คเอ้าท์หลังเที่ยงวันได้ในวันที่จะออกจากที่พักด้วย โดยบริการดังกล่าวจะเริ่มให้ใช้สิทธิได้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. เป็นต้นไป

          ศูนย์รวมประสบการณ์รูปแบบใหม่

          สมาชิก Marriott Rewards และ The Ritz-Carlton Rewards ทุกคนสามารถเลือกสรรหลากหลายกิจกรรมและโอกาสสุดพิเศษที่ตอบโจทย์ความชอบของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการสาธิตการทำอาหารแบบส่วนตัวจากเชฟชื่อดัง; บัตรวีไอพีเข้าชมคอนเสิร์ตและการเดินแบบ; หรือสิทธิพิเศษต่างๆ ในการแข่งขันกีฬาชั้นนำอย่าง HKSEVENS Rugby Week ที่สนับสนุนโดย Marriott Rewards ฮ่องกง ในช่วงต้นเดือนนี้ นอกจากนี้ สมาชิกยังสามารถแลกคะแนน Marriott Rewards หรือ The Ritz-Carlton Rewards เพื่อสัมผัสศูนย์รวมประสบการณ์อันแตกต่างที่เปิดโอกาสให้สมาชิกค้นหาความสนใจของตัวเองในรูปแบบสุดประทับใจและมีคุณค่า โดยศูนย์รวมประสบการณ์ดังกล่าวจะให้บริการแก่สมาชิกทั่วโลกในช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้

          บริการการต้อนรับแบบเหนือชั้น

          กลุ่มสมาชิก Elite รุ่นแรกเริ่มของ Marriott Rewards จะได้รับการต้อนรับอันเหนือชั้นรูปแบบใหม่ ซึ่งพนักงานต้อนรับจะสามารถคาดเดาความต้องการของลูกค้า, จดจำรสนิยมของสมาชิกได้ รวมถึงตอบสนองความต้องการทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเข้าพัก ด้วยการพัฒนาความสัมพันธ์ต่อกัน นอกจากนี้ พนักงานต้อนรับยังต้องสามารถจองสถานที่อำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ ร้านอาหาร และบริการนวดสปา รวมถึงการจัดเตรียมสำหรับโอกาสพิเศษได้อีกด้วย ทั้งนี้ บริการดังกล่าวจะเริ่มช่วงปลายเดือน พ.ค. ในสหรัฐ และทยอยให้บริการในเขตเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก ซึ่ง Marriott Rewards จะคอยติดตามผลตอบรับจากกลุ่มสมาชิกผู้ใช้สิทธิพิเศษดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อนำไปปรับปรุงการบริการ

          สิทธิประโยชน์รูปแบบใหม่เหล่านี้เป็นตัวอย่างล่าสุดของ Marriott Rewards ที่แสดงให้บรรดาสมาชิกเห็นว่าความภักดีนั้นเติมเต็มความสุขให้แก่กันและกันได้ทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้ Marriott Rewards ยังนำเสนอ Member Rates สุดพิเศษที่รับประกันราคาห้องพักถูกที่สุดสำหรับสมาชิกที่จองผ่านโรงแรมโดยตรง และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่กล่าวไปข้างต้น รวมถึง Points Sharing, Cash + Points, Points Advance และ Redemption Stay Credits

          การรับประกันการเช็คเอ้าท์หลังเที่ยงวันจะเริ่มให้บริการในเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. ศูนย์รวมประสบการณ์รูปแบบใหม่ และบริการการต้อนรับแบบเหนือชั้น จะเริ่มให้บริการในสหรัฐช่วงปลายเดือนพ.ค. และในเอเชียแปซิฟิก ตามลำดับ

          เกี่ยวกับ Marriott Rewards

          Marriott Rewards เป็นรอยัลตี้โปรแกรมระดับรางวัลของ Marriott International ที่ครอบคลุมโรงแรม 17 แบรนด์ รวมกว่า 4,200 แห่งทั่วโลกMarriott Rewards รับสมัครสมาชิกฟรี ไม่มีวันที่ห้ามใช้สิทธิ์ โดยสมาชิกสามารถรับและแลกคะแนนสะสมได้ตามโรงแรมในเครือ Marriott ทั่วโลก รวมถึงที่ The Ritz-Carlton(R) โรงแรมสุดหรูซึ่งเป็นพันธมิตรของ Marriott Rewards นอกจากนี้ สมาชิกยังสามารถใช้คะแนนสะสมแลกเป็นไมล์สะสมของสายการบิน ล่องเรือสำราญ เช่ารถ แลกซื้อสินค้าพิเศษ และอื่นๆอีกมากมาย Marriott Rewards สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกง่ายดายด้วยช่องทางอันทันสมัย ทำให้ยังคงครองตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น โดย Marriott Rewards คว้ารางวัล “Best Hotel Rewards Program in the Americas” จาก Freddie Award ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา และยังสามารถคว้ารางวัล “Best Hotel Rewards Program” จาก Frequent Travel Award ได้ถึง 2 ครั้ง นอกจากนั้นยังได้รับการยกย่องเป็นรอยัลตี้โปรแกรมยอดเยี่ยมในหมวดโรงแรม จากการจัดอันดับของผู้อ่านนิตยสาร U.S. News & World Report, About.com, Business Traveler, Global Traveler, Executive Travel และ BusinessWeek ท่านที่สนใจสามารถสมัครสมาชิกและดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Marriott Rewards ได้ที่MarriottRewards.com

          เกี่ยวกับ Marriott International

          Marriott International, Inc. (NASDAQ: MAR) คือบริษัทผู้ให้บริการที่พักชั้นนำของโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเบเทสดา รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา บริษัทมีโรงแรมกว่า 4,400 แห่ง ใน 87 ประเทศและดินแดนทั่วโลก และมีรายได้กว่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีการเงิน 2558 ปัจจุบัน บริษัทบริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือรวม 19 แบรนด์ ได้แก่ The Ritz-Carlton(R), BVlgari(R), EDITION(R), JW Marriott(R), Autograph Collection(R) Hotels, Renaissance(R) Hotels, Marriott Hotels(R), Delta Hotels and Resorts(R), Marriott Executive Apartments(R), Marriott Vacation Club(R), Gaylord Hotels(R), AC Hotels by Marriott(R), Courtyard(R), Residence Inn(R), SpringHill Suites(R), Fairfield Inn & Suites(R), TownePlace Suites(R), Protea Hotels(R) และ Moxy Hotels(R) ทั้งนี้ Marriott ได้รับการยกย่องอย่างต่อเนื่องในฐานะนายจ้างชั้นดีและมีจรรยาบรรณธุรกิจอันสูงส่ง นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้บริหารรอยัลตี้โปรแกรมมากรางวัลการันตีคุณภาพอย่าง Marriott Rewards(R) และ The Ritz-Carlton Rewards(R) ซึ่งมีสมาชิกรวมกันเกือบ 55 ล้านคน ท่านที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองห้องพักได้ที่ www.marriott.com หรือติดตามข่าวสารล่าสุดได้ที่ www.marriottnewscenter.com

เมอร์ค เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Lynx(R) CDR ในงาน INTERPHEX 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดาร์มสตัดท์, เยอรมนี–27 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Lynx(R) CDR คือหัวต่อสายส่งของเหลวปลอดเชื้อชนิดใช้แล้วทิ้งแบบใช้ได้หลายครั้ง โดยสามารถใช้ต่อสาย ต่อซ้ำ และถอดหัวต่อออกได้แม้สายส่งของเหลวมีความเปียกชื้นและมีแรงดัน

ช่วยให้การถ่ายเทของเหลวในอุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและประหยัดยิ่งขึ้น

เมอร์ค (Merck) บริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Lynx(R) CDR ซึ่งเป็นหัวต่อสายส่งของเหลวปลอดเชื้อชนิดใช้แล้วทิ้งแบบใช้ได้หลายครั้ง ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเทของเหลวในอุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ โดยผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ได้รับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่งาน International Pharmaceutical Expo (INTERPHEX) ซึ่งจัดขึ้นที่มหานครนิวยอร์ก ระหว่างวันที่ 26-28 เมษายนนี้

Merck Lynx CDR / Merck's new Lynx(R) CDR connectors facilitate faster and more economic biopharma fluid management (PRNewsFoto/Merck)

Merck’s new Lynx(R) CDR connectors facilitate faster and more economic biopharma fluid management (PRNewsFoto/Merck)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160421/358559

หัวต่อ Lynx(R) CDR จะพลิกโฉมการถ่ายเทของเหลวในอุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการผลิตยาลงได้อูดิท บาทรา ซีอีโอของธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ของเมอร์ค กล่าวหัวต่อ Lynx(R) CDR สร้างมาตรฐานใหม่ของการต่อสายส่งของเหลวปลอดเชื้อ เพราะใช้งานได้อย่างง่ายดายและมีความน่าเชื่อถือสูง

การต่อสายส่งของเหลวปลอดเชื้ออย่างง่ายดายและน่าเชื่อถือนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในการผลิตยาชีวภาพ หัวต่อสายส่งของเหลวแบบใช้แล้วทิ้งรุ่นก่อนๆสามารถใช้ได้แค่ครั้งเดียว ทำให้ต้องใช้หัวต่อหลายตัว นอกจากนี้ สายต่อยังต้องแห้งและไม่มีแรงดันจึงจะต่อหรือถอดหัวต่อได้ ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรและต้นทุนอย่างมาก ในขณะที่ผู้ผลิตจำเป็นต้องยกระดับผลิตภาพและประสิทธิภาพในทุกขั้นตอนของการผลิตยา ในจุดนี้ หัวต่อ Lynx(R) CDR จะช่วยให้การถ่ายเทของเหลวเป็นไปอย่างรวดเร็วและประหยัดต้นทุนยิ่งขึ้น แม้สายส่งของเหลวจะมีความเปียกชื้นและมีแรงดันก็ตาม

Lynx(R) CDR ช่วยให้ถ่ายเทของเหลวได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดเชื้อ ทั้งในขั้นตอนของการต่อสาย ต่อซ้ำ และถอดหัวต่อออก นับเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยเมื่อเทียบกับการต่อท่อแบบปกติที่ใช้เวลานาน และเมื่อเทียบกับท่อร่วมที่นิยมใช้ในกระบวนการต้นน้ำและปลายน้ำซึ่งมีต้นทุนสูง โดยหัวต่อรุ่นนี้ใช้ซ้ำได้สูงสุดถึง 6 ครั้ง

ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูธหมายเลข #2841 ของเมอร์คในงาน INTERPHEX เพื่อสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ต่างๆของเมอร์ค รวมทั้งร่วมพูดคุยกับคณะผู้เชี่ยวชาญของทางบริษัท และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ทางทวิตเตอร์ @merckgroup

เกี่ยวกับเมอร์ค

เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำในด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และเพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล พนักงานราว 50,000คนของบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยปรับปรุงและยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ยาชีวภาพเพื่อรักษาโรคมะเร็งหรือโรคปลอกประสาทอักเสบ ระบบที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิต ไปจนถึงจอแอลซีดีสำหรับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ ทั้งนี้ ในปี 2558 เมอร์คสามารถทำยอดขายได้ 1.285 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ

เมอร์คก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2211 จึงเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ครอบครัวผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทเมอร์คในดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี ครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี โซโรโน่, มิลลิพอร์ซิกม่า และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาคลิกที่www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้

ทีเส็บรุกทำดิจิตอลไมซ์ ชูแอพลิเคชั่น BIZ THAILAND สานต่อแคมเปญ Spice Up Your Business Agenda ดันไทยศูนย์กลางไมซ์แห่งภูมิภาค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

TCEB-Digital-2016-Resized 

กรุงเทพ /26 เมษายน 2559– สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ รุกทำตลาดดิจิตอลไมซ์ เปิดแผนตลาดออนไลน์ปี 2559 ต่อยอดโมบายแอพพลิเคชั่น Biz Thailand ช่องทางสื่อสารที่รวบรวมทุกข้อมูลสำหรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ พร้อมผนึกกำลังร่วมกับ 5 พันธมิตรสานต่อแคมเปญ Spice Up Your Business Agenda ปีที่ 3 มอบสิทธิพิเศษนักเดินทางกลุ่มไมซ์ เจาะตลาดจีน และ CLMV

นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการ ทีเส็บ เปิดเผยว่า “ปีนี้ ทีเส็บ ยังส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยผ่านกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ (Digital MICE) โดยการใช้ช่องทางออนไลน์สนับสนุนแผนการตลาดหลักขององค์กร บูรณาการกิจกรรมการตลาดแบบปกติและแบบดิจิตอลให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สอดรับกับนโยบายส่งเสริม Digital Economy ของรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไมซ์ให้เติบโตและเป็นกลไกสำคัญของการสร้างเศรษฐกิจระดับมหาภาค

แผนการตลาดออนไลน์ในปี พ.ศ. 2559 ทีเส็บดำเนินการสานต่อใน 4 แผนงานหลัก ได้แก่ แผนงานพัฒนาเว็บไซต์ศูนย์รวมข้อมูลการจัดงานไมซ์ครบวงจร โดยเว็บไซต์ท่าของทีเส็บ www.businesseventsthailand.com เน้นเนื้อหาทันสมัย มีมาตรฐานด้วยข้อมูลที่ครอบคลุมเพื่อตอบโจทย์การบริการถึง 8 ภาษา และพัฒนาต่อยอดเว็บไซต์ทีเส็บในรูปแบบ โมบายแอพพลิเคชั่น Biz Thailand ให้กลุ่มเป้าหมายทั่วโลกเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น แผนงานการจัดทำสื่อการตลาดและการขายแบบดิจิตอล ที่สนับสนุนการตลาดออนไลน์ของอุตสาหกรรมไมซ์อย่างบูรณาการ ผ่าน Blog, Digital Brochure, วิดีทัศน์, สื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ Info graphic และ Digital Sale Kit

แผนงานกิจกรรมการตลาดประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ เน้นสร้างภาพลักษณ์และการรับรู้ศักยภาพของประเทศไทยในฐานะ MICE Destination นำเสนอจุดเด่นและแง่มุมใหม่ๆ ของเมืองไมซ์ซิตี้ทั้ง 5 แห่ง รวมถึงเมืองอื่นๆ ที่มีศักยภาพ ซึ่งจะดำเนินกิจกรรมการตลาดดังกล่าวแบบบูรณาการทั้งแบบดั้งเดิมและแบบดิจิตอลเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมกันนี้ยังดำเนินแคมเปญการตลาดทั้งต่างประเทศ และในประเทศควบคู่กัน โดยแคมเปญตลาดต่างประเทศสานต่อโครงการ Spice Up Your Business Agenda 2016 ร่วมกับ 5 พันธมิตรจากหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 หลังจากประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมา ด้วยปริมาณการดาวน์โหลด ecoupon Spice up your business agenda ประมาณ 25,000 ครั้ง และการรับคูปองพิเศษสำหรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ (Privilege Coupon Booklet) กว่า 35,000ชุด ด้านแคมเปญตลาดในประเทศ ดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์ออนไลน์เพื่อสร้างกระแสและส่งเสริมการจัดประชุม สัมมนา ในพื้นที่ชุมชน เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์สานพลังประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล, แคมเปญ Digital MICE Award 2016 “Young VDO Contest และแคมเปญ MICE Trip Challenge และแผนการจัดทำข้อมูลตลาดและองค์ความรู้อุตสาหกรรมไมซ์ผ่านนิตยสารดิจิตอล MICE Move ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ ตลอดจนกลุ่มนักศึกษา และผู้ที่สนใจทั่วไป”

ด้าน นางสริตา จินตกานนท์  ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ทีเส็บ กล่าวเสริมว่า การพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่น Biz Thailand ได้ดำเนินการจัดทำในรูปแบบ 2 ภาษา คือ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ รองรับการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายผ่านสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนจำนวนมากกว่าคอมพิวเตอร์และแทบเลต โดยแอพพลิเคชั่นนี้ได้รวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก เที่ยวบินระหว่างประเทศและในประเทศ สถานที่จัดประชุมทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ๆ ไว้อย่างครบครัน อีกทั้งยังมีการอัพเดทแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับโปรโมชั่นและกิจกรรมพิเศษแบบ Real time โดยอ้างอิงกับตำแหน่งปัจจุบันของผู้ใช้ พร้อมเชื่อมต่อกับเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกในการแชร์ข้อมูลอีกด้วย สามารถดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้จากทั้ง App Store และ Google Play

สำหรับ แคมเปญ Spice Up Your Business Agenda 2016 ปีที่ 3 นี้ ทีเส็บ ยังคงผนึกกำลังร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด และบริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ที่เป็นการเชื่อมต่อกับสื่อสังคมออนไลน์ในช่องทางต่างๆ ภายใต้แนวคิด “Social Connectivity” เพื่อขยายการสื่อสารแคมเปญในวงกว้างมากยิ่งขึ้น พร้อมนำเสนอสิทธิพิเศษของสินค้าและบริการที่น่าสนใจ อาทิ ส่วนลดสำหรับที่พักโรงแรม10% ส่วนลดสำหรับบริการรถเช่ารับ-ส่งสนามบิน 50% คูปองส่วนลดสำหรับการช็อปปิ้ง 500 บาท ส่วนลดสำหรับร้านอาหาร 25% และส่วนลดค่ากรีนฟี สนามกอล์ฟ 50% เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจและมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ ตลอดจนเป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายและขยายระยะเวลาพำนักในประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมสิทธิพิเศษต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.SpiceupYourBusinessAgenda.com

นอกจากนี้ แคมเปญ Spice Up Your Business Agenda 2016 ในปีนี้ ทีเส็บ ได้มีการเพิ่มสิทธิพิเศษโดยเฉพาะสำหรับกลุ่มประเทศเป้าหมายหลักอย่าง ตลาดจีน โดยเล็งเห็นว่าสถิติในปี 2557 และ 2558 พบว่านักเดินทางกลุ่มไมซ์จากประเทศจีนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยสูงเป็นอันดับแรกและเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูงซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยอยู่ที่ 20.16% ของตลาดเอเชีย อีกทั้งยังขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มลูกค้าตลาด CLMV ที่เดินทางมาประชุมหรือมาร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศไทย รวมถึงการวางแผนขยายไปยังกลุ่มผู้เข้าร่วมงานประชุมและร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติภายในประเทศ (Domestic MICE) ตลอดจนกลุ่มลูกค้าบัตรเครดิต VISA Commercial Card และVISA SME Card ในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทและองค์กรของสมาคมหอการค้าไทยด้วย

การส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยผ่านการส่งเสริมตลาดออนไลน์ของ ทีเส็บ ในปี 2559  คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างการรับรู้ (Visibility) ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ ของกลุ่มผู้ใช้ข้อมูลจากต่างประเทศได้จำนวน 4,500,000 วิว เพิ่มขึ้น 50% จากเป้าหมายปี 2558 มีจำนวนอยู่ที่3,000,000 วิว ส่วนกลุ่มผู้ใช้ข้อมูลจากในประเทศคาดการณ์ว่าจะมีจำนวน 1,400,000 วิว เพิ่มขึ้น 133% จากเป้าหมายปี 2558 มีจำนวนอยู่ที่ 600,000 วิว ด้านปริมาณผู้มาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ   ทีเส็บจากต่างประเทศคาดการณ์ว่าจะมีจำนวน 253,000 เพจวิว เพิ่มขึ้น 15% จากเป้าหมายปี 2558 มีจำนวนอยู่ที่ 220,000 เพจวิว โดยการรับรู้ดังกล่าวนี้จะเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยไปสู่เป้าหมายปีนี้ด้วยจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ 1,060,000 คน สร้างรายได้ 92,000 ล้านบาทนายนพรัตน์ กล่าวโดยสรุป

#####

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ส่วนงานสื่อสารองค์กร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

นางสาวอริสรา ธนูแผลง          ผู้จัดการอาวุโส            โทรศัพท์ 02-694-6095          อีเมล arisara_t@tceb.or.th

นางสาวกนกวรรณ กะดีแดง    ผู้จัดการ                      โทรศัพท์ 02-694-6006          อีเมล kanokwan_k@tceb.or.th

นางสาวขวัญชนก อดทน         ผู้ปฏิบัติการ                 โทรศัพท์ 02-694-6096          อีเมล kwanchanok_o@tceb.or.th

นางสาวปนิยดา มุลาลินน์         ผู้ปฎิบัติการ                 โทรศัพท์ 026946091          อีเมล paniyada_m@tceb.or.th

เอ พับลิซิสท์ โทร. 0 2101 6860

คุณธิษตยา (แจง) 083 668 1112, คุณโกสินทร์ (ต้น) โทร. 081 566 2053, คุณสรศักดิ์ (เอิร์ธ) โทร. 089 406 5544

TOEFL(R) เปิดคอร์สเตรียมสอบออนไลน์ ลงทะเบียนวันนี้เรียนฟรี 6 สัปดาห์!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

พรินซ์ตัน, นิวเจอร์ซีย์–26 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

คอร์ส “TOEFL(R) Test Preparation: The Insider’s Guide” พร้อมเปิดสอนเดือนมิถุนายนนี้

นับตั้งแต่วันนี้ คุณสามารถลงทะเบียนเรียนหลักสูตร TOEFL(R) Massive Open Online Course (MOOC) ใหม่แกะกล่องได้ทางเว็บไซต์www.edx.org ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ออนไลน์แบบไม่แสวงผลกำไรที่ก่อตั้งโดย Havard และ Massachusetts Institute of Technology เพื่อให้คุณได้เตรียมสอบ TOEFL(R) และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนเองตามที่มหาวิทยาลัย หน่วยงาน และสถาบันต่างๆต้องการ

 ETS TOEFL Logo / The TOEFL(R) Program is launching "TOEFL(R) Test Preparation: The Insider's Guide," the first ever MOOC designed by the creators of the TOEFL(R) iBT test. (PRNewsFoto/Educational Testing Service-TOE)

The TOEFL(R) Program is launching “TOEFL(R) Test Preparation: The Insider’s Guide,” the first ever MOOC designed by the creators of the TOEFL(R) iBT test. (PRNewsFoto/Educational Testing Service-TOE)

โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160421/358557LOGO

TOEFL Test Preparation: The Insider’s Guide คือคอร์ส 6 สัปดาห์ที่ออกแบบโดยผู้ออกข้อสอบ TOEFL และจะเปิดสอนในวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายนนี้ โดยในสัปดาห์แรกจะเป็นการให้ความรู้เบื้องต้นทั่วไป จากนั้นในสัปดาห์ที่ 2-5 จะเน้นทักษะทั้งสี่ที่ต้องใช้ในการสอบ ได้แก่ การอ่าน การฟัง การพูด และการเขียนตามลำดับ ส่วนในสัปดาห์ที่ 6 จะให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับวันสอบและเคล็ดลับอื่นๆ

คุณจะได้สัมผัสการเรียนการสอนหลากหลายรูปแบบ รวมถึงสื่อวิดีโอ “Inside the TOEFL Test” ว่าด้วยข้อสอบแต่ละส่วน รวมถึงตัวอย่างข้อสอบในอดีตพร้อมคำตอบและคำอธิบาย นอกจากนั้นคุณยังมีโอกาสทำแบบทดสอบสั้นๆ เพื่อให้พร้อมรับมือกับข้อสอบที่จะเจอในวันสอบจริง สำหรับในส่วนของการพูดและการเขียนนั้น ทีมงานออกข้อสอบ TOEFL จะให้คุณแสดงทักษะเล็กน้อยเพื่อทำการประเมินและให้คำแนะนำต่อไป นอกจากนี้ คุณยังสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อนนักเรียนจากทั่วโลกผ่านทางเว็บบอร์ดได้ด้วย

MOOC เป็นหลักสูตรเตรียมสอบใหม่ล่าสุดของ TOEFL ที่ช่วยให้คุณได้ใกล้ชิดผู้ออกข้อสอบ TOEFL มากกว่าที่เคยบนแพลตฟอร์มที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี และคุณจะได้รับข้อมูลเตรียมสอบ TOEFL เพิ่มเติมตลอดหลักสูตรก่อนที่จะถึงวันสอบจริง

คุณจะเข้าใจภาพรวมของข้อสอบแต่ละส่วนมากขึ้น และได้ทราบเคล็ดลับต่างๆสำหรับการเตรียมสอบ TOEFL นอกจากนี้ คุณจะได้รู้วิธีการสมัครสอบ วิธีการนับคะแนน รวมทั้งทราบด้วยว่ามีที่ใดบ้างที่รับคะแนน TOEFL

การเรียนหลักสูตร MOOC ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์และเรียนฟรี นอกจากนี้ คุณสามารถเลือกลงทะเบียนชำระเงินเพื่อรับใบประกาศนียบัตร ซึ่งจะระบุระดับความรู้และทักษะของคุณเมื่อเรียนจบหลักสูตรดังกล่าว

คุณสามารถเข้าเรียนได้อย่างง่ายดายเพียงต่ออินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ต่างๆ หากคุณอยากได้คะแนน TOEFL สูงๆ รีบเข้าไปลงทะเบียนที่https://www.edx.org/course/toeflr-test-preparation-insiders-guide-etsx-toeflx ตั้งแต่วันนี้

เกี่ยวกับการสอบ TOEFL

แบบทดสอบความรู้ทางภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ TOEFL เป็นเครื่องประเมินความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างมากที่สุดจากสถาบันกว่า 9,000 แห่งในกว่า 130 ประเทศทั่วโลก จนถึงปัจจุบันมีนักเรียนนักศึกษากว่า 30 ล้านคนที่ได้ทำแบบทดสอบ TOEFL สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบ TOEFL ซึ่งรวมถึงการสมัครสอบ เคล็ดลับการเรียน และตัวอย่างข้อสอบ สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ TOEFL(R) Go Anywhere ที่www.toeflgoanywhere.org

เกี่ยวกับ ETS

ETS พัฒนาระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและเที่ยงธรรมสำหรับทุกคนทั่วโลก ด้วยการคิดค้นการประเมินผลรูปแบบต่างๆที่อ้างอิงจากการวิจัยอย่างเข้มข้น ETS ตอบสนองความต้องการของบุคคลทั่วไป สถาบันการศึกษา และหน่วยงานรัฐต่างๆ ด้วยโซลูชั่นที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการรับรองครูผู้สอน การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รวมถึงการศึกษาระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และเตรียมอุดมศึกษา นอกจากนั้นยังทำการวิจัย วิเคราะห์ และศึกษานโยบายด้านการศึกษาด้วย ทั้งนี้ ETS ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2490 ในฐานะองค์กรไม่แสวงผลกำไร ปัจจุบันเป็นผู้พัฒนา บริหารจัดการ และให้คะแนนข้อสอบกว่า50 ล้านฉบับต่อปี ซึ่งรวมถึงการสอบ TOEFL(R) และ TOEIC(R), การสอบ GRE(R) และการประเมิน The Praxis Series(R) ในสนามสอบกว่า 9,000 แห่งในกว่า180 ประเทศทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ets.org

ชาวขอนแก่นพร้อมหรือยัง? ร่วมสัมมนาหุ้นฟรี! กับอินโฟเควสท์ในงาน “The Stock Season 3 ตอน สแกนหุ้นเด่น เฟ้นหุ้นโดนใจ by Aspen Mobile” เสาร์ที่ 28 พ.ค. นี้‏

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

The-stock_Khonkaen_SharedLink_Facebook_Resized

ชาวขอนแก่นพร้อมหรือยัง? ร่วมสัมมนาหุ้นฟรี! กับอินโฟเควสท์ในงาน “The Stock Season 3 ตอน สแกนหุ้นเด่น เฟ้นหุ้นโดนใจ by Aspen Mobile” เสาร์ที่ 28 พ.ค. นี้ 

บริษัท อินโฟเควสท์ จำกัด ผู้ให้บริการโปรแกรมวิเคราะห์หุ้นชั้นนำ แอสเพนขอเชิญนักลงทุนร่วมเจาะลึกเทคนิคการสแกนหุ้นด้วยฟังก์ชันใหม่ล่าสุด! จากแอสเพนโมบาย (Aspen Mobile) “Market Screener” โดยวิทยากรพิเศษ “คุณธีรศักดิ์ ธนวรากุลนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคมากประสบการณ์ จาก บล.

ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ที่จะมาเผยเคล็ดลับการลงทุน และวิเคราะห์กราฟสดบนเวที ด้วยแอสเพนโมบาย นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถนำ Tablet / Smartphone ส่วนตัว มาที่บูธ “Clinic Aspen” เพื่อรับคำ

แนะนำ – ปรึกษาปัญหาการใช้งานแอสเพน กับผู้เชี่ยวชาญได้บริเวณหน้างาน

ในสัมมนาหุ้น “The Stock Season 3 ตอน สแกนหุ้นเด่น เฟ้นหุ้นโดนใจ by Aspen Mobile” จังหวัดขอนแก่น เสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2559 เวลา12.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมพีรสิทธิ์ คำนวณศิลป์ ชั้น 1 คณะการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น …ฟรี! ตลอดงานจำกัด 200 ท่านเท่านั้น สำรองที่นั่งด่วน โทร. 092-872-2181, 081-131-8280 (จันทร์ ศุกร์ เวลา 8.00 – 17.00 น.) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://www.infoquest.co.th/th/thestock2016-khonkean/

BESTOLIFE(TM) เปิดตัว HONEY KOTE(TM) สารประกอบอเนกประสงค์สำหรับทุกงานขุดเจาะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดัลลัส–26 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          BESTOLIFE(TM) Corporation (http://www.bestolife.com) เผยโฉมนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของสารประกอบเพื่อการขุดเจาะระดับพรีเมียมซึ่งมีทองแดงเป็นองค์ประกอบหลัก HONEY KOTE(TM) ถูกคิดค้นขึ้นเป็นพิเศษเพื่อมอบการปกป้องขั้นสูงสุด โดยช่วยป้องกันก้านถ่วงน้ำหนักและก้านเจาะซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ จากการยึดติด กะเทาะ รวมทั้งแรงกดและแรงกระแทก

 BESTOLIFE HONEY KOTE / New HONEY KOTE(TM) copper-based drilling compound. (PRNewsFoto/BESTOLIFE(TM) Corporation)

New HONEY KOTE(TM) copper-based drilling compound. (PRNewsFoto/BESTOLIFE(TM) Corporation)

          ภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160422/359143

 BESTOLIFE Logo / BESTOLIFE Corporation (PRNewsFoto/BESTOLIFE(TM) Corporation)

BESTOLIFE Corporation (PRNewsFoto/BESTOLIFE(TM) Corporation)

          โลโก้ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160422/359142LOGO

          “ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันการกัดกร่อนและการกัดเซาะของน้ำได้อย่างดีเยี่ยมนี้ ลูกค้าของเราจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้เป็นงานขุดเจาะที่ยากที่สุดก็ตาม” แชรอน ไวท์ ผู้จัดการฝ่ายขายทั่วโลกของ BESTOLIFE(TM) กล่าว “เราพัฒนา HONEY KOTE(TM) ขึ้นเพื่อให้เป็นผลิตภัณฑ์อเนกประสงค์ที่สามารถปกป้องก้านถ่วงน้ำหนักและข้อต่อก้านเจาะภายใต้สภาพแวดล้อมรุนแรงหลากหลายรูปแบบ”

          ด้วยสูตรต้านทานการกัดกร่อน HONEY KOTE(TM) จึงเพิ่มคุณประโยชน์ด้านการปกป้องผิวเกลียวในงานขุดเจาะต่างๆ จากการเก็บไว้นาน HONEY KOTE(TM) ทนต่ออุณหภูมิและสภาพการทำงานที่หลากหลาย โดยไม่ไหลหรือเยิ้มในอุณหภูมิสูง หรือเกิดการแข็งตัวขณะเก็บ

          “เนื่องจากสภาพการขุดเจาะในปัจจุบันมีความรุนแรงมากกว่าแต่ก่อน การยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ภายใต้สภาพแวดล้อมเหล่านี้จึงกระตุ้นให้เราปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น” จาเร็ด เอลเลียต ประธาน BESTOLIFE(TM) Corporation กล่าว “เราเชื่อว่า HONEY KOTE(TM) เป็นก้าวสำคัญสู่เป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยให้ลูกค้าทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและได้รับผลประโยชน์สูงสุด”

          สารประกอบซึ่งทนต่ออุณหภูมิสูงนี้ได้รับการคิดค้นและผลิตขึ้นตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าตรงตามมาตรฐานหรือเหนือกว่ามาตรฐานทั้งหมดขององค์การมาตรฐานสากล (ISO) และสถาบันปิโตรเลียมแห่งสหรัฐอเมริกา (API) โดย HONEY KOTE(TM) ได้รับการพัฒนาสูตรให้ทนต่อการกัดกร่อนและการกัดเซาะของน้ำโดยเฉพาะ และทดสอบแล้วว่าสามารถรับแรงดันได้ถึง 25,000 psi

          HONEY KOTE(TM) มีทั้ง “รูปลักษณ์และสัมผัสใหม่” ของทองแดง โดยถูกออกแบบมาให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพภายใต้สภาพการขุดเจาะที่หลากหลาย พร้อมมอบความคุ้มค่ากว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆในท้องตลาด

          สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://honeykote.com

          เกี่ยวกับ BESTOLIFE(TM) Corporation

          BESTOLIFE(TM) เป็นผู้นำตลาดสารประกอบสำหรับงานขุดเจาะ การผลิตและอุตสาหกรรม มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 บริษัทนำเสนอสารประกอบระดับพรีเมียมหลากหลายประเภท ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือขุดเจาะ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกคิดค้นและผลิตขึ้นตามมาตรฐานคุณภาพและประสิทธิภาพที่เข้มงวด โดยสอดคล้องหรือเหนือกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม อีกทั้งตอบโจทย์ทุกความต้องการและเกินความคาดหวังของลูกค้า

          ติดต่อ: Mark Porter, +1- 214-583-0267, MPorter@Bestolife.com